sianbun on December 06, 2009, 07:28:09 AM
ทีเอสแอล ยกทัพรถใหม่อวดโฉมในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2009 ทุ่มโปรโมชั่น ดาวน์น้อย ผ่อนนาน


 
          ทีเอสแอล ยกทัพรถใหม่อวดโฉมในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2009 ทุ่มโปรโมชั่น ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ตามใจลูกค้าแบบสุดๆ พร้อมรับของที่ระลึกและช็อคโกแลตทีเอสแอล เป็นของกำนัล

          ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและจำหน่ายสุดยอดยนตกรรมชั้นนำจากต่างประเทศ (ในเครือเบนซ์แจ้งวัฒนะ) ระดมพลรถเด็ด พาเหรดเข้างานมอเตอร์ เอ็กซ์โป อาทิ เช่น Porsche 911 Turbo PDK (997) (พอร์ช ไนน์วันวัน เทอร์โบ พีดีเค เก้าเก้าเจ็ด) ณ วันนี้เป็นคันแรกและคันเดียวในประเทศไทย Ferrari F430 Scuderia (เฟอรารี่ เอฟสี่สามศูนย์ สคูเดเรีย) Porsche Panamera 4S (พอร์ช พานาเมร่า โฟร์เอส) Mercedes Benz New E-Class (เมอเซเดส เบนซ์ นิว อี-คลาส) และ Honda Stepwagon Spada (ฮอนด้า เสต็ปวากอน สปาด้า) มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ “The Exclusive Choices 2009”

          นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช รองประธานกรรมการ บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ปีนี้ทีเอสแอลเข้าร่วมงานมอเตอร์เอ็กซ์โปเป็นปีแรก ด้วยพื้นที่ของบูธขนาด 850 ตารางเมตร ตกแต่งภายใต้แนวคิด “The Executive Experience” พื้นที่สำหรับรับรองลูกค้าออกแบบให้เป็น Executive VIP Lounge รวมทั้งเพิ่มพื้นที่ในส่วนรับรองพิเศษ The Grand Lobby และ The Terraces เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ด้วยงบประมาณรวมกว่า 10 ล้านบาท”

          “ภายในบูธ จะมีรถหรูระดับ 5 ดาว และรถยอดนิยมแห่งปีมากกว่า 20 คัน รวมมูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น Porsche 911 Turbo PDK (997) ที่จะเปิดตัวในปี 2010 ซึ่งเรานำมาอวดโฉมให้ลูกค้าชาวไทยได้ชมและสัมผัสก่อนใคร ตามด้วย Ferrari F430 Scuderia รถที่แพงที่สุดในบูธ

          ทีเอสแอล ราคา 24 ล้านบาท พร้อม Porsche Panamera 4S / Mercedes Benz New E-Class และ Honda Stepwagon Spada”

          “สำหรับข้อเสนอสุดพิเศษในงานมอเตอร์ เอกซ์โป เราจัดมาอย่างพิเศษสุดๆ ภายใต้ชื่อว่า “The Exclusive Choices 2009” ลูกค้าสามารถเลือกจำนวนเงินที่ต้องการดาวน์ เริ่มต้นต่ำสุดที่ 39,900 บาท หรือ สามารถยืดเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้น สูงสุดๆ หรือ สามารถเลือกจำนวนเงินผ่อนสบายๆ ต่อเดือน เริ่มต้นที่ 9,900 บาท เท่านั้น นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมบู๊ธ เรามีทีเอสแอล ช็อกโกแลต ที่ผลิตขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะเป็นของกำนัลให้อีกด้วย”

เกี่ยวกับ ทีเอสแอล
          บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ในเครือบริษัทเบนซ์แจ้งวัฒนะ) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยนตกรรมหรูระดับ 5 ดาวจากต่างประเทศ ผู้นำเทคโนโลยีรถไฮบริดพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานสูงครบวงจร SMRT ให้บริการโดยผู้ชำนาญการเฉพาะรถยนต์นำเข้าทุกรุ่น ด้วยประสบการณ์การทำงาน และให้บริการยาวนานกว่า 20 ปี พร้อมอุปกรณ์อันทันสมัยและจุดให้บริการถึง 3 ศูนย์บริการทั่วกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ, สาทรฯ ตัดใหม่, และสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) เพื่อตอบสนองความต้องการของสำหรับคนยุคใหม่เช่นคุณอย่างมีระดับ กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.tsl.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมของทีเอสแอลฯ ทั้ง 3 สาขาได้ที่เบอร์ 02-2699999

sianbun on December 06, 2009, 07:29:19 AM
‘New Suzuki Swift พลิกดีไซน์เพื่อความต่าง’ ล้ำสไตล์ด้วยรูปลักษณ์ใหม่แบบ Cubical Design เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2009


 
          บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์นั่ง ‘New Suzuki Swift พลิกดีไซน์เพื่อความต่าง’ อย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2009
          ฉีกรูปลักษณ์ใหม่ล้ำแบบ Cubical Design พร้อมด้วยสมรรถนะที่ให้ทั้งความปราดเปรียว และความคล่องตัว ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างฉับไว ขับสนุกในแบบสวิฟท์

          ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพจากซูซูกิที่ทุกคนมั่นใจ
          เชิญทุกท่านเยี่ยมชมรถยนต์คุณภาพของซูซูกิในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป – สัมผัส ทดลองขับ และเป็นเจ้าของ New Suzuki Swift ก่อนใคร (เริ่มเปิดจองในงาน ตั้งแต่วันแรก เป็นต้นไป) พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมายในงาน
          บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์นั่ง ‘New Suzuki Swift พลิกดีไซน์เพื่อความต่าง’ อย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 26 (The 26th Thailand International Motor Expo 2009) ซึ่งในวันนี้ ซูซูกิได้เปิดโลกทัศน์ใหม่แห่งการขับขี่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งของประเทศไทย ด้วย New Suzuki Swift รถยนต์ที่ผู้คนในหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ต่างกล่าวขวัญถึงมานาน เนื่องจาก New Suzuki Swift มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง รูปลักษณ์ใหม่ล้ำแบบ Cubical Design ฉีกสไตล์แตกต่างจากเดิม สร้างความน่าหลงใหล สามารถสะกดสายตาผู้คนมาแล้วทั่วโลก พร้อมด้วยสมรรถนะอันน่าทึ่งที่ให้ทั้งความปราดเปรียว คล่องตัว ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างฉับไว ขับสนุกในแบบสวิฟท์ และยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย ซึ่งมาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพเหนือความคาดหมายจากซูซูกิที่ทุกคนไว้วางใจมานาน สิ่งที่ผู้ขับขี่จะได้รับคือความตื่นเต้นสนุกสนานในทุกจังหวะและช่วงเวลาของชีวิตในแบบของตัวเอง ในวิถีทางที่เลือกเอง สอดคล้องกับปรัชญา Suzuki…Way of Life! ของซูซูกิทั่วโลก
          บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
          นายทาคายูคิ ซูกิยามา ประธาน บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งถือเป็น 100 ปี แห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมของซูซูกิ (Suzuki 100 Years of Innovations) และซูซูกิจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นวัตกรรมยานยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ โดยซูซูกิจะเดินหน้าต่อไปพร้อมๆ กับสังคมโลกและสังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้ง



          “และสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ คือ ซูซูกิมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นั่นคือ รถยนต์นั่ง ‘New Suzuki Swift พลิกดีไซน์เพื่อความต่าง’ สู่ตลาดรถยนต์ของไทย เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ของการขับขี่ ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ล้ำ แบบ Cubical Design พร้อมด้วยสมรรถนะปราดเปรียวคล่องตัวในแบบสวิฟท์
          ซูซูกิคาดหวังว่า รถยนต์นั่ง New Suzuki Swift สินค้าคุณภาพใหม่จากซูซูกิ ที่ผลิตขึ้นภายใต้ปรัชญา Suzuki’s Way of Life! จะสามารถตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง นั่นเพราะเราแต่ละคนมี Way of Life! ในแบบของตัวเอง ซูซูกิจึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างความพึงพอใจเหนือความคาดหมายให้กับผู้บริโภค และได้รับการตอบรับที่ดีเหนือความคาดหมายเช่นกัน” นายซูกิยามากล่าว
          นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้จัดการ แผนกการขาย เปิดเผยว่า “New Suzuki Swift เป็นรถยนต์นั่งที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างมาจากยุโรป โดยสร้างขึ้นตามมาตรฐานและคุณภาพของซูซูกิที่ทุกคนเชื่อถือและไว้วางใจ โดยมีการผสานเอา DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคอมแพ็คคาร์เข้ามารวมไว้ด้วยกัน นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการทำงาน ทีมนักออกแบบและวิศวกรของซูซูกิ ได้ผสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านยนตรกรรมยุโรป รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านยนตรกรรมอีกหลายท่าน เพื่อให้ได้มาซึ่ง New Suzuki Swift ยนตกรรมสำหรับคนยุคใหม่ที่มีเอกลักษณ์ หรือ Way of Life! ในแบบของตัวเอง”
          “รถยนต์ New Suzuki Swift เป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมาแล้วทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป เป็นรถยนต์ซึ่งผู้ที่ได้สัมผัสประสบการขับขี่ในแบบสวิฟท์ หรือแม้แต่เพียงได้พบเห็น ต่างชื่นชอบทั้งด้านดีไซน์และสมรรถนะ และในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ซูซูกิ สวิฟท์ ได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถอันน่าทึ่ง กับภาพของรถยนต์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่โลดแล่นท้าทายรถยนต์แบรนด์ยุโรปในสนามการแข่งขัน เจดับบลิวอาร์ซี (JWRC หรือ Junior World Rally Championship) ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยได้รับชัยชนะในหลายๆ ทัวร์นาเมนท์ และสามารถทำเวลาขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ ของการแข่งขันเคียงข้างรถยนต์ยุโรป” นายวัลลภกล่าวเสริม
          นายวัลลภกล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมวิศวกรของซูซูกิได้พัฒนารูปแบบโครงสร้างและสมรรถนะของ New Suzuki Swift ให้เหมาะกับทุกสภาพถนน โดยทำการทดสอบอย่างเข้มข้นทั้งภายในและภายนอกห้องทดสอบ มีการทดสอบบนถนนจริงครั้งแล้วครั้งเล่าในภูมิประเทศที่หลากหลายเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่น่าพอใจ และเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สนุกกับการขับขี่ที่แตกต่าง
          ด้านสมรรถนะ ซูซูกิได้ออกแบบเครื่องยนต์ M15A แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เอกสิทธิ์เฉพาะ New Suzuki Swift ซึ่งมีขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 133 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมเทคโนโลยี Variable Valve Timing (VVT) ให้กำลังและแรงบิดสูงทุกอัตราเร่ง ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างฉับไว พร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่งด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 11.7 วินาที ผู้ขับขี่จึงสามารถเร่งแซงได้รวดเร็วทันใจ ให้อิสระภาพการขับขี่และความตื่นเต้นสนุกสนานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการขับรถในเมือง นอกจากนี้ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.7 เมตร ทำให้ New Suzuki Swift มีความปราดเปรียวและมีความคล่องตัวสูง ในทุกๆ เส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าถนนจะกว้างหรือแคบ จะเป็นตรอกซอกซอย หรือในอาคารที่มีพื้นที่จำกัด ผู้ขับขี่ก็สามารถขับสนุกสุดเหวี่ยงได้ในสไตล์สวิฟท์ และเมื่อผสานกับ Torsion-Beam Rear Suspension ของ New Suzuki Swift ผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงความสมดุลอย่างลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความรู้สึกสบายขณะขับขี่
          นอกจากนี้ ซูซูกิยังคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างประหยัดและคุ้มค่า รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม โดย ซูซูกิได้ทุ่มเทพัฒนาวิศวกรรมการสร้างเครื่องยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเครื่องยนต์ในกลุ่ม Compact และ Sub-compact Car อย่างต่อเนื่องตลอดมา เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ของ New Suzuki Swift เพื่อให้ได้เครื่องยนต์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และผ่านค่ามาตรฐานไอเสียระดับสากล มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ และมีอัตราการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมต่ำ เพื่อโลกสีเขียวของเรา
          นอกจากสมรรถนะในสไตล์สวิฟท์ที่ตอบความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่แล้ว ด้านความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยีความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ซูซูกิให้ความใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด ชิ้นส่วนต่างๆ ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ทนทาน อุปกรณ์ต่างๆ ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ปราณีต ตามมาตรฐานและคุณภาพของซูซูกิที่ทุกคุณไว้ใจและเชื่อถือมาตลอดทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก
บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
          ซูซูกิได้ออกแบบภายในห้องโดยสารให้มีสไตล์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ต ให้ความรู้สึกเร้าใจทุกครั้งที่ได้สัมผัส พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบริเวณพวงมาลัย ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย หรือละสายตาจากทัศนวิสัยเบื้องหน้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอล ทันสมัย สะดวกสบาย เหนือความคาดหมายของใครๆ ชุดอุปกรณ์เครื่องเสียง ประกอบด้วยวิทยุและเครื่องเล่นซีดี ออกแบบได้อย่างลงตัว ไร้รอยต่อ กลมกลืนกับดีไซน์ของตัวรถ และยังมีระบบ Keyless Start ระบบกรองอากาศ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย รอคุณเยี่ยมชมและสัมผัสด้วยตัวเองที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป
          ซูซูกิยังมอบการขับขี่ที่สนุก ควบคู่ไปกับความมั่นใจในการขับขี่ โดยเสริมความปลอดภัยด้วยคานกันกระแทกด้านข้าง ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS) ทั้ง 4 ล้อ และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) พร้อมระบบช่วยเบรก ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจทุกครั้งเมื่อต้องการหยุดรถอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า (SRS) และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ช่วยป้องกันการโจรกรรม และที่สำคัญ ซูซูกิยังมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทางไปกับ New Suzuki Swift ด้วยบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง (24 Hours Road Side Assistance) และบริการสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง อีกด้วย (จากหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐาน โทร. 1800-600-900, จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โทร. 1401-600-900)
          ซูซูกิได้วางกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด สำหรับ New Suzuki Swift โดยเจาะกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงาน ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เลือกและทำอะไรโดยไม่ซ้ำแบบใคร เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว ใช้ชีวิตในเมือง ตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง กล้าคิดกล้าทำสิ่งต่างๆ ตามสไตล์ของตัวเอง ซึ่งซูซูกิได้วางกลยุทธและแผนการตลาดที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวไว้แล้ว ทั้งด้านตัวสินค้า ราคา ผู้จำหน่าย และการโฆษณาประชาสัมพันธ์
          ด้านตัวสินค้าและราคานั้น ซูซูกิได้เปิดตัว รถยนต์นั่ง New Suzuki Swift เพื่อทำตลาด 2 รุ่น คือ
          รุ่น GA เกียร์อัตโนมัติ ราคา 599,000 บาท
          รุ่น GL เกียร์อัตโนมัติ ราคา 649,000 บาท
          ส่วนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้น ซูซูกิเน้นทำการสื่อสารตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายและสร้างกระแสจากส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ โดยมีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสาร สื่อโฆษณากลางแจ้ง สื่อออนไลน์ และสื่อส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย
          ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ซูซูกิจะได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดรถยนต์นั่งของไทย ทั้งนี้ ซูซูกิได้วางเป้าหมายทางการตลาด คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในเมืองไทย โดยคาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 2,000 คัน ภายในปี 2010
          นายวัลลภ กล่าวท้ายว่า “ขอเชิญทุกท่านสวิฟท์เข้ามาเยี่ยมชมบูธรถยนต์ซูซูกิในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2009 เชิญมาเปิดโลกทัศน์ใหม่แห่งการขับขี่ สัมผัส New Suzuki Swift ซึ่งมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สวยงาม ปราดเปรียว ดึงดูดสายตาของใครๆ นอกจากนี้ ทุกๆ ท่านยังสามารถทดลองขับ และร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่อันน่าตื่นเต้นพร้อมสนุกเพลิดเพลินกับสมรรถนะการขับขี่ในแบบซูซูกิสวิฟท์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุด เมื่อสั่งจองในงาน”

sianbun on December 06, 2009, 07:36:04 AM
ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ เติมเสน่ห์ให้ความแกร่ง...กระบะ 100%

 

          ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ มาพร้อมกระแสฮือฮากับมาดแกร่งแบบกระบะ 100% เติมความเท่ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรนเจอร์ แมกซ์ โชว์ทรัคคันเก่ง ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบชองทีมออกแบบไทยกับทีมดีไซน์ของฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก และแอฟริกา ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น และชนะใจผู้ชมงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ในช่วงปลายปี 2551 อย่างท่วมท้น
 
          ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ ในรูปโฉมทันสมัยสไตล์โมเดิร์น ที่ถูกใจคนรุ่นใหม่ สามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ทั้งการใช้ขับไปทำงานประจำวันในเมืองและการใช้ชีวิตแบบลุยๆ นอกเมือง ทั้งยังคงความแกร่ง บึกบึน ดูทรงพลังมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสมรรถนะเยี่ยมจากเครื่องยนต์ดูราทอร์ค คอมมอนเรล ที่ให้ทั้งพลังและประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างน่าประทับใจเช่นเดิม

          ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ มาครบไลน์ มีแบบตัวถังให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตอนเดียว โอเพ่นแค็บ หรือสี่ประตู ทั้งรุ่น 4x2 และ 4x4 และแบบยกสูง ไฮ-ไรเดอร์ รวมทั้งยังมีตัวเลือกเท่ๆ อย่างไวลด์แทรค ให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์อีกด้วย
          รูปลักษณ์ภายนอก เพิ่มเสน่ห์ 100% 
          ฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ ดีไซน์แกร่ง มีรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความทรงพลังอย่างชัดเจนในทุกรายละเอียด เท่ห์สะดุดตา และสะท้อนถึงความเป็นกระบะแกร่งแห่งอนาคตที่สะดุดตาและโดดเด่นบนถนน ด้วยการตกแต่งภายนอกใหม่ดังนี้
          กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ
          กระจังหน้าลาย 3 แถบใหม่พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ ที่ถอดแบบจากเรนเจอร์ แมกซ์ ให้ความรู้สึกพร้อมลุยในทุกที่
          ไฟหน้าทรงเรียวที่โอบไปด้านข้างโดดเด่นสะกดทุกสายตา
          มือจับประตูใหม่ สวยเท่ จับสะดวก
          สัญลักษณ์เรนเจอร์ด้านข้างตัวรถสไตล์รถอเนกประสงค์ 
          กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ทันสมัย มีสไตล์
          ไฟเลี้ยวแบบ LED บนกระจกมองข้าง ที่นอกจากจะเพิ่มความเท่แล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัย ในยามเลี้ยวและเปลี่ยนเลน เพราะช่วยให้รถคันอื่นบนถนนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล
          ไฟท้ายแบบใหม่เพิ่มความสปอร์ต เติมความปราดเปรียว
          ไฟตัดหมอกหน้าดีไซน์ใหม่ในรุ่น XLT เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
          ล้อแมกซ์อัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมช่องระบายลมด้านข้างที่โป่งล้อ ที่ให้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและเพิ่มลุคทันสมัย

          พิเศษสำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรคทั้ง 3 รุ่น คือ รุ่นโอเพ่นแค็บ ยกสูง ไฮ-ไรเดอร์ 2.5 XLT, รุ่นสี่ประตู ยกสูง ไฮ-ไรเดอร์ 2.5 XLT AT และรุ่นสี่ประตู 4x4 3.0 XLT AT ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษจากโรงงานอย่างครบครัน

          ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ ขาว "คูลไวท์", บรอนซ์ "ไฮไลท์ซิลเวอร์", น้ำเงิน "วินนิ่งบลู", เทา  "ไททาเนียมเกรย์" และดำ "แบล็คไมก้า"

          ภายในดีไซน์ใหม่ เพิ่มความอินเทรนด์สไตล์สปอร์ต
          ห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ใหม่ ตกแต่งอย่างมีสไตล์เน้นความทรงพลัง  ในโทนสีเทา-ดำ สไตล์สปอร์ต ไฟเรืองแสงบนหน้าปัดและอุปกรณ์ภายในเป็นโทนสีแดง มองเห็นได้ชัดเจนและให้อารมณ์สปอร์ตดุดัน
          ขอบแผงหน้าปัดด้วยโครเมียมทันสมัยด้วยมาตรวัดทรงกลมแบบ 3 ช่อง รับกับช่องแอร์ทรงกลม ใช้วัสดุคุณภาพสูงให้ความรู้สึกของรถยนต์ระดับหรู ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกรุ่น เช่น เครื่องเล่นซีดี และวิทยุเอเอ็ม-เอฟเอ็ม ที่สามารถเล่นไฟล์เพลง MP3 พร้อมแสดงชื่อเพลงและชื่อศิลปินได้ ระบบปรับอากาศที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้ทิศทางลมที่เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อน สร้างความเย็นผ่อนคลายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดเส้นทาง และยังเงียบไร้เสียงรบกวน
          เบาะนั่งออกแบบมาให้รับการสรีระของผู้นั่งมากที่สุด ด้านข้างของพนักพิงที่นูนขึ้นกระชับลำตัวและรับแผ่นหลัง  ตัวเบาะที่ยาวขึ้นกระชับตัวรองรับแผ่นหลังผู้นั่งรวมทั้งกระจายน้ำหนักตัวได้ดี   พนักพิงศีรษะใหญ่ช่วยให้นั่งสบายตลอดการเดินทาง พร้อมที่เท้าแขนเพิ่มความสบาย  รวมทั้งเพิ่มออปชั่นเบาะหนังให้เป็นทางเลือกใหม่ในรุ่นโอเพ่นแค็บ 2.5XLTสำหรับลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา   ที่วางแก้ว 5 จุด ที่วางขวดน้ำขนาดครึ่งลิตรที่ประตูหน้า คอนโซลกลางแบ่งเป็นสองส่วน ด้านบนสำหรับเก็บของกระจุกกระจิก และด้านล่างสามารถเก็บซีดีได้ถึง 9 แผ่นหรือของที่มีขนาดใหญ่ได้สะดวก ช่องเก็บของด้านหน้ามีความจุถึง 8.1 ลิตร ช่องเก็บของด้านหน้า สามารถดึงออกมาเป็นโต๊ะขนาดเล็กสำหรับวางกล่องอาหาร หรือจัดเก็บใบเสร็จ หรือเอกสารได้สะดวก
          พร้อมลุย 100% เกาะทุกโค้งกับเหล็กกันโคลงหน้า-หลังรายแรกในเมืองไทย และแชสซีส์ขนาดใหญ่ชิ้นเดียวตลอดเส้นหมดห่วงเรื่องบรรทุกหนักช่วงล่างแกร่ง เกาะถนนได้ดีเยี่ยมที่สุดในรถกระบะระดับเดียวกัน 
          ช่วงล่างแกร่ง เกาะถนนได้ดีเยี่ยมที่สุดในรถกระบะระดับเดียวกัน  ด้วยโครงสร้างแชสซีส์ขนาดใหญ่ชิ้นเดียวรูปตัว C ซ้อนกันยาวตลอดเส้น พร้อมคานขวางขั้นบันไดแบบ Ladder Frame   
          ติดตั้งเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นรายแรกของรถกระบะในเมืองไทย บังคับให้ล้อสัมผัสพื้นถนนมากที่สุด 
          ติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อการส่งถ่ายแรงบิดลงสู่ทุกพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          เกียร์ออโตเมติก 5 สปีด ในรถกระบะรายแรกในประเทศไทย ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและมีอัตราเร่งที่ต่อเนื่องกว่า เนื่องจากมีอัตราทดชิดที่ดีกว่าช่วยให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วง Power Band ตลอดเวลา (2,000-3,000 รอบ/นาที) เสื้อเกียร์ทำจากอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวไร้รอยต่อแบบเดียวกับที่ติดตั้งในรถเอสยูวีขนาดใหญ่ของค่าย เช่น ฟอร์ด เอ็กซ์พลอเรอร์ จึงสามารถรับมือกับแรงบิดมหาศาลของเครื่องยนต์ดูราทอร์ค คอมมอนเรล ได้อย่างสบาย หมดห่วงเรื่องความทนทาน
          ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Active-Shift-on-The-Fly ในรุ่น 4x4 AT สามารถเลือกปรับระบบขับเคลื่อนไป-กลับจาก 2 ล้อไป 4 ล้อ ได้ที่ความเร็วสูง (ไม่เกิน 100 กม./ชม.) โดยไม่ต้องหยุดรถ พร้อมติดตั้งเกียร์ทรานสเฟอร์จาก Borg Warner ผู้ผลิตระบบส่งกำลังระดับโลก
          เต็มที่ 100% กับเครื่องยนต์ดูราทอร์ค คอมมอนเรล ประหยัดน้ำมันแต่พลังเต็มที่ ให้แรงบิดมหาศาล 330 นิวตัน-เมตร ในรุ่น 2.5 ลิตร และ 380 นิวตัน-เมตร ในรุ่น 3.0 ลิตร ที่รอบต่ำสุดในตลาดรถกระบะเมืองไทย 1,800 รอบต่อนาที ตอบสนองเป็นเยี่ยม ไม่มีอาการรอรอบ ให้กำลังต่อเนื่องตั้งแต่ออกตัว
          เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ทั้งรุ่น 2.5 ลิตร และ 3.0 ลิตร เจ้าเดียวในประเทศไทย
          หนึ่งเดียวในเมืองไทยกับเทคโนโลยีคอมมอนเรลจากต้นตำหรับ BOSCH เยอรมัน ควบคุมด้วย ECU อัจฉริยะ 32 บิท ควบคุมแรงดันการฉีดจ่ายน้ำมันได้อย่างแม่นยำให้น้ำมันทุกหยดคุ้มค่าที่สุด

          มั่นใจ 100% กับอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยครบครัน
          - ติดตั้งระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS 4 ล้อ พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิก EBD (electronic braking distribution system)  สามารถกระจายแรงเบรกไปทั่วทุกล้อ โดยการคำนวณน้ำหนักบรรทุกและความเร็วของรถ และมีจีเซ็นเซอร์ (G-sensor) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานในทุกรุ่น
          - ถุงลมนิรภัย 4 จุด รายแรกในตลาด  ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติเหมือนรถเก๋งระดับหรู
          - คานเหล็กนิรภัยด้านข้างติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นช่วยปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านข้าง
          - เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบกุญแจนิรภัย (Immobilizer) และระบบป้องกันการโจรกรรม PATS (Passive Anti Theft System) พร้อมกุญแจรีโมท ในรุ่น 4 ประตู
สะดวก 100% กับโอเพ่นแค็บ ต้นตำหรับนวัตกรรมแค็บเปิดได้รายแรกในเมืองไทย ให้การขนสัมภาระขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด
          - เข้า-ออกง่ายกว่า กับโอเพ่นแค็บ ซึ่งแค็บทั้ง 2 ข้างเปิดได้ในจังหวะเดียว ไม่ว่าสัมภาระจะใหญ่แค่ไหนก็ขนถ่ายสะดวก พร้อมโครงสร้าง Double B Pillar เสาเหล็กนิรภัยภายในโครงสร้างประตูหน้าและบานแค็บหลัง ทำหน้าที่เหมือนเสากลาง  2 ชั้น ช่วยปกป้องการชนจากด้านข้าง

sianbun on December 06, 2009, 07:39:58 AM
ฟอร์ด โฟกัสใหม่ ด้วยแนวการออกแบบ “เคเนอติกดีไซน์”



      - ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ โฉบเฉี่ยวปราดเปรียวกว่าเดิม ด้วยแนวการออกแบบ “เคเนอติกดีไซน์” (kinetic design)
          - ภายในตกแต่งใหม่ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ให้สัมผัสที่อบอุ่น และนุ่มสบาย
          - อุปกรณ์ต่างๆ ที่หน้าปัดมีไฟเรืองแสงโทนสีแดงอ่อน เพิ่มความสวยแปลกใหม่ภายใน ห้องโดยสาร
          - ฟอร์ด โฟกัสให้ความสะดวกในเรื่องการเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพราะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินที่สามารถเติมได้ตั้งแต่น้ำมันเบนซินธรรมดา แก๊สโซฮอล์ E10 และ แก๊สโซฮอล์ E20 (ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันเบนซิน 80% และเอทานอล 20%) 
          - อุปกรณ์คุณภาพสูงของโฟกัสใหม่ ตกแต่งด้วยแผงหน้าปัดระดับพรีเมียม ระบบเซ็นเซอร์ช่วยการถอยจอด และกระจกไฟฟ้าอัตโนมัติแบบ One-Touch ทั้ง 4 บาน
          - โฟกัสใหม่ มี 4 รุ่นให้เลือก ได้แก่ แอมเบียนต์ (Ambiente) ฟิเนซ (Finesse) เกีย (Ghia) แบบ 4 ประตูซีดาน และสปอร์ต (Sport) 5 ประตูสุดเท่
          - ในรุ่นเกีย (Ghia) เพิ่มสมรรถนะโดดเด่นน่าประทับใจยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตรให้พลัง 107 กิโลวัตต์

          ฟอร์ด โฟกัสที่ผลิตขึ้นเพื่อลูกค้าในเอเชียใช้เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังและเครื่องยนต์เดียวกันกับรุ่นที่จำหน่ายในยุโรป  เป้าหมายหลักในการพัฒนาโฟกัสใหม่ทั้งในยุโรปและเอเชียนั้นชัดเจนมาก คือ การทำให้โฟกัสดูเด่นสะดุดตาเช่นเดียวกับสมรรถนะที่โดดเด่น  นอกจากนี้ เรายังได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่เคยติดตั้งในรถยนต์นั่งขนาดใหญ่มาใช้ เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้โฟกัสอยู่เหนือใครในรถยนต์ระดับเดียวกัน”กุนนาร์ เฮอร์มานน์  ผู้อำนวยการกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลาง  ฟอร์ด ยุโรป
          ฟอร์ด โฟกัส ฉลองครบรอบ 10 ปีในพ.ศ. 2551 นี้ ด้วยการเผยโฉมรุ่นใหม่ที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ การตกแต่งภายใน รวมทั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ที่ให้การขับขี่ที่เหนือระดับ และทำให้ฟอร์ด โฟกัสยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางไว้ได้
          ฟอร์ด โฟกัส เปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกาตั้งแต่พ.ศ.2547  มียอดจำหน่ายประมาณห้าแสนคันในภูมิภาคนี้  โดยมีฐานการผลิตที่ประเทศฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ เวียดนาม และจีน
          โฟกัส มีอิทธิพลเป็นอย่างสูงต่อวงการยานยนต์ของโลก นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฟอร์ด โฟกัสเป็นรถยนต์นั่งรุ่นแรกและรุ่นเดียวของโลกที่ได้รับรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี” ทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ  รวมทั้งได้รับรางวัลต่างๆ กว่า 80 รางวัลจากยุโรป และอีกกว่า 30 รางวัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
          ฟอร์ด โฟกัสใหม่ที่เปิดตัวในประเทศไทย จะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงกลางเดือนตุลาคม  โดยจะมีทั้งรุ่น 5 ประตูแฮทแบ็ค และรุ่น 4 ประตู
          ฟอร์ด และการออกแบบ “เคเนอติก” ดีไซน์
          รูปโฉมที่โดดเด่นที่สุดของฟอร์ด โฟกัสใหม่ คือ ด้านหน้าของตัวรถ ที่ถ่ายทอดองค์ประกอบของหลักการออกแบบ “เคเนอติก” (kinetic) ได้อย่างชัดเจน  แทนที่จะปรับเพียงกันชนหน้าหรือกระจังหน้าใหม่เหมือนที่บริษัทต่างๆ นิยมทำกัน ทีมออกแบบของฟอร์ดในเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกาในประเทศออสเตรเลีย กลับใช้วิธีการ “ปรับโฉมรวม” ของฟอร์ด โฟกัสทั้งคัน  โดยอาศัยหลักการออกแบบ “เคเนอติก” เพื่อสร้างรูปโฉมภายนอกใหม่ให้กับฟอร์ด โฟกัส
          องค์ประกอบของการออกแบบด้วยแนวคิด “เคเนอติก” เด่นชัดจากด้านหน้าของตัวรถ เริ่มตั้งแต่ช่องระบายลมทรงสี่เหลี่ยมคางหมูใต้กันชน  กระโปรงหน้าทรงใหม่ที่โค้งมนมากขึ้น กระจังหน้าใหม่ (ติดตราสัญลักษณ์ฟอร์ดขนาดใหญ่เด่นชัดขึ้น) ฟอร์ด โฟกัสใหม่มีความเท่ โดดเด่นด้วยมาดสปอร์ต สะดุดตาเมื่ออยู่บนท้องถนน  เป็นบุคลิกแห่งความมั่นใจและทันสมัยยิ่งกว่าเดิม
          “เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า จะยังคงเอกลักษณ์ของฟอร์ด โฟกัส แต่ก็มีความใหม่อย่างชัดเจน  ตัวผมเองชอบรูปลักษณ์ใหม่ของโฟกัสมาก เพราะเฉี่ยว เท่สะดุดตา มีเส้นสายที่ชัดเจนที่สื่อถึงความปราดเปรียวของรถคันนี้” มาร์ติน สมิธ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายออกแบบของฟอร์ดยุโรปกล่าว

          ประสบการณ์แห่งคุณภาพ
          ภายในของฟอร์ด โฟกัสใหม่ ได้รับการปรับปรุงให้นั่งสบายใช้สะดวกมากขึ้น ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม และการออกแบบที่เข้ากับสรีระผู้ขับขี่และผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น
          การปรับปรุงใหม่สามารถเห็นและสัมผัสได้อย่างชัดเจน แผงหน้าปัดด้านหน้า และริมขอบประตูด้านบนที่บุด้วยวัสดุที่นุ่มมือ ไม่ว่าจะเป็นสีดำหรือเทาเข้มก็ตัดกันอย่างสวยงามกับสีเบจของผ้าบุเพดานรถ ช่วยให้โทนสีภายในของโฟกัสดูสว่างมากขึ้น   แผงหน้าปัดสีเข้มช่วยลดการสะท้อนเงาจากกระจกหน้า เมื่อแสงแดดจ้า ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          ผู้ขับขี่ฟอร์ด โฟกัสใหม่จะสามารถมองเห็นมาตรวัดรอบเครื่องและความเร็วของรถได้ชัดเจนขึ้น เพราะมีขนาดใหญ่และติดตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผงหน้าปัด โดยแยกมาตรวัดแต่ละอันออกจากกันอย่างชัดเจน  ส่วนด้านบนของหน้าปัดเป็นเข็มวัดอุณหภูมิหม้อน้ำและระดับน้ำมัน  มาตรวัดแต่ละอันจะตั้งอยู่ในเบ้าแบบเฉียงขลิบสีเงินหรู   ระหว่างมาตรวัดขนาดใหญ่ทั้ง 2 อัน จะเป็นจอ LCD ที่แสดงเวลา อุณหภูมิภายนอก
          ระยะทางในแต่ละทริป และเลขไมล์  โดยจอ LCD นี้ยังสามารถเรียกดูระยะทางที่วิ่งได้คำนวณจากปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ในถึง  ค่าความเร็วเฉลี่ย และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย 
          แผงหน้าปัดกลาง กระจกหน้าต่างและสวิตช์ควบคุมกระจกถูกออกแบบให้สอดคล้องกันกับแผงควบคุมระบบปรับอากาศ และระบบระบายอากาศ   โดยแผงหน้าปัดกลางจะเรืองแสงสีแดงอ่อนในช่วงกลางคืน ที่สบายตากว่า
          คอนโซลกลางแบบใหม่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น  เบาะที่นั่งสามารถเลื่อนปรับพนักรองแขนได้ 80 มม. ช่องวางแก้วน้ำ 2 ช่อง ช่องใส่เหรียญและช่องใส่บัตรต่าง ๆ
          ฟอร์ด โฟกัสใหม่มีให้เลือก 4 รุ่น โดยโฟกัส แอมเบียนต์ เป็นรุ่นใหม่ที่แนะนำสู่ตลาดเมืองไทย  ตามด้วยรุ่นฟิเนซ (Finesse) รุ่นเกีย (Ghia) ที่หรูแบบคลาสสิก  และรุ่นสปอร์ต
          ฟอร์ด โฟกัสใหม่ เครื่องยนต์ดูราเทค (เบนซิน) 1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร  ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม และแรงบิดน่าประทับใจตั้งแต่รอบเครื่องต่ำ นอกจากนี้  ยังสามารถเติมได้ทั้งน้ำมันเบนซิน 95 และแก็สโซฮอลล์ E10 และ E20 เช่นเดียวกับรุ่นแรกที่ออกสู่ตลาดเมื่อพ.ศ. 2548
          เครื่องยนต์ดูราเทค 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มีเฉพาะในฟอร์ด โฟกัสรุ่นเกีย 4 ประตู และสปอร์ต 5 ประตู ที่ให้ประสิทธิภาพและสมรรถนะน่าประทับใจ
          ฟอร์ด โฟกัส เกีย และสปอร์ต ยังคงมอบประสบการณ์น่าประทับใจสูงสุดด้วยความสะดวกสบายเหนือระดับ อาทิ ระบบปรับอากาศแยกทั้งด้านหน้าและผู้โดยสารตอนหลัง ที่นั่งคนขับที่สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 6 ทิศทาง  ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 16 นิ้ว และภายในห้องโดยสารบุด้วยหนังคุณภาพสูง
          ปลอดภัยยิ่งกว่า – ระบบปกป้องความปลอดภัยอัจฉริยะของฟอร์ด
          ความปลอดภัยที่เหนือระดับ  คือ ข้ออีกได้เปรียบของฟอร์ด โฟกัส ซึ่งใช้ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Ford Intelligent Protection System และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานมากมาย ทั้งการป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ และการปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงห้องโดยสารที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
          เพื่อยกระดับความปลอดภัยโดยรวม ฟอร์ดได้พัฒนากระจกมองข้างด้านคนขับให้ใหญ่กว่าเดิมเพื่อวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้น  สำหรับในรุ่นเกียและสปอร์ต ก็ยังติดตั้งระบบสัญญาณเตือนขณะถอยหลังฟอร์ด โฟกัสใหม่ทุกรุ่นติดตั้งไฟเตือนอุบัติเหตุอัตโนมัติ ซึ่งจะแสดงเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกกะทันหัน
          เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอื่นๆ ได้แก่ ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายกำลังในการเบรก (EBD) และถุงลมนิรภัย ที่มีตั้งแต่ในรุ่นแอมเบี้ยนต์ ฟิเนซ เกีย และสปอร์ต ซึ่งเป็นอีกความใส่ใจที่แสดงให้เห็นว่าฟอร์ด ห่วงใยลูกค้า และฟอร์ด โฟกัส คุ้มค่าว่าเพียงใด

          ประสบการณ์ประทับใจในการขับขี่
          ฟอร์ด โฟกัสใหม่ยังคงรักษาจุดเด่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพการขับขี่ไว้ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเข้าโค้งที่แม่นยำ ควบคุมได้ดังใจ ด้วยความสมดุลของโครงสร้างตัวถังและระบบช่วงล่างที่เซ็ทมาอย่างดี 

sianbun on December 06, 2009, 07:40:48 AM
ฟอร์ด โฟกัส ในรายละเอียด
          1. โฟกัสใหม่ – สะท้อนแนวทางการออกแบบ “เคเนอติกดีไซน์” ได้ชัดเจน
          2. โฟกัสใหม่ – ภายในสะดวกสบาย
          3. โฟกัสใหม่ – วิศวกรรมยานยนต์ที่แม่นยำ
          4. โฟกัสใหม่ – ระบบปกป้องความปลอดภัยอัจฉริยะของฟอร์ด
          5. โฟกัสใหม่ – ขับขี่มั่นใจ

          1. โฟกัสใหม่ – สะท้อนแนวทางการออกแบบ “เคเนอติกดีไซน์” ได้ชัดเจน
          “เราตระหนักดีว่า โฟกัสมีคุณสมบัติเด่นมากมายและมีความโดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ที่สะท้อนความปราดเปรียวได้อย่างชัดเจน ด้วยแนวทางการออกแบบแบบ “เคเนอติก” จากฝีมือการสร้างสรรค์ของทีมฟอร์ดในยุโรป  ด้านหน้าของฟอร์ด โฟกัสใหม่ เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุด และเราก็ได้เน้นลักษณะกล้ามอันแข็งแกร่งของนักกีฬาด้วยกระจังหน้าใหม่ที่กว้างกว่าเดิม ไฟหน้าทรงยาวดูเฉี่ยวมากขึ้น และฝากระโปรง
          หน้าที่โค้งมน เราเชื่อว่านี่คือโฟกัสรุ่นที่ดีที่สุดที่เราเคยมีมา  รูปลักษณ์ภายนอกสง่างามสอดคล้องกับความปราดเปรียวขับขี่ได้อย่างคล่องตัว” พอล กิบสัน หัวหน้าทีมออกแบบภายนอก ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา  ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี

          รูปลักษณ์ภายนอกปราดเปรียว
          ฟอร์ดได้ใช้แนวคิดการออกแบบ “เคเนอติก” ที่ชัดเจนทันสมัยมากขึ้นในการปรับโฉมฟอร์ด โฟกัสใหม่  การปรับโฉมใหม่แปลงภาพลักษณ์ของโฟกัสใหม่ทั้งตระกูล ให้ดูสปอร์ตปราดเปรียวแข็งแกร่งเปี่ยมด้วยมัดกล้าม สไตล์การออกแบบที่ทันสมัยตอกย้ำความโดดเด่นและชื่อเสียงของโฟกัสในการเป็นรถยนต์ที่ขับสนุก
          รูปลักษณ์ใหม่ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ฝากระโปรงใหม่ที่ดูปราดเปรียวเปี่ยมพลัง และช่องลมขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่อยู่ด้านล่างของกันชน และไฟหน้าใหม่ทรงทันสมัยเฉี่ยวกว่าเดิม
          “จุดหลักในการออกแบบด้านหน้าใหม่คือ ช่องระบายลมใต้แนวกันชนหน้า ที่ใหญ่ขึ้น ดึงดูดทุกสายตา  ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟตัดหมอก และแนวโค้งของฝากระโปรงหน้าสวยโดดเด่น   รูปลักษณ์สไตล์ใหม่ของโฟกัสดูทันสมัยและสะดุดตามาก” พอล กิบสันกล่าว
          ในรุ่นเกีย 4 ประตู ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของฟอร์ด โฟกัสใหม่ มีกระจังหน้าด้านล่างรูปสี่เหลี่ยมคางหมูและไฟตัดหมอกขลิบขอบโครเมียมดูหรูหราสง่างาม  ช่วยทำให้การแปลงโฉมครั้งนี้สมบูรณ์แบบมากขึ้น  สำหรับรุ่นสปอร์ต ฟอร์ดได้รักษาบุคลิกปราดเปรียวแข็งแกร่งแบบนักกีฬาด้วยการลดตกแต่งด้วยโครเมียมให้น้อยลง  กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูจึงเป็นสีดำสนิทตลอดทั้งชิ้น เพื่อให้ดูเหมือนยามที่นักกีฬาสู้อย่างเต็มที่ในการแข่งขัน
          ทีมนักออกแบบของฟอร์ดได้เน้นการปรับปรุงรูปทรงและภาพลักษณ์โดยรวมของไฟหน้าใหม่ โดยให้แสงสว่างมากขึ้น ส่วนตัวเรือนที่ติดตั้งไฟหน้าเป็นสีดำช่วยเพิ่มความสว่างของไฟ และทำให้แนวลำแสงของไฟหน้ากระจายไปด้านข้างเพิ่มขึ้นอีก 8 องศา รวมทั้งลดแสงสะท้อนและการกระจายของแสงได้ดี
          ไฟหน้าใช้หลอดฮาโลเจนซึ่งสามารถบำรุงรักษาได้สะดวก  แต่ละรุ่นจะมีกรอบไฟหน้าแตกต่างกัน ได้แก่ สีดำในรุ่นสปอร์ต อลูมิเนียมในรุ่นแอมเบียนต์  ฟิเนส และเกีย
          รูปทรงของตัวถังดูแข็งแกร่งแมนยิ่งขึ้น เป็นผลมาจากการปรับโฉมซุ้มล้อให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทำให้ดูมั่นคง และให้ความมั่นใจเต็มเปี่ยม รูปทรงของตัวถังดูเรียบสะอาดตา
          กระจกหน้าต่างใหญ่ เพื่อวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าในการขับขี่ ยามการจราจรคับคั่ง ซึ่งพบได้เสมอในเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย   กรอบกระจกมองข้างติดไฟเลี้ยวสำหรับโฟกัสทุกรุ่น ช่วยให้ฟอร์ด โฟกัสมองดูเรียบหรูเมื่อมองจากด้านข้าง
          เมื่อมองจากท้ายรถ ฟอร์ด โฟกัสใหม่  ปรับเปลี่ยนดีไซน์ดีขึ้นหลายจุดเช่นเดียวกับด้านหน้า เมื่อมองครั้งแรก จะสังเกตเห็นไฟท้ายใสทรงยาวที่เป็นเอกลักษณ์ของโฟกัสใหม่ ด้านท้ายกว้างขึ้น อันเป็นผลมาจากการออกแบบปรับเปลี่ยนล้ออัลลอยใหม่สำหรับฟอร์ด โฟกัสใหม่ โดยเฉพาะฐานล้อที่กว้างขึ้น ทำให้โฟกัสใหม่ดูสวยสะดุดตาและดูปราดเปรียวมากขึ้น
          ในด้านของการออกแบบ ด้านท้ายของฟอร์ด โฟกัสใหม่ดูทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น เช่น การออกแบบด้านท้ายใช้เส้นโค้งแนวนอนที่เด่นชัด กระจกหลังกว้างกว่าเดิม   ตราสัญลักษณ์ฟอร์ดติดในตำแหน่งต่ำลงกว่าเดิมและกลมกลืนไปกับโครงฝากระโปรงหลัง
          สปอยเลอร์บนหลังคาใหม่ที่เป็นสีเดียวกับตัวถังในรุ่นสปอร์ต เท่ยิ่งขึ้น  และเติมความสมบูรณ์ด้วยล้ออัลลอย 15 นิ้วและ 16 นิ้ว ที่เข้ากันดีกับบุคลิกใหม่ของฟอร์ด โฟกัสแต่ละรุ่น
“ในการออกแบบฟอร์ด โฟกัสใหม่นี้ เราทำงานร่วมกับทีมฟอร์ดในยุโรปอย่างใกล้ชิด เรารับฟังความต้องการของลูกค้าในเอเชีย และผลก็คือ ฟอร์ด โฟกัสใหม่ ดีไซน์สวยเฉียบที่เราสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อลูกค้าในเอเชียโดยเฉพาะ  ดังนั้นดีไซน์เท่ ทันสมัย ของโฟกัสใหม่ จึงเป็นมากกว่าแค่การปรับปรุงโฉมของรถรุ่นปัจจุบัน” พอล กิบสันกล่าว

          ฟอร์ด โฟกัสรุ่นต่างๆ และอุปกรณ์
          “ฟอร์ด โฟกัสใหม่เพียบพร้อมด้วยรูปลักษณ์สวยสง่าและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม จากแนวคิด  “เคเนอติก ดีไซน์" ผสานกับคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่แฝงทั้งสไตล์และประโยชน์ใช้สอย มีรุ่นและสไตล์รถที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคที่ชาญฉลาด เรามั่นใจว่าฟอร์ด โฟกัสใหม่ จะคงความเป็นรถยอดนิยมในตลาดอาเซียน และให้ความสนุกในการขับขี่ทางเรียบซึ่งเป็นนับเป็นจุดเด่นอันหนึ่งของโฟกัส” คอรี่ โฮลเตอร์ ผู้จัดการรถยนต์นั่งขนาดกลาง (ซีคาร์) ฟอร์ด ยุโรป
          ในประเทศไทย ฟอร์ด โฟกัสใหม่ จะเปิดตัว 4 รุ่น คือแอมเบียนต์  ฟิเนซ เกีย และสปอร์ต
          ฟอร์ด โฟกัส แอมเบียนต์ ในรุ่น 4 ประตู แบบซีดาน ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ที่สามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ ติดตั้งระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด กระจกไฟฟ้า ล้ออัลลอยขนาด 15x 6 นิ้ว พวงมาลัยปรับได้สี่ทิศทาง ระะบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบด้วย ระบบเซ็นทรัลล็อก ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรก ABS EBD พร้อมถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ รวมทั้งกระจกไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Jam-Protection) ทั้ง 4 บาน พร้อมด้วยระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน และไฟหน้าแบบฮาโลเจนที่ให้ความสว่างกว่าเดิมแม้ในขณะฝนตก
          โฟกัสรุ่นแอมเบียนต์ 5 ประตู ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ Sequential Sport Shift  ทริปคอมพิวเตอร์ สปอยเลอร์หลัง และที่ปัดน้ำฝนกระจกหลังแบบจังหวะหน่วงเวลา กระจกไฟฟ้า ล้ออัลลอยขนาด 15x 6 นิ้ว พวงมาลัยปรับได้สี่ทิศทาง ระะบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบด้วย ระบบเซ็นทรัลล็อก ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรก ABS EBD พร้อมถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ รวมทั้งกระจกไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Jam-Protection) ทั้ง 4 บาน พร้อมด้วยระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน และไฟหน้าแบบฮาโลเจนที่ให้ความสว่างกว่าเดิมแม้ในขณะฝนตก
          สำหรับรุ่นฟิเนซ ทั้งแบบซีดานและ 5 ประตู วางเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่ให้พลัง 92 กิโลวัตต์ เกียร์อัตโนมัติ ไฟตัดหมอก คอนโซลกลางที่หรูหรา กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวพับด้วยระบบไฟฟ้า เบรก ABS EBD พร้อมถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ และเบาะหนังแท้ รวมทั้งกระจกไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Jam-Protection) ทั้ง 4 บาน พร้อมด้วยระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน และไฟหน้าแบบฮาโลเจนที่ให้ความสว่างกว่าเดิมแม้ในขณะฝนตก

          ส่วนรุ่นเกีย มีแต่รุ่น 4 ประตูเท่านั้น และมีรายละเอียดที่แตกต่างจากรุ่นฟิเนซดังนี้
          มือจับเปิดประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถพร้อมขอบโครเมียม
          มือจับเปิดประตูด้านในโครเมียม
          เส้นขอบโครเมียมบนกรอบด้านล่างของกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู
          คิ้วกันกระแทด้านข้างตกแต่งด้วยโครเมียม
          ระบบปรับอากาศแยกอัตโนมัติแยกอิสร