happy on April 30, 2026, 04:55:10 PM
ไทวัสดุ ร่วมกับ โตโยโบ เตรียมรับมือภัยแล้ง ลุยส่งปั๊มน้ำ-ถังเก็บน้ำมาตรฐาน แก่ 16 โรงเรียน ใน 13 จังหวัด
ภาคอีสาน ภายใต้โครงการ “ช่วยน้องสู้ภัยแล้งภาคอีสาน” หวังยกระดับคุณภาพชีวิต – สุขอนามัยเยาวชน พร้อมเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ





อุบลราชธานี 30 เมษายน 2569 – ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าพันธกิจเพื่อสังคม จับมือพันธมิตร บริษัท โตโยโบ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายปั๊มน้ำอัตโนมัติฮิตาชิ (Hitachi) อย่างเป็นทางการ ลงพื้นที่ส่งมอบปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำมาตรฐาน ภายใต้โครงการ “ช่วยน้องสู้ภัยแล้งภาคอีสาน” เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยกระดับการเข้าถึงน้ำใช้ที่เพียงพอ โดยได้ดำเนินการบริจาคปั๊มน้ำ และถังเก็บน้ำมาตรฐาน ให้แก่ 16 โรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ทั้งนี้ ในพิธีมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน ได้แก่ นายเดชา จงสถาพงษ์พันธ์ กรรมการ บริษัท โตโยโบ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นางสาวอุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมมอบการสนับสนุนโดยมี นางอัจฉรียา ชุมนุม รองศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและโรงเรียนในพื้นที่เป็นผู้รับมอบ


นายเดชา จงสถาพงษ์พันธ์ กรรมการ บริษัท โตโยโบ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ ‘ช่วยน้องสู้ภัยแล้งภาคอีสาน’ เป็นการดำเนินงานร่วมกันของโตโยโบและไทวัสดุ ที่มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตภัยแล้งเพื่อให้เยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกลได้มีน้ำใช้ที่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยโตโยโบได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของอุปกรณ์จัดการน้ำอย่างปั๊มน้ำ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดึงน้ำจากแหล่งน้ำบาดาลขึ้นมากักเก็บเพื่อใช้งานได้ทันท่วงทีในช่วงที่แหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลง จึงได้จัดสรรปั๊มน้ำอัตโนมัติฮิตาชิ เพื่อมอบให้แก่ 16 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน”

นางสาวอุทัยวรรณ พรหมเดเวช ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ไทวัสดุให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่เป็นช่วงวิกฤตสูงสุดของปี ทั้งนี้ ไทวัสดุได้ผนึกกำลังกับพนักงานจากทั้ง 13 สาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทีมงานที่เข้าใจบริบทของชุมชนและปัญหาในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยพนักงานสาขาได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจความต้องการจริงของโรงเรียน ประสานงานกับชุมชน และคัดเลือกโรงเรียนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้การสนับสนุนสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างไทวัสดุ พนักงานสาขา ชุมชน และพันธมิตรอย่างโตโยโบ ภายใต้โครงการ “ช่วยน้องสู้ภัยแล้งภาคอีสาน” สะท้อนพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจและท้องถิ่นในการบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตภัยแล้ง พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ของไทวัสดุในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม”

ด้าน นางอัจฉรียา ชุมนุม รองศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า “ในนามตัวแทนของสถานศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ ขอขอบคุณไทวัสดุและโตโยโบ ที่มุ่งมั่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตภัยแล้ง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา ถือเป็นพันธกิจสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการขาดแคลนน้ำย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของเยาวชน การสนับสนุนในครั้งนี้จึงนับเป็นการเติมเต็มปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น ช่วยให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงน้ำที่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”




โครงการ ‘ช่วยน้องสู้ภัยแล้งภาคอีสาน’ โดยไทวัสดุ ร่วมกับ โตโยโบ ได้ดำเนินการมอบปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำมาตรฐาน ให้กับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไทวัสดุภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกระจายออกสู่ 16 โรงเรียน ใน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ มหาสารคาม สกลนคร ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู และจังหวัดเลย โดยมีตัวแทนจาก 4 โรงเรียน ในจังหวัดอุบลราชธานี เข้ารับมอบอย่างเป็นทางการ ได้แก่ โรงเรียนบ้านเค็ง โรงเรียนวัดท่ากกแห่วิทยาราม โรงเรียนบ้านโพนแพง โรงเรียนบ้านหนองขอนดอนยูง โครงการนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐในการร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างยั่งยืนแก่เยาวชนไทย

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม และโครงการดีๆ จากไทวัสดุ ได้ที่ www.thaiwatsadu.com, Line : @Thaiwatsadu , Facebook: Thai Watsadu หรือ โทร 1308





เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
 
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,723 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel  โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่  ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต  มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ  ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น  โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด

หมายเหตุ:

บริษัทฯ ได้ขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในประเทศอิตาลี ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดย ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันที่ธุรกรรมการขายกิจการเสร็จสมบูรณ์


« Last Edit: April 30, 2026, 04:59:28 PM by happy »