happy on Today at 04:20:03 PM
L.T. Group จับมือ China Xinshidai ร่วมลงนามพัฒนา 3 อุตสาหกรรมดัน อากาศยานไร้คนขับ
-โซล่า-ข้าวไทย บุกตลาดจีน รับโอกาสท่ามกลางความผันผวนโลก


             27 มีนาคม 2569 บริษัท แอล. ที. กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด และ China Xinshidai Company (Poly) 
ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน ซี่งนับเป็นหนึ่งในดีลความร่วมมือไทย-จีนที่ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน ทั้งเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ พลังงานโซล่าร์ และการส่งออกข้าวไทย


             นางนันทพร สุริยกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร L.T. Group และนายศักดิ์ชัย ภูเงิน กรรมการผู้จัดการบริษัท L.T. Group เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน อันมีสาเหตุจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก กลับเป็นโอกาสสำคัญที่เอื้อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและภูมิภาคอาเซียนได้อย่างมีนัยสำคัญ


             ในขณะเดียวกัน นาย Ma Ziteng กรรมการผู้จัดการบริษัท China Xinshidai ได้กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ความเชี่ยวชาญด้านภาคการเกษตร และความเข้มแข็งของฐานอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถบูรณาการร่วมกับเทคโนโลยีและเครือข่ายตลาดของประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือในครั้งนี้มีกรอบการดำเนินงานหลัก 3 ด้าน ได้แก่ (1) การพัฒนาและประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับในภาคการเกษตรและโลจิสติกส์ (2) การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม  (3) การส่งออกข้าวหอมมะลิและข้าวคุณภาพพรีเมียมของไทยผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายของ Xinshidai ในตลาดประเทศจีน  และ(4)อุปกรณ์ทางการแพทย์ทีทันสมัย

             นอกจากนี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเห็นพ้องว่า การบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง (Hard Technology)  อาทิ อากาศยานไร้คนขับ เข้ากับภาคเกษตรกรรมสมัยใหม่ (Agri Tech) ของประเทศไทย ถือเป็นรูปแบบความร่วมมือที่มีศักยภาพสูง และสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับบนของประเทศจีนที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง


             ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งผลให้ภาคธุรกิจของจีนจำนวนมากมีแนวโน้มกระจายความเสี่ยง โดยมองหาฐานการดำเนินธุรกิจในประเทศที่สาม เพื่อเป็นช่องทางเชื่อมโยงสู่ตลาดโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการพิจารณาเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่สำคัญ เนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองมหาอำนาจ มีโครงสร้างพื้นฐานด้าน โลจิสติกส์ที่มีศักยภาพ และมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน

             ด้วยเหตุนี้ บริษัท L.T. Group (Thailand) ได้เล็งเห็นถึงโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และได้ดำเนินความร่วมมือกับบริษัท China Xinshidai (Poly) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ พลังงานสะอาด การค้าการส่งออกสินค้าเกษตร (ข้าวไทย)  และอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย โดยความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการเสริมเติมเต็มองค์ประกอบเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในโครงสร้างธุรกิจของบริษัท อันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


             ประเด็นการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจในครั้งนี้ (MOU) ประกอบไปด้วย

1.ด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone Technology) มุ่งนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับระดับอุตสาหกรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาประยุกต์ใช้และพัฒนาในประเทศไทย โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเกษตรกรรมและระบบโลจิสติกส์ เพื่อยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน และสนับสนุนการบริหารจัดการเชิงดิจิทัล

 2. ด้านพลังงานสะอาด (โซล่า เซลล์) ส่งเสริมการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่า เซลล์) ในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ลดต้นทุนพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

3. ด้านการส่งออกสินค้าเกษตร (ข้าวไทยสู่ตลาดจีน) ผลักดันการส่งออกข้าวหอมมะลิและข้าวคุณภาพพรีเมียมของไทยสู่ตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้า ขยายโอกาสทางตลาด และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระดับสากล

4. ด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย มุ่งนำเข้าและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยจากผู้ผลิตชั้นนำระดับสากล มาประยุกต์ใช้ในระบบสาธารณสุขและสถานพยาบาลของประเทศไทย โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาล เพิ่มขีดความสามารถในการวินิจฉัยโรค และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน ลดการพึ่งพาการนำเข้าในระยะยาว และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในภูมิภาคอาเซียน
« Last Edit: Today at 04:24:51 PM by happy »