Recent Posts

Pages: 1 ... 8 9 [10]
91
pชาวภูเก็ต เตียมเฮ ชมงานงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง  และกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม ณ ลานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ประจำปี 2569 ภายใต้ “โครงการสดุดีท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร”  ในวันที่ 13 - 16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ตสองดาราดัง!! “ฮาน่า ลีวิส – อาภา ภาวิไล” รับบท ย่าจัน – ย่ามุก ร่วมถ่ายทอดตำนานเมืองถลาง


โดยทั้งสองนักแสดงนำ ได้กล่าววถึงการได้ร่วมงานในครั้งนี้ว่า


ย่าจัน ท้าวเทพกระษัตรี
วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง
นำแสดงโดย ฮาน่า ลีวิส



“ การได้รับถ่ายทอดบทบาท “ย่าจัน” คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง ย่าจัน ไม่ใช่เพียงวีรสตรีในประวัติศาสตร์ แต่คือพลังของความกล้าหาญ ความรักบ้านเกิด และการยืนหยัดเพื่อแผ่นดินของผู้หญิงไทย

เรื่องราวของย่าจัน คือแรงบันดาลใจที่บอกเล่า ความกล้าหาญไม่เคยมีขอบเขตของกาลเวลา”


ย่าจัน หรือ ท้าวเทพกระษัตรี คือหนึ่งในสองวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองถลาง ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ปัญญา และความเสียสละเพื่อปกป้องบ้านเมืองจากศัตรู ย่าจันมิได้เป็นเพียงผู้นำหญิงในยามศึก แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน ผู้ปลุกพลังศรัทธาและความสามัคคีให้ชาวเมืองถลางลุกขึ้นยืนหยัดเคียงข้างกัน เพื่อรักษาแผ่นดินอันเป็นที่รัก

ในการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ บทบาทของ ย่าจัน ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ ฮาน่า ลีวิส นักแสดง สังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ผู้มีบุคลิกสง่างาม แข็งแกร่ง และเปี่ยมพลังทางการแสดง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของตำแหน่ง มิสทีนไทยแลนด์ 2010 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถและความโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

การถ่ายทอดบทบาทย่าจันโดย ฮาน่า ลีวิส ไม่เพียงสะท้อนความกล้าหาญและภาวะผู้นำของวีรสตรีในหน้าประวัติศาสตร์ หากยังเชื่อมโยงเรื่องราวแห่งอดีตสู่หัวใจของคนรุ่นใหม่ ให้ได้ตระหนักถึงคุณค่าของการเสียสละ ความกตัญญูกตเวที และพลังของผู้หญิงไทยที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน


ย่ามุก ท้าวศรีสุนทร
วีรสตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้างเมืองถลาง

นำแสดงโดย อาภา ภาวิไล (แม็กกี้)



“การได้สวมบทบาทย่ามุก คือเกียรติสูงสุดในฐานะนักแสดง และเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดความกล้าหาญและความเสียสละของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้คนรุ่นใหม่ได้จดจำและภาคภูมิใจ  “ย่ามุก” ไม่ใช่เพียงตัวละครในประวัติศาสตร์ แต่คือแรงบันดาลใจของความเข้มแข็ง ความรักบ้านเกิด และพลังของผู้หญิงไทย”

ย่ามุก หรือที่ประวัติศาสตร์จารึกนามไว้ในนาม ท้าวศรีสุนทร คือหนึ่งในสองวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองถลาง ผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมปกป้องบ้านเมืองในยามที่แผ่นดินเผชิญภัยคุกคาม ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ปัญญาอันเฉียบแหลม และความเสียสละเพื่อส่วนรวม

ย่ามุกมิได้เป็นเพียงสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง หากแต่เป็นกำลังสำคัญที่ร่วมวางแผน รวมพลังผู้คน และสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวเมืองถลางยืนหยัดต่อสู้เพื่อผืนแผ่นดิน ความกล้าหาญและความสามัคคีที่ย่ามุกถ่ายทอด จึงกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้เมืองถลางสามารถฝ่าฟันวิกฤตและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

ในการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ บทบาทของ ย่ามุก ถ่ายทอดผ่านการแสดงของ
อาภา ภาวิไล หรือ “แม็กกี้” นักแสดงและนางแบบชาวไทย ผู้มีบุคลิกสง่างามและพลังการแสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ความเข้มแข็ง และความอ่อนโยนในคราวเดียวกัน

การรับบทเป็นย่ามุกของอาภา ภาวิไล จึงไม่ใช่เพียงการแสดงบทบาททางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนเวที เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความเสียสละ ความรักแผ่นดิน และคุณค่าของบรรพชนผู้สร้างรากฐานให้เมืองถลางและจังหวัดภูเก็ตในวันนี้
92
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เนื่องในวาระที่มูลนิธิฯ สนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์มูลค่า 1.12 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก




วันนี้ (วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  องคมนตรี  รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เนื่องในวาระที่มูลนิธิฯ ได้ทำคุณประโยชน์โดยการสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์ “ชุดมอเตอร์ไถผิวหนังระบบแบตเตอรี่ และขูดผิวหนัง” มูลค่า 1,125,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพัฒนาการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในส่วนภูมิภาค ตามปณิธานของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในด้าน “รักษาชีวิต” ณ ห้องประชุมราชาวดี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก




ทั้งนี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ริเริ่มการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เป็นครั้งแรก เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เมื่อปี พ.ศ. 2563 รวมทั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้มีการสนับสนุนเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการมอบครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบรถพยาบาลติดตั้งอุปกรณ์ มอบรถ X-Ray เคลื่อนที่ระบบดิจิทัล มอบห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ มาตรฐาน ISO7 เป็นต้น รวมงบประมาณการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมาไม่ต่ำกว่า 199 ล้านบาท




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ยังเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน รวมทั้งการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุขให้กับประชาชนที่ด้อยโอกาส ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418, เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต **


93
โฮมโปร ยกระดับสิทธิพิเศษ HomeCard Prestige
ชวนเปิดประสบการณ์ "DIY for Better Living: HomeCard x CHANG HomePro Workshop"
เปลี่ยนแรงบันดาลใจเรื่องบ้าน ให้เป็นการลงมือทำจริง


โฮมโปรเดินหน้ายกระดับประสบการณ์สำหรับสมาชิก HomeCard Prestige ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ "DIY for Better Living: HomeCard x CHANG HomePro Workshop" เวิร์กช็อปพิเศษที่ออกแบบขึ้นเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรักบ้าน ด้วยแนวคิดส่งมอบ "ประสบการณ์ที่เหนือระดับ" โดยเปิด Exclusive Private Class ให้สมาชิกได้เรียนรู้แบบใกล้ชิดและเป็นกันเองจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ในบรรยากาศที่รวมทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความสนุกของการลงมือทำบ้านด้วยตัวเอง เพราะสำหรับคนรักบ้าน ความสุขไม่ได้อยู่แค่การเห็นไอเดียสวยๆ แต่คือการได้ลงมือสร้างขึ้นมาเองจริง

นางอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" กล่าวว่า สำหรับโฮมโปรแล้ว การมอบความพิเศษให้กับสมาชิก HomeCard Prestige ต้องมีมากกว่าแค่ข้อเสนอหรือส่วนลด แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่มีความความหมายและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน กิจกรรมครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นคลาสพิเศษ ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ของการดูแลบ้าน เติมเต็มทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และไอเดียเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็น พื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านได้อย่างแท้จริง



แนวคิดของแคมเปญครั้งนี้ ต่อยอดมาจากความตั้งใจของโฮมโปร ที่อยากเปลี่ยนแรงบันดาลใจจากหน้าจอทีวีในช่วง Home Makeover ปรับบ้าน เปลี่ยนชีวิต โดยช่างโฮมโปร ให้กลายเป็นประสบการณ์จริงที่ลูกค้าสามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเอง—ธีม "DIY for Better Living" เวิร์คช็อปครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสอนงานช่างทั่วไป แต่ออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่า "ใครๆ ก็สามารถทำบ้านให้ดีขึ้นได้" ผ่านคลาส "ไอเดียปูกระเบื้องโมเสดด้วยตัวคุณเอง" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เทคนิค ขั้นตอน และเคล็ดลับการปูกระเบื้องจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด พร้อมนำไปประยุกต์ใช้กับบ้านของตนเองได้ทันที ความพิเศษของกิจกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้ทักษะใหม่ แต่ยังรวมถึงความภูมิใจที่เกิดจากการได้ลงมือสร้างสรรค์สิ่งสวยงามด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งสีสันสำคัญของแคมเปญนี้ คือความร่วมมือระหว่าง CHANG HomePro กับ "รายการช่างประจำบ้าน Amarin TV" ที่ช่วยทำให้เรื่องงานช่างกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และเข้าถึงคนรักบ้านได้มากขึ้น ในอีกมุมของแคมเปญเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ ช่างโฮมโปร จากผู้ให้บริการงานติดตั้งหรือซ่อมแซม ไปสู่การเป็น "ช่างประจำบ้าน" หรือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมยืนอยู่เคียงข้างเจ้าของบ้าน ทั้งในฐานะผู้แนะนำ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และผู้ช่วยเปลี่ยนไอเดียเรื่องบ้านให้กลายเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เพราะบ้านที่ดี ไม่ได้เกิดจากไอเดียที่สวยที่สุดเสมอไป แต่เกิดจากความมั่นใจว่าเจ้าของบ้านสามารถเริ่มต้นลงมือทำได้



นอกจากประสบการณ์เรียนรู้ภายในคลาสแล้ว โฮมโปรยังเติมเต็มความคุ้มค่าระดับพรีเมียมให้แก่ผู้เข้าร่วม ด้วยสิทธิพิเศษมากมาย ทั้ง คูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท พร้อมวัสดุกระเบื้องโมเสดและสินค้าจากกลุ่ม Private Brand ที่คัดสรรมา เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถนำกลับไปต่อยอดไอเดียหรือทดลองสร้างสรรค์งาน DIY ต่อที่บ้านได้ทันที เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการดูแลและแต่งบ้านด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง

"แคมเปญ DIY for Better Living เป็นมากกว่ากิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกโฮมการ์ด เพราะนี่เป็นภาพสะท้อนแนวคิดของโฮมโปร ที่ต้องการทำให้เรื่องบ้านเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก และเข้าถึงได้จริง พร้อมส่งต่อมุมมองใหม่ว่าความสวยงามของบ้าน ไม่ได้เริ่มจากการรีโนเวทใหญ่เสมอไป แต่มันเริ่มจากการลงมือทำสิ่งเล็กๆ ด้วยตัวเองอย่างมั่นใจ และเมื่อบ้านเปลี่ยน ชีวิตการอยู่อาศัยของทุกคนก็เปลี่ยนตามได้อย่างมีความหมาย"










94
บางมดเอสเธติค ตอกย้ำบทบาทผู้นำศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ
จัดประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026”
เปิดเวทีองค์ความรู้ระดับสากล ยกระดับศักยภาพศัลยแพทย์ตกแต่งไทยสู่เวทีโลก


             โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital: BAH) ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ จัดงานประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026” รวมศัลยแพทย์ตกแต่งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และต่อยอดศักยภาพศัลยแพทย์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล สะท้อนความเชื่อมั่นของวงการศัลยกรรมความงามที่มีต่อฝีมือและมาตรฐานการรักษาของประเทศไทย


             การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมการดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอก โดยมี นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค พร้อมด้วยพญ. ภาวิณี อรรณพพรชัย และ นพ. รัชภูมิ เกตุแก้ว ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งของโรงพยาบาล ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการดึงหน้าขั้นสูง “Modern Facelift Plus” ซึ่งเป็นการดึงหน้าในชั้นลึกที่เป็นเทคนิคเฉพาะของบางมด ด้วยการเย็บใบหน้าชั้น SMAS ถึง 3 ขั้นตอน (Triple SMAS) ผสานการดึงหน้าร่วมกับการเติมไขมันบนใบหน้า (Fat Grafting) เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้อย่างยาวนานขึ้น ตลอดจนมีการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าในแต่ละเคสที่เหมาะสมเฉพาะตัวบุคคล และการออกแบบผลลัพธ์ก่อนผ่าตัด ภายใต้แนวคิด “แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ” โดยมุ่งเน้นความปลอดภัย ความสมดุล และมาตรฐานการรักษาในระดับโรงพยาบาลชั้นนำ


             นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้รับเกียรติจากแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทั้งในหัวข้อของ Facial Palsy โดย Dr.Tsz Yin Voravitvet และ Concept of 3D Printing Breast Volume โดย Dr.Jo Chun Hsiao เป็นต้น โดยภายหลังการบรรยาย หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน ทางโรงพยาบาลได้เปิดโอกาสให้แพทย์ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมได้เข้าร่วมสังเกตกาณ์เทคนิคในการผ่าตัด Modern Facelift Plus ที่ได้รับการยอมรับและความสนใจจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก และถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของทีมศัลยแพทย์ตกแต่งไทย ตลอดจนความพร้อมของระบบห้องผ่าตัดการดูแลคนไข้ระหว่างพักฟื้น และภายหลังจากการผ่าตัดที่ได้มาตรฐานระดับสากล


             นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่คืออีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านการดึงหน้าอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการตอกย้ำว่าศัลยแพทย์ตกแต่งของไทยมีศักยภาพและมาตรฐานในการผ่าตัดไม่แพ้ชาติใดในโลก เราเชื่อว่าการเปิดบ้านให้แพทย์จากต่างประเทศเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และศึกษาดูงานในครั้งนี้ คือการสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพของทีมแพทย์เรา ตลอดจนระบบการดูแลรักษา และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ วิจัยพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดผลลัพธ์การรักษา และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมความงามด้านการดึงหน้าของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”

             การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอกของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนภาพประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของวงการศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงาม หากแต่เป็นศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้าทางวิชาการ ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการศัลยกรรมความงามไทยสู่ระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
95
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟความระทึก “65 ผจญนรกล้านปี” สัมผัสโลกยุคดึกดำบรรพ์แบบลุ้นทุกวินาที


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมพาผู้ชมย้อนสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์กับภาพยนตร์ไซไฟ–ระทึกขวัญ “65 ผจญนรกล้านปี” นำโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง “อดัม ไดรเวอร์” ร่วมด้วยดาวรุ่ง “อารีอานา กรีนแบล็ตต์” ถ่ายทอดภารกิจเอาชีวิตรอดท่ามกลางโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อน ตัวหนังโดดเด่นด้วยงานภาพสุดตื่นตาและบรรยากาศชวนลุ้นในแบบที่ทีมผู้สร้างเคยสร้าง The Quiet Place มาแล้ว






“65 ผจญนรกล้านปี” ถ่ายทอดเรื่องราวของ มิลล์ (รับบทโดย อดัม ไดรเวอร์) นักบินสำรวจอวกาศที่ต้องทำภารกิจสำคัญ ก่อนประสบเหตุอุกกาบาตพุ่งชนยานจนต้องลงจอดฉุกเฉินบนดาวลึกลับซึ่งแท้จริงคือโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อน เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ที่พร้อมไล่ล่าทุกลมหายใจ เขาต้องพยายามเอาชีวิตรอดกลางสภาพแวดล้อมสุดโหด และในความสิ้นหวังนั้นเอง เขาได้พบกับ โคอา (อารีอานา กรีนแบล็ตต์) เด็กหญิงผู้รอดชีวิตที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาเดียวกัน ทั้งสองต้องร่วมแรงใช้สัญชาตญาณและความหวังนำทาง เพื่อเดินทางตามหาซากยานส่วนที่เหลือซึ่งเป็นเพียงโอกาสเดียวในการกลับบ้าน ขณะเดียวกันต้องหลบหนีเหล่าไดโนเสาร์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างดุดันราวกับมีเลือดเนื้อจริง การกำกับของ สก็อต เบ็ค และไบรอัน วู้ดส์ เติมเต็มความระทึกแบบไม่ให้ผู้ชมได้ตั้งตัว สร้างจังหวะลุ้นที่กดดันจนแทบลืมหายใจ อย่าพลาดชม “65 ผจญนรกล้านปี” วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 16.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือทาง https://true4u.com/live/
96
สจล. จับมือ ไทย สมายล์ กรุ๊ป พัฒนานวัตกรรมขนส่งพลังงานสะอาด
Kick off ความร่วมมือ เตรียมสู่งาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569”


สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านระบบขนส่งพลังงานสะอาด รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำเชิงยั่งยืน โดยใช้ระบบ EV Bus และ EV Boat ที่ดำเนินงานจริงในกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่เรียนรู้และทดลองเชิงปฏิบัติ (Living Lab) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และ นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส และ ไทย สมายล์ โบ้ท ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี ผังเมือง เข้ากับระบบนิเวศการขนส่งพลังงานไฟฟ้าที่ดำเนินงานจริง เพื่อร่วมกันพัฒนาต้นแบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน


รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สถาบันมีบทบาทในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการผลิตกำลังคนคุณภาพ เพื่อให้องค์ความรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมและภาคสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม รองรับการทำงานในโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในโอกาสนี้ สจล. ได้นำองค์ความรู้และศักยภาพของคณาจารย์และนักวิจัยมาสนับสนุนแนวคิดการใช้เรือไฟฟ้าในคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเป็นอีกทางเลือกของระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดในพื้นที่ โดยเชื่อมโยงชุมชนสำคัญ ได้แก่ ชุมชนลาดกระบัง ชุมชนหัวตะเข้ ชุมชนวัดลานบุญ ชุมชนวัดสังฆราชา ชุมชนวัดลาดกระบัง และชุมชนวัดปลูกศรัทธา เพื่อให้เส้นทางสายน้ำสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นแนวทางสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งพลังงานสะอาด ต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระบบการเดินทางอัจฉริยะ (Smart Mobility) และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต


ทั้งนี้ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของสถาบันจะถูกนำเสนอผ่านเวที “ลาดกระบังนิทรรศน์ 69” ที่ สจล. เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2569 ณ สจล. เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสังคม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านนวัตกรรม อีกทั้งภายในงานยังผนวกการจัดกิจกรรม Open House ซึ่งเป็นกิจกรรมแนะแนวการศึกษาสำคัญของสถาบัน เปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ได้ทำความรู้จักคณะและหลักสูตรต่าง ๆ ของ สจล. พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากคณาจารย์และนักศึกษา

ด้าน นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ไทย สมายล์ บัส และ ไทย สมายล์ โบ้ท กล่าวว่า กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการเดินทางแบบบูรณาการ (Integrated Mobility) ที่เชื่อมต่อรูปแบบการเดินทางต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำระบบ EV Bus และ EV Boat มาใช้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ

ความร่วมมือกับ สจล. ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับองค์ความรู้เชิงวิชาการสู่การใช้งานจริง และเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวทางน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดแผนงานและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเมืองที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ


ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
97
โฮมโปร ดัน "โฮมโปรแอป" สู่ผู้ช่วยเรื่องบ้านยุคดิจิทัล
ชูแนวคิด "ครบทั้งบ้าน ในแอปเดียว" ผ่าน TVC ชุดใหม่และสื่อ OOH ทั่วกรุงเทพฯ


โฮมโปรเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน เปิดตัวหนังโฆษณาชุดใหม่เพื่อสื่อสารการยกระดับ "โฮมโปรแอป" ภายใต้แนวคิด "ครบทั้งบ้าน ในแอปเดียว" สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการจัดการเรื่องบ้านได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในทุกขั้นตอนของการดูแลบ้าน โดยขยายการสื่อสารผ่านสื่อ TVC และสื่อ OOH ในทำเลย่านสำคัญทั่วจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างการจดจำในวงกว้างว่า วันนี้ "เรื่องบ้าน…ไม่ควรยุ่งยากอีกต่อไป" เพราะสามารถจัดการได้ครบจบได้ในแอปเดียว










หนังโฆษณาชุดนี้ ถ่ายทอดอินไซต์ของคนทำงานและครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชูจุดแข็งของ "โฮมโปรแอป" ในฐานะศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านครบวงจร ครอบคลุมสินค้ากว่า 1 แสนรายการ ตั้งแต่ของใช้จำเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ซ่อมแซม ไปจนถึงงานปรับปรุงบ้าน พร้อมอัปเกรดการบริการที่ยืดหยุ่นมากขึ้นให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น "จัดส่งทันใจ ส่งไวใน 1 ชม." "จัดส่งพร้อมติดตั้งภายในวัน" หรือจะนัดหมายวัน/เวลา จัดส่งและติดตั้งล่วงหน้าตามที่สะดวกก็ได้ โดยช่างโฮมโปร - มือโปรประจำบ้านคุณ ที่ได้มาตรฐานทั้งประเทศ ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องบ้านจากเรื่องยุ่งยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่ายไม่กี่คลิก

นอกจากนี้ "โฮมโปรแอป" ยังเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ Omni-Channel อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่การค้นหา เลือกซื้อ ชำระเงิน จัดส่ง ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย พร้อมสิทธิพิเศษและโปรโมชันจากพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในทุกการใช้งาน



นอกจากนี้ การพัฒนา "โฮมโปรแอป" ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางการขาย แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครบวงจรอย่างแท้จริง เราต้องการให้ลูกค้าสามารถจัดการทุกเรื่องบ้านได้ง่ายขึ้นในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งสินค้า บริการจัดส่ง และติดตั้ง โดยยังคงมาตรฐานความเชี่ยวชาญที่โฮมโปรยึดถือมาโดยตลอด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omni-Channel ขององค์กร


การสื่อสารผ่านหนังโฆษณาครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แต่สะท้อนทิศทางการพัฒนา ดิจิทัลแพลตฟอร์มเรื่องบ้านของโฮมโปร ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเรื่องบ้านให้ครบถ้วนและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมตอกย้ำจุดยืน "ที่ 1 เรื่องบ้าน ไว้ใจได้ทุกขั้นตอน"

สามารถรับชมหนังโฆษณาได้ที่ : https://youtu.be/lDE7bp85qvU
98
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนสัมผัสตำนานยุทธภพ “พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก” มหากาพย์ที่โลกต้องจดจำ


ห้ามพลาด....ภาพยนตร์ระดับตำนาน “พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก หรือ CROUCHING TIGER, HIDDEN DRAGON” ผลงานกำกับโดย อั้งลี่ เจ้าของ 4 รางวัลออสการ์ นำแสดงโดย โจว เหวินฟะ, มิเชล โหย่ว, จาง จื่ออี๋, จาง เจิ้น และเจิ้ง เพ่ยเพ่ย ถ่ายทอดเรื่องราวดราม่าเข้มข้นและศิลปะการต่อสู้อันงดงามแห่งยุคราชวงศ์ชิง จนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์จีนที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาล






เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในยุครราชวงศ์ชิง เมื่อ หลี่ มู๋ไป๋ (โจว เหวินฟะ) จอมยุทธผู้ตั้งใจจะวางมือจากยุทธภพ มอบกระบี่ชะตาฟ้าให้ขุนนางผู้ใหญ่เพื่อเป็นการปิดฉากเส้นทางนักดาบ แต่แล้วกระบี่กลับถูกลักขโมยไปอย่างลึกลับ ทำให้ ซู เหลียน (มิเชล โหย่ว) ต้องร่วมกับหลี่ มู๋ไป๋ในการตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมครั้งนี้ ขณะเดียวกัน อวี้ เจียวหลง (จาง จื่ออี๋) บุตรสาวขุนนางชั้นสูงใกล้ถึงพิธีวิวาห์ แม้ภายนอกจะดูงดงามอ่อนหวานตามวิสัยกุลสตรี แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความใฝ่ฝันอยากเป็นอิสระ ไม่ต้องผูกมัดกับชะตาที่ผู้ใหญ่กำหนด หลังพิธีแต่งงาน นางตัดสินใจหลบหนีจากจวนด้วยตัวเองเพื่อตามหาหนทางชีวิตในยุทธภพอย่างที่ใฝ่ฝัน ก่อนจะได้กลับมาพบกับ นางจิ้งจอกหยก (เจิ้ง เพ่ยเพ่ย) ครูยุทธผู้ลึกลับซึ่งเคยแฝงตัวอยู่ใกล้ชิดมาตลอด การลักกระบี่ชะตาฟ้าของอวี้ เจียวหลงจุดชนวนการไล่ล่าที่ทั้งงดงามและดุเดือด หลี่ มู๋ไป๋จึงต้องย้อนคืนสู่ยุทธภพอีกครั้ง รับชม “พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก” วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือ https://true4u.com/live/
99
สจล. ร่วมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมดิจิทัล
ในงาน “ One Stop Open House 2026” พร้อมให้ข้อมูลหลักสูตรและแนวทางการศึกษาต่อ




             สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมภายในงาน “ One Stop Open House 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 8 มีนาคม 2569 ณ Hall 1- 2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมีศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน


             การจัดงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ และภาคการศึกษาจากทั่วประเทศ ได้นำเสนอศักยภาพด้านการศึกษา เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับเยาวชนและผู้สนใจในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา


             สำหรับภาพรวมกิจกรรมภายในบูธของ สจล. มีการนำเสนอหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมข้อมูลจากคณะและวิทยาลัยต่าง ๆ ของสถาบัน เพื่อให้ผู้เข้าชมงาน นักเรียน และผู้ปกครอง ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาขาวิชาที่สนใจมากยิ่งขึ้น ภายในงานยังมีการให้คำแนะนำด้านการแนะแนวการศึกษาและการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยมีคณาจารย์และผู้แทนจากแต่ละคณะร่วมให้ข้อมูล เพื่อช่วยให้ผู้สนใจเห็นภาพรวมของการศึกษา และสามารถตัดสินใจเลือกสาขาวิชาที่เหมาะสมกับความสนใจของตน


             รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน One Stop Open House 2026 ในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ สจล. ได้ร่วมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมดิจิทัล การศึกษาและการพัฒนาหลักสูตรของสถาบัน พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน และผู้ปกครอง ได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาต่าง ๆ ของสถาบัน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา




             ทั้งนี้ สจล. พร้อมเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และมุ่งเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสู่สังคมไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเตรียมจัดงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 69” ในปี 2569 ระหว่างวันที่ 24 - 30 สิงหาคม 2569 ณ สจล. เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาประเทศ โดยภายในงานจะผนวกการจัดกิจกรรม Open House ซึ่งเป็นกิจกรรมแนะแนวการศึกษาสำคัญของสถาบัน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจได้ทำความรู้จักคณะและหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบัน พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับภาคส่วนต่าง ๆ




             ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
100
เปรี้ยงเดียวยุติ! "นําเจริญ" ปล่อยหมัดฮุก "สะตอเพชร" หงายท้องยก 3 ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย B นัดที่สอง




             ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย B รอบ 16 คน นัดที่สอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก นายจมร เลขะกุล (ผู้แทนปูนเสือ) ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที ระหว่าง นําเจริญ ลานนามวยไทย (แดง) ดวลกับ สะตอเพชร ส.โชคมีชัย (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ พรเพชร ท็อปเเฟรี่ยิม (แดง) ดวลกับ มอญขาว ซีเมนต์ดี (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ หลังจากนั้นทั้งสองคู่ขึ้นสังเวียนแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยมีแฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาร่วมชมติดขอบเวทีและส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก

สรุปผล ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย B รอบ 16 คน นัดที่สอง มีดังนี้








คู่ที่ 1. น็อกยก 3 ตกรอบ นำเจริญ ลานนามวยไทย (แดง) พบกับ สะตอเพชร ส.โชคมีชัย (น้ำเงิน) คู่นี้ใครแพ้ตกรอบทันทีผู้ชนะยังได้ไปต่อเปิดเกมส์ "นำเจริญ" ที่รูปร่างเตื้ยกว่าเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเตะขวาต่อยหมัดตัดลำตัว ด้าน "สะตอเพชร" สูงยาวมวยขวาเข่าในเหนียวแน่นที่เดินเตะขวาจับในตีเข่าเป็นชุดชัดเจนทำเอา "นำเจริญ" ถึงกับสดุ้งเกมส์จบเร็วเมื่อทั้งคู่ยืนปักดวลเพลงเข่ากำลังเพลินเป็นจังหวะที่ "นำเจริญ" สับศอกซ้ายเข้าปลายคางเต็มๆ ตามด้วยฮุคซ้ายลำตัวสามหมัดติดต่อกันทำเอา "สะตอเพชร" ถึงกับทิ้งตัวลงไปนอนให้กรรมการนับ10 แถมกับอ็อกออกมา ทำให้ "นำเจริญ" เป็นฝ่ายชนะทีเคโอ ยก 3 ยังได้ไปต่อส่วน "สะตอเพชร" ตกรอบทันที








คู่ที่ 2. น็อกยก 2 เข้ารอบ 8 คน พรเพชร ท็อปแฟรี่ยิม (แดง) พบกับ มอญขาว ซีเมนต์ดี (น้ำเงิน) คู่นี้ต่างคนก็ชนะกันมาใครชนะเข้ารอบ 8 คนทันทีคนแพ้ยังไเไปต่อ เริ่มยกแรก "มอญขาว" ตัวล่ำเตี้ยกว่าเดินต่อยหมัดตัดลำตัวเน้นๆ ตามด้วยศอกขวาชัดเจน "พรเพชร" สูงยาวเข่าในอาชีพยังเดินคุมเชิงเตะขวานำถีบยังทำเอา "มอญขาว" ถึงกับเสียรูปเสียทรงต้นยก 2 ขณะที่ทั้งคู่ยืนปักหลักแลกเพลงเข่ากับดวลหมัดกันกลางเวที "มอญขาว" ได้จังฮุกขวาเข้าบำตัวเต็มๆทำเอา "พรเพชร" ทิ้งตัวลงไปนอนกลางเวทีถึงกับอ็วกออกมาทำเอาแฟนมวยทั้งสนามมวยถึงกับเฮลั่นปล่อยให้กรรมการนับ10 ทำให้ "มอญขาว" เป็นฝ่ายชนะทีเคโอ ยก 2 ผ่านเข้ารอบ 8 คนทันที ส่วน "พรเพชร" ยังได้ไปต่อ

             สำหรับ ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย D รอบ 16 คน นัดที่สอง ประชันฝีมือกันระหว่าง วุฒิเดช ศ.เดชดำรงค์ (แดง) ดวลกับ แสงพนม ผดุงชัยมวยไทยยืม (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี (แดง) ดวลกับ ชาริโต้ ลานนาวอเตอร์ไซด์ (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ เพื่อเตรียมตัวความพร้อมขึ้นสังเวียนโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้กับผู้ชมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้ชมและลุ้นกันว่าการบู๊ของทั้งสองคู่ ในรูปเกมจะออกมาดุเดือดแค่ไหน และสุดท้ายฝ่ายไหนจะได้รับการชูมือ เชิญผู้ชมทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาเชียร์กันให้สุดเสียงในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD รับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป แฟนมวยทั่วประเทศห้ามพลาด!
Pages: 1 ... 8 9 [10]