Recent Posts

Pages: 1 ... 8 9 [10]
91
เครือข่ายพันธมิตรท่องเที่ยว-เกษตร-อาหาร
จับมือต่อยอด "น้ำพริกแม่ปราณี" สืบสานมรดกรสชาติอาหารไทย


​นครราชสีมา – น้ำพริกแม่ปราณี ผลิตภัณฑ์อาหารไทยจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาแบรนด์ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอาหาร นำโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่,  ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง, สวนเอเดน ออร์แกนิกส์, กลุ่มโรงแรมแกรนด์สิริ เขาใหญ่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และต่อยอดมรดกอาหารไทยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ พัฒนาห่วงโซ่อุปทานจากวัตถุดิบท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) รวมถึงต่อยอดสู่ตลาดของฝากและของขวัญองค์กร เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน


​ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจร่วมกันในการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาอาหารไทย โดยเฉพาะ “น้ำพริก” ซึ่งเป็นอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความหลากหลายของวัตถุดิบในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์และรากฐานทางวัฒนธรรมไว้อย่างครบถ้วน


​ดร. วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา และผู้ก่อตั้งโรงแรมเดอะเปียโน เขาใหญ่ กล่าวว่า “อาหารไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น น้ำพริกแม่ปราณีถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและมีความผูกพันกับชุมชนปากช่องมายาวนาน เราจึงต้องการร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ดังกล่าว พร้อมพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพื่อให้อาหารไทยยังคงคุณค่าและสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน”


​นายณรงค์ฤทธิ์ สุขไชยปราการ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตร บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และผู้ก่อตั้งสวนเอเดน ออร์แกนิกส์ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน  ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตในชุมชน สนับสนุนแนวทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงการผลิตอาหารเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่น


นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่และประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง กล่าวเสริมว่า “การส่งเสริมน้ำพริกแม่ปราณีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การขายผลิตภัณฑ์ แต่คือการดึงจุดแข็งของ 'Soft Power' ด้านอาหารถิ่นของปากช่องให้โดดเด่นขึ้นมา ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการ เราพร้อมสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์นี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและยกระดับมาตรฐานผู้ผลิตในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”


​ขณะเดียวกัน นางสาวประไพพิศ จารุวดีรัตนา กรรมการที่ปรึกษา บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด และกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์สิริ เขาใหญ่ เน้นย้ำถึงบทบาทการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวว่า ทางกลุ่มโรงแรมพร้อมสนับสนุนการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่มีเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การบริการและการท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงอัตลักษณ์ความอร่อยที่แท้จริงของปากช่อง


การพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและงานวิจัย

​อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของโครงการ คือการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารและงานวิจัยมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในการศึกษาและพัฒนาด้านสูตรผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ สะดวกต่อการบริโภค และสามารถรักษารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้ได้อย่างเหมาะสม

​ส่งเสริมอาหารไทยผ่านผลิตภัณฑ์ของฝากและของขวัญองค์กร

​นอกเหนือจากการจำหน่ายภายใต้แบรนด์น้ำพริกแม่ปราณี โครงการยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของฝากและของขวัญองค์กร (Corporate Gifts) ที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยและวัตถุดิบพื้นบ้าน โดยเปิดรับการผลิตในรูปแบบ OEM สำหรับองค์กร หน่วยงาน และแบรนด์ที่ต้องการนำเสนออัตลักษณ์อาหารไทยในนามของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกสำหรับงานอีเวนต์ ของขวัญองค์กร หรือสินค้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกระจายผลิตภัณฑ์อาหารไทยคุณภาพสู่ผู้บริโภคในทุกภูมิภาค สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และขยายการรับรู้คุณค่าของอาหารถิ่นปากช่องในวงกว้างยิ่งขึ้น

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรรม ภาควิชาการ และผู้ประกอบการอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับมรดกอาหารไทยบนพื้นฐานของวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญาชุมชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนับจากนี้ บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด จะดำเนินงานภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม


​เกี่ยวกับน้ำพริกแม่ปราณี

น้ำพริกแม่ปราณี เป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริกจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในท้องถิ่นมายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยรสชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหารไทยและการคัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว เกษตรกรรม อาหาร และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันสืบสานมรดกอาหารไทย ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน



ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิต: บริษัท น้ำพริกแม่ปราณี จำกัด เลขที่ 1/12 ถนนหนองกะจะ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130



ติดตามข้อมูลข่าวสาร:

Facebook: https://www.facebook.com/profile.php?id=61578517550773

Instagram: https://www.instagram.com/maepranee.official/

สั่งซื้อสินค้า ปรึกษาการผลิต ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ:

LINE Official: @maepranee
Email: contact@maepranee.com
92
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ




วันนี้ (วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน










93
Dr.TATTOF ประกาศกลยุทธ์ ยกระดับสู่การเป็นผู้นำในการรักษาปัญหาผิว ด้วยนวัตกรรม เลเซอร์ครบวงจร (Leader in Medical Laser Solutions)


          Dr.TATTOF คลินิกผู้นำอันดับ 1 ด้านการลบรอยสัก และรักษาแผลเป็นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครึ่งปีหลัง 2026 มุ่งยกระดับแนวทางจากคลินิกเลเซอร์ลบรอยสัก สู่การเป็นผู้นำในการ รักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ครบวงจร (Leader in Medical Laser Solutions)  ขยายขีดความสามารถการรักษา นอกเหนือจากการลบรอยสัก เพิ่มนวัตกรรมเลเซอร์ให้ครอบคลุมทุกปัญหา ตอบรับความต้องการของผู้รับบริการ


          นพ.นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ ประธานบริษัท Dr.TATTOF กล่าวว่า จากความสำเร็จในการเป็นอันดับ 1 ด้านการลบรอยสัก ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญในการใช้นวัตกรรมเลเซอร์ วันนี้ Dr.TATTOF พร้อมแล้วที่จะนำ ประสบการณ์การรักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ระดับ Gold Standard ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มารุกตลาดการรักษาผิวอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งมอบผลลัพธ์การรักษาที่ปลอดภัยและเห็นผล ครอบคลุมทั้งปัญหา รอยแผลเป็น รอยดำคล้ำ รอยแดงสิว รอยหลุมสิว รอยแตกลาย กำจัดขน รอยฝ้า/กระ และการฟื้นฟูยกกระชับผิว สู่การเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมเลเซอร์ทางการแพทย์ที่ครบวงจรที่สุด"

          ด้านการขับเคลื่อนองค์กรและการขยายตลาด คุณพงศยา ตราชูนิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ Dr.TATTOF ได้กล่าวถึงทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่ง อย่างยั่งยืนว่า หัวใจหลักคือการสร้างมาตรฐาน ทั้งในแง่ของคุณภาพการรักษา การเลือกใช้นวัตกรรมเลเซอร์ การพัฒนาบุคลากร และการเข้าถึงผู้บริโภค

คุณพงศยา

          "ความท้าทายของตลาดความงามในปัจจุบัน คือ ความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และต้องการ ความรวดเร็วที่มาพร้อมกับความปลอดภัยสูงสุด กลยุทธ์ของ Dr.TATTOF ในปีนี้ จึงมุ่งเน้นการส่งมอบ “Excellent Service Behavior” หรือมาตรฐานการบริการที่เป็นเลิศที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานสถานพยาบาล นอกจากนี้ การรุกตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ถือเป็นหมุดชิ้นสำคัญที่เปิดประตูให้ Dr.TATTOF ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในไทย แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Medical & Aesthetic Destination ในระดับสากล" คุณพงศยา กล่าว


          ด้วยประสบการณ์การรักษาที่ยาวนาน ทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนการเลือกใช้เครื่องมือ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล (US-FDA) ทำให้การปรับยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้นำในการรักษา ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ครบวงจรในครั้งนี้ของ Dr.TATTOF จะช่วยเปิดมิติใหม่ และยกระดับอุตสาหกรรม คลินิกความงามในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับโลกอย่างแน่นอน

          ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Dr.TATTOF ทั้ง 10 สาขา ได้แก่ สาขาวัน แบงค็อก 090-546-2424, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว 095-428-9424, สาขาเทอร์มินอล 21 พัทยา 097-428-2424, สาขาเอท ทองหล่อ 099-614-2424, สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 083-535-2424, สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า 064-679-2424, สาขาเดอะ พรอมานาด 064-756-2424, สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต 064-568-2424, สาขาเมกาบางนา 090-895-2424 และสาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล 095-336-2424, หรือ Inbox: http://m.me/dr.tattof และ Line@: http://line.me/ti/p/~@dr.tattof
94
“อนุบาลเวียงแก่น“ พลิกดวลโทษ 1-0 ล้ม อบจ.เชียงราย คว้าแชมป์บอล ไฮเซ่นส์ ยูส คัพ ปี 3
ไฮเซ่นส์ เน้นใช้กีฬาสร้างเยาวชนคุณภาพกระจายจากภูมิภาคสู่สังคมที่ดี





 
ปิดฉากศึกลูกหนัง เยาวชน ไฮเซ่นส์ ฟุตบอล ยูส คัพ สปอนเซอร์ชิพ 2026 ปี 3 (HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3) แข้งรุ่นเยาว์จากโรงเรียนอนุบาลเวียงแก่น หักปากกาเซียน ยันเสมอในเวลา 0-0 ก่อนดวลจุดโทษ เอาชนะคู่แข่งจาก ทีมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (รร.อบจ.เชียงราย) ไปด้วยสกอร์ 1-0 คว้าแชมป์ไปครอง พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท, ถ้วยรางวัล พร้อมโสตทัศนูปกรณ์ มูลค่ากว่า 120,000 บาท ขณะที่ ทีมโรงเรียนอนุบาลแม่สาย  เอาชนะ โรงเรียนเทศบาล 2 บ้านใหม่ประกอบราษฎร์วิทยานุกูล 1-0 คว้าอันดับที่ 3 ไปครอง




ไฮเซ่นส์ เดินหน้าสนับสนุนสร้างเด็กไทยในการก้าวไปสู่การเป็นนักบอลอาชีพในอนาคต ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ เยาวชนไฮเซ่นส์ ฟุตบอล ยูส คัพ สปอนเซอร์ชิพ 2026 ปี 3 (HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3) ชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ที่สนาม สิงห์ เชียงราย สเตเดี้ยม จังหวัดเชียงราย


มิสคลาร่า ชาง (Miss Clara Chang) ประธาน ไฮเซ่นส์ อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ไฮเซ่นส์ ประเทศไทย (President of Hisense ASEAN and Managing Director, Hisense Thailand) พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย, สภาวัฒนธรรรม, ผู้บริหารสโมสรสิงห์เชียงราย และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมในพิธีมอบถ้วยรางวัล การแข่งขันฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศ และพิธีมอบถ้วยรางวัล ฟุตบอลนักเรียน ไฮเซ่นส์ ฟุตบอล ยูส คัพ สปอนเซอร์ชิพ 2026 ปี 3 เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 ณ สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย


สำหรับรางวัลทั้งหมดมีดังนี้

          - ทีมเชียร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ รร.อบจ.เชียงราย รับทุนการศึกษา 5,000 บาท
          - นักเตะยอดเยี่ยม ได้แก่ ด.ช.วงศกร แซ่ม้า จาก รร.อนุบาลเวียงแก่น รับทุนการศึกษา 4,000 บาท, โล่รางวัล
          - ดาวซัลโว ได้แก่ ด.ช.ทัศนัย แก้วเทพ จาก รร.อบจ.เชียงราย รับทุนการศึกษา 4,000 บาท, โล่รางวัล
          - ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้แก่ ด.ช.ธนดล บุญทัน จาก รร.อนุบาลเวียงแก่น  รับทุนการศึกษา 4,000 บาท, โล่รางวัล
          - รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ รร.เทศบาล 2 บ้านใหม่ รับทุนการศึกษา 7,000 บาท, ถ้วยรางวัล
          - รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ รร.อนุบาลแม่สาย รับทุนการศึกษา 10,000 บาท, ถ้วยรางวัล
          - รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.อบจ.เชียงราย รับทุนการศึกษา 20,000 บาท, ถ้วยรางวัล
          - ชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.อนุบาลเวียงแก่น รับทุนการศึกษา 30,000 บาท, ถ้วยรางวัล พร้อมโสตทัศนูปกรณ์ มูลค่ากว่า 120,000 บาท




มิสคลาร่า ชาง (Miss Clara Chang) ประธาน ไฮเซ่นส์ อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ไฮเซ่นส์ ประเทศไทย (President of Hisense ASEAN and Managing Director, Hisense Thailand) กล่าวว่า “ไฮเซ่นส์ (HISENSE) มีความเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า นอกจากการศึกษาแล้ว กีฬาคือหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนาเยาวชน โครงการนี้มุ่งเน้นเพื่อต้องการสร้างเวทีให้เยาวชนที่มีพรสวรรค์ได้แสดงออก ได้เรียนรู้หลักการแข่งขันอย่างถูกต้อง เพื่อให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านร่างกายที่แข็งแกร่ง และจิตใจที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อกลายเป็นเยาวชนที่มีคุณค่าต่อสังคมในอนาคต”

“ไฮเซ่นส์ ฟุตบอล ยูส คัพ สปอนเซอร์ชิพ 2026 ปี 3 ถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง เพราะเป็นปีแรกที่เราขยายโครงการสู่ระดับภูมิภาค และเชียงรายคือจังหวัดแรกของเรา ทั้งในด้านคุณภาพของทีม และการตอบรับจากโรงเรียนที่เข้าร่วมแข่งขัน แสดงให้เห็นว่า โครงการนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ไฮเซ่นส์ (Hisense) เป็นแบรนด์ระดับสากล ที่สนับสนุนกีฬาระดับโลกอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 10 ปี เราได้เชื่อมต่อการกีฬากับโครงการต่างๆ มากมาย โครงการนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาวกับวงการกีฬาเยาวชนไทย แผนของเราคือการขยายพื้นที่การแข่งขันให้ครอบคลุมในระดับภูมิภาคมากขึ้น เพิ่มจำนวนทุนการศึกษา และพัฒนาโปรแกรมฝึกทักษะควบคู่กันไป เพื่อให้เยาวชนได้รับทั้งด้านกีฬาและสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน"


ด้าน นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “ขอชื่นชมและขอบคุณ ไฮเซ่นส์ (Hisense) ที่ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาเสมอมา และล่าสุด คือ โครงการ ไฮเซ่นส์ ฟุตบอล ยูส คัพ สปอนเซอร์ชิพ 2026 ปี 3 ที่ให้โอกาสเยาวชนได้มีโอกาสในการเล่นกีฬา และช่วยจุดประกายความฝันให้น้องๆ เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอล ได้พัฒนาตนเองก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต”
 
#hisense #InnovatingABrighterLife #technology #quality #hisenseyouthcup #ฟุตบอลU12



95
โฮมโปร เปิด "เมกาโฮม สุพรรณบุรี" ใจกลางเมืองศักยภาพภาคกลาง
เดินหน้ากลยุทธ์ไฮบริดสโตร์ รับดีมานด์เรื่องบ้าน-งานช่างครบทุกเซกเมนต์


โฮมโปร เดินหน้าขยายโมเดล "ไฮบริดสโตร์" ต่อเนื่อง ทุ่มงบ 220 ล้านบาท เปิด "เมกาโฮม สุพรรณบุรี" ติดกับโฮมโปร ผสานจุดแข็งระหว่าง "โฮมโปร" และ "เมกาโฮม" สู่ศูนย์กลางเรื่องบ้านและงานช่างครบวงจรในที่เดียว รองรับการเติบโตของสุพรรณบุรี ที่กำลังก้าวสู่เมืองเศรษฐกิจศักยภาพของภาคกลางตอนบน จากแรงขับเคลื่อนทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรม การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" (HMPRO) กล่าวว่า การเปิด "เมกาโฮม สุพรรณบุรี" บนทำเลเดียวกับโฮมโปรสาขาสุพรรณบุรี ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเดินหน้ากลยุทธ์ไฮบริดสโตร์ ที่มุ่งยกระดับสโตร์ให้เป็นมากกว่าพื้นที่ขาย แต่เป็น "Solution Hub" ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มเจ้าของบ้าน ช่างมืออาชีพ ผู้รับเหมา ผู้พัฒนาท้องถิ่น ไปจนถึงภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ไว้ในที่เดียว



"วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองหาร้านขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพาร์ตเนอร์ (Solution Partner) ที่ตอบโจทย์ได้ครบทั้งเรื่องบ้าน งานช่าง และธุรกิจ การผสานจุดแข็งระหว่าง 'โฮมโปร' และ 'เมกาโฮม' จึงช่วยเติมเต็ม Ecosystem เรื่องบ้านให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตั้งแต่ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย การตกแต่งบ้าน งานซ่อมแซม ต่อเติม ไปจนถึงภาคธุรกิจและโครงการ"

ความน่าสนใจของการยกระดับโฮมโปร x เมกาโฮม สาขาสุพรรณบุรีในจังหวะนี้ คือการที่จังหวัดกำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองเกษตรกรรม สู่ "เมืองเศรษฐกิจหลายมิติ" ที่มีแรงขับเคลื่อนจากทั้งภาคที่อยู่อาศัย การลงทุนอุตสาหกรรม และกำลังซื้อจากภาคการเกษตรที่เติบโตต่อเนื่อง สามารถตอบสนองกำลังซื้อครอบคลุมที่อยู่อาศัยในอำเภอเมือง อู่ทอง สองพี่น้อง เดิมบางนางบวช และบางปลาม้า ด้วยพื้นที่ทำเลภาคการเกษตรที่มีรายได้เติบโตสูงถึงร้อยละ 8.5 และส่งผลให้ความต้องการลงทุนในบ้านที่มั่นคงและทันสมัยมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งการขยายทางหลวงหมายเลข 340 (สาลี-สุพรรณบุรี) และมอเตอร์เวย์สาย 81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี) ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และมูลค่าการลงทุนของพื้นที่ ส่งผลให้ดีมานด์เรื่องบ้านและงานช่างเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ



"โฮมโปร x เมกาโฮม สุพรรณบุรี" ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ "Hybrid Living Hub – สโตร์เดียวรวมทุกเรื่องบ้านและงานช่าง" ที่ยกระดับ Customer Journey ให้ลื่นไหลและตอบโจทย์ลูกค้าหลายเซกเมนต์ภายในสเปซเดียว ทั้งจากฝั่ง "โฮมโปร" ที่ยกขบวนสินค้าไลฟ์สไตล์ การตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ สุขภัณฑ์พรีเมียม กระเบื้องดีไซน์ใหม่ และไฮไลต์เทรนด์แรงอย่าง Smart Home มาตอบรับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ พร้อมเชื่อมต่อกับฝั่ง "เมกาโฮม" ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง เหล็ก ปูน อุปกรณ์งานระบบ และเครื่องมือช่างระดับมืออาชีพ พร้อมทีมดูแลลูกค้า B2B โดยเฉพาะ ทั้งผู้รับเหมา ผู้พัฒนาท้องถิ่น และโรงงานที่ต้องการสินค้ากลุ่มซ่อมแซม-ปรับปรุง และอุปกรณ์ความปลอดภัย พร้อมบริการครบวงจรหลังการขาย ทั้งจัดส่ง ติดตั้ง รื้อถอน และ CHANG HomePro ที่ดูแลทุกงานบริการให้ครบ เชื่อมทุกความต้องการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

"โฮมโปร x เมกาโฮม สุพรรณบุรี" พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ บนถนนมาลัยแมน ทำเลใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อกำลังซื้อจากทุกอำเภอของจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมต้อนรับคนรักบ้านและช่างมืออาชีพชาวสุพรรณฯ ไปกับแคมเปญและข้อเสนอพิเศษมากมาย ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน กับ 2 กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พิเศษเฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด 200 คนแรก วันเดียวเท่านั้น 29 พ.ค. 69 ร่วมสนุกตอบคำถาม ลุ้นจับคูปองช้อปสินค้าราคาพิเศษ พร้อมสินค้ายอดฮิตลดกระหน่ำ และพิเศษเฉพาะสมาชิกช่าง 100 คนแรก ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค. 69 ลงทะเบียนรับสิทธิ์ซื้อสินค้าราคาพิเศษจัดเต็ม เริ่มต้นเพียง 99 บาท !!



คุ้มตลอด 4 วัน กับโซน "ถูกจริง เมกาโฮม ยืน 1 สินค้าช่าง" 28-31 พ.ค. 69 วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ช่างราคาถูก หมดแล้วหมดเลย !! รวมถึงสิทธิประโยชน์ทั้ง คูปองส่วนลด คะแนนพิเศษ ดีลผ่อนชำระดีลสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย

- สมัครสมาชิกโฮมการ์ดใหม่ รับทันทีคูปองส่วนลด 200 บาท สมัครสมาชิกช่างใหม่ รับคูปองส่วนลด 100 บาท และพิเศษช้อปวันเปิดสาขา รับคะแนนโฮมการ์ด X3 !! (เฉพาะใบเสร็จแรก)
- สมาชิกโฮมการ์ดช้อปครบ...รับเงินคืน! เข้าโฮมโปรวอลเล็ต สูงสุด 100,000 บาท! (เมื่อมียอดช้อปต่อใบเสร็จครบตามเงื่อนไขภายในวัน)
- สมาชิกโฮมการ์ด และสมาชิกช่าง รับสติ๊กเกอร์ส่วนลด แปะชิ้นไหน ลดชิ้นนั้น สูงสุด 2,000 บาท
- กิจกรรมตักไข่มหาสนุก! เพียงแสดงใบเสร็จมูลค่า 500 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ตักไข่ฟรี 1 ครั้ง ลุ้นของสมนาคุณมากมาย จำกัด 1,000 สิทธิ์แรกต่อวัน หมดแล้วหมดเลย!
- สมาชิกบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับ 3 ต่อ ทั้งลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30,000 บาท และลดเพิ่มสูงสุดอีก 13% เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดชำระ
- สิทธิพิเศษสถาบันการเงินชั้นนำ! ได้ส่วนลด+เครดิตเงินคืน+รับพอยต์คืน จากบัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ, SCB, CardX, KBank, First Choice, KTC, ttb, UOB และอื่นๆ ที่ร่วมรายการ
- สิทธิ์ Super Zero ผ่อนนาน ผ่อนน้อย! ผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน
- ช้อปสะดวกไร้รอยต่อ ฟรี! บริการจัดส่ง ติดตั้ง รื้อถอน ภายในวัน! (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)


*โปรดตรวจสอบข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติม ณ จุดขาย เฉพาะแบรนด์/ สินค้าที่ร่วมรายการ/ ราคาหลังหักส่วนลดทุกประเภท
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี







ต้อนรับแลนด์มาร์คเรื่องบ้านและงานช่างแห่งใหม่บนถนนมาลัยแมน พบกันที่ โฮมโปร x เมกาโฮม สุพรรณบุรี วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ เปิดบริการทุกวัน 7.00 – 21.00 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 035-964-199
96
ระเบิดศึกฟุตบอลเยาวชน HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3



   
“ไฮเซ่นส์” ร่วมกับ “กกท.” เปิดศึกดวลแข้งฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชน โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3 สร้างจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นเวทีแห่งโอกาสให้กับเยาวชนทุกคนได้เติบโต เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต


นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เป็นประธาน ในพิธีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เยาวชน โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย

ไฮเซ่นส์ (Hisense) แบรนด์ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ในฐานะ ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์ (Official Partner) กับ ฟีฟ่า (FIFA) ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมจัดโครงการการแข่งขันฟุตบอล 7 คน เยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี ในจังหวัดเชียงราย
ชิงถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล และอุปกรณ์โสตทัศนศึกษา ในระหว่างวันที่ 30, 31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569 ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนไทยได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พร้อมจุดประกายฝันก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพต่อไป


นายทวีศักดิ์ คงชะนะ รองประธานกรรมการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “โครงการ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ในปีนี้ ถือเป็นการจัดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และนับเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสนำโครงการออกไปจัดในพื้นที่ต่างจังหวัด ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อขยายโอกาสและเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนในภูมิภาค  ได้เข้าถึงเวทีการแข่งขันฟุตบอลที่มีมาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง

เรามองเห็นศักยภาพของเยาวชนไทยในทุกพื้นที่ และเชื่อว่าเด็กๆ ในต่างจังหวัด ควรได้รับโอกาสไม่แตกต่างจากในเมืองใหญ่ โครงการนี้ จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาทักษะ และสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับมืออาชีพ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต

บริษัทฯ ขอขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา และร่วมเดินหน้าพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงขอบคุณทุกหน่วยงาน พันธมิตร โรงเรียน ผู้ฝึกสอน และผู้ปกครองทุกท่าน ที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์   

   
 
สำหรับ “การแข่งขันฟุตบอล  7 คน ชิงแชมป์เยาวชนรุ่น 12 ปี  HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3” เป็นหนึ่งในโครงการ อีเอสจี (ESG) ที่ตั้งใจจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมศักยภาพและความเป็นเลิศของเยาวชนไทยด้านกีฬาและเป็นเวทีสำคัญในการแสดงความสามารถที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนที่รักในการเล่นกีฬาฟุตบอล ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงเงินรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ การแข่งขันจะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 30, 31 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน 2569 จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย”


ด้าน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “จังหวัด เชียงราย ขอชื่นชมและขอบคุณ ไฮเซ่นส์ (Hisense) ที่ได้ให้ความสำคัญกับ อีเอสจี (ESG) ทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาเสมอมา และล่าสุด คือ HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3” เป็นโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์เยาวชน ในจังหวัดเชียงราย ซึ่ง จังหวัดเชียงราย ยินดีให้การสนับสนุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันในครั้งนี้ จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และช่วยจุดประกายความฝันให้น้องๆ เยาวชนที่รักกีฬาฟุตบอล ได้พัฒนาตนเอง ก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต”


HISENSE FOOTBALL YOUTH CUP SPONSORSHIP 2026 ปี 3 (HISENSE Football Youth Cup Sponsorship 2026 at Chiang Rai) เป็นการแข่งขัน ประเภทฟุตบอลนักเรียน 7 คน ยุวชนและเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 12 ปี โดยได้เปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 32 โรงเรียน จัดการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน โดยรอบแรก เป็นการแข่งขันแบบแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม จำนวน 8 กลุ่ม ตั้งแต่รอบ 16 ทีม แข่งแบบแพ้คัดออก เพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ดังนี้

- รางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโสตทัศนูปกรณ์จาก บริษัท ไฮเช่นส์ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 120,000 บาท
- รางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 ได้รับเงินรางวัล บำรุงทีม 20,000 บาท
- รางวัสรองชนะเลิศลำดับที่ 2 ได้รับเงินรางวัล บำรุงทีม 10,000 บาท
- รางวัลรองขนะเลิศลำดับที่ 3 ได้รับเงินรางวัล บำรุงทีม 7,000 บาท
- รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมMVP ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
- รางวัลดาวซัลโว ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
- รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท
- รางวัลทีมเชียร์ยอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท

โดยในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ทาง ไฮเซ่นส์ (Hisense) ยังได้จัดกิจกรรม ไฮเซ่นส์ ยูส ฟุตบอล คลีนิก (Hisense Youth Football Clinic) ขึ้น ณ สนาม สิงห์ เชียงราย สเตเดี้ยม กิจกรรมประกอบด้วย The Laws of the Game, Respect & Sportsmanship


หัวใจของการสร้าง "นักกีฬาที่ดี" มากกว่าแค่คนเล่นบอลเก่ง" การสอนกติกามารยาท ใช้วิธี "เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ" (Learning by Doing) เพื่อให้เด็กเห็นภาพและเข้าใจเหตุผลเบื้องต้นของกติกา, กิจกรรม Golden Age of Learning "การเล่นเพื่อความสนุก" ไปสู่การเล่นอย่างมีแทคติก" 1. ช่วงอบอุ่นร่างกาย (Warm-up & Ball Mastery)

Ball Mastery : ฝึกการคลึงบอล, Dynamic Stretching : ยืดเหยียด, Fun Games : "ลิงชิงบอล" 2. การทดสอบสมรรถภาพและระเบียบวินัย (Physical & Mental) Agility & Coordination : ใช้บันไดลิง (Agility Ladder) หรือ กรวย 3. การฝึกทักษะเฉพาะด้าน (Technical Skills) Passing & Receiving : ฝึกการรับ-ส่งบอลในที่แคบ และการ "Open Body" (การเปิดตัวรับบอล) เพื่อให้พร้อมเล่นจังหวะต่อไป, Team Talk : สรุปบทเรียนหลังฝึก เน้นการให้กําลังใจ และสอนเรื่องนํ้าใจนักกีฬา (Sportsmanship)

#hisense #InnovatingABrighterLife #technology #quality #hisenseyouthcup #ฟุตบอลU12





97
ชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล พร้อมคณะฯ ได้เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว  และที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง




วันนี้ 29 พฤษภาคม 2569 คุณสมฤทัย บุญสม ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล พร้อมคณะฯ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผกก.สน.พลับพลาไชย1 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา ได้เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร ยานนาวา กรุงเทพฯ และที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ถนนเจ้าคำรพ พลับพลาไชย กรุงเทพฯ โดยมี คุณณัฐวัตร ก้อนทอง หน.สำนักกฎหมายและคดี คุณพนา จิรวัฒน์เสถียร หน.ผ.สำนักผู้จัดการใหญ่ ให้การต้อนรับ.









98
ครบ 9 ปี Honest Trading ย้ำชัด K-Food ในไทยมาแรง ปักธงเป้าหมายเติบโตแบบเท่าตัว (Double Growth) เตรียมสยายปีก สู่ K-Lifestyle รับ คนรุ่นใหม่ดันตลาดโตเกินคาด




หลายปีที่ผ่านมา สินค้าเกาหลี ในมุมผู้บริโภคคนไทย ไม่ได้เป็นเพียงสินค้านำเข้าอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ไปแล้ว ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน ผู้บริโภคยุคใหม่ยังคงเลือกใช้จ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้ง “ประสบการณ์” และ “คุณภาพชีวิต” มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดสินค้าเกาหลีขยับจากการแข่งขันด้านราคา เข้าสู่ความเป็นพรีเมียม ไลฟ์สไตล์ ที่ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพ และวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับพฤติกรรมคนเมืองยุคใหม่


คุณเจสลีน ซูอิน คิม (Jeslyn Sooin Kim) ประธานกรรมการ จาก Honest Trading Co., Ltd. หนึ่งในผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าเกาหลีในไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ชั้นนำจากเกาหลีใต้ ที่บุกเบิกตลาดเมืองไทยมานานกว่า 9 ปี และกำลังปรับแผนธุรกิจตามพฤติกรรมผู้บริโภค สู่ K-Lifestyle Solution เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอย่างครบวงจร ยอมรับว่า “ตลาดเมืองไทยยังมีศักยภาพสูง ตามข้อมูลจาก Korea Customs Service ได้ระบุว่า K-Food Plus ทั่วโลกเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ยอดส่งออกมาอาเซียนรวมถึงไทย พุ่งสูงถึง 26.9% ส่วนตลาด K-Beauty ในไทยก็แตะ 1.1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.85 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มจะโตเฉลี่ย 10.5% ยาวไปถึงปี 2578 ปัจจัยขับเคลื่อนในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ อย่างซีรีส์หรือศิลปิน K-Pop เท่านั้น แต่เป็นเพราะ Korean Wave ได้ยกระดับสู่ Cultural Influence ที่หยั่งลึกในชีวิตประจำวัน และบริษัทเรา ก็มองเห็นโอกาส    การเติบโตจากจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพราะ 9 ปีที่ผ่านมา เราเฝ้ามองพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยมาตลอด จาก ความแปลกใหม่ ในวันนั้น สู่ ความไว้วางใจในคุณภาพและการยอมรับในแบรนด์ ในวันนี้ จะเห็นได้ว่าสินค้าในไทยที่มีการระบุว่า เมด อิน เกาหลี มีโอกาสเติบโตสูงถึง 35% เลยทีเดียว”


การเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ จากผู้นำเข้าอาหาร สู่การขยายพอร์ตกลุ่มความงามและไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัว คือความ ท้าทายของการทำธุรกิจในตอนนี้ คุณเจสลีน ซูอิน คิม เผยด้วยว่า จุดแข็งที่ทำให้บริษัทฯ โตได้ คือการสร้างสมดุลระหว่างสินค้า Food และ Non-Food ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบเดียวกับธุรกิจชั้นนำระดับโลกใช้กัน บวกกับคอนเนคชันที่แข็งแกร่งกับพาร์ตเนอร์   รายใหญ่ในเกาหลีและทั่วโลก ที่ช่วยให้ระบบกระจายสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศราบรื่นขึ้น

“ทิศทางตลาดตอนนี้ มันชัดเจนมาก เพราะ Beauty & Personal Care ในไทย คาดว่าจะเติบโตไปแตะที่ 7.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.75 แสนล้านบาท ในอนาคตอันใกล้ และ K-Beauty เองก็โตเฉลี่ยถึง 10.5% ต่อปี ดังนั้น มิติใหม่ Honest Trading จากนี้ เรากำลังก้าวสู่การเป็น Curator of K-Lifestyle ที่ครบวงจร และพาแบรนด์เกาหลีเข้าไปอยู่ในทุกทัชพอยต์ของผู้บริโภคคนไทยด้วยไอเทมใหม่ ๆ ที่เราคัดสรรมาโดยเฉพาะ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ ขยายช่องทาง Omni Channel รุกหนักบนโซเชียล คอมเมิร์ซ ควบคู่กับช่องทางโมเดิร์น เทรด เพื่อให้ซื้อง่ายแบบไร้รอยต่อ เจาะกลุ่ม Health-Conscious ตามเทรนด์ฟังก์ชันนอล ฟู้ด ในไทยที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสุดท้ายคือ สร้าง K-Lifestyle Community ผ่านอินฟลูเอนเซอร์และการตลาดเชิงประสบการณ์ เพื่อให้แบรนด์กับผู้บริโภคเชื่อมโยงกันอย่างเหนียวแน่น


โดยในปี 2026 นี้ Honest Trading ตั้งเป้าเติบโตขึ้นเท่าตัว โดยมีไฮไลต์ คือ แบรนด์ Orion (โอริออน) แบรนด์ขนมอันดับ 1 จากเกาหลีใต้ ต้นกำเนิดช็อกโกพายระดับโลก โดยในปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 600% และในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านสินค้า 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มขนมและเครื่องดื่ม ที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่น กลุ่มความงามและผิวพรรณผ่านแบรนด์ KOCO ที่เติบโตล้อไปกับตลาดรวมในไทยที่โตเฉลี่ย 10.5% ต่อปี และ กลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ ที่กำลังมาแรงและมีศักยภาพตลาดที่สูงในระยะยาว แต่สำหรับภาพรวมตลาดในประเทศไทย ปี 2569 เราคาดว่าจะโตได้เป็นเท่าตัว ยิ่งกว่านั้น เป้าหมายสูงสุดของเราในภูมิภาคอาเซียน คือการพัฒนาขึ้นเป็น K-Lifestyle Platform ครบวงจรต่อไปในอีก 3–5 ปีข้างหน้า”


สำหรับการเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ครั้งนี้ ประธานกรรมการ จาก Honest Trading เผยต่อด้วยว่า “เป็นอีเวนต์ใหญ่ที่สำคัญกับเรามาก เพราะเป็นอีกแผนการตลาดที่เราปูทางไว้ในปีนี้ ไฮไลต์เด็ดของเราคือ การเปิดตัวสินค้าใหม่จากแบรนด์ขนมระดับตำนานอย่าง Orion รวดเดียวถึง 8 รายการ ตามด้วย Nongshim (นงชิม) แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อันดับ 1 จากเกาหลี เจ้าของตำนานความอร่อยกว่า 60 ปี กับ 2 รสชาติใหม่ล่าสุด อย่าง Nongshim Shin ramyun Kimchi Stir fry และ Nongshim x  KPop Demon Hunters ramyun และในงานยังมี KHEE (คี) แบรนด์ โซจู พรีเมียม โดดเด่นด้วยการผลิตแบบดั้งเดิมจากข้าว 100% และน้ำแร่ธรรมชาติใต้ดินลึก 150 เมตร ผ่านการหมักในโอ่งดินเกาหลี นานถึง 180 วัน รสชาตินุ่มนวลและบริสุทธิ์ที่สุด รวมถึง Sooin Sauce (ซูอินซอส) ซอสปรุงรสเกาหลีสูตรดั้งเดิม ให้คนไทยอร่อยง่าย ๆ รังสรรค์เมนูได้หลากหลาย ทำเองที่บ้านได้ไม่ยาก และเรายังได้อิมพอร์ตเชฟ Park Jae Yoo เชฟชื่อดังชาวเกาหลี มาโชว์การทำเมนู ต็อกบกกี ไก่ทอดซอสเผ็ด และ หมูสามชั้นย่างทานกับโคชูจังให้กับอินฟลูเอนเซอร์ ชื่อดังที่คนไทยรู้จักกันดี ทั้งพี่ฮง-อิลฮงมิน(โอปป้าฮง) คุณโจ๊ก IScream และ ยังมี คุณแบงค์-อนุสิทธิ จากเวที The Face Men ที่มาร่วมเปิดประสบการณ์ด้านรสชาติครั้งใหม่ไปกับเราด้วย ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ก็เพื่อเป้าหมายในการสร้างบิสสิเนส คอนเน็คชันและขยายช่องทางจัดจำหน่ายร่วมกับคู่ค้าของเราด้วย และเป็นโอกาสที่ดี ในการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคคนไทยและผู้เข้าร่วมงานที่เป็นนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ ได้สัมผัสกับสินค้าของเรามากยิ่งขึ้นด้วย” คุณเจสลีน ซูอิน คิม กล่าว.

ติดตามความเคลื่อนไหวและอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   https://www.htradingco.com/

99
ช่างเลือก "เมกาโฮม" จบงานไว รู้ใจช่าง
เปลี่ยนเกมค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ที่ไม่ได้แข่งแค่สินค้า แต่แข่งที่ "ความเข้าใจหน้างานจริง"
จนกลายเป็นแบรนด์ที่ช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของบ้าน เลือกไว้วางใจ


ในวันที่ช่างมีตัวเลือกมากกว่าที่เคย ทั้งร้านวัสดุก่อสร้างใกล้ไซต์งาน ร้านค้าส่งราคาถูก หรือแม้แต่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่คลิกสั่งของได้ทันที สิ่งที่คนหน้างานมองหาอาจไม่ใช่แค่ 'ร้านที่มีสินค้าจำหน่าย' อีกต่อไป แต่จะเลือก 'ร้านที่เข้าใจหน้างานจริง' และนี่คือโจทย์ที่ "เมกาโฮม" ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง (บริษัทในเครือฯ ภายใต้การดูแลของโฮมโปร) เข้าใจมาโดยตลอด

ภายใต้แนวคิด "ช่างเลือก เมกาโฮม จบงานไว รู้ใจช่าง" เมกาโฮม ยึดความต้องการจริงของคนหน้างานเป็นศูนย์กลาง จนทำให้ช่าง ผู้รับเหมา ไปจนถึงเจ้าของบ้าน หันมาเลือกเมกาโฮมเป็นคำตอบเดียวกัน


จากร้านที่ช่างแวะซื้อ สู่ 'คู่หูมืออาชีพ' ที่ช่างเลือก
คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมกาโฮม เป็นบริษัทในเครือฯ ภายใต้การดูแลของ "โฮมโปร" วางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง และตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ทั้งเรื่องค้าปลีกและค้าส่ง โดยมีกลุ่มผู้รับเหมา ช่าง เจ้าของโครงการ และร้านค้าย่อยเป็นลูกค้าหลัก

"ปัจจุบันบทบาทของเมกาโฮมไม่ได้หยุดแค่เป็นร้านที่ช่างแวะมาซื้อของ แต่กำลังเดินหน้าสู่การเป็น 'คู่หูมืออาชีพ' ที่อยู่เคียงข้างช่างในทุกขั้นตอนของงาน เพราะความแตกต่างที่เมกาโฮมกำลังสร้างไม่ได้เกิดจากสินค้าในสโตร์เพียงอย่างเดียว แต่เราเริ่มที่ความเข้าใจว่างานช่างแต่ละแบบต่างมีความต้องการ ความเร่งด่วน หรือเงื่อนไขหน้างานจริงที่แตกต่างกัน"



เพราะช่างไม่เคยรอ และไซต์งานก็ไม่เคยอยู่ที่เดิม
หัวใจของการ "เข้าใจหน้างาน" เริ่มจากอินไซต์สำคัญว่า หน้างานจริงของช่างไม่เคยหยุดนิ่ง ไซต์งานอาจเปลี่ยนที่ได้ทุกสัปดาห์ แต่งานซ่อม-ปรับปรุง-รีโนเวท ต้องเดินหน้าต่อ ทำให้คนหน้างานต้องบริหารทั้งเวลาและต้นทุนอย่างรอบคอบ

ปัญหาจากการรอของมาส่ง การวิ่งหาของหลายร้าน หรือวัสดุขาดกลางทาง ล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้เสียเวลา เสียโอกาสรับงานชิ้นต่อไป และเสียเครดิตที่มีต่อลูกค้า เมกาโฮมจึงออกแบบทุกกระบวนการทำงานจากมุมของคนทำงานจริง ไม่ใช่จากมุมของร้านค้า

นอกจากนี้ เมกาโฮมยังเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน



- กลุ่ม ช่าง ที่ต้องการให้งานเดินต่อได้ไม่สะดุด เมกาโฮมตอบโจทย์ด้วยสินค้าครบตั้งแต่งานโครงสร้าง งานปรับปรุง ไปจนถึงงานตกแต่ง ครบจบในที่เดียว พร้อมเครื่องมือช่างที่หลากหลาย และบริการขึ้นของรวดเร็ว เพื่อให้ช่างเริ่มงานได้ทันทีและส่งมอบงานได้ตามกำหนด
- กลุ่ม ผู้รับเหมา ที่ต้องดูแลทั้งคุณภาพงานและต้นทุน เมกาโฮมตอบโจทย์ด้วยวัสดุก่อสร้างที่ครบ มีพร้อมในปริมาณที่ต้องการ คุณภาพวางใจได้ ช่วยให้บริหารต้นทุนได้คุ้มค่าและวางแผนงานได้อย่างมั่นใจ
- กลุ่ม เจ้าของบ้านสาย DIY ที่อยากได้บ้านแบบของตัวเอง เมกาโฮมตอบด้วยสินค้าตกแต่งและของแต่งบ้านให้เลือกหลากหลาย พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่าย ให้การแต่งบ้านเป็นเรื่องสนุกและได้ลงมือทำเองอย่างภูมิใจ

ทั้งหมดนี้ เป็นเหตุผลว่าทำไม "ช่างใช้ ผู้รับเหมาชอบ เจ้าของบ้าน DIY บ้านแบบที่เป็นตัวเอง" จึงเกิดขึ้นในเมกาโฮม


"รู้ใจช่าง" ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อหน้างานจริง!
ความเข้าใจช่างของเมกาโฮมถูกแปลงเป็นระบบและบริการเป็นรูปธรรม ทั้งการคัดสรรสินค้าคุณภาพและพัฒนาสินค้าที่คุ้มค่า ภายใต้หลักคิด "ของไม่พังหน้างาน = ไม่เสียชื่อ" เพื่อเปลี่ยนการซื้อวัสดุให้กลายเป็นการจัดการงานอย่างมืออาชีพ

พร้อมกันนี้ เมกาโฮมยังมอบสิทธิประโยชน์เฉพาะกลุ่มช่าง ผ่านระบบสมาชิกที่ช่วยให้บริหารต้นทุนได้แม่นยำ รวมถึงมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำตรงจุด ด้วยวิธีการสื่อสารที่เข้าใจคนหน้างานจริง

คุณอุไรวรรณฯ กล่าวเสริมว่า "เมกาโฮมไม่ได้มองช่างเป็นแค่ลูกค้า เพราะช่างคือมืออาชีพที่ฝากทั้งเวลา ต้นทุน และชื่อเสียงไว้กับทุกหน้างาน หัวใจของเราจึงไม่ใช่แค่การขายของให้ครบหรือราคาถูก แต่เป็นความเข้าใจว่าคนที่เดินเข้ามาเมกาโฮม ทั้งช่าง ผู้รับเหมา หรือเจ้าของบ้าน ต่างมีโจทย์ของตัวเอง เราจึงออกแบบสินค้า บริการ และสิทธิประโยชน์ ในแบบที่ใช่สำหรับแต่ละคน เพราะเมื่อช่างทำงานได้ราบรื่นและจบงานได้ไว นั่นคือความสำเร็จที่เราภูมิใจร่วมกัน และเป็นเหตุผลว่าทำไมช่างถึงเลือกเมกาโฮม"



เมื่อช่างเชื่อมั่น เจ้าของบ้านก็สบายใจ
ผลลัพธ์ที่ทรงพลังที่สุดของการ "รู้ใจช่าง" คือการสร้างความเชื่อมั่นแบบส่งต่อ เพราะในเรื่องบ้าน เจ้าของบ้านจำนวนมากไว้ใจการตัดสินใจของช่างที่เลือกมา เมื่อช่างมืออาชีพเลือกใช้และแนะนำเมกาโฮม เจ้าของบ้านย่อมสบายใจตามไปด้วย

การที่ช่างเลือกเมกาโฮมจึงเท่ากับการช่วย "ลดความผิดพลาด และเพิ่มความมั่นใจ" ให้เจ้าของบ้านไปพร้อมกัน พร้อมสร้างฐานความไว้วางใจที่เติบโตอย่างมั่นคง จากคนหน้างานสู่คนในบ้าน

"ในวันที่ทุกหน้างานมีทั้งเวลา ต้นทุน และชื่อเสียงของคนทำงาน เมกาโฮมยังคงเดินหน้าทำในสิ่งที่ตั้งใจ นั่นคือการเข้าใจหน้างานให้มากพอ จนกลายเป็นมากกว่าจุดปลายทางของการซื้อสินค้า แต่เป็นคู่หูที่อยู่เคียงข้างช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของบ้าน ในทุกพื้นที่และทุกไซต์งาน" คุณอุไรวรรณฯ กล่าวทิ้งท้าย
100
วัชระ จบ 10 อันเดอร์ แชมป์ไทย ซีเนียร์ ทัวร์
รายการอาทิตยา ซูเปอร์ ซีเนียร์ รับเงิน 5 หมื่นบาท





วัชระ ปภาคีรี นักกอล์ฟวัย 63 ปี ปิดเกมรอบสุดท้ายด้วยการทำเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสองวัน 10 อันเดอร์พาร์ 134 รับเงินรางวัล 5 หมื่นบาท หลังคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพ ไทย ซีเนียร์ ทัวร์ รายการ "อาทิตยา ซูเปอร์ ซีเนียร์ ทัวร์ 2026" (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เล่นสโตรคเพลย์ 2 วัน 36 หลุม ชิงเงินรางวัลรวม 5 แสนบาท ส่วนแชมป์ แกรนด์ ซีเนียร์ (อายุ 70 ปีขึ้นไป) เล่นวันเดียวเป็นของ กิตติพัฒน์ แก้ววิเศษสิทธิ์ โปรวัย 74 ปี ทำสกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 71 รับเงินรางวัล 5 พันบาท รายการนี้แข่งขันที่สนามอาทิตยา กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท จ.นครนายก ระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2569


สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย จัดการแข่งขัน ไทยซีเนียร์ ทัวร์ ภายใต้การสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนจาก โตโยต้า, เซนกอล์ฟ แฟคตอรี่, ชูโฟติก, ห้องอาหารขวัญเรือน, โซโก้ (ไจ้เอ้นท์) มาเลเซีย, ยูทิลิตี้ พลัส, ซีเอสวี เอเนอร์จี้, ศักดิ์สยามกรุ๊ป, สนามภูเก็ต คันทรี คลับ, วัลเลซ และ สนามกอล์ฟอาทิตยา กอล์ฟ รีสอร์ท แบ่งผู้เล่นเป็นรุ่น แกรนด์ ซีเนียร์ (อายุ 70 ปีขึ้นไป) กลุ่มนี้คิดสกอร์รวมวันเดียว 18 หลุม จากการแข่งขันวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 1 แสนบาท และ รุ่นซูเปอร์ ซีเนียร์ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) เล่นสองวัน 36 หลุม ระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 5 แสนบาท


วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จบรอบสุดท้ายของการแข่งขัน ซูเปอร์ ซีเนียร์ แชมป์เป็นของ วัชระ ปภาคีรี นักกอล์ฟวัย 63 ปี เปิดเกมเก้าหลุมแรกด้วย อีเกิ้ลที่หลุม 4 พาร์ 5 เก็บเบอร์ดี้ที่หลุม 2 และ 7 เสียโบกี้เดียวที่หลุม 9 พาร์ 4 เก้าหลุมสุดท้ายเก็บเพิ่มอีกเบอร์ดี้เดียวที่หลุม 13 พาร์ 3 ที่เหลือเซฟพาร์ทั้งหมด จบสกอร์เข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสองวัน 10 อันเดอร์พาร์ 134 คว้าแชมป์ จากความสำเร็จครั้งนี้รับเงินรางวัล 50,000 บาท เปิดใจถึงการแข่งขันสัปดาห์นี้ว่า "เป็นวันที่ต้องต่อสู้กับอะไรหลายอย่าง พยายามลดความกดดันให้มากที่สุด อากาศก็ร้อนมาก ขอบคุณสมาคม และสนามกอล์ฟอาทิตยา รวมถึงสปอนเซอร์ทุกๆหน่วยงาน ที่สนับสนุนกับสมาคมฯได้จัดกิจกรรมดีกับสมาชิก รายการนี้เป็นของผู้เล่น ซูเปอร์ ซีเนียร์ และเราทุกคนได้เล่นอย่างสนุกสนาน"


อันดับ 2 ร่วมเป็น ธนยศ ทับทิม และ สมคิด ชื่นฉ่ำ จบเกมสกอร์รวมเท่ากัน 7 อันเดอร์พาร์ 137 แบ่งเงินรางวัลคนละ 22,250 บาท โดยมี ทินกร จันทร์สมบูรณ์ และ อวยชัย ภูริปัญญานนท์ อันดับ 4 ร่วมสกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 140 อันดับ 6 เป็นของ สังวาลย์ วิรัตน์จันทร์ สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 141 ขณะที่ สุรเดช สุขสมบูรณ์, มงคล ตันทีปธรรม และ ไชยวิทย์ มาตรสิงห์ จบอันดับ 7 ร่วมสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 142 รายการนี้มีผู้เล่นรับเงินรางวัลทั้งสิ้น 56 ราย ตัดสกอร์รวม 5 โอเวอร์พาร์ 149

พิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก มร.อลิเซน นากามูระ ซีอีโอ สมาคมกอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย และ ผู้บริหาร เซน กอล์ฟ แฟคตอรี่ และ มร.ฮอง ซูน บอง ซีอีโอ สนามอาทิตยา กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท เป็นผู้มอบรางวัลให้กับนักกอล์ฟทั้งหมด และสมาคมยังมีจัดเลี้ยงอาหารเย็นให้กับสมาชิกอีกด้วย

Pages: 1 ... 8 9 [10]