41
news & activity / เปิดจอรับวันหยุด! ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 รวมความบันเทิงครบรส เสิร์ฟหนังดีตั้งแต่เช้า
« Last post by happy on August 12, 2026, 08:29:05 PM »เปิดจอรับวันหยุด! ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 รวมความบันเทิงครบรส เสิร์ฟหนังดีตั้งแต่เช้าถึงค่ำ

วันหยุดนี้….เตรียมเปิดจอรับความสนุกกันแบบยาว ๆ กับโปรแกรมหนังดังวันเสาร์ที่ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 คัดสรรความบันเทิงหลากรสมาเอาใจผู้ชมทุกวัย ตั้งแต่แอนิเมชันสุดฮา หนังรักแฟนตาซี ไปจนถึงภาพยนตร์ไทยฟอร์มใหญ่ที่ทั้งเข้มข้นและน่าติดตาม



เริ่มเติมสีสันยามเช้าเวลา 08.30 น. กับ “เดอะ แองกรี้ เบิร์ดส์ มูฟวี่” (The Angry Birds Movie) เมื่อฝูงนกขี้โมโหต้องเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนปริศนากลุ่มใหม่ ที่อาจไม่ได้เป็นมิตรอย่างที่เห็น ก่อนส่งต่อความสนุกแบบคูณสองในเวลา 12.30 น. กับ “เดอะ แองกรี้ เบิร์ดส์ มูฟวี่ 2” (The Angry Birds Movie 2) ภารกิจครั้งใหม่ที่บีบให้เหล่านกและหมูคู่แค้นต้องจับมือกันฝ่าวิกฤตครั้งใหญ่ งานนี้ทั้งฮา ทั้งมัน และเต็มไปด้วยมุกกวนชวนหัวเราะตลอดเรื่อง จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์มาสัมผัสเรื่องราวความรักเหนือกาลเวลาใน “ผาดำคำไอ่ ซินเดอเรลล่าสตอรี่” เวลา 16.30 น. ภาพยนตร์โรแมนติกแฟนตาซีที่หยิบตำนานพื้นบ้านอีสานมาถ่ายทอดในมุมมองร่วมสมัย ผสานความรัก โชคชะตา และมนตร์เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยไว้อย่างลงตัว ปิดท้ายช่วงไพรม์ไทม์ เวลา 18.30 น. กับ “แมนสรวง” ภาพยนตร์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์พูดถึงทั่วประเทศ พาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งความลับ การเมือง อำนาจ และการสืบค้นความจริงภายใน “แมนสรวง” สถานเริงรมย์ชั้นสูงอันหรูหราในยุคอดีต ที่ซ่อนปริศนาและเรื่องราวเข้มข้นไว้เบื้องหลังแสงสีอันงดงาม พบกับความบันเทิงหลากหลายรสชาติ ทั้งเสียงหัวเราะ ความประทับใจ และเรื่องราวชวนติดตามได้ตลอดวัน กับโปรแกรมหนังดังวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/ ฟรี สนุกได้ทั้งครอบครัว.
42
ข่าวบันเทิง / ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดประตูสู่ดาวแพนดอรา! “Borderlands แดนล้น คนปล้นจักรวาล”
« Last post by happy on August 12, 2026, 08:16:02 PM »ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดประตูสู่ดาวแพนดอรา! “Borderlands แดนล้น คนปล้นจักรวาล” รวมทีมซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดระเบิดศึกแอ็กชันไซไฟสุดป่วน

วันอาทิตย์นี้ พบกับ “บอร์เดอร์แลนด์ส แดนล้น คนปล้นจักรวาล” (Borderlands) ภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟคอเมดีจากเกมดัง พาผู้ชมลุยภารกิจเสี่ยงตายกลางจักรวาลที่ไร้กฎ นำทีมโดย เคต แบลนเชตต์ ประกบ เควิน ฮาร์ต, แจ็ค แบล็ก และ เจมี ลี เคอร์ติส ในบทบาทสุดแสบที่ทั้งมัน ฮา และเดือดครบเครื่องหนังชูเสน่ห์ด้วยโลกแฟนตาซีจัดจ้าน กับฉากแอ็กชันสุดวุ่น




เรื่องราวเริ่มเมื่อ ลิลิธ (เคต แบลนเชตต์) นักล่าค่าหัวฝีมือจัด ต้องกลับสู่ดาวแพนดอรา ดินแดนสุดป่วนและเต็มไปด้วยอันตราย เพื่อตามหาไทนี ทีนา ลูกสาวของแอตลาส ผู้ทรงอิทธิพลแห่งจักรวาล ภารกิจตามหาคนกลับพาเธอไปรวมทีมกับ โรแลนด์ (เควิน ฮาร์ต) อดีตทหารรับจ้างสายบู๊, ไทนี ทีนา (อารีอานา กรีนแบลตต์) เด็กสาวจอมแสบผู้ชำนาญระเบิด และครีก (ฟลอเรียน มุนทีอานู) นักรบร่างยักษ์พร้อมลุยทุกศึก ความอลเวงยิ่งทวีคูณเมื่อ ดร.แทนนิส (เจมี ลี เคอร์ติส) นักวิทยาศาสตร์ผู้กุมความลับของแพนดอรา และแคลปแทรป (แจ็ค แบล็ก) หุ่นยนต์ปากไวประจำทีม เข้ามาร่วมภารกิจสุดเหนือคาด จากงานค้นหาลูกสาวมหาเศรษฐีอวกาศ ทุกอย่างพลิกเป็นศึกใหญ่ เมื่อแก๊งต่างขั้วต้องฝ่ากองทัพศัตรู สัตว์ประหลาด และความลับที่อาจเปลี่ยนชะตาจักรวาล ผลงานกำกับโดย อีไล รอธ ถ่ายทอดโลกจากวิดีโอเกมดังสู่ภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟคอเมดีสีจัดจ้าน ครบทั้งฉากบู๊ มุกกวน และคาแรกเตอร์สุดแสบที่ไม่มีใครยอมใคร ติดตามชม “บอร์เดอร์แลนด์ส แดนล้น คนปล้นจักรวาล” วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมสดได้ที่ https://true4u.com/live/
43
news & activity / สจล. จัดเวที“Farming The Future With KMITL Forum 2026”
« Last post by happy on August 11, 2026, 07:37:59 PM »สจล. จัดเวที “Farming The Future With KMITL Forum 2026”
ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมเกษตรและอาหารยั่งยืน เชื่อมความร่วมมือไทย-เนเธอร์แลนด์
ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมเกษตรและอาหารยั่งยืน เชื่อมความร่วมมือไทย-เนเธอร์แลนด์

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยทั่วประเทศ จัดงานเสวนาระดับนานาชาติ “Farming The Future With KMITL Forum 2026: A Define for International Innovative & Sustainable Agri-Food Ecosystem” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ในการพัฒนาระบบเกษตรและอาหารแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าเกษตรและอาหาร เพื่อร่วมกันยกระดับภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีและส่งเสริมความยั่งยืน ณ ห้อง ACTIVITY AREA, VDW 1 (1B) อาคาร B สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (KLLC - KMITL Lifelong Learning Center) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ในพิธีเปิดงาน ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมแสดงความยินดีต่อการจัดเวทีเสวนา “Farming The Future With KMITL Forum 2026” ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อร่วมพัฒนาระบบนิเวศการเกษตรแห่งอนาคตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สมาร์ตฟาร์ม และนวัตกรรมเพื่อลดการใช้สารเคมีในภาคการผลิต การดำเนินงานตามแนวทาง Low Carbon ไปจนถึงการต่อยอดองค์ความรู้จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะอุตสาหกรรมอาหาร และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อพัฒนาอาหารแห่งอนาคต พร้อมผลักดันการวิจัยร่วมกับเครือข่ายในยุโรปและขยายผลนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงในระดับสากล

จากนั้น ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อรุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Transform Thai Agri-Food Ecosystem Through Academic & Industry Collaboration” โดยเน้นย้ำบทบาทของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และทุกภาคส่วนในการยกระดับระบบนิเวศเกษตรและอาหารของไทยด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว สจล. และพันธมิตรมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ จะช่วยต่อยอดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับภาคการเกษตรไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรสมัยใหม่ ส่งเสริมระบบเกษตรปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสียทางการเกษตร และถ่ายทอดองค์ความรู้จากนักวิจัยสู่ชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ มิสเตอร์ ไค๊ซ์ เต๊อะ นิสเซ่น (Mr. Gijs Theunissen) ท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย บรรยายในหัวข้อ “The Netherlands - Thailand Future Farm Cooperation; Present & Future of Sustainable Agri-Food Ecosystem” นำเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างไทยและเนเธอร์แลนด์ด้านการพัฒนาเกษตรแห่งอนาคต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน โดยมีคุณศราวุธ ฉันทจิตปรีชา ผู้ดำเนินรายการ

นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชนี กุลยานนท์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Farming The Future With KMITL: A Community Of Learning Together For Climate Resilience Agri-Food Ecosystem” ถ่ายทอดแนวคิดการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาระบบเกษตรและอาหารที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้าน ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Thai Agri-Food Sector in Global Ecosystem; Present & Future” ถ่ายทอดภาพรวมแนวโน้มและโอกาสของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยในระบบเศรษฐกิจโลก พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


ภายหลังการบรรยาย มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเปิดพื้นที่นำเสนอแนวคิดและต่อยอดความร่วมมือในการพัฒนาระบบนิเวศเกษตรและอาหารแห่งอนาคต ก่อนปิดการประชุมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชนี กุลยานนท์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


ผู้สนใจสามารถติ ดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
44
Sport News & Motor Sport / เผยโฉมหน้า 4 ขุนพลเข้ารอบรองชนะเลิศ ศึก"มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ครั้งที่ 25
« Last post by happy on August 09, 2026, 07:45:58 PM »เผยโฉมหน้า 4 ขุนพลเข้ารอบรองชนะเลิศ ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25"

ดุเด็ดเผ็ดมันส์! ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย A และ สาย B รอบ 8 คนนัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก นายจมร เลขะกุล (ผู้แทนปูนเสือ) ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที คู่ที่ 1. สาย A ระหว่าง ยอดกัณฑ์ ช้างนคร (แดง) พบกับ มอญขาว ซีเมนต์ดี (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์ และ คู่ที่ 2. สาย B ระหว่าง เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ (แดง) พบกับ เมืองทอง ส.พงษ์อมร (น้ำเงิน) พิกัด 116 ปอนด์
สำหรับผลการแข่งขันฯ ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" สาย A และ สาย B รอบ 8 คนนัดสุดท้าย มีดังนี้


คู่ที่ 1. สาย A เข้ารอบรองฯ ยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี (แดง) พบกับ มอญขาว ซีเมนต์ดี (น้ำเงิน) "ยอดกัณฑ์" เป็นมวยขวาสูงยาวเข่าในเหนียวแน่นด้าน "มอญขาว" มวยซ้ายเตี้ยสั้นหมัดหนัก เปิดเกมส์ มอญขาว เดินต่อยหมัดตัดลำตัว "ยอดกัณฑ์" ถึงกับออกอาการ "ยอดกัณฑ์" เดินเตะขวาต่อยหมัดจับในตีเข่าแต่ยังไม่ชัดเจนปลายยก2 "ยอดกัณฑ์" ได้จังหวะสับศอกซ้ายตรงคิ้วขวาเลือดใหลทะลัก "มอญขาว" ยังคงเดินต่อยหมัดเน้นๆ ทั้งลำตัวและถีบซ้ายยันทำเอา "ยอดกัณฑ์" ทั้งกลิ้งล้มหายกระทั่งต้นยก4 "มอญขาว" เดินต่อยหมัดทั้งบนสลับล่างอย่างจังทำเอา "ยอดกัณฑ์" ถึงกับทิ้งตัวลงไปนอนให้กรรมการนับถึง10 ทำให้ "มอญขาว" เป็นฝ่ายชนะทีเคโอยก4 เข้ารอบรองชนะเลิศทันที ส่วน "ยอดกัณฑ์" ตกรอบ



คู่ที่ 1. สาย B น็อกยก2 เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ (แดง) พบกับ เพชรเมืองทอง ส.พงษ์อมร (น้ำเงิน) คู่นี้เป็นมวยซ้ายทั้งคู่สูงยาวเข่าในอาขีพ "เมืองข้าง" เป็นฝ่ายเดินเข้าหาเตะซ้ายลำตัวตามด้วยเตะซ้ายเข้าก้านคอ "เพชรเมืองทอง" เต็มๆ ถึงกับร่วงให้กรรมการนับ8 ชกได้ต้นยก2 "เมิองช้าง" เดินเตะซ้ายต่อยหมัดเน้นๆ รัวเป็นชุด "เพชรเมืองทอง" ถึงร่วงนอนหงายให้กรรมการนับ10 ทำให้ "เมืองช้าง" เป็นฝ่ายชนะทีเคโอยก2


หลังจบการแข่งขัน ได้มีพิธีการจับฉลากประกบคู่มวย ศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" รอบรองชนะเลิศ โดยมี นายจมร เลขะกุล (ผู้แทนปูนเสือ) พร้อมด้วย นายพีรพงศ์ ธีระเดชพงศ์ หรือ (เฮียชุ้น) ร่วมเป็นสักขีพยานในการจับฉลากในครั้งนี้
ส่วนผลการจับฉลากประกบคู่มวยมีดังนี้


จากยอดฝีมือทั้งหมด 8 คน ตอนนี้เราก็ได้ 4 ขุนพลระดับพระกาฬจากทั้งสาย A และ สาย B (ฝั่งละ 2 คน) ที่จะเข้าไปฟาดฟันกันต่อในรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใครจะได้เจอกับใครมาลุ้นกัน ระหว่าง มอญขาว ซีเมนต์ดี พบกับ ไทยแลนด์ ส.รุ่งศักดิ์ และ เมืองช้าง ส.เดชะพันธ์ พบกับ หัสดี ตี๋น้อยคะชิน นัดชี้ชะตาสู่เส้นทางลุ้นชิงแชมป์ ว่าใครจะเป็นเสือตัวที่ 25 คนต่อไป



สำหรับศึก "มวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25" (รอบรองชนะเลิศ) จะขึ้นสังเวียนประชันฝีมือกันในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 พร้อมระเบิดความดุเดือดบนสังเวียนให้แฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลุ้นและเชียร์กันให้สนั่นจอได้ที่เวทีมวยช่อง 7 HD ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป
45
ข่าวบันเทิง / “เติร์ด-มาเบล” แท็กทีมล่าปมสมบัติลับ จุดตายปริศนา! มูฟวี่พรีเมียร์“อคิลลิสเคิร์ส
« Last post by happy on August 06, 2026, 09:03:53 PM »“เติร์ด-มาเบล” แท็กทีมล่าปมสมบัติลับ จุดตายปริศนา! มูฟวี่พรีเมียร์ “อคิลลิสเคิร์ส กับสมบัติต้องคำสาป” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

เปิดโลกแฟนตาซีไทยกับปริศนาเหนือจริง เมื่อ “สมบัติต้องคำสาป” กลายเป็นชนวนคดีที่โยงทั้งความลับ การหักหลัง และจุดตายของมนุษย์ นำทีมไขปมโดย เติร์ด ลภัส, มาเบล สุชาดา, เก๋ไก๋ ณัฐธิชา, กัปตัน ชลธร และ จ๋อมแจ๋ม สุพิชชา เสริมทัพด้วย แมทธิว ดีน และ โดม จารุวัฒน์ ในหนังสืบสวนแฟนตาซีที่ผสมอารมณ์ขันและจินตนาการสุดแปลกตา ชวนลุ้นทุกเงื่อนงำจนถึงวินาทีสุดท้าย



ก้าวเข้าสู่โลกอคิลลิสเคิร์ส ดินแดนที่ผู้คนอายุยืนเกือบไร้ขีดจำกัด แต่ทุกชีวิตกลับมี “จุดตาย” ปริศนาซ่อนอยู่ โดยไม่มีใครรู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองอยู่ตรงไหน เรื่องวุ่นเริ่มขึ้นเมื่อ ลุค (เติร์ด-ลภัส งามเชวง) นักสืบหนุ่มผู้มองเห็นจุดตายของคนอื่น ได้รับบัตรเชิญไปร่วมงานวันเกิดของคู่หมั้นเพื่อนสนิท ซึ่งเตรียมเปิดตัวสมบัติต้องคำสาปชิ้นสำคัญ แต่ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองกลับพลิกเป็นเกมล่าความจริง เมื่อกลุ่มคนร้ายบุกชิงสมบัติกลางงาน ก่อนจะเกิดการหักหลังกันเอง จนคดีธรรมดากลายเป็นปมใหญ่ที่ทั้งแปลก ลึกลับ และอันตราย ลุคจึงต้องจับคู่แบบไม่เต็มใจกับ ไซเรน (มาเบล-สุชาดา สอนพันธ์) นักต้มตุ๋นสาวไหวพริบจัด เพื่อไล่ล่าเบาะแสท่ามกลางผู้ต้องสงสัยที่ดูเหมือนทุกคนมีความลับซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น จิน (กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง), วนิลลา (จ๋อมแจ๋ม-สุพิชชา สุบรรณพงษ์), วิสกี้ (เก๋ไก๋-ณัฐธิชา นามวงษ์) รวมถึง อัยการธีร์ (แมทธิว ดีน) และ สารวัตรพัฒน์ (โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม) ที่เข้ามาเติมแรงกดดันให้คดีนี้เข้มข้นยิ่งขึ้น ร่วมลุ้นว่าใครคือคนร้าย ใครคือคนลวง และสมบัติต้องคำสาปซ่อนความจริงอะไรไว้ ติดตามชม “อคิลลิสเคิร์ส กับสมบัติต้องคำสาป” วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมนี้ เวลา 21.00 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live
46
news & activity / 8.8 "ซูเลียน" รวมพลังนักธุรกิจทั่วประเทศ จัดประชุมใหญ่แห่งปี
« Last post by fh400 on August 06, 2026, 04:51:16 PM »8.8 "ซูเลียน" รวมพลังนักธุรกิจทั่วประเทศ จัดประชุมใหญ่แห่งปี
พบ CEO "ดร.ปิยะวัฒน์" ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ธุรกิจ พร้อมฟรีคอนเสิร์ต "โชค รถแห่" ยกวง
พบ CEO "ดร.ปิยะวัฒน์" ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ธุรกิจ พร้อมฟรีคอนเสิร์ต "โชค รถแห่" ยกวง

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญนักธุรกิจและสมาชิกซูเลียนทั่วประเทศ ร่วมงานประชุมใหญ่และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณประดับเข็มเกียรติยศ ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมอัปเดตทิศทางการดำเนินธุรกิจ รับฟังวิสัยทัศน์จากผู้บริหาร และร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของสมาชิกที่สร้างผลงานโดดเด่น พร้อมกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นอย่างครบครันตลอดทั้งสองวัน
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายโดย ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ทิศทางการเติบโตขององค์กร และแนวคิดในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดศักยภาพให้กับนักธุรกิจซูเลียนทุกระดับ
ภายในงานยังมีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณประดับเข็มเกียรติยศ เพื่อเชิดชูสมาชิกผู้สร้างผลงานโดดเด่น รวมถึงกิจกรรม "แม่คนนี้ดีที่หนึ่ง ประจำปี 2569" เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เพื่อร่วมยกย่องคุณค่าของผู้เป็นแม่และสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นภายในครอบครัวซูเลียน ปิดท้ายด้วยฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง "โชค รถแห่" ที่จะมาสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้ร่วมงานตลอดช่วงกิจกรรม
บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญสมาชิกและนักธุรกิจซูเลียนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมใหญ่ประจำปี ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม และวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่าย เติมแรงบันดาลใจ และก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน
47
news & activity / ปราการสุดท้ายแห่งรัฐ บทบาทสถาบันราชการในการคานอำนาจการเมือง
« Last post by fh400 on August 04, 2026, 10:52:46 AM »ปราการสุดท้ายแห่งรัฐ บทบาทสถาบันราชการในการคานอำนาจการเมือง
และการปกป้องประโยชน์สาธารณะระยะยาว
และการปกป้องประโยชน์สาธารณะระยะยาว

"ข้าราชการประจำ" มักตกเป็นจำเลยคนแรกเมื่อรัฐเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นข้อหาความล่าช้า เทอะทะ หรือการเป็นเครื่องมือของรัฐบาลยุคก่อน ฝ่ายการเมืองซึ่งเข้ามาสู่อำนาจผ่านวัฏจักรการเลือกตั้ง มักใช้กลยุทธ์ "การโยนความผิด" เพื่อรักษาฐานเสียง โดยวาดภาพให้ข้าราชการประจำกลายเป็นกลุ่มอำนาจรัฐซ่อนเร้น (Deep State) หรืออุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผ่านปริซึมทางรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ ระบบราชการประจำคือ "สถาบันรัฐ" เพียงหนึ่งเดียวที่ทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลัง และหลักประกันความต่อเนื่องของรัฐชาติ ในขณะที่ฝ่ายการเมืองเปลี่ยนผ่าน และสลับสับเปลี่ยนเข้ามาเพียงชั่วคราว ข้าราชการประจำคือผู้แบกรับภาระในการปกป้องกติกาสูงสุด ธรรมาภิบาล และประโยชน์สาธารณะระยะยาวจากการถูกแทรกแซงโดยผลประโยชน์สั้นๆ ทางการเมือง
ข้าราชการประจำคือตัวแทนแห่งความยั่งยืนของแผ่นดิน และบทบาทการคานอำนาจของระบบราชการมีความสำคัญระดับวิกฤต ซึ่งหากระบบนี้ถูกทำลายหรือไร้ประสิทธิภาพ รัฐจะสูญเสียสมรรถนะในการบริหาร และหมักหมมจนนำไปสู่มหันตภัยทางการเมือง และสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความเป็นอิสระ และการคานอำนาจของระบบราชการ อธิบายได้ว่าบทบาทของข้าราชการประจำในฐานะผู้คานอำนาจการเมือง สามารถทำความเข้าใจผ่านทฤษฎีทางรัฐศาสตร์สำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Max Weber ที่เสนอว่า ระบบราชการสมัยใหม่เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพราะขับเคลื่อนด้วย "ความชอบธรรมทางกฎหมาย" คุณลักษณะสำคัญคือ
ความเป็นกลางทางการเมือง
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
และการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักระเบียบโดยปราศจากอารมณ์ส่วนตน
ความไร้อารมณ์ส่วนตนนี้ไม่ใช่ความใจดำ หากแต่เป็น "เกราะคุ้มกัน" ไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจตามอำเภอใจเพื่อตอบสนองพวกพ้อง ข้าราชการประจำจึงเป็นสถาบันที่ทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเท่าเทียม ไม่แปรผันไปตามกระแสประชานิยม หรืออย่างที่ Daniel Carpenter ได้ชี้ให้เห็นว่า ระบบราชการที่ไม่ถูกครอบงำโดยนักการเมืองจะมีความน่าเชื่อถือ และมีความเป็นอิสระเชิงสถาบัน ความเป็นอิสระนี้ไม่ได้หมายถึงการแข็งขืนต่อประชาชน แต่คือการปกป้องนโยบายสาธารณะระยะยาว จากนักการเมืองที่มีกรอบเวลาในการทำงานสั้นเพียงรอบการเลือกตั้ง ข้าราชการคือผู้ที่มองข้ามช็อตไปถึงเสถียรภาพทางการเงิน คลัง พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในอีก 20-30 ปีข้างหน้า หรือแม้แต่ในมิติของ D. Roderick Kiewiet และ Mathew D. McCubbins ก็ได้กล่าวไว้ว่า ประชาชนคือ "ตัวการ" ที่มอบอำนาจให้นักการเมืองเป็น "ตัวแทน" แต่นักการเมืองมักเกิดภาวะ Moral Hazard หรือการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ดังนั้น ระบบราชการประจำจึงทำหน้าที่เป็น ตัวแทนระดับที่สอง ที่คอยทัดทาน ตรวจสอบ และชะลอนโยบายที่เป็นโทษต่อแผ่นดิน เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ประชาชนมอบให้
บทบาทของข้าราชการประจำทำหน้าที่เป็นเสาหลักแห่งความมั่นคง ซึ่งมองได้ใน มิติสำคัญ คือ เป็นผู้รักษาความต่อเนื่องของรัฐ ในยามที่เกิดวิกฤตทางการเมือง รัฐบาลล้ม ลาออก หรือเกิดสุญญากาศทางอำนาจ ระบบราชการคือกลไกเดียวที่ทำให้โรงพยาบาลยังคงเปิดทำการ การเก็บภาษียังดำเนินไป การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนยังคงอยู่ และบริการสาธารณะไม่หยุดชะงัก
เป็นผู้ปกป้องความรู้เชิงเทคนิค นักการเมืองอาจมีความเชี่ยวชาญด้านการหาเสียง แต่ขาดความเข้าใจลึกซึ้งในข้อกฎหมาย และผลกระทบทางเทคนิค ข้าราชการประจำคือผู้รวบรวมข้อมูล ความผิดพลาดในอดีต และหลักการทางวิชาการ เพื่อเตือนสติและเสนอทางเลือกเชิงนโยบายที่รอบคอบ ดังนั้นการเป็นฝ่ายค้านภายในระบบ ข้าราชการประจำใช้ระเบียบ ขั้นตอนการงบประมาณ และกฎหมายในการตั้งคำถามต่อนโยบายที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงโครงสร้าง ซึ่งถือเป็นการคานอำนาจเงียบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในระบบประชาธิปไตย
บทเรียนในต่างประเทศที่ชี้ให้เห็นว่าหากรัฐใดตัดสินใจทำลายความเป็นอิสระของระบบราชการ เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายการเมืองเข้าครอบงำได้อย่างสมบูรณ์ รัฐนั้นจะพบกับความพังทลายเชิงโครงสร้าง
ยกตัวอย่างอย่างในช่วงศตวรรษที่ 19 สหรัฐฯ เคยใช้ระบบที่ผู้ชนะการเลือกตั้งสามารถปลดข้าราชการประจำ และแต่งตั้งหัวคะแนนของตนเข้าแทนที่ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ระบบราชการไร้ประสิทธิภาพอย่างรุนแรง เกิดการทุจริตมโหฬาร และบริการสาธารณะตกต่ำ วิกฤตการณ์นี้บีบบังคับให้สหรัฐฯ ต้องปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ผ่านกฎหมาย Pendleton Civil Service Act (1883) เพื่อดึงระบบราชการกลับมาสู่ระบบคุณธรรม และความเป็นกลางทางการเมือง
หรืออย่างที่ศรีลังกา หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในยุคปัจจุบัน คือการที่ฝ่ายการเมืองตระกูลหนึ่งขับเคลื่อนนโยบายประชานิยมขั้นสุด ตัดลดภาษีอย่างมโหฬาร และสั่งห้ามใช้นำเข้าปุ๋ยเคมีอย่างฉับพลันเพื่อเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ 100% ซึ่งข้าราชการประจำในกระทรวงการคลัง และนักวิชาการเกษตรได้พยายามทัดทาน และเตือนถึงมหันตภัยที่จะเกิดขึ้นต่อดุลการชำระเงินและผลผลิตทางการเกษตร แต่นักการเมืองได้เข้าแทรกแซง ปลด และกดดันข้าราชการที่ไม่เห็นด้วย ผลลัพธ์คือ เศรษฐกิจศรีลังกาล่มสลาย รัฐขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ จนนำไปสู่ภาวะรัฐล้มละลาย และประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส
หรือการแบ่งสรรอำนาจในเลบานอนที่เปิดโอกาสให้นักการเมืองแต่ละกลุ่มศาสนา และพรรคการเมืองเข้ายึดครองและแบ่งเค้กกระทรวงต่าง ๆ ข้าราชการประจำถูกลดบทบาทลงจนกลายเป็นเพียงบริวารของพรรคการเมือง ส่งผลให้ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และการจัดการขยะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง อันนำไปสู่เหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ที่ท่าเรือเบรุต ในปี 2020 ซึ่งสะท้อนถึงการไร้สมรรถนะของหน่วยงานรัฐที่ถูกการเมืองแทรกแซงจนไม่เหลือหลักวิชาการ
ข้าราชการประจำไม่ได้เป็นศัตรูของประชาธิปไตย หากแต่เป็น "นิติรัฐคุ้มภัย" ให้แก่ประชาธิปไตย การที่นักการเมืองสลับสับเปลี่ยนกันเข้ามาบริหารคือ "ความงามของระบอบตัวแทน" แต่การมีข้าราชการประจำที่เข้มแข็ง ยึดมั่นในหลักวิชาการ และกล้าทัดทานการกระทำที่ไม่ถูกต้อง คือหลักประกันว่าประเทศชาติจะไม่ล้มเหลวไปตามกระแสการเมืองที่ผันผวน
หากปราศจากข้าราชการประจำที่ยืนหยัดคานอำนาจ รัฐจะหมุนไปตามแรงเหวี่ยงของประชานิยมระยะสั้น วินัยการเงินการคลังจะถูกทำลาย ระบบหลักนิติธรรม จะถูกแทนที่ด้วยหลักอำนาจนิยม เพื่อการปฏิรูป และปกป้องระบบราชการประจำ จึงจำเป็นต้อง สร้างหลักประกันความเป็นอิสระจากการเมือง ปรับปรุงกฎหมายการบริหารงานบุคคลในภาครัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการระดับสูงโดยไม่เป็นธรรมเพียงเพราะการทัดทานนโยบาย และยกระดับสมรรถนะเชิงเทคนิค ข้าราชการประจำต้องเร่งพัฒนาศักยภาพตนเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คำแนะนำเชิงนโยบายของตนมีน้ำหนักทางวิชาการที่ฝ่ายการเมืองปฏิเสธได้ยาก รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วมกัน สังคมต้องหยุดวาดภาพข้าราชการเป็นผู้ร้าย และหันมาสนับสนุนข้าราชการที่ยึดมั่นในความถูกต้อง เพื่อให้พวกเขามีเกราะคุ้มกันในการยืนหยัดเพื่อประโยชน์สูงสุดของแผ่นดินสืบไป
48
news & activity / สคส. เดินหน้าขยายโอกาสเข้าถึงความรู้ PDPA ผ่าน "PDPC e-Learning"
« Last post by fh400 on August 03, 2026, 10:37:19 AM »สคส. เดินหน้าขยายโอกาสเข้าถึงความรู้ PDPA ผ่าน "PDPC e-Learning"
เรียนฟรี ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมประกาศนียบัตร ต่อยอดศักยภาพคนไทยสู่สังคมดิจิทัลปลอดภัย
เผยยอดผู้เข้าเรียนล่าสุดทะลุ 8 หมื่นรายแล้ว
เรียนฟรี ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมประกาศนียบัตร ต่อยอดศักยภาพคนไทยสู่สังคมดิจิทัลปลอดภัย
เผยยอดผู้เข้าเรียนล่าสุดทะลุ 8 หมื่นรายแล้ว

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้าขยายโอกาสการเข้าถึงความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชน ผ่านระบบ "PDPC e-Learning" แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วน สามารถเรียนรู้เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยลดข้อจำกัดทั้งด้านค่าใช้จ่ายและการเดินทาง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถจัดสรรเวลาเรียนได้อย่างยืดหยุ่นตามความสะดวก โดยเมื่อเรียนครบและผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับ e-Certificate จาก สคส. เพื่อใช้เป็นหลักฐานรับรองการเรียนรู้ และต่อยอดการพัฒนาความรู้และศักยภาพของตนเอง รวมถึงนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า การพัฒนา PDPC e-Learning ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการทำให้องค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงประชาชนได้อย่างสะดวกและทั่วถึง โดย สคส. ได้ออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมทั้งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการทำความเข้าใจสิทธิและแนวทางในการปกป้องข้อมูลของตนเอง
"PDPC e-Learning มีเป้าหมายสำคัญในการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงความรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย เวลา สถานที่ หรือการเดินทาง ผู้เรียนสามารถเลือกศึกษาและบริหารจัดการเวลาเรียนได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ และเมื่อเรียนครบถ้วนและผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองความรู้จาก สคส. ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการพัฒนาศักยภาพของตนเองและองค์กรได้ ถือเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ประชาชนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น" พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าว
พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลตอบรับนับตั้งแต่เปิดให้บริการเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า มีผู้ลงทะเบียนเรียนแล้วเกือบ 8 หมื่นราย โดยผลการดำเนินงานสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด สะท้อนถึงความสนใจในการเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และช่วยขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ด้าน PDPA ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม
พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวอีกว่า ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงภาระด้านกฎหมาย หรือเป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ควรพัฒนาให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรและความรับผิดชอบร่วมกันของคนในสังคม ตั้งแต่การเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น การใช้ข้อมูลอย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ตลอดจนการเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หลักสูตรของ สคส.นี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ เพราะความรู้ที่ได้รับจะช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหล ลดช่องว่างที่มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทย
สคส. จะเดินหน้าพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร PDPC e-Learning ให้มีเนื้อหาที่ทันต่อสถานการณ์ กฎหมาย เทคโนโลยี และรูปแบบความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมขยายองค์ความรู้ไปยังหน่วยงานและประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อผลักดันให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นทักษะพื้นฐานของคนไทย และสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลที่ปลอดภัย โปร่งใส และเชื่อถือได้อย่างยั่งยืน
การขยายโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ผ่าน PDPC e-Learning จึงไม่เพียงช่วยให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการสร้างพื้นฐานความรู้ให้คนไทยเข้าใจสิทธิของตนเอง รู้เท่าทันแนวทางการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และตระหนักถึงความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูลของผู้อื่นอย่างเหมาะสม เพื่อร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือ
ผู้สนใจสามารถสมัครเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://elearning.pdpc.or.th/
ช่องทางติดตามข่าวสาร สคส.
Website: www.pdpc.or.th
YouTube : https://www.youtube.com/@PDPCThailand
TikTok : https://www.tiktok.com/@pdpc.thailand
LINE OA : https://line.me/R/ti/p/@083lyqp
49
news & activity / เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม
« Last post by happy on August 02, 2026, 05:40:21 PM » เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์
บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”
50
news & activity / ทำไมแผ่นดินไหวที่อิตาลีขนาดแค่ 4.7 แต่ทำให้อาคารหลายหลังเสียหายได้ โดย ศ.ดร.อมร
« Last post by happy on August 02, 2026, 02:44:38 PM »ทำไมแผ่นดินไหวที่อิตาลีขนาดแค่ 4.7 แต่ทำให้อาคารหลายหลังเสียหายได้
โดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย
โดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย


แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทางตอนใต้ของอิตาลี เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา มีขนาดเพียง 4.7 ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่กลับสร้างความเสียหายให้อาคารหลายหลังได้
จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ในเขตเมือง Pozzuoli ทางทิศตะวันตกของเมืองเนเปิลส์ พื้นที่ในแถบนี้ ยังเป็นแอ่งภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ!
สาเหตุที่อาคารเสียหายน่าจะมาจาก
1. แผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ความลึกเพียง 3 กม. ซึ่งถือว่าตื้นมาก เทียบกับแผ่นดินไหวทั่วไปที่มักเกิดที่ความลึกมากกว่านั้น ด้วยความที่ระยะตื้นมาก พลังงานจากคลื่นแผ่นดินไหวถูกลดทอนน้อย การสั่นไหวที่ผิวดินจึงรุนแรงมาก
2. จุดเกิดเหตุอยู่ในบริเวณแหล่งชุมชนหนาแน่น จึงกระทบต่ออาคารและประชาชนมาก
3. อาคารส่วนใหญ่ไม่ได้พังทั้งหลัง แต่ส่วนที่พังทลายคือ เปลือกและผนังอาคารที่แตกหักและร่วงลงมา โดยเฉพาะอาคารและโบสถ์เก่าที่ก่อสร้างจากอิฐหรือปูนปั้นไม่เสริมเหล็ก (Unreinforced masonry) จึงเปราะ แตกหัก และพังทลายได้ง่าย นอกจากอาคารพังทลายแล้ว ยังพบหินถล่มด้วย
4. แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดจากรอยเลื่อนธรรมดา แต่เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในเขตภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ใต้พื้นดินยังมีแม็กม่าหรือแก๊ส หรือของเหลวร้อนอยู่ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ bradyseism ดันให้พื้นดินยกและทรุดตัวแบบไม่สม่ำเสมอมาเป็นเวลานาน บางจุดยกสูงถึง 1.6 ม. ก็อาจทำให้อาคารบางส่วนสะสมรอยแตกร้าวหรือเสียมาก่อนหน้าแล้ว เมื่อเจอแผ่นดินไหวคราวนี้ จึงพังลงมา
5. พื้นที่แถบนี้ ยังมีกลุ่มแผ่นดินไหวสะเทือน (seismic swarm) ต่อเนื่องหลายครั้ง ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับกับการเป็นเขตภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ อาจมีส่วนทำให้อาคารแตกร้าวเสียหายจากแผ่นดินไหวก่อนหน้าอยู่แล้วด้วย
ภาพจาก reuters.com

Recent Posts