Recent Posts

Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10
31
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เพื่อพัฒนา “Pride Digital Platform” เครื่องมือยุทธศาสตร์สนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030


ภายในงานแถลงข่าว “Bangkok Pride Festival 2026” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 โดยมีไฮไลท์ขบวน Bangkok Pride Parade บนถนนสีลม ระยะทาง 4.8 กิโลเมตร ในวันที่ 31 พฤษภาคม มุ่งผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นมหานครแห่งความหลากหลายระดับโลก


โดยมี รศ.ดร.ชุมพร มูรพันธุ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ สจล., วาดดาว - อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด และ ภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บริษัท เยลโล่ แชนแนล จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้จัดงาน “DRAG BANGKOK Festival” ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงทางวิชาการดังกล่าวขับเคลื่อนแพลตฟอร์มดิจิทัล และกิจกรรมร่วมกัน


การมีส่วนร่วมของ สจล. ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีและการออกแบบในการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลและองค์ความรู้เพื่อยกระดับมาตรฐานงานระดับนานาชาติ ควบคู่กับกิจกรรมสำคัญภายในเทศกาล อาทิ Bangkok Pride Awards, Bangkok Pride Forum และ DRAG BANGKOK Festival 2026 โดยความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะ Pride Destination ระดับโลก

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
32
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเวที ‘BROKER DAY’  ขับเคลื่อนช่องทางโบรกเกอร์
และพาร์ทเนอร์ดิจิทัลสู่การเติบโตบทใหม่

นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า, นาย อาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์,นางสาวยุวดี งานทวีกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ, และ นายไพสิฐ เจียมจรรยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรานส์ฟอร์มเมชัน

              เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่ง ยกระดับกลยุทธ์ช่องทางจัดจำหน่ายจัดงาน “Generali Broker Day” เปิดบ้านต้อนรับพันธมิตรโบรกเกอร์ ภายใต้แนวคิด ‘Unlocking New Possibilities Together’ เพื่อสื่อสารทิศทางกลยุทธ์ และแนวทางการสนับสนุนช่องทางโบรกเกอร์และพันธมิตรธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Multichannel & Solution-based มุ่งเสริมศักยภาพพันธมิตรควบคู่การพัฒนาโซลูชันประกันภัยแบบยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาเสริมการให้บริการอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


              การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นาย อาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์, นางสาวยุวดี งานทวีกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ, นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า และ นายไพสิฐ เจียมจรรยา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรานส์ฟอร์มเมชัน ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ทิศทาง และแผนการดำเนินงานในแต่ละมิติ พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายพันธมิตรโบรกเกอร์ที่เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทของงาน Broker Day ในฐานะเวที Open House ที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ ความร่วมมือ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ


              นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 23 ปี มีฐานลูกค้ารวมกว่า 1.6 ล้านรายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มุ่งพัฒนาศักยภาพองค์กรในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการบริการ และที่สำคัญคือ การเสริมแกร่งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกช่องทาง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น


              ช่องทางโบรกเกอร์ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเรา และยังสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับแนวโน้มของตลาดโดยรวม ท่ามกลางภูมิทัศน์อุตสาหกรรมประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับโบรกเกอร์ช่วยให้เราเข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการด้านประกันของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และนำคำแนะนำอันมีคุณค่านั้นมาพัฒนาการบริการ ตลอดจนต่อยอดผลิตภัณฑ์และโซลูชันอย่างต่อเนื่อง”


นางสาวยุวดี งานทวีกิจ

              โดยล่าสุด เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การบริหารเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการจัดจำหน่ายซึ่งแบ่งออกเป็น2มิติหลักได้แก่ “Multichannel Distribution” และ “Product & Service Excellence” ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ช่องทางโบรกเกอร์ รวมถึงช่องทางพันมิตร ในรูปแบบดิจิทัล B2B2C ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผลักดันโมเดล “Broker First” เพื่อรองรับการขายแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงลูกค้าการจัดงานในครั้งนี้ยังทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรของเจนเนอราลี่ไทยแลนด์ ซึ่งประกอบด้วยพันธมิตรทางธุรกิจและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ผนวกโซลูชันประกันภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการให้บริการแก่ลูกค้า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายการเข้าถึงประกันภัยผ่านโมเดลดิจิทัลแบบ Embedded Insurance และความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถขยายผลได้ในหลากหลายระบบนิเวศ


นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์

              พร้อมกันนี้ ยังคงเดินหน้ายกระดับความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์และบริการ (Product & Service Excellence) ผ่านการนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบตามช่วงชีวิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การออม การสร้างหลักประกันสุขภาพ การส่งต่อความมั่งคั่ง ไปจนถึงการวางแผนเกษียณ ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่ ฟรีแลนซ์ ครอบครัว ผู้บริหาร ชาวต่างชาติ (Expat) และผู้สูงอายุ รวมถึงการยกระดับงานบริการสู่มาตรฐาน Best-in-Class Services เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีและสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งการพัฒนากระบวนการพิจารณารับประกันภัยให้ทราบผลภายใน 1 วัน การเพิ่มประสิทธิภาพงานสินไหมด้านสุขภาพที่ผ่านการนำเทคโนโลยี AI-Enabled Claim Processing มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเวลาดำเนินงาน การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยบริการตลอด 24 ชั่วโมง และระบบแบบไร้เงินสด (Cashless Claim) ที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 30 นาที ตลอดจนเสริมสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านโปรแกรม Customer FIRST และการนำเสนอประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล


นายไพสิฐ เจียมจรรยา

              “การจัดงาน Broker Day ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการเปิดบ้าน สร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมผลักดันช่องทางโบรกเกอร์ให้เป็นหนึ่งในกลไกหลัก และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในระยะยาว” นายอาร์ช กล่าวทิ้งท้าย
33
ณภัทร-ภัสธนมนท์ รับแชมป์ ซูเปอร์ บอย-เกิร์ล สวิงบางจาก โอเพ่น 2026 ที่เขาใหญ่ คันทรี คลับ




ณภัทร ไชยพานิช เฉือนรับแชมป์ ซูเปอร์ บอย หลังจบด้วยสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 198 คว้าตั๋วลุยแข่งขันต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ จบด้วยสกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 207 คว้าแชมป์ ซูเปอร์ เกิร์ล กอล์ฟ ช้างเจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ รายการ บางจาก โอเพ่น 2026 แข่งขันระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 







รุ่น ซูเปอร์ บอย ณภัทร ไชยพานิช ที่ขึ้นนำร่วมกับ พุทธ นุกูลอุดมพานิชย์ รอบนี้ทำเพิ่มเข้ามา 8 อันเดอร์พาร์ 64 สกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 198 แซงคว้าแชมป์ไปครอง และคว้าตั๋วลุยแข่งขันต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี พุทธ คว้าอันดับ 2 ด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 201 และ สุรพิชญ์ พิชยเสาวภาคย์ คว้าอันดับ 3 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 204 ขณะที่รุ่น ซูเปอร์ เกิร์ล ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ จบด้วยสกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 207 เบียดคว้าแชมป์ไปครอง โดยมี เอริสา บิณฑจิตต์ คว้าอันดับ 2 ที่สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 และ วิชญาดา แรมเมือง คว้าอันดับ 3 สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 210










รุ่น จูเนียร์ บอย ริวกิ โอซากิ ผู้นำจากรอบที่แล้วเข้าป้ายคว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 โดยมี อัฐษกรณ์ หัตถบดี คว้าอันดับ 2 ที่สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 212 และ ลี ซิหยุน คว้าอันดับ 3 สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 214 ด้าน บุณยนุช ศุภกิจบุญชู คว้าแชมป์ จูเนียร์ เกิร์ล ไปครองด้วยสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 200 โดยมี พจีวีรา พาณิชย์วรชัยกุล คว้าอันดับ 2 สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 208 และ สุภาพิช พฤกษานุบาล คว้าอันดับ 3 สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 รุ่น สเปเชี่ยล บอย ชนะพายุ จีระประพันธ์กุล คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 2 โอเวอร์พาร์ 218 โดยมี ภัทรภัทร สิงห์ถม และ กฤตยชญ์ ตินพ คว้าอันดับ 2 ร่วม สกอร์รวมเท่ากัน 12 อันเดอร์พาร์ 228 รุ่น สเปเชี่ยล เกิร์ล ภัทราภรณ์ วันทวี ทำสกอร์รวม 14 โอเวอร์พาร์ 230 คว้าแชมป์สำเร็จโดยมี ณัฐนิชา ประจวบเหมาะ คว้าอันดับ 2 สกอร์รวม 16 โอเวอร์พาร์ 232 และ ยูถิกา น่วมไม้พุ่ม จบอันดับ 3 สกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 234











34
พุทธ และ ณภัทร นำร่วม ซูเปอร์ บอย และ เอริสา มีลุ้นแชมป์ ซูเปอร์ เกิร์ล รอบสอง
ศึกกอล์ฟเยาวชน “บางจาก โอเพ่น 2026” ณ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ





พุทธ นุกูลอุดมพาณิชย์ และ ณภัทร ไชยพานิช ทำสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 134 เท่ากัน นำร่วมใน คลาส ซูเปอร์ บอย ขณะที่ เอริสา บิณฑจิตต์ ระเบิดฟอร์มทำ 9 อันเดอร์พาร์ 63 ในรอบเดียวกระโดดขึ้นนำเดี่ยว 7 อันเดอร์พาร์ 137 คลาส ซูเปอร์ เกิร์ล เหลือเล่นอีก 18 หลุม ในการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน "ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์" รายการ "บางจาก โอเพ่น" ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ณ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา จบรอบวันที่สองเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569

รุ่น ซูเปอร์ บอย พุทธ นุกูลอุดมพาณิชย์ ทำ 6 อันเดอร์พาร์ 66 ขยับคะแนนรวมขึ้นมาอยู่ที่ 10 อันเดอร์พาร์ 134 ขึ้นนำร่วมกับ ณภัทร ไชยพานิช ผู้นำจากรอบแรกที่วันนี้จบด้วยการทำ 2 อันเดอร์พาร์ 70 รุ่น ซูเปอร์ เกิร์ล เอริสา บิณฑจิตต์ ระเบิดฟอร์มโชว์วงสวิงสุดคมเก็บสกอร์เดียวถึง 9 อันเดอร์พาร์ 63 ขึ้นนำเดี่ยวด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 137 แซงหน้าผู้นำวันแรกอย่าง ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ ที่ทำสกอร์เพิ่มอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 คะแนนรวมสองวันอยู่ที่ 6 อันเดอร์พาร์ 138 โดยวันนี้มีการทำโฮลอินวันเป็นของ ศศิศรร์ จงศรีอดิสรณ์ ที่หลุม 4 พาร์ 3 จากระยะ 151 หลา ด้วยเหล็ก 8 รับรางวัล สุดพิเศษจาก THE GENZ โดย คุณดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ มอบทุนสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนมูลค่า 5,000 บาท พร้อมรับรางวัลจากทางสนาม เขาใหญ่ คันนทรี คลับ เป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-เชียงใหม่, กิ๊ฟเซต จากเซียงเพียวอิ้ว, Beyond Green, พร้อมมอบโปรแกรมตรวจสุขภาพ 10,000 บาท จาก รพ.กรุงเทพเขาใหญ่, ประกันภัยกอล์ฟ by Easy Insure Broker, บัตรกำนัลอาหารเย็นจาก ROMA Restaurant มูลค่า 3,000 บาท และ Campfire Cafe & Restaurant Khao Yai มูลค่า 3,000 บาท

รุ่น สเปเชี่ยล บอย ชนะพายุ จีระประพันธ์กุล จบวันที่สองด้วยสกอร์ อีเวนพาร์ 72 ส่งผลให้คะแนนรวมสองวันอยู่ที่ 1 โอเวอร์พาร์ 145 (73-72) รั้งจ่าฝูงของรุ่น ฝ่ายหญิงรุ่น สเปเชี่ยล เกิร์ล ภัทราภรณ์ วันทวี ยังคงโชว์ฟอร์มผู้นำทำอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 คะแนนรวมสองวันอยู่ที่ 5 โอเวอร์พาร์ 149 รุ่น จูเนียร์ บอย ริวกิ โอซากิ สวิงหนุ่มจากญี่ปุ่น ทำเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 71 ขึ้นนำมาอยู่ที่ 3 อันเดอร์พาร์ 141 ขณะที่รุ่น จูเนียร์ เกิร์ล บุญยนุช ศุภกิจบุญชู รอบนี้เธอจบสกอร์ที่ 10 อันเดอร์พาร์ 62 รั้งตำแหน่งผู้นำต่อที่สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 130 ทิ้งห่างคู่แข่งออกไปถึง 9 สโตรค

ณภัทร ไชยพานิช และ พุทธ นุกูลอุดมพาณิชย์ พร้อมด้วย เอริสา บิณฑจิตต์ ขึ้นนำรุ่น ซูเปอร์ บอย และ ซูเปอร์ เกิร์ล กอล์ฟ บางจาก โอเพ่น 2026 ณ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา จบรอบวันที่สองเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569
35
หลักฐานเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย
ยังไม่สามารถช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม


             ในหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีโอกาสสำคัญในการพัฒนานโยบายฉลากโภชนาการด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ฉลากคำเตือนเป็นแนวทางที่มีประสิทธิผลสูงสุดและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค การปรับเปลี่ยนนโยบายโดยไม่รีรอและควบคู่กับการให้ความรู้และการติดตามประเมินผล จะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำนวัตกรรมนโยบายด้านโภชนาการของภูมิภาคได้ โดยฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์ (Front-of-Pack Labels: FOPL) ของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากงานวิจัยล่าสุดซึ่งทำการศึกษาโดย พเยาว์ ผ่อนสุขและคณะ ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งรายงานในวารสาร Public Health Nutrition ในกลุ่มผู้บริโภคคนไทยจำนวน 410 คนพบว่า ถึงแม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรับรู้เกี่ยวกับฉลากที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่มีเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น ที่ใช้ข้อมูลจากฉลากเป็นประจำและรูปแบบตัวเลขที่ซับซ้อนยังเป็นอุปสรรคในการทำความเข้าใจ หลักฐานเชิงประจักษ์นี้ชี้ชัดว่า ประเทศไทยควรปรับเปลี่ยนรูปแบบฉลาก Guideline Daily Amounts (GDA) ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบันไปสู่ฉลากแบบบอกความหมายทางโภชนาการเป็นคำเตือน (Warning Labels) ควบคู่กับ การรณรงค์ให้ความรู้สาธารณะ เพื่อลดภาระโรคไม่ติดต่อที่มีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหาร


             โดยการออกแบบและการบังคับใช้ฉลากหน้าบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่นั้น ควรจะต้องสอดคล้องกับคำแนะนำขององค์กรอนามัยโลก (WHO) และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากล ซึ่งรวมถึง ความชอบของผู้บริโภคในรายละเอียดการออกแบบ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเกณฑ์และรูปแบบหลักของฉลากแบบบอกความหมายทางโภชนาการเป็นคำเตือน และให้มีการกำหนดรูปแบบฉลาก ทั้งขนาด ตำแหน่ง และความชัดเจน อีกทั้งยังกำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านและการบังคับใช้อย่างชัดเจน  และควรมีการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลเพื่อติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค การปฏิบัติตามของภาคอุตสาหกรรม ความพยายามในการปรับสูตรอาหาร และผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชากรอย่างต่อเนื่อง


             รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดเผยว่า ปัญหาในขณะนี้คือประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(Ncds) ซึ่งมีสาเหตุจากการบริโภคอาหารที่มีโภชนาการไม่เหมาะสม ฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ถึงแม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรู้จักฉลากโภชนาการที่ใช้ในปัจจุบัน การรับรู้ฉลาก GDA อยู่ที่ร้อยละ 95 และการรับรู้ตราสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” อยู่ที่ร้อยละ 82 แต่มีเพียงร้อยละ 24 ของผู้บริโภคเท่านั้นที่อ่านฉลากเป็นประจำ โดยเฉพาะฉลาก GDA ซึ่งเป็นฉลากที่บังคับแสดงบนหน้าบรรจุภัณฑ์อาหารแปรรูปส่วนใหญ่ แต่กลับมีผู้ที่เข้าใจน้อยมาก ทั้งนี้ช่องว่างระหว่างการรับรู้และการใช้งานนี้ถือเป็นความท้าทายในการตอบโจทย์นโยบายด้านสาธารณสุข


             รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ กล่าวว่า การศึกษานี้ ประเมินจากฉลากหน้าบรรจุภัณฑ์ 6 รูปแบบ ได้แก่ 1.ฉลาก GDA 2. ฉลากคำเตือน (Warning Labels) 3.Nutri-Score 4.Health  Logo (ทางเลือกสุขภาพ) 5. Star Rating และ6.ฉลากสัญญาณไฟจราจร (Traffic Light Labels) โดยการสำรวจและการสัมภาษณ์ผู้บริโภคชาวไทยอายุตั้งแต่ 12–78 ปีในกรุงเทพฯและพื้นที่ปริมณฑลช่วงต้นปี 2565 โดยประสิทธิผลของฉลากจากการอ่าน ฉลากคำเตือน (Warning Labels) และ Nutri-Score มีประสิทธิผลสูงที่สุดในการช่วยให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ และฉลากคำเตือนเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิผลสูงสุดในการช่วยผู้บริโภคเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกและผลการศึกษาในระดับโลก ในขณะที่ฉลาก GDA ได้คะแนนต่ำสุดทั้งในแง่ของการใช้งานและความเข้าใจ ส่วน ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Logo)ได้รับคะแนนสูงด้านความชอบของบรรจุภัณฑ์ (ร้อยละ 60) ความโดดเด่น (ร้อยละ 59) และความสวยงาม (ร้อยละ 57) แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้นไม่ได้รับการประเมิน


             ทั้งนี้สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพเป็นรูปแบบฉลากตามความสมัครใจและไม่สามารถให้ข้อมูลของสารอาหารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด  กล่าวโดยสรุปอุปสรรคของรูปแบบฉลากทั้งหมดในปัจจุบันในการศึกษาในเชิงคุณภาพบ่งชี้อุปสรรคที่สำคัญของฉลาก เช่น เวลาจำกัดในการเลือกซื้อสินค้า ขนาดตัวอักษรเล็ก และความยากลำบากในการตีความตัวเลข  ซึ่งต้องอาศัยความรู้ด้านโภชนาการ อีกทั้งรูปแบบฉลากที่มีสี (color-coded systems) ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะสะดุดตาและชื่นชอบฉลากที่มีสี แต่ข้อมูลการศึกษาเชิงปริมาณบ่งชี้ว่า ฉลากคำเตือน มีประสิทธิผลสูงกว่าในการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพในทุกกลุ่มประชากร ซึ่งเป็นเหตุผลหลักของการมีฉลากหน้าบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นนัยสําคัญในเชิงนโยบายหรือข้อเสนอแนะผลกระทบหรือแนวทางปฏิบัติที่สรุปได้จากผลการวิจัย ข้อมูลหรือสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของภาครัฐและเอกชนในการกำหนดมาตรการ การแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาโครงสร้างเชิงระบบอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน จะต้องเร่งดำเนินการทันทีในการเปลี่ยนรูปแบบฉลากหน้าบรรจุภัณฑ์จากแบบ GDA เป็นฉลากคำเตือน ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิผลสูงสุดในการช่วยให้ผู้บริโภคคนไทยได้ตัดสินใจเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพและในขณะที่ยังคงเป็นที่ยอมรับได้ โดยฉลากที่ระบุประสิทธิผลของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นเกณฑ์หลักในการระบุความถูกต้องของมาตรฐานในการบริโภค และอันตรายหากมีการบริโภคมากเกินความพอดี  แม้ว่าความชอบของผู้บริโภคนั้น จะมีความสำคัญต่อการสนับสนุนของสังคม แต่ประสิทธิผลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคควรต้องเป็นเกณฑ์หลักของนโยบายสาธารณสุขแห่งชาติ

             นอกจากนี้ยังต้องทำการปฏิรูปฉลากรูปแบบใหม่ให้มีความสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เช่น เวลาการดูฉลากระหว่างเลือกซื้อ ความชัดเจนของตัวอักษร การตีความที่ง่ายโดยไม่ต้องคำนวณหรือมีความรู้ด้านโภชนาการหรือการให้ความรู้สำคัญในการรณรงค์ในเรื่องฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์ ควรดำเนินการก่อน/ระหว่างการบังคับใช้ฉลากรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลต่อทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพเป็นหลักด้วย ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ 1.การบังคับใช้ฉลากคำเตือนบนหน้าฉลากบรรจุภัณฑ์แทนระบบฉลาก GDA 2.รณรงค์ให้ความรู้แก่สาธารณะอย่างครอบคลุมทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการดำเนินการบังคับใช้ฉลากรูปแบบใหม่ และ 3.หารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น กลุ่มผู้บริโภคและองค์กรสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ-เจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงระหว่างการพัฒนานโยบายการบังคับใช้ฉลากรูปแบบใหม่ จะต้องป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนตลอดกระบวนการอย่างเหมาะสม

36
"สมชาย" โหดไร้ปราณี! ยำ "มอร์แกน" คิ้วแตกยก 3 ซิวเข็มขัดแชมป์ WBA ไปครอง


            เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ที่สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ การต่อสู้ที่ดุเดือดในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" จัดการแข่งขันโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขยมากฝีมือ มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ กับ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อ แห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ในการชกชิงข็มขัดแชมป์ WBA OCEANIA , ABF และ IBO ASIA เข็มขัด 3 เส้น 3 สถาบัน มีนักสู้ยอดฝีมือ 15 คู่ จากทั่วโลกที่เสิร์ฟความมันส์ในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" ทัพนักชกทุกคู่ขึ้นสังเวียนดวลหมัดในศึกแห่งศักดิ์ศรีกันอย่างดุเดือด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน โดยมีแฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมชมติดขอบเวทีและส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก




ส่วนผลการแข่งขันรายการ ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS"

คู่ที่ 1. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ยุน ฮงมิน นักชกเกาหลี ชนะ TKO ยก 1 คมสัน วงศ์สุรินทร์ นักชกไทย

คู่ที่ 2. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท พิกัด 135 ปอนด์ กำหนด 4 ยก โอบาดา ดวิกัต นักชกปาเลสไตน์ ชนะ TKO ยก 2 เกียรติพล เครา นักชกไทย

คู่ที่ 3. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 4 ยก คิม ฮันบิน นักชกเกาหลี เสมอ จักรพัตร พรหมธร นักชกไทย

คู่ที่ 4. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท พิกัด 135 ปอนด์ กำหนด 4 ยก เคอร์ติส จอห์น ฮิลล์ นักชกสหราชอาณาจักร ชนะ TKO ยก 1 สมบูรณ์ ดูมแบร์ นักชกไทย





คู่ที่ 5. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นรุ่นเวลเตอร์เวท พิกัด 147 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ล็อก ซาราโวอิน นักชกฝรั่งเศส แพ้ TKO ยก 1 ชัชวาลย์ จินโนภัทร นักชกไทย

คู่ที่ 6. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 4 ยก  เจฮี มุน นักชกเกาหลี ชนะคะแนน สันติ กิจวราธร นักชกไทย

คู่ที่ 7. การชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นเวลเตอร์เวท พิกัด 154 ปอนด์ กำหนด 6 ยก คอนนี่ ชาน นักชกออสเตรเลีย ชนะ TKO ยก 5 ณภัทรสร ชินขวัญ นักชกไทย

คู่ที่ 8. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 4 ยก มาอารูฟี อามีน อัลลอฮ์ นักชกจากตูนิเซีย ชนะ TKO ยก 2 รวิภาส คำสุด นักชกไทย





คู่ที่ 9. การชกอุ่นเครื่อง ซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ไอดอส เคสเปอร์ นักชกคาซัคสถาน ชนะ TKO ยก 5 ณหธร ปาหาม นักชกไทย

คู่ที่ 10. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 4 ยก หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกมาเลเซีย ชนะ TKO ยก 3 อภิสิทธิ์ แสงเมืองนักชกไทย

คู่ที่ 11. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท พิกัด 168 ปอนด์ กำหนด 4 ยก  อดัม ฟาร์ฮาน นาซรีน นักชกมาเลเซีย ชนะ TKO ยก 1 จิรศักดิ์กาญสกุลนักชกไทย

คู่ที่ 12. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นฟลายเวท พิกัด 115 ปอนด์ กำหนด 6 ยก เจสซี่ เอสปินาส นักชกจากฟิลิปปินส์ ชนะ TKO ยก 1 คมกริช นันทเพชรนักชกไทย





คู่ที่ 13. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ IBO ASIA รุ่นครุยเซอร์เวท พิกัด 200 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ธรุฟ สุเปยา นักชกจากแคนาดา ปะทะ ปีเตอร์ มซิโอก้า นักชกจาสุเปย่กแทนซาเนีย คู่นี้เป็นมวยยักษ์ชนยักษ์ เกมส์จบลงเร็วเกินคาดเมื่อ สุเปยาเดินรุกไล่ฮุคซ้ายตัดลำตัว ปีเตอร์ ที่พยามตอบโต้ด้วยการถลุงแต่ยังไม่ชัดเจนกลับโดน สุเปยา ได้จังฮุคซ้ายเข้าขายโครง ปิเตอร์ แบบเป็นชุดทนไม่ไหวทิ้งตัวให้กรรมการนับ 10 ในยกที่ 2 ทำให้ สุเปยา คส้าแชมป์ IBO ASIA มาคลองแบบง่ายดาย

คู่ที่ 14. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ลีบอย อาเทนซิโอ นักชกจากฟิลิปปินส์ ปะทะ สุขประเสริฐ พงษ์พิทักษ์ นักชกไทย คู่นี้เป็นมวยถูกคู่ บีบอย มวยขวาสุอันตราย ด้าน สุขประเสริฐ อดีตยอดมวยไทย เป็นฝ่ายเดินเข้าหาต่อยหมัดตัดลำตัวกลับโดน ลีบอย โต้ด้วยหมัดฮุคขวาเข้าปลายคางก่อนที่จะตามด้วยหมัดขวาตรงเข้าตัวเต็มๆ สุขประเสริฐ ร่วงให้กรรทการนับจนกระทั่งยก2เป็นยกอวสาน เมื่อ ลีบอย เกินเร็วต่อยขวาตามด้วยฮุคซ้ายเข้าลำตัว สุขประเสริฐ เต็มๆทิ้งตัวให้กรรมการนับ 10 ไปแบบง่ายดายชนะTKO ในยกที่ 2  ทำให้ ลีบอย คว้าแชมป์มาครองอย่างสะใจโดยมีนายนริส สิงห์วังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย พ่อพระวงการมวยแสดงความยินขึ้นคาดเข็มขัดให้กับแชมป์ ABF คนใหม่จากฟิลิปปินส์





คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBA OCEANIA รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง แบรด มอร์แกน นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ สมชาย วงศ์สุวรรณ นักชกมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยเริ่มยกแรก สมชาย เดินเข้าหาด้วยความมั่นใจฮุคซ้ายต่อยขวาตัดลำตัวบนสลับล่างทำเอา มอร์แกน ทำอะไรไม่ถนัดออกหมัดไม่เข้าเป้ากลับโดน สมชาย อาศัยความคล่องแคล่วไตส์มวยสากลสมัครเล่นได้โอกาสทิ่มหมัดซ้ายตรงเข้าเบ้าตาซ้าย มอร์แกน เลือดเริ่มไหลออกมาจนกระทั่งต้นยก 3 สมชาย ยังโชว์เร็วอย่างเห็นได้ชัดเดินทิ่มหมัดทั้งซ้ายและขวาเป็นชุดเข้าใบหน้า มอร์แกน ทำให้เลือดไหลทะลักกรรมการต้องยุติให้แพทย์สนามขึ้นมาดูปรากฎว่าต้องยุติการชกทำให้ สมชาย วงศ์สุวรรณ เป็นฝ่ายชนะ TKO ยก3 คว้าแชมป์ WBA Oceania มาครองอย่าสะใจ




            บรรยากาศในสนามมวยคึกคักและดุเดือดสุดๆ เต็มไปด้วยนักสู้ยอดฝีมือจากทั่วโลกที่ขึ้นสังเวียนแลกหมัดกันอย่างดุเดือด เสียงเชียร์จากแฟนมวยทั้งชาวไทยและต่างชาติลุ้นระทึกทุกคู่ ทำให้บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยเสียงเชียร์จากแฟนมวยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเชียร์ไปด้วยความสนุกสนาน
37
กอล์ฟฟิ่งกราวนด์ฯ ผนึกกำลัง บางจากฯ เปิดสาขาที่ 5 ที่ศรีนครินทร์
ให้ได้เรียนรู้กีฬากอล์ฟเต็มรูปแบบ





กอล์ฟฟิ่งกราวนด์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ เซ็นเตอร์(Golfing Ground Performance Center) ศูนย์ฝึกอบรมกีฬากอล์ฟชั้นนำระดับโลก ที่นักกอล์ฟให้ความเชื่อมั่นร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานและนวัตกรรมสีเขียว ของไทยในรูปแบบ Partnership เปิดให้บริการ อีกเป็นสาขาที่ 5 ที่ศรีนครินทร์  ภายใต้แนวคิด “A Proven Progression – พัฒนาการที่คุณพิสูจน์ได้ สู่ความก้าวหน้าอย่างมีหลักการ” ที่เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมกอล์ฟของ ประเทศไทยไปตลอดกาล โดยมีตัวแทนจากบริษัท บางจากฯ และทีมโปรผู้ฝึกสอน คอยแนะนำเทคโนโลยีต่างๆ แนะแนวการฝึกสอนให้กับผู้ร่วมงานอย่างใกล้ชิด  เมื่อวันก่อน




การร่วมมือครั้งนี้ของ"กอล์ฟฟิ่งกราวนด์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ เซ็นเตอร์" กับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกกีฬากอล์ฟในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่าย ทันสมัย และตอบโจทย์นักกอล์ฟทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงนักกอล์ฟแข่งขัน ในแบบฉบับของ Golf Lifestyle Ecosystem โดยได้รับเกียรติจาก คุณยศธร อรัญนารถ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิด พร้อมด้วยคุณพีรทัศน์ ทองบุญเกื้อ, คุณพงศ์ศักดิ์ สิทธิไชยนันท์ ผู้แทนจากบริษัท บางจากฯ รวมถึง คุณเต๋า-เศรฐพงศ์ เพียงพอ และ คุณติ๊ก-วิลาสินี พรประเสริฐถาวร และ จีโน่ The snack ที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย




โดยทางผู้บริหารบริษัท บางจากฯ ได้ให้เหตุผลถึงการร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้ว่า "บางจากฯ ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Health & Wellbeing มาอย่างต่อเนื่อง กีฬากอล์ฟถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ตอบโจทย์นี้ได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะเป็นกีฬาที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย การนำนวัตกรรมกอล์ฟในรูปแบบ Simulation เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของสถานีบริการ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้าง ความสนุกสนาน แต่ยังเป็นการส่งเสริมเทรนด์การดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

ที่สำคัญเราเห็นศักยภาพที่ชัดเจนของนักกอล์ฟไทยในระดับสากล ทั้งโปรกอล์ฟหญิงที่ก้าวขึ้นไปเป็นมือหนึ่งของโลก หรือโปรกอล์ฟชายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ มองว่า หากประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง จากการออกกำลังกายและทำกิจกรรม Health & Wellbeing จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในภาพรวมของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางความยั่งยืนของบางจากฯ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยนวัตกรรมนี้จะช่วยทลายข้อจำกัดหรือ Pain Point เดิมๆ ของนักกอล์ฟ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะทางหรือสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ เพราะลูกค้าสามารถเข้ามาฝึกซ้อมได้ตลอดเวลา ในบรรยากาศที่สบาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่สามารถเช็ควงสวิง และรับคำแนะนำจากโปรผู้เชี่ยวชาญได้ทันที ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความสนุก การออกกำลังกาย และการพัฒนาศักยภาพอย่างแท้จริง"




ทางด้าน โปรนพ-นพคุณ วงศ์หล่อ ผู้อำนวยการฝ่ายการสอนและผู้ก่อตั้งกอล์ฟฟิ่งกราวนด์ กล่าวว่า "วันนี้คือจุดเริ่มต้นใหม่ของอุตสาหกรรมกอล์ฟไทย การร่วมมือกับ บางจาก คอร์ปอเรชั่นไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่เป็นการสร้าง Paradigm Shift ที่ทำให้นักกอล์ฟทุกระดับ ทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงการสอนและเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างสะดวก  เรามุ่งมั่นพัฒนานักกอล์ฟไทยสู่เวทีระดับนานาชาติได้ด้วยหลักสูตรมาตรฐานออกแบบโดย Golfing ground Performance Center มีทีมผู้ฝึกสอนที่ ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ความมือครั้งสำคัญนี้กับบางจาก คอร์ปอเรชั่น นั่นคือการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ไม่มีใครทำได้ในประเทศไทย สู่การพัฒนา ทักษะกอล์ฟระดับมาตรฐานสากล การนำ Golf Performance Center ระดับโลกเข้ามา อยู่ในเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน เพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้าของบางจากโครงการนี้ยังเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้กอล์ฟฟิ่งกราวนด์เป็นสถาบันกอล์ฟที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมแห่งแรกของไทย สอดคล้องกับพันธกิจของบางจากในการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจอย่างยั่งยืนคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ต้องขอบคุณกับทุกฝ่ายที่มีส่วนทำให้เกิดขึ้นมาอย่างมีคุณภาพความร่วมครั้งนี้คือต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมกีฬาในประเทศไทยต่อไป"




โดย กอล์ฟฟิ่งกราวนด์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ เซ็นเตอร์ มีให้บริการก่อนนี้ 4 สาขา ทั้งที่สีลม (Flagship), สาขาพระโขนง, สาขาบางนา และสาขาปทุมธานี ครอบคลุม พื้นที่หลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และล่าสุดคือสาขาศรีนครินทร์ เป็นสาขาที่ 5 เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายสาขากับ บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น ยึดหลักการณ์ Prime Strategic Locations – ทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ภายในเครือข่ายสถานีบริการบางจากกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ Green Innovation Leadership – การร่วมพัฒนาให้กอล์ฟฟิ่งกราวด์เป็น สถาบัน กอล์ฟแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่บูรณาการ Greenovation Concept อย่างสมบูรณ์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The Leading Greenovation Group” ของ บางจาก World-Class Golf Academy – สถาบันสอนกอล์ฟมาตรฐานสากลครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น Smart2Move 3D, SAM Putt Lab และ Sportsbox 3D ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้โดยนักกอล์ฟมืออาชีพระดับโลก Accessibility Revolution – เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟทั่วไปเข้าถึงการฝึกซ้อมระดับมาตรฐานสากล ณ ทำเลที่สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางไกล “ – Wherever You Are, Excellence is There” และ Ecosystem Completion – เติมเต็มไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ของบางจากให้ครบครัน ยิ่งขึ้น จาก Supermarket, คาเฟ่, ร้านอาหาร, Beauty Clinic ไปสู่ Golf Performanc center
38
ณภัทร และ ภัสธนมนท์ ขึ้นนำร่วมสวิง บางจาก โอเพ่น 2026 ที่เขาใหญ่



ณภัทร ไชยพานิช (ซ้าย) และ ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ สองผู้นำวันแรก กอล์ฟเยาวชนรายการใหญ่ "บางจาก โอเพ่น 2026"
ณ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569


ณภัทร ไชยพานิช จบรอบแรกด้วยสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยวรุ่น ซูเปอร์ ชาย ขณะที่ ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ ประเดิมวันแรกด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68 ขึ้นนำจ่าฝูงฝ่ายหญิง กอล์ฟเยาวชนรายการใหญ่ "บางจาก โอเพ่น 2026" เปิดฉากดวลวงสวิงรอบแรกอย่างเข้มข้น ณ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา โดยมีนักสวิงเยาวชนฝีมือดีจากทั่วประเทศตบเท้าเข้าร่วมชิงชัย ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่ตื่นเต้นตั้งแต่วันแรก

รุ่น ซูเปอร์ ชาย ณภัทร ไชยพานิช โชว์ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของวัน เก็บ 8 เบอร์ดี้ เสียเพียง 1 โบกี้ จบรอบแรกด้วยสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว โดยมี ปาร์ค ซิวู และ สุรพิชญ์ พิชยเสาวภาคย์ ตามมาในอันดับ 2 ร่วมที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 ขณะที่รุ่น ซูเปอร์ หญิง ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมประเดิมวันแรกด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68 ขึ้นนำจ่าฝูงฝ่ายหญิง โดยมี ศศิศรร์ จงศรีอดิสรณ์ ตามมาติดๆ ในอันดับที่ 2 ด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69

รุ่น จูเนียร์ ชาย ลี ซิหยุน ทำผลงานโดดเด่นกดไป 6 อันเดอร์พาร์ 66 ครองตำแหน่งผู้นำเดี่ยว ทิ้งห่างอันดับ 2 ร่วมอย่าง อมตะ รอดใหญ่ และ ริวกิ โอซากิ ที่ทำสกอร์ไว้ 2 อันเดอร์พาร์ 70 อยู่ 4 สโตรก ขณะที่รุ่น จูเนียร์ หญิง บุญยนุช ศุภกิจบุญชู โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม จบรอบแรกที่สกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68   นำห่าง พจีวิรา พาณิชย์วรชัยกุล ที่ตามมาในอันดับ 2 เพียงสโตรกเดียว (สกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69)

สำหรับรุ่น สเปเชี่ยล ชาย ผู้นำเป็นของ ชนะพายุ จีระประพันธ์กุล และ กฤตยชญ์ ตินพ ที่ตีเข้ามาสกอร์เท่ากันที่ 1 โอเวอร์พาร์ 73 ส่วนในรุ่น สเปเชี่ยล หญิง  ภัทราภรณ์ วันทวี ขึ้นนำเดี่ยวด้วยสกอร์ 7 โอเวอร์พาร์ 79



39
เปิดเวทีองค์ความรู้จากงานวิจัย สู่การพัฒนาพื้นที่สูงอย่างมั่นคงและยั่งยืน


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จัดการประชุมวิชาการ “คุณูปการผลงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ เครือข่ายวิจัย และเกษตรกรเข้าร่วมประชุม


การจัดประชุมในครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่ผลสำเร็จจากการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งก่อให้เกิด “คุณูปการ” ของงานวิจัยที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปี มูลนิธิโครงการหลวง ได้นำงานวิจัยมาเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง ทั้งด้านอาชีพ รายได้ ความมั่นคงทางอาหาร และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ


ภายในงานมีการถ่ายทอดผลสำเร็จของงานวิจัยที่ต่อยอดจากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับภูมิสังคม การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ไปจนถึงการพัฒนาชุมชนและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์จากงานวิจัยในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักวิจัย ผู้ปฏิบัติงาน และชุมชน ผ่านการบรรยายพิเศษ การเสวนาเชิงนโยบาย และการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งในรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้กับบริบทการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน ทั้งด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG โมเดล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน


ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ ประธานคณะทำงานวิจัย มูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า งานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงถือเป็นภารกิจหลักที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในการพัฒนาทางเลือกบนพื้นที่สูง โดยยึดหลัก “หากไม่รู้อะไร ให้ทำงานวิจัย” เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งสืบสานพระราชปณิธานในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน


ทั้งนี้ งานวิจัยของโครงการหลวงได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในทุกมิติ โดยช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาชีพให้เกษตรกร ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และลดความเหลื่อมล้ำในชุมชน อีกทั้งยังเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลายประเทศ


จากการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี สามารถสร้างมูลค่าผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมรวมกว่า 1.25 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2568 โครงการหลวงสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตให้เกษตรกรรวมกว่า 1,300 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 166,949 บาทต่อครัวเรือน แสดงให้เห็นถึงคุณูปการของงานวิจัยที่สามารถนำองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนบนพื้นที่สูงให้ดีขึ้น


ด้วยความรู้จากผลงานวิจัย ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญบนพื้นที่สูง ทั้งปัญหาพืชเสพติด การทำการเกษตรที่ไม่เหมาะสม และการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ โดยพัฒนาเป็น “ทางเลือก” ที่ยั่งยืน ซึ่งได้รับการยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ หรือ UNODC  ด้านยาเสพติด และอาชญากรรม ในการกำหนดเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน UNODC ในต่างประเทศ และนำไปขยายผลในหลายประเทศในภูมิภาค


ภายในงาน ยังจัดให้มีกิจกรรมสำคัญเพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ได้แก่ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่สูง ภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม” การเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ความท้าทายและความต้องการงานวิจัยพื้นที่สูงในอนาคต” โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่นำเสนอคุณูปการของงานวิจัยและการพัฒนาพื้นที่สูง


นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเกษตร และประธานอนุกรรมการวิจัย สวพส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ทั้งด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน ควบคู่กับการนำผลงานวิจัยไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง เกิดการสร้างอาชีพที่มั่นคง และพัฒนาพื้นที่สูงให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่าย ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และขยายผลในพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงการประกวดผลงานวิจัย เพื่อกระตุ้นการพัฒนางานวิจัยอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของงานวิจัยในฐานะกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ
40
ฟิตเต็มร้อย! 30 นักสู้ผ่านตาชั่งฉลุย พร้อมขึ้นสังเวียนบู๊แหลก พรุ่งนี้มันส์แน่!


              เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ห้องทรัพย์มณี กรุงเทพฯ ได้มีพิธีการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักนักมวยอย่างเป็นทางการ ผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทั้ง 15 คู่ทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและผ่านการตรวจร่างกายตามมาตรฐานผ่านฉลุย นักสู้พร้อมบู๊แหลกศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" เป็นการแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBA OCEANIA , ABF , และ IBO ASIA มีชิงเข็มขัดแชมป์ 3 เส้น 3 สถาบัน จัดโดยโปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ และ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย พร้อมด้วย “พ่อพระวงการมวย” นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัด ศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" นำโดย 3 คู่ชิงเข็มขัดแชมป์และคู่มวยอีกคับคั่ง นักชกมาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้ ระเบิดความมันส์ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ที่สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก สำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมและลุ้นการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป


ส่วนผลการชั่งน้ำหนักนักมวยทุกคู่มีดังนี้

คู่ที่ 1. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นมิดเดิลเวท พิกัด 160 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง ยุน ฮงมิน นักชกจากเกาหลี ปะทะ คมสัน วงศ์สุรินทร์ นักชกไทย

คู่ที่ 2. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท พิกัด 135 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง โอบาดา ดวิกัต นักชกจากปาเลสไตน์ ปะทะ เกียรติพล เครา นักชกไทย

คู่ที่ 3. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง คิม ฮันบิน นักชกจากเกาหลี ปะทะ จักรพัตร พรหมธร นักชกไทย

คู่ที่ 4. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นไลท์เวท พิกัด 135 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง เคอร์ติส จอห์น ฮิลล์ นักชกจากสหราชอาณาจักร ปะทะ สมบูรณ์ ดูมแบร์ นักชกไทย





คู่ที่ 5. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นรุ่นเวลเตอร์เวท พิกัด 147 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง ล็อก ซาราโวอิน นักชกจากฝรั่งเศส  ปะทะ ชัชวรรณ จินโนภาส นักชกไทย

คู่ที่ 6. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง เจฮี มุน นักชกจากเกาหลี ปะทะ สันติ กิจวราธร นักชกไทย

คู่ที่ 7. การชกอุ่นเครื่องมวยหญิง รุ่นเวลเตอร์เวท พิกัด 154 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง คอนนี่ ชาน นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ นภาสร  ชิงควาน นักชกไทย

คู่ที่ 8. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง มาอารูฟี อามีน อัลลอฮ์ นักชกจากตูนิเซีย ปะทะ รวิภาส คำสุด นักชกไทย





คู่ที่ 9. การชกอุ่นเครื่อง ซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง ไอดอส เคสเปอร์ นักชกจากคาซัคสถาน ปะทะ ณหธร ปาหาม นักชกไทย

คู่ที่ 10. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นเฮฟวี่เวท พิกัด 225 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง หวาง วินเซนต์ ตรัน นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ อภิสิทธิ์ สังเมือง นักชกไทย

คู่ที่ 11. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท พิกัด 168 ปอนด์ กำหนด 4 ยก ระหว่าง อดัม ฟาร์ฮาน นาซรีน นักชกจากมาเลเซีย ปะทะ จิราสัก กรันสากุน นักชกไทย

คู่ที่ 12. การชกอุ่นเครื่อง รุ่นฟลายเวท พิกัด 115 ปอนด์ กำหนด 6 ยก ระหว่าง เจสซี่ เอสปินาส นักชกจากฟิลิปปินส์ ปะทะ คอมกริช นันทาเพช นักชกไทย





คู่ที่ 13. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ IBO ASIA รุ่นครุยเซอร์เวท พิกัด 200 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง ธรุฟ สุเปยา นักชกจากแคนาดา ปะทะ ปีเตอร์ มซิโอก้า นักชกจากแทนซาเนีย
   
คู่ที่ 14. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ ABF รุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง เลบีย์ อาเทนซิโอ นักชกจากฟิลิปปินส์ ปะทะ สุขประเสริฐ พลพิทักษ์ นักชกไทย

คู่ที่ 15. การแข่งขันชิงเข็มขัดแชมป์ WBA OCEANIA รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท พิกัด 140 ปอนด์ กำหนด 10 ยก ระหว่าง แบรด มอร์แกน นักชกจากออสเตรเลีย ปะทะ เพชรสายทอง สิทสายทอง นักชกไทย



              คอกำปั้นห้ามพลาดความมันส์ในศึก "NARIS - HIGHLAND BOXING PROMOTIONS" โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 15 คู่แบบจุใจ นำทัพนักสู้โดย "บริโก้ แซนติก" โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ เสิร์ฟการแข่งขันอัดแน่นด้วยคุณภาพความมันส์และความดุเดือดให้แฟนๆ คอมวยโลกไม่ควรพลาด ที่เหล่าทัพนักสู้ทุกคนต่างต้องการพื้นที่แห่งการพิสูจน์ศักดิ์ศรีบนสังเวียนผืนผ้าใบ พร้อมระเบิดความมันส์ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ที่สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ถ่ายทอดสดทางช่อง TRILLER TV สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก สำหรับแฟนมวยสามารถติดตามรับชมและลุ้นการดวลเดือดได้ที่ทางเพจ HIGHLAND BOXING GYM ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10