Recent Posts

Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10
31
ไฮเซ่นส์ พร้อม กกท. และจังหวัดเชียงราย
เปิดตัวการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน HISENSE Youth Cup 2026 CHIANGRAI






มิสคลาร่า ชาง (Clara Chang) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) พร้อมด้วย คุณนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย, ผู้บริหาร สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และ ผู้บริหาร สภาวัฒนธรรม จังหวัดเชียงราย จะให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการ แข่งขันฟุตบอลนักเรียน HISENSE Youth Cup 2026 CHIANGRAI อย่างเป็นทางการ ในวันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 13.00-15.15 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา (ตึก 25 ชั้น) การกีฬาแห่งประเทศไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ปริม-วิริยา 081-373-6366, 085-833-0611, 085-108-2233


32
ศูนย์การค้าแพลทินัม รับรางวัล MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD


ศูนย์การค้าแพลทินัม  ศูนย์รวมแฟชั่นค้าส่งที่ดีที่สุดในอาเซียน “The Best Wholesale Fashion Hub of ASEAN” นำโดย นายสาธิต เติมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD จากนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ในพิธีประกาศรางวัลและมอบตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS ปีที่ 8 ภายใต้โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยาม สแควร์วัน เมื่อเร็วๆ นี้




ทั้งนี้รางวัลที่ได้รับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ของศูนย์การค้าแพลทินัม ในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ Power Plat Green ที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้เช่า และผู้มาใช้บริการ รวมไปถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์การค้าสู่การเป็นพื้นที่แห่งอนาคต ที่ผสานความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
33
อุทัยธานีเปิดตัวชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี บ้านท่าโพ”
ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม





จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี จัดโครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญา “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมกิจกรรมเปิดตัวชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าโพ อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น




เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายพัฐศิษฏ์ ธนชวาลย์ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, นางสาวพรทิพย์ กำเหนิดแจ้ง วัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานี, เรือตรีวิทยา เกล้าวิกรณ์ นายอำเภอเมืองอุทัยธานี และนายนฤเบศวร์ จีระพงศ์เอกธนา นายอำเภอหนองขาหย่าง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก




บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันแห่งวิถีชุมชนและกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านท่าโพ อาทิ การแข่งขันทำอาหารคาวจากวัตถุดิบ “ปลาแรด” สินค้าขึ้นชื่อจากลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งแต่ละทีมได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูพื้นบ้านอย่างสร้างสรรค์ สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก




นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 30 ร้านค้า ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นถิ่นคุณภาพ ตลอดจนกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหาร “The Lost Taste รสชาติ…ที่หายไป” ที่ถ่ายทอดเมนูพื้นบ้านโบราณซึ่งหารับประทานได้ยาก สะท้อนคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

อีกทั้งยังมีการแข่งขันทำขนมไทยพื้นบ้าน “ข้าวแดกงา” ขนมโบราณที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานที่ร่วมชมและร่วมเชียร์กันอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งรอยยิ้มและความสามัคคีของคนในชุมชน


ภายในพิธีเปิดยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากชุมชนบ้านท่าโพ ทั้งการแสดงเพลงพื้นบ้านท่าโพ เพลงพระมหาชนกจักรี และเพลงชักเย่อ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ ปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนหนองฉางวิทยา ที่ร่วมสร้างสีสันและมอบความบันเทิงให้กับผู้ร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง


กิจกรรม “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าโพ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตริมลุ่มแม่น้ำสะแกกรังอย่างใกล้ชิด

จังหวัดอุทัยธานีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมมาเยือนชุมชนบ้านท่าโพ เพื่อสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชุมชน อาหารพื้นถิ่น และวัฒนธรรมอันงดงามของจังหวัดอุทัยธานีด้วยตนเอง

34
ถนนจรัลสนิทวงศ์ หน้ารพ.วิชัยเวช ทรุดตัว
โดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย


จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัว บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิชัยเวช แยกไฟฉาย เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2569 นั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ อธิบายว่า เหตุการณ์การทรุดตัวถนนจรัญสนิทวงศ์ เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในปี 2564 และ 2566 สำหรับเหตุการณ์ถนนทรุดที่เกิดขึ้นในวันนี้ วิเคราะห์จากภาพถ่าย เป็นการทรุดตัวในหนึ่งเลน และถนนหักเป็นรูปตัว V ไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากผิวหน้าถนน แต่เป็นการสูญเสียดินรองรับพื้นถนนมากกว่า

   สำหรับการคาดการณ์สาเหตุที่เป็นไปได้ อาจเกิดจาก

1.   ในบริเวณดังกล่าวมีท่อ หรือ บ่อสาธารณูปโภคใต้ดิน เช่นบ่อพักท่อร้อยสายไฟฟ้า อาจเกิดการรั่วตรงบริเวณข้อต่อที่ท่อมาชนกับบ่อพัก หรือตำแหน่งอื่นๆ จนเป็นเหตุให้ดินไหลเข้าไปในบ่อได้
2.   ประกอบกับ ช่วงนี้อาจจะมีฝนตก ทำให้ดินเหลว จนอาจไหลได้ง่ายกว่าปกติ
3.   อาจมีการก่อสร้างใกล้เคียง มีการขุดบ่อ หรือเปิดหน้าดิน ทำให้ดินไหลเข้าไปได้
4.   ท่อประปาหรือท่อระบายน้ำแตก ทำให้น้ำพัดพาดินไป

ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์สาเหตุ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตามการทรุดตัวดังกล่าวคงไม่ใหญ่เท่ากับยุบตัวของถนนหน้าวชิรพยาบาล เนื่องจากกรณีของวชิรพยาบาลอยู่ใกล้กับการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ก็ควรติดตามว่ามีการขยายตัวต่อหรือไม่

ศ.ดร. อมร พิมานมาศ แนะนำว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบการไหลของดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าฝน ซึ่งดินที่เหลวอาจจะไหลได้ง่ายขึ้น โดยใช้เครื่องมือ Scan หลุมหรือบ่อใต้ดิน อยู่เป็นระยะ เพราะแม้จะเป็นหลุมที่ไม่ใหญ่ แต่ก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้
35
เดอะ เจ็นซ์ แข่งต่อสนาม 3 ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 16-17 พ.ค. ที่เทรเชอร์ฮิลล์ฯ
เกมส์ชี้ชัดใครเป็นตัวแทนไปเล่นญี่ปุ่น




         
บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดโปรแกรมพัฒนาเยาวชนต่อเนื่อง เป็นสนามที่ 3 กับการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2026  มีขึ้นในวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ สนามเทรเชอร์ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี สนามนี้ชี้ชัดใครคือผู้เล่นในรุ่น  Super GENZ และ Junior GENZ ได้รับโควตาเป็นตัวแทนไปแข่งขัน Yonex Junior Golf Championship 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น


รายการนี้นับว่าเป็นโอกาสทองของนักกอล์ฟในรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ ที่ทำคะแนนสะสมดีที่สุดจากสนามที่ 1-3 (รวม 6 คน) ได้รับสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงสิทธิ์เข้าสู่โครงการ GENZ CREW ที่มอบให้กับผู้เล่นที่มีคะแนนสะสมหลังจบฤดูกาลและอยู่ในอันดับ 1-3 ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในปี 2570 ไม่มีค่าใช้จ่าย  รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ GENZ Mind Training Camp ที่ เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ ทีม FlowCode ได้เรียนรู้ในเรื่องของ Mental Game ปรับใช้ได้อย่างเป็นประโยชน์ในการแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งนี้น้องๆ นักกอล์ฟที่เข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่สนามที่ 1-5 จำนวนรวม 28 คน ที่ผ่านเกณฑ์ ยังได้เข้าร่วมแคมป์กอล์ฟในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย


ความพิเศษของปีนี้คือการเป็นรายการกอล์ฟเยาวชนที่ยกระดับสู่มาตรฐานโลกด้วย TUGR และ JGS โดยนำระบบ The Universal Golf Ranking (TUGR) มาใช้สะสมคะแนนให้กับนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่โค้ชจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาใช้คัดเลือกนักกีฬาเข้าศึกษาต่อ (ได้รับการสนับสนุน โดย GCAA และ CGX) ควบคู่ไปกับการสะสมคะแนนในระบบ Junior Golf Scoreboard (JGS) ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากรางวัลในสนามแล้ว นักกีฬายังได้ลุ้นสิทธิ์เป็นผู้เล่นในโครงการ Order of Merit ประจำปี 2570 จำนวน 12 คน ซึ่งได้รับสิทธิ์เข้าร่วมทุกรายการที่จัดโดย GENZ Golf Tour ในปีหน้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229



36
วิเคราะห์โครงการก่อสร้างที่แหลมฉบังพังถล่มวันนี้ จาก อ.อมร


จากเหตุการณ์โครงสร้างเหล็กกำลังก่อสร้างโกดังพังถล่มที่แหลมฉบัง จนมีผู้บาดเจ็บหลายรายนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์รูปแบบและลักษณะของการพังถล่มของโครงสร้าง ที่ล้มมากองกับพื้นทั้งหมด ทำให้คาดเดาว่า เสาเหล็กอาจจะล้มก่อน แล้วทำให้โครงเหล็กร่วงลงมาตามลำดับ

จากข้อสังเกตุดังกล่าว ทำให้มีปัจจัยต้องพิจารณา 3 ประเด็น

1.   มีพายุรุนแรงผลักโครงสร้างให้ล้มลงไป เนื่องจากบริเวณแหลมฉบัง ในช่วงเดือน มีนาคม ถึง พฤษภาคม มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อน ซึ่งลมจะแรงมากกว่าปกติ และมีผลต่ออาคารเตี้ยค่อนข้างมาก
2.   โครงสร้างอยู่ระหว่างการก่อสร้าง การยึดรั้ง หรือ ค้ำยัน ระหว่างส่วนต่างยังไม่สมบูรณ์ ทำให้โครงสร้างสูญเสียเสถียรภาพ ไม่สามารถต้านทานแรงได้
3.   จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดต่อระหว่างเสากับฐานรองรับ

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายต่อว่า ทั้ง 3 ข้อนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าเป็นเพราะลมแรง หรือ โครงสร้างไม่แข็งแรง ถ้าจะหาสาเหตุที่แท้จริง ต้องนำแบบก่อสร้างมาร่วมพิจารณาด้วย ทั้งนี้ ขอเตือนว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อน หลายพื้นที่ในประเทศ เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก อาจได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อน ซึ่งมักจะเกิดในช่วงหัวค่ำๆ ลักษณะของพายุฤดูร้อนจะมีความแรงมากกว่าลมทั่วไป 2-3 เท่า แต่จะเกิดในระยะเวลาสั้นๆ ในพื้นที่จำกัด แต่ก็แรงพอทำให้โครงสร้างถล่มได้ และโครงสร้างที่เข้าข่ายเสี่ยงจะเป็นโครงสร้างที่ไม่สูงมาก เช่น โครงหลังคา โกดัง โรงยิม หรือป้ายโฆษณา ดังนั้น การก่อสร้างจะต้องคำนึงถึงความแข็งแรง และ เสถียรภาพของโครงสร้าง ทั้งในระหว่างก่อสร้างและเมื่อสร้างเสร็จแล้วด้วย
37
อินฟอร์มา ลงพื้นที่เชียงใหม่ เปิดเวทีเสวนาพิเศษ
"T-Beauty จากอัตลักษณ์ไทยสู่ผลิตภัณฑ์ความงามระดับภูมิภาคและระดับโลก"


นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 งานแสดงสินค้าความงามระดับนานาชาติ เปิดงานเสวนาครั้งพิเศษ "Chiang Mai Roadshow" ภายใต้หัวข้อ "การสร้างแบรนด์ T-Beauty: จากอัตลักษณ์ไทยสู่ผลิตภัณฑ์ความงามระดับภูมิภาคและระดับโลก" พร้อมระดมวิทยากรชั้นนำมุ่งจุดประกายผู้ประกอบการภาคเหนือก้าวสู่เวทีความงามระดับโลก โดยมี นายณธัชพล วงษ์รักษา, นางสาวสุวลี เกียรติ์กรัณย์ เป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่, นายสุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย, นายณัฐณัย นิลเอก ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ทรอปิคานา ออยล์ จำกัด และ นางสาวปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด
38
คณะแพทยศาสตร์ สจล. จัดงานครบรอบ 10 ปี
ตอกย้ำบทบาทผู้สร้างบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และนวัตกรรมในประเทศไทย


คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะแพทยศาสตร์ นานาชาติแห่งแรกของไทย จัดงานครบรอบ 10 ปี โดยมีแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางวิชาการ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมแสดงความยินดี

ภายในงานมีการจัด Research Talk Session เวทีเสวนาที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และการศึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองเชิงลึก และแนวคิดสู่อนาคต ในการพัฒนาการศึกษาและงานวิจัยทางการแพทย์ โดยมีหัวข้อสำคัญ อาทิ การยกระดับการศึกษาแพทย์ของไทยสู่ระดับนานาชาติ แนวทางการดูแลสุขภาพในบริบทโลก การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนโมเดล Clinician Scientist และยุทธศาสตร์การผสานนวัตกรรมกับการรักษาทางคลินิก โดยมีคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาแพทย์ของ MDKMITL ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างเข้มข้น


รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การก้าวสู่ปีที่ 10 ของคณะแพทยศาสตร์ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของสถาบันในการพัฒนาการศึกษาและงานวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ในการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ สจล. ได้พัฒนาการเรียนการสอน งานวิจัย และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างบุคลากรทางการแพทย์ของศตวรรษที่ 21 ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในปัจจุบัน


ศ. นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สจล. กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นวันครบรอบวันสถาปนา แต่ยังแสดงถึงพลังของความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ สจล. ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ และสร้างบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหมุดหมายสำคัญ และตั้งเป้าสานต่อความร่วมมือในระยะยาวต่อไป


สจล. เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” และ “KMITL Expo 2026” ระหว่างวันที่ 1 - 6 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมเรียนรู้ ทดลองเทคโนโลยีใหม่ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมพร้อมขยายความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ควบคู่กับการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากคณาจารย์และนักศึกษาในหลากหลายสาขา

พร้อมกันนี้ยังได้ผนวกกิจกรรม Open House ซึ่งเป็นกิจกรรมแนะแนวการศึกษาสำคัญของสถาบัน เปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ได้ทำความรู้จักคณะและหลักสูตรต่าง ๆ ของ สจล. อย่างใกล้ชิด และเปิดให้เยี่ยมชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด


ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000
39
กลับสู่โลกวิญญาณอีกครั้ง “วิญญาณตามติด…ประตูผีผ่าน” ปิดฉากความสยองระดับตำนานที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ความสยองกลับมาเคาะประตูอีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์เขย่าขวัญระดับโลกส่งบทสรุปเรื่องราวของครอบครัวแลมเบิร์ตใน “วิญญาณตามติด…ประตูผีผ่าน หรือ Insidious : The Red Door” ภาคต่อที่เดินหน้าความหลอนจากเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน พร้อมการกลับมาของนักแสดงชุดเดิมนำโดย แพทริก วิลสัน และ โรส เบิร์น หนังสยองขวัญแนวจิตวิญญาณที่ได้รับกระแสตอบรับแรงจากแฟนหนังทั่วโลก






ภาพยนตร์เรื่อง “วิญญาณตามติด…ประตูผีผ่าน” เดินหน้าเล่าเหตุการณ์หลังจากภาคก่อนหน้าผ่านไปสิบปี เมื่อ จอช แลมเบิร์ต (แพทริก วิลสัน) แยกทางกับครอบครัวและพยายามใช้ชีวิตอย่างหลีกหนีอดีต ขณะที่ ดัลตัน แลมเบิร์ต (ไท ซิมพ์กินส์) เติบโตเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับโลกวิญญาณยังคงตามหลอกหลอน เมื่อสัญญาณบางอย่างบังคับให้ทั้งสองพ่อลูกต้องหวนกลับไปเผชิญสิ่งชั่วร้ายอีกครั้ง การดำดิ่งสู่มิติมืดลึกยิ่งกว่าเดิมเปิดโปงบาดแผลในอดีตของครอบครัว ขณะเดียวกัน เรไน (โรส เบิร์น) ต้องเผชิญความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง พร้อมการกลับมาของเอลีส เรนเนียร์ (ลิน เชย์) นักปราบวิญญาณผู้เป็นตำนาน เรื่องราวนำไปสู่การเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายและความลับที่ซ่อนอยู่หลัง “ประตูผีผ่าน” ประตูที่ยิ่งเปิด ยิ่งแลกด้วยอันตรายถึงชีวิต เพื่อส่งเหล่าวิญญาณกลับสู่หลุมและปิดฉากฝันร้ายของตระกูลแลมเบิร์ตอย่างถาวร ห้ามพลาดชม “วิญญาณตามติด…ประตูผีผ่าน” วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
40
อัญมณีอาเซียนคึกคัก! JGAB 2026 ดึงผู้ร่วมงานกว่าหมื่นราย จาก 80 ประเทศ สะท้อนดีมานด์โลกพุ่ง


งาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมสร้างความสำเร็จอีกขั้นด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 11,593 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก สะท้อนบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มการค้าระดับนานาชาติ และตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของภูมิภาคอาเซียน

ตลอด 4 วันของการจัดงาน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักจากผู้ซื้อ นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วโลก โดยพบว่า กว่า 55% เป็นผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของกิจการ ขณะที่อีก 30% เป็นผู้จัดจำหน่าย ผู้นำเข้า-ส่งออก และนักออกแบบเครื่องประดับ สะท้อนถึงคุณภาพของผู้เข้าชมงานในระดับ Decision Maker ที่มุ่งแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและการสร้างเครือข่ายในระดับสากล



ในด้านผู้จัดแสดงสินค้า งานปีนี้รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 400 บริษัท จากกว่า 15 ประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ อัญมณีเจียระไน เครื่องประดับสำเร็จรูป ไปจนถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต ส่งผลให้เกิดการเจรจาธุรกิจและการจับคู่ทางการค้าอย่างคึกคักตลอดทั้งงาน

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า "JGAB 2026 ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงานและคุณภาพของการจัดงาน โดยเฉพาะผู้ซื้อจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อศักยภาพของอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน และบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางการค้าสำคัญของภูมิภาค"



ผู้ซื้อจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่มาจากตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ จีน อินเดีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม และตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกเหนือจากมิติด้านการค้า ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมคุณภาพ ทั้งนิทรรศการและเวทีสร้างสรรค์ อาทิ The Gallery of Thai Silver และ The Next Gem Contest รวมถึงเวทีสัมมนาระดับนานาชาติ ASEAN Jewellery and Gem Summit 2026 เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทรนด์ตลาด และนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม



การตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงานทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอาเซียนในฐานะ "ศูนย์กลางตลาดอัญมณีและเครื่องประดับระดับโลก" ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความสำเร็จในปีนี้ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฮับธุรกิจเครื่องประดับ ที่สามารถผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และเปิดมุมมองใหม่ด้านโอกาสการเติบโตในตลาดศักยภาพ โดยเฉพาะจีนและเมืองรอง

จากความสำเร็จดังกล่าว ผู้จัดงาน "Jewellery & Gem ASEAN Bangkok" ประกาศเดินหน้าต่อยอดโมเมนตัมเชิงบวก พร้อมกำหนดจัดงานครั้งต่อไประหว่างวันที่ 17–20 พฤษภาคม 2570 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยตั้งเป้ายกระดับงานสู่การเป็น "ASEAN Jewellery & Gemstone Sourcing Hub" อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งมิติการค้า การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงซัพพลายเชนระดับภูมิภาคสู่ตลาดโลก



การจัดงานในปี 2027 คาดว่าจะยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าร่วมงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพผู้ซื้อ กิจกรรม Business Matching เวทีสัมมนา และโซนแสดงนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขยายเครือข่าย และอัปเดตเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ร่วมสมัย ความยั่งยืน (Sustainability) และการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจ

ความสำเร็จของ JGAB 2026 จึงไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันภูมิภาคสู่การเป็นหนึ่งในตลาดอัญมณีระดับโลกที่น่าจับตามองในอนาคต

สำหรับผู้ที่พลาดงานปีนี้ สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้เลย เพราะ Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2027 จะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 17–20 พฤษภาคม 2570 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jewellerygemaseanbkk.com
Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10