Recent Posts

Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10
31
รักต้องห้ามและวังวนอำนาจใน “หยางกุ้ยเฟย สนมเอกสะท้านแผ่นดิน”ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมพาผู้ชมย้อนสู่วังหลวงแห่งราชวงศ์ถัง ผ่านภาพยนตร์พีเรียดยิ่งใหญ่ “หยางกุ้ยเฟย สนมเอกสะท้านแผ่นดิน (Lady of the Dynasty)” ผลงานสร้างสรรค์โดยสามผู้กำกับระดับตำนาน ถ่ายทอดมหากาพย์รักต้องห้ามและเกมอำนาจที่สะเทือนทั้งแผ่นดินจีน นำแสดงโดย ฟ่านปิงปิง ในบทสนมเอกผู้เลื่องชื่อ และ หลี่หมิง ในบทจักรพรรดิถังสวนจง เตรียมดื่มด่ำไปกับความวิจิตรตระการตาของฉากและเครื่องแต่งกายที่สะท้อนความรุ่งเรืองแห่งยุคทองราชวงศ์ถัง




เรื่องราวเริ่มต้นจากหญิงงามผู้มีพรสวรรค์ด้านการร่ายรำ หยาง กุ้ยเฟย (ฟ่านปิงปิง) ที่ถูกชะตากับจักรพรรดิถังสวนจง (หลี่หมิง) ในพิธีไว้ทุกข์แผ่นดิน ความงามของนางกลายเป็นชนวนแห่งความริษยาในราชสำนัก โดยเฉพาะ อู่ฮุ้ย (โจอาน เชิน) สนมเอกผู้วางแผนกำจัดคู่แข่งด้วยการสร้างข่าวลือว่าหยางกุ้ยเฟยถูกเลือกให้เป็นชายาของ อ๋องโซ่ว (อู๋ จุน) ลูกชายจักรพรรดิ แต่แผนการกลับลุกลามสู่การลอบสังหารองค์ชายรัชทายาท เมื่อความลับถูกเปิดโปง อู่ฮุ้ยจึงจบชีวิตตนเอง ทว่าความวุ่นวายยังไม่สิ้นสุด เมื่ออ๋องโซ่วรู้ว่าจักรพรรดิหลงใหลหยางกุ้ยเฟย เขาจึงต่อรองเพื่อแลกตัวนาง จุดเริ่มต้นของวังวนการแย่งชิงอำนาจจึงปะทุขึ้น ความรักกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ความงามกลายเป็นเดิมพันของชีวิต และหยางกุ้ยเฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่มีทางถอยทัพ ติดตามชม “หยาง กุ้ยเฟย สนมเอกสะท้านแผ่นดิน วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 15.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/





32
"อัครา" รมว.พม. เปิดโครงการ "รีสตาร์ทคนรุ่นใหม่ ดูแลผู้สูงวัย รวมส่งสุขปีใหม่ ใกล้ใจ ใกล้คุณ" ปั้นเยาวชนสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เริ่มจากครอบครัว




นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการ "รีสตาร์ทคนรุ่นใหม่ ดูแลผู้สูงวัย รวมส่งสุขปีใหม่ ใกล้ใจ ใกล้คุณ" และพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น 18 ชั่วโมง จำนวน 350 คน โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ, คณะผู้บริหารกระทรวง พม., คณะผู้บริหารโรงเรียนพะเยาพิทยาคม, ผู้บริหารท้องถิ่น, หน่วยงานทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดพะเยา, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จังหวัดพะเยา และผู้แทนภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนพะเยาพิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา




ในโอกาสนี้ มีการจัดกิจกรรม Kick off เปิดตัวของขวัญปีใหม่ "ก้ม กราบ กอด ฮีลใจ ผู้สูงวัยใกล้คุณ" ให้กับผู้สูงอายุ 100 ปี จำนวน 100 คน, การมอบถุง ฮีล(Heal)ใจ พม.ใกล้คุณ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้กับผู้สูงอายุ จำนวน 100 ชุด และการมอบสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. (เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก, เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ, เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน, เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง, เงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน, งบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ และงบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมปลอดภัย) นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมกิจกรรมและผลงานของนักเรียนโรงเรียนพะเยาพิทยาคม และเครือข่ายท้องถิ่น




นายอัครา กล่าวว่า  ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตประชากรที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นสวนทางกับประชากรเด็กที่เกิดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อประเทศทั้งทางด้านการจัดระบบสวัสดิการสังคม การสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของผู้สูงอายุ และภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณของรัฐในการดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะอยู่เพียงลำพัง ถูกทอดทิ้ง และขาดผู้ดูแลมีเพิ่มขึ้น นับเป็นประเด็นปัญหาท้าทาย ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมในการรองรับและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น ซึ่งกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย "พม. ใกล้คุณ" โดย รีสตาร์ทคน พัฒนางาน สร้างนวัตกรรม นำสุขสังคมสูงวัย มุ่งการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม  โดยยึดหลักการสำคัญในการลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต




นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมง นั้น มีการอบรมให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้สูงอายุ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ทักษะพื้นฐานในการดูแลผู้สูงอายุ การปฐมพยาบาลและการส่งต่อ โรคภัยไข้เจ็บของผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะความรู้ให้กับนักเรียนโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จำนวน 300 คน และ อพม. จังหวัดพะเยา จำนวน 50 คนเป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยที่ให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในวัยสูงอายุ และการปรับตัวอยู่กับผู้สูงอายุในครอบครัวได้อย่างมีความสุข เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันที่เริ่มต้นจากครอบครัว

#พมใกล้คุณ
33
ผู้เสียหายร้องคืนความยุติธรรมต่อ จเรตำรวจ-ป.ป.ท. สอบ "ตำรวจ ย่านรามคำแหง" พ่นพิษ ทำสำนวนบกพร่อง พยานสำคัญ 5 ปากล่องหน !


ผู้เสียหายและสามีเจ้าของร่วมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งพื้นที่รามคำแหง เดินหน้าเข้าร้องเรียนต่อจเรตำรวจและสำนักงาน ป.ป.ท.  หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หลังพบความพิรุธและระบุว่ามีความผิดปกติร้ายแรงในการทำสำนวนคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน (อาญาแผ่นดิน) โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจในพื้นที่ ตัดชื่อพยานสำคัญหายไปจากสำนวนถึง 4-5 ปาก รวมถึงชื่อสามีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร่วมในสถานที่เกิดเหตุ

คดีลักทรัพย์ตอนกลางคืน  ในสังคมคอนโด สำหรับประชาชนทั่วไปที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เมื่อพยานตกหล่น สะท้อนปัญหาการทำงานในขั้นสอบสวนรวมตลอดถึงกระบวนการในขั้นตอนในชั้นอัยการ ความผิดปกติในกระบวนการยุติธรรมเริ่มตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจที่รับผิดชอบคดีของผู้เสียหาย  ผู้เสียหายจึงต้องรุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้อง ภรรยาเจ้าของร่วมคอนโดแห่งหนึ่ง อาชีพทำงานสายข่าว เมื่อดำเนินคดีลักทรัพย์ตอนกลางคืนต่อผู้พักอาศัย (ไม่ใช่เจ้าของร่วม) ประเมินจากพฤติกรรมพิจารณาเห็นจากกล้องวงจรปิดที่นิติช่างฯ เป็นตัวกลางแจ้งพฤติกรรมที่มีความตั้งใจแกะถุงอาหารที่ผูกมัดแน่นออก เป็นเมนู “ต้มยำไก่น้ำใส” ราคา 124 บาทและมีบิลอยู่ภายในถุงที่ผูกมัดแน่น จากกล้องวงจรปิดจากช่างนิติฯ เมื่อ 30 เมษายน 2567 เวลา 18.36 น. แม้ทรัพย์ที่ถูกลักจะมีมูลค่าน้อย แต่การแกะถุงที่มัดแน่นและหยิบบิลออกไปจากพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด ถือเป็นพฤติกรรม "ลักทรัพย์" ที่แสดงเจตนาชัดเจน ไม่ใช่การหยิบผิดพลาด

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากนิติช่างฯ ปรากฏเห็นผู้ชายร่างใหญ่ผมยาวกลางหลัง แกะถุงอาหารที่ผูกปากถุงไว้ของผู้เสียหาย หยิบบิลผู้อื่นออกมาจากถุงที่ผูกมัดแน่นและหยิบถุงอาหารของคนอื่นไป พฤติกรรมของผู้ชายร่างใหญ่ผมยาวกลางหลังน่ากลัวพอแล้ว ความน่ากลัวหวาดระแวงเกิดขึ้นเมื่อไปเคาะเจรจาติดตามถุงอาหารจำนวน 4 ครั้ง เปิดประตูออกมาเพียงหนึ่งครั้ง บอกกับช่างนิติว่า “สั่งเหมือนกัน” ผู้เสียหายภรรยาเจ้าของร่วม พยายามลดข้อพิพาทในการพักอาศัยร่วมกัน เพื่อไม่ให้ผิดพรบ.อาคารชุดปี 2522  ยืนติดตามอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางที่อนุญาติให้เจ้าของร่วม ผู้เช่าหรือผู้อาศัย เดินยืนตามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 สำหรับการ เคาะติตตามทรัพย์ครั้งที่  2-3  ผู้อาศัยที่ลักทรัพย์ฯ ก็ไม่เปิดประตูออกมาพบนิติช่างฯแล้ว   ผู้เสียหายจึงตัดสินใจจำเป็นต้องระงับปัญหาลดการผิดพรบ.อาคารชุดปี 2522 และต้องมีบุคคลลดปัญหางจากหน่วยงานรัฐ ผู้เสียหายกดโทรแจ้งเหตุผ่าน  191 และมีตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจแถวรามคำแหง เดินทางมาในพื้นที่เกิดเหตุจำนวน 2 ท่าน    เพื่อให้ช่วยระงับปัญหาและเป็นตัวกลางเจรจากับผู้ชายร่างใหญ่ผมยาวกลางหลัง ตำรวจสายตรวจเคาะตะโกนอย่างไรก็ไม่ออกมาแล้ว แม้ผู้พักอาศัยชายร่างใหญ่ผมยาวกลางหลังอยู่ภายในห้องก็ไม่เปิดออกมาเจรจา พฤติการณ์เบิกเฉยต่อปัญหาการละเมิดทรัพย์ผู้อื่น

ภรรยาเจ้าของร่วมคอนโดฯ ในฐานะผู้เสียหาย จึงได้แจ้งความดำเนินคดีเมื่อ 1 พค 2567 เวลา 18.51 น. เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในสังคมคอนโด ลดภัยสังคม ด้วยจากกล้องวงจรปิดที่ได้เห็น ชัดเจนด้านพฤติกรรมจงใจแกะถุงอาหารที่ผูกมัดแน่น+ ละเมิดทรัพย์ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาติ พฤติการณ์ตั้งใจไม่ออกมาเจรจากับเจ้าของร่วมผู้เสียหายที่มีตัวกลางเป็นนิติช่างและตำรวจสายตรวจ คดีลักทรัพย์ฯ ไม่น่ามีปัญหาเพราะประจักษ์พยานชัดเจนเพื่อชี้การกระทำ อาทิ ช่างนิติฯ ดูกล้องวงจรปิดให้ผู้เสียหายเพื่อตามเส้นทางถุงอาหารไปกับใคร ห้องใด , ช่างนิตินับเป็นตัวแทนและตัวกลางในการติดตามเคาะห้องให้ผู้เสียหายรวมจำนวน 3 ครั้งและครั้งที่ 4 ตำรวจสายตรวจ 2 ท่านจากสถานีตำรวจ ละแวกรามคำแหง เคาะตะโกนเมื่อไม่เปิดหลบอยู่ภายในห้องพัก   สามีผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของร่วมจึงพาตำรวจสายตรวจ 2 ท่าน ลงไปด้านล่าง ร่วมตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ณ ห้องคอนโทรลกล้องวงจรปิด พร้อมช่างนิติฯ ภรรยาเจ้าของร่วมที่เป็นผู้เสียหาย ตำรวจสายตรวจเห็นพฤติกรรมชายร่างใหญ่ผมยาวกลางหลังที่เป็นเพียงผู้อาศัยผ่านกล้องวงจรปิดในทุกการกระทำผิด แนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดความหวาดระแวงในที่อยู่อาศัยในสังคมคอนโด ผู้อาศัยผมยาวกลางหลังผู้นี้กระทำผิดพรบ.อาคารชุดปี 2522 ไม่พอยังกระทำผิดกฎหมาย ตำรวจรับผิดชอบคดีลักทรัพย์ตอนกลางคืนกลับซ้ำเติมประชาชนผู้เสียหายคดีลักทรัพย์ตอนกลางคืน ทำงานบกพร่องตกหล่นพยานจำนวนมาก เสียใจมากแม้กระทั่งสามีผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของร่วมและผู้เสียหายร่วมอยู่ในเหตุกาณ์ ดำเนินการให้ปากคำ และอยู่เคียงข้างภรรยาตนเอง  ตำรวจผู้รับผิดชอบคดียังตัดออก ส่วนไรเดอร์ส่งของให้ผู้เสียหายตำรวจรับผิดชอบคดีแจ้งว่าติดต่อไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วผู้เสียหายหาเบอร์ติดต่อไรเดอร์เองได้แล้ว สะท้อนว่าตำรวจที่รับผิดชอบคดีไม่ใส่ใจในคดีเพื่อประชาชน

เหตุการณ์ลักทรัพย์ตอนกลางคืนน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นเมื่อผู้กระทำผิดอาศัยอยู่บนชั้นเดียวกัน ตึกเดียวกัน และมีห้องชุดห่างจากผู้เสียหายเพียง 2-3 ห้องชุดเท่านั้น  ยิ่งตกใจเมื่อพบพฤติการณ์ท้าทายกฎหมาย ตั้งแต่การลักทรัพย์อาหารที่มีหลักฐานชัดเจนจากกล้องวงจรปิด ไปจนถึงการแอบอ้างยศทหารสวมเครื่องแบบมาข่มขู่ถึงในศาลอาญา ภายในห้องพิจารณาคดี  การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยไม่บรรจุพยานหลักฐานให้ครบถ้วน จึงเท่ากับเป็นการปล่อยให้บุคคลอันตรายคุกคามประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง

“ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงแค่การรับแจ้งความ แต่ต้องการตำรวจที่มองเห็นความปลอดภัยของเราเป็นที่ตั้ง หากปรับมุมมองจากการทำงานแบบเดิมๆ มาเป็นการวิเคราะห์เชิงลึกและทำงานด้วยความจริงใจ ปัญหาพยานล่องหนย่อมไม่เกิดขึ้น” ผู้เสียหายและสามีเจ้าของร่วมคอนโดที่เป็นผู้เสียหาย กล่าว

นอกจากนี้เมื่อผู้เสียหายและสามีผู้เสียหาย เมื่อไปศาลอาญาพระโขนง ได้พบเห็นผู้กระทำผิดสวมชุดทหารบกสีเขียว ผมสั้น ปรากฏตัวในห้องพิจารณาคดีที่ 22 วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ภายในห้องพิจารณาคดีทั้งผู้พิพากษา อัยการโจท์ ทนายหลายคดี โจทก์และสามีโจทก์ ผู้กระทำผิดสวมชุดทหารบก ใช้คำนำหน้า “ว่าที่” เป็นการเรียนด้าน ร.ด. เท่านั้น มิมีสิทธิ์สวมใส่ได้ อาชีพผู้กระทำผิดก็ไม่ได้รับราชการ การกระทำผู้กระทำผิดท่านนี้ปรากฏตัวข่มขู่ผู้เสียหายที่เป็นโจทก์และสามีโจทก์ ไม่เคารพศาล ไม่เคารพกฎหมาย หน่วยงานทีมีอำนาจลดภัยอันตรายต่อประชาชนเมื่อทราบว่า “ว่าที่” ท่านนี้ไม่ใช่ข้าราชการทหาร หลอกลวงศาล ตำรวจมีอำนาจสั่งดำเนินคดีอาญาแผ่นดินกับบุคคลที่ปลอมเท็จชุดในบัตรประชาชนและการปรากฏตัวต่อศาล เมื่อผู้เสียหายแจ้งข้อมูลและนำแสดงหลักฐานจากหน่วยมทบ.27 และ กรมพลกำลัง กองทัพบกยืนยันไม่ใช่ข้าราชการทหาร สถานีตำรวจย่านรามคำแหงทราบแล้วแต่ไม่มีการดำเนินคดีกับบุคคลที่แอบอ้างดังกล่าว  ประชาชนผู้เสียหายจึงแจ้ง จเรตำรวจและป.ป.ท เพื่อได้ข้อเท็จจริงเพื่อลดเพื่อประชาชนในสังคมต่อไป

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานรัฐ จเรตำรวจ และ ป.ป.ท.ที่พึ่งของประชาชนเพื่อผดุงความยุติธรรม สร้างความโปร่งใสของคดีให้แก่ผู้เสียหายและสามีผู้เสียหาย ปาหัวใจรัวรัว ขอขอบคุณ ป.ป.ท ทำงานรวดเร็ว ซึ่งผู้เสียหายและสามีผู้เสียหายได้เข้าพบ ป.ป.ท. ให้ข้อเท็จจริงหลักฐาน เพื่อร้องขอความความถูกต้องพร้อมเรียกพยานหลักฐานที่ตำรวจรับผิดชอบคดีทำตกหล่นพยานจำนวนมาก เพื่อรื้อสำนวนคดีใหม่คืนความยุติธรรมแก่ผู้เสียหาย

คดีลักทรัพย์ตอนกลางคืน นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญของการอยู่ร่วมกันในอาคารชุด และความกล้าหาญของประชาชนที่รุกช่วยสังคมโดยไม่ยอมจำนนต่ออำนาจที่ไม่ถูกต้อง ผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด ที่ปรึกษาด้านกฎหมายปรบมือให้แก่ ทนายวชิรวิชญ์ จิตต์โสภา ที่ใช้วิชาชีพเพื่อความยุติธรรมและช่วยเหลือประชาชนอย่างมีคุณธรรม ทนายความที่เป็น "ที่พึ่ง" ของประชาชนเช่นนี้ คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไปได้อย่างถูกต้องy
34
ควิกแสบ แจกใหญ่ส่งท้ายปี โชคก้อนโต
แคมเปญ "อร่อยเต็มคัพ แจกจริงคัพ" มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท


นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปควิกแสบ, เส้นหมี่อบแห้งไวไว และผงปรุงสำเร็จตรารสเด็ด มอบรางวัลรถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin Standard Range มูลค่า 599,000 บาท ให้แก่ นายกิตติ กั๊วะห้วยขวาง ผู้โชคดีจากแคมเปญ "อร่อยเต็มคัพ แจกจริงคัพ" นอกจากนี้ ยังมอบรางวัล iPhone 16 Pro จำนวน 10 เครื่อง และ AirPods 4 จำนวน 10 รางวัล แก่ผู้โชคดีทั้ง 20 ราย โดยมี นายธีรเมธ เลาวานันท์พันธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย, นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด (ฝ่ายการตลาด) และนายอิสสระ ณะเสน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริหารผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมงานด้วย ณ ศูนย์บริการ BYD สาขาอ้อมใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้
35
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ส่งต่อกำลังใจ ยกทัพสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ฯลฯ มอบให้แก่ผู้อพยพ จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พร้อมมอบเงิน-กระเช้าเยี่ยมเยียนให้แก่คุณแม่พลทหารที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท




ระหว่างวันที่ 19 – 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยผู้อพยพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก จัดทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ ที่นอน เสื่อฟอยล์ ผ้าอ้อมเด็ก-ผู้ใหญ่ ของเล่นเด็กเล็ก ขนม สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ฯลฯ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี คณะมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์, คณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์, คณะมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ​ และคณะมูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้ง ได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) พร้อมกระเช้าแก่คุณ​แม่ของพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา "พลทหารวุ้น" ที่​พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล รวมมูลค่าดำเนินการในครั้งนี้กว่า 2.5 ล้านบาท โดยมี อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ และ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของ







เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น  และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 7.9 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป







มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้ทหารกล้า เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกท่านทุกหน่วย ที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินไทย  รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด





36
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ยกระดับการรักษาโรคอ้วนรุนแรงด้วยทีมแพทย์สหสาขาสู่ความเป็นเลิศ
ด้านการผ่าตัดแบบครบวงจรสำหรับประชาชนภาคอีสาน


ศูนย์การผ่าตัดโรคอ้วนแบบครบวงจรของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยก่อนผ่าตัดและการดูแลต่อเนื่องหลังผ่าตัด เพื่อให้ประชาชนภาคอีสานได้รับการรักษาที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในระยะยาวด้วยความร่วมมือของทีมแพทย์สหสาขาอย่างเป็นระบบ

ปัญหาของคนอ้วน คือมีอยู่ทุกที่ทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมา มักไม่ค่อยมีใครรู้

รศ.นพ.สุริยะ พันธ์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายว่า การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารเป็นหนึ่งในแนวทางรักษาโรคอ้วนที่ให้ผลในระยะยาว โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนรุนแรง หรือมีโรคร่วมที่ควบคุมได้ยาก การผ่าตัดแบบส่องกล้องช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และมีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดไม่ใช่ทางลัดหรือแนวทางเดียวในการรักษาโรคอ้วน ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกาย เพื่อให้การรักษาได้ผลอย่างยั่งยืน


“ผู้ป่วยโรคอ้วนควรจะต้องผ่าตัดหรือได้รับผ่าตัด ไม่ใช่เพื่อ “ความสวยงาม” แต่เป็นความสวยงามที่มาจาก “น้ำหนักที่ลดลงพร้อมสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น””

นอกจากนี้ทีมแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ยังได้ศึกษาการรักษาโรคเบาหวานด้วยการผ่าตัด หรือ Metabolic Surgery ซึ่งอาจฟังดูเป็นแนวคิดใหม่สำหรับหลายคน แต่มีที่มาจากการรักษาผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีเบาหวานร่วมด้วย โดยพบว่าเมื่อคนไข้กลุ่มนี้ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนแล้วจำนวนมาก สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น หรือบางรายกลับเข้าสู่ระยะสงบได้(DM remission)

จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีภาวะอ้วนไม่มาก แต่เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมได้ยากและต้องใช้ยาปริมาณสูง โดยมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30 ถือเป็นกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด เมื่อได้รับการผ่าตัดแล้ว ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งช่วยเพิ่มกลไกในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้การควบคุมโรคเบาหวานดีขึ้น นำไปสู่แนวทางการรักษาที่มีศักยภาพในอนาคต


การลดน้ำหนักเป็นเกมที่ต้องเอาชนะได้ด้วยจิตใจ เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนชีวิตเพื่อไปสู่ความสำเร็จ)

ด้าน รศ.นพ.จักรพันธ์ วิทยาไพโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่า การผ่าตัดกระเพาะนั้น “ไม่ใช่ทางลัด” แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้การรักษาโรคอ้วนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและเป็นไปอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ป่วยมีความพร้อมในทุกด้าน ด้วยการดูแลผู้ป่วยด้วยระบบ “สหสาขาวิชาชีพ” ซึ่งประกอบด้วยอายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งแพทย์สหสาขาวิชาชีพจะต้องเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด เช่นการดมยาสลบ การควบคุมระบบหายใจ เป็นต้น โดยข้อดีในระดับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย คือการมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครบทุกสหสาขาในการดูแลผู้ป่วย 1 คน คือข้อดีในการดูแลตั้งแต่ต้นก่อนการผ่าตัดเสร็จจนกระทั่งหลังการผ่าตัด


ในส่วนของภาพรวมของการผ่าตัดกระเพาะของศูนย์การผ่าตัดโรคอ้วนแบบครบวงจรของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ พบว่าผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะอาหารประมาณ 60 % นั้นสามารถทำให้โรคเบาหวานอยู่ในภาวะสงบ โดยไม่ต้องรับประทานยาและไม่ต้องฉีดยาอินซูลินโดยงดยาทั้งหมดเลย ส่วนโรคความดันโลหิตสูงนั้น นั้นพบว่าผู้ป่วย 50% มีการใช้การใช้ยาลดลง ส่วนภาวะไขมันในเลือดผู้ป่วยโรคอ้วนสามารถงดยาไขมันได้ถึง 28-30 %

รศ.นพ.จักรพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด โดยเฉพาะ ผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะอ้วนรุนแรง หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 50 จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีการจำกัดปริมาณพลังงานจากอาหาร และในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมการรับประทานอาหารให้อยู่ในระดับไม่เกิน 800 กิโลแคลอรี่ต่อวัน


เหตุผลสำคัญของการจำกัดพลังงาน เนื่องจากผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนรุนแรงจะมีไขมันสะสมที่ตับเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ตับมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด ทำให้การมองเห็นและการเข้าถึงกระเพาะอาหารทำได้ยากขึ้น ดังนั้น การลดน้ำหนักล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตัว จึงมีความจำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัด

“ผมมองว่า ความโดดเด่นของศรีนครินทร์ คือการมีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และมีแพทย์โภชนาศาสตร์คลินิกประจำ ซึ่งในภาคอีสานถือว่ามีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง”

ด้านรศ.นพ.วีระเดช พิศประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงสถานการณ์โรคอ้วนของไทยในปัจจุบันว่า คนไทยในทุกภูมิภาคมีปัญหาโรคอ้วนในระดับใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคอ้วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีปัญหาในระดับต้น ๆ ของประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะการรับประทานข้าวเหนียว ซึ่งพบว่าคนภาคอีสานมีการบริโภคข้าวมากกว่าภาคอื่นถึงประมาณ 2 เท่า


ภาวะโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของหลายโรค การดูแลรักษาจึงควรเริ่มต้นที่การจัดการน้ำหนักตัว หากสามารถลดน้ำหนักได้ ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จะมีแนวโน้มดีขึ้น

สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่วนใหญ่ล้วนมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดของการผ่าตัด รวมถึงตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังการผ่าตัด ซึ่งต้องอาศัยวินัยและการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและยั่งยืนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน อ.พญ.ธันย์ชนก กุ๋ยฉนวน อายรแพทย์ด้านโภชนาการกล่าวเสริมว่า การดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจรโดยเป้าหมายแรก ไม่ว่าจะรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีใด การปรับพฤติกรรมการกินคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและเพียงพอ ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องประเมินและทำความเข้าใจพร้อมกับแนะนำหลักการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง


“โรคอ้วนไม่ใช่เรื่องของรูปลักษณ์ แต่มันคือเรื่องของสุขภาพ”

ด้านรศ.พญ.คัทลียา เกษมศิริ และวิสัญญีแพทย์ประจำภาควิชาวิสัญญีวิทยา และผศ.พญ.ดรุณี ศรีผดุงกุล อาจารย์และวิสัญญีแพทย์ประจำภาควิชาวิสัญญีวิทยา กล่าวว่า การผ่าตัดผู้ป่วยโรคอ้วนมีความซับซ้อนมากกว่าการผ่าตัดทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยโรคอ้วนจะมีภาวะแทรกซ้อนเยอะ จากโรคประจำตัว ทั้งด้านระบบหายใจ หัวใจ และการสำลักอาหาร ฉะนั้นการดูแล จึงจำเป็นต้องควบคุมให้หลายระบบทำงานปกติ และจำเป็นต้องมีการประเมินและวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่ก่อนการดมยาสลบ ตลอดจนคนไข้พักฟื้นจากการผ่าตัด

โรงพยาบาลศรีนครินทร์มีแนวทางการดูแลแบบสหสาขา ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความแม่นยำในการใส่ท่อช่วยหายใจ การเลือกใช้ยาที่ฟื้นตัวเร็ว และการระงับปวดที่ไม่กดการหายใจ เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ด้านผศ.นพ.อภิชาติ โซ่เงิน แพทย์เวชศาสตร์การนอน รักษาโรคนอนกรนหยุดหายใจขณะนอนหลับ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะจากโรคอ้วน ส่วนมากเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุตั้งแต่ 20-50 ปี ขึ้นไป และมักจะเป็นโรคประจำตัวที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังอาจมีปัญหาในการนอนโดยเฉพาะ “ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ” หรือภาวะอ้วนหายใจต่ำ ซึ่งหากมีการประเมินวินิจฉัยและรักษาก็จะทำให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี


“โดยปกติแล้วผู้ป่วยคนอ้วน จะมีช่วงคอด้านบนค่อนข้างแคบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับมากกว่าคนปกติ สิ่งที่อยากจะฝากคือ ภาวะโรคอ้วน เป็นภาวะที่จำเป็นในการดูแลรักษา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือไม่ โรคอ้วนสามารถนำมาซึ่งโรคอื่นๆ ที่ตามมาด้วย ดังนั้นหากปล่อยภาวะอ้วนทิ้งไว้ ก็จะส่งผลให้อายุสั้นลง ดังนั้นการรักษาก็จำเป็นต้องมีการประเมินและรักษาควบคู่กันไปทั้งหมด เพื่อทำให้ร่างกายกลับมาอย่างดีที่สุด ขอยืนยันว่าโรคอ้วนและภาวะการณ์หยุดหายใจขณะนอนหลับนั้น รักษาได้และสามารถกลับมาสุขภาพดีได้ด้วย”

ด้าน รศ.พญ.จิตติมา แสงสุวรรณ อาจารย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู กล่าวว่า งานด้าน “เวชศาสตร์ฟื้นฟู” นั้น เราจะต้องเตรียมร่างกายของคนไข้ให้พร้อมก่อนผ่าตัด ทั้งการออกกำลังกาย การฝึกการหายใจ หากผ่าตัดไปแล้วก็จะสามารถฟื้นตัวได้ดีและช่วยลดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากมีต้นทุนร่างกายที่ดี



“การเคลื่อนไหวทางกายและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคอ้วนและการดูแลสุขภาพตลอดชีวิต”

โดยทั่วไป เราจะแนะนำให้คนไข้ออกกำลังกายแบบแอโรบิกคือการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่น การเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน 30-45 นาทีต่อวันเพื่อเพิ่มการใช้พลังงาน และส่งเสริมการทำงานของปอดและหัวใจดีมีความพร้อมในการผ่าตัด และแนะนำการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านเช่น การยกน้ำหนักอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อีกส่วนคือ “การหายใจ” โดยจะสอนวิธีการหายใจเพื่อช่วยให้มีการขยายตัวบริเวณปอดด้านล่างเพื่อป้องกันปัญหาปอดแฟบหลังการผ่าตัด


ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อคนอีสาน : ดูแลครบวงจรเพื่อสุขภาพชาวอีสานที่ยั่งยืน

ด้วยศักยภาพของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครบทุกสาขาและระบบการดูแลแบบต่อเนื่อง โรงพยาบาลศรีนครินทร์จึงพร้อมก้าวสู่การเป็น ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนแบบครบวงจร เพื่อให้ประชาชนภาคอีสานเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัย มีมาตรฐานและยั่งยืน การรักษาโรคอ้วน ไม่ใช่เพียงการลดตัวเลขบนตาชั่งแต่คือการเปลี่ยนแปลงชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
37
'หฤษฎ์ โปษณกุล' คว้ารางวัลสุดยอดซีอีโอแห่งปี 2025 นำทีมพลิกโฉมเอเจนซีรับทำ SEO รุ่นใหม่




เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 หฤษฎ์ โปษณกุล ซีอีโอ Minimice Group บริษัทรับทำ SEO ชั้นนำ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Dailynews Top CEO 2025 สาขา TOP CEO NEW GENERATION OF THE YEAR 2025 เป็นครั้งแรก โดยมี นายปฤษฎางค์ โปษณกุล ในฐานะ General Manager ขึ้นรับรางวัลแทน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่และสังคมต่อไป โดยมีคณะผู้บริหารเดลินิวส์ร่วมแสดงความยินดี ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอต เซ็นทรัลเวิลด์




โดยนายปฤษฎางค์กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่ทาง Minimice Group ได้มารับรางวัลจากทางเดลินิวส์ ขอขอบคุณมากๆ สำหรับทีมผู้บริหารเดลินิวส์ และทีมงานทุกๆ ท่านที่จัดงานอันทรงเกียรติในค่ำคืนนี้ ทาง Minimice Group เป็นเอเจนซี่รับทำ SEO (Search Engine Optimization) พร้อมวางแผนการตลาดดิจิทัลครบวงจร รางวัลที่ได้รับในวันนี้ ผมขอมอบให้กับทีมงานทุกๆ ท่าน พาร์ตเนอร์ทุกๆ คน และลูกค้าทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ให้เราได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และสุดท้ายนี้ ในนามของทีม Minimice Group ขอขอบคุณมากๆ อีกครั้งสำหรับรางวัล และงานในค่ำคืนนี้ครับ ขอบคุณครับ”

ภายใต้การนำของ หฤษฎ์ โปษณกุล ในฐานะ CEO Minimice Group ท่ามกลางการแข่งขันและความท้าทายในธุรกิจเอเจนซีรับทำ SEO Minimice Group ยังคงสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างาม ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ความเชี่ยวชาญในการทำ SEO ที่แข็งแกร่ง เลือกใช้ Tools ประสิทธิภาพสูง พร้อมพัฒนาและปรับตัวในทุกๆ ด้านเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ด้วยแผนกลยุทธ์ SEO Blitz Strategy ที่ Minimice Group ออกแบบเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเห็นผลได้อย่างชัดเจน โดยเป็นเอเจนซีรับทำ SEO แห่งเดียวในไทยที่กล้ารับประกัน KPI ทุกๆ 3 เดือน วางแผนการตลาดโดยใช้ Keyword จาก SEO ที่สร้างยอดขายจริง เพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายได้กว่า 98% การันตีโดยลูกค้าชั้นนำ นอกจากนี้เรามาพร้อมกับนโยบาย Success-Based Compensation ซึ่งลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ หากไม่สามารถบรรลุ KPI ที่ตั้งไว้ได้

รางวัล Dailynews Top CEO 2025 นี้ เป็นรางวัลที่ผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้นครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นผู้นำ วิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหารองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนจนประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ คุณค่าต่อสังคม การคิดค้นนวัตกรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคต

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ นอกจากเป็นความภาคภูมิใจของ Minimice Group แล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาศักยภาพการทำ SEO และวงการตลาดดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป


38
โรงแรมแคนทารี บ้านฉาง
มอบเงินสนับสนุนกิจการสาธารณกุศล
“ วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ” ของเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง


กิตติเดช คุ้มม่วง (คนที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการโรงแรมแคนทารี บ้านฉาง เป็นตัวแทนโรงแรม ฯ มอบเงินสนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของเหล่ากาชาด จังหวัดระยองงาน “ วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและงานกาชาดจังหวัดระยอง ประจำปี 2568 ” โดยมี กิติพงศ์ อุระวัตร (คนที่ 2 จากซ้าย) นายอำเภอบ้านฉาง, ยุวพรรณ ทับแก้ว (คนที่ 1 จากซ้าย) ปลัดอำเภอ เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองบ้านฉาง
39
ลุ้นระทึกหนีตายจากคมเขี้ยว ฉลามขาวยักษ์ใน “GREAT WHITE” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ขอเชิญผู้ชมร่วมเปิดประสบการณ์ระทึกขวัญในภาพยนตร์ฟอร์มเดือด “ฉลามขาวเพชฌฆาต หรือ GREAT WHITE” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่มหาสมุทรแห่งความตาย เมื่อทริปพักผ่อนสุดท้ายกลับกลายเป็นบททดสอบชีวิตบนแพยางกลางทะเล พร้อมเผชิญหน้ากับนักล่าเจ้าถิ่นผู้ไร้ปรานี ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น.






เรื่องราวเริ่มต้นจากหญิงสาวผู้รักการผจญภัย "แคส" (แคทริน่า บาว์เดน) ที่ออกเดินทางพร้อมคนรัก "ชาร์ลี" (แอรอน จาคูเบนโก) เพื่อสัมผัสความงามของแนวปะการัง  ทั้งคู่พาผู้โดยสาร โจจิ (ทิม คาโนะ) ภรรยา มิเชลล์ (คิมิเอะ ซึคะโคชิ) และพ่อครัว เบนนี (ที โคเฮะ ทูฮากะ) ร่วมทริปสุดท้ายที่ควรจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่โชคร้ายเมื่อเครื่องบินตกกลางทะเลจากเหตุไม่คาดคิด ทั้งหมดต้องรวมตัวบนแพยางที่ลอยโดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ ความหวังริบหรี่เมื่อเสบียงจำกัดและระยะทางไกลลิบ ขณะที่ความจริงสุดสยองค่อยๆ เผยตัว นักล่าเจ้าถิ่นคือฉลามขาวยักษ์ที่พร้อมจู่โจมทุกวินาที เบนนีคือเหยื่อรายแรกที่ถูกลากหายไปใต้ผืนน้ำ เสียงหวีดร้องสะท้อนกลางทะเล ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อทุกคนต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ติดตามชมความระทึกขวัญใน “ฉลามขาวเพชฌฆาต” ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทางออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/
40
“เพชรบุรี - หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23”
เสน่ห์คาราวานรถโบราณ สร้างสีสันเมืองทะเล


             สมาคมรถโบราณฯ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตร จัดคาราวานรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ-เพชรบุรี-หัวหิน เมื่อวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา


             ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปีนี้สมาคมฯ จัดงาน “เพชรบุรี -หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน...สีสันเมืองทะเล-The Charm of Yesteryear…a Seaside Town with Local Colour” โดยร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลตำบลท่ายาง เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงพันธมิตรใหม่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน


             พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวเสริมว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองประวัติศาสตร์ สร้างสีสันให้กับเมืองหัวหิน และจังหวัดเพชรบุรีอย่างงดงาม นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับพื้นที่ในระดับประเทศ และนานาชาติ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้งานในปีนี้สำเร็จงดงามอีกครั้ง”


             คาราวานประกอบด้วย รถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน นำโดย Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Porsche 356 Cabriolet ปี 1962, Armstrong Siddeley ปี 1949 ฯลฯ โดยออกเดินทางเช้าวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 จากพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพฯ โดยมีสมาชิกรถโบราณจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมขบวนด้วย


             จุดหมายแรก คือ ตลาดเมืองเก่า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมชมย่านการค้าเก่าแก่ มีห้องแถวไม้ 2 ชั้นตั้งเรียงกันเป็นแนวยาว สลับอาคารสมัยใหม่ พร้อมรับประทานอาหารคาวหวาน และผักผลไม้พื้นถิ่นมากมาย ที่สนับสนุนโดย นายกเทศมนตรีเทศบาลท่ายาง ก่อนจะมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนธรรมิกวิทยา แล้วเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่พันธ์สุข (1000 สุข) สนับสนุนโดยหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จากนั้น เคลื่อนขบวนไปชมวนอุทยานเขานางพันธุรัตน์ ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ความหลากหลายของทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ก่อนมุ่งสู่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จัดงานสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” ณ Lagoon Lawn


             วันที่สองเดินทางไป ร้านโขมพัสตร์ หัวหิน ชมการผลิตผ้า และเพนท์กระเป๋า แล้วเคลื่อนขบวนไปรับประทานอาหารกลางวันที่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน จากนั้นกลับโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ช่วงค่ำ สมาชิกแต่งตัวย้อนยุค ’70 ร่วมงาน วินเทจ คาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องรอยัล ดุสิต แกรนด์บอลรูม




             ผู้ชื่นชอบเสน่ห์รถโบราณ และสีสันเมืองทะเล สามารถชมภาพ และเรื่องราวประทับใจในงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ย้อนหลังได้ที่ Facebook.com/VintageCarClub
Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10