Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดตัว “Generali First Club”
ยกระดับ Customer Experience สู่การออกแบบประสบการณ์เฉพาะบุคคล


              เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เดินหน้าขับเคลื่อนตลาดประกันในประเทศไทย เปิดตัว “Generali First Club” โปรแกรมดูแลลูกค้ารูปแบบใหม่ที่ยกระดับการจากการมอบสิทธิประโยชน์ สู่การสร้างประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล “Personalized Experience” และการมีส่วนร่วมในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต “Moment-based Engagement” เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าในทุกมิติ สะท้อนทิศทางการตลาดยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันเพียงด้านผลิตภัณฑ์หรือราคาอีกต่อไป แต่ต้องสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และช่วงเวลาสำคัญของลูกค้าได้อย่างแท้จริง


              นางสาวช่อฟ้า ยุกตะนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและบริหารลูกค้า กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลายและเฉพาะตัวมากขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงความคุ้มครองจากบริษัทประกัน แต่คาดหวังให้แบรนด์เข้าใจไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และสามารถดูแลได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเวลาของชีวิต ส่งผลให้การนำเสนอ “Customer Experience” กลายเป็นปัจจัยสำคัญ  ในการสร้างการจดจำในแบรนด์ และสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว


              เพื่อรับรองทิศทางดังกล่าว เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดภายใต้แนวคิด Customer First หรือลูกค้าต้องมาก่อน ด้วยการเปิดตัว “Generali First Club” ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างรอบด้าน ภายใต้ 3  แนวทางหลักได้แก่ 1. การเข้าถึงโปรแกรมได้ง่าย ด้วยเกณฑ์เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 100,000 บาทต่อปี 2.การนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน 3.การมอบการบริการที่เหนือระดับ และประสบการณ์จากกิจกรรมสุดพิเศษ ที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย


              “Generali First Club ไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นเพียงโปรแกรมสิทธิพิเศษ แต่ยังมีความมุ่งหมายที่จะมอบบริการเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งการยกระดับบริการเฉพาะบุคคลครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนกำลังพัฒนาและจะนำเสนอแต่ลูกค้าในเฟสถัดไป ซึ่งเราต้องการให้ Generali First Club นี้เป็นกลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ผ่านการส่งมอบบริการ และประสบการณ์ที่มีความหมายและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล อันสอดรับกับแนวคิดหลักของเจนเนอราลี่ กรุ๊ป “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” ที่เจนเนอราลี่มุ่งเป็นเพื่อนผู้เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงชีวิต” นางสาวช่อฟ้ากล่าว


              โดย Generali First Club จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่Classic , Prime ,Elite และ First ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยคต่าง ๆ มากมาย อาทิ เอกสิทธิ์ด้านการรับคะแนน GEN Points ในวันเกิด เอกสิทธิ์ด้านการเดินทาง เช่น บริการห้องรับรองสนามบินในประเทศไทย ประกันการเดินทาง GEN Travel Safe เป็นต้น เอกสิทธิ์ด้านสุขภาพ เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพ บริการนวดผ่อนคลาย บริการความงามจากคลินิกชั้นนำ เอกสิทธิ์ด้านไลฟ์สไตล์ เช่น สิทธิพิเศษชมภาพยนตร์ บัตรกำนัล e-Voucher สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม จากแบรนด์ชั้นนำ และกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่เจนเนอราลี่จัดขึ้น เป็นต้น


              นางสาวช่อฟ้า กล่าวต่อว่า “Generali First Club” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ เจนเนอราลี่  ไทยแลนด์ ในการยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้า ผ่านการผสานข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้บริโภค เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน นำไปสู่การต่อยอดความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว  ด้วยการมอบบริการ และประสบการณ์ในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งกำลังเป็นแนวทางของการตลาดยุคใหม่




              “เรามั่นใจว่าโปรแกรมดังกล่าวนี้ สะท้อนความตั้งใจของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ในการเป็นมากกว่าผู้ให้บริการประกัน โดยเราเชื่อมั่นว่าโปรแกรมนี้จะเข้ามายกระดับการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร   ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนชีวิต การดูแลสุขภาพ การสร้างความมั่นคงทางการเงิน ไปจนถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในระยะยาว  พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจ เพื่อขยายการดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” นางสาวช่อฟ้ากล่าวทิ้งท้าย




              ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ Generali First Club และตรวจสอบระดับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://generali.co.th/generali-first-club/ หรือผ่านแอปพลิเคชัน GEN 365
12
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดเกมปล้นสุดระห่ำ “พยัคฆ์ทรชน ปล้นพลิกโลก” แอ็กชันมันส์ทะลุจอ 24 พ.ค.


วันหยุดนี้ เตรียมเปิดจอรับความมันส์เต็มพิกัดกับภาพยนตร์แอ็กชัน-ทริลเลอร์ฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับชื่อดัง  เรนนี่ ฮาร์ลิน ที่ผนึกพลังทีมนักแสดงระดับโลก นำโดย เพียร์ซ บรอสแนน ร่วมด้วย ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล กับภารกิจโจรกรรมสุดท้าทายที่อัดแน่นด้วยชั้นเชิงและความระทึกทุกวินาที ตื่นตากับฉากแอ็กชันสุดอลังการ จนกลายเป็นผลงานที่คอหนังสายบู๊ต่างยกนิ้วให้ ทั้งสนุก เข้มข้น และลุ้นจนแทบหยุดหายใจตั้งแต่ต้นจนจบ








เรื่องราวของกลุ่มโจรกรรมยุคใหม่ที่เรียกตัวเองว่า “เดอะ มิสฟิตส์” นำทีมโดย ริชาร์ด เพซ (เพียร์ซ บรอสแนน) หัวขโมยระดับตำนานที่ไม่มีคุกใดขังเขาไว้ได้ หลังการหลบหนีสุดระห่ำ เขาถูกชักชวนให้เข้าร่วมแผนปล้นครั้งยิ่งใหญ่โดย ริงโก้ (นิค แคนนอน) หัวหน้าทีมจอมวางกลยุทธ์ ร่วมด้วย ไวโอเล็ต (เจมี่ ชุง) สาวนักวางแผนผู้เฉียบคม เดอะ พรินซ์ (รามี จาเบอร์) นักลงทุนผู้ลึกลับ และ วิค (ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล) ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี รวมถึง โฮป (เฮอร์ไมโอนี่ คอร์ฟีลด์) ลูกสาวของเพซที่มีบทบาทสำคัญ ภารกิจของพวกเขาคือบุกปล้นทองคำมูลค่ามหาศาลที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เรือนจำความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งเป็นแหล่งทุนของ ชูลท์ซ เจ้าพ่ออาชญากรรมผู้ทรงอิทธิพล เบื้องหลังยังมีแรงแค้นส่วนตัวที่ผลักดันให้เพซต้องเล่นเกมเสี่ยงตายครั้งนี้ ท่ามกลางแผนการซับซ้อน การไล่ล่า และการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่เข้มข้นทุกวินาที ห้ามพลาด“ “พยัคฆ์ทรชน ปล้นพลิกโลก” วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง [/size]https://true4u.com/live/
13
ECO-BRAND กาแฟใต้ร่มไม้ กับภารกิจคืนลมหายใจให้ผืนป่าและผู้คน


ท่ามกลางปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมภาคเหนือในทุกฤดูแล้ง “ป่า” และ “คน” มักถูกมองว่าอยู่คนละฝั่งของสมการการพัฒนา แต่บนพื้นที่สูงหลายแห่งของประเทศไทย วันนี้มีโมเดลหนึ่งที่กำลังพิสูจน์ว่า การรักษาป่าและการสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถเดินไปพร้อมกันได้จริง ผ่านเมล็ดกาแฟเม็ดเล็ก ๆ ใต้ร่มเงาไม้


สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. กำลังขับเคลื่อน “ECO-BRAND” ตรารับรองของสินค้าเกษตรบนพื้นที่สูงที่ผลิตด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อยกระดับผลผลิตให้เป็นมากกว่าสินค้าทางเศรษฐกิจ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่าง “คน ป่า และคุณภาพชีวิต” อย่างยั่งยืน


หัวใจสำคัญของ ECO-BRAND คือแนวคิด “No Burn” หรือ “ไม่เผา” การเปลี่ยนผ่านจากระบบเกษตรดั้งเดิมที่ต้องมีการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรก่อนเพาะปลูก มาเป็นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดจุดความร้อน (Hotspot) และช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กลายเป็นวิกฤตร่วมของสังคมไทย


เมื่อ “เกษตรกรดี” ปรับวิถีการผลิตจากการทำลายสู่การเกื้อกูลป่า ไม่บุกรุกพื้นที่สีเขียวเพิ่ม แต่ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงรายได้ที่มั่นคง หากยังนำไปสู่ “สินค้าดี” ที่ผ่านมาตรฐานการผลิต ทั้ง GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศอย่างแท้จริง      และเมื่อสินค้าคุณภาพเหล่านี้เดินทางถึงมือ “ผู้บริโภคดี” คุณค่าที่ได้รับจึงไม่ใช่เพียงรสชาติหรือสุขภาพที่ดีขึ้น แต่คือความรู้สึกร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูผืนป่าและลดมลพิษทางอากาศไปพร้อมกัน


หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ สวพส. ส่งเสริมอย่างจริงจัง คือ “กาแฟ” พืชที่เติบโตได้ดีใต้ร่มเงาธรรมชาติ และกลายเป็นความหวังใหม่ของชุมชนบนพื้นที่สูง ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกาแฟภายใต้การส่งเสริมของ สวพส. รวม 37 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 39,138 ไร่ แบ่งเป็นกาแฟอะราบิกา 37,516.6 ไร่ และโรบัสต้า 1,621.4 ไร่ พื้นที่สำคัญในการปลูกกาแฟ ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงวาวี แม่สลอง พื้นที่อมก๋อย (แม่แฮหลวง ขุนตื่นน้อย ผีปานเหนือ ห้วยแห้ง)  ปางมะโอ ป่าเกี๊ยะใหม่ บ่อเกลือ สบเมย แม่สอง โหล่งขอด ปางหินฝน ห้วยฮะ และป่าแป๋ เป็นต้น โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 3,643 ราย สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนปีละกว่า 80 - 100 ล้านบาท


เบื้องหลังตัวเลขทางเศรษฐกิจ คือการเปิดโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลมีอาชีพที่มั่นคง ผ่านระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปลูกกาแฟแบบ Shade-Grown Coffee หรือกาแฟใต้ร่มไม้ เป็นการช่วยอนุรักษ์ต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ และยังทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพสูง รสชาติซับซ้อน และมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น


สิ่งที่น่าสนใจ คือกาแฟกำลังเปลี่ยนบทบาทของพื้นที่สูง จากพื้นที่ที่เคยถูกแผ้วถางเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวระยะสั้น กลายเป็น “วนเกษตร” ที่ช่วยหยุดการบุกรุกป่า และฟื้นฟูระบบนิเวศภายใต้ร่มเงา เมล็ดกาแฟจึงเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่ทำให้ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”


ในวันที่โลกกำลังเผชิญความเปราะบางด้านสิ่งแวดล้อม ECO-BRAND คือตราสัญลักษณ์ ที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้บริโภค และสังคม ให้ร่วมกันพิสูจน์ว่า “การพัฒนา” ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียผืนป่าเสมอไป

และเพื่อส่งต่อคุณค่าจากต้นทางสู่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค สวพส. เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า ECO-BRAND ผ่านเว็บไซต์ “ของดีบนดอย” เพื่อเชื่อมตรงระหว่างเกษตรกรบนพื้นที่สูงกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมสร้างความมั่นใจว่าสินค้าที่เลือกซื้อ มาจากระบบเกษตรที่ใส่ใจทั้งคนและผืนป่าอย่างแท้จริง

เว็บไซต์ : ของดีบนดอย farmtd.hrdi.or.th/shop/
14
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมสาธารณภัย-หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ลุยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ลงพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และกลาง แจกจ่ายน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค คิดเป็นมูลค่ากว่า 13.7 ล้านบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง




ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย แผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่มอบน้ำดื่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา ปลากระป๋อง และขนม บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ รวม 30 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และ ภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดลพบุรี เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด ราชบุรี และกาญจนบุรี รวมจำนวนกว่า 25,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 13.7 ล้านบาท โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งสมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการประชาชนฟรีในหลากหลายพื้นที่ ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ โดยมีประชาชนให้ความสนใจและเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก




ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน






15
“ยัวซ่า” ตอกย้ำผู้นำแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์พรีเมี่ยม เดินหน้ารุกกิจกรรมทั่วประเทศ จัดสัมมนาใหญ่ที่หาดใหญ่ ถ่ายทอดความรู้ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของแบรนด์ Y-Speed


              บริษัท ยัวซ่า แบตเตอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์ จัดงานสัมมนาให้ความรู้ “เจาะลึกแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่า พร้อมเทคนิคการตรวจเช็ค 2026” ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ยัวซ่า จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเทคนิคการตรวจเช็คแบตเตอรี่เบื้องต้นก่อนส่งเคลม เพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการบรรยายครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากทีมงานยัวซ่า ที่มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แบบใกล้ชิด ณ โรงแรม เอส หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา




              นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอแบรนด์ “Y-Speed” อีกหนึ่งแบรนด์ภายใต้การดูแลของยัวซ่า ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ ด้วยคุณภาพมาตรฐานยัวซ่า ในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทย บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผ่านกิจกรรมและเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมตลอดทั้งงาน สะท้อนภาพลักษณ์ของยัวซ่าในมุมใหม่ ที่มีความทันสมัย เข้าถึงง่าย และใกล้ชิดกับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น




              กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยัวซ่า ในการเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับร้านค้า ช่าง และผู้ใช้งานทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมด้านความรู้และการตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์แบตเตอรี่คุณภาพ ที่อยู่เคียงข้างผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน[/size

ติดตามข่าวสาร Y-Speed ได้ที่ facebook: Y-Speed Battery และแบตเตอรี่ยัวซ่าได้ที่ facebook: Yuasas Club Tiktok: Yuasathai
16
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนอิน “สุขสันต์วันโสด” เติมรักกลางสายหมอก เคมี “มาริโอ้–พลอยไพลิน” เข้ากันสุด ลงจอ 23 พ.ค.นี้


ท่ามกลางกระแสหนังโรแมนติกคอมเมดี้ผสมกลิ่นอายเหนือธรรมชาติที่ได้รับความนิยม “สุขสันต์วันโสด” หรือ “Low Season” นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ และ พลอยไพลิน ตั้งประภาพร โดดเด่นด้วยงานภาพทิวทัศน์ขุนเขาอันงดงาม เคมีนักแสดงที่เข้าขาอย่างลงตัว และสีสันจากแก๊งโฮมสเตย์คาแรกเตอร์จัดจ้านที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสความสนุก พร้อมมุกเรียกรอยยิ้มตลอดทั้งเรื่อง






“สุขสันต์วันโสด” ถ่ายทอดเรื่องราวของ หลิน (พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) หญิงสาวที่ตัดสินใจออกเดินทางลุยเดี่ยวไปกิ่วแม่ปานเพื่อเยียวยาแผลใจ ก่อนบังเอิญพบกับ พุธ (มาริโอ้ เมาเร่อ) นักเขียนบทที่กำลังหมดไฟทั้งเรื่องงานและความรัก จึงต้องออกตามหาแรงบันดาลใจใหม่สำหรับโปรเจกต์หนังผีที่ต้องอาศัยคนเห็นผีมาช่วย การเดินทางของทั้งคู่เริ่มก่อตัวเป็นความผูกพันท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและโฮมสเตย์ที่รวมเหล่าคนอกหักไว้โดยไม่ได้นัดหมาย ทั้ง นุ่น (ศกลรัตน์ วรอุไร) วิทยา (ณฉัตร จันทพันธ์) พี่อ้อม (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) และ พี่โอม (อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ) ที่ช่วยเติมสีสันให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้น พร้อมด้วยตัวละคร กะเร (นาคร ศิลาชัย) ที่สร้างเสียงหัวเราะได้อย่างโดดเด่น การพบเจอและความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวทำให้ช่วงเวลาที่แสนเหงากลับเปลี่ยนเป็นความทรงจำอบอุ่นใจ ท่ามกลางสายหมอกและภูเขาอันเงียบสงบที่กลายเป็นฉากหลังของการเริ่มต้นใหม่ของหัวใจ ติดตามชม “สุขสันต์วันโสด” วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 18.30 น. ได้ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทาง https://true4u.com/live/
17
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา


จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา ใกล้เมืองย่างกุ้ง จนส่งผลกระทบถึง กทม. นั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่าลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว เป็น 4 ประเด็น

1.   เป็นแผ่นดินไหวระดับกลาง เนื่องจากมีขนาด 5.3 ซึ่งไม่เกิน  6
2.   เป็นแผ่นดินไหวระดับตื้น เนื่องจากเกิดขึ้นที่ระดับความลึกประมาณ 10 กม. ยังไม่ถึง 60 กม. ใต้พื้นดิน
3.   เป็นแผ่นดินไหวระยะไกล เนื่องจากมีระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 530 กิโลเมตร
4.   แผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่ในแนวรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อยที่มีพลังมาก (Active Fault)

ศ.ดร.อมร อธิบายว่า แผ่นดินไหวดังกล่าว อาจทำให้อาคารสูงในกรุงเทพมหานครสั่นไหวได้ เป็นเรื่องปกติ เนื่องจาก กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งดินอ่อนสามารถขยายคลื่นได้หลายเท่า ดังนั้น ผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารสูงจะรับรู้ถึงการสั่นสะเทือน แต่เนื่องจากขนาดของแผ่นดินไหวที่เป็นแผ่นดินไหวระดับกลาง และระยะห่างค่อนข้างมาก จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบัน ยังคงต้องติดตามการเกิดแผ่นดินไหวต่อไป เนื่องจากรอยเลื่อนสะกายเป็นรอยเลื่อนที่มีความยาว 1,200-1,400 กม. มีข้อสังเกตว่า เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ที่มัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ระยะห่างจากกรุงเทพฯ กว่า 1,000 กม. แต่ก็สามารถทำให้อาคารสูงในกรุงเทพฯ สั่นไหวอย่างรุนแรง อาคารสูงได้รับความเสียหายหลายร้อยหลัง และมีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา ดังนั้นรอยเลื่อนสะกายจึงเป็นรอยเลื่อนสำคัญที่ประมาทไม่ได้ ประกอบกันวันนี้เกิดแผ่นดินไหวในตอนล่างของรอยเลื่อน ซึ่งแม้จะมีขนาดปานกลาง แต่ก็เกิดใกล้กว่าแผ่นดินไหวมัณฑะเลย์ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นภัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
18
“พากเพียร” Super GENZ Boyโชว์ฟอร์มร้อนแรงผงาดนำเดี่ยวรอบแรก “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2026” ในศึกสวิงเยาวชนสนาม 3 เทรเชอร์ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ด่านสุดท้ายชิงตั๋วบินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น





เปิดฉากดวลวงสวิงรอบแรกอย่างตื่นเต้นเร้าใจ สำหรับทัวร์นาเมนต์กอล์ฟเยาวชนระดับแนวหน้าของเมืองไทย รายการ“ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2026”  ณ สังเวียนอันท้าทาย สนามเทรเชอร์ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ จังหวัดชลบุรี แมตช์เก็บคะแนนสะสมสนามที่ 3 ของ“ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” โดยสนามนี้เป็นด่านสุดท้านในการตัดเกรดคะแนนสะสม (สนาม 1-3) เพื่อเฟ้นหา 6 สวิงจิ๋วชาย-หญิง ในรุ่น Junior GENZ และ Super GENZ คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย บินลัดฟ้าไปร่วมศึกใหญ่ระดับนานาชาติในรายการ Yonex Junior Golf Championship 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงกลางปีนี้


ไฮไลทข์องการแข่งขัน ในวันแรกอยู่ที่รุ่น Super GENZ Boy (อายุ 15-18 ปี ) พากเพียร นุกูลอุดมพานิชย์ โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงท็อปฟอร์มที่สุดของวัน จบรอบแรก สกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 71 ยึดตำแหน่งผู้นำเดี่ยว โดยมี ณัฐวีณ์ ประทีปเสน, พุทธ นุกูลอุดมพานิชย์ และ ชัยพัฒนา เจนสายกลาง ไล่บี้ตามมาในอันดับ2 ร่วม ด้วยสกอร์ อีเวนพาร์ 72 ขณะที่ฝ่ายหญิงรุ่น Super GENZ Girl ตำแหน่งจ่าฝงูตกเป็นของ สิริกร โสมประโคน ที่ประเดิมวันแรก ยอดเยี่ยม ด้วยสกอร์  1 อันเดอร์พาร์ 71 โดยมี เสาวนิตย์ เจริญสุขรุ่งเรือง รั้งอันดับ 2 ตามหลังอยู่สโตรกเดียว ที่สกอร์ อีเวนพาร์ 72

ขยับมาที่รุ่นอายุ 11-14 ปี Junior GENZ Boy แจยุน คิม (Jaeyoon Kim) สวิงเยาวชนฟอร์มเด่นจากเกาหลีใต้  ทำสกอร์เข้ามา 1 โอเวอร์พาร์ 73 เป็นผู้นำเดี่ยว ห่างอันดับ2  ริวกิโอซากิ จากญี่ปุ่น 3 สโตรก


ส่วนรุ่น Junior GENZ Girl อลิน-เอมิลี่ เรือนกูล และ แฮดรึม โอ (Haedeum Oh) นำร่วม ด้วยผลงาน อีเวนพาร์ 72 แต้มห่าง สุภาพิช พฤกษานุบาล อันดับ 2 เพียงสโตรกเดียวเท่าน้้น  ด้านรุ่นใหญ่ Special GENZ Boy (อายุ 19-23 ปี ) ภีมะวัชร์ แก้วกลิ่นจันทร์ นำเดี่ยวที่สกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 74 และรุ่น Special GENZ Girl ซอฮยอน แบค (Seohyeon Baek) นำเดี่ยวด้วยสกอร์อีเวนพาร์ 72

ในสนามนี้มีการทำ Hole-in-One เกิดขึ้น เป็นผลงานของแฮดรึม โอ (Haedeum Oh) โชว์ความแม่นยำ ได้ที่หลุม 6 ระยะ 100 หลา โดยใช้เหล็ก PW ได้รับเกียรติจาก คุณดาว์ปกรณ์  รัตนสุวรรณ มอบรางวัลพิเศษจาก THE GENZ เป็นทุนสนับสนุนนกีฬาเยาวชนมูลค่า 5,000 บาท และสนามเทรเชอร์ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ มอบประกาศนียบัตรพร้อมคูปองสำหรับเปลี่ยน Golf Grip มูลค่า5,000 บาท ที่ DK Golf Academy พัทยา ชลบุรี


สำหรับทัวร์นาเมนต์ “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ในปีนี้ถือเป็นการยกระดับการแข่งขันสู่มาตรฐานสากลอย่างเต็มรูปแบบ เป็นทัวร์เยาวชนรายการแรกของไทยที่นำระบบ The Universal Golf Ranking (TUGR) มาใช้สะสมคะแนนให้กับนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งระบบน้้ได้รับการรับรองจากสมาคมโค้ชกอลฟ์แห่งสหรัฐอเมริกา (GCAA) และ College Golf Experience (CGX) ทำให้เป็นฐานข้อมูลสำคัญที่โค้ชจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ ใช้ค้นหาและคัดเลือกนักกีฬาเข้าศึกษาต่อควบคู่ไปกับระบบคะแนนสะสมของ Junior Golf Scoreboard (JGS) ที่มีอยเู่ดิมจะช่วยปูทางให้นักกอล์ฟเยาวชนไทยก้าวสู่เส้นทางมหาวทิยาลัย และระดับอาชีพในอนาคตได้อย่างมั่นคง


สรุปอันดับผู้นำรอบแรก ทุกรุ่นอายุ:

• รุ่น Super GENZ Boy : พากเพียร นุกูลอุดมพานิชย์ (-1)71
• รุ่น Super GENZ Girl : สิริกร โสมประโคน (-1)71
• รุ่น Junior GENZ Boy : แจยุน คิม (Jaeyoon Kim)(+1)73
• รุ่น Junior GENZ Girl : อลิน เอมิลี่ เรือนกูล และ แฮดรึม โอ (Haedeum Oh) นำร่วม (E)72
• รุ่น Special GENZ Boy : ภีมะวัชร์ แก้วกลิ่นจันทร์ (+2)74
• รุ่น Special GENZ Girl : ซอฮยอน แบค(Seohyeon Baek)(E)72

ร่วมติดตามและส่งกำลังใจเชียร์เหล่านักกอลฟ์เยาวชนไทยในการชิงชัยรอบสุดท้าย เพื่อลุ้นว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์สนามนี้ และใครจะได้สิทธ์เป็นตัวแทนไปลุยแข่งขันต่อที่ประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้ปกครองและแฟนกอล์ฟสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันได้ที่ Official Line : @genzgolf หรือโทร. 065-696-2229



19
ภูเก็ตเปิดงาน “เปิดตัวแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปินหลักในจังหวัดภูเก็ต”
เวทีสร้างสรรค์เชื่อมศิลปิน–ชุมชน  สืบสานวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่า




จังหวัด ภูเก็ต โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต จัดพิธีเปิดงาน “เปิดตัวแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปินหลักในจังหวัดภูเก็ต” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ต สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้างพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงศักยภาพ และเชื่อมโยงงานศิลปะเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชนอย่างมีความหมาย เปิดเวทีที่รวบรวมพลังของศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ในมิติร่วมสมัย ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของเมืองผ่านผลงานของศิลปิน และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างมีชีวิตชีวา มุ่งยกระดับบทบาทของศิลปะจากการเป็นเพียง “สิ่งที่จัดแสดง” สู่การเป็น “ประสบการณ์” ที่ผู้คนสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และมีส่วนร่วมได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสะท้อนความงดงามของรากวัฒนธรรมภูเก็ตที่ได้รับการสืบสานและต่อยอดอย่างสร้างสรรค์


โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางสาวสุภาวดี ไพพักตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม  รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายสมศักดิ์ โสภานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต พิบูลยศักดิ์  กิตติธรกุล รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมด้วยเหล่าศิลปินจากบ้านศิลปินในภูเก็ต เข้าร่วมงานครั้งนี้


นางสาวสุภาวดี ไพพักตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม  รักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า  จังหวัดภูเก็ตให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นให้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ และสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปินท้องถิ่นและศิลปินรุ่นใหม่ ได้ถ่ายทอดผลงานและแนวคิดสร้างสรรค์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้เข้าถึงศิลปะ เรียนรู้ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด




ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรม ศิลปิน และเครือข่ายชุมชน ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดเวทีทางศิลปะที่มีชีวิต และเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริงล




งาน “เปิดตัวแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปินหลักในจังหวัดภูเก็ต” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ต สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสืบสาน ต่อยอด และสร้างคุณค่าให้กับศิลปวัฒนธรรมของภูเก็ต พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของศิลปินในฐานะพลังสำคัญของสังคม และเป็นสะพานเชื่อมโยงวัฒนธรรมสู่ผู้คนในวงกว้าง




การจัดแสดงครั้งนี้รวบรวมศิลปินจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ ศิลปินจาก Aree Phuket Art Gallery, Phuket Art Village, YorYing A Small Art Space  Baan Thai Art Gallery ร้านเสพศิลป์รินชา รวมถึงศิลปินจากศูนย์เรียนรู้ศิลปะเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านกู้กู และกลุ่มศิลปินอิสระ ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปะของภูเก็ต โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมศิลปะหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรมสีน้ำมัน สีอะคริลิก และสีน้ำ งานศิลปะนามธรรมและร่วมสมัย งานจิตรกรรมไทยและงานเขียนร่วมสมัย งานประติมากรรม รวมถึงงานศิลปะเชิงสิ่งแวดล้อมจากขยะทะเลที่สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีงานหัตถศิลป์พื้นถิ่นอย่างบาติคลายไทย และการแสดงศิลปะสด (Performance Art) ที่เปิดมิติใหม่ของการเสพงานศิลป์ การรวมตัวของศิลปินในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมทั้งสะท้อนศักยภาพของศิลปินท้องถิ่นสู่สายตาสาธารณชนในวงกว้าง




ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเปิดบ้านศิลปินและแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดภูเก็ต การจัดแสดงผลงานศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมสร้างสรรค์และเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ร่วมเรียนรู้กับศิลปินอย่างใกล้ชิด รวมถึงการนำเสนอเรื่องราวของวิถีชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรมของชุมชนในจังหวัดภูเก็ต ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ร่วมเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างแท้จริง ระหว่างวันที่ 15 - 16 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณสะพานหิน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
20
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ปลดล็อกความฮา “คู่ป่วนมือปราบปืนหด” มันส์เดือด ยิงมุกไม่ยั้ง 16 พฤษภาคมนี้


คอหนังแอ็กชันคอมเมดี้….เตรียมพบความป่วนทะลุจอกับภาพยนตร์ฟอร์มฮา นำโดย วิล เฟอร์เรล, มาร์ก วาห์ลเบิร์ก, อีวา เมนเดส เสริมทัพด้วย ดเวย์น จอห์นสัน และ ซามูเอล แอล แจ็กสัน กำกับโดย อดัม แมคเคย์ กำกับโดย อดัม แมคเคย์ ที่โดดเด่นด้านมุกเฉียบคม ผสานแอ็กชันและความฮาอย่างลงตัว จนได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลก






“คู่ป่วนมือปราบปืนหด (THE OTHER GUYS)” ถ่ายทอดเรื่องราวของสองตำรวจคู่หูฮีโร่ คริสโตเฟอร์ แดนสัน (ดเวย์น จอห์นสัน) และ พีเค ไฮสมิธ (ซามูเอล แอล แจ็กสัน) ที่สร้างชื่อจากการไล่ล่าคนร้ายจนกลายเป็นขวัญใจประชาชน ขณะที่อีกมุมหนึ่งของกรมตำรวจ อัลเลน แกมเบิล (วิล เฟอร์เรล) และ เทอร์รี่ ฮอตซ์ (มาร์ก วาห์ลเบิร์ก) คู่หูสายเอกสารที่แทบไม่มีใครจดจำ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับกองแฟ้มและความฝันที่จะได้ลงสนามจริง วันหนึ่งโชคชะตาพลิกผัน เมื่อทั้งคู่ได้รับมอบหมายคดีเล็กๆ ที่กลับซับซ้อนเกินคาด จุดเริ่มต้นของภารกิจครั้งนี้ทำให้พวกเขาต้องก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย เผชิญทั้งอาชญากรรม การไล่ล่า และสถานการณ์สุดวายป่วงที่เกินควบคุม ด้วยนิสัยต่างขั้วแต่กลับต้องร่วมมือกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความฮาจึงบังเกิดแบบหยุดไม่อยู่ พร้อมฉากแอ็กชันที่เสริมจังหวะคอมเมดี้ได้อย่างกลมกล่อม ลุ้นไปกับเส้นทางของตำรวจรองบ่อนที่หวังพิสูจน์ตัวเองให้โลกเห็นว่า ฮีโร่ไม่ได้เกิดมาเฉพาะคนเก่งเท่านั้น แต่อาจเป็นใครก็ได้ที่กล้าลงมือทำ ห้ามพลาด “คู่ป่วนมือปราบปืนหด” วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมสดออนไลน์ที่ https://true4u.com/live/
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10