This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
1
news & activity / PDPC ปักหมุด 'อุบลฯ–ภูเก็ต' เปิด PDPA Center ลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
« on: September 10, 2026, 10:26:43 AM »PDPC ปักหมุด 'อุบลฯ–ภูเก็ต' เปิด PDPA Center ใกล้ประชาชน
ลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้ายกระดับการให้บริการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ประชาชนในภูมิภาค เปิด ศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดภูเก็ต อย่างเป็นทางการ เพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงคำปรึกษา ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิ และยื่นเรื่องร้องเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้สะดวกและใกล้ชิดเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น ตอกย้ำแนวทางการทำงานของ สคส. ที่มุ่ง "ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง"
พ.ต.อ. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ด้านกฎหมายและคดี) กล่าวว่า การเปิด PDPA Center ทั้งสองจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจของ สคส. ให้เข้าถึงประชาชนในระดับพื้นที่มากขึ้น แม้ปัจจุบันประชาชนสามารถติดต่อและยื่นเรื่องผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง โดยเฉพาะกรณีที่มีรายละเอียด เอกสาร หรือหลักฐานที่ต้องการคำแนะนำก่อนดำเนินการร้องเรียน

"หัวใจสำคัญของ PDPA Center คือการทำให้ประชาชนรู้ว่า เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล เขามีที่พึ่งและมีเจ้าหน้าที่พร้อมรับฟัง ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อกฎหมาย การขอคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิ หรือการเตรียมข้อมูลและหลักฐานเพื่อยื่นเรื่องร้องเรียน เราต้องการลดความรู้สึกว่า PDPA เป็นเรื่องซับซ้อนหรือไกลตัว และทำให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นบริการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริงในพื้นที่ของตนเอง" พ.ต.อ. ศิริพล กล่าว
ประเด็นที่ประชาชนสามารถเข้ามาขอคำปรึกษาผ่าน PDPA Center ครอบคลุมตั้งแต่การถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรวมรวมใช้หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม การได้รับโทรศัพท์ ข้อความ หรือโฆษณาโดยไม่พึงประสงค์ การเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนข้อกังวลเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ผู้รับบริการ หรือข้อมูลที่อยู่ในความดูแลขององค์กรต่าง ๆ

นอกจากการให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนแล้ว การขยาย PDPA Center ยังมีบทบาทในการสร้างความรู้และความตระหนักแก่หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ โดยมีการจัดบรรยายเกี่ยวกับกฎหมาย PDPA กรณีศึกษาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แนวทางป้องกันความเสี่ยง รวมถึงกิจกรรม Workshop เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างถูกต้อง
พ.ต.อ. ศิริพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สคส. จะเดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ PDPA Center ไม่ได้เป็นเพียง "จุดรับเรื่องร้องเรียน" แต่เป็นทั้ง "จุดรับฟัง จุดให้คำปรึกษา และจุดป้องกันปัญหา" ก่อนเกิดความเสียหาย

"เป้าหมายของเราคือทำให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงประชาชนทุกภูมิภาค ลดระยะทางระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ และสร้างความมั่นใจว่าเมื่อสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบ ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม" พ.ต.อ. ศิริพล กล่าวทิ้งท้าย
ช่องทางการติดต่อ
ศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จ.ภูเก็ต เปิดให้บริการที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เลขที่ 1 ถนนชุมพร ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จ.ภูเก็ต
ศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จ.อุบลราชธานี เปิดให้บริการ ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี ถนนสรรพสิทธิ์ อำเภอเมือง จ.อุบลราชธานี
2
news & activity / ช่างโฮมโปร รับโล่ "เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
« on: September 03, 2026, 10:52:30 AM »ช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ตอกย้ำภารกิจ "สร้างมาตรฐานช่างไทย สู่เส้นทางมีออาชีพ"
รับโล่ "เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
"เชื่อมทักษะ-มาตรฐาน-งานจริง" สู่โอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
รับโล่ "เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
"เชื่อมทักษะ-มาตรฐาน-งานจริง" สู่โอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นายธีรพล รอดเฉื่อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริการช่างโฮมโปร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ "เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน" จาก นายชาติวุฒิ ทองกัน รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมเป็นเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 28 แห่ง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของโฮมโปรในการยกระดับมาตรฐานและศักยภาพช่างไทยอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณต่อเนื่องเป็นปีที่ 9
สำหรับโฮมโปร การพัฒนาช่างไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มพูนทักษะหรือการผ่านอบรม แต่คือการทำให้ "ทักษะ" สามารถต่อยอดเป็น "มาตรฐาน" และนำไปสู่ "งานจริง" เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทักษะที่มีคุณค่าคือทักษะที่สามารถสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
แนวคิดดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างโฮมโปรและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่เดินหน้าสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพช่างไทยอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาทักษะ การฝึกอบรม การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตลอดจนการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ
การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อยกย่องหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยงบประมาณปี พ.ศ. 2568–2569 เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานทั้ง 28 แห่ง ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 43.9 ล้านบาท และดำเนินการฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานรวมทั้งสิ้น 14,361 คน
โฮมโปร ได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานมาตั้งแต่ปี 2552 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ปัจจุบันมีส่วนร่วมพัฒนาช่างฝีมือไปแล้วกว่า 13,798 คน ครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนการฝึกอบรมและการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ไปจนถึงส่งมอบชุดเครื่องมือช่างอเนกประสงค์ ให้แก่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
นายธีรพล กล่าวว่า "สำหรับโฮมโปร เรามองการพัฒนาช่างไปไกลกว่าการทำให้ช่างมีทักษะ แต่ต้องทำให้ทักษะนั้นมีคุณค่าในตลาดแรงงานด้วย เพราะเมื่อช่างมีความสามารถ มีมาตรฐาน และได้รับการยอมรับ สิ่งที่ตามมาควรเป็นโอกาสในการทำงานและการสร้างรายได้ที่ดีขึ้น
งานช่างเป็นงานที่ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านของลูกค้า ดังนั้น 'มาตรฐานฝีมือ' จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือรากฐานของความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อช่าง การมีมาตรฐานที่ชัดเจนและได้รับการรับรองอย่างเป็นระบบ จึงช่วยยกระดับทั้งคุณภาพงานและความเชื่อมั่นของลูกค้า
เราเชื่อว่าการพัฒนาทักษะจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อทักษะนั้นมีที่ยืนในตลาดแรงงาน เพราะทักษะที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของใครได้
ด้วยเหตุนี้ โฮมโปรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเข้ากับโอกาสทำงานจริง เพื่อให้ช่างต่อยอดสู่การมีงาน มีรายได้ และมีอาชีพที่เติบโตในระยะยาว"
โฮมโปรมุ่งมั่นเชื่อม "คนที่มีทักษะ" เข้ากับ "ความต้องการของตลาด" ผ่าน ช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) ที่มีงานรองรับอยู่จริง ทำให้การพัฒนาสามารถต่อยอดจาก "ทักษะ → มาตรฐาน → งานจริง → รายได้ → อาชีพ"
"โฮมโปรตั้งใจสานต่อความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาชีพช่างเป็นอนาคตที่คนรุ่นใหม่เลือก และเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และเติบโตได้ในระยะยาว" นายธีรพล กล่าวปิดท้าย
3
news & activity / PDPC ปักหมุดภูเก็ต เปิด PDPA Center ใกล้ชิดประชาชนภาคใต้
« on: September 03, 2026, 10:36:28 AM »PDPC ปักหมุดภูเก็ต เปิด PDPA Center รับฟัง–ให้คำปรึกษา–รับเรื่องร้องเรียน ใกล้ชิดประชาชนภาคใต้

ภูเก็ต – สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขยายการให้บริการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ภูมิภาค เปิด ศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ภาคใต้สามารถเข้าถึงบริการให้คำปรึกษา การใช้สิทธิ และการยื่นเรื่องร้องเรียนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และใกล้ชิดเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น สะท้อนแนวทางการทำงานของ สคส. ที่มุ่ง "ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง" และทำให้กฎหมาย PDPA สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
กิจกรรมขยายศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จังหวัดภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจาก นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พล.ต.ต. กฤษศักดิ์ สงมูลนาค กรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ กรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 8 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ พ.ต.อ. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ เข้าร่วมดำเนินกิจกรรม เพื่อผลักดันภารกิจสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ และยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาและการยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์บริการประชาชน PDPA Center
พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า การขยาย PDPA Center สู่ "จังหวัดภูเก็ต" มีเป้าหมายสำคัญในการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้จริงและง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อกฎหมาย การขอคำแนะนำก่อนใช้สิทธิ หรือการยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่เหมาะสม
"เราเข้าใจว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่สะดวกยื่นเรื่องผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่บางกรณีมีเอกสาร หลักฐาน หรือรายละเอียดเฉพาะที่ประชาชนต้องการอธิบายกับเจ้าหน้าที่โดยตรง PDPA Center จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้ามาพูดคุย ขอคำปรึกษา และรับคำแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไปจนถึงการจัดเตรียมข้อมูลและหลักฐานประกอบการร้องเรียนได้อย่างเป็นขั้นตอน เราต้องการทำให้ประชาชนรู้สึกว่า PDPA ไม่ใช่กฎหมายที่ซับซ้อนหรือไกลตัว แต่เป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้เพื่อปกป้องข้อมูลของตนเองได้" พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าว

สำหรับประเด็นที่ประชาชนเข้ามาขอคำปรึกษาหรือมีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มีความหลากหลายตั้งแต่การได้รับโทรศัพท์ ข้อความ หรือสื่อโฆษณาโดยไม่พึงประสงค์ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็นหรือไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ การเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลส่วนบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนข้อกังวลเรื่องมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ผู้รับบริการ และประชาชน
โดยเฉพาะ พื้นที่ภาคใต้และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและบริการระดับนานาชาติ มีผู้ประกอบการหลากหลายทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านค้า สถานบริการด้านสุขภาพ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และบริการดิจิทัล ซึ่งแต่ละวันมีการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลของผู้เข้าพัก นักท่องเที่ยว ลูกค้า ผู้ใช้บริการ และพนักงานจำนวนมาก การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยาย PDPA Center ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางยกระดับบริการประชาชนของ สคส. เพื่อให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าสู่ส่วนกลางเมื่อต้องการขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือ โดยศูนย์ในแต่ละพื้นที่จะเป็นทั้งช่องทางในการรับเรื่อง ให้คำแนะนำ และเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สคส. กับเครือข่ายหน่วยงานในจังหวัด เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้ใกล้ชิดกับบริบทของแต่ละพื้นที่มากขึ้น

ภายในกิจกรรมยังจัดให้มีการบรรยายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎหมาย PDPA และสิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกรณีศึกษาและแนวทางป้องกันความเสี่ยงจากการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเชื่อมโยงกับประเด็น การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้จากสถานการณ์จริง วิเคราะห์กรณีศึกษา และทำความเข้าใจแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง
การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง สคส. กับส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มแข็ง และผลักดันให้ทุกภาคส่วนสามารถนำหลักการของ PDPA ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
"การเปิด PDPA Center จังหวัดภูเก็ตไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องเรียน แต่เราต้องการให้ศูนย์แห่งนี้เป็น 'จุดรับฟังประชาชน' และเป็นกลไกเชิงรุกในการป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดความเสียหาย เชื่อมโยงการทำงานระหว่าง สคส. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่หยุดอยู่เพียงตัวบทกฎหมาย แต่เกิดผลจริงในชีวิตประจำวันของประชาชน" พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
4
news & activity / จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ
« on: September 03, 2026, 10:21:18 AM »โลกเปลี่ยนเร็ว...อย่าให้ "ความคาดหวัง" ทำให้ลูกห่างจากเรา
จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา
จิตแพทย์ชวนพ่อแม่ "ฟังให้มากกว่าสอน" สร้างบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่ลูกกล้ากลับมาหา

ในวันที่เด็กและวัยรุ่นเติบโตท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วกว่าเดิม ทั้งการแข่งขัน แรงกดดันจากโรงเรียน ความคาดหวังของครอบครัว และโลกออนไลน์ที่ไม่เคยปิดหน้าจอ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า "เราจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ" แต่คือ "เรากำลังเลี้ยงลูกให้มีความสุขในแบบของเขา หรือกำลังพยายามสร้างลูกให้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น" เพราะบางครั้งความรักและความหวังดี เมื่อมาพร้อมความคาดหวังและการควบคุม อาจกลายเป็นแรงกดดันที่สร้างระยะห่างในครอบครัวโดยที่พ่อแม่ไม่ทันรู้ตัว
โรงพยาบาลพระรามเก้าให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของร่างกาย แต่รวมถึงการสร้างสมดุลกายและใจ ไปจนถึงสุขภาวะของครอบครัว ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรม Doctor Talk สื่อสารแนวคิด "Wellness for Life: ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ" นำความรู้จากผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุยผ่านเรื่องใกล้ตัว เพื่อให้ประชาชนเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนในครอบครัว และนำไปปรับใช้กับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้จริง
ภายในงาน Mindful Fest ซึ่งจัดโดย มูลนิธิไทยคม ณ The Present Haus ราชวิถี 24 โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพใจผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักศิลปะบำบัดและนักจิตบำบัด จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และจิตแพทย์ โดยหยิบยกประเด็นใกล้ตัว ตั้งแต่การดูแลใจของตนเอง การรับมือกับความเหนื่อยล้าและความเครียด ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว เพื่อให้การดูแลสุขภาพใจเป็นเรื่องที่เข้าใจและนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ "พักกายแล้ว ใจได้พักหรือยัง" โดย คุณวรัญญา ถวัลย์กิจดำรงค์ ผู้ชำนาญการ นักศิลปะบำบัด Registered Canadian Art Therapist และนักจิตบำบัด EMDR, Satir โรงพยาบาลพระรามเก้า และ "เหนื่อยนัก...ต้องพักฮีลใจ" โดย พญ.ปรานี ปวีณชนา แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า

หนึ่งในเวทีสำคัญคือ "Healthy & Happy Family in the AI Era – สร้างครอบครัวสุขภาพดีและมีความสุขในโลกที่เปลี่ยนเร็ว" โดย นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ และจิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษากองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ชวนพ่อแม่กลับมาทบทวนความคาดหวัง เปิดพื้นที่รับฟัง และสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ เพื่อสร้างครอบครัวให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตไปด้วยกันในโลกยุค AI
พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษากองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายองค์ประกอบ ทั้งพื้นอารมณ์และตัวตนของเด็ก รูปแบบการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมในโรงเรียน กลุ่มเพื่อน และโซเชียลมีเดีย ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความคิด อารมณ์ และการมองคุณค่าของตัวเอง
เด็กยุคนี้ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เฉพาะในบ้านหรือโรงเรียน แต่มีอีกโลกหนึ่งอยู่ในโทรศัพท์ โลกออนไลน์ ทำให้เขาเข้าถึงทั้งข้อมูล การเปรียบเทียบ และแรงกดดันได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันเด็กแต่ละคนก็มี พื้นอารมณ์ ความถนัด และความสามารถไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องระวังคือการใช้มาตรฐานเดียวไปวัดเด็กทุกคน เพราะเมื่อสิ่งที่ครอบครัวหรือสังคมคาดหวังสวนทางกับตัวตนที่แท้จริงของเด็ก ความเครียด ก็เกิดขึ้นได้

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกตคือ "ความเปลี่ยนแปลงที่ผิดไปจากเดิม" ทั้งด้านพฤติกรรม อารมณ์ และร่างกาย เช่น เก็บตัว พูดน้อยลง หงุดหงิดหรือก้าวร้าวมากขึ้น ดูเศร้าหมอง อารมณ์แปรปรวน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือไม่อยากไปโรงเรียน เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กกำลังเผชิญกับความเครียด ความกลัว หรือปัญหาบางอย่างที่ยังไม่สามารถพูดออกมาได้
"ก่อนจะถามว่า 'ทำไมลูกถึงเปลี่ยนไป' ลองเปลี่ยนเป็น 'ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับลูกหรือเปล่า' อย่าเพิ่งตัดสินว่าเด็กดื้อ ไม่รับผิดชอบ หรือมีปัญหา ก่อนที่เราจะรู้ว่าเขากำลังเผชิญกับอะไร"
สำหรับโลกดิจิทัล การดูแลลูกไม่ควรหยุดอยู่เพียงการกำหนดเวลาใช้โทรศัพท์หรือคอยตรวจสอบว่าเด็กดูอะไร แต่พ่อแม่ควรมี ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) เพื่อเข้าใจโลกที่ลูกใช้ชีวิต รู้เท่าทันสิ่งที่อาจส่งผลต่อความคิดและอารมณ์ และสามารถพูดคุยกับลูกได้โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นพื้นฐาน
ท่ามกลางโลกยุค AI ที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนวิธีเรียน วิธีทำงาน และวิธีใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญสำหรับครอบครัวไม่ใช่การพยายามวิ่งให้ทันทุกความเปลี่ยนแปลง แต่คือ การรักษาความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างกัน เพราะท้ายที่สุด ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกอาจไม่ได้วัดเพียงว่าเขาไปได้ไกลแค่ไหน แต่อยู่ที่ไม่ว่าวันหนึ่งเขาจะสำเร็จ ผิดหวัง หรือพลาดพลั้ง เขายังรู้ว่า "บ้าน" คือพื้นที่ที่กลับมาได้เสมอ

ด้าน นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ และจิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โจทย์สำคัญของการเป็นพ่อแม่คือการแยกให้ออกระหว่าง "ความรัก" "ความหวังดี" และ "ความคาดหวัง" เพราะความตั้งใจอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี หากมาพร้อมความกลัวว่าลูกจะผิดพลาดหรือล้มเหลว อาจทำให้ความหวังดีกลายเป็นการกำหนดชีวิตลูกโดยไม่รู้ตัว
พ่อแม่ทุกคนรักลูกและอยากให้ลูกไปได้ไกล แต่เด็กก็เป็นคนอีกคนหนึ่ง เขาอาจไม่ได้ชอบสิ่งที่เราชอบ ไม่ได้ถนัดสิ่งที่เราถนัด และไม่จำเป็นต้องเดินในเส้นทางเดียวกับเรา การยอมรับความแตกต่างไม่ได้หมายถึงการตามใจ แต่คือการมีขอบเขตในเรื่องที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ลูกได้คิด ตัดสินใจ เรียนรู้จากความผิดพลาด และค้นพบตัวเอง สิ่งสำคัญไม่แพ้ผลการเรียนหรือความสำเร็จคือ "ความไว้วางใจ" ในครอบครัว เพราะหากทุกครั้งที่ลูกเล่าปัญหาแล้วถูกตำหนิ สอบสวน หรือรีบสั่งสอน เด็กอาจค่อย ๆ เรียนรู้ว่าการเงียบปลอดภัยกว่าการพูด
หัวใจของการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัยทางใจ" (Safe Zone) จึงไม่ใช่การตามใจลูกทุกเรื่อง แต่คือการทำให้เด็กรู้ว่า "ความผิดพลาดไม่ได้ทำให้ความรักหายไป" โดยมีหลักสำคัญคือ "ฟังให้จบ ก่อนสอน" เพราะในวันที่ลูกเปิดใจ สิ่งที่เขาต้องการอาจไม่ใช่คำตอบหรือคำแนะนำทันที แต่อาจเป็นเพียงคนที่พร้อมรับฟังโดยไม่รีบตัดสิน
"พ่อแม่มักถามว่า 'ทำไมลูกไม่คุยกับเรา' แต่บางครั้งอาจต้องย้อนกลับมาถามว่า 'ตอนที่ลูกคุย เราฟังเขาอย่างไร' พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้ลูกได้ทุกเรื่อง แต่ควรเป็นคนที่เขามั่นใจว่า ต่อให้วันนี้ผิดหวัง ล้มเหลว หรือทำผิด เขายังกลับมาหาเราได้"

นพ.วิทยา กล่าวปิดท้ายว่า อีกจุดเริ่มต้นสำคัญอยู่ที่ตัวพ่อแม่ ทั้งการรู้เท่าทันอารมณ์ ความเครียด ความเหนื่อยล้า และความคาดหวังของตัวเอง เพราะเมื่อผู้ใหญ่แบกรับภาระมากเกินไป ความสามารถในการอดทนและทำความเข้าใจลูกย่อมลดลง การสร้างครอบครัวที่มีความสุขจึงอาจไม่ใช่การพยายาม "เพิ่ม" ทุกอย่างให้ลูก แต่อาจเป็นการ "ลด" การเปรียบเทียบ การแข่งขันที่ไม่จำเป็น และมาตรฐานความสำเร็จที่ไม่เหมาะกับเด็กทุกคน เพื่อให้ทั้งพ่อแม่และลูกมีพื้นที่เติบโตในแบบของตัวเอง
โลกภายนอกอาจมีคนมากพอแล้วที่บอกลูกว่าเขาต้องเก่งกว่านี้ ต้องดีกว่านี้ หรือต้องพยายามมากกว่านี้ บ้านจึงไม่ควรเป็นอีกพื้นที่ที่เขาต้องพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอ หน้าที่ของพ่อแม่อาจไม่ใช่การทำให้ลูกไม่เคยล้ม แต่คือทำให้เขารู้ว่า ถ้าวันหนึ่งล้มลง เขายังมีคนพร้อมฟังโดยไม่ซ้ำเติม และมีความรักที่ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะวันนี้เขาไม่เป็นอย่างที่เราหวัง
"คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า วันนี้ลูกเรียนเป็นอย่างไร แต่คือ ถ้าวันหนึ่งเขามีปัญหาหนักที่สุดในชีวิต เขายังกล้าเดินกลับมาหาเราหรือเปล่า ถ้าเรื่องที่เจ็บที่สุด กลัวที่สุด หรือผิดพลาดที่สุด กลายเป็นเรื่องที่ลูกไม่กล้าพูดกับพ่อแม่ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเราต้องกลับมาดูความสัมพันธ์ในบ้าน"
สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาสุขภาพใจ สามารถทำนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต (Mind Center) หรือที่ LINE: @praram9hospital หรือ โทร.1270
5
news & activity / รพ.พระรามเก้า เปิดบ้าน "ไตใหม่ ชีวิตใหม่" ชูความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไต
« on: September 01, 2026, 10:20:43 AM »โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดบ้าน "ไตใหม่ ชีวิตใหม่"
ชูความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร
เสริมความมั่นใจตัวแทนประกันชีวิตในการดูแลลูกค้า
ชูความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร
เสริมความมั่นใจตัวแทนประกันชีวิตในการดูแลลูกค้า

โรงพยาบาลพระรามเก้า จัดกิจกรรม Open House "ไตใหม่ ชีวิตใหม่" เชิญกลุ่มตัวแทนประกันชีวิตเข้าร่วมรับฟังความรู้และเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นเลิศด้านการดูแลรักษาโรคไตแบบครบวงจร ทั้งการตรวจวินิจฉัย การป้องกัน การรักษา และการบำบัดทดแทนไต ตั้งแต่การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ ไปจนถึงการปลูกถ่ายไต เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจให้ตัวแทนสามารถแนะนำบริการสุขภาพแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจยิ่งขึ้น ณ ห้องประชุม Praram 9 Grand Hall ชั้น 5 อาคาร A โรงพยาบาลพระรามเก้า
ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือการบรรยายพิเศษ (Doctor Talk) ในหัวข้อ "ไตใหม่ ชีวิตใหม่: Advances in Kidney Care & Transplantation" โดย นพ.น๊อต เตชะวัฒนวรรณา อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตและการปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลพระรามเก้า ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่อาการและสัญญาณเตือนของโรคไต แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยในแต่ละระยะ ไปจนถึงความก้าวหน้าล่าสุดในการรักษาและการผ่าตัดปลูกถ่ายไต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและซักถามข้อสงสัยโดยตรง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและทันสมัยเกี่ยวกับแนวทางการรักษาโรคไต ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นพ.น๊อต ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันโรคไตตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไต ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหัวใจ และผู้ที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง รวมถึงการใช้ยาหรือสมุนไพรบางชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อไต พร้อมแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพไตในชีวิตประจำวัน อาทิ การตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ การควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดที่อาจส่งผลเสียต่อไตโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อชะลอความเสื่อมของไตและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตเรื้อรังในระยะยาว
นพ.น๊อต กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือมีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและระบบการดูแลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร การจัด Open House ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ตัวแทนประกันชีวิตเข้าใจแนวทางการรักษาและศักยภาพของโรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการเข้ารับบริการแก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

นอกจากการบรรยายให้ความรู้แล้ว ภายในงานยังนำเสนอแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไตแบบ ครบวงจร ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับความซับซ้อนของแต่ละราย พร้อมทั้งกิจกรรม Hospital Tour พาผู้เข้าร่วมงานเยี่ยมชมพื้นที่ให้บริการสำคัญของโรงพยาบาล ได้แก่ หอผู้ป่วยในพรีเมี่ยม (Ward 15B), ศูนย์ตรวจสุขภาพ (Checkup Center) และศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ (Fix&Fit Clinic) เพื่อให้เห็นภาพมาตรฐานการบริการและความพร้อมในการดูแลผู้รับบริการอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาแพทย์โรคไต สามารถสอบถามข้อมูลหรือทำนัดหมายได้ที่ สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือที่ LINE: @praram9hospital หรือ โทร. 1270




6
news & activity / สคส. เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี
« on: September 01, 2026, 09:38:44 AM »สคส. เคลียร์ชัด! ติดกล้อง CCTV ไม่ได้หมายความว่าผิด PDPA ทุกกรณี
ย้ำใช้เพื่อดูแลชีวิต–ทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานอุบัติเหตุหรือคดีได้
แต่ต้องไม่ใช้ภาพละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินสมควร
ย้ำใช้เพื่อดูแลชีวิต–ทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานอุบัติเหตุหรือคดีได้
แต่ต้องไม่ใช้ภาพละเมิดสิทธิผู้อื่นเกินสมควร

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ข้อความบน Facebook จำนวนมาก ระบุว่า ประชาชนที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ภายในบ้าน แล้วหันกล้องออกไปยังถนนหรือทางสาธารณะ อาจมีความผิดตามกฎหมาย PDPA และถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาท จนเกิดคำถามตามมาว่า แล้วกล้องที่ติดไว้เพื่อเฝ้าระวังภัย ป้องกันทรัพย์สิน หรือเก็บไว้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุและคดีความ ยังสามารถใช้ได้หรือไม่ ทั้งที่ในหลายเหตุการณ์ ภาพจากกล้องของประชาชนมีส่วนสำคัญต่อการติดตามผู้กระทำผิดและช่วยระงับเหตุได้จริง
พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. ชี้แจงว่า การกล่าวอ้างว่าเพียงติดกล้องภายในบ้านแล้วหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะ จะถือว่าผิด PDPA และถูกปรับหลักล้านบาทนั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย หากเป็นการติดตั้งภายในเคหสถานหรือที่พักส่วนตัว เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือบุคคลในครอบครัว ซึ่งเข้าข่ายการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวตามมาตรา 4 (1) และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA
"สคส. ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก การติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านหรือที่พักส่วนตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ได้หมายความว่าหากกล้องหันออกไปเห็นถนนหรือพื้นที่สาธารณะแล้วจะผิด PDPA หรือถูกปรับเป็นเงินหลักล้านบาททันที เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์และลักษณะของการนำข้อมูลไปใช้ด้วย"
ทั้งนี้ มาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น ดังนั้น หากประชาชนติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบ้านหรือที่พักส่วนตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัย หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดอุบัติเหตุหรือคดีความ ย่อมเข้าลักษณะการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว และไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA ตามมาตรา 4 (1)
อย่างไรก็ตาม สคส. ย้ำว่า "ได้รับยกเว้นจาก PDPA ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำภาพจากกล้องไปใช้อย่างไรก็ได้" ผู้ติดตั้งกล้องควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อกล้องสามารถบันทึกภาพบุคคลอื่นบนถนน ทางสาธารณะ หรือพื้นที่ภายนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานหรือเผยแพร่ภาพในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเกินสมควร รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้การนำภาพไปใช้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่น
ตัวอย่างเช่น การนำภาพจาก CCTV ไปเผยแพร่เพื่อโจมตี ทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียง หรือเผยแพร่ภาพที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นส่วนตัว อาจต้องพิจารณาตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วแต่ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรทำความเข้าใจคือ กฎหมายแยกกรณี "กล้องที่บ้านเพื่อประโยชน์ส่วนตัว" ออกจาก "กล้องที่ติดตั้งเพื่อการประกอบธุรกิจหรือโดยองค์กร" อย่างชัดเจน โดยกรณีหลังจะไม่ได้รับข้อยกเว้นเช่นเดียวกับการติดกล้องภายในบ้าน
สำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยหน่วยงานของรัฐ บริษัท สมาคม มูลนิธิ องค์กรเอกชน นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร รวมถึงพื้นที่ประกอบกิจการหรือธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หอพัก โรงงาน สถานพยาบาล หรือสถานประกอบการอื่น ไม่ว่าจะดำเนินการโดยนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา หากเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในฐานะ "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" จะไม่ได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA
โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ก็อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายและมีโทษทางปกครองได้
"หัวใจสำคัญของ PDPA ไม่ใช่การปิดกั้นการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากข้อมูลกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น กล้องวงจรปิดยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันเหตุและสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยของสังคม สิ่งที่ต้องระวังคือการนำภาพหรือข้อมูลที่ได้จากกล้องไปใช้ต่อ โดยเฉพาะการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ต้องคำนึงถึงสิทธิ ความจำเป็น และผลกระทบต่อบุคคลอื่นด้วย" พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว
สคส. จึงขอให้ประชาชนแยกแยะข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะข้อความที่ระบุในลักษณะเหมารวมว่า "ติดกล้อง CCTV หันออกถนน = ผิด PDPA และถูกปรับหลักล้าน" ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการพิจารณาตามกฎหมายต้องดูทั้งผู้ที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์ในการเก็บภาพ และลักษณะการนำข้อมูลไปใช้หรือเปิดเผยเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ สคส. พร้อมเดินหน้าสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กล้องวงจรปิดและ PDPA ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
7
นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม / "Bangkok Auto Salon 2026" เดือดทั้งรถทั้งของแต่ง
« on: August 28, 2026, 03:39:46 PM »"Bangkok Auto Salon 2026" เดือดทั้งรถทั้งของแต่ง
รวมรถแรงจากค่ายชั้นนำ พร้อมเทรนด์และอุปกรณ์แต่งรถกว่า 200 แบรนด์จากทั่วโลก
รวมรถแรงจากค่ายชั้นนำ พร้อมเทรนด์และอุปกรณ์แต่งรถกว่า 200 แบรนด์จากทั่วโลก

"Bangkok Auto Salon 2026" มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เดินหน้าสร้างสีสันให้วงการรถแต่งและคาร์คัลเจอร์แบบจัดเต็มตลอด 5 วัน! รวมรถแต่งระดับตำนาน รถ Performance จากค่ายรถชั้นนำ พร้อมไฮไลต์ยนตรกรรมรุ่นพิเศษ ขณะที่ ACCESSORIES ZONE ยกทัพเทรนด์และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์กว่า 200 แบรนด์จากหลายประเทศทั่วโลก มาให้เลือกชมและช้อปกันแบบจุใจ เสริมด้วยกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตและไลฟ์สไตล์คนรักรถทั้ง Indoor และ Outdoor ระหว่างวันที่ 26–30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

HONDA เปิดตัว HRC ครั้งแรกในไทย! ขน 4 รถคอนเซ็ปต์ 4 สไตล์ ปลุก Racing DNA เอาใจสายซิ่ง HRC หรือ Honda Racing Corporation เปิดตัวสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถ่ายทอด DNA จากโลกมอเตอร์สปอร์ตภายใต้แนวคิด "Spirit of Challenge" พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนารถยนต์ 2 ไลน์อัป ได้แก่ SPORT LINE และ TRAIL LINE ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ Racing DNA ในแบบฉบับฮอนด้า จัดเต็มกับขบวนรถคอนเซ็ปต์ 4 รุ่น 4 สไตล์ เริ่มจาก Honda CR-V TRAILSPORT HRC Concept SUV สายลุยที่เติมความดุดันด้วยชุดตกแต่งสีส้มรอบคัน พร้อมอุปกรณ์เสริมสไตล์ออฟโรด ต่อด้วย Honda City HRC Concept ซิตี้คาร์ที่อัปลุคสู่ Street Racing ด้วยชุดแอโรพาร์ตรอบคันและล้ออะลูมิเนียมฟอร์จ 17 นิ้ว ด้าน Honda Civic HRC Concept เติมความเร้าใจให้สปอร์ตซีดานด้วยชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอย Matte Black 18 นิ้ว พร้อมลวดลาย HRC และ S+ Shift ปิดท้ายด้วย Honda Super-ONE MUGEN รถ EV ที่เติมกลิ่นอาย JDM เต็มขั้น ด้วยชุดแต่ง MUGEN รอบคัน ล้อ MUGEN FC5 ขนาด 16 นิ้ว และยาง YOKOHAMA ADVAN Fleva V701 งานนี้สาวก Honda และสายแต่งรถต้องไม่พลาด!

TOYOTA เสิร์ฟความเร้าใจภายใต้แนวคิด "DNA สนามแข่ง สู่ความเร้าใจในทุกเส้นทาง" ยกทัพรถ Performance จากตระกูล GR มาให้แฟนสายสปีดได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นำโดย GR Corolla ยนตรกรรมสมรรถนะสูง, GR Yaris สปอร์ต Hot Hatch เจ้าของ DNA แชมป์ WRC และ GR 86 สปอร์ตคูเป้ขับเคลื่อนล้อหลังยอดฮิต ถ่ายทอด DNA แห่งความสนุกในการขับขี่แบบ Fun-to-drive พร้อมสัมผัสความพรีเมียมของ GR Parts โดย TCD Asia สำหรับ GR Yaris อาทิ GR Front Spoiler, GR Side Skirts และ GR Roof Spoiler ที่ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่ถนนจริง

ด้าน MAZDA ยกทัพยนตรกรรมและรถแต่งพิเศษ นำโดย THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้าในประเทศไทย พร้อมยนตรกรรมภายใต้ MAZDA SIGNATURE SPIRIT COLLECTION ที่ตกแต่งพิเศษหลากหลายสไตล์ นำโดย New Mazda CX-30 Signature Spirit, New Mazda CX-3 Essential และ New Mazda CX-5 ถ่ายทอดแนวคิด "Joy Drives Lives" สร้างแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้ค้นหาสไตล์การแต่งรถที่สะท้อนตัวตน พร้อมชมแนวคิดการตกแต่งที่ผสานดีไซน์และไลฟ์สไตล์เข้ากับยนตรกรรมมาสด้าได้อย่างลงตัว

ACCESSORIES ZONE รวมทัพของแต่งกว่า 200 แบรนด์! เปิดโลกเทรนด์ใหม่ เอาใจสายโมดิฟายด์จากหลายประเทศทั่วโลก อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สายแต่งรถต้องปักหมุดคือ ACCESSORIES ZONE ศูนย์รวมเทรนด์และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์กว่า 200 แบรนด์จากหลายประเทศทั่วโลก ครบตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เพิ่มสมรรถนะ ช่วงล่าง เครื่องยนต์ ระบบเบรก อุปกรณ์ภายนอก–ภายใน ไปจนถึงไอเทมเพิ่มสไตล์และอุปกรณ์ดูแลรักษารถ เปิดโอกาสให้สายโมดิฟายด์ได้อัปเดตเทรนด์ใหม่ ช้อปของแต่งที่ชื่นชอบ และสัมผัสนวัตกรรมจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม Aftermarket แบบใกล้ชิด

CRC จัดโปรแรง ลด 20% ทั้งบูธ! พร้อมลุ้นจับไข่ฟรีเมื่อช้อปครบ 555 บาท สายช้อปเตรียมพุ่งมาที่บูท CRC B13 เพราะจัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน ลด 20% ทุกรายการ ยกเว้นเครื่องล้างอะไหล่ Smart Water พร้อมกิจกรรมสุดสนุก เพียงซื้อสินค้าครบ 555 บาท หลังหักส่วนลด รับสิทธิ์จับไข่ฟรี 1 ฟอง สูงสุด 3 ฟอง ลุ้นรับของรางวัล อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า "น้องเนย", แก้วเก็บความเย็น CRC และผลิตภัณฑ์ CRC สเปรย์หล่อลื่นอเนกประสงค์ขนาด 200 มล. พร้อมพบกับทีมงานและพริตตี้สาวสวยได้ที่บูท B13

TAMIYA จัดโปรโมชั่นพิเศษ ลด 20% ภายในงาน สายโมเดล–สายแต่งรถ คนรักรถสไตล์ JDM ต้องไม่พลาด พร้อมขนสินค้ามาให้เลือกช้อปแบบจัดเต็ม พบกันที่บูท 14, 15, 38 และ 39 รีบมาเลือกช้อปก่อนของหมด เพราะโปรพิเศษจัดเฉพาะช่วงงานเท่านั้น

NIPONKANCHANG ผู้นำด้านการแต่งรถตู้ VIP แบบครบวงจร จัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน ครบตั้งแต่ เบาะรถตู้ แอร์รถตู้ คอนโซลรถตู้ แอร์ไมโครบัส ปูพื้น และกรุข้างรถตู้ พร้อม 3 แพ็กเกจไฮไลต์ ได้แก่ Master Standard ราคา 249,900 บาท จากปกติ 256,800 บาท, Multi-Biz Lounge ราคา 189,900 บาท จากปกติ 195,800 บาท และ The Ultimate Prestige ราคา 789,000 บาท จากปกติ 812,850 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ จองภายในงาน รับของแถมมูลค่ากว่า 22,180 บาท พบกันที่บูท F1-F2

FOREVER เอาใจสายแต่งและสายดูแลรถด้วยผลิตภัณฑ์ HKS Super Oil น้ำมันเครื่องคุณภาพสำหรับคนรักรถ มีให้เลือกทั้ง 0W20, 5W30 และ 10W40 ขนาด 1 ลิตร และ 4 ลิตร ในราคาพิเศษภายในงาน พร้อมพบกับ WÜRTH Brake Cleaner ขนาด 500 มล. ราคาพิเศษเฉพาะที่ FOREVER SHOP งานนี้สินค้ามีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย!

ปิดท้ายด้วย WÜRTH แบรนด์ชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์สำหรับงานช่างและการดูแลรถ ยกทัพผลิตภัณฑ์มาให้สายรถและสายช่างได้เลือกชม จัดแคมเปญ "ช้อปให้สุด รับของเลย!" ที่บูท E6-E7 ภายในงาน เพียงซื้อสินค้ารับฟรี ถุงผ้า WÜRTH 1 ชิ้น พร้อมรับของพรีเมียมตามยอดซื้อ ตั้งแต่ 500 บาท รับที่เปิดขวด, 1,000 บาท รับเสื้อ WÜRTH, 1,500 บาท รับกระบอกน้ำ World Cup 2026 Limited Edition, 2,000 บาท รับหมวกแก๊ป และ 3,000 บาท รับกระเป๋า Backpack World Cup 2026 Limited Edition ขณะที่ยอดซื้อ 5,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เลือกของพรีเมียมได้ถึง 2 รายการ พิเศษเฉพาะในงาน

นอกจากรถแรงและโปรเด็ดจากโซนอุปกรณ์แต่งรถกว่า 200 แบรนด์แล้ว Bangkok Auto Salon 2026 ยังจัดเต็มกิจกรรมเอาใจสายซิ่งตลอด 5 วัน เริ่มจาก BANGKOK AUTO SALON'S SELECTION รวมรถคัสตอมระดับตำนานจากญี่ปุ่นและผลงานรถแต่งฝีมือคนไทย พร้อมลุ้นผลการประกวด BANGKOK AUTO SALON'S BEST CAR AWARDS ที่คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากไทยและญี่ปุ่น
ขณะที่พื้นที่ Outdoor ยังคงความมันส์แบบเต็มสปีดกับ BAS DRIFT ARENA สังเวียนดริฟต์ที่รวมเหล่า ROOKIE DRIFT และนักดริฟต์มืออาชีพ (ศุกร์-อาทิตย์), CLUB RACE สนามแข่งจำลอง Pocket Arena ชิงตำแหน่ง Best Lap Time of The Day, CAR CLUB PARTY รวมพลคาร์คลับหลากหลายสไตล์ และ BAS CAR PARADE ขบวนพาเหรดรถแต่งสุดอลังการ พร้อมเติมสีสันช่วงค่ำด้วย BAS LIVE STAGE – Sound & Soul เวทีดนตรีและความบันเทิงที่จัดเต็มตลอดงาน

Bangkok Auto Salon 2026 ขอชวนคนรักรถและสาวกสายซิ่งมาสัมผัสมหกรรมคาร์คัลเจอร์แห่งอาเซียน พร้อมช้อปโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษจากค่ายรถ รวมถึงอัปเดตเทรนด์และเลือกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์กว่า 200 แบรนด์จากหลายประเทศทั่วโลก ครบทั้งรถแรง ของแต่ง โปรเด็ด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ระหว่างวันที่ 26–30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท เปิดให้เข้าชมเวลา 12.00–21.00 น. วันพุธ–ศุกร์ และ 11.00–21.00 น. วันเสาร์–อาทิตย์ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเติมความมันส์ให้สุดในงาน Bangkok Auto Salon 2026
ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ของ Bangkok Auto Salon 2026 ได้ทาง
Facebook: Bangkok International Auto Salon
YouTube: Bangkokautosalon
Instagram: @bangkokautosalon_official
TikTok: @bangkokautosalon
#BangkokAutoSalon2026 #BangkokAutoSalon #BAS2026 #BAS #CelebrateBangkokDestination #TokyoAutoSalon
8
news & activity / สคส. มุ่งพัฒนาบุคลากรต่อเนื่อง ผ่านการสอบวัดผลยกระดับเจ้าหน้าที่ PDPC
« on: August 28, 2026, 03:20:26 PM »สคส. มุ่งพัฒนาบุคลากรต่อเนื่อง ผ่านการสอบวัดผลยกระดับเจ้าหน้าที่ PDPC
ให้พร้อมคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเข้มข้น
ให้พร้อมคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเข้มข้น

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดสอบวัดระดับความรู้และความเข้าใจด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพัฒนาความพร้อมของเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงาน ให้คำปรึกษา และดูแลสิทธิของประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทันต่อสถานการณ์ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ภารกิจด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งรูปแบบการใช้ข้อมูล เทคโนโลยีใหม่ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และข้อร้องเรียนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สคส. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีทั้งความรู้เชิงกฎหมาย ความเข้าใจเชิงเทคนิค และทักษะในการสื่อสารกับประชาชน
"การสอบวัดระดับไม่ใช่เพียงการประเมินผลบุคลากร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของ สคส. เราต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมรับมือกับโจทย์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะทุกคำปรึกษา ทุกเรื่องร้องเรียน และทุกการบังคับใช้กฎหมาย ล้วนเกี่ยวข้องกับสิทธิและความเชื่อมั่นของประชาชน" พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าว
การสอบวัดระดับครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ อาทิ หลักการและหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของเจ้าของข้อมูล หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล แนวทางการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน การจัดการเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนกรณีศึกษาที่สะท้อนสถานการณ์ร่วมสมัย เพื่อให้บุคลากรสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สคส. ยังส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบหลากหลาย ทั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหน่วยงาน การทบทวนกรณีศึกษา และการติดตามแนวโน้มความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเติมองค์ความรู้ให้บุคลากรสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รอบคอบ และเข้าใจบริบทของแต่ละปัญหา
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากบุคลากรที่มีความพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอ สคส. จึงมุ่งพัฒนามาตรฐานการทำงานภายในควบคู่กับการขยายบริการสู่ประชาชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเมื่อประชาชนต้องการคำปรึกษา ใช้สิทธิ หรือขอความช่วยเหลือด้านข้อมูลส่วนบุคคล จะได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และพร้อมทำงานอย่างเต็มที่
"สคส. จะไม่หยุดพัฒนา เพราะโลกดิจิทัลไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลง เราพร้อมยกระดับคน ยกระดับระบบ และยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย" พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าวทิ้งท้าย
9
news & activity / ถิรไทย (TRT) ผนึกกำลัง "ชมรมวิศวกรสีเขียว" ลงนาม MOU ขับเคลื่อนวิศวกรรมไทย
« on: August 24, 2026, 09:09:51 AM »ถิรไทย (TRT) ผนึกกำลัง "ชมรมวิศวกรสีเขียว"
ลงนาม MOU ขับเคลื่อนวิศวกรรมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน
ลงนาม MOU ขับเคลื่อนวิศวกรรมไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) TRT ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ชมรมวิศวกรสีเขียว (Green Engineers Club) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญชัย ลีเผ่าพันธุ์ ประธานชมรมวิศวกรสีเขียว ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งผสานองค์ความรู้และศักยภาพด้านวิศวกรรม เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม ผ่านการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม (Training Program) การสัมมนาวิชาการและ Workshop โดยเน้นองค์ความรู้ด้าน Carbon Neutrality และ Net Zero Engineering รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทรัพยากร เพื่อยกระดับศักยภาพของวิศวกรรุ่นใหม่ และร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.อัญชลีพร วาริทสวัสดิ์ หล่อทองคำ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ วีระศิริ, นางสุนันท์ สันติโชตินันท์ ร่วมงานด้วย ณ ห้องสัมมนา ชั้น 3 โรงงาน 3 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันก่อน
10
news & activity / ถิรไทย (TRT) ผนึกกำลัง "ชมรมวิศวกรสีเขียว" ลงนาม MOU ขับเคลื่อนวิศวกรรมไทย
« on: August 18, 2026, 04:38:45 PM »ถิรไทย (TRT) ผนึกกำลัง "ชมรมวิศวกรสีเขียว" ลงนาม MOU ขับเคลื่อนวิศวกรรมไทย
สู่อนาคตที่ยั่งยืน ต่อยอดองค์ความรู้ Carbon Neutrality–Net Zero Engineering
สร้างวิศวกรรุ่นใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
สู่อนาคตที่ยั่งยืน ต่อยอดองค์ความรู้ Carbon Neutrality–Net Zero Engineering
สร้างวิศวกรรุ่นใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้นำด้านการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและโซลูชันด้านระบบพลังงานของไทย เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding: MOU) กับชมรมวิศวกรสีเขียว (Green Engineers Club) เพื่อผสานองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายวิศวกร ในการยกระดับบุคลากรวิศวกรรมไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และร่วมสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและวงการวิศวกรรมไทย ผ่านการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม (Training Program) การสัมมนาวิชาการ และการจัด Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริงและประสบการณ์ตรงจากภาคอุตสาหกรรม โดยให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ด้าน Carbon Neutrality และ Net Zero Engineering รวมถึงการแลกเปลี่ยนทรัพยากร เครือข่าย และแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความสามารถเชิงเทคนิค ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม และวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "TRT เชื่อมั่นว่า ความรู้คือพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน การลงนาม MOU กับชมรมวิศวกรสีเขียวในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่เป็นการร่วมกันสร้างคน สร้างโอกาส และต่อยอดนวัตกรรมด้านวิศวกรรม เพื่อให้บุคลากรไทยมีความพร้อมต่อความท้าทายของอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต"
"ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน TRT พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และประสบการณ์จากการดำเนินงานจริง เพื่อช่วยผลักดันแนวคิดการออกแบบ การผลิต และการบริหารจัดการทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงประสิทธิภาพพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคง" นายสัมพันธ์กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญชัย ลีเผ่าพันธุ์ ประธานชมรมวิศวกรสีเขียว กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้บทบาทของวิศวกรในวันนี้ขยายไปไกลกว่าการออกแบบหรือแก้ไขปัญหาทางเทคนิค แต่ต้องร่วมออกแบบอนาคตของประเทศให้เติบโตควบคู่กับความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ชมรมวิศวกรสีเขียวจึงมุ่งเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาควิชาชีพ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง"
"เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ TRT ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงาน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับการเรียนรู้ของวิศวกรและบุคลากรรุ่นใหม่ ให้เข้าใจแนวคิด Carbon Neutrality และ Net Zero Engineering อย่างลึกซึ้ง พร้อมเปลี่ยนความรู้ให้เป็นแนวปฏิบัติที่จับต้องได้ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทั้งองค์กร อุตสาหกรรม และสังคมไทยในระยะยาว" รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญชัยกล่าว

การลงนาม MOU ระหว่าง TRT และชมรมวิศวกรสีเขียว สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันวิศวกรรมไทยให้เติบโตบนฐานของนวัตกรรม ความรับผิดชอบ และความยั่งยืน โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และขยายองค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง เพื่อร่วมสร้าง "วิศวกรสีเขียว" ในวันนี้ และวางรากฐานอนาคตที่ยั่งยืนให้ประเทศไทยต่อไป
11
news & activity / "ไดกิ้น" คว้ารางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568
« on: August 18, 2026, 03:56:36 PM »"ไดกิ้น" คว้ารางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568
พร้อมรับบทบาท MIND Ambassador ร่วมยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย
พร้อมรับบทบาท MIND Ambassador ร่วมยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย

นายอะคิโนริ อะตาราชิ ประธานกรรมการ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2568 (The Prime Minister's Best Industry Award 2025) พร้อมด้วย นายสึโทมุ คูริฮาระ ประธาน บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัลทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน หรือ MIND Ambassador โดยรางวัลและตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรตินี้สะท้อนมาตรฐานการบริหารจัดการที่ไดกิ้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารงานคุณภาพและความปลอดภัย การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้มอบรางวัล และนายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม, ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ,นายวัลลภ พ่วงไพโรจน์ กรรมการบริษัทฯ & ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และนายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ร่วมพิธีมอบรางวัล ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆ นี้
12
news & activity / สคส. ขยาย PDPA Center สู่อุบลราชธานี
« on: August 18, 2026, 03:48:47 PM »สคส. ขยาย PDPA Center สู่อุบลราชธานี
เพิ่มช่องทางคุ้มครองสิทธิประชาชน–รับมือภัยข้อมูลส่วนบุคคลในระดับพื้นที่ เพื่อเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด
เพิ่มช่องทางคุ้มครองสิทธิประชาชน–รับมือภัยข้อมูลส่วนบุคคลในระดับพื้นที่ เพื่อเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขยายการเข้าถึงบริการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ภูมิภาค เตรียมเปิดศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จังหวัดอุบลราชธานี ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ สามารถขอคำปรึกษา ใช้สิทธิ และยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
ในการนี้ สคส. เปิดศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ ห้องทับทิมสยาม 4 โรงแรม Sunee Grand Hotel จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและวางแนวทางขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า การขยาย PDPA Center ไปยังจังหวัดอุบลราชธานีสะท้อนเจตนารมณ์ของ สคส. ที่ต้องการนำบริการภาครัฐและองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปสู่ประชาชนในทุกภูมิภาค ลดข้อจำกัดด้านระยะทาง และทำให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงคำแนะนำหรือความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง
"ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น ทั้งการรับบริการภาครัฐ การศึกษา การรักษาพยาบาล การซื้อขายสินค้าและบริการ รวมถึงการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การมี PDPA Center ในพื้นที่จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงรับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และช่วยป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดความเสียหาย" พ.ต.อ.สุรพงศ์กล่าว

จังหวัดอุบลราชธานีเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ใช้บริการดิจิทัลอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้มีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในหลากหลายกิจกรรม การตั้งศูนย์บริการประชาชน PDPA Center จึงช่วยเสริมความพร้อมของทุกภาคส่วนในการปฏิบัติตามกฎหมาย และสร้างมาตรฐานการใช้ข้อมูลที่เคารพสิทธิของประชาชน
ภายในกิจกรรมยังมีการบรรยายความรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แนวทางป้องกันความเสี่ยงจากการใช้ข้อมูลที่อาจกระทบสิทธิ ตลอดจนกิจกรรม Workshop เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง พร้อมนิทรรศการจากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการป้องกันภัยดิจิทัลและการใช้บริการออนไลน์อย่างปลอดภัย

เลขาธิการ สคส. กล่าวเพิ่มเติมว่า PDPA Center จะเป็นจุดเชื่อมการทำงานระหว่าง สคส. กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการรับเรื่องร้องเรียน การให้คำปรึกษา และการส่งต่อข้อมูลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม
ปัจจุบัน สคส. ได้ขยายศูนย์บริการประชาชน PDPA Center ในหลายพื้นที่ อาทิ นครสวรรค์ ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา และเชียงใหม่ และในปี 2569 มีแผนขยายบริการและจัดกิจกรรมครอบคลุม 5 ภูมิภาค รวม 8 จังหวัด โดยหลังจากจังหวัดอุบลราชธานี จะมีการดำเนินงานในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการตรวจเยี่ยมและต่อยอดการดำเนินงานของศูนย์เดิม เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างเท่าเทียมและมั่นใจยิ่งขึ้น
13
news & activity / "สุรพงศ์ เปล่งขำ" รับรางวัล "บุคคลสร้างสรรค์แห่งปี 2568 คนดีของแผ่นดิน"
« on: August 14, 2026, 03:30:51 PM »"สุรพงศ์ เปล่งขำ" รับรางวัล "บุคคลสร้างสรรค์แห่งปี 2568 คนดีของแผ่นดิน"

ขอแสดงความยินดีด้วยดัง ๆ กับ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ล่าสุดได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ "บุคคลสร้างสรรค์แห่งปี 2568 คนดีของแผ่นดิน" จาก สมาคมสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม ตอกย้ำอีกหนึ่งบทบาทของผู้บริหารที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสังคมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรางวัลดังกล่าว พิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ มีความคิดและการกระทำที่สร้างสรรค์ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และทำความดีเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีบุคคลและองค์กรที่ได้รับการยกย่องรวมทั้งสิ้น 86 ราย
นอกจากภารกิจหลักในการขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศแล้ว รางวัลครั้งนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าสร้างประโยชน์แก่สังคม เพราะแนวคิดของรางวัลไม่ได้หยุดอยู่แค่การ "ยกย่องคนดี" แต่ยังต้องการส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังบวก ให้ความดีและความเสียสละกลายเป็นพลังร่วมในการสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน
งานนี้ต้องปรบมือรัว ๆ ให้ "เลขาฯ สุรพงศ์" อีกหนึ่งคนคุณภาพที่ได้รับการยกย่องเป็น "คนดีของแผ่นดิน" ประจำปี 2568…ยินดีด้วยครับ!
14
news & activity / ถิรไทยคว้า "รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น" ครั้งที่ 3 ในรอบ 6 ปี
« on: August 14, 2026, 03:19:12 PM »ถิรไทยคว้า "รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น" ครั้งที่ 3 ในรอบ 6 ปี
ตอกย้ำผู้นำหม้อแปลงไฟฟ้าไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
ตอกย้ำผู้นำหม้อแปลงไฟฟ้าไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้นำด้านการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและโซลูชันระบบพลังงานของไทย ตอกย้ำศักยภาพองค์กรด้วยการได้รับ "รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ประจำปี พ.ศ. 2568" หรือ Prime Minister's Industry Award โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
นายกานต์ วงษ์ปาน กรรมการบริหาร บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทเข้ารับรางวัล และกล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจสำคัญของ TRT หลังสามารถคว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นได้ถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 ปี สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงาน ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และความมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

รางวัลดังกล่าวไม่เพียงเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จของบริษัท หากยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรถิรไทยทุกคน ที่ร่วมกันยกระดับขีดความสามารถขององค์กร ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี กระบวนการผลิต คุณภาพสินค้า และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว
TRT เดินหน้าต่อยอดรากฐานความเชี่ยวชาญในฐานะผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของไทย สู่การเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและพลังงานในอนาคต

"ทุกความสำเร็จของถิรไทย คือความภาคภูมิใจร่วมกันของคนถิรไทย" บริษัทพร้อมนำความภาคภูมิใจจากรางวัลครั้งนี้เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อร่วมสร้างอนาคตอุตสาหกรรมพลังงานไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป
15
news & activity / 8.8 "ซูเลียน" รวมพลังนักธุรกิจทั่วประเทศ จัดประชุมใหญ่แห่งปี
« on: August 06, 2026, 04:51:16 PM »8.8 "ซูเลียน" รวมพลังนักธุรกิจทั่วประเทศ จัดประชุมใหญ่แห่งปี
พบ CEO "ดร.ปิยะวัฒน์" ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ธุรกิจ พร้อมฟรีคอนเสิร์ต "โชค รถแห่" ยกวง
พบ CEO "ดร.ปิยะวัฒน์" ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ธุรกิจ พร้อมฟรีคอนเสิร์ต "โชค รถแห่" ยกวง

บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญนักธุรกิจและสมาชิกซูเลียนทั่วประเทศ ร่วมงานประชุมใหญ่และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณประดับเข็มเกียรติยศ ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมอัปเดตทิศทางการดำเนินธุรกิจ รับฟังวิสัยทัศน์จากผู้บริหาร และร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของสมาชิกที่สร้างผลงานโดดเด่น พร้อมกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นอย่างครบครันตลอดทั้งสองวัน
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายโดย ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ทิศทางการเติบโตขององค์กร และแนวคิดในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดศักยภาพให้กับนักธุรกิจซูเลียนทุกระดับ
ภายในงานยังมีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณประดับเข็มเกียรติยศ เพื่อเชิดชูสมาชิกผู้สร้างผลงานโดดเด่น รวมถึงกิจกรรม "แม่คนนี้ดีที่หนึ่ง ประจำปี 2569" เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ เพื่อร่วมยกย่องคุณค่าของผู้เป็นแม่และสร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นภายในครอบครัวซูเลียน ปิดท้ายด้วยฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง "โชค รถแห่" ที่จะมาสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้ร่วมงานตลอดช่วงกิจกรรม
บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด ขอเชิญสมาชิกและนักธุรกิจซูเลียนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมใหญ่ประจำปี ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม และวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่าย เติมแรงบันดาลใจ และก้าวไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน
