This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
1
news & activity / ไดกิ้น ร่วมขับเคลื่อนงาน "เมืองต้นแบบเพื่ออากาศสะอาด" ชูโซลูชันอากาศสะอาดครบวงจร
« on: April 24, 2026, 02:19:08 PM »ไดกิ้น ร่วมขับเคลื่อนงาน "เมืองต้นแบบเพื่ออากาศสะอาด" โดย สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง กรุงเทพมหานคร
ชูโซลูชันอากาศสะอาดครบวงจร ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองต้นแบบเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง
ชูโซลูชันอากาศสะอาดครบวงจร ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองต้นแบบเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง

บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้นำด้านระบบปรับอากาศและโซลูชันอากาศสะอาดระดับโลก ตอกย้ำบทบาทภาคเอกชนในการร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) แบบครบวงจร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ใน งาน "เมืองต้นแบบเพื่ออากาศสะอาด" เนื่องในวัน Earth Day 2026 จัดโดยความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และกรุงเทพมหานคร ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำระดับโลก ไดกิ้นได้ก้าวข้ามบทบาทเดิมจาก 'ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ' สู่การเป็น "Air Solution Provider" ที่ให้บริการโซลูชันอากาศอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด "Perfecting the Air" ที่มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพอากาศ ครอบคลุมทั้งการสร้างความเย็นสบาย การฟอกอากาศ รวมไปถึงการระบายอากาศเพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ในอาคาร ที่ต่างเป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Environmental Vision 2050 มุ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

นายนภนต์ ธนุภาพรังสรรค์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า "ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เพียงวิกฤตสิ่งแวดล้อม แต่ไดกิ้นมองเป็นวิกฤตสุขภาพของคนไทยทุกคน เราเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาในระดับเมืองจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันลงมือทำอย่างเป็นระบบ บทบาทของไดกิ้นในวันนี้จึงไม่ได้หยุดเพียงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ แต่เรากำลังมุ่งนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 100 ปี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเมืองอากาศสะอาด เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงสิทธิในการหายใจอย่างปลอดภัย"
สำหรับการร่วมงานในครั้งนี้ ไดกิ้นได้นำเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารมาร่วมจัดแสดง ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ VRV เทคโนโลยีต้นแบบของไดกิ้นที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิแบบแยกโซนและประหยัดพลังงาน ระบบระบายอากาศแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Reclaim Ventilator) ที่นำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้าสู่อาคารโดยไม่สูญเสียพลังงาน เครื่องฟอกอากาศ ที่ผสานเทคโนโลยี Streamer เอกสิทธิ์เฉพาะของไดกิ้นในการสลายเชื้อโรค ควบคู่กับ Electrostatic HEPA Filter ที่ดักจับฝุ่นละเอียดได้ต่ำกว่า 2.5 ไมครอน และ ระบบบริหารจัดการ HVAC อัจฉริยะ MARUTTO

ไดกิ้น ยังได้ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ "ความร่วมมือและพลังของภาคเอกชน ในการร่วมกันดูแลอากาศสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ" ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการสร้าง "ห้องปลอดฝุ่น" ในพื้นที่สาธารณะ เช่น สนามบิน ศูนย์เด็กเล็ก รวมไปถึงพื้นที่ของ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งอนาคต ที่ไดกิ้นได้ออกแบบและนำเสนอ Air Innovation Solutions เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศทั้งระบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่
"ไดกิ้นพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและพันธมิตร ในการนำเทคโนโลยีระบบกรองอากาศระดับสูงมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็น 'เมืองต้นแบบขนาดย่อม' ที่สามารถเห็นผลได้จริง ไม่เพียงในพื้นที่สาธารณะหรืออาคารขนาดใหญ่ แต่ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่ส่วนตัวอย่าง 'บ้าน' ของทุกคน เพราะเราเชื่อว่าโซลูชันที่ดีต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง เข้าถึงได้ และสามารถทำงานสอดคล้องกับนโยบายของเมือง เพื่อให้การยกระดับคุณภาพอากาศเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน" นายนภนต์ กล่าวเสริม

การร่วมงาน Earth Day 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไดกิ้นในการเป็นพันธมิตรระยะยาวของสังคมไทย เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองต้นแบบด้านอากาศสะอาด โดยอาศัยพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวด้านโซลูชันอากาศสะอาดของไดกิ้นได้ที่ www.facebook.com/DaikinTH
2
news & activity / สคส. รวมพลังคนไทย ดัน GPPC คว้ารางวัลโลก ยกระดับ PDPA ไทยสู่มาตรฐานสากล
« on: April 23, 2026, 05:22:53 PM »สคส. รวมพลังคนไทย ดัน GPPC คว้ารางวัลโลก ยกระดับ PDPA ไทยสู่มาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้าผลักดัน "PDPA ไทย" สู่เวทีระดับโลก เชิญชวนประชาชนร่วมโหวตโครงการ Government Platform for PDPA Compliance (GPPC) ในเวที WSIS Prizes 2026 ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศสู่ระดับสากล
โครงการ GPPC เป็นแพลตฟอร์มภาครัฐที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สคส. และหน่วยงานด้านดิจิทัลของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
แพลตฟอร์มดังกล่าวถือเป็น "ระบบกลาง" ที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างครบวงจร ทั้งการจัดการความยินยอม (Consent Management) การบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (ROPA) การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการดูแลสิทธิของเจ้าของข้อมูล
การได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล WSIS Prizes 2026 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบนเวทีนานาชาติ โดยเสียงโหวตจากประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ GPPC ก้าวสู่การยอมรับในระดับโลก
สคส. จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนผลงานนวัตกรรมของประเทศ ผ่านการร่วมโหวตให้ GPPC เพื่อแสดงศักยภาพของ "PDPA ไทย" และสร้างความเชื่อมั่นด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ ความสำเร็จของ GPPC ไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของภาครัฐไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง
ทุกท่านสามารถร่วมโหวดเพื่อผลักดัน GPPC สู่เวทีระดับโลก : รางวัล WSIS Prizes 2026
ได้ที่ : https://gppc.pdpc.or.th/wsis-prizes-2026/
ได้ที่ : https://gppc.pdpc.or.th/wsis-prizes-2026/
3
news & activity / โฮมโปรจัดใหญ่! ช้อปครบ ลุ้นบินเชียร์บอลโลก 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
« on: April 22, 2026, 04:38:42 PM »โฮมโปรจัดใหญ่! ช้อปครบ ลุ้นบินเชียร์บอลโลก 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง สู่ "โมเมนต์ระดับโลก" มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท
ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง สู่ "โมเมนต์ระดับโลก" มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

โฮมโปร เดินเกมรุกต้นปี ปลุกกำลังซื้อ เปิดตัวแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต "โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม" เปลี่ยนทุกยอดช้อป… ให้กลายเป็น "โมเมนต์ระดับโลก" เพียงช้อปสินค้าที่โฮมโปร และเมกาโฮม ครบทุก 8,000 บาทต่อใบเสร็จ รับ 1 สิทธิ์ชิงโชค* ลุ้นบินลัดฟ้าไปเชียร์การแข่งขัน FIFA World Cup 2026 ติดขอบสนาม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
จาก 'การช้อป' สู่ 'ประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้'
โฮมโปรไม่ได้เพียงมอบความคุ้มค่าในการช้อปสินค้าและบริการเรื่องบ้าน แต่กำลังยกระดับ "รีเทลเรื่องบ้าน" ให้เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์และความฝันของผู้บริโภค เพราะวันนี้…ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ "สินค้าและบริการที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น" แต่ต้องการ "ประสบการณ์ที่เติมเต็มชีวิตให้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น"
เสียงตอบรับดี.. ตั้งแต่การจับรางวัลครั้งแรก!
โฮมโปรได้ดำเนินการจับรางวัลครั้งแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมมีผู้โชคดีได้รับรางวัล ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า สะท้อนความสำเร็จของแคมเปญที่สามารถ "เข้าใจอินไซต์และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่" ที่มองหามากกว่าแค่โปรโมชัน แต่คือ "ประสบการณ์ที่สัมผัสได้ และน่าจดจำ"

ยิ่งช้อป ยิ่งเข้าใกล้สนามบอลโลก
ลูกค้ายังสามารถร่วมลุ้นรางวัลอื่นๆ ต่อ ได้ต่อเนื่อง เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม ทุกยอดใช้จ่ายครบ 8,000 บาทต่อใบเสร็จ จะได้รับ 1 สิทธิ์ชิงโชค* ยิ่งช้อปมาก ยิ่งเพิ่มโอกาส และพิเศษ! สำหรับแบรนด์ที่ร่วมรายการรับสิทธิ์เพิ่ม 2 สิทธิ์ (โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย) ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569 นี้ ครอบคลุมสินค้าที่ร่วมรายการภายในโฮมโปร และเมกาโฮมทุกสาขา
*โปรดตรวจสอบข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติม ณ จุดขาย เฉพาะแบรนด์/ สินค้าที่ร่วมรายการ/ ราคาหลังหักส่วนลดทุกประเภท
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี
Retail Strategy ที่มากกว่า "ราคา" คือ "ความฝัน"
แคมเปญนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของโฮมโปร ในการสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน ผ่านการผสานสิทธิประโยชน์ทางการเงิน (Financial Benefit) เข้ากับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก (Lifestyle Experience) ไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าในการช้อปปิ้ง แต่ยังเติมเต็มความฝันของลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เชียร์ฟุตบอลระดับโลกอย่างใกล้ชิดอีกด้วย (Global Moment)* เพื่อเปลี่ยนทุกการช้อป ให้กลายเป็น โมเมนต์ที่ประทับใจ

เปลี่ยนทุกการช้อป ให้กลายเป็นโมเมนต์ที่คุณจะมีเรื่องเล่าไปทั้งชีวิต
เพราะสิ่งที่คนจดจำ ไม่ใช่สิ่งที่ซื้อ…แต่คือ "สิ่งที่ได้รู้สึก" — กับโฮมโปร
4
news & activity / โฮมโปร ผนึกกำลัง MI GROUP คว้ารางวัล BRONZE จาก MAAT Media Awards 2025
« on: April 21, 2026, 09:19:54 AM »โฮมโปร ผนึกกำลัง MI GROUP ถอดรหัสอินไซต์รักษ์โลก
คว้ารางวัล BRONZE จาก MAAT Media Awards 2025 กับแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่"
ตอกย้ำบทบาท 'ผู้นำค้าปลีกด้านความยั่งยืน'
คว้ารางวัล BRONZE จาก MAAT Media Awards 2025 กับแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่"
ตอกย้ำบทบาท 'ผู้นำค้าปลีกด้านความยั่งยืน'
ในยุคที่ "ความยั่งยืน" ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือความจำเป็นของโลก คำถามสำคัญไม่ใช่ "แบรนด์จะสื่อสารอย่างไร" แต่คือ "แบรนด์จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมลงมือทำจริงได้อย่างไร" และนี่คือจุดเริ่มต้นของแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" หรือ Trade-In

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" ผู้นำธุรกิจ Home Solution and Living Experience พลิกโจทย์สิ่งแวดล้อมให้กลายเป็น "พฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค" ร่วมกับพันธมิตรสื่อชั้นนำ Media Intelligence Group หรือ MI GROUP (Team Magenta) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวที MAAT Media Awards 2025 ด้วยการคว้ารางวัลระดับ BRONZE จากเวที MAAT Media Awards 2025 ในหมวด BEST USE OF VIDEO (สาขา Screen Non-Cinema) จากแคมเปญรักษ์โลกของโฮมโปร "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" หรือ Trade-In สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่ใช้ 'สื่อ' เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
จาก "Pain Point" สู่ "Power Move" ของแบรนด์
อินไซต์ที่หลายคนมองข้าม คือ "คนไทยอยากรักษ์โลก…แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร" นี่คือโจทย์ใหญ่ของโฮมโปร เมื่อผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังเผชิญ Pain Point ในการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ทั้งความเสียดายของเดิม และการขาดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบด้านมลพิษหากทิ้งผิดวิธี โฮมโปรจึงไม่หยุดแค่การสื่อสาร แต่สร้างทางเลือกใหม่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมรักษ์โลกได้ง่ายๆ ผ่านแคมเปญ "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" หรือ Trade-In พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Closed Loop Circularity) แบบครบวงจร ที่เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูไกลตัวให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และเปลี่ยน "พฤติกรรมเล็กๆ ในบ้าน" ให้กลายเป็น "พลังขับเคลื่อนระดับประเทศ" นี่คืออีกก้าวสำคัญของโฮมโปร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593
เมื่อ 'สื่อ' ไม่ได้มีไว้แค่สื่อสาร แต่มีไว้ "เปลี่ยนพฤติกรรม"
หัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ "Message" แต่คือ "Medium is the Message" โฮมโปร ในฐานะเจ้าของแคมเปญ ได้สร้างคอนเท้นต์วีดีโอที่ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน "แลกเก่าเพื่อโลกใหม่" ให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค ขณะที่พันธมิตรด้านกลยุทธ์สื่ออย่าง MI GROUP ใช้ศักยภาพของสื่อ Screen Non-Cinema จากชิ้นงานวิดีโอ ให้กลายเป็น "Trigger" ที่ไม่เพียงสร้างการรับรู้ แต่กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ จากจอที่คนเคยมองผ่าน กลายเป็นจอที่ทำให้คน "หยุดคิด" และ "เปลี่ยนพฤติกรรม" นี่คือพลังของการผสานระหว่าง Content ที่ใช่ และ Media ที่แม่นยำ ที่ไม่หยุดเพียงแค่การสร้างการรับรู้ (Awareness) แต่ขับเคลื่อนไปสู่ "การลงมือทำ" (Action) ได้จริง อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อความยั่งยืนต้อง 'เข้าถึง' ไม่ใช่แค่ 'เข้าใจ'
คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" เปิดเผยว่า "โจทย์ของเราไม่ใช่แค่การชวนลูกค้าเอาของเก่ามาแลก แต่คือการเปลี่ยน Mindset คนไทยให้เห็นว่า 'การทิ้งของเก่าอย่างถูกวิธี' สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้มหาศาล ความท้าทายคือการทำให้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน เข้าใจและเข้าถึงคนจำนวนมาก ซึ่ง MI GROUP พาร์ทเนอร์สำคัญ ที่ช่วยแปลวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเรา ออกมาเป็นภาษาที่เข้าถึงผู้บริโภคผ่านกลยุทธ์สื่อ Screen ได้อย่างทรงพลัง พร้อมสร้างประสบการณ์ร่วม (Engagement) ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค รางวัลนี้จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของงานโฆษณา แต่เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า โฮมโปรสามารถนำสื่อยุคใหม่มาเป็นกลไกสร้างโลกใบใหม่ ที่ยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้าได้จริงๆ"
รางวัลที่ไม่ใช่แค่ "Recognition" แต่คือ "Direction" ของแบรนด์
เวที MAAT Media Awards 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีม "BRANDED MEDIA, Powering Brands through Media Excellence" ไม่ได้วัดแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่เพื่อยกย่องการใช้สื่อที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุด และการที่ผลงานของโฮมโปร และ MI GROUP ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของโฮมโปร และเป็นการแสดงบทบาทของสื่อโฆษณายุคใหม่ ที่สามารถเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า หากนึกถึงผู้นำเรื่องการจัดการของเก่าอย่างถูกวิธี ต้องนึกถึง "โฮมโปร" เป็นแบรนด์แรก
5
news & activity / ส่องไฮไลต์ JGAB 2026 ปรากฏการณ์เหนือระดับแห่งอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน ใจกลางกรุง
« on: April 16, 2026, 04:32:24 PM »ส่องไฮไลต์ JGAB 2026 ปรากฏการณ์เหนือระดับแห่งอุตสาหกรรมอัญมณีอาเซียน
ใจกลางกรุงเทพฯ 22-25 เม.ย. 69 นี้ ณ ศูนย์สิริกิติ์ฯ
ใจกลางกรุงเทพฯ 22-25 เม.ย. 69 นี้ ณ ศูนย์สิริกิติ์ฯ

วงการอัญมณีและเครื่องประดับเตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติอีกครั้ง ในงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG พร้อมปักหมุดเป็น ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางแหล่งผลิตและจัดหาอัญมณีและเครื่องประดับของอาเซียน และเป็นประตูที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบสำคัญภายใต้แนวคิด "The Ultimate ASEAN Jewellery and Gemstone Sourcing Hub"
เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การจัดหาวัตถุดิบและสินค้าที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ โดยมีการออกแบบพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อยกระดับบรรยากาศการเจรจาธุรกิจ และตอบสนองทุกโจทย์การลงทุนและการสร้างสรรค์คอลเลกชันใหม่ ประกอบด้วย

- Fine Jewellery & Silver พื้นที่รวมเครื่องประดับสำเร็จรูปและเครื่องประดับเงินที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซ สะท้อนความประณีตและรสนิยมเหนือระดับ
- Gemstone & Diamond แหล่งค้นพบพลอยสีและอัญมณีหายาก รวมถึงเพชรแท้คุณภาพสูงจากซัพพลายเออร์ชั้นนำที่เชื่อถือได้
- Lab-Grown Diamond โซนนวัตกรรมทางเลือกใหม่ที่กำลังพลิกโฉมเทรนด์ตลาดโลก ตอบโจทย์ทั้งแง่ของความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเติบโต
- Tools & Equipment ศูนย์รวมเทคโนโลยี เครื่องมือ และอุปกรณ์ล้ำสมัย ที่ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ก้าวไปอีกขั้น
งานในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับงานศิลป์และงานฝีมือผ่านสองเวทีไฮไลต์ เริ่มต้นด้วย The Next Gem Contest 2026 พื้นที่ประลองไอเดียของนักออกแบบรุ่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Quiet Luxury Jewellery" ที่นำเสนอความหรูหราอันสงบนิ่งและเปี่ยมรสนิยม ต่อด้วยเวทีแข่งขัน Goldsmith Craftsmanship Competition 2026 รวมช่างฝีมือชั้นนำของไทยมาถ่ายทอดเอกลักษณ์ศิลปะไทยผ่านแนวคิด "The Secret of Thai Legacy" นำเสนอมรดกอันล้ำค่าในภาษาของเครื่องประดับร่วมสมัย

ในงานยังถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อการต่อยอดเครือข่ายธุรกิจโดยเฉพาะ ตลอดทั้ง 4 วัน ไม่ว่าจะเป็น อัปเดตเทรนด์ผ่าน Seminar & Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำอุตสาหกรรมจากอาเซียน ใน ASEAN JEWELLERY AND GEM SUMMIT ตลอดจนบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานพบปะผู้ประกอบการและผู้ซื้อชั้นนำอย่าง Business Networking Night ปิดท้ายด้วยความตระการตาของ JGAB Runway แฟชั่นโชว์อัญมณีแห่งเอเชียที่จะสะกดทุกสายตา
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เหนือระดับและค้นหาโอกาสทางธุรกิจในงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2569 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

โดยเปิดให้เข้าชมในเวลา 10:00 - 18:00 น. (สำหรับวันที่ 22-24 เมษายน 2569) และเวลา 10:00 - 17:00 น. (สำหรับวันที่ 25 เมษายน 2569) ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.jewellerygemaseanbkk.com และลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง https://ers-th.informa-info.com/jgb26?cid=PR
6
news & activity / อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เยี่ยมชม "โทฟู สกินแคร์"
« on: April 09, 2026, 05:15:44 PM »อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เยี่ยมชม "โทฟู สกินแคร์"
เสริมความร่วมมืออุตสาหกรรมความงาม
เสริมความร่วมมืออุตสาหกรรมความงาม

นายธัชพล วงษ์รักษา รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ พร้อมด้วย นางสาวธนิยา โกมารกุล ณ นคร ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เข้าเยี่ยมชม บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมความงาม ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของแบรนด์ โดยการพบปะในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพธุรกิจความงามของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาคและสากล ณ บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้
7
news & activity / ซูเลียน ล่องใต้สะเทือนสงขลา จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่
« on: April 09, 2026, 05:09:45 PM »ซูเลียน ล่องใต้สะเทือนสงขลา จุดไฟความสำเร็จครั้งใหญ่
ปลุกพลังนักธุรกิจสู่ชีวิตที่เลือกเอง
ปลุกพลังนักธุรกิจสู่ชีวิตที่เลือกเอง

จังหวัดสงขลา ลุกเป็นไฟด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น เมื่อ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเวทีสัมมนาครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ "พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก" เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางสมาชิกและผู้สนใจที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนกระแสตื่นตัวของผู้คนที่ต้องการ "เปลี่ยนเกมชีวิต" ด้วยพลังธุรกิจของตนเอง
บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งความหวังและแรงบันดาลใจ ผู้เข้าร่วมงานทุกคนมาพร้อมเป้าหมายเดียวกัน คือการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้อย่างมั่นคง และก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจซูเลียนอย่างเต็มภาคภูมิ เวทีแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงงานสัมมนา หากคือพื้นที่แห่งการจุดประกายศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวทุกคนให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

เนื้อหาการบรรยายเข้มข้น ครบทุกมิติแห่งความสำเร็จ ตั้งแต่การวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน กลยุทธ์การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาภาวะผู้นำ การสร้างทีมงานคุณภาพ ไปจนถึงการปลูกฝังแนวคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในโลกธุรกิจยุคใหม่ ทุกช่วงเวลาถูกออกแบบเพื่อสร้าง "นักธุรกิจตัวจริง" ที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ระบบ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ คุณณัฐชานนท์ จุลล์จักรวงศา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เชิงลึกด้านการวางรากฐานธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งต่อพลังความเชื่อมั่นให้ผู้เข้าร่วมทุกคนที่สะท้อนหัวใจขององค์กรว่า "ซูเลียนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดและความมั่นคงที่คุณออกแบบได้เอง"

ปิดท้ายบรรยากาศแห่งพลังด้วยกิจกรรมคืนกำไรสุดคึกคัก การจับฉลากอั่งเปาเงินสด พร้อมมอบของที่ระลึกสุดพิเศษ ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแห่งความหวัง สร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในก้าวต่อไปของแต่ละคน
งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางธุรกิจ หากคือ "จุดเปลี่ยนของชีวิต" สำหรับผู้ที่เลือกจะคว้าโอกาสไว้ด้วยสองมือ และกล้าที่จะออกแบบอนาคตของตนเอง ซูเลียนได้ตอกย้ำอีกครั้งว่า ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ การลงมือทำ และความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอน



8
news & activity / อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20%
« on: April 09, 2026, 04:36:48 PM »อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20%
ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน
ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินภาพรวมการส่งออกอัญมณีไทยช่วงต้นปี พบสัญญาณชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยมูลค่าการส่งออกปรับลดลงกว่า 20% ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งกลุ่มพลอยเจียระไน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อในตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศตะวันตกที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม พร้อมแนะผู้ประกอบการเร่งปรับยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างความแตกต่าง ยกระดับมาตรฐานสินค้า และพัฒนาแบรนด์ให้มีความเป็นสากล เพื่อรักษาฐานตลาดในระยะยาว
นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขที่หดตัว 20% อาจยังไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากราคาโลหะมีค่าในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ยังช่วยพยุงมูลค่าการส่งออกรวมไว้ ขณะที่ในเชิงปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อจริงลดลงมากกว่าที่ปรากฏอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาวะตลาดขาลงที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยแนวโน้มในช่วง 9 เดือนข้างหน้ายังอยู่ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อผู้บริโภค
ทั้งนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังพึ่งพาแรงงานฝีมือสูงถึง 80–85% ของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูป การฝังพลอย ไปจนถึงการขัดเงาขั้นสุดท้าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนแรงงานค่อนข้างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ที่คำสั่งซื้อชะลอตัว
เพื่อเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ผ่านพ้นความผันผวนดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมเตรียมนำแนวคิด "Selected Strategy" มาใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายทางการค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การจัดงาน JGAB 2026 ระหว่างวันที่ 22–25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถูกวางให้เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางในการขยายเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ และยกระดับการจับคู่ธุรกิจให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง แนวทางดังกล่าวไม่เน้นจำนวนผู้เข้าชม แต่ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของผู้ซื้อ" และโอกาสทางการค้าที่ต่อยอดได้ในระยะยาว
หัวใจสำคัญของ Selected Strategy คือการผลักดันมาตรฐานสินค้าไปสู่ระดับ "No Return" หรือมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ซื้อจนไม่เกิดการคืนสินค้า อาศัยการบูรณาการตั้งแต่กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการสื่อสารแบรนด์อย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก
นายวิบูลย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่เวที International Show จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน สินค้าต้องมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แข่งขันด้านราคา แต่ต้องพร้อมพัฒนาดีไซน์ให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมควรใช้จุดแข็งด้านฝีมือช่างไทย ซึ่งมีความประณีตในขั้นตอนการตกแต่งขั้นสุดท้าย เป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้ไทยจะมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียน
ในด้านการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ผู้จัดงาน JGAB จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผ่านการสื่อสารแบบบูรณาการทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายพันธมิตรการค้า และฐานข้อมูลผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันภาพลักษณ์ของงานในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินและศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระดับสากล
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับ JGAB ให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรวมพลังผู้ประกอบการ ลดภาระการทำตลาดรายบุคคล และสร้างแรงขับเคลื่อนร่วมกันในการดึงดูดผู้ซื้อคุณภาพจากทั่วโลก
"การปรับตัวในช่วงเวลาที่ท้าทาย ไม่ใช่เพียงการรอให้ตลาดฟื้นตัว แต่คือการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด ไปจนถึงการจัดงานแสดงสินค้า เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงบนเวทีเศรษฐกิจโลก"
ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งาน www.jewellerygemaseanbkk.com
หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85
9
news & activity / โฮมโปร จับมือพันธมิตร จัดเต็มโปรในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ SUPER EXPO
« on: April 09, 2026, 03:42:29 PM »โฮมโปร จับมือพันธมิตร จัดเต็มโปร #แรงส์ห้ามพลาด
ในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ HomePro x Mega Home SUPER EXPO
ในมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ HomePro x Mega Home SUPER EXPO

คุณอุไรวรรณ ตันติพิริยะกิจ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการและการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" จับมือพันธมิตร ร่วมมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้ม ในมหกรรม HomePro x Mega Home SUPER EXPO ยกระดับแคมเปญใหญ่รับซัมเมอร์ ด้วยดีลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ครบ ครอบคลุมทั้งสินค้า Home Improvement เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์งานช่าง ตลอด 5 วันเต็ม 2-6 เม.ย.69 ทุกสาขาทั่วประเทศและออนไลน์ โดยมีคุณกนกวรรณ เหลืองอรุณโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบัตรเครดิตพันธมิตรธุรกิจ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, คุณศุภมาศ เผ่าธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด, คุณณัฐนาถ ดนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้า บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย จำกัด และคุณพงศธร ตั้งเสรีจิตสกุล ผู้จัดการทั่วไป สาย Payment Strategy บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ณ โฮมโปร สาขาราชพฤกษ์ เมื่อเร็วๆ นี้
10
news & activity / ปิยภูมิ ปักธง "Advance Design" พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลก
« on: April 03, 2026, 10:33:52 AM »ปิยภูมิ ปักธง "Advance Design" พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลก
ยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย
ยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งสงคราม ภาวะเงินเฟ้อ และราคาโลหะมีค่าที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัท ปิยภูมิอัญมณี จำกัด ยังคงเดินหน้าขยายศักยภาพธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยกลยุทธ์ "Advance Design" ยกระดับงานออกแบบไทยให้ล้ำหน้าเทรนด์โลก พร้อมยึดหลักธรรมา ภิบาลเป็นรากฐานการเติบโตระยะยาว ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับสู่ตลาดโลก
นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปิยภูมิอัญมณี จำกัด และรองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่บริษัทยังรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10–15% ต่อปี และในช่วง 2 เดือนแรกของปีล่าสุด ยอดขายเติบโตเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
หัวใจสำคัญคือการรักษา "DNA" ของแบรนด์ ผ่านการพัฒนา Advance Design หรือการออกแบบที่ล้ำหน้าเทรนด์ตลาด 2–3 ซีซัน เพื่อสะท้อนศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านกำลังการผลิต
นายวิบูลย์ ให้ข้อมูลต่อว่า ตราบใดที่โลกยังมีความต้องการความงาม อุตสาหกรรมเครื่องประดับย่อมเติบโตได้ บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการคุ้มครองสิทธิ์งานออกแบบของลูกค้าอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่นำแบบไปผลิตซ้ำ เพื่อลดการแข่งขันภายในตลาดเดียวกัน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใส ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
บริษัทยังได้นำเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ CAD ขั้นสูงมาใช้พัฒนางานออกแบบและต้นแบบสินค้า เพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันมองว่า AI ยังไม่สามารถทดแทนความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในมิติอัตลักษณ์แบรนด์และความละเอียดเชิงศิลปะ
ในปี 2026 บริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายธุรกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าระดับนานาชาติ โดยมองว่าการที่ Informa Markets เข้ามาเป็นผู้จัดงาน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานงานแสดงสินค้าไทยสู่สากล อย่างไรก็ตาม ยังต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์สงครามในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดงาน
ในฐานะผู้ประกอบการ อยากเสนอให้เพิ่มความเข้มข้นด้านการประชาสัมพันธ์ ผ่านแพลตฟอร์ม Social Media โดยเฉพาะ TikTok และ Instagram ให้มากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้าง "แม่เหล็ก" ภายในงาน อาทิ การจัดสัมมนา หรือกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนและผู้เข้าชมงานใช้เวลาอยู่ภายในงานนานขึ้น และเกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งาน www.jewellerygemaseanbkk.com
หรือดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
Website: https://jewellerygemaseanbkk.com
Facebook: https://www.facebook.com/JGABThailand
IG: https://www.instagram.com/jewelleryandgemaseanbangkok/
LinkedIn: https://www.linkedin.com/in/jewellery-and-gem-asean-bkk/
Line: https://lin.ee/cp9sd85
นายวิบูลย์ กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันประเทศไทยครองอันดับ 1 ของโลกด้านการผลิตและส่งออกเครื่องประดับเงิน และถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกในกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับอย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพเชิงแข่งขันของประเทศทั้งด้านทักษะฝีมือแรงงาน ความประณีตในการออกแบบ และโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครบวงจรที่ได้รับการยอมรับจากตลาดโลก
พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำว่า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับถือเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการไทย (Thai Ownership) ทำให้ผลกำไร การจ้างงาน และเม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างแท้จริง เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย และช่างฝีมือในหลายพื้นที่
หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันผลักดันเชิงยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง ทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรมการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การขยายตลาดต่างประเทศ และการเจรจาการค้า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจะไม่เพียงสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้ประเทศ แต่ยังช่วยยกระดับอำนาจต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขยับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสำคัญของภูมิภาคในอนาคต
11
news & activity / ถอดรหัสแนวคิด 5 ผู้นำรุ่นใหม่ 'JGAB New Gen' พลิกกลยุทธ์อัญมณีไทย
« on: April 02, 2026, 03:41:08 PM »ถอดรหัสแนวคิด 5 ผู้นำรุ่นใหม่ 'JGAB New Gen' พลิกกลยุทธ์อัญมณีไทย
ทะยานสู่หมุดหมายระดับสากล
ทะยานสู่หมุดหมายระดับสากล

ในวันที่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุณภาพหรือความประณีตอีกต่อไป แต่กำลังถูกท้าทายด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี พฤติกรรมของผู้บริโภค และการเกิดขึ้นของตลาดใหม่ ทำให้บทบาทของผู้บริหารรุ่นใหม่ในวงการ จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่มาขับเคลื่อนการเติบโตในยุคถัดไป เช่นเดียวกับงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 หรือ JGAB ก็กำลังทำหน้าที่มากกว่างานแสดงสินค้า เพราะนี่คือเวทีที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไทย ถูกมองเห็นอย่างชัดเจนบนเวทีโลก
ภาพของกลุ่ม "New Gen Exhibitor" ในงาน JGAB 2026 จึงไม่ใช่แค่การเข้ามารับไม้ต่อของคนรุ่นใหม่ในธุรกิจเดิม แต่เป็นการก้าวเข้ามาของคลื่นลูกใหม่ที่ต้องแบกรับโจทย์ยากกว่าเดิม ทั้งการรักษาคุณค่าของรากฐานธุรกิจ การทำความเข้าใจในตลาดโลกที่ผันผวน หรือวิธีขยายโอกาสในบริบทที่การแข่งขันต่างจากอดีต ความน่าสนใจของ JGAB ในปีนี้ คือเวทีนี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากหลากหลายส่วนในซัพพลายเชน ตั้งแต่ธุรกิจพลอย เครื่องเงิน ไฟน์จิวเวลรี่ เพชรแล็บ ไปจนถึงเทคโนโลยีและโซลูชันผลิต ซึ่งต่างมีโจทย์ต่างกัน แต่กำลังเผชิญความกดดันร่วมกัน นั่นคือทำอย่างไร? ให้ธุรกิจดั้งเดิมยังมีความหมายในโลกที่ไม่เหมือนเดิม

The Pressure of Global Taste: เมื่อการสร้างแบรนด์สำคัญไม่แพ้คุณภาพสินค้า
ในธุรกิจพลอย การรักษามาตรฐานของสินค้าอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดอีกต่อไป บริษัท เจ แอนด์ ซันส์ เจมส์ จำกัด มองว่าความท้าทายของผู้ประกอบการรุ่นใหม่จำเป็นต้องอ่านเกมตลาดโลกให้ออก พร้อมยกระดับธุรกิจจากแบรนด์ที่โดดเด่นด้านคุณภาพ ไปสู่แบรนด์ที่มีบุคลิก มีแนวทางของตัวเอง และสามารถสื่อสารคุณค่าได้ชัดในสายตาผู้ซื้อสากล ทำให้งานออกแบบ คุณภาพ และภาพลักษณ์ทั้งหมดของแบรนด์ ต้องทำงานเป็นระบบเดียวกันเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกปี
"ตลาดในวันนี้ ไม่ได้ตัดสินกันแค่เรื่องคุณภาพสินค้าอีกแล้ว แต่ตัดสินกันที่ว่าแบรนด์ของเรามีความหมายอย่างไรในสายตาลูกค้า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงต้องเข้าใจทั้งการพัฒนาสินค้า การออกแบบ และการสื่อสารแบรนด์ไปพร้อมกัน เพื่อให้ธุรกิจยืนอยู่ในตลาดโลกได้อย่างมีตัวตน"

Heritage Meets Modernity: การผสานดีเอ็นเอเดิม สู่การบริหารยุคใหม่
ในฟากของเครื่องประดับเงิน คุณวิภาวิน และคุณวิชวิญญ์ หงษ์ศรีจินดา จากแบรนด์ Piyapoom (Silver) สะท้อนว่าแกนของการเปลี่ยนผ่านไม่ได้เริ่มจากภาพลักษณ์ภายนอก แต่เริ่มจากการจัดระเบียบภายในให้พร้อมต่อการแข่งขันรอบใหม่ ด้วยบทบาทของ Sales & Marketing Executive ทั้งสองสะท้อนวิธีคิดที่น่าสนใจว่าธุรกิจครอบครัวจะเติบโตต่อได้ ไม่ใช่การเลือกเก็บหรือทิ้งของเดิมไปทั้งหมด เพราะต้องรู้ว่าควรเก็บอะไรไว้ และควรเปลี่ยนอะไรให้ทันเวลา โจทย์ของการปรับโครงสร้าง การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ และการขยายช่องทางตลาด จึงเป็นทิศทางการทำงานที่ช่วยให้ธุรกิจยังรักษาตัวตนเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็ทำให้แข่งขันในตลาดปัจจุบันอย่างมีพลังมากขึ้น
"Piyapoom กำลังเดินหน้าด้วยการผสมผสานแนวคิดดั้งเดิมเข้ากับการจัดการยุคใหม่ เพื่อทำให้ธุรกิจมีความพร้อมขึ้นสำหรับอนาคต เราจึงมองว่าการปรับโครงสร้าง วิธีทำงาน และนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเรื่องจำเป็นและเป็นกุญแจสำคัญให้เครื่องประดับเงินไทยยังคงครองใจลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ"

Balancing Trust and Newness: ธุรกิจเดิมต้องเติบโตให้ทันคนรุ่นใหม่
มุมมองของ คุณภาสินี เจียมเจริญยิ่ง กรรมบริหาร R Jew Diamond มองว่าความท้าทายของผู้บริหารรุ่นใหม่ ไม่ได้อยู่แค่การรักษาความไว้ใจของร้านเก่าแก่ที่ลูกค้าเชื่อถือ แต่คือการทำให้ธุรกิจเดิมมีภาพลักษณ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น การไปศึกษาเทรนด์และพัฒนาการของตลาดจิวเวลรี่ในอิตาลี ทำให้เห็นว่าการธุรกิจวันนี้ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้า ดีไซน์ และวิธีสื่อสารแบรนด์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความน่าเชื่อถือแบบร้านเดิมอย่างสมดุล R Jew จึงไม่ได้มองเพียงการขายทอง 18K หรือไฟน์จิวเวลรี่ แต่กำลังให้ความสำคัญกับ "ความสบายใจในการซื้อ" ของลูกค้า ผ่านการคัดเลือกสินค้า การนำเข้าจากอิตาลีโดยตรง และคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้างความโปร่งใสและยืนยันมาตรฐานของสินค้าได้อย่างมั่นใจ
"ความท้าทายของ R Jew วันนี้คือการบาลานซ์ระหว่างความน่าเชื่อถือของร้านเดิมที่ลูกค้าไว้ใจมากว่า 30 ปี กับการทำให้แบรนด์ดูใหม่และเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น เราเชื่อว่าธุรกิจจิวเวลรี่วันนี้ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ต้องขายความไว้วางใจ ความโปร่งใส และมาตรฐานที่ลูกค้ารู้สึกมั่นใจได้จริง"

Defining the New Luxury: เมื่อ 'แบรนด์' และ 'นวัตกรรม' คืออาวุธสำคัญ
โจทย์ของ My J ไม่ได้อยู่ที่การเลือกระหว่าง "รักษารากฐานเดิม" หรือ "วิ่งตามตลาดใหม่" แต่คือการทำให้สองสิ่งนี้เดินไปด้วยกันได้อย่างถูกทิศทาง คุณอนนต์ชัย จตุรานนท์ กรรมการบริหารแบรนด์ My J มองว่าบทบาทของคนรุ่นใหม่คือการนำมุมมองใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาแบรนด์ โดยไม่ปล่อยให้มาตรฐานและความเชี่ยวชาญที่ธุรกิจสะสมมาต้องสูญเสียความหมายไป แนวทางการทำงานทำงานจึงเน้นทั้งการพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ และการมองหาตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตไม่เกิดจากการแรงส่งระยะสั้น แต่มาจากการวางฐานธุรกิจให้พร้อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางการค้าที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
"ความท้าทายของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่างให้ต่างจากเดิม แต่คือการพาแบรนด์ก้าวไปข้างหน้าโดยยังรักษาความเชี่ยวชาญและมาตรฐานที่ธุรกิจสร้างไว้ เราเชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนต้องมาจากการรักษาความเชี่ยวชาญเดิมไว้ พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่อย่างต่อเนื่อง"

The Grit of Transformation: เมื่อ 'เทคโนโลยี' คือหัวใจของความยั่งยืน
จุดยืนของ Khunnapap Jewellery Supplies มีความชัดเจนแต่แรกว่า ธุรกิจในโลกการผลิตเครื่องประดับไม่สามารถหยุดอยู่แค่บทบาท ผู้ขาย ได้เพียงอย่างเดียว คุณเฮซาม กาเซ็มมีนี Founder และ Managing Director แห่ง Khunnapap มองว่าการเติบโตขององค์กรขึ้นอยู่กับการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ทั้งในมุมเทคโนโลยี ความเข้าใจลูกค้า และการแก้ปัญหาหน้างาน ทำให้ทิศทางบริษัทต้องขยับจากธุรกิจเทรดดิ้งดั้งเดิม ไปสู่การเป็น "Total Solution Provider" ที่เชื่อมต่อเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ และการสนับสนุนด้านเทคนิคเข้าด้วยกัน เพื่อเป้าหมายสำคัญที่ไม่ใช่เพียงการขายสินค้า แต่ต้องเดินเคียงข้างโรงงานผลิตเพื่อสร้างประสิทธิภาพ ความเสถียร และความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว
"ความท้าทายวันนี้คือการมี Grit หรือความมานะที่จะพัฒนาไม่หยุด ที่จะปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และตอบสนองต่อความคาดหวังที่สูงขึ้น เพราะลูกค้าไม่ได้มองหาแค่ผู้ขายสินค้า แต่เขามองหาพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง"
JGAB 2026: แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์สู่ 'ศูนย์กลางอาเซียน'
"JGAB 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของ New Gen ไทย ว่าเราพร้อมแล้วที่จะเป็น Hub สำคัญของอุตสาหกรรมอัญมณีโลก" คือบทสรุปจากเหล่าผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมจะขับเคลื่อนวงการอัญมณีไทยให้เปล่งประกายกว่าที่เคย
Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB) งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ ในวันที่ 22-25 เม.ย. 69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลงทะเบียนชมงานได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ www.jewellerygemaseanbkk.com
12
news & activity / โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนร่วมงาน World Parkinson's Disease Day 2026
« on: March 31, 2026, 11:39:49 AM »ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนร่วมงาน
World Parkinson's Disease Day 2026 "พาร์กินสัน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้"
World Parkinson's Disease Day 2026 "พาร์กินสัน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้"

ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า จัดกิจกรรม World Parkinson's Disease Day 2026 "พาร์กินสัน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้" ต้อนรับวัน "พาร์กินสันโลก" เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน สัญญาณเตือนในระยะเริ่มต้น และแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
โดยได้รับเกียรติจาก นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสมองและระบบประสาท และ พญ.ปิยะวรรณ งามองอาจ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ "พาร์กินสันอาการเริ่มต้น ที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมเทคนิคดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันที่บ้าน" พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ "แม่แก้ว" คุณณราวดี คูกิมิยะ
กิจกรรมดี ๆ ครั้งนี้ จัดขึ้น ในวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 13.00–15.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคาร A โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยเปิดให้เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน QR Code หรือ คลิกลิงก์ https://share.hsforms.com/2XpXBd2yYS3-WpC-a90mbLAddvy8 หรือที่เว็บไซต์ https://praram9.com/th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital หรือคลิก lhco.li/4k96B90 HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital
13
news & activity / โฮมโปร ทุ่มงบ 57 ล้าน พลิกโฉม "สาขาแจ้งวัฒนะ"
« on: March 31, 2026, 10:41:33 AM »โฮมโปร ทุ่มงบ 57 ล้าน พลิกโฉม "สาขาแจ้งวัฒนะ"
ไม่ใช่แค่ "รีโนเวท" แต่รีดีไซน์ "การใช้ชีวิตในบ้าน" เติมเต็มการอยู่อาศัยคนเมือง-วัยทำงาน-ครอบครัวยุคใหม่
ไม่ใช่แค่ "รีโนเวท" แต่รีดีไซน์ "การใช้ชีวิตในบ้าน" เติมเต็มการอยู่อาศัยคนเมือง-วัยทำงาน-ครอบครัวยุคใหม่

ในวันที่ "บ้าน" ไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่กลายเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ "สินค้า" อีกต่อไป แต่มองหา "โซลูชัน" ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่โฮมโปรเลือกพลิกโฉมใหม่อีกครั้งที่ โฮมโปร แจ้งวัฒนะ
โฮมโปร ตอกย้ำความเป็นผู้นำค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร เดินหน้าทุ่มงบกว่า 57 ล้านบาท รีโนเวท "โฮมโปร สาขาแจ้งวัฒนะ" ครั้งใหญ่ ยกระดับสโตร์สู่ Total Home Solution & Living Experience ที่เป็นมากกว่าศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้าน สู่ "พื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตในบ้านอย่างแท้จริง"

การปรับโฉมครั้งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มสินค้า แต่เป็นการออกแบบ "ประสบการณ์ใหม่" ทั้งสโตร์ ตั้งแต่การจัดวางพื้นที่ โมเดลรูม ไปจนถึงโซนไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้ลูกค้า "มองเห็นภาพบ้านในแบบที่อยากอยู่" ได้ชัดขึ้น พร้อมผสานสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร ทั้งการให้คำปรึกษา การเลือกสินค้า และบริการจากช่างมืออาชีพ จากช่างโฮมโปร เพื่อให้ทุกเรื่องบ้านครบจบได้ในที่เดียว โดยตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อเดือน
โฮมโปร แจ้งวัฒนะ ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มคนเมือง วัยทำงาน ครอบครัวยุคใหม่ และผู้สูงวัย เพราะวันนี้ "บ้าน" ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิตในทุกมิติ

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" (HMPRO) กล่าวว่า "โฮมโปร แจ้งวัฒนะ เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ตอนบน ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นศูนย์กลางแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ทั้งโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม หน่วยงานราชการ อาคารสำนักงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ส่งผลให้มีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ทั้งกลุ่มคนทำงาน เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง การรีโนเวทครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสาขา แต่เป็นการยกระดับแนวคิดการทำธุรกิจรีเทลเรื่องบ้าน ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ เราไม่ได้สร้างแค่ร้านจำหน่ายสินค้า แต่สร้าง 'ประสบการณ์เรื่องบ้าน' ที่ทันสมัย สะดวกสบาย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบยิ่งขึ้น"
การออกแบบ "โฮมโปร แจ้งวัฒนะ" โฉมใหม่ ถูกวางบนคอนเซปต์ One Stop Shopping ที่ไม่ใช่แค่แหล่งซื้อสินค้าตกแต่ง และซ่อมแซมบ้าน แต่เป็นพื้นที่รวมทุกประสบการณ์ของการอยู่อาศัยไว้ในที่เดียว พร้อมยกระดับสินค้าและบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาสินค้าคุณภาพ ให้คำปรึกษาทุกเรื่องบ้าน รวมถึงบริการช่างโฮมโปร มือโปรประจำบ้านที่สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า



พื้นที่สาขาโฉมใหม่ มีขนาดรวม 7,019 ตารางเมตร ทำให้สามารถจัดโซนสินค้าได้ลงตัวและมีมิติที่หลากหลายมากขึ้น
โฮมโปร แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ ตอนบน เดินทางสะดวก เชื่อมต่อหลายเส้นทางหลัก ทั้งถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต และใกล้ทางด่วน รวมถึงรายล้อมด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว



พร้อมฉลองเปิดสาขาใหม่ ด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษมากมาย รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกโฮมการ์ด และข้อเสนอจากสถาบันการเงินชั้นนำ
เพื่อให้ทุกการมาเยือน ไม่ใช่แค่การ "ซื้อของเข้าบ้าน" แต่คือการเริ่มต้น "บ้านในแบบที่คุณอยากใช้ชีวิต" นายวีรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย
14
news & activity / โทฟู สกินแคร์ ประกาศลุยตลาดโลก !!! ปั้น T-Beauty ไทยสู่เวทีสากลเต็มกำลัง
« on: March 31, 2026, 10:17:54 AM »บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ประกาศลุยตลาดโลก !!!
ชูวิสัยทัศน์ "Beyond ASEAN – Beyond Borders, to Global Markets"
ปั้น T-Beauty ไทยสู่เวทีสากลเต็มกำลัง
ชูวิสัยทัศน์ "Beyond ASEAN – Beyond Borders, to Global Markets"
ปั้น T-Beauty ไทยสู่เวทีสากลเต็มกำลัง

กรุงเทพฯ – บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมความงามไทยสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง ภายใต้วิสัยทัศน์ "Beyond ASEAN – Beyond Borders, to Global Markets" มุ่งยกระดับ T-Beauty ให้ก้าวไกลกว่าอาเซียน ข้ามพรมแดน และเติบโตในตลาดสากลอย่างมั่นคง ด้วยการลงทุนด้านมาตรฐานการผลิตที่ควบคุมได้เอง 100% ควบคู่กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ
คุณปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า เส้นทางธุรกิจเริ่มต้นจากการขายสินค้าออนไลน์ในยุคเริ่มต้นของ Instagram ก่อนขยายสู่หน้าร้านในย่านประตูน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคข้ามประเทศอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวตะวันออกกลาง และ ฟิลิปปินส์ที่สั่งซื้อสินค้าในปริมาณมาก และกลายเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดตลาดต่างประเทศ

ในระยะแรก บริษัทดำเนินธุรกิจแบบ Trading (ซื้อมาขายไป) ก่อนพัฒนาแบรนด์ของตนเองผ่านระบบ OEM โดยใช้ข้อมูลจากหน้าร้านและช่องทางออนไลน์มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านราคา บรรจุภัณฑ์ และคุณสมบัติสินค้า เพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดอย่างตรงจุด
เมื่อยอดขายเติบโตแตะระดับพันล้านบาท บริษัทพบข้อจำกัดของระบบ OEM ทั้งด้านต้นทุนและการควบคุมคุณภาพ โดยเฉพาะการตรวจสอบแบบสุ่มตัวอย่าง (Random Sampling) ที่ไม่ครอบคลุมทุกชิ้น บริษัทจึงตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานของตนเอง เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ (Upstream) ตรวจสอบคุณภาพทุกล็อตการผลิต (100% Testing) ตรวจเชื้อทุกแบตช์ และรับประกันอายุสินค้า 3 ปีตามที่ระบุบนฉลาก พร้อมตั้งเป้าพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO 17025 ภายใน 3–5 ปี เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล

คุณปวริศา ให้ข้อมูลต่อว่า "Beyond ASEAN สำหรับเรา ไม่ใช่เพียงการขยายตลาด แต่คือการยกระดับมาตรฐานให้พร้อมก้าว Beyond Borders และเข้าสู่ Global Markets อย่างมั่นคง เราเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากคุณภาพที่ควบคุมได้เอง ตรวจสอบได้ทุกล็อต และตั้งราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคทั่วโลก"
ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์ในเครือ 4 แบรนด์ ได้แก่ Precious Skin Thailand ที่เน้นตลาดต่างประเทศ, Joji Secret Young ที่แข็งแกร่งในตลาดไทยและเริ่มขยายสู่ตะวันออกกลาง, Lemon Me และThai Moni โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เด่น เช่น เคราตินทรีตเม้นต์ ราคาเริ่มต้นที่12บาท ภายใต้แนวคิด "คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้" รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Gluta Collagen Astaxanthin ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดตะวันออกกลาง
ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะดูไบ ถูกวางเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยกำลังซื้อสูงและศักยภาพในการกระจายสินค้าไปยังหลายประเทศในภูมิภาค อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้า Medical Tourism ที่เดินทางมารับบริการด้านสุขภาพและความงามในประเทศไทย และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ต่อในประเทศของตน

คุณปวริศา เปิดเผยต่อว่า ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทใช้แนวคิด Quality-Lead Marketing ลดการพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมาก และใช้กลยุทธ์ "CEO Branding" ให้ผู้บริหารสื่อสารจุดยืนของแบรนด์ด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความโปร่งใส "ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เราจึงเลือกสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพราะสิ่งที่พูดคือสิ่งที่เราทำจริงในทุกขั้นตอนการผลิต"
บริษัทกำหนดนโยบาย "ขายราคาขายส่งตั้งแต่ชิ้นแรก ไม่มีขั้นต่ำ" เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านราคา พร้อมเดินหน้าขยายโมเดล "Tofu Skincare Mega Mart" จากร้านขนาด 800 ตารางเมตร สู่ Beauty Hub ขนาด 7,200 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท เป็นศูนย์รวมสินค้าความงามครบวงจร ตั้งเป้าเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางการค้าของผู้ประกอบการพรีออเดอร์

อีกหนึ่งก้าวสำคัญ คือการเข้าร่วมงาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 (CCA 2026) เวทีแสดงสินค้าความงามระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้ประกอบการและนักลงทุนจากทั่วโลก
คุณปวริศา กล่าวปิดท้ายว่า "CCA 2026 เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยได้แสดงศักยภาพในระดับสากล เราคาดหวังว่าจะได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อผลักดัน T-Beauty ให้ก้าว Beyond Borders อย่างเป็นรูปธรรม และเติบโตใน Global Markets อย่างยั่งยืน" ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การลงทุนด้านคุณภาพ และกลยุทธ์ตลาดที่แตกต่าง บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ยืนยันจุดยืนในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามไทย พร้อมประกาศศักยภาพ T-Beauty สู่เวทีโลกอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถพบกับบริษัทได้ที่งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 งาน B2B ในประเทศไทยเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจความงามในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cosmoprofcbeasean.com และ Facebook: Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok
15
news & activity / สคส. เดินหน้าสื่อสารเชิงรุก เชื่อม PDPA เข้าถึงประชาชนครบทุกมิติ
« on: March 27, 2026, 03:03:09 PM »สคส. เดินหน้าสื่อสารเชิงรุก
เชื่อม PDPA เข้าถึงประชาชนครบทุกมิติ
เชื่อม PDPA เข้าถึงประชาชนครบทุกมิติ

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับการสื่อสารเชิงรุกด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เปิดช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วน สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันต่อสถานการณ์ในยุคดิจิทัลที่ความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า สคส. ให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่สามารถ "เข้าถึง เข้าใจ และใช้ได้จริง" โดยมุ่งยกระดับช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานให้ครอบคลุมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเตือนภัย และการเสริมสร้างองค์ความรู้ เพื่อให้ประชาชนสามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในยุคที่ภัยคุกคามด้านข้อมูลมีความซับซ้อนมากขึ้น การสื่อสารต้องไม่ใช่เพียงการบอกข้อมูล แต่ต้องทำให้ประชาชน 'รู้ทันและรับมือได้' สคส. จึงพัฒนาช่องทางการสื่อสารที่เป็นทางการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงข้อมูล PDPA ที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากข่าวปลอมและกลโกงมิจฉาชีพ
สคส. มุ่งเน้นการสื่อสารอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งมิติของการอัปเดตนโยบายและความเคลื่อนไหวสำคัญ การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมาย PDPA ให้กับประชาชนและองค์กร ผ่านช่องทางทางการที่ออกแบบให้เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน
สำหรับช่องทางหลักของ สคส. ประกอบด้วย ช่องทางการสื่อสารภาพรวมของหน่วยงาน ซึ่งทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรม นโยบาย และประกาศสำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลจากแหล่งทางการโดยตรง ลดความสับสนจากข่าวที่คลาดเคลื่อนในโลกออนไลน์
ขณะเดียวกัน ยังมีช่องทางที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล โดยเน้นการสื่อสารเชิงป้องกัน ให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ รูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ รวมถึงแนวทางการป้องกันและรับมือเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูล
นอกจากนี้ สคส. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน PDPA อย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางที่รวบรวมเนื้อหาความรู้ด้านกฎหมาย การอบรม สัมมนา และการสร้างเครือข่ายวิทยากร เพื่อยกระดับทักษะและความเข้าใจของบุคลากรในทุกภาคส่วน สู่การเป็นสังคมที่มีความรู้เท่าทันด้านข้อมูลส่วนบุคคลอย่างยั่งยืน
การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของ สคส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เพียงแต่บังคับใช้กฎหมาย แต่ยังมุ่งสร้าง "ภูมิคุ้มกันด้านข้อมูล" ให้กับสังคมไทย ผ่านการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนได้จริง และตอบโจทย์ความท้าทายในยุคดิจิทัล
สคส. ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการติดตามข้อมูลข่าวสารด้าน PDPA ผ่านช่องทางทางการของหน่วยงาน เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ โดยสามารถติดตามได้ทั้ง 3 เพจ ได้แก่

🔵 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - สคส
https://www.facebook.com/pdpc.th
🦅 ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล - PDPC Eagle Eye
https://www.facebook.com/pdpceagleeye
🎓 PDPC THAIPAC-Legal Awareness
]https://www.facebook.com/profile.php?id=61578228085368[/url]
พร้อมร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย และเคารพสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม
https://www.facebook.com/pdpc.th
🦅 ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล - PDPC Eagle Eye
https://www.facebook.com/pdpceagleeye
🎓 PDPC THAIPAC-Legal Awareness
]https://www.facebook.com/profile.php?id=61578228085368[/url]
พร้อมร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย และเคารพสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม
