Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - happy

Pages: [1] 2 3 ... 2565
1
เมืองพัทยาเนรมิต “หาดจอมเทียน” สู่หมู่บ้านชาวประมงแฟนตาซี เปิดฉาก “Pattaya Squid Fair 2026” ยกระดับซีฟู้ดไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ ดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ทะเลยามค่ำคืน




ชายหาดจอมเทียนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อ พัทยา เนรมิตพื้นที่ริมทะเลให้กลายเป็น “Fisherman’s Fantasy Village” หมู่บ้านชาวประมงในโลกแฟนตาซี ภายใต้เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ประจำปี 2569 Pattaya Squid Fair 2026 ระหว่างวันที่ 20–21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ บริเวณหน้า The Now Hotel ท่ามกลางบรรยากาศทะเลยามเย็นที่งดงาม พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารและวัฒนธรรมอย่างเต็มรูปแบบ










พิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างคึกคัก นำโดย ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย วิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, ชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี และ ชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา พร้อมคณะผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะมีการสาธิตปรุง “น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษ” เป็นไฮไลต์เปิดงานอย่างเป็นทางการ สร้างสีสันและเรียกเสียงปรบมือจากผู้ร่วมงาน










ภายในงานอัดแน่นด้วยบูธร้านค้าซีฟู้ดกว่า 100 ร้านค้า รวมเมนูปลาหมึกสด อาหารทะเลพื้นถิ่น และเมนูขึ้นชื่อจากผู้ประกอบการในพื้นที่ให้เลือกชิมอย่างจุใจ ท่ามกลางการตกแต่งธีมหมู่บ้านประมงแฟนตาซีที่ผสานกลิ่นอายวิถีชุมชนกับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือกิจกรรม Workshop Art จากวิสาหกิจชุมชนเกาะล้าน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากแรงบันดาลใจของชุมชนชาวประมง พร้อมนิทรรศการ Fisherman’s Fantasy Village ที่ถ่ายทอดเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านงานศิลป์อย่างสร้างสรรค์ รวมถึงนิทรรศการจาก ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ที่ร่วมสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ควบคู่ไปกับความบันเทิงและการเรียนรู้







บรรยากาศริมทะเลยังเต็มไปด้วยความสนุกจากกิจกรรมการแข่งขันตกหมึกสุดมันส์ ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 400 คน สะท้อนความนิยมและกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม พร้อมกิจกรรมกีฬาชุมชนอย่างงัดข้อและชักเย่อ รวมถึงการแสดงดนตรีโฟล์กซองจากนักเรียนในสังกัดเมืองพัทยา เติมเต็มสีสันให้หาดจอมเทียนมีชีวิตชีวาตลอดสองวันของการจัดงาน










Pattaya Squid Fair 2026 จึงไม่ใช่เพียงเทศกาลอาหารทะเล แต่คือเวทีที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และพลังสร้างสรรค์ของเมืองพัทยาอย่างแท้จริง ร่วมสัมผัสเสน่ห์ทะเลยามค่ำคืน อิ่มอร่อยกับปลาหมึกสด ๆ และดื่มด่ำบรรยากาศหมู่บ้านชาวประมงแฟนตาซีไปพร้อมกันที่หาดจอมเทียน





















2
ยันม่าร์ส่งมอบแทรกเตอร์คันใหม่ ช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน ไทย–กัมพูชา หลังรถแทรกเตอร์ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด


              เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 - บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด ร่วมกับ  บริษัท ยันม่าร์ แคบปิตอล (ไทยแลนด์) จำกัด เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ส่งมอบรถแทรกเตอร์คันใหม่ให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อทดแทนรถแทรกเตอร์คันเดิมที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดจนไม่สามารถใช้งานได้ และช่วยฟื้นฟูการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้สามารถกลับมาดำเนินต่อได้โดยเร็ว


              ในการนี้ นายมาริษ เอื้อวัฒนสกุล ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด พร้อมด้วย นายธนกร เฉลิมปกิตตินันท์ รองประธานอาวุโส และนายธนกฤต ศิริบัวทอง ผู้จัดการทั่วไป  บริษัท ยันม่าร์ แคบปิตอล (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกันส่งมอบรถแทรกเตอร์คันใหม่ รุ่น EF393T (ขนาด 39 แรงม้า) ให้แก่นายสมชาย มนไธสง ลูกค้าผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว




              โดยได้รับความร่วมมือจาก นายธนภพ อาสนทอง ประธานกรรมการ บริษัท ไพรัชการเกษตร ผู้แทนจำหน่ายยันม่าร์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลกระบวนการส่งมอบรถแทรกเตอร์คันใหม่อย่างครบถ้วน นอกจากการส่งมอบเครื่องจักรเพื่อฟื้นฟูอาชีพแล้ว ยังได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนบ้านเสาธงชัย จำนวน 10 ทุน สนับสนุนเยาวชนในพื้นที่ และจัดบริการ Mobile Service ตรวจเช็คสภาพรถแทรกเตอร์ยันม่าร์ฟรีให้กับเกษตรกรในหมู่บ้านเสาธงชัย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้งานและลดภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มเกษตรกร




              ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจำนงค์ ถาวร ผู้นำชุมชนและผู้ใหญ่บ้านเสาธงชัย พร้อมด้วย นางปราณี แสงสุวรรณ์ ผู้ช่วยฝ่ายปกครอง ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความยินดี




              การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยันม่าร์ในการ “เคียงข้างเกษตรกรไทย” ไม่เพียงในฐานะผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธมิตรที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างชุมชนในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรไทยต่อไป

ติดตามข่าวสารยันม่าร์ได้ที่

Website: https://www.yanmar.com/th/   
Facebook:  Yanmar Thailand Fanclub
Youtube:  Yanmar Thailand Fanclub

Call Center: 02-119-8300
สอบถามข้อมูลสินเชื่อ : 1638

3
จุฬาฯ - บพท. เปิดตัว “Impact SE Thailand Platform” กลไกใหม่เชื่อมงานวิจัยสู่พื้นที่จริง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน




จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) จัดพิธีแถลงข่าวการจัดตั้ง “แพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งรัดเพื่อยกระดับธุรกิจเพื่อสังคมไทย (Impact SE Thailand - National Incubation & Acceleration Platform)” อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายนักลงทุน ผู้ประกอบการเพื่อสังคม นักวิจัย และภาคประชาสังคมเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง


ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในช่วงพิธีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า การจัดตั้งแพลตฟอร์ม Impact SE Thailand ถือเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศจาก “งานวิจัยและนโยบาย” ไปสู่ “การปฏิบัติจริงในพื้นที่” โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัยจากแหล่งผลิตองค์ความรู้ ไปสู่การเป็นกลไกเชิงรุกที่เชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่าย เข้ากับโจทย์ปัญหาและศักยภาพของพื้นที่ทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัย นักวิจัย และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

มหาวิทยาลัย พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นระบบนิเวศที่มุ่งสร้างนวัตกรที่มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความสำเร็จของธุรกิจในปัจจุบันนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลกำไรหรือตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการช่วยเหลือชุมชนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าหากประเทศไทยมี "นักธุรกิจที่ดี" และ "นวัตกรที่ดี" จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งโครงการนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจที่เชื่อมโยงงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเข้ากับวิถีชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในระดับประเทศ


รวมทั้ง แพลตฟอร์มนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจทุกขนาดวัดความสำเร็จที่การช่วยเหลือสังคม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในฐานะประเทศที่โดดเด่นด้านธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริง และในภาคการส่งออกซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ไทย ที่ผลผลิตมาจากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) ได้อย่างเป็นรูปธรรม และสู่สายตาชาวโลก


ในขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของความร่วมมือว่า แพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งรัดเพื่อยกระดับธุรกิจเพื่อสังคมประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจุฬาฯ และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของมหาวิทยาลัยจากแหล่งสร้างองค์ความรู้ สู่การเป็นกลไกขับเคลื่อนสังคมเชิงประจักษ์ ผ่านการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง การพัฒนากลไกบ่มเพาะและเร่งรัดผู้ประกอบการเพื่อสังคมในระดับชาติ และการบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่ควบคู่กับเงินทุนตั้งต้น เพื่อสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ดิฉันเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศธุรกิจเพื่อสังคมไทยสู่ระดับสากล และสร้างกำไรทางสังคมที่กลับคืนสู่ประเทศอย่างแท้จริง

ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจุฬาฯ มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนบทบาทจากสถาบันที่เน้นงานวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ (Publication) มาสู่การสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริงผ่านแพลตฟอร์มบ่มเพาะวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยใช้จุดแข็งของการเป็นมหาวิทยาลัยสหสาขาวิชา (Multidisciplinary) ที่มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สุขภาพ ตลอดจนการตลาดและ Branding จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพื่อเข้าไปบ่มเพาะนักวิชาการและชุมชนให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างแท้จริง แทนการผลิตตามความสนใจของนักวิจัยเพียงอย่างเดียว


นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังมีความโดดเด่นในด้านการดูแลแบบต่อเนื่องระยะยาว (Long - term mentoring) ที่แตกต่างจากการอบรมทั่วไป โดยพร้อมจะเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อสนับสนุนด้านเงินทุนและการขยายผลสู่ตลาดระดับสากล (Global) ทั้งนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนในการลงทุนเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยหวังให้สังคมมองบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัยที่เป็นมากกว่าที่สร้างบัณฑิต แต่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยให้แข่งขันได้ในระดับโลก


ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า บพท. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่ การจัดตั้งแพลตฟอร์มระดับชาติที่เชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ งานวิจัย และกลไกสนับสนุนทางธุรกิจ จะช่วยยกระดับธุรกิจเพื่อสังคมให้สามารถขยายผลและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน

โดยเฉพาะหัวใจสำคัญคือการสร้างงานในพื้นที่เพื่อให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งกลไกนี้จะอาศัยการบูรณาการพลังของคนต่างวัย (Multi - generation) เข้าด้วยกัน โดยดึงศักยภาพของกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y มาทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและคนในท้องถิ่น ในบทบาทที่หลากหลายทั้งการเป็นโค้ช ที่ปรึกษา และนักลงทุน เพื่อสร้าง Cluster ระดับท้องถิ่นที่สามารถขับเคลื่อนเมืองให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งรัด (Accelerator) เพื่อยกระดับธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ของไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบนิเวศการทำงานระหว่างนักวิจัย ชาวบ้าน และภาคธุรกิจเข้าด้วยกันเพื่อปิดช่องว่างด้านการใช้เทคโนโลยีและงบประมาณ แพลตฟอร์มนี้จะช่วยทำหน้าที่ "ต่อจิ๊กซอว์" นำความรู้และนวัตกรรมที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยน "คุณค่า" จากทรัพยากรท้องถิ่นให้กลายเป็น "มูลค่า" ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ อันจะเป็นการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มการขับเคลื่อนการศึกษาและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มความร่วมมือ โดยให้ความสำคัญของการสร้าง "เครือข่ายมหาวิทยาลัย" ทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่หลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่สังคม ซึ่งการทำงานในยุคนี้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกับองค์กรระดับสากล อาทิ UNESCO, UNDP และ World Bank รวมถึงหน่วยงานภาครัฐอย่าง สอวช. เพื่อสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนและตรงจุดต่อการพัฒนาประเทศไทยในทุกมิติ


นอกจากนี้ คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ที่ปรึกษาการจัดตั้ง “แพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งรัดเพื่อยกระดับธุรกิจเพื่อสังคมประเทศไทย (Impact SE Thailand – National Incubation & Acceleration Platform)” หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ กล่าวว่า  หัวใจสำคัญของกระบวนการบ่มเพาะ (Incubation) คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของผู้ประกอบการและนักนวัตกรรม โดยแพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่ง" (Accelerator) ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคธุรกิจและแหล่งเงินทุน เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยและไอเดียสร้างสรรค์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครบวงจร ผ่านเครือข่ายพี่เลี้ยง (Mentor) และผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำปรึกษาเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการทำธุรกิจ ซึ่งกลไกดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการรายย่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากำลังคนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต


ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการยกระดับวิสาหกิจเพื่อสังคมประเทศไทย” โดยชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจเพื่อสังคมกำลังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความยั่งยืนเชิงโครงสร้างของประเทศ การมีแพลตฟอร์มระดับชาติที่เชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย และแหล่งทุนเข้าด้วยกัน จะช่วยเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและสร้างผลกระทบในระดับสากล

ต่อเนื่องด้วยการเสวนาหัวข้อ “Seed the Future: ปั้นธุรกิจเพื่อสังคมผ่านมุมมองแพลตฟอร์ม Impact SE Thailand” ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.จิตติมา ลัคนากุล ผู้อำนวยการ CU Innovation Hub คุณอภิชาต การุณกรสกุล ประธานกรรมการมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ที่ปรึกษาการจัดตั้งแพลตฟอร์ม และคุณพัฒนา สิทธิสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิ บพท. โดยได้เจาะลึกประเด็นการวิเคราะห์ความต้องการเชิงพื้นที่ (Area Demand) เพื่อระบุคลัสเตอร์ศักยภาพ (Potential Cluster) การออกแบบกลไกการดำเนินงาน (Operating Model) ตลอดจนยุทธศาสตร์การระดมทุนจากเครือข่ายนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด Impact Investment ที่มุ่งสร้าง “กำไรทางสังคม” ควบคู่ผลตอบแทนทางธุรกิจ


ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์มจะเริ่มต้นด้วยโครงการนำร่องที่พัฒนาขึ้นจากการวิเคราะห์ความต้องการของพื้นที่จริง โดยมีโครงการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าโกโก้ไทยเป็นตัวอย่างสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์จริง ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การสร้างมาตรฐานและมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร ไปจนถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและตลาด เพื่อเพิ่มรายได้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มยังต่อยอดสู่โครงการนำร่องด้านพืชพลังงานและอาหารสัตว์ อาทิ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน (หญ้าเนเปียร์) สู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทย ซึ่ง สะท้อนรูปธรรมของการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นฐานในการออกแบบโซลูชันเชิงระบบ โดยบูรณาการงานวิจัย เทคโนโลยี และกลไกตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากภาคการเกษตร ควบคู่กับการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

4
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย




วันนี้ (วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายณัฐวัตร ก้อนทอง หัวหน้าสำนักกฎหมายและคดี ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) และทำบุญบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศล เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย




เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 16 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเมีย ซึ่งได้ผ่านการทำพิธีเบิกเนตรโดยพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล  และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง ให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าสักการะ ทำบุญตลอดคืน)




สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์  พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่  www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะเมีย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ชมภาพบรรยากาศ อัปเดตข่าวสารเทศกาล กิจกรรม งานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **
## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##






5
ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2569 สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีมะเมีย




วันนี้ (วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569)  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2569 ในวันชิวสี่ หรือวันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน  ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีอัญเชิญ (รับ) เทพเจ้าลงจากสวรรค์ และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา โดยคณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ




เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 16 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเมีย ซึ่งได้ผ่านการทำพิธีเบิกเนตรโดยพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล  และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง ให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้าสักการะ ทำบุญตลอดคืน)




สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์  พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ได้ที่  www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะเมีย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

** ศาลจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] เกินมาตรฐาน และบูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และการจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม




ชมภาพบรรยากาศ อัปเดตข่าวสารเทศกาล กิจกรรม งานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **
## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##






6
บมจ.เออาร์ไอพี และพันธมิตร แถลงข่าวความพร้อมจัดงาน
“COMMART GAMEFORCE” เชิญสัมผัสประสบการณ์เกมมิ่งและเทคโนโลยีระดับโลก
5 - 8 มีนาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา


              บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรแบรนด์ไอทีชั้นนำ แถลงข่าวความพร้อมการจัดงาน COMMART ภายใต้แนวคิด COMMART GAMEFORCE  มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีรอบต้นปี 2569 พร้อมเปิดตัวความร่วมมือกับ บริษัท เอ็นวิเดีย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ร่วมมอบประสบการณ์เกมมิ่งอย่างเต็มรูปแบบ และโปรโมชั่นสินค้าไอทีสุดร้อนแรงในราคาพิเศษเฉพาะในงาน พร้อมทดลองใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ ครบจบในงานเดียว ระหว่างวันที่ 5 - 8 มีนาคม 2569 ณ Hall 98 - 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


              นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เออาร์ไอพี กล่าวว่า “ปี 2569 คาดว่าคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งชิป AI จะมีสัดส่วนถึง 55% ของยอดส่งมอบทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 31% ในปี 2569 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างชัดเจน โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่โน้ตบุ๊ก AI จะกลายเป็นทางเลือกหลักที่ช่วยหนุนให้ภาพรวมอุตสาหกรรมไอทีปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับ 3 เทรนด์ไอทีปี 2569 ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1. ชิปประมวลผลที่รองรับ AI เต็มตัว 2. โน้ตบุ๊กที่เน้นความบางและหน้าจอแยก และ 3. อุปกรณ์ DIY PC มี AI ในตัว ช่วยให้ทำงานด้วยตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


              การจัดงาน COMMART GAMEFORCE จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานจำหน่ายสินค้าไอที แต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพเทคโนโลยีแห่งอนาคต ภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท เอ็นวิเดีย (ประเทศไทย) จำกัด ที่นำประสบการณ์เกมมิ่งระดับโลกมาให้สัมผัส เพื่อสะท้อนถึงพลังของอุตสาหกรรมเกม เทคโนโลยี และคอมมูนิตี้เกมเมอร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เราอยากให้งานคอมมาร์ตเป็นมากกว่างานแสดงสินค้าไอที แต่เป็นพื้นที่ที่เกมเมอร์และผู้สนใจในทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงฮาร์ดคอร์ ได้มาสัมผัสประสบการณ์เกมและเทคโนโลยีระดับแนวหน้าอย่างใกล้ชิด

              เรามั่นใจว่างาน COMMART GAMEFORCE จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไอทีของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน”


              ด้าน นายอธิชัย อุ่นโกมล ผู้บริหารและตัวแทน บริษัท เอ็นวิเดีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “NVIDIA มุ่งมั่นในการค้นหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสนุกและมอบประสบการณ์ที่ครบถ้วนให้กับเกมเมอร์ชาวไทยมาโดยตลอด เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เพื่อนำประสบการณ์เกมมิ่งและเทคโนโลยีระดับโลกมาสู่ผู้เข้าร่วมงานคอมมาร์ต ภายใต้แนวคิด GAMEFORCE ในครั้งนี้ ”


              เอ็นวิเดีย ได้ร่วมกับเหล่าเกมพับลิชเชอร์ชั้นนำหลากหลายค่าย เพื่อนำสิทธิ์การจัดแสดงและจัดกิจกรรมเกมภายในงานตลอดระยะเวลา 4 วันอย่างเต็มรูปแบบ ไฮไลต์คือการทดลองเล่นเกม Resident Evil Requiem ภาคล่าสุดก่อนใคร ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งการ์ดจอ GeForce RTX™ 50 Series พร้อมสาธิต GeForce NOW บริการคลาวด์เกมมิ่ง ความละเอียดระดับ 4K รวมถึงกิจกรรมเกมและเดโมเทคโนโลยีจากหลากหลายค่าย อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมความบันเทิงสำหรับคอเกม อาทิ การประกวด Cosplay ในธีมเกมและตัวละครยอดนิยม รวมถึงการจัดแสดงเดโมเกมและเทคโนโลยีด้านกราฟิกจากหลากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Half-Life 2 RTX, Tekken 8 ตลอดจน Nightmare Circus เกมฝีมือคนไทยที่ได้รับการยอมรับและสร้างชื่อเสียงในระดับสากล สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมไทยบนเวทีโลกอย่างน่าภาคภูมิใจ


              นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ. เออาร์ไอพี กล่าวว่า “COMMART GAMEFORCE มุ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าไอทีและเกมมิ่งยุค AI ที่ครบวงจรที่สุด ผู้บริโภคจะได้พบกับโน้ตบุ๊ก AI, Gaming PC, การ์ดจอ, คอนโซล, อุปกรณ์เกมมิ่ง และซอฟต์แวร์แท้ พร้อมโปรโมชั่นแรง ของแถมจัดเต็ม และกิจกรรมเกม-อีสปอร์ต-ครีเอเตอร์ ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับประสบการณ์ความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

              อีกทั้ง คอมมาร์ตยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เปิดจุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) เพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อตอกย้ำการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ โดยมอบส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท แก่ผู้ร่วมโครงการ


              นอกจากนี้ผู้จัดงานคอมมาร์ตยังได้เตรียมข้อเสนอ โปรโมชั่นและกิจกรรมพิเศษ ประกอบด้วย

•   คอมมาร์ต Big Bonus สิทธิ์ลุ้นของรางวัลสุดพิเศษในงานตลอดทั้ง 4 วัน เพียงช้อปสินค้าในงานครบทุก 3,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อที่ 1 ลุ้นโชคหน้างานจับแจกทุกวัน รางวัล เครื่องเล่นเกมส์พกพา, จอมอนิเตอร์, ชุดเช็ต Gaming gear และ เครื่องเล่นเกมส์ Play Station 5 ต่อที่ 2 อัปโหลดใบเสร็จ ผ่าน LINE COMMART ได้ลุ้นลำโพงคอมพิวเตอร์อีก 5 รางวัล
•   คอมมาร์ต on Top ช้อปครบ 50,000. - รับคูปองลดเพิ่ม 500.- (เฉพาะวันพฤหัสบดี-ศุกร์)
•   คอมมาร์ต วัดดวง ร่วมสนุกหมุนวงล้อ ลุ้นคูปองส่วนลดสูงสุด 10,000. - 
•   คอมมาร์ต ช่วยจ่ายค่าจอดรถ เพียงซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ตครบ 30,000. - แลกสิทธิ์จอดฟรี ได้ 3 ชั่วโมง



              งาน COMMART GAMEFORCE  จัดโดย บมจ.เออาร์ไอพี ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรธุรกิจคับคั่ง อาทิ ACE, Banana, E-Quip, Epson, iStudio by spvi, IT City, JIB, Maru, Zarukon, JIB Mobile, MSI, Speed Computer, Speed Gaming, Studio7, AMD, AppleSheep, Ascenti, ASUS, ROG, Bewell, Cougar, ERGOTREND, GamersLab, SecretLAB, เครดิตบูโร , Moonshot, GeForce NOW , Nvidia GeForce , Synnex ร่วมด้วย Media Partner ได้แก่, Business+, eLeader, Techhub, Beartai, ChargeSPOT, CeeMeAgain, ExtremeIT, iT24Hrs., Notebookspec, และ ชอบโปร เข้าชมงานฟรี! เดินทางสะดวกด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา พบกัน 5 - 8 มี.ค. 2569  เวลา 10.00 น. - 21.00 น. ณ ไบเทค บางนา

              ติดตามข่าวสารโปรโมชั่นและกิจกรรม หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartThailand.comwww.facebook.com/commartThailand LINE:@Commart, และ https://x.com/Commart

7
ศูนย์การค้าแพลทินัม ชวนร่วมงาน “The Lucky Ride 2026”


ศูนย์การค้าแพลทินัม เชิญชวนร่วมงาน “The Lucky Ride 2026” สัมผัสบรรยากาศแห่งความโชคดี มั่งคั่ง และความสุข ต้อนรับปีมะเมีย ยกขบวนร้านค้าและร้านอาหารสตรีทฟู้ดมาให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจกว่า 80 ร้านค้า อาทิเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของที่ระลึกมงคล นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารให้เลือกชิมอีกมากมาย พร้อมเติมเต็มบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนให้คึกคักและมีชีวิตชีวา ด้วยการจัดแสดงสุดพิเศษ เชิดมังกรและสิงโตมงคล ร่วมส่งต่อพลังแห่งความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความโชคดี บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า


มาร่วมเปิดรับพลังแห่งความโชคดี พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์แห่งความสุขในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้ที่งาน The Lucky Ride 2026 ตั้งแต่วันนี้ถึง 1 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าแพลทินัม ติดตามรายละเอียดร้านค้าและโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Platinum Fashion Mall แพลทินัม แฟชั่น มอลล์
















8
เจนเนอราลี่ ประกันภัย รุกตลาดพรีเมียม เปิดตัว “GEN HEALTH PREMIER”
เจน เฮลท์ พรีเมียร์ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คุ้มครองครบในกรมธรรม์เดียว ไม่จำกัดครั้ง พร้อมเพิ่มวงเงิน 50% เมื่อเจอโรคร้ายแรง


            เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) เดินเกมรุกตลาดประกันสุขภาพระดับพรีเมียมเต็มรูปแบบ  เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “GEN HEALTH PREMIER” เจน เฮลท์ พรีเมียร์ ภายใต้แนวคิด Beyond Lump Sum ที่ออกแบบให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของแผนเหมาจ่ายให้พรีเมียมกว่าเดิม พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญประกันสุขภาพที่คุ้มตอบโจทย์การบริการแบบพรีเมียม และชาวต่างชาติที่ทำงานหรือพำนักในประเทศไทยที่ต้องการความคุ้มครองแบบครบ จบในกรมธรรม์เดียว เอ็กซ์คลูซีฟผ่านช่องทางนายหน้าประกันภัย เจนเนอราลี่ เท่านั้น


            นางสาวยุวดี งานทวีกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าพรีเมียมและชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนที่มีมาตรมาตรฐานระดับสากล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เราพบอินไซต์สำคัญว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการความคุ้มครองที่ ‘ชัดเจนและปรับได้จริง’ โดยเฉพาะรูปแบบความคุ้มครองผู้ป่วยในแบบเหมาจ่ายต่อครั้ง  ที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมั่นใจมากขึ้น” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้มีความเฉพาะตัว การมีตัวแทนนายหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยออกแบบแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมกับความต้องการ จึงเป็นประสบการณ์ที่ลูกค้าคาดหวัง และเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์เราในปีนี้”


            โดยนางสาวยุวดี ได้อธิบายถึงแนวคิดผลิตภัณฑ์ว่า “GEN HEALTH PREMIER” (เจน เฮลท์ พรีเมียร์) ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาการคุ้มครองที่ชัดเจน ครอบคลุมโรคใหญ่ และสามารถรองรับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเน้นมอบความอุ่นใจในทุกช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต” โดยได้ระบุถึงจุดเด่นสำคัญของ เจน เฮลท์ พรีเมียร์ ดังนี้


            1. แผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายด้วยวงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ต่อครั้ง  ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี* ครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรงและโรคทั่วไป ไม่ต้องซื้อหลายกรมธรรม์ เหมาะอย่างยิ่งกับลูกค้าที่รักษาในโรงพยาบาลระดับพรีเมียม รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติ (expat) ที่คุ้นเคยกับมาตรฐานความคุ้มครองระดับสากล

            2. เพิ่มวงเงินคุ้มครองอีก 50% ทันทีเมื่อพบโรคร้ายแรง มอบความอุ่นใจสูงสุดในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อรองรับค่ารักษาที่อาจพุ่งสูงขึ้นในกรณีโรคร้ายแรง ช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีงบประมาณเพียงพอตลอดการรักษา รวมถึงการรักษาแบบต่อเนื่อง เช่น ล้างไตกรณีไตวายเรื้อรัง และการรักษามะเร็งแบบผู้ป่วยนอก (เคมีบำบัด และรังสีบำบัด เป็นต้น)

            3. รับส่วนลดเบี้ยสูงสุด 65% กรณีเลือกเงื่อนไขแบบมีความรับผิดส่วนแรก ให้ลูกค้าวางแผนควบคุมเบี้ยประกันได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ หรือครอบครัวที่ต้องการบริหารต้นทุน หรือมีความคุ้มครองอื่นอยู่แล้ว

            4. คุ้มครองครอบคลุมทุกวัย รับประกันอายุ 11–70 ปี และต่ออายุได้ถึง 80 ปี รองรับทั้งลูกค้ารายบุคคลและสมาชิกในครอบครัว

            “นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดปีต่ออายุสำหรับลูกค้าที่ไม่มีเคลม เป็นรางวัลกับไลฟ์สไตล์สุขภาพดีของลูกค้า ช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้มากขึ้นในระยะยาว” นางสาวยุวดีกล่าวทิ้งท้าย

            ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนนายหน้าประกันภัยของเจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ CUSTOMER FIRST: 1394 ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ GEN HEALTH PREMIER ได้ที่ https://generalith.com/gen-health-premier

หมายเหตุ
*สูงสุดต่อการรักษาแบบผู้ป่วยในต่อโรค ต่อครั้ง ทั้งนี้ไม่เกินความคุ้มครองและผลประโยชน์ตามตารางกรมธรรม์

-เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
-ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนด เงื่อนไข และผลประโยชน์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทำประกัน
- รับประกันโดย บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
-นายหน้าประกันวินาศภัยทำหน้าที่เป็นผู้เสนอผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยและอำนวยความสะดวกในการชำระเบี้ยประกันภัยเท่านั้น



9
SPIRIT 4x4 นำขบวนคาราวานลุยเส้นทางโหด
มอบสิ่งของให้กับโรงเรียนบ้านเสาหิน จ.แม่ฮ่องสอน


              โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” นำขบวนนักเรียน Spirit เดินทางรูปแบบ Caravan 4x4 ได้พิสูจน์ฝีมือใช้ทักษะที่อบรมมาจริง มอบสิ่งของให้กับ รร.บ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา






              โดยใช้เส้นทาง ตาก-แม่สอด-แม่สะเรียง-บ้านเสาหิน-โพซอ ผ่านเส้นทางท้าทาย ข้ามห้วยวัดใจลานหิน   ที่บ้านโพซอ เป็น รร.ที่ไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้ไฟฟ้าระบบโซล่าเซลล์ เดินทางลำบาก เส้นทางทุรกันดาร อยู่ห่างชายแดนพม่าเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงสกอ ไทใหญ่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 157 คน มีครู และบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 18 คน สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆ คุณครู  และผู้ร่วมคาราวานเป็นอย่างมาก

10
โรงแรมแคนทารี บ้านฉาง รับมอบใบประกาศนียบัตร
SAN Plus (Sanitation Anamai Nutrition Plus)
จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข


โรงแรมแคนทารี บ้านฉาง นำโดย กิตติเดช คุ้มม่วง (คนที่ 4 จากซ้าย) ผู้จัดการโรงแรมแคนทารี บ้านฉาง เป็นตัวแทนโรงแรม ฯ รับมอบประกาศนียบัตร SAN Plus (Sanitation Anamai Nutrition Plus) เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารระดับสูงจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยมี ณัฐกุล รุจิวงศ์ (คนที่ 3 จากซ้าย) สาธารณสุขอำเภอบ้านฉาง เป็นผู้มอบ, ณุสรณ์ กุลปรีดา (คนที่ 5 จากซ้าย) รองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง, มณีรัตน์ ลาวัลย์ (คนที่ 6 จากซ้าย) หัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุข, สิบเอกหญิงวรัญญา ตะนุเรือง (คนที่7 จากซ้าย) หัวหน้างานสุขาภิบาลอนามัยสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุข ร่วมแสดงความยินดี ณ โรงแรมแคนทารี บ้านฉาง

11
เมื่อเครื่องหอมสำหรับบ้านมาพร้อมงานออกแบบระดับโลก
Maison Berger Paris by Philippe Starck


             จะเป็นอย่างไร หากเครื่องหอมบ้านและกลิ่นหอมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างบรรยากาศ แต่ยังเป็นงานออกแบบที่สื่อสารตัวตน อารมณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัยกับอากาศรอบตัวภายในห้อง

             นี่คือจุดเริ่มต้นของการร่วมมือครั้งพิเศษระหว่าง Philippe Starck ดีไซเนอร์ระดับโลก ผู้มองว่ากลิ่นหอมคือการสั่นสะเทือนของอากาศ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกของมนุษย์ในระดับที่ลึกกว่าที่มองเห็นได้ และ Maison Berger Paris แบรนด์เครื่องหอมสำหรับบ้านจากฝรั่งเศสที่มีประวัติยาวนานกว่า 127 ปี

             คอลเลกชัน Maison Berger Paris by Starck จึงไม่ใช่เพียงของแต่งบ้าน แต่เป็นงานดีไซน์ที่เล่าเรื่องผ่านทั้ง “รูปทรง” และ “กลิ่น” สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยที่ผสานศิลปะ นวัตกรรม และคุณภาพชีวิตที่ดีเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน


             ตะเกียงน้ำหอม ในคอลเลกชัน Maison Berger Paris by Starck โดดเด่นด้วยโครงโลหะลวดลายออร์แกนิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพจุลภาคของสิ่งมีชีวิต สื่อถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และอากาศที่เราหายใจในทุกวัน รูปทรงที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียด ชวนให้ผู้ใช้รู้สึกถึงพลังชีวิตและความเคลื่อนไหวที่ซ่อนอยู่ภายใน

             วัสดุที่เลือกใช้คือ borosilicate glass คุณภาพสูง ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความแข็งแรง ทนความร้อน และความโปร่งใสเป็นพิเศษ ช่วยขับให้ตัวตะเกียงดูเบา สะอาดตา และหรูหราในแบบร่วมสมัย สามารถกลมกลืนกับการตกแต่งบ้านได้หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่มินิมอลไปจนถึงโมเดิร์นลักชัวรี

             นอกเหนือจากดีไซน์อันโดดเด่น ตะเกียงน้ำหอมของ Maison Berger Paris ยังเป็นที่ยอมรับในด้านฟังก์ชันการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และกระจายกลิ่นหอมอย่างสม่ำเสมอ ปลอดภัยต่อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศ สุขภาวะ และความสบายใจในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต แตกต่างจากเครื่องหอมและน้ำหอมบ้านทั่วไปที่เพียงกลบกลิ่น


             3 กลิ่นซิกเนเจอร์ ในคอลเลกชัน Maison Berger Paris by Starck ได้แก่ Peau de Soie กลิ่นแห่งความเป็นหญิงที่ซับซ้อน มีความลึกซึ้งของไม้หอม Peau de Pierre กลิ่นแห่งความสมดุลและความแข็งแกร่งของผู้ชาย อบอุ่นด้วยวานิลลาและไม้จันทน์ และ Peau d’Ailleurs กลิ่นหอมลึกลับที่ยากจะจำแนก สร้างความรู้สึกที่แปลกใหม่และเหนือจริง

             ทุกกลิ่นสร้างสรรค์โดย Philippe Starck โดยมีแนวคิดตั้งต้นจากน้ำหอมสำหรับผิวกาย ก่อนจะนำมาปรับให้เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน ผลลัพธ์คือกลิ่นหอมที่มีความลึกซึ้ง เป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยมิติ สร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ที่แตกต่างจากน้ำหอมบ้านแบบเดิม เป็นกลิ่นที่ค่อย ๆ แทรกซึมและอยู่ร่วมกับพื้นที่อย่างกลมกลืน สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแนบเนียน

             Maison Berger Paris by Starck คือการผสานระหว่างดีไซน์ระดับโลก นวัตกรรม และศิลปะแห่งกลิ่นหอม ที่เปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และการเชื่อมโยงระหว่างผู้อยู่อาศัยกับอากาศรอบตัว สำหรับผู้ที่มองว่าการใช้ชีวิตคือศิลปะในทุกวัน คอลเลกชันนี้ไม่เพียงเติมเต็มบ้านด้วยความหอมและความงาม แต่ยังสะท้อนแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ มีสไตล์ และมีความหมายในทุกลมหายใ

             สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์และทดลองกลิ่น ได้ที่ Maison Berger Paris ทุกสาขา และทุกช่องทางออนไลน์

Facebook: MaisonBergerThailand
IG: maisonbergerthailand
LINE: @maisonbergerthai
www.maisonbergerthailand.com
Lazada / Shopee / ShopSabuy / Tiktok
โทร. 02-672-2088

12
ไทเชฟ สนับสนุนงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ


             ไทเชฟ (ThyChef) ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใกล้ชิดผู้บริโภครุ่นใหม่ ผ่านการเข้าร่วมออกบูธและสนับสนุนงาน TU Folksong x TU Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ซึ่งเป็นเวทีสร้างสรรค์สำหรับคนรักภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยไทเชฟร่วมสนับสนุนงบประมาณ 15,000 บาท พร้อมมอบป็อปคอร์นจำนวน 300 ซอง และผลิตภัณฑ์ไทเชฟ มูลค่า 15,000 บาท เพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วมกับผู้เข้าร่วมงานและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มนักศึกษาและครีเอทีฟรุ่นใหม่ การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ของไทเชฟเพื่อสะท้อนกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเชื่อมโยงแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และคอมมูนิตี้สร้างสรรค์ ควบคู่กับการสนับสนุนการเรียนรู้และการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ณ สวนประติมากรรมครุ่นคิด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา


             นอกจากนี้ไทเชฟยังมีผงโรยอีกหลายหลายรสชาติให้เลือกสรร อาทิ รสบาร์บีคิว, ปาปริก้า, ชีส, ต้มยำ, และวิงค์แซ่บ ฯลฯ สำหรับผู้ที่สนใจผงปรุงรสข้าวโพดหวานในขนาด 200 กรัม และขนาดใหญ่ 450 กรัม สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทางออนไลน์กับบริการ “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจที่ www.thychef.com หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vul8664q หรือทาง Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/ thychef, Shopee : https://s.shopee.co.th/ 7zslrSS489, FB: ThyChef, ID Line: @thychef สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-968-3723-6

13
TOA จับมือ จุฬาฯ เปิดตัว ‘THE CREATIVE CANVAS’
เปลี่ยนมหาลัยให้เป็นเวที ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ปั้น New Gen สู่มืออาชีพผ่าน 4 โปรเจกต์ไฮไลท์





บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุปกป้องพื้นผิวครบวงจรของไทย ประกาศความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เปิดตัวโครงการ “THE CREATIVE CANVAS ผืนผ้าใบแห่งความคิดสร้างสรรค์เพื่ออนาคตที่ไม่หยุดนิ่ง” มุ่งเปลี่ยนพื้นที่มหาวิทยาลัยให้เป็นเวทีปล่อยของสำหรับนิสิตยุคใหม่ นำร่อง 4 โปรเจกต์ไฮไลท์ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริงในโลกธุรกิจ โดยมี นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนาม และแสดงวิสัยทัศน์ ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อสังคม ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับโลกความเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยจุฬาฯ เชื่อมั่นว่าการบูรณาการความเชี่ยวชาญข้ามศาสตร์ ทั้งด้านการออกแบบ วัสดุศาสตร์ การสื่อสาร และธุรกิจ เข้ากับประสบการณ์และศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม จะก่อให้เกิดงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และเติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพที่สามารถสร้างคุณค่าให้ประเทศได้อย่างยั่งยืน




ด้าน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เผยถึงวิสัยทัศน์จากความร่วมมือในครั้งนี้ว่าโลกธุรกิจและการเรียนรู้ในปัจจุบันหมุนเร็วมาก TOA ในวันนี้เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ผลิตสี แต่เรายกระดับด้วย Total Solution ที่มุ่งตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการสร้างความสวยงาม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ้านแบบครบวงจร เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความร่วมมือกับจุฬาฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ เราจึงต้องการเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ลงมือทำจริง (Learning by Doing) เป็นเครื่องมือให้นิสิตคนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งในเชิงสถาปัตยกรรม ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ รวมถึงกีฬาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานอย่างมืออาชีพ

“สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสสู่การเรียนรู้นอกห้องเรียนอย่างแท้จริง โดยในช่วงแรกจะเป็นการประสานความร่วมมือและดึงศักยภาพของ 4 คณะ ทั้งสถาปัตยกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วิทยาศาสตร์การกีฬา และพาณิชยศาสตร์และการบัญชี รวมถึงสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาทำงานร่วมกันแบบ Cross-functional เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบบูรณาการ และประสานความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำให้นิสิตของเรามีความพร้อม และเข้าใจโจทย์ของโลกธุรกิจจริงๆ” นายจตุภัทร์กล่าว




โดยในปี 2569 จะมีโปรเจกต์ไฮไลท์ 4 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1. CU Creative Showcase เวทีปล่อยของครั้งใหญ่ ที่ทีโอเอจะร่วมสนับสนุนนิทรรศการแสดงผลงานนิสิต ณ ใจกลางเมือง 2. The Concrete Playground ครั้งแรกในไทยกับสนามการแข่งขันกีฬาที่ถูกออกแบบโดยนิสิต ผสานความสนุกของกีฬา Extreme เข้ากับงาน Design ที่ปลอดภัยและโดดเด่น 3. The Color Architect แจกโจทย์จริงให้นิสิตออกแบบบ้านที่นำมาใช้ได้จริง และ 4. Academic Building Renovation Project เปลี่ยนบรรยากาศอาคารเรียน และสนามกีฬา ให้กลายเป็นพื้นทีี่สวยงาม สร้างความสนุก และทันสมัย

โครงการ “THE CREATIVE CANVAS” เป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง TOA และภาคการศึกษา ในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจากความสำเร็จของโครงการความร่วมมือก่อนหน้า ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ TOA ในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการศึกษา การสร้างบุคลากรคุณภาพ และการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

14
สจล. ร่วมงานวันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ครบ 66 พรรษา
ชู 140 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - ญี่ปุ่น


             ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงานเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 66 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยมีนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และส่งความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


             รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สถาบันมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศญี่ปุ่นมากว่า 60 ปี โดยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ในการพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ การวิจัย และการพัฒนากำลังคนในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง หนึ่งในความร่วมมือที่ผ่านมาคือการจัดตั้งสถาบันโคเซ็นแห่ง สจล. (KOSEN - KMITL) เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


             ในโอกาสที่ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2570 ดังนั้น สจล.พร้อมในการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม กับภาคส่วนต่าง ๆ ของญี่ปุ่นอย่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสัมพันธ์อันดีให้ก้าวหน้าต่อไป




             ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ www.kmitl.ac.th สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 329 8000

15
“Silent Night” เดือดไม่ปรานี! ทรูโฟร์ยู เสิร์ฟความมันสะเทือนอารมณ์ 19 กุมภาพันธ์นี้


ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมเปิดม่านภาพยนตร์แอ็กชันสุดเข้มข้น “Silent Night ยิงแมร่งให้เหี้ยน” ผลงานดราม่า-ล้างแค้นที่ผสานอารมณ์สูญเสียกับฉากต่อสู้ดิบดุอย่างทรงพลัง จากทีมผู้สร้าง “จอห์น วิค” หนังแฟรนไชส์ที่โด่งดังระดับโลก พร้อมการแสดงอันเข้มข้นโดย โจเอล คินนามแมน ถ่ายทอดเรื่องราวอันสะเทือนใจของชายผู้สูญเสียทุกอย่างไปในคืนคริสต์มาส จนกลายเป็นภารกิจล้างแค้นที่ทั้งโลกต้องจับตา








“Silent Night ยิงแมร่งให้เหี้ยน” ถ่ายทอดเส้นทางล้างแค้นของ ไบรอัน (โจเอล คินนาแมน) ผู้สูญเสียลูกชายจากเหตุยิงกันของแก๊งอันธพาลในคืนคริสต์มาสอีฟ จนบาดเจ็บสาหัส กระสุนเจาะที่คอ และไม่สามารถพูดได้อีก แต่ความเจ็บปวดกลับผลักดันให้เขาลุกขึ้นฝึกฝนร่างกายอย่างหนักเพื่อเดินหน้าตามล่าคนผิดอย่างเด็ดขาด ภาพยนตร์ยังนำเสนอ วาสเซลล์ (สก็อตต์ เมสคูดี) เพื่อนตำรวจผู้คอยช่วยเหลือ, ฮาโรลด์ ตอร์เรส รับบทเป็น พลาญา หัวหน้าแก๊งอันธพาล และซาย่า (แคททาลีนา ซานดิโน โมเรโน) ผู้เป็นแม่ที่ต้องเผชิญความสูญเสียร่วมกัน เนื้อเรื่องดำเนินเข้มข้นแบบไม่ยืดเยื้อ โดดเด่นด้วยฉากบู๊ที่ออกแบบอย่างดิบจริงตามสไตล์ทีมสร้างชุดเดียวกับภาพยนตร์แอ็กชันชื่อดัง อย่าพลาดชม “Silent Night ยิงแมร่งให้เหี้ยน” วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 หรือชมสดออนไลน์ได้ที่ https://true4u.com/live/

Pages: [1] 2 3 ... 2565