นายอัครา กล่าวว่า วันนี้ ทั้ง 3 สมาคม อปท. จะเป็นเจ้าภาพ โดยยึดพื้นที่ (Area Base) เป็นสำคัญ เนื่องจากทั้ง 3 สมาคม อปท. ทำงานใกล้ชิดกับครอบครัวในพื้นที่ และทำงานแบบมุ่งเป้า เพื่อให้เกิดการพัฒนาแผนงาน โครงการ หรือมาตรการที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ภายหลังจากการลงนาม MOU ในช่วงบ่ายของวันนี้ เราจะมีการจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนงานเพื่อให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการ โดยการกำหนดพื้นที่ (Area Base) ของครอบครัว แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก กลุ่มครอบครัวในพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่ขับเคลื่อนโดยทุก ๆ หน่วยงาน และกลุ่มที่ 2 กลุ่มครอบครัวในศูนย์ สถาน บ้าน นิคม รวม 515 แห่งของกระทรวง.พม.
นายอัครา กล่าวว่า การลงนาม MOU ในวันนี้ ยังเป็นโอกาสในการเริ่มต้นการพัฒนาคนในสังคมที่ใส่ใจจากหน่วยเล็กๆ จากครอบครัวสู่ชุมชน หมู่บ้านสู่ตำบล อำเภอสู่จังหวัด เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคนของชาติแบบบูรณาการร่วมกันทั้ง 7 หน่วยงาน โดยขอนำเสนอแนวทางการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่ อาทิ กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องบนพื้นที่สูง และคนชายขอบภาคเหนือ ซึ่งบริโภคไข่ไก่ในราคาที่สูง เพราะต้องซื้อไข่มาจากที่อื่น และต้องบวกราคาในการขนส่ง เป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่เรามองข้าม จึงเป็นที่มาของแนวคิด "ไข่ใกล้คุณ" คือ การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ในชุมชน โดยกระทรวง กษ. จะเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ ปัจจัยการผลิต มาตรฐานการบริหารจัดการด้านปศุสัตว์ทั้งระบบ และกระทรวง ศธ. จะเข้ามาส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในวัยเรียนเข้าถึงโปรตีนจากไขไก่ที่เลี้ยงเองในครัวเรือน รวมถึงการรวมกลุ่มที่โรงเรียน ภายใต้โครงการไข่เพื่อน้อง ในขณะที่ กระทรวง กก. จะเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนที่มีกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วม อาทิ มีการอุดหนุนการซื้อไข่ไก่ในโครงการไข่เพื่อน้อง โดย 3 สมาคม อปม. นอกจากเข้ามาร่วมกันชี้เป้าพื้นที่แล้ว ยังเป็นหน่วยงานสำคัญในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ร่วมกับกระทรวง พม. ในการเชื่อมโยงกับหน่วยงานของพื้นที่กับหน่วยงานผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ในการดูแลกลุ่มเปราะบางให้มีอาชีพใกล้บ้านได้จริง
นอกจากนี้ จะมีการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ร่วมสุข โดยกระทรวง พม. ให้เป็นศูนย์กลางของจังหวัด เพื่อการพัฒนาโอกาสทางอาชีพและการมีรายได้ , โครงการพัฒนาหมู่บ้านเกษตรท่องเที่ยว และตลาดเกษตรปลอดภัย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนเปราะบางทุกช่วงวัย , โครงการข้าวแกงพื้นถิ่นไทย เพื่อพัฒนาทุกชุมชนและกลุ่มคนเปราะบางให้มีสูตรอาหาร มีครัว และเชื่อมโยงกับการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นสู่การแปรรูป ให้เกิดโอกาสในการจำหน่ายและยกระดับการสร้าง Content เป็นจุดเด่นของพื้นที่ นับเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม ระหว่างสังคมและกลุ่มคนเปราะบางทุกช่วงวัย
สำหรับกลุ่มเปราะบางในศูนย์ สถาน บ้าน นิคม รวม 515 แห่งของกระทรวง พม. นั้น ถือว่าเป็นครอบครัวของ พม. เช่นกัน ซึ่งมีเป้าหมายหลัก คือ เราจะทำอย่างไรให้เกิดครอบครัว และครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็มในการดูแลคนเปราะบาง ด้วยกลไกของการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของภาครัฐ ตลอดจนสมาชิกครอบครัวมีรายได้ มีงานใกล้บ้าน ซึ่งช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว และคนเปราะบางดีขึ้น ถือเป็น "มาตรการกันซ้ำ" หรือการไม่ให้กลุ่มเปราะบางต้องวนเวียนในการเข้า-ออก ศูนย์ สถาน บ้าน นิคม อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ศูนย์ สถาน บ้าน นิคม ของกระทรวง พม. ให้สามารถดูแลกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง นับว่าทั้ง 3 สมาคม อปท. เป็นด่านป้องกันคน้ปราะบางก่อนกลับเข้าศูนย์ สถาน บ้าน นิคม และที่สำคัญ ต้องมีการเร่งพัฒนาบริการต่าง ๆ อาทิ Day Care ที่เปิดพื้นที่ของชุมชนเพื่อฟื้นฟู-พึ่งพาอาศัย ลดภาระครอบครัวช่วงทำงาน เป็นต้น

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะคนเคยทำงานในท้องถิ่น ตนมั่นใจว่า หากเรามีกระบวนการบริหารจัดการให้ 1 ครอบครัว ได้รับสิทธิสวัสดิการสังคมตามที่บริหารจัดการให้ มีการส่งเสริมให้ทุกครอบครัวมีงาน มีอาชีพใกล้บ้าน จะเป็นการลดรอยต่อในการเข้าถึงหน่วยงาน "ใกล้ตัว" ที่มีการแก้ปัญหาแบบบูรณาการได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้ พม.ใกล้คุณ สามารถทำงานใกล้กับทุกๆ หน่วยงานเพื่อพัฒนาคุณภาพครอบครัว และพัฒนาสังคมได้ ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณทุกท่านจากใจของครอบครัว พม. และทุกครอบครัวของกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ โดยความร่วมมือของเราในวันนี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนจาก "ความตั้งใจ" ให้เป็น "พลังปฏิบัติ" ที่จับต้องได้ และเราจะนำพาทุกชีวิตเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมอย่างไร้รอยต่อ มีงาน มีรายได้ใกล้บ้าน เป็นการเพิ่มโอกาสอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ความอบอุ่นเริ่มจากบ้าน แผ่สู่ชุมชน และงอกงามเป็นความมั่นคงของชาติสืบไป
#พมใกล้คุณ