du_sit on April 28, 2020, 10:55:42 AM
โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน เผยกระแสตอบรับท่วมท้น
เตรียมจัดสัมมนาโควิด-19 รอบ 2 ปลายเดือนนี้
เรื่องมุ่งเน้นปัญหาเศรษฐกิจ และขยายความร่วมมือ



กิจกรรมสัมมนาออนไลน์กับการแพทย์อัจฉริยะของโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน ภายใต้หัวข้อ “การป้องกันโรคระบาดด้วยระบบอัจฉริยะตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่-ไต้หวัน สมาร์ท เฮลท์แคร์ และกลยุทธ์ป้องกันโรคโควิด-19” หัวข้อแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้เข้าร่วมสัมมนาเกินจำนวนที่ห้องประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จะรองรับได้ และหัวข้อที่สองกำลังจะจัดขึ้นในปลายเดือนเมษายนนี้

โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย (TECO) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว (CIER) สมาคมคอมพิวเตอร์ไทเป (TCA) ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโลหะ (MIRDC) สถาบันเพื่ออุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งไต้หวัน (III) สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) กระทรวงอนามัยและสวัสดิการ (MOHW) กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) (MOFA) และสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมไต้หวัน (IDB) จัดกิจกรรมสัมมานารูปแบบออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “การป้องกันโรคระบาดด้วยระบบอัจฉริยะตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่-ไต้หวัน สมาร์ท เฮลท์แคร์ และกลยุทธ์ป้องกันโรคโควิด-19” ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน 63 ถึง 3 กรกฎาคม 63 โดยมีสื่อภาษาจีนเกี่ยวกับประเทศไทย VISION THAI เป็นผู้จัดงานสัมมนาในครั้งนี้

การสัมมนาหัวข้อแรกได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 63 ที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อ “การรับมือโควิด-19 ในโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน” โดยมีนายแพทย์หลิวจุงหรง จากแผนกระบาดวิทยาโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน เป็นผู้บรรยาย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเกินจำนวนที่ห้องประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จะรองรับได้ (100คน) โดยมีบุคลากรทางการแพทย์มากมายจากหลากหลายประเทศ อาทิ ไทย พม่า ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี มองโกเลีย เนปาล และมาเลเซีย ฯลฯ เข้าร่วมฟังและอภิปราย พร้อมแบ่งปันประสบการณ์

ท่านทูตถงเจิ้นหยวน ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ได้กล่าวในช่วงเปิดงานว่า “การควบคุมและป้องกันโรคระบาดต่าง ๆ ที่ไต้หวันกำลังดำเนินการอยู่ ได้พิสูจน์แล้วว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขโลกที่ไม่อาจขาดได้ ไต้หวันไม่เพียงแต่มีศักยภาพในการให้ความช่วยเหลือเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาโรคระบาดรุมเร้า ไต้หวันมีความยินดีและกำลังให้ความช่วยเหลือประเทศทั่วโลก”
นายแพทย์หลิวจุนหรง ได้แบ่งปันประสบการณ์จริงในการรับมือไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการรักษาและการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโรคแล้ว วิธีจัดการควบคุมจำนวนคนที่เข้ามาในโรงพยาบาลทั้งผู้ป่วยธรรมดาและครอบครัวที่มาดูแลผู้ป่วย รวมถึงมาตรการควบคุมโรคระบาดไม่ให้ระบาดในโรงพยาบาลทุกรูปแบบที่ปฏิบัติได้จริง พร้อมวิเคราะห์และให้คำแนะนำตามสถานการณ์โรคปัจจุบันให้กับประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม การบรรยายเต็มไปด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นพร้อมรูปภาพประกอบ นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายประเทศเข้าร่วม โดยเฉพาะประเทศไทย และได้รับประโยชน์มากมายจากการสัมมนาในครั้งนี้


ในช่วงถามคำถามหลังการบรรยาย ประเทศไทย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ถามคำถามและให้ความคิดเห็นตามสถานการณ์การระบาดที่ประเทศตัวเองกำลังประสบอยู่ ดร. อุดมศักดิ์ ดรุมาศ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงพยาบาลในเครือจึงได้กล่าวว่า  “ด้วยการบรรยายแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงของนายแพทย์หลิว ทำให้เข้าใจการควบคุมโรคครั้งนี้ของไต้หวันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในช่วงนี้ประเทศไทยเพิ่งใช้การขยายพื้นที่ตรวจโรค และมาตรการเคอร์ฟิวปิดประเทศขั้นเด็ดขาด จึงสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันได้ และยังมีเรื่องที่ประเทศไทยต้องศึกษาอยู่อีกมาก”

สำหรับการสัมมนาหัวข้อที่ 2 คือการมุ่งเน้นปัญหาเศรษฐกิจ และขยายความร่วมมือ ซึ่งตั้งแต่เดือนธันวาคม 62 ที่ผ่านมา สถาณการณ์โรคโควิด-19 ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คน แต่ยังส่งผลในด้านกิจกรรมต่าง ๆ เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและเกินกว่าจะจินตนาการไว้ สำหรับเศรษฐกิจโลกนั้นเพียงแค่เด็ดดอกไม้ก็สะเทือนถึงดวงดาว ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเสียเสถียรภาพเพราะเหตุนี้ และจะประคองผ่านความร่วมมือของนานาประเทศทั่วโลกได้อย่างไร ? เป็นประเด็นสำคัญในหัวข้อถัดไปที่จะมีขึ้น บรรยายโดย ดร.หลี่ฉุน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์องค์การการค้าโลก (WTO) และความตกลงการค้าระดับภูมิภาค (RTA) จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว ในหัวข้อ “ผลกระทบทางเศรษฐกิจของ COVID-19 ที่มีต่อโลกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ผ่านกิจกรรมสัมมนาออนไลน์และดำเนินการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชัน Cisco Webex โดยผลตอบรับอย่างท่วมท้นจากการสัมมนาหัวข้อแรกที่ผ่านมา ในการสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อที่ 2 นี้ จะเพิ่มความจุห้องประชุมเพิ่มเป็น 200 คน ติดตามได้ในวันที่ 30 เมษายน 63 15:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่หน้าเว็บไซต์กิจกรรม https://c19webinars.visionthai.net/
   
« Last Edit: April 28, 2020, 08:24:11 PM by happy »