นวัตกรรมยานยนต์ > นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34 (The 34rd Thailand International Motor Expo 2017)"

<< < (3/15) > >>

activity:
“ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์” คว้า “Tiger 800 XRT” และ “Tiger 800 XCA” จาก EICMA โชว์และเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34”





           ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เปิดไฮไลต์รถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ส่งท้ายปีด้วยสองสมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูลแอดเวนเจอร์แอนด์ทัวร์ริ่ง ได้แก่ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที (Tiger 800 XRT) และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ (Tiger 800 XCA) โฉมใหม่! ที่ได้รับการปรับและเพิ่มเติมด้านชิ้นส่วน รวมถึงระบบขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมขึ้น เพื่อมอบความสะดวกสบายและสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรดที่ดียิ่งขึ้นกว่าที่เคยมีมา เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของทุกการผจญภัย โดยทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวเพิ่งเผยโฉมให้โลกได้เห็นอย่างเป็นทางการในงาน EICMA Show ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และพร้อมแล้วที่จะให้คนไทยได้ยลโฉมและสัมผัสอย่างใกล้ชิดรวมถึงจับจองเป็นเจ้าของครั้งแรกก่อนใครในเอเชียแปซิฟิกภายในงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34" หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 ณ บูธไทรอัมพ์ G05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 – วันที่ 11 ธันวาคม 2560
          นายจักรพงษ์ ศานติรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จัดเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการขนทัพรถมอเตอร์ไซค์ที่ถือเป็นไฮไลต์ที่สาวกรถแอดเวนเจอร์แอนด์ทัวร์ริ่งรอคอย เพิ่งเผยโฉมให้โลกได้เห็นอย่างเป็นทางการในงาน EICMA Show ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้แก่ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที (Tiger 800 XRT) และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ (Tiger 800 XCA) โฉมใหม่ล่าสุด มาเปิดตัวให้คนไทยได้ยลโฉมและสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดรวมถึงจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครเป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก ในงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34" หรือ มอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 โดยทั้งเสือร้ายสายลุยสองสมาชิกใหม่ล่าสุดนี้ ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโครงรถเละเครื่องยนต์ที่ได้รับการอัพเกรดมากกว่า 200 รายการ และระบบขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมขึ้น เพื่อส่งมอบความสะดวกสบาย ตลอดจนสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรดที่ดียิ่งขึ้น เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของทุกการผจญภัยกว่าที่เคย
          นายจักรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ "ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที" และ "ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ" โฉมใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะขนาด 800 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุดที่ 95 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะในส่วนสำคัญๆ หลายส่วนที่ออกแบบ เพื่อเพิ่มความสามารถของทั้ง 2 รุ่นต่อการขับขี่บนถนนและทางออฟโรด (Off-Road) ใช้งานง่าย ปราดเปรียว ตลอดจนการเสริมแต่งสไตล์และรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ แผงหน้าปัด TFT แบบ Full Colour ขนาด 5 นิ้ว กระจกหน้ารถแบบปรับได้ 5 ตำแหน่ง และ Aero Diffuser เพื่อการป้องกันลม รวมถึงส่วนประกอบเบาะแบบใหม่ที่ให้ความสบายในการขับขี่ทั้งวัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกมากถึง 5 โหมด ในรุ่นเอ็กซ์อาร์ที ได้แก่ Road, Rain, Sport, Off-Road และ Rider สุดพิเศษยิ่งขึ้นในรุ่นเอ็กซ์ซีเอ มาพร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 6 โหมด เพิ่มโหมดการขับขี่ออฟโรดโปร (Off-Road Pro) แบบใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สไตล์ออฟโรดที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดกว่าที่เคยมีมา อีกทั้งมั่นใจในความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยเบรกหน้ามาตรฐานสูงของ Brembo รวมถึงรูปแบบของระบบกันสะเทือนที่ปรับแต่งมาให้ดีที่สุดจาก Showa มีปุ่มสวิตช์ที่แฮนด์บังคับเลี้ยวและจอยสติ๊กควบคุม 5 ทิศทาง ซึ่งมาพร้อมกับปุ่มกดที่มีไฟในตัวอย่างสวยงาม มีไฟ LED เต็มดวงแบบเฉพาะที่โดดเด่น อีกทั้งการอัพเดทระบบควบคุมความเร็วคงที่ การปรับปรุงโครงรถ ตลอดจนงานตัวถังระดับพรีเมี่ยมที่เคลือบผิวสีคุณภาพสูงพร้อมการออกแบบแผงข้างแบบใหม่ และการตกแต่งเพื่อเพิ่มความโดดเด่นอย่างแท้จริง มีระบบไอเสียที่มีลักษณะเฉพาะและน้ำหนักเบาขึ้น พร้อมเสียงที่เป็นสปอร์ตมากขึ้นเพื่อพลิกโฉมเครื่องยนต์รุ่นสมัยใหม่ มีอัตราทดเกียร์ 1 แบบใหม่ที่สั้นขึ้นเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ Off-road การตอบสนองที่ความเร็วต่ำบนทุกสภาพถนน และการเร่งในทันที ซึ่งให้ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจสำหรับผู้ขับขี่
          นอกจากนี้ยังจัดเต็มด้านเทคโนโลยีที่เป็นส่วนสำคัญต่อการขับขี่แบบผจญภัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบ ABS ระบบคันเร่งไฟฟ้า (Ride-by-Wide) ระบบควบคุมความเร็วคงที่ด้วยปุ่มเดียว (Cruise Control) ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบปรับได้ (Traction Control) รวมถึงปลอกมือบิดและที่นั่งอุ่นไฟฟ้า ความสูงที่นั่งแบบปรับได้ ตลอดจนช่องเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น และที่สำคัญ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ โฉมใหม่ล่าสุดนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกสรรอีกมากกว่า 50 รายการ ซึ่งช่วยให้สามารถปรับแต่งรถได้ดั่งใจเพื่อประสบการณ์ขับขี่ขั้นสูงสุดไม่ว่าในรุ่นใดก็ตามอีกด้วย
          ทั้งนี้ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Silver Ice, Crystal White และ Matt Cobalt Blue สนนราคาประมาณการ 650,000 บาท และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Korosi Red, Crystal White และ Marine สนนราคาประมาณการ 670,000 บาท
          ขณะที่ภายในงาน ไทรอัมพ์ ยังขนทัพไฮไลต์รถมอเตอร์ไซค์อีก 2 รุ่นมาเผยโฉมครั้งแรกด้วยเช่นกัน ได้แก่ "บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค" และ "บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์" รถมอเตอร์ไซค์สไตล์คัสตอมสุดคลาสสิกแบบฉบับอังกฤษขนานแท้ ที่ยังคงไว้ด้วยรูปลักษณ์รถตระกูลบอนเนวิลล์ดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน โดย "บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค" (Bonneville Bobber Black) มาพร้อมรูปลักษณ์ที่เข้มขึ้น ดุขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังคงไว้ด้วยคุณลักษณะที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ของ บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น สไตล์คัสตอมพันธุ์แท้ นวัตกรรมยานยนต์ที่สง่างาม ขีดความสามารถที่นิยามความเป็นตัวตน การขับขี่ที่ให้อารมณ์แสนเร้าใจ ตลอดจนเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องทรงพลัง
          โดย "บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค" มาพร้อมเครื่องยนต์แรงบิดสูงสูบคู่ขนานขนาด 1,200 ซีซี ให้แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที และพละกำลังสูงสุด 77 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที ด้านรูปลักษณ์คมเข้มมากขึ้น ด้วยสไตล์และการตกแต่งรายละเอียดสีดำสนิททั่วทั้งคัน นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงการแต่งรถเป็นหัวใจสำคัญ จึงมีชุดแต่ง "Old School" และอุปกรณ์เสริมให้เลือกมากมายกว่า 120 รายการ เพื่อการปรับแต่งรายละเอียดและสไตล์ รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายและเสริมประสิทธิภาพรถให้สูงขึ้น
          ทั้งนี้ ไทรอัมพ์ บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ค มาพร้อมกับสีที่น่าสนใจถึง 2 สี ได้แก่สี Jet Black เงางามสุดคลาสสิก และสี Matt Jet Black แบบร่วมสมัย สนนราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 625,000 บาท
          สำหรับรุ่น "บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์" (Bonneville Speedmaster) เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์สไตล์คัสตอมแท้ อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอสายพันธุ์อมตะเหนือกาลเวลาที่รวมคุณลักษณะอันโดดเด่นของมอเตอร์ไซค์ตระกูลบอบเบอร์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ส่งมอบภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของบอบเบอร์อย่างเต็มเปี่ยมแต่สามารถใช้งานได้ง่ายดายและคล่องแคล่วขึ้นกว่าที่เคย โดยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์บอนเนวิลล์ ขนาด 1200 ซีซี ส่งมอบแรงบิดสูงสุดถึง 106 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที และส่งมอบพละกำลังสูงสุดที่ 77 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที พร้อมมอบภาพลักษณ์คัสตอมสุดคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสายพันธุ์การออกแบบที่สืบทอดมาจากบอบเบอร์อย่างเต็มเปี่ยม ตลอดจนได้ถูกออกแบบมาสำหรับการปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยชุดแต่งทั้งหมด 2 ชุด โดยชุดแต่ง 'Highway' สำหรับเพิ่มขีดความสามารถด้านทัวร์ริ่งจึงมีชุดสัมภาระแบบอ่อนครบชุด ส่วนชุดแต่ง 'Maverick' สำหรับผู้ที่ขี่ต้องการภาพลักษณ์เรียบง่ายแต่ดุดัน และอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกมากกว่า 130 รายการ
          ทั้งนี้ "บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์" โฉมใหม่มาพร้อม 3 สีสุดคลาสสิกให้เลือก ได้แก่ สี Jet Black สี Cranberry Red/Jet Black และสี Fusion White/Phantom Black พร้อมตัดเส้นคู่ด้วยมือ สนนราคาจำหน่าย 625,000 บาท
          อย่างไรก็ตามนอกจากกรถมอเตอร์ไซค์ไฮไลต์ข้างต้นแล้ว บูธไทรอัมพ์ภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2017 ได้เนรมิตขึ้นภายใต้คอนเซปต์ "British Premium Lifestyle" โดยได้นำรถมาโชว์ในงาน 26 คัน ตลอดจนเนรมิตโซนเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่ขนมาให้เลือกชมและซื้อกันอย่างจุใจ พร้อมส่วนลดพิเศษ 15 - 30 เปอร์เซ็นต์ และโปรโมชั่นอื่นๆอีกมากมาย พิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าที่จองรถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ทุกรุ่นทุกคันภายในงานเท่านั้น รับฟรีทันที! ถุงผ้าใส่หมวกกันน็อค Limited Edition จากไทรอัมพ์ นายจักรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
          โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บูธไทรอัมพ์ G05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 - วันที่ 11 ธันวาคม 2560 สอบถามข้อมูลติดต่อ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด อีเมล์: Contact.TH@triumphmotorcycles.com หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand

activity:
มาสด้ายกขบวนรถพรีเมี่ยมบุกงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เผยโฉม ALL-NEW MAZDA CX-5 เอสยูวีที่กำลังมาแรง



           บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมยกขบวนรถทุกรุ่นโชว์ความตระการตาในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ชูความโดดเด่นสง่างามด้วยปรัชญาการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ สัมผัสความพรีเมี่ยมหรูหราสไตล์ยุโรป แต่แฝงไปด้วยความโฉบเฉี่ยวทั้งเรื่องของความแรง และประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ระบบความปลอดภัยระดับโลกกับเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE และการเชื่อมต่อสื่อสารด้วย MZD CONNECT พร้อมอวดโฉมรถเอสยูวีใหม่ล่าสุดอย่าง ALL-NEW MAZDA CX-5 ที่มาพร้อมกับสีตัวถังใหม่ล่าสุด Soul Red Crystal ที่พร้อมจะให้ทุกคนจับจองเป็นเจ้าของ สะท้อนภาพลักษณ์และความเป็นเอกลักษณ์ที่แท้จริงของมาสด้า
          มร. อัสสึชิ ยาซูโมโต รองประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ของตลาดรถยนต์โดยรวมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีปัจจัยบวกเข้ามาเสริมรอบทิศทาง โดยมาสด้าคาดว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศปีนี้จะทะลุเกิน 840,000 คัน นับว่าเติบโตเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับช่วงปลายปีที่มีการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ซึ่งลูกค้าตั้งหน้าตั้งตารอเพื่อจะยลโฉมรถยนต์รุ่นๆ ใหม่จากค่ายต่างๆ รวมถึงการออกโปรโมชั่นเพื่อจูงใจลูกค้า นอกจากนี้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปีก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์กลับมาคึกคักอีกครั้ง
          สำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ มาสด้าได้นำเอารถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ลูกค้าได้สัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคตในรถมาสด้า อาทิ รถสปอร์ตเปิดประทุนด้วยระบบไฟฟ้า MX-5 RF รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ CX-3 รถยนต์นั่ง Mazda3 และ Mazda2 รถยนต์ขายดีตลอดกาลของมาสด้า รวมทั้งรถปิคอัพมาสด้า BT-50 และรถอเนกประสงค์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-5 น้องใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยงานในครั้งนี้ถือเป็นการหลอมรวมเอาองค์ประกอบที่ดีที่สุดของยานยนต์ในปัจจุบันมาใส่ไว้ในรถทุกคันของมาสด้า
          ปัจจัยหลักสำคัญที่ส่งผลทำให้รถยนต์มาสด้าได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น คือ ความยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และระบบขับขี่อัจฉริยะ G-VECTORING CONTROL ที่เกิดจากความพึงพอใจจากการใช้งานจริงของลูกค้าจนเกิดการบอกเล่าต่อปากต่อปาก รวมทั้งรูปลักษณ์ความสวยงามและความปราณีตใส่ใจในรายละเอียดในกระบวนการผลิตจนลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น รวมทั้งสมรรถนะความแรงและการประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยีการขับขี่ที่จัดเต็มเข้ามาในรถทุกรุ่นที่ทางมาสด้าได้ปรับเสริมเติมแต่งที่เกิดจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
          นอกจากนี้มาสด้ายังคงเดินหน้าต่อในเรื่องของการบริการควบคู่ไปกับการปรับปรุงภาพลักษณ์ของโชว์รูม ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ MCI (Mazda Corporate Identity) เพื่อยกระดับคุณภาพของการบริการให้ได้มาตรฐาน ปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว 25 โชว์รูม และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะแล้วเสร็จถึง 35 โชว์รูม รวมทั้งการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าที่ซื้อรถเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วัน การกำหนดราคาอะไหล่ให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาด การเปิดช่องซ่อมพิเศษที่สามารถให้บริการอย่างรวดเร็วภายใน 45 นาที ซึ่งมาสด้าจะดูแลลูกค้าตั้งแต่ย่างก้าวแรกจวบจนกระทั่งลูกค้าซื้อรถคันใหม่
          ทางด้านผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดของมาสด้า นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากการเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-5 ไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผ่านไปเพียงสองสัปดาห์มีลูกค้าจองซื้อสูงกว่า 1,500 คัน เหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เรามีความมั่นใจว่ารถอเนกประสงค์เอสยูวีของมาสด้าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยในงานมหกรรมยานยนตร์ครั้งนี้คาดว่าจะมียอดจองภายในงานสูงกว่า 4,000 คัน และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมาสด้า รับข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปีจากมาสด้า
          มาสด้า2 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 1.69% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
          มาสด้า3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 1.33% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
          มาสด้า CX-3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 1.33% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
          มาสด้า บีที-50 โปร ดาวน์เริ่มต้นเพียง 35,000 บาท หรือรับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.60% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
          All-New Mazda CX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 1.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
          มาสด้า MX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และโปรแกรมรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร
          รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับฟรีประกันชั้น 1 (Mazda Premium Insurance) ข้อเสนอสุดพิเศษนี้สำหรับลูกค้ามาสด้าทุกโชว์รูมทั่วประเทศ และที่สำคัญเฉพาะลูกค้าที่จองซื้อภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป รับเพิ่มเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลจากมาสด้า ตั้งแต่วันนี้จนถึง 11 ธันวาคมศกนี้เท่านั้น
          โปรดติดตามข่าวสารผ่านทาง www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

activity:
Mazda marches into Motor Expo with army of premium vehicles All-new CX-5 unveiled to the public



           Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd. is preparing an army of SKYACTIV vehicles including the all-new CX-5 SUV to be displayed at this year's Thailand International Motor Expo from November 30 to December 11 at the Challenger Hall, IMPACT Muangthong Thani. Featuring KODO Design plus European quality and luxury along with outstanding performance and fuel economy from the SKYACTIV technology, safety from i-ACTIVSENSE and connectivity though MZD Connect, the Mazda contingent will be led the all-new CX-5 SUV that comes with the new Soul Red Crystal body color.
          Mr. Atsushi Yasumoto, Executive Vice President of Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd., said during the past 10 months, the situation of the Thai automobile industry has improved thanks to all-round positive factors. "Mazda believes that total automobile sales in Thailand will reach 840,000 units in 2017, with higher growth than many had anticipated at the start of the year. The Motor Expo at the end of the year also serves as a marketplace for customers to shop for new automobiles from various brands and enjoy attractive sales promotions. In addition, the Thai government's economic stimulus packages throughout the year also contributes to setting a favorable atmosphere making it easier for customers to purchase a vehicle," he said.
"At this year's Motor Expo, Mazda is displaying the latest models such as the MX-5 RF roadster, CX-3 crossover, Mazda3 compact car, Mazda2 subcompact car, BT-50 PRO pickup truck and the latest member – the all-new CX-5 that was just launched in mid-November. This is by far the most comprehensive product lineup for Mazda combining all our strengths into these SKYACTIV-inspired vehicles," Mr. Yasumoto added.
          He said the main reason for Mazda's increased popularity is the excellence of the SKYACTIV technology and G-VECTORING CONROL (GVC). Highly-satisfied customers help spread the word to others, giving Mazda a strong presence among premium car users. This ranges from beautiful and exquisite design, attention to details with outstanding assembly quality, outstanding performance and fuel economy, and a comprehensive list of driving technologies incorporated into every Mazda model all comes from what the customer desires.
In addition, Mazda continues to move ahead in raising the quality of showrooms and after-sales servicing under the new MCI (Mazda Corporate Identity) concept. Presently 25 showrooms have undergone the change, with a target of 35 showrooms by the end of the year.
          We also improved our services by initiating a 1-day express delivery service for spare parts, with competitive prices against competitor brands. We also started 45-minute express service bays, ensuring Mazda customers are well taken care of the minute they step into the facility.
          Senior Marketing Director Mr. Thee Permpongpanth said after the launch of the all-new Mazda CX-5 in mid-November, more than 1,500 orders have been placed for the new model, which is higher than what Mazda had expected. "This gives us confidence that the new Mazda SUV will receive strong customer response at the Motor Expo. We expect to receive more than 4,000 units from all models and in order to thank customers for their confidence in our brand, Mazda is providing special offers at the show," he said.
          Mazda2 – 25% down payment, 1.69% interest, free insurance, 3-year/60,000km warranty
          Mazda3 – 25% down payment, 1.33% interest, free insurance
          Mazda CX-3 – 25% down payment, 1.33% interest, free insurance
          Mazda BT-50 PRO – Bt35,000 down payment or 2.60% interest, free insurance, 5-year/100,000km warranty
          All-new Mazda CX-5 – 25% down payment, 1.99% interest, 3-year/60,000km warranty
          Mazda MX-5 – 25% down payment, 2.15% interest, free insurance, 5-year/140,000km warranty

          Every Mazda vehicle comes with the Mazda Premium Insurance, and the offer is provided at all Mazda showrooms. However, customers placing orders at the Motor Expo from today until December 11 will receive an additional coffee machine.

activity:




ข่าวประชาสัมพันธ์ มาเซราติประเทศไทยสยายปีกรุกตลาดพรีเมี่ยมลัคชัวรี่ เผยโฉม “มาเซราติเลอวานเต้ เอส พวงมาลัยขวาครั้งแรกของเอเชีย”









กรุงเทพ – มาเซราติประเทศไทย สยายปีกรุกตลาดพรีเมี่ยมลัคชัวรี่ ล่าสุดเผยโฉมมาเซราติ เลอวานเต้ เอส พวงมาลัยขวาครั้งแรกของเอเชียที่งานมหกรรมยานยนต์ 2017 พร้อมเสริมทัพด้วยยนตรกรรมพรีเมี่ยมลัคชัวรี่อิตาเลียน สปอร์ตลัคชัวรี่เต็มรูปแบบ

ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย ในนามบริษัท ดีไซน์ มอเตอร์เวอร์ค จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย (MGC – ASIA)  เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพในการเป็นผู้นำธุรกิจสินค้าระดับพรีเมี่ยมลัคชัวรี่ เซ็กเมนต์ และรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตนั้น ล่าสุดบริษัทได้นำยนตรกรรม มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S) พวงมาลัยขวาเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเอเชีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 34  (The 34th Thailand International Motor Expo 2017) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็คเมืองทองธานี

“นับตั้งแต่เปิดตัว เลอวานเต้ ในช่วงต้นปี เราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการรับรู้ในแบรนด์ของลูกค้า ปริมาณลูกค้าที่จองรถ และการเยี่ยมชมโชว์รูมที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นบริษัทมั่นใจอย่างยิ่งว่า เลอวานเต้ เอส จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้แผนการเพิ่มยอดจองในปี 2561 เป็น 100% จากปีนี้ และมั่นใจว่าภาพรวมตลาดของรถประเภทนี้ในปีหน้าจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในแต่ละแบรนด์ที่อยู่ในเซ็กเมนต์นี้ ได้มีการทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงปลายปีนี้และในปีหน้า ซึ่งจะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อรถใหม่เพิ่มมากขึ้น บวกกับกำลังซื้อในตลาดยนตรกรรมพรีเมี่ยม ลัคชัวรี่นี้ ที่มีมากขึ้นอีกด้วยเช่นกัน“

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S)  มาพร้อมกับเครื่องยนต์ เบนซิน วี 6 ขนาด 2,979 ซีซี ที่ให้กำลังแรงม้าสูงถึง 430  แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม. ต่อชั่วโมง เพียง 5.2 วินาที ซึ่งจะทำให้ผู้ขับได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากการขับขี่รถยนต์สไตล์ SUV นอกจากเครื่องยนต์สมรรถนะสูงแล้ว รถยนต์มาเซราติมีเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวถังภายนอกได้พัฒนาให้มีความโฉบเฉี่ยว หรูหรา สง่างาม ในมาดสปอร์ตดุดัน ตามแบบฉบับของรถ SUV อันแสดงถึงผลงานการออกแบบรถอเนกประสงค์สไตล์อิตาเลี่ยนอย่างแท้จริง อาทิ กระจังโครเมียมรมดำ ตราสัญลักษณ์อันโดดเด่นของมาเซราติ กรอบไฟหน้าดีไซน์เฉียบคมพร้อมไฟตัดหมอก  ซุ้มล้อหน้าเสริมช่องระบายความร้อน ประตูแบบไร้กรอบ  ดิฟฟิวเซอร์ท้ายที่มาพร้อมกับท่อไอเสียคู่  โลโก้บนเสาหลังคาท้ายรถ ซึ่งมาพร้อมกับการดีไซน์ประตูด้านหลังให้มีขนาดเล็กลงเพิ่มความปราดเปรียว และลดค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทาน (cd) ได้เป็นอย่างดีส่งผลให้ ค่า cd มีเพียง 0.31 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถยนต์ประเภท SUV ทั้งหมดนี้สะท้อนความเป็น "บุคลิกยนตรกรรมรถอเนกประสงค์แบบอิตาเลียนขนานแท้"

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส (Maserati Levante S) ได้ออกแบบโครงสร้างตัวถังโดยพัฒนาแชสซีส์ใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมทำให้มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง สามารถรองรับการขี่ทั้งในรูปแบบออนโรดและออฟโรดได้เป็นอย่างดี พร้อมระบบ "Q4" ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะและรองรับด้วยระบบกันสะเทือนด้วยสปริงถุงลม (Air Suspension) ที่มีมาตรฐานสูง ปรับระดับแบบ 5+1 (Normal, Aero1, Aero2, Off-Road1, Off-Road2 and Easy Entry) ซึ่งสอดประสานการทำงานร่วมกับโช๊คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เหนือระดับด้วยสมรรถนะในการขับขี่อย่างเร้าใจ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบควบคุมแรงบิด Torgue Vectoring     

มาเซราติ เลอวานเต้เอส (Maserati Levante S) มีการออกแบบห้องโดยสารภายในแบบฉบับ Seamless Cabin Concept เน้นการออกแบบห้องโดยสารภายในให้มีความสมมาตร กว้างขวาง สง่างามในทุกมุมมอง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกฟังก์ชั่นการใช้งานด้วย ระบบ Infotainment System รุ่นล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ทั้งระบบ iOS (Apple Carplay) และ Android (Android Auto) สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก  ทำงานร่วมกับ Rotary controller จอทัชสกรีนพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงขนาด 8.4 นิ้ว (Touch screen and Voice control ช่วยให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูง Harman Kardon และเพิ่มความปลอดภัยในทุกการขับขี่

มาเซราติ เลอวานเต้ เอส  (Maserati Levante S) ยังพร้อมสรรพด้วย Safety Feature and Technology อาทิ
•   ระบบช่วยเบรคกรณีเข้าใกล้รถยนต์ด้านหน้าที่เคลื่อนตัวช้า (Adaptive cruise control)
•   ระบบช่วยเตือนกรณีรถเข้าใกล้รถยนต์คันหน้ามากเกินไป (Forward Collision Warning)
•   สัญญาณช่วยเตือนสิ่งที่อยู่ในมุมอัพของสายตา (Blind Spot Alert ) 
•   ระบบช่วยเตือนในการขับขี่ไม่ให้ขับออกนอกช่องจราจรที่ขับอยู่ (Lane Departure Warning)
•   กล้องแสวงภาพรอบทิศทางช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ในพื้นที่ที่จำกัด (Surround View Camera)

ทั้งนี้ มาเซราติเป็นหนึ่งในแบรนด์ภายใต้กลุ่มเอฟซีเอ (FCA Group – Fiat Chrysler Automobiles) ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และเป็นผู้ผลิตรถยนต์หลากหลายแบรนด์ อาทิ มาเซราติ อัลฟา โรมิโอ เฟียต แลนเซีย ไครสเลอร์ จี๊บ ดอดจ์

มาเซราติ ประเทศไทย รับประกันและฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ท่านสามารถทดลองขับมาเซราติ เลอวานเต้ เอส ได้แล้ววันนี้ที่ มาเซราติ ประเทศไทย โชวร์รูม เอ สแควร์  (A Square) สุขุมวิท 26 หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของทางมาเซราติ ประเทศไทย ได้ที่ http://thailand.maserati.com เฟสบุ๊ค Maserati Thailand (@maserati.thailand) หรือ  อินสตาแกรม Maserati Thailand

activity:
ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) เผยโฉมครั้งแรกสะดุดทุกสายตาในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017





          ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) เผยโฉม ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) ครอสส์โอเวอร์เอสยูวีเจนที่ 2 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีซูบารุโกลบอล แพลทฟอร์ม SUBARU GLOBAL PLATFORM (SGP) ผสานสมรรถนะจากขุมพลังเบนซินบ็อกเซอร์สูบนอน (BOXER) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (SYMMETRICAL ALL-WHEEL DRIVE) พร้อมโหมดการขับขี่แบบ X-MODE เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ครั้งแรกในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017
          นายวิชัย ชินณรงค์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า "ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) เป็นรถยนต์รุ่นล่าสุดของซูบารุที่ใช้ SUBARU GLOBAL PLATFORM (SGP) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มที่ถูกพัฒนาใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่ความแข็งแกร่งและความปลอดภัย เมื่อผสานกับรูปลักษณ์การดีไซน์ทั้งภายในและภายนอกที่หรูหราโฉบเฉี่ยวสไตล์ครอสส์โอเวอร์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น จากการพัฒนาสมรรถนะครบทุกด้านในครั้งนี้ จึงมั่นใจได้ว่า ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) จะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย ดังเช่นประเทศอื่นๆ ที่ได้มีการเปิดตัวไปแล้ว"
          ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) สุดยอดความปลอดภัยรอบด้านระดับโลก เพื่อการผจญภัยอันน่าสนุก โดดเด่นด้วยโครงสร้างใหม่ที่สามารถดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้มากขึ้นถึง 40% มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงอีก 5 มม. ตัวโครงสร้างมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 70-100% จึงทำให้ลดการโคลงของ ตัวรถยนต์ (BODY SWAY) เวลาขับขี่ถึง 50 % ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถึง 30% พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด เช่น ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC: VEHICLE DYNAMICS CONTROL SYSTEM) และระบบตรวจจับการหมุนของรถยนต์ (ATV: ACTIVE TORQUE VECTORING) ใช้เซนเซอร์ตรวจสอบตำแหน่งพวงมาลัย เมื่อเกิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G ระบบนี้จะสั่งการเบรกไปยังล้อหน้าที่อยู่ด้านในโค้ง และกระจายแรงบิดหรือ TORQUE สำหรับล้อที่อยู่ด้านนอกโค้งโดยอัตโนมัติ ทำให้ควบคุมการขับขี่ขณะเข้าโค้ง ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ด้านระบบความปลอดภัยก็มั่นใจได้ในความครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัย (SRS-AIRBAG) ทั้งหมด 7 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด สำหรับเบาะหลังและที่นั่งกลาง รวมทั้งติดตั้งระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น กล้องมองหลัง ระบบกันขโมย อิมโมบิไลเซอร์ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ทั้งนี้ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) ยังคงเร้าใจตามแบบฉบับของซูบารุด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (BOXER) บล็อคใหม่ล่าสุด FB20 สมดุลซ้าย/ขวาและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พัฒนาแก้ไขชิ้นส่วนต่างๆ ไปถึงเกือบ 80% ของชิ้นส่วนทั้งหมดในเครื่องยนต์เพื่อลดน้ำหนัก และจ่ายเชื้อเพลิงระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (ไดเรคอินเจคชัน) ขนาด 2.0 ลิตร กำลังอัดเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 12.5:1 (เดิม 10.5:1) กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. (เดิม 150 แรงม้า ที่ 6,200 รตน. แรงบิดสูงสุด 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รตน. (เดิม 4,200 รตน.) ให้กำลังเต็มสมรรถนะด้วยระบบควบคุมวาล์วแบบแอคทีฟ (AVCS: ACTIVE VALVE CONTROL SYSTEM) ทั้งไอดี และไอเสีย พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำให้อัตราเร่งที่ดียิ่งขึ้น
          ในส่วนของระบบส่งถ่ายกำลังแบบอัตราทดต่อเนื่อง (CVT) ใหม่ แบบ 7 สปีด พัฒนาเพิ่มช่วงของอัตรา ทดเกียร์ให้กว้างขึ้นทำให้อัตราเร่งดีขึ้น และประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ปรับปรุงและลดน้ำหนักส่วนเกินลง เพิ่มการตอบสนองรวดเร็ว สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้จากพวงมาลัย เอกสิทธิ์เฉพาะของ SUBARU พัฒนาขึ้นสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตรตลอดเวลา (SYMMETRICAL AWD) ซึ่งการขับเคลื่อนในรูปแบบนี้ ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดีและขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบ X-MODE เป็นตัวช่วยในการควบคุมเครื่องยนต์ ระบบส่งถ่ายกำลังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร เบรค และ อุปกรณ์อื่นๆ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพถนน
          ทั้งนี้ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) ถูกออกแบบให้นั่งสบาย ตัวรถความยาวโดยรวม 4,465 มม. เพิ่มขึ้น 15 มม. ความกว้างโดยรวม 1,800 มม. เพิ่มขึ้น 20 มม. ความสูงโดยรวม 1,615 มม. ความสูงจากพื้นถึงตัวรถมากถึง 220 มม. โดดเด่นด้วยไฟหน้าโคมสีดำ ระบบส่องสว่างแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมหลอด LED เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น กระจังหน้ารูปทรงเหลี่ยมแบบเรขาคณิต มีลวดลายแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง เส้นสายบนฝากระโปรงดุดัน เสริมด้วยไฟตัดหมอกที่กันชนหน้า ตกแต่งด้วยแถบสีดำบริเวณชายกันชน และชายข้างตัวรถที่ลากยาวผ่านซุ้มล้อไปถึงไฟเบรคในกันชนหลัง ไฟท้ายรูปทรงทันสมัย แต่แฝงความแกร่งด้วยเหลี่ยมมุมอันแปลกตาเช่นเดียวกับกันชนหลัง เพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 และเสาอากาศแบบครีบฉลาม เสริมขอบบังโคลน หรือโอเวอร์เฟนเดอร์ พร้อมติดตั้งราวแรคหลังคา (สี SILVER) รวมทั้งล้อแมกลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว สีดำ สีทูโทนที่แสดงถึงความแข็งแกร็งสไตล์เอสยูวี มาพร้อมสีส้มใหม่ สดใส (เข้มกว่า TANGERINE ORANGE)
          สำหรับการออกแบบภายในนั้น ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์สไตล์สปอร์ตที่รวมความเอนกประสงค์ไว้อย่างครบครัน ห้องโดยสารใช้โทนสีดำให้อารมณ์สปอร์ต ตกแต่งด้วยสีเงินบริเวณคอนโซล เกียร์ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อมแพดเดิล ชิฟท์ ติดตั้งระบบสาระบันเทิงที่มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ทำให้รู้สึกถึงความทันสมัย ติดตั้งหน้าจอแสดงผลมัลติฟังก์ชันแบบใหม่ และหน้าจอแสดงผลร่วม แสดงข้อมูลสำคัญสำหรับการใช้งานต่างๆ ระบบมัลติมีเดียครบครันด้วยเครื่องเล่นดีวีดี เอมพี 3 เชื่อมต่อสะดวกด้วยพอร์ท USB AUX HDMI BLUETOOTH NFC พร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ เพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ DUAL-ZONE เบาะคู่หน้าโอบกระชับ นุ่มนั่งสบาย เบาะหลังเก็บในระนาบเดียวกับพื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ห้องโดยสารกว้างขึ้น สะดวกสบายขึ้นเพิ่มความจุด้านท้ายพร้อมแผ่นปิดห้องเก็บสัมภาระ ช่องเก็บของหลายจุดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สะดวกในการใช้งาน สมเป็นรถอเนกประสงค์
          ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี เจน 2 (THE ALL-NEW SUBARU XV)
          ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) มี 6 สีให้เลือก ประกอบด้วย สีขาว, สีเงินเมทัลลิค, สีเทาเข้มเมทัลลิค, สีดำ, สีน้ำเงินเข้ม และสีส้มโทนใหม่ ซันไชน์ ออเรนจ์ รุ่น 2.0i ราคา 1,159,000 บาท และรุ่น 2.0i-P ราคา 1,259,000 บาท

          พิสูจน์ความสปอร์ตที่ผสานที่สุดแห่งสมรรถนะในสไตล์ของ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (THE ALL-NEW SUBARU XV) ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version