happy on March 12, 2017, 06:46:23 PM

“แฮปปี้เฟรช” ลุยลงทุนเพิ่มมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทในปี 2560 ส่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่จากบริษัทใหญ่ ปรับกลยุทธ์แผนการตลาด รุกธุรกิจในไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 500 % ภายในปีนี้ พร้อมมั่นใจลูกค้าในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล สามารถจับจ่ายสะดวกรวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือและเว็บไซต์ของแฮปปี้เฟรช กับสินค้ากว่า 100,000 รายการจากซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำที่ร่วมเป็นพันธมิตร ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อันดับ 1 ของคนกรุงเทพฯ


Benjamin Koellmann

                       มร.เบนจมิน โคลล์แมนน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทและอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของสำนักงานใหญ่ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างปี พ.ศ. 2557 – 2559  กลับเข้าทำงานกับแฮปปี้เฟรชอีกครั้งในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ประเทศไทย ตั้งแต่ต้นปี 2560 เปิดเผยว่า “สำหรับปี 2560 นี้ ได้วางแนวกลยุทธ์หลักเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ของแบรนด์และส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแฮปปี้เฟรช เพื่อตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับกว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับจุดตำแหน่งแบรนด์แฮปปี้เฟรช ให้กลายเป็นเจ้าตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์อันดับหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ภายใต้สโลแกน Bangkok’s #1 online supermarket

                       ในขณะที่ มร. โคลล์แมนน์ ได้ระบุว่าขณะนี้ แฮปปี้เฟรชได้กลายเป็นผู้ครองตลาดในกลุ่มผู้ให้บริการซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ที่ปัจจุบันมีรายการสินค้าบนแพลตฟอร์มจำหน่ายมากที่สุด และบริการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ เขายังได้เปิดเผยต่อไปอีกด้วยว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการขยายธุรกิจอย่างดุดันและได้วางแผนที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่าภายในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2560

                       เพื่อบรรลุเป้าหมาย ทางแฮปปี้เฟรชได้ลงทุนเพิ่มอีกกว่า 200 ล้านบาทในปีนี้ พร้อมทั้งเพิ่มทีมงานจัดส่งสินค้าขึ้นเป็นอีกกว่า 3 เท่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในช่วงกลางเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้ปรับคุณภาพการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าทันเวลาขึ้น มากกว่าจากเดิมถึง 90 %  อีกทั้งบริษัทฯ ยังเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรกับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำใหม่ๆ หลายแห่ง เพื่อเพิ่มปริมาณรายการสินค้า อาทิ จาก เทสโก้ โลตัส ที่นำเสนอรายการสินค้าบนแฮปปี้เฟรช จากเดิม 8,000 รายการ เพิ่มเป็น 20,000 รายการ เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าแฮปปี้เฟรชมีรายการสินค้าที่ให้บริการมากกว่าทางเทสโก้ โลตัส มีบริการผ่านระบบออนไลน์ของตนเองเสียอีก

                       ในปัจจุบันบริษัทแฮปปี้เฟรช ประเทศไทย ได้เข้าเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรกับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่ง อาทิ  Gourmet Market (The Mall Group) Tesco Lotus และ Big C โดยนำเสนอรายการสินค้าจากร้านค้าปลีกของพันธมิตรอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ของสดและของแช่แข็ง พร้อมบริการจัดส่งในวันเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรด้านบริการสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆ ได้แก่ Bei Otto German Delicatessen, Company B, Sunshine Market, Jagota Gourmet Experience, Food Glorious Food, Wine Now และกลุ่มร้านค้าเฉพาะ อีกมากมาย อาทิเช่น สินค้าออร์แกนิก สินค้าอาหารและเครื่องดื่มนำเข้า เป็น

                       [อย่างไรก็ตาม แอพพลิเคชั่นบนมือถือและเว็บไซต์ของแฮปปี้เฟรชนั้นมีให้เลือกใช้บริการได้ทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาไทย ซึ่งแฮปปี้เฟรช ได้ให้บริการกับลูกค้าหลากหลายอาชีพและอายุ โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่บ้านยังสาว กลุ่มคนทำงานวัยหนุ่มสาวที่ไม่มีเวลาว่าง ไปจนถึงลูกค้าชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ โดยลูกค้าส่วนใหญ่นั้นมีอายุอยู่ระหว่าง 25-45 ปี นอกจากนั้นแล้ว แฮปปี้เฟรชมีบริการจัดส่งสินค้ากระจายทั่วพื้นที่ทุกเขตของกรุงเทพฯ และจุดที่เรียกใช้บริการจัดส่งเป็นจำนวนมากที่สุด คงยังเป็นบริเวณใจกลางกรุงเทพฯ อาทิเช่น สุขุมวิท  สีลม สาธร และพื้นที่ข้างเคียง  เป็นต้น/size]

                       มร.เบนจมิน โคลล์แมนน์ กล่าวว่า “แฮปปี้เฟรชมีความได้เปรียบเหนือธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์เจ้าอื่นๆ ในแง่ของรายการสินค้าที่มีให้บริการ คุณภาพสินค้าที่คัดสรรจากหน้าร้านและความรวดเร็วในการจัดส่ง เพราะเราทำงานร่วมกับหุ้นส่วนหลายๆแห่ง เราจึงสามารถนำเสนอรายการสินค้าให้เลือกสรรมากกว่า 100,000 รายการ จากตั้งแต่สินค้าสดและแช่แข็ง อาหารและเครื่องดื่ม อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ขนมขบเคี้ยว ของหวาน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ของใช้ในบ้าน ทุกรายการที่คุณสามารถซื้อหาได้จากหน้าร้านค้าจริงของหุ้นส่วนของเรา คุณก็สามารถซื้อหาสินค้าดังกล่าวได้ผ่านทางแฮปปี้เฟรชด้วยเช่นกัน

                       เรายังมี Personal Shoppers ที่ได้รับการอบรบ ฝึกฝน จนมีความชำนาญเป็นพิเศษในการคัดสรรแต่สินค้าคุณภาพดีที่สุดให้กับลูกค้า กลุ่ม Personal Shoppers ของเราจะต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวด เพื่อมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะสามารถคัดเลือกสินค้าที่สดใหม่และมีคุณภาพดีที่สุด พวกเขายังจะคอยแจ้งให้ลูกค้าทราบกรณีสินค้าตัวไหนที่หมดจากหน้าร้าน และพร้อมกันนั้นก็จะนำเสนอตัวเลือกทดแทนที่เหมาะสมอีกด้วย ด้วยความที่เรามีพนักงานส่งสินค้าของเราเอง จึงสามารถจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้รวดเร็ว สดและใหม่ ภายใน  1 ชั่วโมง หรือตามแต่ลูกค้าจะเลือกและกำหนดเวลาในการจัดส่ง ทั้งภายในวันเดียวกัน ในวันรุ่งขึ้น หรือวันไหนก็ได้ ตามสะดวก โดยสามารถจองวันและเวลาจัดส่งล่วงหน้าได้ถึง 6 วัน”








                       ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของบริษัทแฮปปี้เฟรช ยังได้กล่าวต่อไปอีกด้วยว่า “ในปีนี้กลยุทธ์การตลาดของบริษัทในไทยจะรุกการตลาดมุ่งเน้นการตลาด Performance Marketing และ Content Marketing เป็นหลัก  พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอื่นๆ ควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและการรับรู้ระดับกว้างมากขึ้น ด้านพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ในประเทศไทยนั้นมีโอกาสเติบโตสูงมาก โดยผู้บริโภคสลับเปลี่ยนการซื้อสินค้าจากช่องทางออฟไลน์มาสู่ช่องทางออนไลน์มากกว่าเมื่อก่อน เนื่องจากผู้คนจะเริ่มตระหนักถึงความสะดวกและการประหยัดเวลาในการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เช่นเดียวกันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในทวีปยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกาแม้กระทั่งประเทศจีน ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 10 – 15 %

                       เราคาดหวังว่าจะได้เห็นการเติบโตที่คล้ายกันนี้ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้ว่าในปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดออนไลน์ ของเราจะยังอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม   แต่ถ้าหากว่าพิจารณาศักยภาพในการเติบโตเช่นนี้กับข้อเท็จจริงที่ว่าการใช้จ่ายซื้อสินค้าในภาคครัวเรือน สินค้าประเภทของชำ ร้านค้าปลีก นั้นมีอัตราสูงกว่า การซื้อสินค้าในกลุ่มแฟชั่นหรืออิเล็กทรอนิกส์กว่า 5 เท่า โอกาสทางธุรกิจดังกล่าวจึงค่อนข้างชัดเจน นี้คือความเชื่อมั่นของเราที่กิจการค้าปลีกผ่านระบบออนไลน์นั้นจะยังคงมีการเติบโตอย่างรวดเร็วไปอีกหลายเท่าตัว ที่เราจะได้เห็นพัฒนาการอย่างมหาศาล ในภาคส่วนนี้ อีกในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า   

                       สำหรับปี พ.ศ. 2560 ดูเหมือนว่าทาง แฮปปี้เฟรช จะได้ปรับกลยุทธ์การตลาด และได้เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และได้วางแผนที่จะเปิดตัวแคมเปญการตลาดเพิ่มเติมอีกหลายๆ โครงการ ผ่านทั้งทางช่องทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ โดยช่องทางออฟไลน์นั้นก็รวมถึง การจัดงานกิจกรรมกระตุ้นการขาย การเข้าร่วมหุ้นส่วนกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชื่อดังทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ และรวมถึงการร่วมมือกับเหล่าผู้มีชื่อเสียงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจัดกิจกรรมต่างๆ  พร้อมให้ชาวกรุงเทพ ฯ ได้เห็นและได้ยินเกี่ยวแฮปปี้เฟรชมากยิ่งขึ้นในปีนี้อย่างแน่นอน!” มร. เบนจมิน โคลล์แมนน์ กล่าวสรุป

                       ผลการสำรวจกลุ่มลูกค้าของแฮปปี้เฟรชเผยให้เห็นว่าสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์นั้นมียอดการสั่งซื้อเป็นจำนวนสูงกว่าลูกค้าระบบออฟไลน์ โดยหลักๆ แล้วก็เนื่องมาจากความง่ายและรวดเร็วกว่า รวมถึงความสะดวกสบายของการได้รับสินค้าทุกอย่างจัดส่งให้ถึงประตูบ้านและไม่ต้องแบกกลับมาบ้านเอง ดังนั้นแอพพลิเคชั่น “แฮปปี้เฟรช” จึงไม่มียอดการสั่งซื้อขั้นต่ำ สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่ 100 บาทจนถึง 20,000 บาท หรือสูงกว่านั้น

                       มร. โคลล์แมนน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ลูกค้าช็อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชั่นโดยเฉลี่ยของแฮปปี้เฟรชนั้นอยู่ราวๆ 2,000 บาท โดยมีบางรายการสั่งซื้อสูงถึง 20,000 บาทต่อ 1 ออเดอร์ ก็มี อีกหนึ่งข้อดีของแฮปปี้เฟรชคือการรับประกันคุณภาพของสินค้า หากลูกค้าไม่พอใจกับบริการหรือคุณภาพของสินค้าสามารถคืนสินค้าได้ในทันที ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยประกอบการตัดสินใจหลักสำหรับลูกค้าหน้าใหม่ในการเลือกลองใช้บริการของแฮปปี้เฟรชเป็นครั้งแรก และอีกจุดแข็งของเราคือความเป็นมืออาชีพของพนักงาน personal shoppers และพนักงานจัดส่งสินค้า อ้างจากสถิติการร้องเรียนของลูกค้าก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ไม่ถึง 0.1 เปอร์เซ็นต์จากทุกออเดอร์ ”

                       ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “แฮปปี้เฟรช” ได้แล้ววันนี้ทั้งระบบแอนดรอยด์  ผ่านทาง Google Play Store บนระบบ iOS ผ่านทาง Apple App Store หรือสั่งซื้อสินค้าโดยตรงบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทที่ : https://www.happyfresh.co.th/

ช่องทางติดต่อ “แฮปปี้เฟรช” ประเทศไทย ได้ที่
อินสตาแกรม: HappyFresh_TH
เฟซบุค: HappyFresh TH
ไลน์: @HappyFreshTH
เว็บไซต์: www.happyfresh.co.th


###
« Last Edit: March 12, 2017, 07:20:16 PM by happy »

happy on March 12, 2017, 07:20:32 PM
เกี่ยวกับบริษัท แฮปปี้เฟรช จำกัด

บริษัท แฮปปี้เฟรช เป็นแพลตฟอร์มแรกที่ติบโตได้เร็วที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในด้านการให้บริการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตผ่านระบบแอพพลิเคชั่นมือถือและเว็บไซต์ ซึ่งเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2014 จากกลุ่มดาวเด่นที่มีทักษะทางด้านตลาดอี-คอมเมิร์ซ จากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดเซีย และใช้ประสบการณ์ที่หลากหลายของพวกเขาในการรวมกลุ่มก่อตั้งบริษัท ทั้งยังร่วมกันสร้างการปฏิวัติทางการตลาดด้านร้านขายของชำออนไลน์เป็นครั้งแรกและเป็นที่เดียวในภูมิภาคเอเชีย จึงทำให้แฮปปี้เฟรชได้มีการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไปยังประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซียและไทย และยังมีแผนการขยายการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยคาดว่าจะทำการเปิดตัวในเมืองต่างๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

เกี่ยวกับบริษัท แฮปปี้เฟรช (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท แฮปปี้เฟรช ได้เปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทยในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558  เป็นประเทศอันดับที่ 3 รองจาก อินโดนีเซียและ มาเลเซีย  โดยกว่าปีครึ่งที่ผ่านมา  แฮปปี้เฟรช ประเทศไทยก็สามารถที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับร้านค้าปลีกที่สำคัญหลายแห่งเช่น Gourmet (เดอะมอลล์ กรุ๊ป), เทสโก้โลตัส และบิ๊กซี เป็นต้น เพื่อช่วยลูกค้าได้เลือกสรรและใช้บริการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตและจากร้านค้าปลีกเหล่านี้ พร้อมทั้งบริการจัดส่งที่เร็วที่สุดภายในหนึ่งชั่วโมง นอกจากนั้นแล้ว แฮปปี้เฟรช ยังมีร้านค้าปลีกด้านบริการสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตอื่นๆอีก  ได้แก่ Bei Otto German Delicatessen, Company B, Jagota Gourmet Experience, Sunshine Market และ Wine Now   เป็นต้น

ปัจจุบัน แฮปปี้เฟรช มี Personal Shoppers และพนักงานจัดส่งสินค้ามากกว่า 100 คน  ที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี รอให้คำแนะนำ ใน  ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าทุกๆ จุดในกรุงเทพฯ  และรอบๆ ปริมณฑล พร้อมทั้งทีมงานอีกกว่าประมาณ 30 คน ที่คอยเสริมทัพ อาทิเช่น  ฝ่ายการตลาด ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายบริการลูกค้า ตลอดจนฝ่ายการเงินและทรัพยากรบุคคล เป็นต้น โดยทีมงานทุกคนได้รับการอบรมมาอย่างดีเพื่อให้บริการมากกว่า 15 จุดซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าทั่วทั้งกรุงเทพฯ

การใช้บริการ แฮปปี้เฟรช นั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณเลือกสรรสินค้าที่มีในรายการ กว่า 100, 000 รายการ เราสามารถจัดส่งในชั่วโมงถัดไปได้ทันที หรือลูกค้าสามารถจองเวลาการจัดส่งได้ตามที่เหมาะสมกับตารางเวลาของคุณ ทั้งยังสามารถเลือกซื้อสินค้าเพื่อรอการเตีรยมจัดส่งได้ถึงล่วงหน้ามากกว่า 6 วัน การทำงานของแอพพลิเคชั่นจะจัดส่งรายการสั่งซื้อสินค้าของคุณทั้งหมด ไปยัง Personal Shoppers  ของเราที่ รอให้บริการตามจุดซูเปอร์มาร์เก็ต และหลังจากนั้นสินค้าของคุณจะถูกส่งด้วยรถมอเตอร์ไซด์โดยพนักงานจัดส่งสินค้าที่ได้รับการอบรมและคัดสรรพนักงานที่มีคุณภาพ ส่วนของสินค้าที่ต้องการใช้ความเย็นในการจัดส่งเรามีกล่องเก็บความเย็นที่รับประกันถึงความสดใหม่ ทุกระยะระหว่างการเดินทาง และคุณลูกค้ายังสามารถตรวจสอบการสั่งซื้อและรายการสินค้าของพวกคุณได้และหากไม่พอใจ หรือสินค้าที่ไม่ตรงตามความต้องการ คุณสามารถคืน หรือ ปฏิเสธการรับสินค้า โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  ทั้งสิ้น

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “แฮปปี้เฟรช” ได้แล้ววันนี้ทั้งระบบแอนดรอยด์ และ IOS หรือ สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ www.happyfresh.com  สามารถสั่งสินค้าบนแฮปปี้เฟรช ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยชั่วโมงการจัดส่งนั้นขึ้นอยู่กับช่วงโมงการให้บริการชองร้านค้าพันธมิตรของเรา คือตั้งแต่ช่วงเวลา 10:00-22:00  โดยให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด




HappyFresh to invest over THB 200 million in 2017
Company's new MD aims to grow Thailand business by over 500% this year. Customers in Bangkok can now shop over 100,000 products from more than a dozen partner stores on HappyFresh app & website. HappyFresh is Bangkok's #1 Online Supermarket.



                       Mr. Benjamin Koellmann, who was one of the founders of the company and previously served as Group Chief Operating Officer at the company’s Indonesian headquarters from 2014-2016, recently returned to HappyFresh as Managing Director of the company’s Thai subsidiary, HappyFresh (Thailand) Co., Ltd.

                       For 2017, Mr. Koellmann announced a change in strategy for the company focused primarily on awareness and growth, including a change in branding that will position HappyFresh as Bangkok’s #1 Online Supermarket in consumers’ minds. While Mr. Koellmann noted that HappyFresh is already the dominant multi-store online supermarket platform offering the largest assortment of grocery products and fastest delivery in Bangkok, he also revealed that the company continues to set aggressive growth targets and plans to grow its business more than fivefold by the end of 2017.

                       To achieve these ambitious targets, Mr. Koellmann stated that the company is willing to invest over THB 200 million this year, has already more than tripled its delivery workforce since Mr. Koellmann’s arrival in mid-January, and has brought on-time deliveries to over 90%. The company has also brought on new partners and further expanded the assortment of all of its existing partners, increasing for example its assortment for Tesco from previously 8,000 products to now over 20,000 products, which is even more than are available on Tesco Lotus’ own online offering.

                       HappyFresh Thailand currently partners with several large retailers such as Gourmet Market (The Mall Group), Tesco Lotus, and Big C, offering these retailers’ full in-store assortment, including fresh and frozen products, with same-day delivery. HappyFresh also partners with many specialty stores such as Bei Otto German Delicatessen, Company B, Sunshine Market, Jagota Gourmet Experience, Food Glorious Food, Wine Now, and many other providers of specialty, organic, and imported food & beverage products.

                       HappyFresh’s app and website are available in both English and Thai, and the company serves a wide range of customers across many nationalities, backgrounds, occupations, and ages. However, per Mr. Koellmann, HappyFresh’s major customer groups currently tend to be young mothers, busy professionals, as well as the many expatriates who call Bangkok their home, with the majority of customers being between 25-45 years old. HappyFresh delivers to almost all areas of Greater Bangkok, but a majority of orders tend to generate from the central areas of Sukhumvit, Silom, Sathorn, and surroundings.

                       “HappyFresh has big advantages over other online supermarkets in terms of assortment, quality, and delivery speed. Because we work with multiple partners, we can offer over 100,000 different products across dozens of categories, ranging from fresh & frozen products, to beverages, snack, dry goods, to even household supplies, health & wellness, and beauty & personal care products. If you can buy it at one of our partners offline, you can find it on HappyFresh.








                       We use professionally trained personal shoppers to pick only the best quality products for our customers. These shoppers undergo a rigorous training program teaching them how to pick only the freshest and highest quality products at the store. They will also inform the customer if anything has run out of stock and will suggest suitable replacements. With our in-house delivery fleet, we can deliver customers’ orders extremely fast, fresh, and whenever it best fits their schedules. We can deliver as fast as next hour, or customers can pick any one-hour delivery slot on the same day, next day, or conveniently book it up to 5 days in advance.

                       The company’s Co-Founder and Managing Director also remarked “This year, the company’s marketing strategy in Thailand will focus on performance marketing and content marketing, coupled with various other marketing campaigns and promotions that will increase awareness of our service, improve access to our target customer groups, and boost their recognition of our brand. Online shopping behavior in Thailand has huge growth potential. Customers are rapidly shifting from traditional shopping to online shopping, as they are starting to become aware of online shopping’s convenience and time-saving. Online retail is already making up around 10-15 percent of the total grocery market in some parts of Europe, the US, and even China. We expect a similar development to take place in Thailand and Southeast Asia in general over the next few years, even if today the share is still below 1% in most of our markets. If you consider this growth potential in combination with the fact that household spending on groceries is five times larger than spending on fashion or electronics, the size of this opportunity becomes very clear. We are confident that online retail will continue its rapid growth and we will see tremendous development in our sector over the next 3-5 years.

                       For 2017, HappyFresh prepares to boost all aspects of its marketing activities and plans to launch several marketing campaigns through various online and offline channels, the latter including exciting events around greater Bangkok, partnerships with well-known local and global brands, as well as collaborations with Thai and international celebrities. With all this activity, Bangkok residents will surely see and hear a lot more about HappyFresh this year!”

                       A survey of HappyFresh customers revealed that online shoppers have significantly larger shopping baskets than traditional offline customers, mainly due to the ease and speed of shopping online, as well as the convenience of having everything delivered to your doorstep and not having to carry it home. HappyFresh does not impose a minimum order size, so customers may order as much or as little as they need. However, Mr. Koellmann remarked that HappyFresh’s average transaction value is close to 2,000 baht, with individual orders reaching up to 20,000 baht and more. Another distinctive feature of HappyFresh is the company’s money back guarantee. If customers are not satisfied with the service or the quality of any products delivered by HappyFresh, they will be granted an immediate refund for those products. According to Mr. Koellmann, this money back guarantee is one of the key decision factors for new customers choosing to try HappyFresh for the first time. Mr. Koellmann, however, added that due to the professionalism of HappyFresh’s personal shoppers and delivery fleet, customer complaints are rare and product quality complaints account for less than 0.1% of all orders.

HappyFresh offers its customers payment via credit card or cash-on-delivery, without any additional charges.

Customers can download the HappyFresh mobile app on Android via the Google Play Store, iOS via the Apple App Store, or shop directly on the company’s website at: https://www.happyfresh.co.th/

Connect with HappyFresh (Thailand)
Instagram: HappyFresh_TH,
Facebook: HappyFresh Thailand
Line: @HappyFreshTH
Website: www.happyfresh.co.th


*********

About HappyFresh – Group

HappyFresh is the first and fastest-growing online grocery platform in Southeast Asia.  Founded in 2014, HappyFresh was launched by a team of skilled entrepreneurs, using their extensive experience in building international companies to revolutionize the online grocery market in Asia. Together with an all-star team based in Jakarta, HappyFresh has quickly expanded to Malaysia, Indonesia and Thailand with ambitious growth plans, you can expect to see HappyFresh launching in more Southeast Asian cities in the near future.

About  HappyFresh - Thailand

HappyFresh Thailand was launched in Bangkok in September 2015 as the third country among the HappyFresh Group. Over the past one and a half years, HappyFresh Thailand was able to partner with several major retailers, such as Gourmet Market (The Mall Group), Tesco Lotus, and Big C, enabling these retailers to offer their full assortment online with delivery times as fast as one hour. The company was also able to bring onboard several specialty retailers which offer a wide array of specialty and imported products to HappyFresh customers. These partners currently include Bei Otto German Delicatessen, Company B, Jagota Gourmet Experience, Sunshine Market, Food Glorious Food, Wine Now, and K-Market, but the company is constantly adding new partners to the offering.

Not counting the hundreds of personal shoppers and delivery drivers spread out all across Bangkok, HappyFresh Thailand currently has a team of roughly 30 employees across marketing, operations, business development, customer service, finance, and HR. The company hand-picks its products from about 15 different locations in the city center and delivers them to customers all across Bangkok. It offers delivery as fast as next-hour, or customers can book any one-hour delivery slot that fits their schedule up to six days in advance. Currently all orders are delivered by motorbike in a high-quality, insulated delivery box that guarantees products stay fresh during the journey. Customers have the option to review their order at the door and can, without charge, reject any product that does not meet their expectations.

HappyFresh Thailand is available as an app for both iOS and Android, as well as via web at www.happyfresh.co.th. Orders can be placed 24 hours a day, every day of the year. Delivery hours depend on the partner stores but are generally 10am to 10pm, seven days a week, including holidays.