happy on May 15, 2016, 06:55:45 PM
ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด (อีเอ็มแอล) ประกาศผลประกอบการช่วง 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์

·  รอยัล เอนฟิลด์ ธุรกิจสแตนด์อโลนของไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด (อีเอ็มแอล) มีผลประกอบการในรอบ 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 พุ่งสูงสุดเป็นสถิติใหม่ รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 798.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) 26 เปอร์เซ็นต์ และกำไรหลังหักภาษีอยู่ที่ 155.27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
·  อีเอ็มแอลเตรียมทุ่มเงินลงทุน 90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายธุรกิจรอยัล เอนฟิลด์ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 2560


ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด ประกาศผลประกอบการโดยรวมที่ผ่านการตรวจสอบแล้วประจำไตรมาสที่ห้า และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559  รวมช่วงเวลา 15 เดือน (วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 – วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559)
 
ผลประกอบการในรอบ 15 เดือนของรอยัล เอนฟิลด์ ซึ่งเป็นธุรกิจสแตนด์อโลนของไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด (อีเอ็มแอล) สิ้นสุดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ดรายงานรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 954.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 245.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราส่วนผลกำไร 25.7 เปอร์เซ็นต์ และกำไรหลังหักภาษีที่ 189.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
ในปี พ.ศ. 2558 – 2559 ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ดปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการรายงานผลประกอบการจากปีปฏิทินเป็นปีงบประมาณ ดังนั้น ตัวเลขผลประกอบการของช่วงเวลา 15 เดือน (วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 – 31 มีนาคม พ.ศ. 2559) จึงไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับช่วงปีปฏิทินของปีก่อนหน้า (วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557) เพื่อการนำเสนอตัวเลขที่สามารถเปรียบเทียบได้ในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ เราได้ใช้ข้อมูลจากช่วงเวลา 12 เดือนที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 เทียบกับช่วงเวลา 12 เดือนสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558  สำหรับการใช้ช่วงเวลา 15 เดือนในข่าวนี้จะถูกระบุอย่างเฉพาะเจาะจงทุกครั้ง


ผลประกอบการเฉพาะบริษัทประจำไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 เปรียบเทียบกับผลประกอบการประจำไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 59 เทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 – 58

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นหลักล้านเหรียญสหรัฐฯ ยกเว้นที่ระบุเป็นอัตราอื่น

รอยัล เอนฟิลด์ ซึ่งเป็นธุรกิจสแตนด์อโลนของไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด มีผลประกอบการดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 โดยในไตรมาสนี้ รอยัล เอนฟิลด์จำหน่ายรถจักรยานยนต์ 148,185 คันซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดในหนึ่งไตรมาส และมีอัตราเติบโต 59.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 95,845 คัน ขณะที่ยอดจำหน่ายของรอยัล เอนฟิลด์ประจำปีงบประมาณ (เดือนเมษายน พ.ศ. 2558 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559) อยู่ที่ 508,099 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 53.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งทำได้ 331,169 คัน

มร. สิทธาถะ ลาล กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด กล่าวว่า "รอยัล เอนฟิลด์มีผลประกอบการที่ดีเยี่ยมในไตรมาสสุดท้าย และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการปิดปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2559 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของเราอย่างแท้จริงด้วยการเปิดตัวหิมาลายัน (Himalayan) รถจักรยานยนต์รุ่นแรกของรอยัล เอนฟิลด์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด หิมาลายันเป็นรถจักรยานยนต์เฉพาะทางและมีความอเนกประสงค์ที่ช่วยให้การขับขี่สไตล์ผจญภัย (ทัวริ่งแอดเวนเจอร์)ในอินเดียมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น รถจักรยานยนต์รุ่นนี้ได้เสียงตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากกลุ่มสิงห์นักบิดและลูกค้า พิสูจน์ได้จากยอดจองหิมาลายันที่เราได้รับอย่างถล่มทลาย"
 
"รอยัล เอนฟิลด์เดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงในทุกด้านมาอย่างต่อเนื่อง เราเตรียมลงทุนมูลค่า 91.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างศูนย์เทคนิคขึ้นมาสองแห่งในเขตเลสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ และเมืองเชนไน ประเทศอินเดีย เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและการพัฒนาตลาดให้ครอบคลุมหลายภูมิภาค โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 2560 เราวางแผนผลิตรถจักรยานยนต์ 675,000 คัน ภาพรวมทางธุรกิจเบื้องต้นของเรายังคงแข็งแกร่ง และรอยัล เอนฟิลด์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยขีดความสามารถทางการแข่งขันและการสร้างผลกำไร มุ่งสู่การเป็นผู้นำและการขยายตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางทั่วโลก" มร.ลาลกล่าว


ความโดดเด่นของรอยัล เอนฟิลด์ ระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2558 – มีนาคม พ.ศ. 2559

●          รอยัล เอนฟิลด์ยกระดับความแข็งแกร่งด้านการจำหน่ายปลีกในประเทศอินเดีย ด้วยการเพิ่มศูนย์ผู้จัดจำหน่าย 145 แห่งใหม่ ทำให้มีศูนย์ผู้จัดจำหน่ายมากกว่า 500 แห่งในอินเดีย โดยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของศูนย์ผู้จัดจำหน่ายสะท้อนเอกลักษณ์ของรอยัล เอนฟิลด์แบบเดียวกันทั่วโลก

●         ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 รอยัล เอนฟิลด์ยังเปิดตัวแฟลกชิพ เกียร์ สโตร์ในคานมาร์เก็ต(Khan Market) หนึ่งในพื้นที่ค้าปลีกที่ดีที่สุดของอินเดีย ร้านค้าเกียร์ สโตร์ของรอยัล เอนฟิลด์ขึ้นสู่โลกออนไลน์ (store.royalenfield.com) ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 รอยัล เอนฟิลด์ยังแนะนำรถจักรยานยนต์ลิมิเต็ด เอดิชั่นรุ่นแรกที่ได้แรงบันดาลใจจากทหารผู้ส่งสาร (Despatch Riders) ในช่วงสงครามโลก

●         เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้านการบริการ ปัจจุบัน รอยัล เอนฟิลด์มีช่องซ่อม 4,639 ช่องซ่อมทั่วประเทศ พร้อมกับขยายเพิ่มเติมอีก 1,294 ช่องซ่อมในช่วงปี พ.ศ. 2558 – 59 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการในอินเดีย

●         ด้วยการมุ่งเน้นกลยุทธ์การขับเคลื่อนสู่ระดับสากล รอยัล เอนฟิลด์เปิดบริษัทย่อยที่ทำหน้าที่จัดจำหน่ายโดยตรงในเมืองมิลวอกี ภูมิภาคอเมริกาเหนือ พร้อมกับเปิดเอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์ในเมืองสำคัญทั่วโลก อย่างลอนดอน ปารีส ดูไบ มาดริด โบโกต้า และเมเดยิน รอยัล เอนฟิลด์ยังรุกตลาดรถสองล้อที่ใหญ่ทีสุดในโลกสองแห่ง ด้วยการเปิดเอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์ครั้งแรกในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย และในกรุงเทพฯ

●         ด้วยแนวคิดการนำเสนอรถจักรยานยนต์ขนาดกลางที่น่าตื่นเต้นและบุกเบิกเส้นทางใหม่ รอยัล เอนฟิลด์ได้ครอบครองกิจการแฮร์ริส เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Harris Performance) บริษัทผู้ออกแบบและพัฒนาวิศวกรรมจักรยานยนต์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศอังกฤษเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558

●         การก่อสร้างศูนย์เทคนิคของรอยัล เอนฟิลด์ในเมืองเชนไน รัฐทมิฬนาฑู และในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ศูนย์เทคนิคของอังกฤษจะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 – 60 ขณะที่ศูนย์เทคนิคในเมืองเชนไนจะเปิดดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2560 – 61
 
สำหรับผลประกอบการโดยรวมของไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด ซึ่งรวมถึงวีอีซีวี (VECV) บริษัทร่วมทุนกับวอลโว่ กรุ๊ปในธุรกิจรถเชิงพาณิชย์ คณะกรรมการบริหารของไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ดได้อนุมัติผลประกอบการ 15 เดือนโดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้
 
ผลประกอบการรวมในช่วงเวลา 15 เดือน สิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ดมีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ 2,420.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 307.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สัดส่วนผลกำไร 12.7 เปอร์เซ็นต์ กำไรหลังหักภาษี (PAT) 224 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และกำไรหลังหักภาษีและส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอยู่ที่ 197.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
สำหรับผลประกอบการทางธุรกิจรวมในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ดมีผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,004.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 13 เปอร์เซ็นต์ และรายได้หลังหักภาษี 188.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ



ผลประกอบการรวมประจำไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 เปรียบเทียบกับผลประกอบการประจำไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 และ 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 เทียบกับ 12 เดือนสิ้นสุด 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นหลักล้านเหรียญสหรัฐฯ ยกเว้นที่ระบุเป็นอัตราอื่น

เกี่ยวกับไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด (Eicher Motors Limited –EML)

ไอเคอร์ มอเตอร์ส ลิมิเต็ด (EML) เป็นบริษัทเรือธงของ Eicher Group ผู้ก่อให้เกิดปฏิวัติวงการเกษตรกรรมในประเทศอินเดีย EML ด้วยกาเรปิดตัวรถแทร็คเตอร์เพื่อการเกษตรเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2502    ปัจจุบัน EML เป็นบริษัทผู้นำในตลาดยานยนต์ของอินเดีย EML เป็นเจ้าของธุรกิจรถจักรยานยนต์รอยัล เอนฟิลด์ผู้มีชื่อเสียงและเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมี่ยมของอินเดีย รอยัล เอนฟิลด์ ซึ่งเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์เก่าแก่ที่สุดที่มีการผลิตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในระดับสากลประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และกำลังผันเข้าสู่การเป็นผู้นำในตลาดโลกในส่วนจักรยานยนต์ขนาดกลาง นอกจากนี้ ยังมีบริษัทร่วมทุนระหว่าง EML, Volvo Group และ VE Commercial Vehicles Limited รับออกแบบ ผลิต และทำการตลาดรถบรรทุกและรถโดยสารที่ประหยัดน้ำมัน มีคุณภาพไว้วางใจได้ และกำลังผลักดันให้เกิดการขนส่งโดยสารที่ทันสมัยในประเทศอินเดีย รวมถึงตลาดกำลังพัฒนาอื่นๆอีกหลายแห่ง Eicher Polaris Private Ltd. (EPPL) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง EML และ Polaris Industries Inc. ของอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ได้เปิดตัว Multix ยานพาหนะเอนกประสงค์แบบ 3-in-1 ที่สร้างให้นักธุรกิจอิสระท่านหนึ่งในปี พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ในรอบสิบสองเดือนที่ผ่านมา (ปิดยอดในเดือนธันวาคม 2558) Eicher Motors มีรายได้รวมทั้งสิ้นสูงที่สุดในประวัติการณ์ด้วยยอดรายได้ที่ 119,230 ล้านรูปี (ราว 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.2 หมื่นล้านบาท) และอยู่ใน Bombay Stock Exchange และ National Stock Exchange of India
 
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯได้ที่ www.eichermotors.com