นวัตกรรมยานยนต์ > นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37
activity:
แบบคูเป้ ราคาเริ่มต้นที่ 31.5 ล้านบาท และสไปเดอร์ เริ่มต้นที่ 32.5 ล้านบาท โดยบริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแมคลาเรนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โทร 02-321-1111
รถยนต์รุ่น 650S Spider และ Coupe มีประสิทธิภาพทางเครื่องยนต์ที่เหมือนกัน และใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบรุ่นพิเศษของ McLaren M838T ซึ่งให้กำลัง 650 แรงม้า (641 แรงม้าเพลา) และ แรงบิด 678 นิวตันเมตร (500 ฟุต-ปอนด์) ซึ่งหมายถึงสามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. (62 ไมล์/ชม.) ได้ในเวลาเพียง 3 วินาที และ 0-200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชม.) เพียง 8.6 วินาที โดยช้ากว่ารุ่นติดตั้งแบบ fixed-head เพียง 0.2 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 329 กม./ชม. (204 ไมล์/ชม.) ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยไอเสียจะอยู่ระดับเดียวกับรุ่น 650S Spider คือที่ 24.2 ไมล์ต่อแกลลอน (11.7 ลิตร/100 กม.) ตามอัตราการใช้เชื้อเพลิงรวมหน่วยยูโร และอัตราไอเสียที่ 275 กรัม/กม.
แบรนด์คู่แข่งมักจะไม่นำเสนอยานยนต์สมรรถนะสูงที่มีประสิทธิภาพเท่ากันในรูปแบบรถยนต์เปิดประทุน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากสำหรับระบบเปิดประทุนได้ โดยรถเปิดประทุนเหล่านั้นจะมีน้ำหนักมากกว่าและมีความแข็งเกร็งต่อแรงบิดต่ำกว่า ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการควบคุมและการขับขี่
ทว่า ด้วยการใช้โครงรถที่เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แบบ MonoCell ซึ่งเป็นหัวใจของรุ่นแมคลาเรน 650S จึงไม่จำเป็นต้องมีการเสริมความทนทานหรือเพิ่มความแข็งแรงในตัวฝาปิดด้านบนแต่อย่างใด ทั้งยังทำให้ยานยนต์ 650S Spider มีความสามารถในการควบคุมและการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและมีรูปทรงเป็นแนวเส้นตรงอันสง่างาม โดยยานยนต์ 650S Spider มีน้ำหนักรวม 1,370 กก. (ขณะไม่เติมเชื้อเพลิง) และเพิ่มขึ้นเพียง 40 กก. เมื่อเป็นแบบรถคูเป้ ซึ่งเกิดจากการเพิ่มชิ้นส่วนหลังคาแข็งแบบพับและกลไกส่วนหลังคา หากก็ยังถือว่ามีน้ำหนักที่เบากว่ารถยนต์รุ่นอื่นในคลาสเดียวกัน
หลังคาแข็งแบบพับสองชิ้นสามารถปรับขึ้นและลงได้ภายในเวลา 17 วินาที โดยปรับได้ทั้งในขณะหยุดนิ่งและขณะรถเคลื่อนด้วยความเร็วสูงถึง 30 กม./ชม. (19 ไมล์/ชม.)
ยานยนต์ 650S Spider ยังใช้กระจกหน้าต่างหลังแบบฉนวนเหมือนกับรุ่น 12C Spider ซึ่งทำงานแยกส่วนกับหลังคารถ โดยเมื่อปิดหลังคาลง กระจกหน้าต่างหลังจะทำหน้าที่เป็นตัวเบี่ยงลมเพื่อป้องกันแรงกระแทกกับห้องโดยสาร ส่วนเมื่อเปิดหลังคา สามารถปรับหน้าต่างกระจกหลังลงได้เพื่อเพิ่มเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์และสร้างอรรถรสในการขับขี่แก่ห้องโดยสาร โดยเฉพาะการเปิดเพียงครึ่งเดียวเพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ของการขับขี่ท่ามกลางสายฝน เมื่อพับหลังคาลง แผ่นหลังคาจะถูกเก็บในแผงคลุมที่มีสีเดียวกับตัวรถโดยทำงานร่วมกับโครงค้ำคู่ด้านหลัง เมื่อยกหลังคาขึ้น พื้นที่ว่างใต้แผงคลุมยังสามารถปรับใช้เป็นพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมได้
นอกเหนือจากสมรรถนะระดับรถแข่งที่เปิดประทุนได้ ยานยนต์รุ่น 650S Coupe และ 650 Spider ยังตกแต่งด้วยวัสดุหรูหราคุณภาพเยี่ยม โดยตัวเบรกของรุ่น 650S ใช้วัสดุแบบคาร์บอนเซรามิกคู่กับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาที่หุ้มด้วยยาง Pirelli P Zero Corsa นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบนำทางของ IRIS และระบบโทรศัพท์ผ่านสัญญาณบลูทูธ วิทยุระบบดิจิตัล DAB ในยุโรป (วิทยุดาวเทียม SIRIUS ในอเมริกาเหนือ) ระบบเชื่อมต่อออนไลน์แบบไร้สาย โดยติดตั้งระบบเครื่องเสียงและการสั่งงานด้วยเสียงเป็นมาตรฐานในรถยนต์ทุกรุ่น ส่วนห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยผ้าอัลแคนทาร่า (Alcantara) ทั้งหมด
activity:
Coupe starting at 31.5 million baht and spider starting at 32.5 million baht By Niche Cars Group, the sole authorised dealer for McLaren in Thailand , Tel. 02-321-1111.
The McLaren 650S Spider is mechanically identical to the 650S Coupe and is fitted with the unique McLaren M838T twin turbo V8 engine, producing 650PS (641 bhp) and 678 Nm (500 lb ft). This means a 0-100 km/h (62 mph) sprint of 3.0 seconds, identical to the Coupe, and 200 km/h (124 mph) is reached in 8.6 seconds, only 0.2 seconds shy of the fixed-head model. Maximum speed is 329 km/h mph (204 mph). Fuel consumption and emissions remain the same for the 650S Spider, returning 24.2 mpg (11.7 l/100km) on the EU combined cycle and 275 g/km.
Most competitors do not offer high performance iterations as convertibles due to the compromises that invariably plague open-roof cars. These models will be heavier and have substantially less torsional rigidity, to the detriment of handling and ride.
The carbon fibre MonoCell chassis at the heart of the McLaren 650S requires no additional strengthening or reinforcing in open-top guise, and gives the 650S Spider identical handling and ride, and virtually identical straight-line performance figures. The overall weight of the 650S Spider is 1,370 kg (dry), an increase of only 40 kg over the Coupe, with this additional mass coming from the Retractable Hard Top and roof mechanism, and is less than any other car in its class.
The two-piece Retractable Hard Top can be automatically raised or lower in less than 17 seconds, and can be activated while stationary or at any speed up to 30km/h (19mph).
As with the 12C Spider, the 650S Spider uses a heated glass rear window, operating independently of the roof. With the roof down, the rear window acts as a wind deflector, reducing cabin buffeting. Roof up, the rear screen can be lowered to allow more engine noise – and driving drama – into the cabin, and for a semi-open top driving experience even when it is raining. When down, the roof is stowed beneath a body-coloured hard tonneau cover incorporated in the twin rear buttresses. With the roof raised, the area beneath the tonneau cover can be used as additional luggage space.
Rather than being a stripped out road racer, the 650S Coupe and 650 Spider models are fitted with a high level of luxury equipment as standard. Carbon ceramic brakes sit behind unique '650' lightweight alloy wheels shod with Pirelli P Zero™ Corsa tyres, IRIS satellite navigation with Bluetooth telephony, DAB digital radio in Europe (SIRIUS satellite radio in North America), wireless tethering, audio streaming and voice control are all fitted as standard, and the cabin is fully trimmed in Alcantara.
activity:
Motor show 2016 คาวาซากิได้จัดแสดงรถจักรยานยนต์โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายตามธีมของงาน
คาวาซากิได้จัดแสดงรถจักรยานยนต์โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายตามธีมของงาน พร้อมทั้งถ่ายทอดความสนุกสนานจากการใช้งานรถจักรยานยนต์ประเภทต่างๆ โดยแบ่งตามโซนดังนี้
Ninja Zone
Kawasaki Ninja ZX-10R 10R ผู้นำรถจักรยานยนต์สไตล์ Super Sports จัดแสดงในรูปแบบของ "Pit Box Concept" ที่ให้ภาพลักษณ์ของ Kawasaki Racing Team Ninja ZX-10R เครื่องจักรสายพันธุ์แชมป์เปี่ยมไปด้วยสุดยอดสมรรถนะและสามารถควบคุมได้ง่ายขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ดีกรีแชมป์ในรายการ "FIM Superbike Championship 2015" ซึ่งภาพเหล่านี้ยังตราตรึงในความทรงจำของเราทุกคน Ninja ZX10-R แสดงให้เราเห็นถึงศักยภาพจากการคว้าชัยอย่างสมบูรณ์แบบที่สนามบุรีรัมย์
ในปีนี้คาวาซากิส่ง 2 นักบิดไทย เอกชัย เซี่ยงหว่อง และ เบญจมินไทย ฟอร์ต ลงทำการสู้ศึกในรายการ "Thailand Championship ปี 2016" ในรุ่น Super Bike (SB1) และในรุ่น Super Stock (ST1) นอกจากนี้แล้วคาวาซากิยังได้จัดนำรถ Ninja 300 Champion Machine จากรายการ "Kawasaki Road Racing Championship" มาจัดแสดงให้ทุกท่านได้รับชมกัน และเพิ่มการแข่งขันรุ่น Ninja ZX10R บรรจุอยู่ในโปรแกรมการแข่งขันของ Kawasaki Road racing Championship และมีการจัด Fun Ride Circuitสำหรับนักแข่งมือใหม่อีกด้วย
Z zone
"Z style" เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างหลักปรัชญาที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและวัฒนธรรมสมัยใหม่
"Z" คือตัวตนของคาวาซากิ ประวัติศาสตร์ของ Z มีมายาวนานมากกว่าตระกูลนินจา หากเรากล่าวถึงตระกูล Z เราคงจะต้องย้อนอดีตไปถึงโมเดลในตำนานอย่าง "Z1" ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่ทำความเร็วได้สูงสุดในยุคสมัยนั้นด้วยเครื่องยนต์ 900cc 4 สูบ Double overhead camshaft ในรูปโฉมสุดเท่ห์ "Z" เป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายในอักษรภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง "ความเป็นที่สุด" และหมายเลข 1เป็นตัวเลขตัวแรก ดังนั้น "Z1" เป็นโมเดลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก ณ เวลานั้นอย่างแท้จริง และทำให้ผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยรู้สึกภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รุ่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ปรากฏการณ์นี้กลายมาเป็นหลักปรัชญาและถูกถ่ายทอดลงมารุ่นสู่รุ่นจนมาถึง รุ่น Z1000 ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามหลัก "ปรัชญา ซุโกมิ" ที่คุณคาวาคามิกล่าวถึงเมื่อซักครู่ และคำว่า "Super Naked" นั้นถูกสรรสร้างขึ้นมาเพื่อ Z1000
รถในตระกูล Z ไม่ได้มีเพียง Z1000 เท่านั้น ด้วยความหลากหลายของรถตระกูล Z จึงทำให้มีกลุ่มผู้ใช้งาน Z ที่หลากหลายในประเทศไทย ความสนุกสนานที่ได้รับจากรถตระกูล Z นั้นแตกกันไปตามลักษณะของผู้ใช้งานแต่ละคน อย่างไรก็ตามเราสามารถเห็นถึงจุดร่วมที่เหมือนกันของผู้ใช้งาน Z นั่นก็คือความพึงพอใจและความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของรถตระกูล Z และผู้ใช้งาน Z แต่ละคนได้สร้างวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า "Z style" ขึ้นมาเป็นเรื่องยากหากเราจะอธิบายด้วยคำพูด ประโยค หรือ รูปภาพ ดังนั้นทางเราจะขอแนะนำตัวตนของ "Z Style" ผ่าน "Z photo contest" กิจกรรมใหม่ของเรา
Versys และ KLX Zone
สำหรับโซน Versys และ KLX ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ความท้าทายและความสนุกสนานในการขับขี่ พื้นที่นี้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการท่องเที่ยวในสถานที่ที่แปลกใหม่ แตกต่าง และน่าสนใจ พร้อมทั้งผจญภัยไปกับรถจักรยานยนต์สไตล์ Off-Road และ Touring พร้อมที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกเส้นทาง (ในชีวิตจริง) ผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ทุกท่านต่างรู้ถึงความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวและเดินทางไปยังที่ต่างๆ ด้วยรถจักรยานยนต์ ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์อยู่มากมาย คาวาซากิจึงมีความประสงค์ที่จะรวบรวมประสบการณ์การเดินทางของทุกท่านและนำเสนอสิ่งเหล่านั้นผ่านทางกิจกรรม Kawasaki Thailand Discovery
การแข่งขัน Off Road เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเร้าใจสำหรับคนรักรถจักรยานยนต์ คาวาซากิจะจัดการแข่งขัน Off Road Endurance ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพื่อมอบความสนุกสนานให้กับนักแข่งที่มาเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งนักแข่งมากประสบการณ์รวมไปถึงนักแข่งมือใหม่ด้วยเช่นกัน
คาวาซากิยังมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอยู่อีกมากมาย เราจะมีการจัดแสดงรถที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำของคาวาซากิ เช่น Super charged machine "Ninja H2" รถรุ่นที่มีซีซีสูงที่สุด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรา "1400GTR" "Ninja ZX-14R" และ WSBK 2015 champion machine "Ninja ZX10R" ถูกนำมาจัดแสดง ณ ที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน
เราขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมชมรถจักรยานยนต์คาวาซากิที่บูธคาวาซากิในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 37 ซึ่งถูกจัดขึ้นที่เมืองทองธานีในวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ทุกท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของคาวาซากิได้ที่เว็บไซต์ www.kawasaki.co.th หรือ www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand
activity:
Motor show 2016 Kawasaki divides a booth into four according to a theme in order to meet a variety of needs.
Kawasaki divides a booth into four according to a theme in order to meet a variety of needs. We are going to introduce our model together with the way of fun by each different category.
First above Ninja zone…
Please feel Kawasaki racing world in this zone. The leading Super Sports Ninja ZX10R presented in the form of "Pit Box Concept" , similar to Kawasaki Racing Team… Ninja ZX-10R Champion Machine, which has high performance and can be controlled easily while riding at high speed…It has a degree as the owner of a throne of champion from the race "FIM Superbike Championship 2015". It is still fresh in our mind, Ninja ZX 10R proved its potential with perfect victory in Buriram
In this year, Kawasaki sends its 2 Thai riders, Mr. Aekachai Siangwong and Mr. Benjaminthai Fort, to fight in "Thailand Championship 2016" with the motorcycles model Super Bike (SB1) and Super Stock (ST1), too. Besides that, Kawasaki also brings its Ninja 300 Champion Machine from the race "Kawasaki Road Racing Championship". This year's program of Kawasaki Road racing Championship we will have new class for Ninja ZX10R. And for non experienced riders we will conduct a Fun ride in circuit.
Next is in Z zone.
Here we will coordinate a legend philosophy and a new culture "Z style".
"Z" is an identity of Kawasaki itself. A history of Z brand is older than Ninja brand. When we are talking about Z brand, we have to get in touch to a legend model "Z1". Z1, it was a fastest motorcycle at that era with 900cc 4sylinder engine in the extremely beautiful form. "Z" is a last character in alphabet and means "Ultimate", 1 is first number, literally "Z1" was a best model in the world. And a lot of riders were proudly being owner of this world best model.Z1 These phenomenon turned into a philosophy and it has been passed down to later generations our current model Z1000 having "Sugomi philosophy" as what Mr. Kawakami stated earlier. And the word of "Super Naked" was created for Z1000.
The model has been called Z are not only Z1000. With a variety of Z models, there are varieties of Z riders are being in Thailand. The joyful with Z model are individually different by each own color. However what we can see in common is Z riders satisfied proudly being owner of Z models. And each Z riders are creating new culture that we called "Z style". It is not easy to illustrate by a word, sentence or images. So we are going to introduce these individual "Z style" through our new activity Z photo contest.
For Versys & KLX Zone…to open up the experience of challenging and fun ridding…the area is provided for the new, unique and interesting touring & adventure with off-road and touring style motorcycles. We are ready to provide you the new experience and response to all journeys in real.
Every rider knows how fun touring and journey by motorcycle. And there are a lot of amazing natural resources in Thailand. Kawasaki would like to gather your experience of journey and introduce it through the activity of Kawasaki Thailand Discovery.
And off road race is another excitement event for motorcycle lovers. Kawasaki will organize off road endurance race which is popular in the world and a joyful for not only experienced riders but for beginners.
Let's enjoy an extra ordinal experience through off road run.
Kawasaki still has many outstanding products, we also displayed the models which contained Kawasaki's advanced technology such like Super charged machine "Ninja H2", highest displacement model among our motorcycle, "1400GTR", "Ninja ZX-14R", and again 2015 WSBK champion machine "Ninja ZX10R" is displayed here too.
May we invite you to see Kawasaki motorcycles…the leading technological machines…here at Kawasaki booth at the 37th Bangkok International Motor Show held at Muanthong Thani from 23 March – 3 April 2016. You may also follow our news and Kawasaki activities at www.kawasaki.co.th or www.facebook.com/KawasakiMotorsThailand
activity:
เดินหน้าเต็มกำลัง!!GPX Racing ขนทัพรถสัญชาติไทย สู่ งาน Motor Show 2016
เริ่มแล้ว!! กับงาน The 37th Bangkok International Motor Show หรืองานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ งานนี้ค่ายรถของคนไทยอย่าง GPX Racing ก็ไม่พลาด ขนทัพรถสุดโดนใจมาอวดโฉมให้ผู้เข้าชมภายในงานได้หลงใหลกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น เร้าใจกันอีกเช่นเคย ตื่นตาตื่นใจกันไปตั้งแต่ดีไซน์บูทที่อลังการกว่าทุกงานที่ผ่านมา เผยภาพลักษณ์ใหม่สุดร้อนแรง กับสีแดง-ดำ ประจำแบรนด์ GPX Racing
สร้างความเซอร์ไพรส์กับงานเปิดบูทสุดตื่นตา ในวันงานรอบสื่อมวลชนที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมานี้ ที่ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการยานยนต์ตบเท้าเข้าร่วมงาน แถมยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถ อย่าง อุ้ม - ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษ โดยมี ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินงานในครั้งนี้ด้วย
ทำเอาได้รับเสียงฮือฮาไปกับการเปิดตัว รถ New Model ในรหัส รุ่น "Legend 150" ซึ่งหลังจากที่ GPX Racing
ได้ทำการเปิดตัวรถคลาสสิคในสไตล์คาเฟ่ เรเซอร์ อย่างเจ้า Legend พิกัด 200 ซีซี กันไปแล้ว จนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม งานนี้ขอส่งอีกหนึ่งรุ่นตามกันมาติดๆ ในรหัสรุ่น Legend 150 ซีซี ที่มาในสไตล์แทรคเกอร์สุดเร้าใจ ไม่แพ้รุ่นก่อน เรียกได้ว่าเป็นกำไรของผู้บริโภคที่มีตัวเลือกเพิ่มเข้ามาให้ได้เลือกสรร กับราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเจ้า Legend ทั้งสองรุ่น ที่บอกเลยว่า เห็นแล้วถึงกับต้องร้องว้าว! สนนราคารุ่น Legend 200 ซีซี ที่ราคา 67,500 บาท และ รุ่น Legend 150 ซีซี ที่ราคา 55,800 บาท เท่านั้น!
สุดเซอร์ไพรส์!!! กับการเปิดตัวรถ New Concept ในรหัส "Demon Scrambler" กับไอเดียการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Demon รถสุดฮิตประจำค่าย GPX Racing ที่งานนี้ทางค่ายขอจับมือกับดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลีในการออกแบบผลงานชิ้นนี้ และถูกสานต่อผลงาน เข้าสู่กระบวนการผลิตโดยคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ เริ่มจากการสเก็ตภาพ , การขึ้น Clay หรือขึ้นแบบจำลองดินน้ำมัน , การทำภาพจำลอง 3D ตลอดจนกระบวนการทำ CNC จนได้ออกมาเป็นรถ New Concept ในรหัส Demon Scrambler อย่างที่เราได้เห็นกันอยู่นี้เอง งานนี้ทางค่ายเผยว่าเจ้า Demon Scrambler นี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของคนไทยอย่างพวกเรา! แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการผลิตออกมาจำหน่ายในอนาคตหรือไม่
และนอกจากรุ่นที่ได้ทำการเปิดตัวใหม่กันแล้ว ยังขนทัพรถสุดเท่จากทางค่ายมาให้ได้ยลโฉมกันอีกมากมาย ทั้งรุ่น Legend 200 , Demon 125 และ CR5 200 ที่งานนี้ขนกันมาทั้งแบบฉบับดั้งเดิมและตัวแต่งจัดเต็มจากหลากหลายสำนักแต่งชื่อดัง อาทิ ZEUS, BoranClassic, Maker Bike Titanium, Murazaki Shop, 55Bike, LMC Racing และ MDF
แล้วมาสัมผัสรูปโฉมสุดโดนใจกับมอเตอร์ไซค์สัญชาติไทยสุดเท่ พร้อมรับข้อเสนอเด็ดๆ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษกันได้แล้ววันนี้! ถึง วันที่ 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพค เมืองทองธานี ที่บูท GPX Racing รหัสบูท C5 นะจ๊ะ! แล้วเจอกัน!
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version