นวัตกรรมยานยนต์ > นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

<< < (2/25) > >>

activity:
ค่ายรถคนไทย GPX Racing พร้อมเคลื่อนทัพ สู่งานมอเตอร์โชว์ 2016







          เตรียมพบกับขบวนทัพรถคนไทยสุดเร้าใจ จากค่าย GPX Racing ได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 2016 (The 37th Bangkok International Motor Show) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพค เมืองทองธานี แล้วพบกันที่บูท GPX Racing รหัสบูท C05 นะจ๊ะ!

ติดตามความเคลื่อนไหวของ GPX Racing ได้ที่...
www.gpxthailand.com
www.facebook.com/gpxracingthailan

activity:
นิสสัน รุกสร้างความเร้าใจต่อเนื่อง เปิดตัว แบรนด์ “นิสโม” ในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37ส่ง “อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ” ลุยตลาดเป็นรุ่นแรก พร้อมสะท้อนความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย เต็มอารมณ์สปอร์ต ในทุกเซกเมนต์









          บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกต่อเนื่อง เปิดตัวแบรนด์ "นิสโม" ขีดสุดของความเหนือชั้น (Ultimate Essence) ในงาน บางกอก อินเตอร์ เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 เริ่มจาก "อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ" และ "อัลเมรา นิสโม แอโร แพคเกจ" เตรียมยกทัพรถยนต์นิสสันยอดนิยม เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตในงานทุกเซกเมนต์ พร้อมแนะนำ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ ใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ยังนำ นิสสัน "จีที-อาร์ นิสโม" สุดยอดซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ที่คว้าชัยชนะมาแล้วหลายสนาม มาสร้างความคึกคัก รวมถึงอัดแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษ ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของนิสสันได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอที่หลากหลาย ทั้งนี้ คาดว่า นิสสันจะมีส่วนแบ่งการตลาดจากยอดจองในงานประมาณ 10%

          มร. คะซุทากะ นัมบุ ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปีนี้ นิสสันจะได้เพิ่มเสน่ห์ ความเร้าใจ ความแตกต่าง และความคึกคักให้กับแบรนด์ และบูธนิสสัน ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ "นิสโม" (NISMO) ครั้งแรกในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมแนะนำรถยนต์นิสโม รุ่นแรก คือ อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ (Almera Nismo Performance Package ) และ อัลเมรา นิสโม แอโร แพคเกจ (Almera Nismo Aero Package )

          "มั่นใจว่าความสำเร็จของแบรนด์ นิสโม ซึ่งสะท้อน ขีดสุดของความเหนือชั้น (Ultimate Essence) อย่างแท้จริงของแบรนด์นิสสัน ในการสรรค์สร้างนวัตกรรมยานยนต์ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์นิสสันในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี และจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง โดยเฉพาะความโดดเด่นของนิสโม อันเป็นผลมาจากการผสานประสบการณ์และ สุดยอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาพัฒนาสมรรถนะรถยนต์ของนิสสันให้มีความเหนือชั้น สร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ และมีความเร้าใจ สนุกสนาน ทั้งนี้จากการติดตั้งชุดแต่งแอโร แพคเกจ รอบคัน และสมรรถนะจากเพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ ที่เติมอารมณ์สปอร์ต ที่ทำให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น จะทำให้ผู้ขับขี่รับรู้ได้ถึงความแตกต่างในทันทีที่ได้เข้าไปนั่งควบคุมอยู่หลังพวงมาลัย"

          "นิสสัน อัลเมรา" ครองใจลูกค้าชาวไทยมายาวนานในฐานะอีโคคาร์ซีดานอันดับ1 ที่ประสบความสำเร็จในตลาดอย่างมาก ด้วยยอดขายสะสมปัจจุบันรวมกว่า 130,000 คัน

          ในรายละเอียดนั้น อัลเมรา นิสโม แอโร แพคเกจ ติดตั้งรอบคันด้วยชุดแต่งนิสโม แอโรคิท ที่ถ่ายทอดมาจาก ดีเอ็นเอ และเทคโนโลยีการแข่งรถของนิสโม ให้ผลต่อการควบคุม การทรงตัว และการขับขี่ที่ดีขึ้น เนื่องจากแอโรคิท จะช่วยจัดการกับการไหลของอากาศภายนอก ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดแรงยก ทำให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น

          ชุดนิสโม แอโร แพคเกจ ยังช่วยสร้างสมดุลของตัวรถระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง จากการปรับให้มีแรงกดในแต่ละด้านที่เหมาะสม มีการถ่ายน้ำหนักลงสู่พื้นถนนในสัดส่วนที่เท่าๆกันเพิ่มมากขึ้นระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่มั่นใจได้เพิ่มขึ้น

          โดย แอโร แพคเกจ ของอัลเมรา นิสโม มาพร้อมกับรูปแบบและสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิสโม เติมเต็มความสวยงามและเชื่อมโยงอารมณ์สปอร์ตเต็มขั้นของนิสโมจากชุดแต่งทั้งคันให้กลมกลืน อันประกอบด้วย
          · สเกิร์ตหน้า สีเทาแดง ติดตั้งอยู่ใต้กระจังหน้า พร้อมโลโก้ นิสโม
          · สเกิร์ตด้านข้างสีเทาแดง ติดตั้งที่ชายล่างด้านข้างตัวรถ
          · สเกิร์ตหลังด้านล่าง สีเทา แดงพร้อมโลโก้ นิสโม ติดตั้งบริเวณใต้กันชนหลัง
          · สปอยเลอร์หลัง ติดตั้งบนฝากระโปรงท้ายสีเทา
          · แถบสีแดงบนฝาครอบกระจกมองข้าง

          สำหรับ อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ (Nismo Performance Package) มาพร้อมกับช่วงล่างพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี โดยปรับค่าสปริง และช็อคแอบซอร์เบอร์ ให้เหมาะสม และลดความสูงสำหรับด้านหน้า ด้านหลัง ทำให้ช่วยลดแรงต้านและแรงยกของลมที่จะมีผลต่อตัวถัง นอกจากนี้ยังเปลี่ยนขนาดล้อและยางใหม่ โดยใช้ล้ออัลลอย 16 นิ้ว เพิ่มขนาดยางจาก 185/65 R15 เป็น 205/50 R16 ช่วยให้มีหน้าสัมผัสเพิ่มและการยึดเกาะถนนดีขึ้น โดยสิ่งที่ได้จากการปรับเปลี่ยนช่วงล่าง ล้อ และยางใหม่ คือประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนดีขึ้นในทุกความเร็ว มีความแม่นยำในการควบคุม ซึ่งมีประโยชน์มากกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องมีการเปลี่ยนช่องทางจราจรไปมาบ่อยครั้ง รวมถึงการเดินทางที่ใช้ความเร็วสูง

          อัลเมรา นิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ ได้รับการปรับเปลี่ยนท่อไอเสียใหม่ ทั้งด้านการออกแบบภายในให้การไหลเวียนของไอเสียแบบ S-Flow ทำให้ได้เสียงที่สปอร์ต ดุดัน ชัดเจนทุกครั้งที่กดคันเร่งลงไป ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือจังหวะเร่งแซงก็ตาม เสริมความเร้าใจตลอดการขับขี่ และมีการปรับวัสดุที่นำมาใช้เป็น สเตนเลส สตีล ที่เงางาม ดูสวยหรูโฉบเฉี่ยว พร้อมกับปั๊มโลโก้ นิสโม เพื่อยืนยันคุณภาพ

          ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ นิสสัน จัดแสดงยนตรกรรมล้ำสมัย ภายใต้คอนเซปต์ Innovation that Excites โดยนายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เพื่อฉลองการเปิดตัวแบรนด์นิสโมอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ จะนำ นิสสัน "จีที-อาร์ นิสโม"ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ที่สร้างชื่อเสียงในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลกมาแล้วหลายรายการ โดยเฉพาะ "ซุปเปอร์ จีที" มาร่วมจัดแสดงด้วย

          นอกจากนี้ นิสสันยังนำเสนออีก 5 รุ่นยอดนิยม มาสร้างความเร้าใจ ในงาน คือ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ สปอร์ตครอสโอเวอร์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองของผู้ขับขี่ได้อย่างดี โดยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้ามีความสุข สนุกสนานในการเลือกจับคู่ระหว่างสีภายนอกและสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน ขณะที่ในกลุ่มซีดาน นิสสันภูมิใจนำเสนอ นิสสัน ซิลฟี ดีไอจี เทอร์โบ สปอร์ตซีดาน ที่หรู แรงเกินตัว ด้วยพลังที่แรงที่สุดในคลาส ถึง 190 แรงม้า เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร

          ส่วนในกลุ่ม SUV นำเสนอ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีคลัทช์คู่อัจฉริยะ (Intelligence Dual Clutch system) และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงหลังจากเปิดตัวเข้าสู่ตลาดไม่นาน ด้านกลุ่มรถกระบะ นำเสนอ นิสสัน นาวารา รุ่นสปอร์ตเทค (Sportech) กระบะพันธุ์แกร่ง ที่มีความเท่ล้ำสมัย มีดีไซน์ที่โดดเด่น ส่วนกลุ่มอีโคคาร์ นำเสนอ นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์ยอดนิยมกับออพชันที่เพิ่มเครื่องเล่น DVD ขึ้นเพื่อเสริมความคุ้มค่า ทั้งนี้ นิสสัน คาดว่าจะได้ส่วนแบ่งการตลาดจากยอดจองในงานประมาณ 10%

          ด้านการส่งเสริมการขาย ในงานมอเตอร์โชว์ นิสสัน ได้จัดโปรโมชั่นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกหลากหลายในแต่ละรุ่น เช่น ดาวน์ต่ำ 5% หรือ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ซึ่งผู้ที่สนใจยนตรกรรมจากนิสสันทุกรุ่น ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการทุกแห่ง สำหรับนิสสันอัลเมรา นิสโม ทั้ง แอโร แพคเกจ และ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพคเกจ สามารถติดต่อที่ ผู้จำหน่ายนิสโม เพอร์ฟอร์แมนซ์ อย่างเป็นทางการ (Nismo Certified Dealer) หรือไปชมและลองขับรถจริงได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center หมายเลข 02 401 9600 หรือ www.nissan.co.th

activity:
นิชคาร์นำขบวนซุปเปอร์คาร์ร่วมงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 แลมโบร์กินี ฮูราแคน LP610-4 แมคลาเรน 570S





          บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์และสปอร์ตคาร์ในประเทศไทย และตัวแทนจำหน่ายแลมโบร์กินี และแมคลาเรนอย่างเป็นทางการ เพียงรายเดียวในประเทศไทย ส่งซุปเปอร์คาร์สุดหรูตัวท้อปร่วมอวดโฉม ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 อาทิ กระทิงดุ แลมโบร์กินี ฮูราแคน LP610-4 ราคาเริ่มต้น 24.8 ล้านบาท สำหรับแบบสไปเดอร์ ราคาเริ่มต้น 26.8 ล้านบาท และแลมโบร์กินี อเวนทาดอร์ LP700-4 แบบคูเป้ราคาเริ่มต้น 38.5 ล้านบาท และแบบโรดสเตอร์ ราคาเริ่มต้น 40.5 ล้านบาท ร่วมด้วยสุดยอดรถแข่งฟอร์มูล่าวัน แมคลาเรน 570S ราคาเริ่มต้นที่ 22.5 ล้านบาท แมคลาเรน 650S โดยแบบคูเป้ ราคาจะเริ่มต้นที่ 31.5 ล้านบาท และสไปเดอร์ เริ่มต้น 32.5 ล้านบาท มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่คนรักความเร็วไม่ควรพลาด ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

activity:
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37









          บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรม 7 รุ่นใหม่ นำโดย The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ ด้วยรูปลักษณ์โดดเด่น ทรงพลัง มาพร้อมเทคโนโลยี เพื่อการขับขี่อย่างเหนือระดับ The S 500 e และ The C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอิน-ไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศ The new C-Class Coupe ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุด The new GLS "เอสยูวี ระดับเอส-คลาส" ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ตระกูลเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และสองยนตรกรรมจากค่าย Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ Mercedes-AMG C 63 S Coupe เสริมทัพด้วย The new Vito concept และรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อีกกว่า 30 รุ่นมาจัดแสดงในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

          มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ในปี 2559 นี้ บริษัทฯ มีแนวทางการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ "เดอะ เบสท์" (THE BEST) เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ "สิ่งที่ดีที่สุด" ให้กับลูกค้าในวันนี้ และวันข้างหน้า ดังนั้นการนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 37" ในครั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้นำสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี และดีไซน์อันทันสมัยครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Compact Car กลุ่ม Contemporary Luxury และกลุ่ม Dream Car เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมในทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่"

          "สำหรับไฮไลท์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 คือ การเปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะในกลุ่ม Contemporary Luxury โดยตลอดเวลาที่ผ่านมารถยนต์ตระกูล E-Class เป็นหัวใจของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ และบริษัทฯ ยังคงสานต่อแนวคิดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ The new E-Class จึงมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกัน เป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และนำเสนอเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้าง ให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย"

          มร.มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เตรียมเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ 7 รุ่น นำทัพด้วย The new E-Class, The S 500 e และThe C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นประกอบในประเทศ (Local production) และ The new C-Class Coupe ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุด ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมด้วย The new GLS, และยนตรกรรมจากแบรนด์ Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ Mercedes-AMG C 63 S Coupe อีกทั้งยังได้นำ The new Vito concept และยนตรกรรมอีกกว่า 30 รุ่น ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด"

          ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า
          นอกเหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงาน "บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์" เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้า ดังนี้
          แคมเปญ MercedesCard
          · สมัครบัตรเครดิตเมอร์เซเดสการ์ดใบใหม่วันนี้ รับ Cash back สูงสุด  5,000 บาท* (ตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย)
          · สำหรับผู้ถือบัตรเมอร์เซเดสการ์ด – เมื่อจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงาน ผ่านบัตรเมอร์เซเดสการ์ด 200,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลที่พักโรงแรม มูลค่า 10,000 บาท
          ข้อเสนอสุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง
          · สำหรับผู้ที่สั่งซื้อรถยนต์ภายในงาน บริษัทฯ นำเสนอสินเชื่อภายใต้โปรแกรม mySTAR Special

          The new E-Class
          The new E-Class โมเดลล่าสุดนี้ ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 10 ในตระกูล E-Class ได้รับการ ยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะ ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ช่วยลด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบความละเอียดสูง รวมถึงระบบ Active Light ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับ The new E-Class ในประเทศไทย มีให้เลือกสรร 2 ดีไซน์ คือ The new E 220 d Exclusive และ The new E 220 d AMG Dynamic

          ดีไซน์ภายนอก The new E-Class มีขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ผสานกับ ฝากระโปรงหน้าที่ดูยาว เส้นสายของส่วนหลังคาที่ออกแบบในสไตล์รถคูเป้ ทอดตัวเป็นเส้นโค้งยาวจรดด้านหลังของตัวรถ นอกจากนี้ รูปลักษณ์ด้านหลังของตัวรถได้รับการออกแบบให้ ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของสมาชิกใหม่ในกลุ่มรถซาลูนของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมติดตั้งโคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียวโดยด้านในโคมแบ่งออกเป็นสองส่วน ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูสง่างามอย่างมีระดับ สำหรับ ดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถตระกูลนี้ สำหรับรุ่น The new E 220 d AMG Dynamic จะมาพร้อมกับชุดหน้าจอ ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟ สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี=

          The new E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบเกียร์อัตโนมัติชุดใหม่ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยง จากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างรถที่ได้รับการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ และมีน้ำหนักเบาลงส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำเพียง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร*และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียงแค่ 102 กรัม/กิโลเมตร

           นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คัน ในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล และรถนำเข้ารุ่นอื่นๆ อาทิ CLA-Class, GLA-Class, G-Class, GLC-Class, GLE-Class, V-Class, GLE-Class Coupe, E-Class Coupe, S-Class Coupe, CLS-Class, Mercedes-Maybach

          เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด และยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมในงานบางกอก อินเตอร์- เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

activity:
นิสสัน เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่แสวงหาสีสันให้ชีวิต แนะนำ จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ เสริมทัพสปอร์ตครอสโอเวอร์ พร้อมสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น Nissan Innovation









          บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ "Innovation that excites" เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์แบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ ครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถเลือกจับคู่ระหว่างสีภายนอกและสีของอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายใน เพื่อบอกสไตล์ที่ใช่ โดยคงราคาเดิมโดยพร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมลูกเล่นให้ลูกค้าสนุกกับการจับคู่สีที่แสดงความเป็นตัวตนผ่านโมบายแอพพลิเคชัน Nissan Innovation และจัดแสดงสีสันสุดเท่ห์ ของ จู๊ค ในงาน บางกอกมอเตอร์โชว์

          นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิสสันคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มองหาความหลากหลาย สไตล์ที่ใช่ให้กับตนเอง เพื่อแสดงถึงความโดดเด่น ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในรถยนต์รุ่นนี้ จึงได้แนะนำ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio) ซึ่ง จู๊ค เป็นรถยนต์แบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ที่สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองของผู้ขับขี่ได้อย่างดี ด้วยความเท่ห์ล้ำนำสมัย และมีสมรรถนะที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2014 มียอดจำหน่ายสะสมแล้วมากกว่า 13,000 คัน

          นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio) โดดเด่นด้วยลูกเล่นที่หลากหลาย ที่ลูกค้าสามารถเลือกจับคู่ระหว่างสีของตัวรถที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้ง 6 สี กับสีของชุดตกแต่งภายนอกและภายใน ในสไตล์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสีของอุปกรณ์ภายนอก ประกอบด้วย กระจกมองข้าง กรอบไฟหน้า และ คิ้วกันชนหน้า รวมถึงสีของแผงชุดแต่งภายใน ประกอบด้วย คอนโซลกลาง และ คอนโซลสวิตซ์กระจกไฟฟ้า ซ้าย-ขวา ทั้งนี้ จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ มีสีให้เลือกจับคู่กับสีตัวถังภายนอกถึง 3 สี ประกอบด้วย สีส้ม สีเหลือง และ สีเงิน ซึ่งทั้งหมดสามารถบอกความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างไม่ซ้ำใคร โดยทั้งหมดเป็นทางเลือกที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

          นิสสัน จู๊ค ถือเป็นรถยนต์แบบครอสโอเวอร์คันแรกที่แนะนำสู่ตลาดในประเทศไทย ภายใต้นิยาม Unique Sport Crossover จากการผสานความแตกต่างของดีไซน์และเทคโนโลยีที่ลงตัว ทำให้ จู๊คมีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนใคร

          สำหรับ ขุมพลังในนิสสันจู๊ค เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบในรหัส HR16 พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความประหยัดน้ำมัน ให้กำลังแรงสูงสุด 116 แรงม้า

          นายประพัฒน์กล่าวเสริม ถึงแผนการสื่อสารทางการตลาดของ นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio) ว่าจะสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อต่างๆ ทุกรูปแบบรวมถึงสื่อแบบสังคมออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Remix Your Life by JUKE Color Studio" เติมสีสันให้ชีวิต...เลือกสไตล์ที่ใช่! กับ จู๊ค คัลเลอร์สตูดิโอ" ผ่าน แอพพลิเคชัน "Nissan Innovation" ที่สามารถดาวน์โหลด ได้ทั้งระบบ iOS และ Android และร่วมกิจกรรมได้ผ่าน 3 ขั้นตอนได้แก่
          1. ออกแบบและตกแต่งสีรถนิสสันจู๊คทั้งภายนอกและภายใน เพื่อเลือกคันที่เป็นตัวคุณ
          2. ดาวโหลดรูปภาพที่ตกแต่งแล้ว พร้อมทั้งแชร์ภาพที่ใช่สไตล์คุณให้เพื่อนในสังคมออนไลน์
          3. ลงทะเบียนทดลองขับผ่านช่องทางโมบายแอพพลิเคชั่น "Nissan Innovation" เพียงทดลองขับรับบัตรชมภาพยนตร์มูลค่า 400 บาท ทันทีและ รับส่วนลดพิเศษ 5,000 บาท เมื่อจองและออกรถนิสสัน จู๊ค คัลเลอร์สตูดิโอ ภายใน 31 พฤษภาคม 2559*

          นิสสันจู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ มีเฉพาะในรุ่น 1.6V โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 922,000 บาท สำหรับผู้สนใจรถยนต์นิสสัน "จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ (Color Studio)" รวมถึงข้อเสนอพิเศษที่นิสสันจัด ทางนิสสันได้เตรียมแคมเปญข้อเสนอที่หลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า อาทิ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี พร้อมเลือกรับข้อเสนอพิเศษ* (1) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ (2) "Nissan Easy Pay" ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,767 บาท หรือ (3) ฟรี ค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ยังเพิ่มความสบายใจให้กับลูกค้านิสสัน ด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่ได้มาตรฐานพร้อมช่างผู้ชำนาญกว่า 213 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด ทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์นิสสัน จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ พร้อมข้อเสนอพิเศษ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันทั่วประเทศ หรือที่ Call Center หมายเลข 02-401-9600 หรือที่ www.nissan.co.th

          หมายเหตุ * ข้อเสนอเฉพาะรุ่น มีข้อกำหนดและเงื่อนไข

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version