FB on April 10, 2015, 03:01:11 PM
ปิดตำนาน 12 ปี “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” ของ “ไอ้ทิ้งหรือพระราชมนู”


 
           “ท่านสอนทุกวัน สอนโดยเหมือนไม่สอน สอนทุกอย่าง สอนให้เป็นนักแสดงที่ดี สอนวิธีคิดต่อการแสดง วิธีที่เราจะใช้ชีวิตด้วยนะครับ แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่เราถ่ายทำภาคสุดท้ายนะครับอวสานหงสา ท่านก็ยังสอนอยู่”
บทสัมภาษณ์ ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม

Q. ความรู้สึกของปีเตอร์ นพชัยที่มีต่อการทำงานภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ตลอดกาลกับ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช”
P. ความทรงจำตลอด 12 ปี ตั้งแต่ผมยังอายุน้อยๆ อยู่กับ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ทั้ง 6 ภาครวมถึงภาคนี้ อวสานหงสา มาถึงวันนี้คงนึกไปถึงวันแรกๆ มากกว่า วันที่เรายังทำอะไรไม่เป็น ฟันดาบไม่เป็น ขี่ม้าไม่เป็น ผมถือว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิตแล้วกัน ได้ผ่านการอยู่ในเบ้าหลอมของท่านมุ้ยที่สอนเราทุกอย่าง การเป็นนักแสดงที่ดี ทุกอย่างที่นักแสดงที่ดีควรจะมี ในการเข้าใจบท การทุ่มเทให้บท ในการที่ควรจะทำทุกอย่างได้เองเพราะว่าคนดูเขาต้องการที่จะมาดูเรา แล้วทุกวันที่เข้าไปไม่ว่าจะเข้าไปซ้อมกับท่านมุ้ย หรือเข้าไปในกองถ่าย เราจะได้รับการอบรมเรียนรู้ทุกวัน อันนั้นมันเหมือนเราได้วิชาความรู้อยู่ในตัวเรานะครับ เหมือนท่านมุ้ยให้วิชาความรู้มาเป็นอาชีพแล้วมันเป็นสิ่งที่ไม่ไปจากเรา มันอยู่กับเราตลอด และเราได้ใช้ประกอบอาชีพทำมาหากิน มันเรียกเป็นมูลค่าไม่ได้ครับ
Q.ท่านสอนอะไรบ้าง
P. ท่านสอนทุกวัน สอนโดยเหมือนไม่สอน สอนทุกอย่าง สอนให้เป็นนักแสดงที่ดี สอนวิธีคิดต่อการแสดง วิธีที่เราจะใช้ชีวิตด้วยนะครับ แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่เราถ่ายทำภาคสุดท้ายนะครับอวสานหงสา ท่านก็ยังสอนอยู่ แต่ท่านไม่ได้สอนแบบจะจะนะ ท่านมีความเป็นครูตลอดเวลาทำให้เราได้เรียนรู้ทุกครั้งที่เข้าไปกองถ่ายท่านมุ้ยนะครับ
Q.มาจนถึงภาคสุดท้ายแล้วรู้สึกใจหายมั้ยกับโปรเจกต์ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรามาตลอด 12 ปี
P. คือผมถือว่าผมได้ผ่านช่วงเวลาดีๆ มาแล้ว เพราะมันอยู่กับเราตลอดเวลา มันไม่เสียดาย ผมไม่รู้สึกว่าใจหายจะไม่ได้ไปเล่นแล้ว ผมได้สิทธิ์นั้นแล้ว ผมได้โอกาสดีๆ มาแล้ว ช่วงเวลานั้นจะอยู่กับผมจนวันตาย ผมไม่เสียดาย
Q. ความน่าสนใจในภาค6อวสานหงสาที่เราต้องดู
P. สำหรับผมเองก็คงเหมือนทุกท่าน ผมไม่เคยรู้เรื่องราวหลังยุทธหัตถี เหมือนกับมารู้พร้อมๆ กับทุกๆ คน มันมีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์เยอะ น่าสนใจ สนุกด้วย และที่สำคัญที่สุดสำหรับผมนะ ผู้คนจะได้เข้าใจในความเป็นสมเด็จพระนเรศวรมากขึ้น ผมเห็นว่าทำไมท่านถึงไม่หยุดแค่ยุทธหัตถี ตอนแรกเราอาจจะเข้าใจท่านไปต่างๆ นานา ว่าท่านเป็นกษัตริย์ยอดนักรบ เป็นนั่นโน่นนี่ แต่ว่าตอนนี้จะเฉลย และจะอธิบายแล้วครับว่าทำไมท่านถึงต้องทำต่อไป เพราะอะไร ท่านทำเพื่อใคร เราจะได้เห็นอาณาจักรอย่างหงสาวดีที่เคยรุ่งเรืองมากๆ ทำไมภาคนี้ถึงเป็นอวสานหงสา ภาค 1-2-3 เราได้เห็นจุดที่รุ่งเรืองที่สุดของหงสา ภาคนี้ทำไมถึงเป็นอวสานหงสา ทำไมหงสาถึงได้ล่มสลาย สุดท้ายอย่างที่ผู้ชมติดตามตัวละครมาจะมีการเดินทางของตัวละคร แต่ ณ ภาค 6 ทำไมตัวละครตัวนี้ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ มาถึงจุดต่ำสุดของตัวละคร อย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือเราจะได้เห็นมุมทางความคิดของพระนเรศวร ซึ่งดูเป็นธรรมชาติมากๆ ดูเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดามากๆ คนหนึ่งว่าทำไมการที่พระองค์คิดต่อประชาชนของท่านอย่างนี้ แล้วก็มันมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่หลายเรื่องพอสมควร เรื่องเกี่ยวกับสมเด็จพระเอกาทศรถด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องพระสุพรรณกัลยาด้วย ที่เรายังต้องเล่าต่อเนื่องจากที่ยุทธหัตถีแล้วครับ มีหลายส่วนที่น่าติดตามมากครับ
Q.บทบาทและความสำคัญของพระราชมนูในภาคนี้อวสานหงสา
P.สำหรับภาคนี้ออกพระราชมนูก็ยังคงความจงรักภักดีจนถึงวินาทีสุดท้ายนะครับ แต่สำหรับผมเองสิ่งที่เห็นแตกต่างไปคือพระราชมนู โตขึ้นนะ แล้วก็กล้าที่จะทัดทานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ถึงแม้ยังไงก็ตาม สุดท้ายท่านอยากให้ทำอะไรก็ยังทำสุดใจเหมือนเดิม จากภาคก่อนๆ เราจะเห็นความมุทะลุ เฮ้ยเอาไงเอากัน แต่ในภาคนี้ทิ้งเองมองพระนเรศวรแล้วเหมือนมีความเป็นห่วงพระองค์ท่านมากขึ้น แล้วดูเหมือนในภาคนี้พระองค์ท่านจะใจร้อน ก็คอยทัดทานอยู่เรื่อย ไม่กลัวหัวขาดเลย แต่ว่าสุดท้ายก็ยังคงความเป็นพระราชมนูอยู่ดี พระองค์ท่านสั่งให้ไปไหนก็ไป ให้ไปตายก็ไป ความจงรักภักดียังอยู่เหมือนเดิมจนถึงวินาทีสุดท้าย
Q. ฉากประทับใจที่น่าจับตามองของตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสาที่ แฟนพันธุ์แท้พลาดไม่ได้
P. ก็ยังมีอีกฉากหนึ่งที่ผมรู้สึกว่า เขาเรียกว่ายังไงนะ สัมผัสได้และค่อนข้างกินใจนักแสดงร่วมทุกท่านที่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะว่าเป็นฉากเหมือนย้อนอดีตภาค 1 ก็เป็นฉากที่อยู่ที่วัดพระมหาเถร มีมณีจันทร์, สมเด็จพระนเรศวร, พระมหาเถร และไอ้ทิ้งอยู่ร่วมกัน เหมือนบรรยากาศเดิมเลย พระนเรศวรก็กวาดลานวัด ไอ้ทิ้งก็ล้างบาตรเหมือนเดิมครับ ก็เป็นฉากที่ดูเหมือนจะเรียบๆ อย่างที่คุยกันนะครับ แต่ว่าพอเราไปแสดงแล้ว มันก็มีความรู้สึกที่ว่าเดี๋ยวหลังจากนี้ก็จะไปรบละ เราก็จะได้เห็นมุมของพระนเรศวร สำหรับผมนะรู้สึกได้เลยว่าพระนเรศวรท่านอยากทำให้ประชาชนอยู่อย่างสบาย ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อยากจะหยุดแล้วละ แต่ก็รู้ว่ามันยังหยุดไม่ได้นะ เพราะว่าพระองค์ท่านก็รู้ว่า ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ประชาชนก็ยังไม่สงบสุข ก็เลยต้องไปทำสิ่งนี้ ตอนแสดงเองก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีด้วยได้อยู่กับพระองค์ท่านจนถึงวินาทีสุดท้ายด้วยเลยนะ ก็อยากให้ไปชมฉากนี้กัน ท่านผู้ชมที่ติดตามมาตั้งแต่ภาค1ก็จะนึกถึงไอ้ทิ้งก็อยู่กับพระองค์ท่านตั้งแต่ยังเด็ก เวลาไปเล่นฉากนี้ก็เหมือนจะนึกถึงวันแรกเมื่อ 12 ปีที่แล้ว หลังจาพอเราแสดงไปแล้ว ความน่ารักในฉากนั้นนะครับ ตอนท้ายก็มีเหมือนไปอ้อน คือพระมหาเถรก็เหมือนกับพ่อนะแหละ เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่ยังเล็ก ก็ท่านมุ้ยอีกนั่นแหละครับที่บอกว่าลองไปกอดขาดู ก็เป็นฉากที่น่ารักฉากหนึ่งครับ
Q.นอกจากนี้ก็จะมีอีกหนึ่งฉากสำคัญในภาคนี้คือ ฉากที่พระนเรศวรสวรรคต
P. ผมว่าเราก็จะได้เห็นความเข้มแข็งของพระองค์ท่านด้วย ท่านผู้ชมต้องรอดูฉากนี้ แต่สำหรับในส่วนของการถ่ายทำในวันนั้น ณ ห้วงเวลานั้นมันแบบว่าทั้งพี่เบิร์ดเอง คนเล่นนักแสดงทุกคนที่อยู่รอบๆ นี่ไปหมดแล้ว แต่คนที่น่าจับตามองมากที่สุดสำหรับผมนะก็คือพี่ต๊อด โอ้โห ผมดูแล้วชอบ เราเองยังชอบการแสดงของพี่ต๊อด มันเหมือนไม่ได้แสดง ไม่ต้องพูดเรื่องน้ำตาก็ได้ พอเห็นหน้าพี่ต๊อดรู้เลยว่าเขาเข้าใจ ไม่เคยเห็นพี่เบิร์ดเป็นแบบนี้ ถ้าผู้ชมไปดูนะครับ ไม่เคยเห็นพระนเรศวรอ่อนไหวขนาดนี้ ทั้งในแง่ของอารมณ์นะครับ ส่วนของพี่ต๊อดเชื่อว่าไม่เคยมีใครเห็นพี่ต๊อดอย่างนี้แน่ๆ เป็นฉากที่จริงๆ ผมประทับใจพี่ต๊อดพี่เบิร์ดแม้กระทั่งพี่ปราปต์เอง ตอนท้ายอยากให้ผู้ชมไปดู เดี๋ยวผมเฉลยมากก็ไม่สนุก แล้วคนที่ไปอยู่ในบรรยากาศจะรู้สึกมันมีมวลแบบอวลๆ ช่วงนั้นในห้องนั้น ซึ่งส่วนตัวนักแสดงเองได้ไปเล่นฉากแบบนี้ก็สนุกด้วย แล้วก็รู้สึกว่ามันดีนะ
Q. เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกร่วมทั้งในบทบาทของตัวละครในภาพยนตร์ และความรู้สึกผูกผันกันของนักแสดงที่ผ่านการร่วมงานกันมานับทศวรรษด้วย
P. ใช่ครับก็เป็นบรรยากาศรวมๆ ทั้งเรื่องจริงและในเรื่อง ช่วงท้ายๆที่เราจะเลิกถ่ายกันแล้วด้วย สำหรับฉากนี้ใช้เวลาในการถ่ายทำนาน หลายวันอยู่นะครับ มันมีบางอย่างที่ท่านมุ้ยคิดว่าอารมณ์มันน่าจะยิ่งกว่านี้นะ ก็เลยไม่ถ่าย ท่านรู้สึกว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยดี หมายถึงบรรยากาศทางการแสดงยังไม่ค่อยดี ไม่เอาดีกว่า เพราะท่านบอกว่ามันเป็นซีนที่สำคัญที่สุดของเรื่อง ของทุกคน เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันต้องกลมกลืนไปด้วยกันนะ ตอนนั้นมันเหมือน ท่านก็เลยเลื่อนไปอีกวันหนึ่ง กว่าจะได้ถ่ายซีนนี้มันยากมานานแล้วครับ เหมือนจะถ่ายๆ จะถ่ายก็ไม่ได้ถ่ายซะที แล้วก็ไปอีกวันหนึ่ง เหมือนท่านคงเห็นอะไรมั้งครับ ซึ่งบางทีเราไม่ได้เห็นเหมือนกับท่านทั้งหมด
Q.ฉากที่เรียกได้ว่าสะท้อนออกมาให้เห็นตรงกับชื่อเรื่องและสะท้อนภาพบรรยากาศความรู้สึกผูกผันของตัวละครไอ้ทิ้ง กับการย้อนกลับไปยังที่ที่เคยเติบโตมาอย่าง หงสาวดี
P. ก็คือสัจธรรมละครับ พระนเรศวรเองก็เห็นสัจธรรม ไอ้ทิ้งก็เห็น เมืองที่เราเคยอยู่เมื่อเด็ก วันหนึ่งเราขี่ม้ากลับไป กะจะไปที่เมืองเขา ก็ได้ไปเห็นความล่มสลายของหงสา ผมว่าคุณผู้ชมเองก็สะท้อนใจ พระนเรศวรก็สะท้อนใจ ว่ามันเหมือนเห็นสัจธรรมจริงๆ ว่าคนที่เคยรุ่งเรืองก็มีวันที่จะลง จากศูนย์ไปถึงจุดสูงสุดแล้วกลับลงมาศูนย์อีก ก็เห็นวัฎจักรที่เป็นสัจธรรมของโลก
Q.ในภาคอวสานหงสา จะได้พบกับตัวละครใหม่ และภาพความเกี่ยวข้องเรื่องราวใหม่ๆ ที่ถูกถ่ายทอดในภาพยนตร์
P. สำหรับภาคนี้มีตัวละครใหม่ขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง เป็นตัวสีสันก็คือตัวเม้ยมะนิก เป็นตัวละครอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวพันกันซึ่งแสดงโดย น้องปันปัน-เต็มฟ้า ก็คงต้องบอกว่าตัวน้องเขาเหมาะกับบทนี้มาก เขาเป็นนักกีฬาและยังมีความสามารถทางด้านยิมนาสติกต่างๆ ความสามารถทางด้านการแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึง ต้องบอกว่ามาเต็มครับ ผมชอบการแสดงของเขาเต็มที่ด้วย อะไรก็ทำได้หมดนะครับ เสียงก็ดี ก็คุณแม่เป็นนักร้อง ผู้ชมจะต้องชอบตัวละครตัวนี้ ท่ายิมนาสติกผสมกับคิวบู๊ที่ท่านดีไซน์ไว้นะครับ จะได้เห็นความสามารถของน้องที่ต้องมาบู๊กับผมด้วย พี่ต๊อดด้วย ก็เป็นบู๊ที่สนุกๆ นะครับ น่ารักๆ แต่ว่าเราจะได้เห็นเขามาช่วยรบด้วย ก็เป็นตัวละครใหม่ซึ่งผมว่าผู้ชมจะต้องหลงรักตัวละครตัวนี้ เราก็จะได้เห็นพี่ต๊อดซึ่งคือพระเอกาทศรถในอีกมุมหนึ่งกับตัวละครนี้ด้วยนะครับ สำหรับน้องในส่วนคิวบู๊ของน้องยาก แต่ด้วยความที่เขาเป็นนักกีฬา เขาอดทน ซ้อม ผมว่าเขาทำออกมาได้สวยงามนะ แล้วก็ได้คิวบู๊แปลกๆ ที่มันต้องใช้ความสามารถพิเศษ แล้วก็เรื่องขี่ม้าอีก น้องเขามาขี่ไม่ได้นานมากนะ แปลกมากเลย ไม่กลัวม้าเลย ไม่กลัวบู๊เลย คือเวลาอยู่ในกองถ่ายกับเขาคือทำงานสบายมาก เหมือนเราๆ เลยครับยืนกลางแดดได้ ไม่เหนื่อย ไม่ร้อน ไม่บ่น ตีลังกาได้ น้องเขามาถ่ายช่วงร้อนพอดีครับ เจอร้อนเจอหนาวด้วย
Q.ท้ายนี้อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆ คุณปีเตอร์และอัพเดทชีวิตล่าสุดของคุณปีเตอร์
P. ก็ขอฝากสำหรับภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 6 ภาคสุดท้ายอวสานหงสา คนดูจะได้ชมในสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อน ส่วนใหญ่เราจะรู้สุดแค่ยุทธหัตถีนะครับ แต่ว่ามันมีเรื่องราวต่างๆ ทางประวัติศาสตร์เอง ทั้งในแง่ที่เขาเรียกว่าอารมณ์ความรู้สึกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเอง ซึ่งจะถูกท่านมุ้ยทำออกมาให้ผู้ชมได้เห็น ได้เห็นทั้งในแง่ความทุ่มเทของท่าน ความเสียสละของท่าน ภาคนี้จะได้เห็นว่าหลังจากยุทธหัตถี ทำไมท่านถึงยังไม่หยุด ท่านต้องการอะไร ท่านต้องการทำเพื่อใครซึ่งก็คือทำเพื่อเรานั่นแหละครับ ก็ไปหาคำตอบได้ในภาพยนตร์ละกันครับ แล้วก็ในภาคนี้คุณผู้ชมจะได้เจอกับสหายศึกทั้งหมดกลับมาร่วมแรงร่วมใจกันรบเพื่อประเทศชาติอีกครั้งหนึ่งไม่ว่าจะเป็นพระชัยบุรี และพระศรีถมอรัตน์ ซึ่งก็คือพี่ต้นคมกริชที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ที่จะมีบทบาทอยู่ในภาคนี้ด้วยนะครับ ก็นอกจากวันที่ 9 เม.ย.จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชภาค 6 อวสานหงสาแล้ว ผมก็ยังมีผลงานอื่นในมุมอื่นตอนนี้ก็ไปลองกำกับละครอยู่เรื่องหนึ่งครับเป็นซี่รี่ส์ 12 ตอน ก็คาดว่าปลายๆ ปีจะได้ชมกันครับ แล้วก็มีหนังสั้นของสืบ นาคะเสถียรนะครับ ก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งเหมือนกัน ก็เล่นเป็นคุณสืบเลย แล้วก็ตัดผมสั้นถ่ายไปเมื่อปีที่แล้ว ก็คิดว่าน่าจะได้ชมเร็วๆ นี้ครับ ซี่รี่ส์ที่กำกับ ตี๋ใหญ่ดับดาวโจรครับ ก็เป็นการทำงานร่วมงานกันของผม พี่ป๊อก-ปิยธิดา แล้วก็อีกหลายๆ ท่านครับ พี่เบิร์ดพันโทวันชนะ แสดงนำโดย พี่เต๋าสมชาย เข็มกลัด แล้วก็น้องกัน อีโวไนน์ มีป๋าเทพ พี่แมน ศุภกิจ มีอีกหลายๆ ท่านเลยครับที่ผมอยากทำงานร่วมกับเขาครับ ก็น่าจะได้ออนแอร์ปลายๆ ปีครับ ช่องโมโน 29 ครับ

FB on April 10, 2015, 03:03:04 PM
เอกสิทธิ์เฉพาะ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ดู “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” ทุก 2 ที่นั่ง ลุ้นแผ่นภาพทองคำแท้ 99.99% PRIMA ART 5 ชิ้นในโลก จาก Prima Gold รวมมูลค่า 450,000 บาท




 
           สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ และ Prima Gold (พรีม่า โกลด์) ร่วมปิดตำนานกับ 14 ปี แห่งความยิ่งใหญ่ของอภิมหากาพย์ภาพยนตร์ของแผ่นดิน “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับท่านที่ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความยิ่งใหญ่กับสุดยอดภาพยนต์แอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ที่คนไทยรักชาติทุกคนรอคอยเฉพาะที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ เท่านั้น

          เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ “ตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” ทุก 2 ที่นั่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 9-22 เมษายนนี้ รับคูปองกรอกชื่อ-ที่อยู่ลุ้นเป็นเจ้าของ งานหัตถศิลป์แผ่นภาพจากทองคําแท้99.9% Prima Art (พรีม่า อาร์ต) ขนาด 69*94 ซม. จำลองแบบจากรูปใบปิดธีมของตํานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา เพิ่มคุณค่าแห่งความพิเศษที่แสนงดงามยิ่งขึ้นด้วยการฉลุลายทองคำเพิ่มในส่วนของคอปกเสื้อพระนเรศวร, กำแพงเมืองหงสาวดี, วัดทั้ง 2 ฝั่ง รวมไปถึงข้อความบนคำโปรย “พระเดชานุภาพปราบแผ่นดินหงสา” และ “ชื่อภาพยนตร์” เพื่อเพิ่มมิติทางด้านภาพสุดอลังการ พิเศษเพียง 5 ชิ้นในโลกเท่านั้น รางวัลละ 90,000 บาท รวมมูลค่า 450,000 บาท (ผู้โชคดีต้องชําระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าของรางวัล หรือ ตามที่กฎหมายกําหนด)

          ติดตามการจับรางวัลและประกาศผลได้ในวันที่ 8 พฤษภานี้ทาง https://www.facebook.com/sahamongkolfilmint และ http://www.sfcinemacity.com

FB on April 16, 2015, 03:02:24 PM
เอาใจแฟนๆ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ด้วย Dolby Atmos ระบบเสียงที่ดีที่สุด พร้อมโปรโมชั่นแจกของพรีเมี่ยม Limited Edition


 
          เพื่อต้อนรับการเข้าฉายของอภิมหากาพย์ภาพยนตร์แอ็คชั่นอิงประวัติศาสตร์ที่ทุกคนรอคอย “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” ได้เลือกระบบ Dolby Atmos นวัตกรรมเสียงที่สมบูรณ์ที่สุดในโรงภาพยนตร์ ซึ่งถูกใช้กับภาพยนตร์ระดับบล็อคบัสเตอร์ใหญ่ๆ เกือบทุกเรื่อง มาใช้กับภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสานี้ เพื่อเป็นการปิดตำนานอย่างสมบูรณ์แบบ และเพื่อให้แฟนๆ หนังได้สัมผัสกับทุกมิติแห่งรายละเอียดของเสียงที่ “จริง” ยิ่งกว่า กับพลังก้องกังวานของเสียง 360 องศาเหนือศรีษะและรอบทิศทางท่ามกลางสมรภูมิแห่งประวัติศาสตร์ กึกก้องทรงพลังกัมปนาทไปกับทุกฉากของการกรีฑาทัพและกรำศึกรบลือลั่นสะเทือนแผ่นดิน กระหึ่มอย่างชัดเจน มร. Pankaj Kedia” ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อินเดีย และออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ (Senior Regional Director, India, South East Asia, ANZ) ของ บ.Dolby Laboratories เองได้เปิดเผยถึงการที่ได้รับความไว้วางใจและมีส่วนร่วมในการปิดตำนานครั้งนี้ว่า

          “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และเรียกได้ว่าเฝ้ารอถึงวันเข้าฉายของภาพยนตร์ เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” ที่ถูกถ่ายทอดและนำเสนอภายใต้ระบบเสียง Dolby Atmos กันเลยทีเดียว พูดได้ว่าที่บ.ดอลบี้ พวกเรามีความตั้งใจอย่างแรงกล้าและปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผ่านการคิดค้นอย่างดีที่สุด และมีส่วนในการเติมเต็มความฝัน ต่อยอดจินตนาการของเหล่าผู้สร้างภาพยนตร์นำไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้เกิดขึ้นในโลกภาพยนตร์”

          พิเศษยิ่งกว่าร่วมปิดตำนานกับบทสรุปส่งท้ายอภิมหากาพย์ภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” ภายใต้ประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์ที่ “จริง” ยิ่งกว่า เลือกชมในโรงภาพยนตร์ภายใต้ระบบเสียง ดอลบี้ แอทมอส Dolby Atmos เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ในระบบ Dolby Atmos ทุก 2 ที่นั่ง ผ่านทางออนไลน์ที่ www.majorcineplex.com และ App Major MoviePlus แล้วนำหางตั๋วมาโพสท์ลงในหน้ากิจกรรม ที่ www.facebook.com/MajorGroup พร้อม Hastag #DolbyAtmos_KingNaresuan ลุ้นรับเสื้อยืดจากภาพยนตร์จำนวน 200 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 9 - 20 เม.ย. 58 และประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี 25 เม.ย.58 นี้ ที่ www.facebook.com/MajorGroup

FB on April 16, 2015, 03:12:35 PM
“ผู้พันเบิร์ด” เชื่อใน “ท่านมุ้ย” 1 นาทีในหนังอาจใช้เวลาแรมปีจนถึง 10 ปี “อวสานหงสา” การรอคอยอันยิ่งใหญ่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด




 
           14 ปี กับการที่ต้องอยู่ร่วมกับโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หลายคนอาจมองว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนาน แต่สำหรับ ผู้พันเบิร์ด พันโท วันชนะ สวัสดี และเหล่านักแสดงจากภาพยนตร์ชุดตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือ การแลกมาซึ่งหยาดเหงื่อ ร่องรอยของความทรงจำ ที่ได้กลมกลืนและแทรกซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อันนำมาซึ่งประสบการณ์อันล้ำค่าที่ยากจะประเมินเป็นตัวเลขหรือตีเป็นมูลค่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 1 นาทีที่ปรากฎลงบนจอภาพยนตร์ใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแต่ละภาคที่เราได้ชมกันบางครั้งอาจใช้เวลาแรมปี หรือแม้กระทั่ง 10 ปี ในการถ่ายทำ บางฉากผ่านการถ่ายทำหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้ออกมาสมดั่งใจของผู้กำกับ ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ถึงกับสั่งหยุดการถ่ายทำกลางคันและทรงสั่งเลิกกอง เมื่อท่านรู้สึกว่าอารมณ์ความรู้สึกตลอดจนบรรยากาศการถ่ายทำยังไม่ถึงที่สุดดั่งที่ตั้งใจและเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉากที่สำคัญที่สุด โดยยอมขนทีมงานกลับมาใหม่เพื่อเริ่มต้นการถ่ายทำตั้งแต่แรกอีกครั้งเมื่อทุกอย่างพร้อม และนี่เป็นการบ่งบอกถึงอัจฉริยภาพและพลังแห่งความลุ่มหลงในการเป็นผู้กำกับนักสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่ได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยที่มีต่อผลงานที่รัก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการรอคอยที่ ผู้พันเบิร์ด พันโทวันชนะ สวัสดี ยอมรับและเชื่อมั่นในท่านมุ้ยอย่างหมดใจ

          “ผมกล้าพูดได้ว่า ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา ผมบอกเสมอว่า ผมเชื่อมั่นในท่านมุ้ย แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ การที่เราต้องคอยอะไรบางอย่าง ตอนนั้นเราไม่เข้าใจ แต่ท่านคอย ท่านคอยไม่ถ่ายๆๆๆ ท้ายที่สุดภาพที่มันออกมาหรือผลที่มันออกมามันดีจริงๆ ฉากบางฉากที่เราเห็นในหนังอาจจะเห็นสั้นๆ เล็กๆ เราเห็นในหนังอาจจะแค่นาทีเดียวหรือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่มันคุ้มค่า อย่างเช่น ฉากที่แอฟกลับเข้ามาถ่ายตอนท้องแปดเดือน ท่านต้องการบันทึกความสมจริงของตัวมณีจันทร์ที่ท้องลงไปในหนัง แอฟตอนท้อง5เดือนก็ยังไม่ใหญู่พอ ดูไม่รู้ ท่านก็ให้ส่งรูปมาให้ดูนะพอไม่ใหญ่พอไม่สมจริงท่านก็ให้รอถ่ายตอนที่ภาพออกมาสมจริงที่สุด ท่านต้องการให้เห็นพุงให้เห็นท้องว่าเขาท้อง คอยปราณีตในทุกกระบวนการ มันจะเกิดขึ้นในทุกๆ ฉากของหนังนเรศวร แล้วมันคุ้มค่ากับการรอคอย ส่วนนักแสดงถามว่ารอคอยแล้วเขารู้สึกอย่างไร ตอนนี้ให้รอ ผมก็รอ ท่านมุ้ยบอกให้ผมคอยอะไรผมก็จะคอย เพราะเรารู้ว่าผลที่ได้มันคุ้มค่า แอฟเองก็รอคอยฉันอยากจะถ่ายแปดเดือนแล้วรอตั้งแต่ห้าเดือน วันหนึ่งผมเชื่อว่าเวลาลูกเขาโตที่ดูหนังได้แล้ว เขาก็จะบอกว่านี่ฉากนี่ลูก..น้องปีใหม่อยู่ในท้องแม่นะ แล้วความสมจริงมันก็ไม่ต้องยัดอะไรให้มันป่องขึ้นมานะ มันคงเป็นความประทับใจอีกอย่างหนึงทั้งของแอฟและน้องปีใหม่ครับ”

          ร่วมปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา พร้อมกันวันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบปกติ และระบบเสียง ดอลบี้ แอทมอส Dolby Atmos 

FB on April 17, 2015, 12:48:04 PM
“ปีเตอร์ นพชัย” กลับมาเป็น “ไอ้ทิ้ง” ใน “อวสานหงสา” สหายกล้าผู้ลุกขึ้นมาทัดทาน พระนเรศวร และพร้อมเป็นข้ารองพระบาทผู้ซื่อสัตย์ตราบจนวินาทีสุดท้าย





          เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่คนดูและแฟนๆ นเรศวรรักมากที่สุดชนิดที่ว่ามีแฟนคลับไม่น้อยไปกว่าพระนเรศวรหรือมณีจันทร์เลยทีเดียวสำหรับ พระราชมนู หรือ ไอ้ทิ้ง ทหารเอกผู้กล้ายอดนักรบคู่ใจขององค์ดำผู้ชำนาญการศึกและยุทธวิธีการรบเหนือกว่าผู้ใด ผู้ที่เติบโตมาในฐานะพระสหายก่อนที่จะเติบใหญ่ในฐานะข้ารองพระบาทผู้ซื่อสัตย์ซึ่งยอมบุกน้ำลุยไฟเหล่าอริศัตรู และสละได้กระทั่งชีวิตตัวเองเพื่อพระนเรศ จากการถ่ายทอดบทบาทโลดแล่นออกมาบนจอภาพยนตร์โดย ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม และแน่นอนว่าใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ภาคจบที่เป็นบทสรุปของภาพยนตร์ แฟนๆ จะได้เห็นบทบาทของพระราชมนูที่กล้าลุกขึ้นมาทัดทานพระนเรศวรในหลากหลายสถานการณ์ แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะรับฟังคำสั่งและเคารพในการตัดสินใจของพระนเรศวร รวมไปถึงคอยอยู่เคียงข้างกับพระองค์แม้กระทั่งในวินาทีสุดท้าย

          “สำหรับภาคนี้พระราชมนูก็ยังคงความจงรักภักดีต่อพระนเรศวรจนถึงวินาทีสุดท้ายนะครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็นถึงความแตกต่างออกไปคือพระราชมนูกล้าที่จะทัดทานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึงแม้สุดท้ายท่านอยากให้ทำอะไรก็ยังทำสุดใจเหมือนเดิม คือ เมื่อเทียบจากภาคก่อนๆ เราจะเห็นความมุทะลุ เอาไงเอากัน แต่ในภาคนี้ทิ้งเองมองพระนเรศวรแล้วเหมือนมีความเป็นห่วงพระองค์ท่านเพราะพระองค์ท่านใจร้อนมากก็คอยทัดทานอยู่เรื่อยไม่กลัวหัวขาดเลย ถึงแม้สุดท้ายพระองค์ท่านสั่งให้ไปไหนก็ไป มีความจงรักภักดียังอยู่เหมือนเดิมจนถึงวินาทีสุดท้าย ภาคนี้ผู้ชมจะได้เจอกับสหายศึกทั้งหมดที่กลับมาร่วมแรงร่วมใจกันรบเพื่อประเทศชาติอีกครั้งหนึ่งไม่ว่าจะเป็น พระชัยบุรี และ พระศรีถมอรัตน์ ซึ่งก็คือ พี่ต้น คมกริชที่ได้ล่วงลับไปแล้วจะมีบทบาทอยู่ในภาคนี้และกลับมาร่วมรบพร้อมกันอีกครั้ง พร้อมกับได้ชมในสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อน ส่วนใหญ่เราจะรู้สุดแค่ยุทธหัตถี แต่ว่ามันมีเรื่องราวต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ ทั้งในแง่ที่เขาเรียกว่าอารมณ์ความรู้สึกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเองซึ่งถูกท่านมุ้ยทำออกมาให้ผู้ชมได้เห็นทั้งในแง่ความทุ่มเทของท่าน ความเสียสละของท่าน ทำไมท่านถึงยังไม่หยุด ท่านต้องการอะไร ท่านต้องการทำเพื่อใครซึ่งก็คือทำเพื่อเรานั่นแหละครับ ก็ไปหาคำตอบได้ในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสานะครับ ฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์” ปีเตอร์ กล่าว

          ร่วมปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา” พร้อมกันวันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

FB on April 24, 2015, 11:12:26 AM
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา เชิญชวนร่วมทำบุญบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันครบรอบ 410 ปีวันสวรรคต



           บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่น จำกัด, บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชน พี่น้องชาวไทยร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของคนไทย โดยการร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตขององค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการต่อชนชาวไทย ซึ่งตรงกับวันเวลาในพงศาวดารคือวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง หรือตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 เมื่อ 410 ปีที่แล้ว

          พิเศษในวันเสาร์ที่ 25 เมษายนนี้ ผู้ร่วมบริจาคโลหิต 500 ท่านแรก ณ ศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย ถ. อังรีดูนังต์ จะได้รับบัตรชมภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา 1 ท่านต่อ 1 ที่นั่ง (สำหรับชมที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่กรุงเทพฯ หรือ ในเครือ เอส เอฟ ซีเนม่า ที่กรุงเทพฯ) เริ่มตั้งแต่เวลา 8.30 – จนกว่าบัตรจะหมด

FB on April 28, 2015, 03:28:25 PM
เกรซ มหาดำรงค์กุล และนาวาอากาศโท จงเจต วัชรานันท์ นักแสดงนำ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวโรกาสครบรอบ 410 ปี วันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช




 
          เนื่องในวโรกาสครบรอบ 410 ปี วันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันที่ 25เมษายน บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่น จำกัด, บริษัทเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)?และภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมพร้อมเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของคนไทย โดยการร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำโดยคุณอวิกา เตชะรัตนประเสิรฐ รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล และนาวาอากาศโท จงเจต วัชรานันท์ นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่มาร่วมบริจาคโลหิต พร้อมแจกบัตรชมภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา สำหรับชมที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุงเทพฯ หรือในเครือ เอส เอฟ ซีเนม่า กรุงเทพฯ ให้กับผู้ที่มาร่วมกิจกรรม และบริจาคโลหิต 500 ท่านแรกในวันนี้ด้วย ซึ่งถึงแม้วันนี้อากาศอึมครึมและมีฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า แต่แฟนๆ และผู้ใจบุญก็มาร่วมบริจาคโลหิต พร้อมถ่ายภาพกับนักแสดงกันอย่างคับคั่ง