MSN on November 29, 2013, 09:31:25 AM
ฮอนด้า เปิดตัว โอดิสซีย์ ใหม่ และเผยโฉมรถยนต์ต้นแบบ ฮอนด้า NSX ซูเปอร์สปอร์ตไฮบริด ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30





          บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมนำรถยนต์ต้นแบบ ฮอนด้า NSX ซูเปอร์สปอร์ตไฮบริด มาจัดแสดง ร่วมด้วย ยนตรกรรมครบทั้ง 14 รุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Shining Through The Next Era” สะท้อนแนวคิดของฮอนด้า เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมนำเสนอแคมเปญ “Honda For You As Always - แทนคำขอบคุณ ให้คุณจากใจ” มอบข้อเสนอสุดพิเศษทุกรุ่นสำหรับลูกค้าฮอนด้าในงานนี้

          นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับบูธฮอนด้าในปีนี้ นำเสนอภายใต้ธีม “Shining Through The Next Era” ที่สะท้อนแนวคิดของฮอนด้า เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ที่พร้อมจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีสมรรถนะสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่หยุดยั้ง โดยจะได้พบกับการเปิดตัวครั้งแรกของ ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรูที่ให้ความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นอกจากนี้ยังได้นำรถยนต์ต้นแบบฮอนด้า NSX ซูเปอร์สปอร์ตไฮบริด มาจัดแสดง พร้อมด้วยยนตรกรรมฮอนด้าทั้ง 14 รุ่น เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงรถยนต์พลังงานทางเลือก E85 ซีเอ็นจี ไฮบริด”

          ฮอนด้า โอดิสซีย์ ใหม่ ยนตรกรรมระดับหรู มาพร้อมดีไซน์ที่ล้ำสมัย หรูหรา สง่างามโดดเด่นในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารมีขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยได้รับการสร้างสรรค์อย่างประณีต ทันสมัย ให้ความสุนทรีย์ในทุกตำแหน่งที่นั่ง ทั้งยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพียบพร้อม ให้ความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งแถวที่ 2 แบบเฟิร์สคลาส ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 10 ทิศทาง เพื่อรองรับกับทุกอิริยาบถของผู้โดยสาร เช่น การปรับองศาของเบาะรองขาและพนักพิงหลังช่วงบน รวมทั้งยังปรับให้รองรับต้นคอ เพื่อความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ทั้งยังสามารถปรับที่นั่งได้แบบแยกอิสระซ้าย—ขวา ให้เดินผ่านได้แบบ Walk Through ประตูข้างไฟฟ้าแบบสไลด์ซ้าย-ขวา ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออกจากห้องโดยสาร

          โอดิสซีย์ ใหม่ ยังมาพร้อม ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri-zone พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส เปี่ยมพลังยิ่งขึ้นด้วยเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด175 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมเทคโนโลยี Earth Dreams ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังรองรับการใช้น้ำมัน E20 โอดิสซีย์ ใหม่ ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้ความมั่นใจรอบด้านแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อาทิ ระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบเตือนมุมอับสายตา ระบบเตือนเมื่อรถยนต์เคลื่อนผ่านขณะถอย เป็นต้น ทั้งนี้โอดิสซีย์ ใหม่ วางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

          รุ่น 2.4EL ราคา 2,950,000 บาท และ รุ่น 2.4E ราคา 2,750,000 บาท มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ดำพรีเมียมทวิงเคิล(มุก) เงินซูเปอร์แพลทินัม(เมทัลลิก) ขาวออร์คิด (มุก) ซึ่งภายในห้องโดยสารเป็นสีดำ ส่วนสีดำคริสตัล (มุก) ภายในห้องโดยสารเป็นสีเบจ*

          สำหรับอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ฮอนด้าภูมิใจนำเสนอ ได้แก่ รถยนต์ต้นแบบ ฮอนด้า NSX ซูเปอร์สปอร์ต ไฮบริด
          ซึ่งทำงานด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่แบบวางกลาง Direct Injection V6 VTEC ที่ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดประสิทธิภาพสูง Sport Hybrid SH-AWD (Super Handling All Wheel Drive) ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Human Support Cockpit” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ในทุกมิติ นอกจากนั้นตัวถังรถแบบอลูมิเนียม ที่มีน้ำหนักเบา ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และสามารถนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล ด้วยการผสานเทคโนโลยีชั้นเยี่ยม ส่งผลให้ NSX เป็นนิยามใหม่ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมต้นแบบแห่งอนาคตได้อย่างแท้จริง

          นอกจากนี้ ภายในงานฮอนด้ายังได้จัดแสดง รถยนต์ต้นแบบจากไอเดียสร้างสรรค์ของนิสิตนักศึกษาที่ได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวดในกิจกรรม Freed Your Mind Design Contest ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้ออกแบบการใช้งาน เพื่อการประกอบธุรกิจกับรถยนต์ฮอนด้า ฟรีด โดยผลงานชนะเลิศ ได้แก่ ทีมหมูชมพู คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยการนำเสนอไอเดีย Freedom Cup Cake Café ที่มีแนวคิดจากความต้องการแบ่งปันความสุขสู่ผู้อื่น ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่สะท้อนบุคคลิกของรถยนต์ฮอนด้า ฟรีด ที่สามารถตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างโดดเด่น

          พร้อมกันนี้ ฮอนด้ายังได้นำเสนอแคมเปญ “Honda For You As Always - แทนคำขอบคุณ ให้คุณจากใจ” เพื่อเป็นการขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้การสนับสนุนฮอนด้าและอยู่เคียงข้างกันตลอดมา ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษทุกรุ่นสำหรับลูกค้าฮอนด้าในงานนี้ พร้อมรับสิทธิลุ้นรถยนต์ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า รุ่นพิเศษ จำนวน 3 รางวัล หรือลุ้นรับสร้อยคอทองคำฝังเพชร จำนวน 100 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทอีกด้วย

          *หมายเหตุ: อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
« Last Edit: November 29, 2013, 09:34:25 AM by MSN »

MSN on November 29, 2013, 09:35:15 AM
Honda launches all-new Honda Odyssey and introduces Honda NSX, a super sport hybrid concept car at Motor Expo 2013
 




          Honda Automobile (Thailand) Co., Ltd. introduced the all-new Honda Odyssey for the first time in Thailand and showcased the Honda NSX, a super sport hybrid concept car, along with a lineup of 14 Honda models, at the 30th Motor Expo 2013. This year, Honda’s booth is based on the concept “Shining Through the Next Era” to reflect how Honda has reinforced its leadership in innovative automobiles. Honda has also rolled out the “Honda For You As Always” campaign with special offers for Honda customers.

          Mr. Pitak Pruittisarikorn, Executive Vice President, Honda Automobile (Thailand) Co., Ltd., “The Honda booth this year is under the concept of ‘Shining Through the Next Era’ to reflect how Honda continues to strive to reinforce our leadership in innovative, high-performance and environmentally-friendly automobiles. For the 2013 Motor Expo, Honda is presenting the Thailand debut of the all-new Honda Odyssey, a premium minivan that offers first-class comfort; the Honda NSX, a super sport hybrid concept car; and a wide range of 14 models of vehicles including alternative energy automobiles such as E85, CNG, and hybrid models to satisfy all customer needs and lifestyles.”

          The all-new Honda Odyssey, a premium minivan, shows an outstanding character in all dimensions, plus luxury and elegance. The roomier interior embraces modernity, sophistication and perfect functionality to provide the ultimate relaxation for all passengers. The cradle seats in the second row offer first-class comfort with 10-way adjustments to suit all passenger requirements, including leg rests, articulated backrests and adjustable nape rests for the ultimate comfort during a journey. The seating is independently split into left and right with a walk-through feature. Power left- and right-side sliding rear doors provide convenient entry and exit of the cabin.

          The new-generation Honda Odyssey comes equipped with an advanced touch audio system and tri-zone air-conditioning operated by a touch control panel. Other highlights are the 2.4-liter DOHC i-VTEC® Earth Dreams Technology engine that produces 175 horsepower and a CVT, resulting in powerful acceleration and best-in-class fuel economy, as well as supporting E20 gasoline. To enhance visibility during driving with clear and complete views, safety features include a Multi-View Camera System, Honda Smart Parking System, Blind Spot Information System, Cross Traffic Monitor and many other striking safety solutions.

          The all-new Honda Odyssey is available in two variants including the 2.4E priced at 2,750,000 baht and the 2.4EL priced at 2,950,000 baht. The all-new Honda Odyssey comes in four colors including Premium Twinkle Black (Pearl), Super Platinum Silver (Metallic), White Orchid (Pearl) with a black interior and Crystal Black (Pearl) with a beige interior.

          Another highlight showcased at the Honda booth during the 2013 Motor Expo is the Honda NSX, a next-generation super sport hybrid concept car. Powered by a Direct Injection V6 VTEC engine, along with Honda's Sport Hybrid SH-AWD (Super Handling All-Wheel Drive), the Honda NSX delivers breakthrough high-speed performance while being fuel efficient and environmentally friendly. With its unique design and featuring the Human Support Cockpit, the Honda NSX is truly a whole new level of experience for the joy of driving. In addition, the lightweight aluminum body of the Honda NSX is recyclable without generating waste. With the integration of breakthrough technology, the Honda NSX truly marks the new definition of Honda's next generation automobiles.

          Also on display at the Motor Expo is the Honda Freed concept car, based upon the award- winning creative idea in the “Freed Your Mind Design Contest”, in which students submitted their designs for a Honda Freed to be modified for business purposes. The winning team, Pinky Pig, is comprised of students from the Faculty of Architecture, Chiang Mai University, with their idea of the Freedom Cup Cake Café, based on a concept of sharing joy with others that reflects the personality of the Honda Freed, which offers diverse utility and best suits modern lifestyles.

          Honda is also highlighting the new “Honda For You As Always” campaign with special offers to thank all customers for their kind support. Customers who make a reservation for any Honda model at the motor show will be eligible to win one of three prizes of Honda STEPWGN SPADA Limited Editions or 100 prizes of golden necklaces, with all prizes worth a total value of more than 10 million baht.

          Note: The all-new Honda Odyssey's features vary according to variants.

MSN on November 29, 2013, 09:35:53 AM
Proton เปิดตัว Suprima S
 




          ซูพรีมา เอส มาจากรากศัพท์คำว่า “ซูพรีม” (สุดยอด) โดยสะท้อนความเหนือระดับด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และสมรรถนะ ที่ผสานกันเป็นแฮทช์แบคคันนี้

          Proton Suprima S มีจำหน่าย 2 รุ่น คือ Executive และรุ่น Premium มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดที่ 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 205 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,000 รอบต่อนาที ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด เพิ่มสรรถนะการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี LOTUS RIDE and Handling

          ภายนอกออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการของชีวิตทันสมัย โดยเป็นแฮทช์แบคทรงสปอร์ต มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยพวงมาลัยที่ตอบสนองได้รวดเร็วเท่าที่ใจต้องการ ระบบช่วยรถออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์ มาพร้อมกับไฟ Day Time Running Light กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ไฟตัดหมอก สะกดทุกสายตาด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด215/45/R17 และยังเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยชั้นเยี่ยมมากมาย ได้แก่ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยข้างเบาะโดยสารคู่หน้า ม่านถุงลม หน้าต่างแอนตี้ แทรป พาวเวอร์ เบรก ABS ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic Stability control) พร้อมด้วยระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ในรุ่นPremiumยังมีเซ็นเซอร์ข้างหน้าเพื่อช่วยจอด (Park Assist) และกล้องมองหลัง (Reverse Camera)

          ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ในการเดินทาง เพิ่มความหรูหราด้วย พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้าน พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่น และ Paddle Shift (รุ่น Premium) โดดเด่นด้วยปุ่ม Push Start/Stop และระบบ Proton Infotainment ด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงวิทยุ DVD/MP3 ช่องเสียบ USB/ iPod และยังสามารถเชื่อมต่อระบบ Bluetooth หน้าจอ LCD ขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อระบบนำทางด้วยดาวเทียม กับระบบเสียงที่ประกอบไปด้วยลำโพง 6 ตัว

          Proton Suprima S มีให้เลือก 5 สี ได้แก่
          สีแดง (Fire Red)
          สีดำ (Tranquitlity Black)
          สีขาว (Solid White)
          สีเงิน (Generic Silver)
          สีน้ำเงิน (Atlantic Blue)

          The New Exora รุ่นปรับโฉมของ Proton Exora รุ่นเดิม The New Exora รุ่นใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส แคมโปร CFE ( CamPro Charge Fuel Efficiency) แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,000 รอบต่อนาที ทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เพิ่มพลังในการเร่งแซงได้มากขึ้น ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยประหยัดน้ำมัน อีกทั้งเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่และการตอบสนองของรถยนต์มั่นคงแม่นยำยิ่งขึ้น ในขณะที่กำลังของเครื่องยนต์ไม่ลดลง ราคาเริ่มต้นเพียง 664,000 บาท

          Proton Exora + LPG ทางเลือกใหม่จากโปรตอน พัฒนา Exora ให้เลือกใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ระบบ ที่ทำให้คุณประหยัดได้มากกว่า และเดินทางได้ไกลยิ่งขึ้น ด้วยระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว LPG ควบคุมการทำงานด้วย ECU จ่ายเชื้อเพลิง LPG ด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ความแม่นยำสูง ถังก๊าซ LPG ขนาด 36 ลิตร ออกแบบพิเศษเพื่อ Proton Exora โดยเฉพาะ ติดตั้งบริเวณใต้พื้นรถ ไม่เสียพื้นที่ใช้สอย ยางอะไหล่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมการ์ดเหล็กกันกระแทกเพิ่มความปลอดภัย ขายึดถังก๊าซ LPG และขายึดชุดหม้อต้มออกแบบพิเศษใช้เลเซอร์ในการตัด พร้อมชุบสีกันสนิม เรียบร้อยและสวยงาม ราคาเริ่มต้นเพียง ราคาเริ่มต้นเพียง 703,000 บาท

          Proton Preve’ มีจำหน่าย 3 รุ่นคือ Standard, Executive และ Premium ทุกรุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร โดยในรุ่น Standard และ Executive ใช้เครื่องยนต์รหัส CAMPRO IAFM+ ให้กำลังสูงสุดที่ 109 แรงม้า ที่ 5750 รอบต่อนาที ส่วนในรุ่น Premium ใช้เครื่องยนต์ CAMPRO CFE ( CamPro Charge Fuel Efficiency) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงถึง 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 205นิวตัน –เมตร ที่ 2,000-4,000 รอบต่อนาที ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยประหยัดน้ำมัน อีกทั้งเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่และการตอบสนองของรถยนต์มั่นคงแม่นยำยิ่งขึ้น ในขณะที่กำลังของเครื่องยนต์ไม่ลดลง ราคาเริ่มต้นเพียง 625,000 บาท

          Proton Preve’ + LPG โปรตอนเพิ่มทางเลือกให้คุณด้วยการพัฒนา Preve’ ให้เลือกใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ระบบ ที่ทำให้คุณประหยัดได้มากกว่า และเดินทางได้ไกลยิ่งขึ้น ด้วยระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว LPG ควบคุมการทำงานด้วย ECU จ่ายเชื้อเพลิง LPG ด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ความแม่นยำสูง ถังก๊าซ LPG ขนาด 58 ลิตร ติดตั้งในห้องเก็บสัมภาระท้ายพร้อมชุดครอบถัง ขายึดถังก๊าซ LPG และขายึดชุดหม้อต้มออกแบบพิเศษใช้เลเซอร์ในการตัด พร้อมชุบสีกันสนิม เรียบร้อยและสวยงาม ราคาเริ่มต้นเพียง ราคาเริ่มต้นเพียง 664,000 บาท

          และทาง Proton ยังจัดแคมเปญใหม่สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Proton รุ่น Exora หรือ รุ่น Preve’ ทั้งแบบเบนซิน และ LPG มาก่อนรับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 150,000 บาท* สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่จองรถภายในงาน Motor Expo 2013 หรือ โชว์รูมโปรตอนทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-10 ธันวาคม 2556 เท่านั้น

          *เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับสถาบันการเงินเท่านั้น

MSN on November 29, 2013, 09:36:39 AM
Proton Launches Suprima S at the 2012 Thailand International Motor Expo
 


         The name Suprima S is derived from the root word “supreme”, and reflects superiority in engineering, safty and performance that has been incorporated into the hatchback.

          Designed to meet the demanding needs of the modern lifestyle, the Proton Suprima S is a youthful hatchback with a dynamic and sporty shape, a premium interior and superior engine performance. It is PROTON’s most well-equipped product to date, with the Premium variant offering a host of features never before seen in a Proton model, such as PROTON Infotainment with Android-based Operating System, rear LED light guides, DRL (Daytime Running Lights), Hill-Hold Assist, and Park Assist with front parking sensors.

          The Proton Suprima S is powered by PROTON’s 1.6L Turbo engine. Mated with PROTON’s 7-speed ProTronic CVT, it delivers power and torque equivalent to a 2.0-litre naturally aspirated engine. The 1.6L power plant produces 138 PS at 5000rpm, and with maximum torque of 205Nm from 2000 to 4000rpm. And as with all Proton models, its driving dynamics is enchanced with LOTUS Ride and Handling.

          The hot new hatchback is well-equipped with high-end safty features – six airbags, anti-trap power windows, ABS (Anti-lock Braking System), and ESC (Electronic Stability Control) with Traction Control. The Premium variant is also equipped with Park Assist with rear parking sensors, and reverse camera.
“The Proton Suprima S comes with the highest safety standards PROTON has offered, topped off with a 5-Star ANCAP safety rating.”

          Other highlights of the Proton Suprima S include 7-spoke, 17-inch rims and a 7-inch touchscreen with built-in navigation system. Additional features in the Premuim variant include full leather seats, Push Start Button, paddle shifts, and auto cruise, amongst many other features.

          Five colour choices are available: Fire Red, Tranquility Black, Solid White, Genetic Silver and a brand new colour , Atlantic Blue.

MSN on November 29, 2013, 09:37:57 AM
ภาพข่าว: สามมิตร กรีนพาวเวอร์ เผยโฉม “รถกระบะเอราวัณ ดีเซล ซีเอ็นจี” แรง ทน คุ้มค่า ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2013
 




                 นายสุรยุทธิ์ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด (SGP) เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด “กระบะเอราวัณ ดีเซล ซีเอ็นจี” ในงาน Motor Expo 2013 โดยชูสมรรถนะ “แรง ทน คุ้มค่า” โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีชุดอุปกรณ์ PTT Diesel CNG ซึ่งเป็นระบบการใช้ก๊าซธรรมชาติแบบเชื้อเพลิงร่วมสำหรับรถยนต์ดีเซลขนาดเล็ก ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ารถยนต์ดีเซล ทนทาน ประหยัดเชื้อเพลิง และเพิ่มฟังก์ชั่นออฟโรดตอบสนอง ผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย โดยผู้สนใจร่วมพิสูจน์สมรรถนะรถกระบะเอราวัณ ดีเซล ซีเอ็นจี ได้ที่บูธสามมิตร กรีนพาวเวอร์ เลขที่ B02 ตั้งแต่วันนี้ถึง – 10 ธันวาคมนี้ ในงาน Motor Expo 2013 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

MSN on November 29, 2013, 09:40:36 AM
“เอ็มจี” ประกาศความพร้อมบุกตลาดไทย อวดโฉมรถยนต์ จากประวัติศาสตร์สู่อนาคตในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30
 
            พบกับนวัตกรรมการออกแบบแห่งอดีตสู่อนาคตรวม 4 รุ่น พร้อมเตรียมส่งรถยนต์รุ่นแรกบุกตลาดไทยในปี 2557
          - ร่วมรำลึกถึงความสำเร็จของรถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันผ่าน อินเตอร์แอคทีฟ วอลล์ที่ผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมได้
          - การแสดง และการออกแบบบูธอันล้ำสมัย สะท้อนให้เห็นภาพอดีตอันรุ่งเรืองสู่ความรุ่งโรจน์ของแบรนด์ เอ็มจี ในปัจจุบัน และอนาคต







เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี เดินหน้าเปิดตัว เอ็มจี แบรนด์รถยนต์อังกฤษชื่อดัง สู่ตลาดรถยนต์ไทย จัดขบวนทัพนวัตกรรมการออกแบบด้านยานยนต์แห่งอดีตและอนาคต 4 รุ่น ประกาศความยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2556 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี พร้อมเตรียมส่ง “เอ็มจี 6” รถยนต์รุ่นแรกบุกตลาดไทยปีหน้า

มร. หวู่ ฮวน ประธานบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี เป็นการร่วมทุนระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SAIC) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เพื่อผลิตและจำหน่ายรถยนต์อังกฤษภายใต้แบรนด์ “เอ็มจี” เพื่อเจาะตลาดไทย โดย เอสเอไอซี มอเตอร์ มีสัดส่วนการถือหุ้น 51% และซีพี 49%

“ในขั้นต้น เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพีวางแผนที่จะแต่งตั้งดีลเลอร์อย่างน้อย 30 รายทั้งในกรุงเทพฯและตามจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งใหม่ขึ้นด้วยเม็ดเงินลงทุน 9,000 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อความสะดวกในการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ”

มร. แอนโธนี วิลเลียมส์-เคนนี ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ เอ็มจี ในลองบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และเซี่ยงไฮ้ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า การร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ เอ็มจี ในการบุกตลาดไทย ซึ่งในก้าวแรกนี้จะมีการจัดแสดงรถยนต์ 4 รุ่น ซึ่งล้วนเป็นนวัตกรรมการออกแบบแห่งอดีตและอนาคตที่ เอ็มจี ภาคภูมิใจ ประกอบด้วยรถยนต์รุ่น เอ็มจี เอ เอ็มจี บี เอ็มจี ไอคอน และ อี 50 ให้ชมกันภายในงาน

“เอ็มจี เอ เป็นรถสปอร์ตอันโด่งดังของ เอ็มจี ผลิตโดยบริษัท บริติช มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ในช่วงปี พ.ศ. 2498 ถึง 2505 และเป็นรุ่นที่แสดงให้เห็นถึงสไตล์ที่แตกต่างจากรถรุ่นก่อนๆ อย่างชัดเจน ส่วน เอ็มจี บี ที่ออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2505 เป็นรถรุ่นต่อมาที่ได้รับการออกแบบให้มีความแปลกใหม่ทันสมัย ทั้งสองรุ่นจะทำให้คนไทยได้เห็นอดีตอันรุ่งเรืองของ เอ็มจี และเป็นการฉลองก้าวแรกของเราในตลาดรถยนต์เมืองไทย” มร. วิลเลียมส์-เคนนี กล่าว

ค่ายรถอังกฤษเจ้าของตราสัญลักษณ์รูปแปดเหลี่ยมยังได้เตรียมจัดแสดง เอ็มจี ไอคอน คอนเซ็ปต์คาร์ระดับรางวัลที่มีความสวยงามสะดุดตา และเป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมและการออกแบบที่เป็นสากลของ เอ็มจี

รถยนต์คอนเซ็ปต์คาร์ เอ็มจี ไอคอน คือรถเอสยูวีต้นแบบรุ่นแรกของ เอ็มจี ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถสปอร์ตอย่าง เอ็มจี เอ และ เอ็มจี บี โดย เอ็มจี ไอคอน จะสะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบเพื่อผู้ใช้รถยนต์ทั่วโลกและเป็นก้าวสำคัญในพัฒนารถยนต์เพื่ออนาคตของแบรนด์นี้

มร. วิลเลียมส์-เคนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า “เอ็มจี เป็นแบรนด์ที่มีค่านิยมและปรัชญาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งทำให้เราสามารถออกแบบยานยนต์แต่ละรุ่นให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอ็มจี ไอคอน ถือเป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ของรถยนต์ เอ็มจี รุ่นใหม่ นอกจากนั้น เอ็มจี ไอคอน ยังแสดงให้เห็นว่าเราสามารถพัฒนารถยนต์เอสยูวี ที่คงคุณลักษณะเฉพาะ ที่สืบทอดมายาวนานของ เอ็มจี ไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความกว้างของตัวรถ รูปลักษณ์ที่ดูทรงพลัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตราสัญลักษณ์รูปแปดเหลี่ยมของแบรนด์ ที่ยังคงไว้ได้อย่างลงตัว”

สำหรับรถรุ่นท้ายสุดที่ เอ็มจี นำมาจัดแสดงคือ อี50 ซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ มีการจัดวางตำแหน่งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รวมถึงการออกแบบตัวรถที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างการทำงานของเครื่องยนต์กับความสะดวกสบายของคนขับและผู้โดยสาร ทั้งยังมีการจัดสรรพื้นที่ภายในรถอย่างเหมาะสม ประกอบกับการพัฒนาสมรรถนะอย่างสูงสุดในทุกระบบ ซึ่งให้ทั้งความปลอดภัยและลดการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี

“อี50 คือเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรามีความสามารถในการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต รวมถึงสามารถผลิตชิ้นส่วนหลัก และส่วนประกอบต่างๆ ของรถยนต์ประเภทนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดได้เป็นอย่างดี” มร. วิลเลียมส์-เคนนี กล่าวทิ้งท้าย

พบกับนวัตกรรมยานยนต์ภายใต้แนวคิด “History for Future” พร้อมสัมผัสประสบการณ์ “Passion Drives” จาก เอ็มจี ได้ที่บูธ B03 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2556 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารจากเอ็มจีได้ที่ www.mgcars.co.th และwww.facebook.com/mgcarsthailand

MSN on November 29, 2013, 09:42:09 AM
ซูซูกิเปิดตัวคอนเซ็ปต์คาร์ A:Wind เป็นที่แรกของโลกในประเทศไทย คู่ NEW SUZUKI SWIFT Energy Green ในงาน Motor Expo 2013
 


          บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ชูความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอีโคคาร์เผยโฉม SUZUKI A:Wind คอนเซ็ปต์ ต้นแบบรถยนต์ประหยัดพลังงานระดับโลก ที่จะมาสั่นสะเทือนวงการรถยนต์ไทยในฐานะต้นแบบรถอีโคคาร์คันที่สองของซูซูกิ พร้อมโชว์ NEW SUZUKI SWIFT Energy Green Limited Color ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษทั่วประเทศรับสิ้นปี 2556

          มร.ทาคายูคิ ซูกิยามา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ซูซูกิขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพของซูซูกิอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ซูซูกิมีอัตราการเติบโตกว่า 200% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยที่ผ่านมา SUZUKI SWIFT รถสปอร์ตคอมแพ็ค ได้รับความนิยมจนมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ALL NEW SUZUKI ERTIGA รถครอบครัวขนาด 7 ที่นั่ง ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาสแรก ก็ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดีเช่นกัน

          เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ และตอบรับคอนเซ็ปต์ “พลังงานสร้างสรรค์ ยานยนต์เปลี่ยนโลก Innovative Energies - World-Changing Vehicles” ของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 ในปีนี้ ซูซูกิได้เปิดตัว คอนเซ็ปต์คาร์ใหม่ล่าสุด SUZUKI A:Wind ต้นแบบรถยนต์ประหยัดพลังงานระดับโลกที่จะมาสั่นสะเทือนวงการรถยนต์ไทยอีกครั้งในฐานะต้นแบบรถอีโคคาร์คันที่สองของซูซูกิ และนอกจากนี้ ซูซูกิยังได้จัดแสดง NEW SUZUKI SWIFT “Energy Green” Limited Color (สีเขียวเอ็นเนอร์จี กรีน เมทัลลิค ใหม่) สีสันแห่งสไตล์ ตอบสนองคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอีกด้วย

          นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมา ซูซูกิได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเราประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กและอีโคคาร์ และซูซูกิยังคงมั่นใจว่าแนวโน้มและทิศทางของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กรวมถึงอีโคคาร์จะเติบโตและได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีข้อสงสัย จากการศึกษาตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่าผู้บริโภคหันมาให้ความนิยมรถยนต์นั่งขนาดเล็กเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 20% ของตลาดรถยนต์นั่งทั้งหมด หรืออาจกล่าวได้ว่าตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กรวมถึงอีโคคาร์ได้รับการยอมรับจนขยายตัวขึ้นกว่า 5 เท่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีผู้บริโภคให้ความนิยมขับรถดังกล่าวกว่า 277,846 คัน โดยส่วนหนึ่งได้รับผลจากการกระตุ้นของภาครัฐ อีกส่วนหนึ่งได้รับผลจากการทำการตลาดและกระตุ้นตลาดจากค่ายรถยนต์หลายๆ ค่าย อาจส่งผลให้สิ้นปีนี้ ยอดรวมตลาดน่าจะปิดยอดที่ราว 1.3 ล้านคัน”

          “ในส่วนของซูซูกินั้น เราได้การวางกลยุทธ์และแผนการตลาด โดยเน้นจับตลาดคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในรถประหยัดพลังงานที่มีคุณภาพและคุณค่า (Quality and Value) มากกว่าการยึดติดกับตราสินค้า (Brand) โดยเน้นชูสปอร์ตคอมแพ็ค SUZUKI SWIFT รุ่นต่างๆ นอกจากนี้ ยังวางแผนจับตลาดคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างครอบครัว โดยชูคุณภาพและเน้นคุณค่าของรถ 7 ที่นั่งเพื่อความอเนกประสงค์ของครอบครัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพัฒนารถยนต์นั่งขนาดเล็กและอีโคคาร์มาตรฐานสากลรุ่นใหม่ๆ สู่ตลาด โดยเน้นหนักในเรื่องคุณภาพและคุณค่าของตัวรถ เพื่อรักษาความเป็นอีโคคาร์ระดับพรีเมี่ยม (Premium Eco-Car) และ ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ Way of Life! ของผู้บริโภคที่มีอยู่หลากหลาย โดยเตรียมทำการตลาด รวมถึงการทำการสื่อสาร โฆษณา ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมทางการตลาด และกิจกรรมตอบแทนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการให้ส่วนลดและโปรโมชั่น” นายวัลลภกล่าวเพิ่มเติม

          “ด้านบริการหลังการขาย ซูซูกิเดินหน้าขยายเครื่อข่ายผู้จำหน่าย โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับปริมาณลูกค้าที่มีเพิ่มขึ้น และเพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศได้รับการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ รวดเร็ว ในโชว์รูมและศูนย์บริการรูปลักษณ์ทันสมัย ดูแลโดยบุคลากรคุณภาพมืออาชีพ อุปกรณ์ทันสมัย พร้อมอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งแท้ราคามาตรฐาน รับประกันคุณภาพโดยซูซูกิ

          สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 ในปีนี้ ซูซูกิได้จัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ พร้อมมอบสิทธิพิเศษมากมายในงาน ขอเชิญเข้าเยี่ยมชมและทดลองขับรถยนต์ของซูซูกิได้แล้ววันนี้ และซูซูกิให้ความมั่นใจว่า เราจะไม่หยุดยั้งที่จะเดินหน้าสร้างยนตกรรมที่น่าตื่นเต้น ตอบทุก Way of Life! ที่ทันสมัย และตอบทุกความเปลี่ยนแปลงของโลกนับจากวันนี้ไปสู่อนาคต” นายวัลลภสรุปและเชิญชวนในตอนท้าย

          ซูซูกิพร้อมมอบข้อเสนอพิเศษทั่วประเทศรับสิ้นปี 2556
          SUZUKI SWIFT 1.25 ลิตร และ NEW SUZUKI SWIFT Energy Green Limited Color รับฟรีประกันภัยชั้น 1 (เงื่อนไขตามที่ บริษัทฯ กำหนด)
          ALL NEW SUZUKI ERTIGA รับฟรีประกันภัยชั้น 1
          SUZUKI CARRY รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมบัตรเงินสด PTT Blue Innovation มูลค่า 3,000 บาท เพื่อเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.
         
          ทดลองขับรถยนต์คุณภาพของซูซูกิ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30 และโชว์รูมซูซูกิทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และโชว์รูมซูซูกิทั่วประเทศ หรือ โทรฟรี SUZUKI Call Center จากโทรศัพท์พื้นฐาน โทร 1800-600-900, จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ โทร 1401-600-900 และ www.suzuki.co.th, www.facebook.com/NewSuzukiSwift, www.facebook.com/SuzukiErtigaThailand
« Last Edit: November 29, 2013, 09:45:42 AM by MSN »

MSN on November 29, 2013, 09:44:01 AM
Suzuki unveils “Suzuki A: Wind” as world premiere of concept car along with New Suzuki Swift Energy Green at the 30th Thailand International Motor Expo 2013
 


          Suzuki Motor (Thailand) Co., Ltd. underscores its leadership as innovative compact car maker with the world debut of Suzuki A: Wind, the newest concept car. It is the latest world class energy-efficient prototype and another breakthrough vehicle for Suzuki. This is a beginning of the new era of Eco car which will be fully equipped with new standards that will rock the Thailand automotive market again. Moreover, the New Suzuki Swift Energy Green Limited Color will also be introduced at the 30th Thailand International Motor Expo 2013 with special offers for customers nationwide to enjoy the end of the year with happiness.

          Mr Takayuki Sugiyama, President of Suzuki Motor (Thailand) Co., Ltd. said: “Suzuki wants to thank all of Thai customers for their ongoing trust and confidence in our quality products and services. This has resulted in a growth rate of 200 percent over three consecutive years, making Suzuki the Japanese car maker marking highest growth rate in the market. Thanks to the popularity of the Suzuki Swift sport compact which is able to maintain the market’s number one position in terms of sales in the past months. In addition, our new 7-seater family MPV "All New Suzuki Ertiga", launched in the first quarter of this year, also received overwhelming response from the market too.

          To underscore its market leadership and respond to the 30th Thailand International Motor Expo 2013’s concept of “Innovative Energies – World-Changing Vehicles”, Suzuki this year is introducing the world premiere of Suzuki A: Wind, the newest concept car. This is the latest world class energy-efficient prototype and another breakthrough vehicle for Suzuki. This is a beginning of the new era of Eco car, to be fully equipped with new standards, to rock the Thailand’s automotive market again. Moreover, the New Suzuki Swift Energy Green Limited Color will also be introduced too. The vehicle comes in stylish green metallic to respond to the demands of the new generation customers whose lifestyles are unique. 
         
          Mr Wallop Treererkngam, General Manager, Suzuki Motor (Thailand) Co., Ltd. said: “Previously, Suzuki has proved to be a huge success in marketing compact and Eco cars. The company is confident that the trend and direction of compact and Eco cars is likely to grow and continue to gain popularity among customers undoubtedly. Studies of the market in the past several years until now, found a dramatic increase in the number of consumers giving their interest into compact cars. The increase is accounted for almost 20 percent of the whole passenger cars. The compact and Eco car market has expanded more than 5 times in the past 4 years, with more than 277,846 units sold because of its popularity. This partly was contributed by the Government’s stimulus plans while another part was from the car makers’ marketing promotional campaigns launched to boost the market. This may result in total sales of vehicles at the end of this year to reach 1.3 million units”.

          “At Suzuki, we have implemented our strategic marketing plans targeting the next generation consumers who are interested in energy-efficient vehicle that comes with quality and value rather than sticking to brand. We focus on variety of models starting from our sport compact Suzuki Swift. In addition, we also target the next generation consumers, who are building a modern family, introducing our new 7-seater family MPV "All New Suzuki Ertiga". This new MPV that emphasize on both quality and value is specifically designed to respond to multi-purpose usage”.

          ”Moreover, we plan to develop a series of new models of compact and Eco cars that meet the universal standards to hit the market by emphasizing on quality and value to maintain our position as a premium eco-car maker. And to meet the needs of customers’ lifestyle under the concept Way of Life! Suzuki plans to implement the marketing programs, communications, advertising and marketing activities including ongoing customer relationship management activities, rather than offering discounts and promotions." Mr Wallop added.

          “Regarding Aftersales services, Suzuki continues to expand the supplier network, showrooms and service centres nationwide through these several years to respond to the increasing numbers of customers. Customers nationwide can rest assured they shall receive the high-quality Aftersales services promptly at the modern showrooms and service centres, supervised by professionally qualified personnel. Modern equipment, genuine spare parts and accessories are available at standard prices, guaranteed by Suzuki. We plan to have 80 showrooms and service centres nationwide by the end of 2013. By the end of 2014, we shall continue to expand our showrooms and service centres to 100”.

          “At the 30th Thailand International Motor Expo 2013, Suzuki displays all models of its vehicle and offers many special privileges. Come visit us and have a test drive today. We at Suzuki ensure that we shall never cease to continue creating the exciting vehicles to meet the modern lifestyles under the concept Way of Life! and answer to all the changes from now on and in the future,” Mr Wallop concluded.   
       
          Suzuki is offering special privileges to customers nationwide when making a purchase of :
          SUZUKI SWIFT 1.25 liters or NEW SUZUKI SWIFT Energy Green Limited Color, with free first class insurance. (Note: The Company reserves the right to change details without prior notice).
          ALL NEW SUZUKI ERTIGA, with free first class insurance.
          SUZUKI CARRY, get free first class insurance and PTT Blue Innovation cash card worth 3,000 baht for gas filling at PTT petrol station.

          Experience all of Suzuki quality vehicles, with special promotions at Motor Expo 2013 and all Suzuki showrooms nationwide. For more information, please contact Suzuki Motor (Thailand) Co., Ltd. (From landline, call 1800-600-900. From mobile phone, call 1400-600-900) or visit www.suzuki.co.th, www.facebook.com/NewSuzukiSwift, and www.facebook.com/SuzukiErtigaThailand.

MSN on November 29, 2013, 09:46:24 AM
A:Wind: คอนเซปต์คาร์ห้าประตูรุ่นใหม่ ใน A-segment จากซูซูกิ



          - ซูซูกิเปิดตัว A:Wind ครั้งแรกของโลก ในประเทศไทย
          - โดดเด่นด้วยดีไซน์ พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และคุณภาพที่เหนือกว่ามาตรฐานของรถยนต์ใน A-segment

          ซูซูกิมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะทำการเปิดตัวรถคอนเซปต์คาร์ใน A-segment แบบ 5 ประตูรุ่นใหม่ คือรุ่น A:Wind เป็นครั้งแรกของโลก ณ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30 หรือ Thailand International Motor Expo 2013 (รอบสื่อมวลชน: 28 พฤศจิกายน บุคคลทั่วไป: 30 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม)

          A:Wind จะเป็นรถนำสายลมที่สดชื่นเข้ามาสู่แวดวงของรถขนาดเล็กใน A-segment ในฐานะรถคอมแพ็กคาร์ระดับโลกเฉกเช่นชื่อรุ่นของมัน ซูซูกิได้สร้างสรรค์ A:Wind ขึ้นมาจากไม่ยึดติดกับมาตรฐานเดิมๆ ของรถใน A-segment และใช้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตรถขนาดเล็ก (compact cars) ของซูซูกิที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในการพัฒนา ทั้งรูปลักษณ์ที่โอ่อ่าทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารที่กว้างขวาง การออกแบบเพื่อการใช้งานอย่างได้อย่างง่ายดาย และความประหยัดน้ำมันอันเป็นเลิศ ล้วนเป็นสิ่งที่รถรุ่นใหม่นี้มีอยู่อย่างครบถ้วน

          การออกแบบ
          การออกแบบภายนอก
          การออกแบบคำนึงถึงแนวคิดสามประการ คือ รูปทรงที่ปราดเปรียว ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และคุณภาพที่สุดประณีต โดยแนวคิดทั้งสามนี้ ได้ถูกส่งผ่านไปยังจุดเด่นต่างๆ ของรถ ทั้งรูปลักษณ์ที่มีชีวิตชีวา
การออกแบบภายในให้กว้างขวาง และคุณภาพของรถทั้งภายในและภายนอก
          กระจังหน้าถูกออกแบบอย่างมีมิติให้ลงตัวกับชุดไฟหน้า ความโอ่อ่าถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นด้านข้างของตัวรถ ทำให้ A:Wind เป็นดังสายลมแห่งคุณภาพที่เหนือกว่ามาตรฐานของรถยนต์ทั่วไป
          ดีไซน์รถที่เป็นส่วนผสมอันลงตัวระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกที่มีสไตล์ และพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวาง

          การออกแบบภายใน
          การจัดวางผังภายในตัวรถผ่านการคิดอย่างรอบด้านและพิถีพิถันเพื่อให้เกิดความสบายสูงสุดภายในห้องโดยสาร ตัวรถได้มีการออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างที่นั่งผู้โดยสารแถวหน้าและที่นั่งผู้โดยสารแถวหลังเพิ่มมากขึ้น ประตูรถทุกบานสามารถเปิดได้กว้าง สามารถขึ้น-ลงรถเพื่อโดยสารได้อย่างสะดวก โดย A:Wind นั้นนับได้ว่าเป็นรถที่มีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับรถยนต์ในขนาดเดียวกัน
          การออกแบบภายในมีการเลือกใช้สีเบจในโทนสว่างตัดกับสีรถภายนอกได้อย่างลงตัว ถือเป็นรถที่นำสายลมแห่งคุณภาพที่คุณจะสามารถคาดหวังได้จากรถคอมแพ็กระดับโลก
          แผงหน้าปัดถูกออกแบบอย่างมีมิติช่วยเพิ่มความกว้างขวางของห้องโดยสารได้มากยิ่งขึ้น

          แบบสี
          ตัวรถสี Energy Yellow บ่งบอกถึงความรู้สึกมีชีวิตชีวาและความตื่นเต้นเฉกเช่นบรรยากาศของสนามกีฬาในช่วงกลางฤดูร้อน และสี Panoramic Blue แสดงถึงท้องฟ้าอันสดใสปราศจากเมฆหมอกที่อยู่เหนือชายหาดในเขตร้อนชื้น สี Energy Yellow ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกของความเป็นพลวัตจากการผสมผสานกันของเฉดสีอันทรงพลังแห่งสีเขียวและเงาสะท้อนของสีเหลือง หลังคาสี Black Pearl แบบกึ่งโปร่งแสงออกแบบให้โค้งเชื่อมต่อกับกระจกหน้าอย่างไร้รอยต่อ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความสบายจากการออกแบบภายใน ส่วนสี Panoramic Blue นั้นเป็นดั่งท้องฟ้าอันสดใสไม่มีเมฆหมอกมาบดบัง ครอบคลุมแผ่กว้างไปยังทุกสารทิศ

          แบบรถในรุ่นที่ผลิตเพื่อการจำหน่าย
          ซูซูกิกำลังพัฒนาแบบรถที่จะผลิตเพื่อการจำหน่ายโดยมีพื้นฐานมาจากรุ่น A:Wind นี้ และได้วางแผนไว้ว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตภายในปี 2557 โดยรถรุ่นที่สองของซูซูกิรุ่นนี้จะประหยัดน้ำมันตามมาตรฐานของรถอีโคคาร์ในประเทศไทย ซึ่งทางซูซูกิจะทำการผลิตในประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ

          มิติ
          ความยาว: 3,600 มม.
          ความกว้าง: 1,600 มม.
          ความสูง: 1,540 มม.
          ความยาวฐานล้อ: 2,425 มม.
          เครื่องยนต์: 996 ซม3 แบบใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง
          การขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ CVT
          ยาง: 185/55 R16
          ข้อมูลเพิ่มเติม: The 30th Thailand Motor expo special website:
          http://www.globalsuzuki.com/TME2013/

MSN on November 29, 2013, 09:47:22 AM
A:Wind – Suzuki’s new A-segment hatchback concept
 


          -Suzuki reveals the A:Wind
          -Design, roominess and quality that override the A-segment standard

          Suzuki Motor Corporation is pleased to announce the world premiere of its A-segment hatchback concept model, the A:Wind, at the 30th Thailand International Motor Expo 2013 (press day: November 28; public days: November 30 through December 10).

          The A:Wind is so named because it seeks to bring a fresh wind to the A-segment as a global compact car. Not constrained by conventional A-segment standards, it embodies the expertise in building compact cars that has made Suzuki admired around the world. An elegant-looking exterior and interior, a spacious, user-friendly cabin, and excellent fuel economy — this new concept model has it all.

          Design
          Exterior
          The design revolves around three concepts: a dynamic body, a roomy cabin, and fine quality. The features of this car, energetic styling, spacious inside and quality interior and exterior are the embodiment of the three concepts.
          The dynamic front grille with integrated headlights and the elegant effect created by the character lines that extend along the sides give the A:Wind an air of quality far superior to that expected in a basic model.
          The body combines a stylish exterior design with a spacious interior.

          Interior
          Much ingenuity has gone into the interior layout. To create a more comfortable cabin, the distance between the front and rear seating has been extended, door openings are wide,, and the seats are easy to get in and out of; plus the A:Wind delivers class-leading luggage space.
          The interior is coordinated in bright elegant beige that nicely complements the exterior colour of the car and exudes the air of quality you expect of a global compact.

          The dashboard sweeps dynamically outward, further enhancing the impression of spaciousness.

          Colour scheme
          The exterior colour scheme consists of Energy Yellow, evocative of the cheering and excitement of a stadium in midsummer, and Panoramic Blue, suggesting cloudless azure skies over tropical beaches.?Energy Yellow produces a dynamic effect through the interplay of the shimmering greenish highlights with the assertive yellow in the shadows. The translucent Black Pearl of the roof, curving seamlessly into the windshield, suggests the comfort of the interior. Panoramic Blue conjures up a piercing blue sky extending endlessly in all directions with not a cloud in sight.

          Production model
          Suzuki is currently developing a production model based on the A:Wind, which is scheduled to go into production in 2014. This production model, Suzuki’s second car to meet Thailand’s eco-car fuel economy standards, is to be manufactured in Thailand and exported abroad.

          Dimensions
          Overall length: 3,600 mm
          Overall width: 1,600 mm
          Overall height: 1,540 mm
          Wheelbase: 2,425 mm
          Engine: 996 cm3 petrol engine
          Type of drive: Front-wheel drive with CVT
          Tyre size: 185/55 R16

          The 30th Thailand Motor Expo special website:
          http://www.globalsuzuki.com/TME2013/

MSN on November 29, 2013, 01:58:41 PM
“ซูบารุ”อัดแคมเปญพิเศษงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2013 พร้อมเปิดตัว“SUBARU XV” สีใหม่ Orange Tangerine Pearl



“ซูบารุ” จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษที่เหนือกว่า ให้คุณเป็นเจ้าของซูบารุทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น สำหรับทุกท่านที่จองรถภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30 พร้อมเปิดตัว “SUBARU XV” สีใหม่ Orange Tangerine Pearl ภายในงาน เพื่อตอบสนองตอบความต้องการของลูกค้าและต่อยอดความสำเร็จของบริษัทฯ  โดยตั้งเป้าหมายยอดจองตลอดทั้งงานกว่า 1,000 คัน ขณะเดียวกันเตรียมการแสดงรถยนต์ผาดโผนระดับโลก “ซูบารุ รัสส์ สวิฟท์ สตั๊นท์ โชว์ 2013” ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคมนี้ ณ ลานกิจกรรม ริมทะเลสาบ P9 เมืองทองธานี

นายอภิชัย ธรรมศิรารักษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่าบริษัท ฯ ได้นำรถยนต์ซูบารุครบทุกรุ่น จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 หรือ “The 30th Thailand International Motor Expo 2013” ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2556 ที่บูทแสดงรถยนต์ซูบารุ  A02 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งโปรดักซ์ไฮไลท์ของงานนี้ คือ SUBARU XV” สีใหม่ Orange Tangerine Pearl  ซึ่งจะเปิดให้ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งจองเป็นเจ้าของได้เป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อต่อยอดความสำเร็จของบริษัทฯ ที่มียอดจองรถยนต์ “SUBARU XV” กว่า 3,000 คัน
พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับ ซูบารุทุกรุ่น รับดอกเบี้ยพิเศษที่ 1.79% พร้อมรับบริการ Roadside assist 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จอง “SUBARU XV 2.0i PREMIUM”   รับเพิ่มประกันชั้น 1  และบัตรเติมน้ำมัน PTT CASH CARD

นายอภิชัย กล่าวต่อว่า ภายในงานบริษัทฯ นำรถยนต์ซูบารุมาจัดแสดงครบทุกรุ่น นำโดย SUBARU XV 2.0i PREMIUM ราคา 1.35 ล้านบาท, ALL New Forester 2.0 i-L ราคา 1.89 ล้านบาท,  ALL New Forester 2.0 XT ราคา 2.59 ล้านบาท  , Outback 2.5i ราคา  2.59 ล้านบาท, Legacy 2.5GT Sedan ราคา 3.45 ล้านบาท ,WRX STI ราคา 3.45 ล้านบาท และสุดยอดรถสปอร์ทที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ BRZ 2.0MT ราคา 2.56 ล้านบาท, BRZ 2.0AT ราคา 2.64 ล้านบาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับทุกรุ่น เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของซูบารุได้ง่ายขึ้น โดยตั้งเป้าหมายยอดจองตลอดทั้งงานกว่า 1,000 คัน

นอกจากนี้  บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมการแสดงรถยนต์ผาดโผนระดับโลก “ซูบารุ รัสส์ สวิฟท์ สตั๊นท์ โชว์ 2013” โดยนักขับรถยนต์ผาดโผนชาวอังกฤษชื่อดังระดับโลก “รัสส์ สวิฟท์” เจ้าของสถิติ กินเนสส์ เวิร์ล เรคคอร์ด ที่บินตรงมาโชว์การแสดงระดับโลก  ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2556 โดยจัดการแสดง 3 รอบต่อวัน เวลา 15.00 น. / 17.00น. และ 19.00 น.  ณ ลาน P9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้ที่สนใจสามารถรับบัตรเพื่อเข้าชมการแสดงดังกล่าวได้ ณ บูทแสดงรถยนต์ซูบารุ  A02 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

MSN on November 29, 2013, 02:05:01 PM
เทคโนโลยีสกายแอคทีฟพาซีเอ็กซ์-5 แรงกระหึ่มเมือง มาสด้าส่งรถใหม่อีกสามรุ่นลงงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป




 
          - เปิดตัวสปอร์ตครอสโอเวอร์หรู 7 ที่นั่ง มาสด้า CX-9 เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม
          - ปรับโฉมสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า MX-5
          - เปิดตัวมาสด้า บีที-50 โปร เครื่องยนต์เบนซิน และบีที-50 โปร CNG
          - พิเศษสุด! แคมเปญพิเศษมาสด้า3 มูลค่า 175,000 บาท

          บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจากที่แนะนำเทคโนโลยีสกายแอคทีฟลงตลาดเมืองไทยพร้อมกับเอสยูวีพันธุ์ดุ มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ และพาสื่อมวลชนไปทดสอบสมรรถนะถึงเชียงรายเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งทำให้กระแสของซีเอ็กซ์-5 ทวีความแรงและเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างว่าเป็นเอสยูวีตัวเลือกที่มีข้อโดดเด่นมากมาย มาสด้าเลยไม่รอช้าเดินหน้าจัดรถรุ่นใหม่อีก 3 รุ่น โชว์งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ทันที พร้อมให้ลูกค้ามีความสุขส่งท้ายปีเก่า ด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปีสำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่กำลังมองหารถยนต์แนวสปอร์ตสุดเท่ ขับสนุก เกาะถนนเป็นเยี่ยม คาดยอดจองในงานทะลุเกิน 3,000 คัน

          นายโชอิชิ ยูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้ นอกจากจะมีรถมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ใหม่ เอสยูวีใหม่ เป็นพระเอกของงานมาร่วมจัดแสดงแล้ว มาสด้ายังเพิ่มสีสันให้กับบูธในปีนี้ ด้วยรถยนต์สายพันธุ์สปอร์ตรุ่นใหม่ที่พร้อมเปิดตัวอีกหลายรุ่น เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย อาทิ รถสปอร์ตครอสโอเวอร์สุดหรู 7 ที่นั่ง มาสด้า ซีเอ็กซ์-CX-9 โฉมใหม่ที่ใช้คอนเซ็ปต์การออกแบบใหม่ “โคโดะ ดีไซน์” เพิ่มภาพลักษณ์รถเอนกประสงค์ที่สปอร์ตและหรูหรา ดีไซน์ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวดุดันมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ความปลอดภัย ทั้ง Active Safety และ Passive Safety ติดตั้งมาครบครัน พร้อมกันนี้มาสด้ายังได้นำรุ่นปรับโฉมของสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก มาสด้า MX-5 ใหม่ มาแนะนำให้แก่แฟนๆ โรดสเตอร์ในเมืองไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกในงานแห่งนี้

          ที่สำคัญ อีกหนึ่งตลาดที่สำคัญและมีความเสถียรด้านความต้องการของตลาดและยอดจำหน่าย นั่นคือตลาดรถปิกอัพขนาด 1 ตันนั่นเอง มาสด้าได้เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ใช้รถปิกอัพด้วยการเปิดตัวรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แรงม้าสูงสุดถึง 166 แรงม้า และแรงบิดสูง 225 นิวตัน-เมตร พร้อมแนะนำ บีที-50 โปร CNG เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าในตลาด เป็นรุ่นที่ติดตั้งพลังงานทางเลือก CNG ใช้ถังบรรจุก๊าซนำเข้าจากอิตาลี 150 ลิตร ขนาดใหญ่สุดในตลาดและมีคุณภาพสูง

          ด้วยเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากลูกค้าทั่วประเทศส่งผลให้วันนี้ มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 กลายเป็นรถเอสยูวีที่นิยมมากที่สุดในตลาด หลังเปิดตัวไม่ถึงสามสัปดาห์มียอดสั่งจองเข้ามากว่า 2,000 คัน ปัจจัยสำคัญที่รถ SUV ใหม่ของมาสด้าประสบความสำเร็จมากในทุกตลาดทั้งในไทยและประเทศอื่นๆ ก็คือเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่อยู่บนรถ นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ลูกค้ารถเอนกประสงค์มีทางเลือกใหม่ที่สมดุลระหว่างสมรรถนะแรง ประหยัดน้ำมัน และค่าไอเสียต่ำ เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่สมเหตุสมผลในตลาดแบบที่ไม่มีแบรนด์รถยนต์ไหนเคยให้ได้มาก่อน ทำให้ลูกค้าได้ใช้รถที่มีคุณสมบัติของรถอย่างแท้จริง และการตอบรับของแฟนๆ มาสด้าชาวไทยทำให้ผมมั่นใจว่าเราจะบรรลุเป้าหมาย 10,000 คันในหนึ่งปีของการเปิดตัวอย่างแน่นอน อีกทั้งรถมาสด้ารุ่นอื่นๆ ทั้งรถยนต์นั่งและรถปิกอัพรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปีนี้ พร้อมสนับสนุนการขายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี จะส่งให้มาสด้าได้ยอดจองรถภายในงานไม่ต่ำกว่า 3,000 คัน” นายโชอิชิ ยูกิ กล่าวเพิ่มเติม

          นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด กล่าวว่า สำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ มาสด้าได้นำความแปลกใหม่มานำเสนอภาพลักษณ์ของแบรนด์บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 1,400 ตารางเมตร พร้อมบูธที่ออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับธีมการออกแบบรถรุ่นใหม่ “โคโดะ ดีไซน์” ที่ให้ภาพลักษณ์แห่งความทันสมัย ความเป็นสปอร์ต ความทรงพลัง อย่างชัดเจน นอกเหนือจากการแนะนำรถมาสด้ารุ่นใหม่ที่เป็นไฮไลท์ถึง 3 รุ่นแล้ว ในงานแห่งนี้มาสด้ายังยกจัดแสดงรถในสายพันธุ์สปอร์ตให้ชมครบทุกรุ่น อาทิ รถขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่างมาสด้า2 ที่เพิ่งได้รับการปรับโฉมเสริมความสปอร์ตและเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาไปเมื่อเร็วๆ นี้พร้อมกับ 2 พรีเซนเตอร์หนุ่มที่ร้อนแรงสุดในยุคนี้ โดยจับคู่ เจมส์ มา กับมาสด้า2 สปอร์ต แฮตช์แบค 5 ประตู และ ณเดชน์ คูกิมิยะ หล่อเท่คู่กับมาสด้า2 เอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู สื่อสารภาพลักษณ์ความสปอร์ตจัดจ้าน และความอินเทรนด์ของทั้งรถและพรีเซนเตอร์ เป็นรถยนต์สำหรับคนรุ่นใหม่

          ที่สำคัญพรีเซนเตอร์ทั้งสองของมาสด้า2 จะไปพบกับแฟนๆ ของมาสด้าที่บูธในงาน เริ่มด้วยเจมส์ มา พรีเซนเตอร์น้องใหม่ล่าสุดที่กำลังโด่งดังเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ จะไปพบกับแฟนๆ ที่บูธมาสด้าวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ตั้งแต่เวลา 16:00 น. เป็นต้นไป ส่วนวันหยุดวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม พบกับดาราที่ฮ็อตที่สุดในยุคนี้ ณเดช คูกิมิยะ พร้อมกันนี้ มาสด้ายังมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้สนใจรถมาสด้า2 รับฟรีทันทีคูปองค่าบำรุงรักษานาน 2 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย

          ส่วนรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งเป็นขวัญใจนักขับชาวไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับมาสด้ามากที่สุด คือ รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่ปัจจุบันมียอดขายทั่วโลกในกว่า 3 ล้านคัน และมีมาสด้า3 มากมายวิ่งอยู่บนถนนเมืองไทย ลูกค้าที่สนใจจองรถมาสด้า3 ไม่ควรพลาดข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับทั้งรุ่น 2.0 ลิตร และ 1.6 ลิตร มีแคมเปญให้เลือกตามความต้องการของลูกค้าระหว่างดอกเบี้ย 0% พร้อมมอบส่วนลดเพิ่มอีก 45,000 บาทและฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือเลือกรับแพ็คเก็จข้อเสนอสูงสุด 175,000 บาท เป็นความพิเศษสุดที่มาสด้ามอบให้จากข้อเสนอมอเตอร์ เอ็กซ์โป ทั้งที่บูธในงานและที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

          นอกจากนี้รถปิกอัพสไตล์เก๋ง มาสด้า บีที-50 โปร เป็นรถอีกรุ่นหนึ่งของมาสด้าที่พี่น้องชาวไทยให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พิสูจน์ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงวันนี้มีลูกค้าออกรถบีที-50 โปรไปใช้งานแล้วกว่า 50,000 คัน และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าปิคอัพฮีโร่ มาสด้ามอบแคมเปญพิเศษดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

          ผู้สนใจชมรถใหม่ไม่ควรพลาดโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า รถที่มีความโดดเด่นในตัวเองที่ให้ทั้งสมรรถนะยอดเยี่ยมในการขับขี่ ให้ช่วงล่างที่มั่นใจได้ทุกสภาพการขับ และเน้นที่สุดเรื่องความปลอดภัย เชิญทดลองขับก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของที่โชว์รูม 147 แห่งทั่วประเทศ และรับข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปีเก่าจากมาสด้าได้แล้ววันนี้

MSN on November 29, 2013, 02:06:13 PM
CX-5 SKYACTIV Technology roars into town Mazda introduces three new models at Motor Expo




 
          - Launch of luxurious Mazda CX-9 seven-seater premium crossover
          - Minor change for Mazda MX-5 roadster
          - Launch of Mazda BT-50 PRO gasoline and BT-50 PRO CNG
          - Special Mazda3 promotion worth Bt175,000

          After introducing the breakthrough SKYACTIV technology in the ALL New Mazda CX-5 and staging the media test drive event in Chiang Rai that enhanced the impact of the highly-attractive compact SUV, distributor Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd. is moving ahead with the introduction of three new models at the annual Thailand International Motor Expo. The company is also offering the most attractive promotion of the year for Mazda customers looking for sporty and fun-to-drive vehicles offering excellent driving dynamics. Mazda expects to receive as many as 3,000 orders at this year’s Motor Expo in order to it achieve its annual sales target this year.

          Mr. Choichi Yuki, President of Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd., said that in addition to the ALL New Mazda CX-5 to be highlighted at this year’s Motor Expo, Mazda is also revving up impact with several new sporty models in its product lineup covering a wide range of customer groups. “Leading the pack is the luxurious seven-seater CX-9 crossover that features the essence of new ‘KODO Design’ theme that embodies a sporty and elegant multi-purpose image. The new CX-9 boasts an even more up-to-date and dynamic design, and comes with full Active and Passive Safety features. At the same time, Mazda is also introducing the facelift version of the world’s most popular sports car, the MX-5 roadster, for the first time in Thailand at this year’s event,” he said.

          “Another important market that has always enjoyed high demand and sales is the 1-ton pickup truck market. Mazda is offering an expanded lineup with the launch of the Mazda BT-50 PRO CNG powered by a 2.5-liter petrol engine. It is equipped with a 150-liter high-quality CNG tank which is the largest in the market” Mr. Yuki added.

          Thanks to extremely strong customer acceptance for the Mazda CX-5 making it the most popular SUV in the market today, more than 2,000 orders have been placed by customers since it was unveiled to the public just 3 weeks ago. “Key driver of popularity in the CX-5 here in Thailand and everywhere globally is the new SKYACTIV Technology. It is the first time SUV drivers around the world are offered a reasonable choice for smart driving. The values SKYACTIV technology brings along with CX-5 and other Mazda’s 6th generation products are powerful performance yet fuel efficiency and cleaner emission. Such choices haven’t been offered by any car brand before. This gives our customers an opportunity to own vehicles that offer great all-round capabilities, and with this strong welcoming from customers, we are confident of achieving our sales target of 10,000 units within the first year of introduction,” he said.

          Other Mazda vehicles introduced at this year’s Motor Expo, consisting of new passenger car and pickup models, will also help boost sales to over 3,000 units at this particular event.

          Ms. Sureetip La-Ongthong Chomthongdee, Vice President for Marketing said for this year’s Motor Expo, Mazda is presenting a new brand image on the 1,400 square-meter show space with a new booth design reflecting the cutting-edge “KODO Design” theme, displaying modern elements, sportiness and powerful image of its products. “In addition to 3 new models which are the highlights at the Mazda booth, we are also displaying all the full range of our sporty products including the fashionable Mazda2 that has recently been given a design update for increased sportiness and value-for-money. The Mazda2 is presented by two of the hottest celebrities of this era – James Ma for the Mazda2 Sports and Nadech Kugimiya for the Mazda2 Elegance. Both James and Nadech represent the sporty and trendy character of the Mazda2, which is meant to be the for new generation,” she said.

          Most importantly, the two presenters will also make personal appearances at the Mazda booth in the Motor Expo, starting with James on Saturday (November 30) at 4pm onwards. Meanwhile, Nadech will meet up with fans on Father’s Day (December 5). Mazda will also be giving Mazda2 customers 2-year free maintenance coupons along with a long list of other special offers.

          Another model that has won the hearts of Thai customers and created a number of historic moments for Mazda is the Mazda3 compact car that has achieved global sales of 3 million units, with many of them running on Thai roads today. Customers interested in placing orders for the Mazda3 should not miss the opportunity to enjoy the best sales promotions for both the 2.0 and 1.6 liter models. Customers can choose either a 0% interest offer plus Bt45,000 value package and first-class insurance, or a Bt175,000 Motor Expo package, which is a special offer available at the show as well as at all Mazda showrooms countrywide.

          In addition, the passenger pick-up truck Mazda BT-50 PRO is another model that has been well-accepted by Thai customers, proven by continuously growing sales in the country. More than 50,000 units have been sold in Thailand, and in order to thank customers of this exciting hero pickup, Mazda is offering a 0% interest and free insurance campaign.

          Do not miss the chance to own a Mazda vehicle that is highly impressive in itself whether in terms of spectacular driving performance, suspension that offers the highest level of confidence in every condition, or ultimate safety. Try a Mazda yourself now at 147 showrooms nationwide and enjoy the most outstanding year-end promotions from Mazda today.

MSN on November 29, 2013, 02:07:36 PM
DAD นำทัพ 4 แบรนด์ดัง เปิดขบวนรถใหม่ 4 รุ่นรวด 

          DAD หรือ กลุ่มดีเอดี ยนตรกิจ แนะนำตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่นจาก 4 แบรนด์ดังในเครือ เอ็มทีเอ็มนำทีมโดย เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ8แอล ไฮบริด “MTM Audi A8L Hybrid” ชูเทคโนโลยีล้ำหน้า เจาะตลาดผู้บริหารระดับสูง ฟากฝั่งซีตรอง เปิดตัว ซีตรอง ซี5 ใหม่ (Citoen C5) กระตุ้นตลาดรถยนต์หรู ส่วนสโกด้า ปล่อย ออคตาเวีย คอมบิ (Skoda Octavia Combi) ตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์รถหรูเอนกประสงค์ และปิดท้ายด้วย เดวา ส่ง เดวา เฮอร์คิวลิส พลัส (DEVA Hercules Plus) ขยายตลาดสู่ภูมิภาค โดยมาพร้อมกับแคมเปญเด็ดเฉพาะงานมอเตอร์เอ็กซ์โปนี้เท่านั้น
 
          นางสาว วิชชุดา ลีนุตพงษ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ดีเอดี ออโต จำกัด หรือกลุ่มดีเอดี ยนตรกิจ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่ายและผู้ให้บริการหลังการขายรถยนต์ ยี่ห้อ “ซีตรอง” “เอ็มทีเอ็ม” “สโกด้า” “สปายเกอร์” และ “เดวา” อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมแสดงรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2556 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี บริษัทฯ ได้นำแบรนด์รถยนต์ในเครือเข้าร่วมแสดงถึง 4 แบรนด์ ได้แก่ ซีตรอง เอ็มทีเอ็ม สโกด้า และ เดวา

            การเข้าร่วมจัดแสดงรถยนต์ในปีนี้ของเครือ ดีเอดี ยนตรกิจ มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด 4 รุ่น จากทั้ง 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ ซีตรอง ซี5, เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ8แอล ไฮบริด, สโกด้า ออคตาเวีย คอมบิ และเดวา เฮอร์คิวลิส พลัส

          “การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่พร้อมกัน 4 รุ่นจาก 4 แบรนด์ในเครือ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนทุกเซกเมนต์ อีกทั้งยังเป็นโอกาสทองของลูกค้าในการเลือกเป็นเจ้าของยนตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและความล้ำสมัย ทั้งด้านดีไซน์และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ที่ครอบครองได้เป็นอย่างดี” นางสาววิชชุดากล่าว

          สำหรับไฮไลท์จะอยู่ที่แบรนด์รถยนต์ เอ็มทีเอ็ม ด้วยการเปิดตัวรถธงรุ่นใหม่ล่าสุด “เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ8แอล ไฮบริด” รถยนต์ซีดานระดับหรูหราที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮบริดอันล้ำสมัยจากค่ายออดี้ นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ของกลุ่มลูกค้าผู้บริหารระดับสูงที่จะตอบโจทก์ทั้งด้านภาพลักษณ์ที่ดีและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

          “เราเชื่อว่า เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ8แอล ไฮบริด จะทำให้ตลาดรถยนต์หรูเข้าสู่ยุคของการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางเราให้ความสำคัญมาโดยตลอด” นางสาววิชชุดากล่าว

          ขณะเดียวกัน เอ็มทีเอ็ม ได้นำรถยนต์หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงในงานดังกล่าวด้วย อาทิ เอ็มทีเอ็ม ออดี้ คิว5 (MTM Audi Q5) เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ5 (MTM Audi A5 2.0TFSI Quattro) และ เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ1 (MTM Audi A1 1.4TFSI)

          ในส่วนของแบรนด์ ซีตรอง แนะนำตัว ซีตรอง ซี5 โฉมใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งแบบซีดานขนาดกลางระดับหรู ที่ผสานความหรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย และดีไซน์โฉบเฉี่ยวไว้อย่างลงตัว ตามแบบฉบับอันโดดเด่นไม่เหมือนใครของฝรั่งเศส

          “นอกจาก ซีตรอง ซี5 ใหม่ แล้ว เรายังได้นำรถยนต์ซีตรองในตระกูล ดีเอส มาจัดแสดงในงานนี้อย่างครบถ้วนทั้ง ซีตรอง ดีเอส5 (DS5), ดีเอส4 (DS4) และ ดีเอส3(DS3) รวมไปถึง ซีตรอง จัมเปอร์(Jumper) ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้ามาโดยตลอด” วิชชุดา กล่าว

          ส่วนความน่าสนใจจากแบรนด์ สโกด้า (Skoda) สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้ คือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ สโกด้า ออคตาเวีย คอมบิ(Skoda Octavia Combi) เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เอนกประสงค์แบรนด์ยุโรปของสโกด้า ซึ่งจะมีหลากหลายทางเลือกให้คบหาไม่ว่าจะเป็นในรุ่น ซุปเพิร์บ คอมบิ(Supurb Combi), เยติ(Yeti) และ ฟาเบีย(Fabia)

          นางสาววิชชุดา กล่าวว่า สำหรับแบรนด์ เดวา(DEVA) ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ของคนไทยพันธ์แท้ ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เดวา เฮอร์คิวลิส พลัส (DEVA Hercules Plus) ที่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทยมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม

          ทั้งนี้ เดวา มากับแคมเปญพิเศษสุดสำหรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้โดยเฉพาะ ซึ่งลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์ เดวา เฮอร์คิวลิส พลัส จะได้รับฟรีชุดแก๊สรถยนต์ และจ่ายเงินเพียง 17,500 บาทก็สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ เดวา เฮอร์คิวลิส พลัสได้ทันที ขณะที่แคมเปญพิเศษสำหรับ เดวารุ่น เมอร์คิวรี่ จะได้รับกระบะท้าย มูลค่า 60,000 บาท ฟรีทันที

          พบกับรถยนต์ของทั้ง 4 แบรนด์ในเครือ ดีเอดี ยนตรกิจกรุ๊ป ได้ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 30 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม ศกนี้

MSN on November 29, 2013, 02:08:51 PM
The All-New Range Rover Sport makes dramatic debut in Thai Market


 
          The ultimate premium sports SUV - the fastest, most agile and most responsive Land Rover ever to be launched at the 30th Thailand International Motor Expo 2013
 
          City Automobiles Co., Ltd, the authorised distributor of Jaguar and Land Rover vehicles in Thailand, is presenting the All-New Range Rover Sport, its latest SUV from the Range Rover lineage to the Thai market. The All-New Range Rover Sport offers a luxurious and exhilarating sporty driving experience with state-of-the-art capability on-road and off, making it especially suited to the Thai market, and emphasising Land Rover’s commitment to growing its brand in Thailand. The SDV6 3.0 Diesels and LR-V8 5.0 Supercharged engines will be available in Thailand from 7,7500,000 – 10,050,000 THB.”

          Land Rover’s world-leading reputation for innovation has brought to market a vehicle which offers stunning acceleration, high speed capability, safety, stability and refinement which can be used in any and all types of weather and terrain. This is the first vehicle in its class to adopt a lightweight all-aluminium platform and body which delivers a sleek and contemporary appearance without sacrificing its credentials as a high-ability SUV. The second generation Range Rover Sport is a bold evolution of the iconic original that has been designed to appeal to younger affluent consumers with dynamic lifestyles.

          Sanpong Chuenroj, Managing Director - City Automobiles Co. Ltd., said “The All-New Range Rover Sport is the ultimate premium sports SUV- the fastest, most agile and responsive Land Rover ever. The original car have been sold 415,000 units worldwide from 2005-2013, and now the second generation brings ‘More Range Rover, More Sport’ – its defining concept which will drive strong sales at and following the Motor Expo. The new car serves its luxury sports market with a driving console that brings the driver closer to the action, plus our signature Command Driving Position which emphasises driver control and sense of occasion. This car is faster and more agile than most luxury SUVs, hitting 0-100 km/h in just five seconds (V8) – that’s quick for even a lightweight sports car. The SDV6 3.0 Diesels and LR-V8 5.0 Supercharged engines will be available in Thailand from 7,7500,000 – 10,050,000 THB.”

          The All-New Range Rover Sport embodies a sleek new look with high levels of performance in terms of speed, agility and off road capability. This modern and super-sporty interpretation of the classic Range Rover has V6 Diesel and supercharged V8 petrol engine types which deliver peak power and performance both on and off road. The vehicle fulfils driver demands for a 4x4 that offers a high-powered, enjoyable driving sensation with cutting edge style and features; the car’s digital dashboard and forward-looking design motifs reflect this brief ably.

          The All-New Range Rover Sport includes a next-generation four corner air suspension system, dynamic response active lean control system, hill decent control and hill start assist, dynamic stability, roll stability and electronic traction controls. Its innovative Terrain Response 2 Auto® features an Automatic setting, in which the vehicle monitors the current driving conditions and automatically selects the most suitable terrain program. The new model adds torque vectoring for improved cornering stability and agility, reverse traffic direction radar for safer reversing manoeuvres, and the world’s most advanced park assist system which includes perpendicular, parallel park and park exit. Other driver safety features include Adaptive Cruise Control, Queue Assist, Intelligent Emergency Braking, blind spot monitor and close vehicle sensing – some of the most innovative safety innovations in its class.

          This ultra-premium SUV offers a beautiful and spacious rear seat environment and ultimate comfort. The wheelbase of the All-New Range Rover Sport has been lengthened by 178mm, allowing for a lower rear seating position, larger door apertures, and increased shoulder and elbow room. The colour palette is customisable, allowing up to eleven different mono, duo, and tri-colour schemes; seats range up to fully electronic 18-way front seats that include massage function, and third row seats are operated electronically, providing a 5+2 seating configuration.

          The instrument panel has a choice of two different display options, allowing for a standard or 3D display concept. The 8” centre console display allows easy control of a variety of infotainment features, and features detailing mapping of Thailand pre-installed for the satellite navigation system. Rear seat entertainment options include 8” and 10.2” screens with wireless headphones and additional USB sockets. Climate controls come in 2, 3, and 4 zone configurations to ensure the comfort of the driver and all passengers. Power operated child door locks, remote park heat and timed climate settings, and a full array of infotainment and connectivity options make the All-New Range Rover Sport more technologically advanced than before.

          The All-New Range Rover Sport is the ultimate classy and luxurious 4x4 and is primed to become the premier SUV for transitioning from urban to rural conditions while providing the utmost in precision, efficiency, torque and dependability. Its capabilities are well-suited to Thailand, where the All-New Range Rover Sport can readily deal slippery mud, standing water, broken tarmac, loose sand and other adverse conditions. The bold new direction of the All-New Range Rover Sport is designed to attract an image-focused buyer who demands premium brand luxury and high performance SUV capabilities – its ‘off road DNA’.

          The new vehicle is offered with a standard 3-year warranty. Customers in Bangkok will be supported with sales and service provided by City Automobiles, Land Rover’s authorised distributor and service agent. City Automobiles also offer the 24-hour roadside assistance, and gold packages to customers. The company has made a solid commitment to customers in Thailand, and stands ready to support Land Rover’s own commitment to growing its brand in the country.

          “We have made a strong commitment to our customers in Thailand, with our plan to invest over 150 million Baht next year to launch a new showroom and service centre,” said Sanpong. “City Automobiles is ready to support Land Rover’s own commitment to growing its brand in the country, and we plan to launch a new model every year. City Automobiles’ service centres provide comprehensive service and repair for all Land Rover and Jaguar customers in Thailand.”

          The company currently has service centres on Wireless Road in Lumphini and a new showroom and service centre on Rama 3. Both service centres provide comprehensive service and repair for all Land Rover and Jaguar customers in Thailand. The new showroom on Rama IV will be launched in Q3 2014.

          Further product and technical information is available at www.landroverthailand.com.