ข่าวบันเทิง > ข่าวบันเทิง

เรื่องย่อ : เลือดเจ้าพระยา

<< < (2/2)

FC:
“เอก” วันชื่นคืนสุข “ยุ้ย” ไม่สมหวัง “ออย” บุกทำลายพิธีเพราะฤทธิ์หึง










 
          ความสนุกสนานเข้มข้นของละครแอ็คชั่น-ดราม่า “เลือดเจ้าพระยา” โดยฝีมือผู้กำกับเรตติ้งดี “ฉลอง ภักดีวิจิตร” ดำเนินเรื่องมาถึงตอนอวสานกันแล้ว หลายคนคงดีใจไปกับ สมิง(เอก-รังสิโรจน์) เพราะ ศรีนวล(ยุ้ย-จีรนันท์) ยอมตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายแสนดีคนนี้เสียที หลังจากที่เขามีใจภักดีต่อเธอมานานถึง 20 ปี ทั้งสองคนจึงมีคนเห็นตรงกันว่า จะไปจัดงานที่ไม่ต้องใหญ่โตอะไรมากนักที่ผาช่องลม ซึ่งเป็นสถานที่หลบซ่อนตัวของสมิงและพ้องเพื่อน

          การถ่ายทำฉากนี้ “อาหลอง” ผู้กำกับมือแอ็คชั่นตัวจริง ได้ยกกองไปถ่ายทำที่จังหวัดสระบุรี พร้อมทั้งเซ็ทฉากและปะรำพิธี สำหรับการจัดงานแต่งงานขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ในขณะที่ฝ่ายศิลป์ช่วยกันตกแต่งเวทีด้วยดอกไม้ไปนั้น ยุ้ยกับเอกก็แต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยและหล่อกว่าปกติ แต่ชุดแต่งงานก็เป็นชุดที่ไม่ได้หรูหราอะไรมากนัก เพราะเป็นการแต่งงานแบบกระทันหัน จึงไม่มีเวลาเตรียมตัวอะไรมากนัก ส่วน แอล-วันวิสา ซึ่งรับบทเป็น “ศรีไพร” พอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องซ้อมรำดาบเพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ส่วนอาหลองก็เดินดูความเรียบร้อยของงาน ในแต่ละจุดว่าเป็นไนอย่างทีต้องการหรือไม่

          พอทุกอย่างพร้อมอาหลองจึงเลือกนักแสดงทั้งหมด มาซ้อมคิวในการแสดงกันก่อน โดยเริ่มจาก เสือเฮี้ยน(ต๋อย-จรินทร์)บัญชาการให้คนจัดโต๊ะบวงสรวงเจ้าป่า ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องเซ่นไหว้ตามประสาชาวป่า สมิงในชุดเจ้าบ่าวยืนรออยู่ที่มุมหนึ่ง สักครู่เสียงกลองใหญ่ดังขึ้นเห็น โย่ง(บิลลี่ ผีน่ารัก) บุญเหลือ(กอล์ฟ-กัญจน์) และ ศรีไพร เดินนำศรีนวลในชุดเจ้าสาวมายืนเคียงข้างกับสมิง เสือเฮี้ยนเดินมายืนในตำแหน่งประธานพิธี บุญเหลือและโย่งช่วยกันจุดธูปและเทียนแล้วส่งให้เสือเฮี้ยน จากนั้นเสือเฮี้ยนก็ป่าวประกาศกับเจ้าป่าเจ้าเขา เทวดาอารักษ์ ที่ปกปักษ์รักษาผาช่องลม ให้รับรู้และเป็นสักขีพยานในการแต่งงานของสมิงกับศรีนวล

          หลังจากนั้นเสือเฮี้ยนหันมาส่งธูปให้สมิงกับศรีนวล นำไปปักตามถาดอาหารที่ใช้บวงสรวง แล้วกลับมานั่งคู่กันบนปะรำพิธี เพราะก่อนที่พิธีต่อไปจะเริ่มขึ้น ศรีไพรได้เดินออกมารำดาบเพื่อประกอบการบวงสรวง ใบหน้าของศรีไพรดูเหมือนจะมีความสุข แต่ดวงตกับเอ่อไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมา ศรีไพรตั้งใจร่ายรำดาบอย่างสวยงามที่สุด เพื่อเป็นของขวัญให้กับสมิงและศรีนวล พอศรีไพรร่ายรำมาใกล้เครื่องบวงสรวง จึงตวัดเอาดาบเชือดหน้าแขนตัวเอง ให้เลือดสาดกระจายไปยังเครื่องบวงสรวง ทำเอาสมิงและศรีนวลตกใจมาก แต่เสือเฮี้ยนบอกว่า การบวงสรวงต้องมีเลือดสดๆ สังเวยเจ้าป่าเจ้าเขา ที่ศรีไพรยอมสละเลือดตัวเอง เพื่อให้พิธีแต่งงานของสมิงกับศรีนวลราบรื่นสมบูรณ์ที่สุด บุญเหลือจึงรีบพาตัวศรีไพรออกไปรักษาบาดแผลทันที

          เสร็จแล้วเสือเฮี้ยนเดินไปหยิบแหวนทอง 2 วงขึ้นมา แล้วหันมาทางสมิงและศรีนวล สมิงหยิบแหวนสวมแหวนให้ศรีนวล ที่นิ้วนางข้างซ้าย และบอกว่าจะรักและปกป้องศรีนวลตลอดไป จากนั้นศรีนวลก็หยิบแหวนขึ้นมาแต่ยังไม่ยอมสวมให้ เพราะเธอพยายามทำใจว่ากำลังจะแต่งงานกับสมิง ขณะที่สมิงยื่นมือให้ศรีนวลสวมแหวน เดือน(พลอย-จุฑามาศ) ได้วิ่งเข้ามาร้องห้ามและบอกว่า เธอขอยกเลิกคำสัญญาที่เคยขอร้องไม่ให้ศรีนวลกลับไปคืนดี เลอสรร(ออย-ธนา) เพราะเธอรุ้แล้วว่าพ่อของเธอกับแม่ศรีนวลเคยรักกันมาก่อน เสือเฮี้ยนจึงบอกว่าถ้าศรีนวลยังไม่สวมแหวนให้สมิง พิธีแต่งงานก็จะไม่สมบูรณ์ สมิงจึงพยายามเร่งให้ศรีนวลสวมแหวนให้แต่ศรีนวลลังเล สมิงจึงรู้ดีว่าศรีนวลคงจะปฏิเสธเขาอีกครั้งทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังจะสำเร็จ

          ในขณะที่ศรีนวลกำลังตัดสินใจนั้น ศรีไพรก็ได้วิ่งเข้ามาบอกให้ทุกคนหนี เพราะตำรวจนำกำลังมาบุกเข้ามาแล้ว ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันหนี เลอสรรก็นำกำลังตำรวจบุกเข้ามาถึงบริเวณพิธีแต่งงานสำเร็จ เมื่อเลอสรรเห็นว่าเป็นงานแต่งงานของศรีนวลกับสมิง เลอสรรจึงพูดต่อว่าศรีนวลและสมิงด้วยความหึงหวง เพราะตัวเองไม่อยากสูญเสียอดีตเมียรักให้กับชายอื่น แต่เพราะสมิงมีความเป็นลูกผู้ชายแบบเต็มตัว จึงท้าดวลปืนนัดเดียวกับเลอสรร สุดท้ายสมิงก็ยอมเสียสละชีวิตของตัวเอง เพื่อความสุขของศรีนวลและทุกคน ทำให้ศรีนวลและ ดาว(แม็กกี้-อาภา) เสียใจมากที่สมิงยอมตายเพื่อทุกคน แม้แต่ตัวของเลอสรรเองก็เช่นกัน การถ่ายทำฉากนี้อาหลองผู้กำกับคนดัง ได้ใช้เวลาในการถ่ายทำถึง 2 วันเต็มๆ เพื่อให้เป็นภาพแห่งความสุข และความประทับใจของคนดู ถึงแม้จะได้เนื้อหาบนหน้าจอทีวีเพียงไม่กี่ 10 นาทีเท่านั้น สำหรับฉากสุดท้ายของชีวิตสมิงนอกจากจะทำให้ทุกคนในกองถ่ายต้องร้องไห้ไปกับตัวละครแล้ว คิดว่าแฟนๆที่ชมทางหน้าจอทีวีก็คงจะน้ำตาไหลพรากเช่นกัน

          ติดตามชมตอนอวสานของละครเรื่อง “เลือดเจ้าพระยา” ด้วยฉากแสนเศร้านี้ได้ ในคืนวันศุกร์ที่ 20 กันยายนนี้ หลังข่าวภาคค่ำทางช่อง 7 สี

FC:
“กี๋” อินบทนักเลง!! ปล่อยอารมณ์ผ่านตัวละคร ขอยึดร้ายในจอตลอดกาล



          เรียกได้ว่ามาถูกทางจริง ๆ สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้ากวน "กี๋ - ฐษชัย ชนะอรรถกาล" หรือ (กี๋ เอเอฟ 5) ที่ล่าสุดลงเล่นบทร้าย ในละคร "เลือดเจ้าพระยา" ทางช่อง 7 ของ คุณอาฉลอง ภัคดีวิจิตร ซึ่งรับบทเป็น "บันลือ" ในเรื่องต้องสวมบทบาทเป็นนักเลงเล่น ร้าย ๆ และในฉากต้องเล่นบู๊ แอคชั่น งานนี้ทำเอาเจ้าตัวเผยกระแสบทร้ายค่อนข้างดีแฟน ๆ ละครถามถึงเยอะมาก ๆ จนเจ้าตัวเปรยขออยากยึดบทร้ายไปตลอดกาล ที่สำคัญไม่รู้ว่าจะติดความร้ายมาใช้ในชีวิตจริงหรือเปล่า รายละเอียดไปฟังหนุ่ม "กี๋" แจงกันเลย

          “มาถูกทางแล้วครับ บทร้ายสนุกมากมีอะไรให้เล่นเยอะดี โดยเฉพาะเล่นเป็นตัว “บันลือ” ต้องแสดงออกด้วยสีหน้า ท่าทาง ความรู้สึกอารมณ์ แถมมีบู๊แอคชั่น ซึ่งก็สะใจดีครับ ต้องขอขอบคุณอาฉลอง ที่ให้ผมได้ลองเล่นบู๊ที่ตรงกับตัวเอง (ยิ้ม) ซึ่งผลงานของอาขึ้นชื่อเรื่องแนวบู๊ แอคชั่น ในบทผมต้องเจอกับพระเอกนางเอกทุกคน มีพัฒนาการมากขึ้นในเรื่องคิวบู๊ เอฟเฟคระเบิด ปืน เวลาเล่นบทร้ายสนุกแล้วเหมือนตัวเองได้พัฒนา ก็ชอบที่สามารถเล่นอะไรได้เยอะดี ส่วนในกองเวลาถ่ายทำอาดุมาก แต่พอเรารู้ทางว่าคุณอาต้องการอะไรเราก็เริ่มจับทางถูก ส่วนหนึ่งที่แฟน ๆ ถามถึงความร้ายอาจเป็นเพราะบทในเรื่องนี้ เจอกับทุกคนและตัวร้ายมีแค่สองคนผม กับพี่เอก รังสิโรจน์ ค่อนข้างมีอิทธิพลมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชวนให้คนดูอินและโมโหกับตัวร้าย โดยส่วนตัวจริง ๆ ติดใจอยากเล่นร้ายไปตลอดนะ เราได้เป็นอีกคนที่ในชีวิตจริงเราทำไม่ได้ เราต้องคำนึงความถูกต้องมาก่อน แต่พอเป็นคนร้ายในบทเวลาลงเล่นขอสุด ๆ กวนบาทามาเลย ซึ่งก็ดีที่แฟนละครชื่นชอบ ทั้งหมั่นไส้ อยากเข้ามาทำร้ายหรือมีเกลียดเราบ้าง(หัวเราะ) ซึ่งถือว่าเราสอบผ่านครับ ส่วนชีวิตจริงจะติดความร้ายมานั้น อาจจะยากนะ ถ้าจะไปทำร้ายใครขนาดนั้น มันดูเถื่อนไปนิด แต่ถ้ากับสาว ๆ ก็ขอร้ายแบบผู้ชาย ๆ ถึงตัวดีกว่า ไปร้ายแบบชกต่อย มันจะดูเป็นผู้ชายไม่ดี(ยิ้ม) ก็ขอร้ายในจอพอแล้ว ส่วนเรื่องต่อไปยังคงร้ายอีกเช่นเคยกับ “ดาวเคียงเดือน” ทางช่อง 3 ฝากติดตามกันด้วยครับ”

Navigation

[0] Message Index

[*] Previous page

Go to full version