MSN on March 31, 2013, 06:16:38 PM

          ข้อมูลทางด้านเทคนิค
BMW 730Ld
เครื่องยนต์ ดีเซล 6 สูบ 24 วาวล์ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo
ปริมาตรกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เซนติเมตร) 2,993
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) 218 / 4,000
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) 560/1,500
ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร /ชั่วโมง) 240
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร /ชั่วโมง (วินาที) 7.2
อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
(กิโลเมตร / ลิตร) 17.9
ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กิโลเมตร) 148

          บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีย์ 5 เพิ่มระบบ Rear Seat Entertainment (* ยกเว้นรุ่น 520d, 520i และ 528i Sport)
BMW 528i (ราคา 4,099,000)
BMW 525d (ราคา 4,249,000)
- เพิ่มระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมจอภาพขนาด 9.2 นิ้ว 2 ตำแหน่ง ที่สามารถทำงานอิสระจากกัน ควบคุมโดยรีโมท
- สามารถรับชมโทรทัศน์และภาพยนตร์จากแผ่นดีวีดี, แผนที่จากระบบเนวิเกชั่น, และวิทยุโดยแยกการรับฟังทั้งทางด้านซ้ายและขวาผ่านทางเฮดโฟนส่วนตัว (อุปกรณ์เฮดโฟนแยกจำหน่ายต่างหาก)

          บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 1
          BMW 116i M Sport (ยังไม่ประกาศราคา)

- เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาวล์ 1,598 ซีซี เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo
- ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 17.9 กิโลเมตร/ลิตร (ระดับการปล่อย CO2 เพียง 131 กรัม/กิโลเมตร)
- พร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง M Sport ประกอบด้วยชุดแต่งแอโรไดนามิค, พวงมาลัย M, ล้ออัลลอย M ขนาด 17 นิ้ว, เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า

          ข้อมูลทางด้านเทคนิค
เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo
ปริมาตรกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เซนติเมตร) 1,598
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) 136 / 4,400
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) 200/1,350
ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร /ชั่วโมง) 210
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร /ชั่วโมง (วินาที) 8.7
อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
(กิโลเมตร / ลิตร) 17.9
ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กิโลเมตร) 131

          มินิ
          MINI Cooper S Paceman ALL4
(ยังไม่ประกาศราคา)
- มินิรุ่นที่ 7 ที่มาในรูปแบบของ Sport Activity Coupe เป็นครั้งแรก
- เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาวล์ 1,598 ซีซี Twinscroll Turbo 184 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที
- ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วพร้อมยางรันแฟลต
- อุปกรณ์เชื่อมต่อ MINI Connected สำหรับการใช้งาน Facebook, วิทยุทางเว็บทั่วโลก และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ

          ข้อมูลทางด้านเทคนิค
เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 16 วาวล์ พร้อม Twin Scroll turbocharger
ปริมาตรกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เซนติเมตร) 1,598
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) 184 / 5,500
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) 260/1,700
ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร /ชั่วโมง) 207
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร /ชั่วโมง (วินาที) 8.2
อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
(กิโลเมตร / ลิตร) 13.0
ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กิโลเมตร) 157

          บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

BMW HP4 – น้ำหนักเบาที่สุดแต่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 193 แรงม้า
BMW HP4 ราคา 1,190,000 บาท
BMW HP4 Competition ราคา 1,395,000 บาท

BMW HP4 จัดเป็นมอเตอร์ไซด์ 4 สูบ ในกลุ่มซุปเปอร์สปอร์ต 1,000 ซีซี ที่เบาที่สุด ให้พละกำลังสูงสุด 193 แรงม้า และมีน้ำหนักเพียง 199 กิโลกรัม หากคำนวณโดยรวม Race ABS และ ถังน้ำมันที่เติมเต็ม 90 เปอร์เซ็นต์ (169 กิโลกรัม คำนวณที่ถังเปล่ารวม Race ABS)

บีเอ็ม ดับเบิลยู HP4 มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ เช่นเดียวกับ S 1000 RR ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุด193 แรงม้าที่ 13,000 รอบ และมีรอบเครื่องยนต์สูงสุด 14,200 รอบ

สำหรับผู้ที่ต้องการการขับ ขี่อย่างเร้าใจสูงสุด BMW HP4 พร้อมชุดแต่ง Competition Package มาพร้อมกับชิ้นส่วนคาร์บอน เช่น สปอยเลอร์, ที่พักเท้า, มือจับเบรกและคลัช, ล้อสี Racing blue metallic.

          ข้อมูลทางด้านเทคนิค
เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 4 จังหวะ
ปริมาตรกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เซนติเมตร) 999
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) 193 / 13,000
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) 112/9,750
ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร /ชั่วโมง) มากกว่า 200
อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
(กิโลเมตร / ลิตร) 17.5 (ที่ความเร็วคงที่ 90 กม./ชม.)

          BMW R 1200 GS – ดีไซน์ใหม่เพื่อการขับขี่ในรูปแบบ Enduro ที่ดียิ่งขึ้น
          ราคา 1,222,000 บาท

          BMW R 1200 GS เป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับระบบไฟหน้าแบบ LED พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานในเวลากลางวัน (Daytime running light) และสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ทั้ง “Rain”, “Road”, “Dynamic”, “Enduro”, และ “Enduro Pro”

          ข้อมูลทางด้านเทคนิค
เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบบ๊อกเซอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ (ลูกบาศก์เซนติเมตร) 1,170
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที) 85 / 7,750
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร / รอบต่อนาที) 125/6,500
ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร /ชั่วโมง) มากกว่า 200
อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
(กิโลเมตร / ลิตร) 24.4 (ที่ความเร็วคงที่ 90 กม./ชม.)


          BMW F700 GS & F800 GS – พร้อมระบบ ABS ทั้ง 2 รุ่น
          ราคาเริ่มต้นที่ 650,000 บาท

          BMW F 800 GS รวมการใช้งานทั้งในแบบทั่วไป และในแบบ Touring ด้วยสมรรถนะ ของมอเตอร์ไซด์ออฟโรด ในขณะที่ BMW F 700 GS ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่ไม่ต้องการ ใช้งานในลักษณะออฟโรด มากนัก แต่เน้นจุดแข็งในเรื่องของระดับที่นั่งต่ำ และความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

BMW F 800 GS BMW F 700 GS
85 แรงม้า/7,500 รอบต่อนาที 75 แรงม้า/7,300 รอบต่อนาที
USD telescopic fork conventional telescopic fork
Progressive damping spring strut Gas pressure spring strut
ล้อแบบซีลวด ล้อแบบอลูมิเนียมหล่อ
ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว
แฮนเดิ้ลบาร์อลูมิเนียม แฮนเดิ้ลบาร์เหล็ก
ความสูงเบาะที่นั่ง 880/850 mm ความสูงเบาะที่นั่ง 820/790 mm
น้ำหนัก 214 กก. น้ำหนัก 209 กก.

          แคมเปญจ์พิเศษ
          สำหรับ ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่ทำการจองรถยนต์ภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2013 และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2556 จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
- BMW X1* และ BMW 3 Series sedan* : iPad Mini (16 GB WIFI + Cellular)
- BMW 5 Series**, และรุ่นนำเข้า (CBU) ทุกรุ่น** : iPhone 5 32 GB
- BMW 7 Series*** และ BMW ActiveHybrid 7 L ทุกรุ่น : MacBook Pro Retina 13 นิ้ว 2.5GHz

(*ยกเว้นรุ่น BMW X1 sDrive18i รุ่นราคา 1,999,000 บาทและ BMW 320i รุ่นราคา 2,249,000 บาท)
(**ยกเว้นรุ่น BMW 3 Series Touring และ BMW 5 Series Touring)
(***ยกเว้นรุ่น BMW 7 Series รุ่นก่อนปรับโฉมและ BMW 7 Series Business)

          สำหรับ ลูกค้ามินิที่ทำการจองภายในงาน รวมทั้งทำสัญญาเช่าซื้อกับ MINI Financial Services และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2556 จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้:
- ขยายระยะเวลาการบำรุงรักษารถยนต์ภายใต้โปรแกรม MINI Service Inclusive (MSI) พร้อมขยายระยะเวลาการให้บริการ MINI Mobility Service สูงสุดถึง 5 ปี / 50,000 กม. สำหรับลูกค้ามินิที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับ MINI Financial Services ภายในระยะเวลาข้างต้น
- นอกจากนี้แล้วสำหรับรุ่น MINI Clubman, MINI Coupe และ MINI Hatch ลูกค้ามินิยังได้รับจักรยานพับ MINI Folding Bike ส่วนในรุ่น MINI Countryman จะได้รับทั้งจักรยานพับและกระเป๋าเดินทาง MINI Rooftop cabin trolley

          สำหรับ ข้อมูลเพื่อเติมเกี่ยวกับแคมเปญจ์ดังกล่าวนี้ (หรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆจาก BMW Financial Services และ MINI Financial Services) สามารถติดต่อได้ที่ BMW Contact Center โทร. 1-800 269-269 (ถ้าโทรออกจากโทรศัพท์มือถือ โทร. 1-401-269-269) หรือติดต่อได้ที่ผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการทั่ว ประเทศ

          ข้อมูลเพิ่มเติม
          ลูกค้าสบายใจได้เสมอกับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI)
          หัวใจ สำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุด คือ ความสบายใจของลูกค้า ดังนั้นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจึงมาพร้อมกับโปรแกรมบริการหลังการขาย BSI BMW Services Inclusive ซึ่งเป็นการดูแลบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี/ 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้แล้ว ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูยังสามารถเลือกที่จะขยายระยะเวลาโปรแกรมบำรุงรักษารถ ยนต์บีเอ็มดับเบิลยูดังกล่าวนี้เพิ่มเติมได้อีก 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร เพื่อการคุ้มครองสูงสุดรวม 6 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร สำหรับลูกค้ามินิ โปรแกรม MINI Service Inclusive คุ้มครองการบำรุงรักษารถยนต์มินิตลอดระยะเวลา 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร นอกจากนี้แล้วลูกค้ามินิยังสามารถเลือกที่จะขยายระยะเวลาการคุ้มครองนี้ต่อ ไปได้โดยรวมถึง 6 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269
www.bmw.co.th

MSN on March 31, 2013, 06:17:40 PM
ฮอนด้า ชูแนวคิด “The Reflection of Pride : ความภูมิใจเหนือระดับ ตอบรับทุกสิ่งที่เป็นคุณ”

           ฮอนด้า ชูแนวคิด “The Reflection of Pride : ความภูมิใจเหนือระดับ ตอบรับทุกสิ่งที่เป็นคุณ” ยกทัพยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34

          พบกับ All New Accord : All My Desire ที่สุดแห่งความปรารถนาของยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยม ใหม่ล่าสุด
          สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
          ตอกย้ำปณิธานในการเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมดีๆ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษมากมาย

          บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพยนตรกรรมฮอนด้ามากถึง 12 รุ่น รวม 19 คัน เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า มาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2556 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานนี้ ฮอนด้านำเสนอบูธภายใต้แนวคิด The Reflection of Pride “ความภูมิใจเหนือระดับ ตอบรับทุกสิ่งที่เป็นคุณ” ด้วยการตกแต่งบูธที่หรูหรา และพรีเมี่ยม พร้อมชูไฮไลท์รถยนต์สองรุ่นที่เปิดตัวใหม่ล่าสุด คือ ฮอนด้า แอคคอร์ด และ ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมายสำหรับในงานนี้เท่านั้น
          นาย พิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน ฮอนด้ามีรถยนต์ที่เติมเต็มความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และสามารถรองรับพลังงานทางเลือก ที่หลากหลาย ส่งผลให้ฮอนด้าได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยม และสามารถทำสถิติยอดขายต่อปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งยังครองตำแหน่งผู้นำด้านยอดการจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างแข็ง แกร่งในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปีนี้ โดยล่าสุด ยังคงครองอันดับหนึ่งด้านยอดขายสูงสุดในตลาดรถยนต์นั่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ ผ่านมา ด้วยยอดการจำหน่าย 25,105 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 37.6% ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติยอดขายต่อเดือนสูงสุดใหม่ล่าสุดของบริษัท และยังครองแชมป์อันดับหนึ่งด้านยอดขายสะสมรวมในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้อีกด้วย”
          ในปี 2556 นี้ ฮอนด้ายังคงมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เริ่มด้วยการเปิดตัว รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด มิติใหม่ของเทคโนโลยีไฮบริด ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร และระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และเป็นยนตรกรรมไฮบริดรุ่นแรกของฮอนด้าที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่มีน้ำหนักเบาและทรงประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยที่ใช้ แบตเตอรี่ชนิดนี้ ขานรับกระแสความต้องการรถยนต์พลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ
          ใน การเติบโตในประเทศไทย และเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,035,000 บาท และ รุ่น Hybrid Navi ราคา 1,095,000 บาท ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฮบริด ฮอนด้า ยังได้ขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่เพิ่มอีก 5 ปี เป็น 10 ปี โดยครอบคลุมรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น
          ล่าสุดฮอนด้าได้เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจนเนอเรชั่น 9 ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน หรูหรา สง่างามเหนือระดับ เพื่อสะท้อนรสนิยมและเติมเต็มความต้องการของลูกค้าระดับหรู ครบครันด้วยฟังก์ชั่น การใช้งานระดับพรีเมี่ยม นวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะให้สมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยี ความปลอดภัยรอบคัน ประหยัดน้ำมัน รองรับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง E85 และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์อัจฉริยะ "เอิร์ธ ดรีม" ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เป็นรุ่นแรกของฮอนด้าใน
ประเทศไทย มีจำหน่าย 5 รุ่น ในราคาตั้งแต่ 1,299,000 บาทถึง 1,799,000 บาท
          ดัง นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาและการออกแบบรถยนต์ทั้งสองรุ่นที่นับ เป็นไฮไลท์ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ฮอนด้าได้จัดแสดงบูธภายใต้แนวคิด “The Reflection of Pride : ความภูมิใจเหนือระดับ ตอบรับทุกสิ่งที่เป็นคุณ” เพื่อบ่งบอกถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ดังเช่น การออกแบบ และพัฒนารถยนต์ฮอนด้าที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า และให้ลูกค้าทุกท่านภูมิใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า
          นอก เหนือจากไฮไลท์ทั้ง 2 รุ่นแล้ว ผู้เข้าชมงานยังจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ของฮอนด้าที่นำมาจัดแสดงอย่าง เต็มรูปแบบ ทั้ง บริโอ้, บริโอ้ อเมซ, ซิตี้, แจ๊ซ ไฮบริด, ซีวิค, ซีอาร์-วี, ฟรีด, โอดิสซีย์, สเตปวากอน และ ซีอาร์-ซีร์ รวม 12 รุ่น โดยมีรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงทั้งหมด 19 คัน
          นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมายตลอดงานมอเตอร์โชว์ อาทิ การเปิดรับสมัครสมาชิก Enjoy Honda Club เว็บไซต์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้าในยุคดิจิตอล ด้วยสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งส่วนลดร้านค้าทั่วไป ร้านอาหารอินเทรนด์ โรงแรมที่พักชั้นนำต่างๆ ทั่วประเทศ ให้กับลูกค้าและบุคคลทั่วไปที่สนใจ เพียงเข้าไปคลิ๊กสมัครสมาชิกได้ที่บูธฮอนด้า
          เพื่อตอกย้ำ ปณิธานที่แน่วแน่ของฮอนด้าในการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย ในปีนี้ ฮอนด้าได้จัดมุมพิเศษเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและกิจกรรมเพื่อสังคมของฮอนด้า ครบทุกมิติ ได้แก่ โครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดทำเป็นปีที่ 14 โครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ ปีที่ 8 รวมถึงกิจกรรมด้านมนุษยธรรม ได้แก่ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย เพื่อร่วมช่วยเหลือประชาชนชาวไทยยามประสบภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที โดยฮอนด้าได้ส่งมอบนวัตกรรมรถพยาบาลดัดแปลงจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ที่ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกให้กับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย ในจังหวัดปราจีนบุรี ผู้ประสบภัยหนาวในจังหวัดกาญจนบุรี เชียงราย และเชียงใหม่
          ล่า สุดฮอนด้ายังได้จัดโครงการรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัยในรถคันแรกกับฮอนด้า" เพื่อฝึกอบรมและเสริมทักษะ การขับขี่อย่างปลอดภัย ให้กับผู้ขับขี่รถยนต์คันแรกทุกคนที่สนใจไม่จำกัดเฉพาะลูกค้าฮอนด้า สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยจะมีการจัดกิจกรรมอบรมฯ สัญจร ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่บูธฮอนด้า หรือ ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชม. โทร. 02 341 7777 ต่างจังหวัดโทรฟรี 1 800 239833
          ฮอนด้า ยังได้เตรียมเปิด ฮอนด้า คิดส์ซาเนีย โลกเสมือนจริงของเด็กๆ ที่เปิดโลกจินตนาการให้เด็กๆ ได้มีโอกาสในการเล่นบทบาทสมมติในโชว์รูมฮอนด้าจำลอง และการปลูกฝังวินัยกฎจราจรและกิจกรรมการขับขี่ปลอดภัยสำหรับนักขับตัวน้อย ซึ่งพร้อมเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคมนี้ ณ คิดส์ซาเนีย ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน
          เพื่อเอาใจแฟนกีฬาความเร็ว ฮอนด้าประกาศเดินหน้าจัดกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่ผสานความเร็วของการแข่งขัน รถยนต์ทางเรียบ สนามกลางคืน (Night Race) ที่ได้มาตรฐานเต็มรูปแบบ หลอมรวมเข้ากับกิจกรรมความมันส์ทางดนตรี และกิจกรรมความสนุกรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งจะมีขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงปลายปีนี้
          ฮอนด้ายัง ได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าที่สนใจร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า อาทิ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ดอกเบี้ย 0% ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือเงินดาวน์ต่ำ (เงื่อนไขและรายละเอียดแตกต่างกันในแต่ละรุ่น)
          “นอกเหนือจาก การนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นในการยกระดับการให้บริการ  เพื่อความพึงพอใจสูงสุดสำหรับลูกค้า และต่อยอดการเติบโตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และผมขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มีให้กับฮอนด้า ตลอดมา และเพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นนี้ เราจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า และสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคมไทย และเพื่อให้ฮอนด้าเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป” นายพิทักษ์ กล่าวทิ้งท้าย

MSN on March 31, 2013, 06:18:10 PM
รถยนต์โรลส์-รอยซ์ อาร์ต เดคโค คอลเลคชั่น เผยโฉมครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์



          - ยนตรกรรมอาร์ต เดคโค คอลเลคชั่น หนึ่งในบริการบีสโป๊ก เผยโฉมครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
          - รถยนต์รุ่นโกสต์ อาร์ต เดคโค เป็นหนึ่งในจำนวนเพียง 35 คันทั่วโลก
          - การเปิดตัวครั้งนี้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับรถยนต์ที่สั่งทำพิเศษแบบเฉพาะบุคคล

          บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส จำกัด เปิดตัวรถยนต์รุ่นโกสต์ อาร์ต เดคโค คันแรกที่จะขายในประเทศไทย ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ยนตกรรมหรูที่งดงามคันนี้สะท้อนถึงคุณลักษณะและการลงรายละเอียดของบริการ สั่งทำพิเศษ และเป็นหนึ่งในรถยนต์อาร์ต เดคโค ลิมิเตด เอดิชั่น ซึ่งมีเพียง 35 คันทั่วโลก

          นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์โรลส์-รอยซ์อีก 3 รุ่นที่เป็นผลงานอันโดดเด่นของตราสินค้า (แบรนด์) ได้แก่ แฟนธอม แฟนธอมรุ่นขยายฐานล้อ และโกสต์รุ่นขยายฐานล้อ ได้ถูกนำมาจัดแสดงโดยโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก (บริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด) ผู้จำหน่ายรถยนต์โรลส์-รอยซ์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยหลังการเปิดตัวโชว์รูมโรลส์-รอยซ์แห่งแรกในประเทศไทยบนถนนพระราม 3 ที่ผ่านมา โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอกจะเปิดโรลส์-รอยซ์บูติคในศูนย์การค้าสยามพารากอนภายในปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของโรลส์-รอยซ์ในการชมและสั่งทำรถยนต์เฉพาะ บุคคล

          มร.เฮอร์ฟรีด ฮัสนัล ผู้จัดการทั่วไปตลาดใหม่ประจำภาคพื้นเอเซีย บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่จะนำเสนอรถยนต์รุ่นลิมิเตด เอดิชั่นเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ รถยนต์โรล์-รอยซ์ของเราเป็นสุดยอดแห่งยนตรกรรมแบบสั่งทำพิเศษเฉพาะบุคคล และด้วยการออกแบบในสไตล์อาร์ต เดคโค ซึ่งสะท้อนให้เห็นศิลปวัฒนธรรมของไทยและในภูมิภาคเอเซีย รถยนต์อาร์ต เดคโค เป็นเครื่องหมายของความสามารถของบริการสั่งทำพิเศษเฉพาะบุคคลที่ไร้ข้อจำกัด เมื่อคุณสั่งซื้อรถยนต์โรลส์-รอยซ์ เรามีความภาคภูมิใจที่จะจัดแสดงรถยนต์คันนี้ภายในงานแสดงยานยนต์ที่โด่งดัง ที่สุดงานหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้”

          “ด้วย ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในบริการสั่งทำพิเศษของโรลส์-รอยซ์ และการเปิดตัวของรถยนต์รุ่นเรธเมื่อไม่นานมานี้ เราหวังว่าจะได้รับการตอบรับและมีความต้องการที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์โรลส์ -รอยซ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง” มร. ฮัสนัล กล่าวเสริม

          นาย ฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่น่ายินดีของบริษัทฯ เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปีที่สองของการดำเนินงานในฐานะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทาง การของรถยนต์โรลส์-รอยซ์ในกรุงเทพฯ เรายังคงไว้ซึ่งคุณภาพของการบริการเพื่อตอบสนองต่อการคาดหวังในด้านมาตรฐาน ของแบรนด์ รถยนต์อาร์ต เดคโคจึงเป็นทางหนึ่งที่แสดงถึงความสามารถในการให้บริการสั่งทำพิเศษเฉพาะ บุคคลของโรลส์-รอยซ์ เพื่อสร้างสรรค์ยนตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่ลูกค้าของเรา”

          อาร์ต เดคโค
          รถ ยนต์อาร์ต เดคโค คอลเลคชั่น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระแสความเคลื่อนไหวในศิลปะด้านการออกแบบแห่งศตวรรษ ที่ 20 ซึ่งเป็นการระลึกถึงงานนิทรรศการในกรุงปารีสปีค.ศ. 1925 หรือที่ชื่องาน Exposition Internationale des Arts Décoratifs et Industriels Modernes ซึ่งเป็นสถานที่ให้กำเนิดชื่อศิลปะด้านการออกแบบในแนวอาร์ต เดคโค

          “อาร์ต เดคโค” เป็นสไตล์แห่งศิลปะที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างลวดลายกระจกแก้วคริสตัลอัน ล้ำสมัยที่สื่อถึงความคลาสสิกของกรีก และโบราณวัตถุของอียิปต์กับยุคแห่งเครื่องจักรกล และการปรับรูปลักษณ์ยานยนต์ให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งมีอิทธิพลต่องานออกแบบแขนงต่างๆ อาทิ สถาปัตยกรรม การออกแบบยานยนต์ การตลาด งานเซรามิคและการผลิตเฟอร์นิเจอร์

          อาร์ต เดคโค ในประเทศไทยมีให้เห็นทั่วไปโดยรอบ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีสถานที่และอาคารที่ได้รับอิทธิพลด้านการออกแบบจากอาร์ต เดคโคที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และโรงละครศาลาเฉลิมกรุง เป็นต้น

          เกี่ยวกับ โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส
          บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส จำกัด เป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์หรู และบริการสั่งทำรถยนต์เฉพาะบุคคล (Bespoke)

          รถ ยนต์โรลส์-รอยซ์ทุกคัน ได้รับการผลิตด้วยมือโดยสุดยอดช่างผู้ชำนาญงานในด้านต่างๆ ที่ต้นกำเนิดของรถยนต์โรลส์-รอยซ์ ในกู้ดวูด ประเทศอังกฤษ

          รถ ยนต์โรลส์-รอยซ์แต่ละคัน ผ่านมือช่างผู้ชำนาญงานกว่า 60 คู่ และใช้เวลากว่า 1-6 เดือนในการผลิต ด้วยความอุตสาหะเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพ ตามคำกล่าวอันโด่งดังของเซอร์ เฮนรี รอยซ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งกล่าวไว้ว่า “จงดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่ตนทำ จงดึงเอาด้านที่ดีที่สุดของสิ่งที่มีอยู่ออกมาแล้วทำให้ดียิ่งขึ้น ถ้าสิ่งนั้นไม่มีอยู่ จงสร้างมันขึ้นมา”

          โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส เปิดเผยสถิติการขายในปีพ.ศ. 2555 โดยมีการขายรถยนต์ทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 3,575 คัน ซึ่งเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 3 ปีติดต่อกันและที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ตลอด 108 ปีที่ผ่านมา

MSN on March 31, 2013, 06:19:03 PM
จากัวร์ และ แลนด์โรเวอร์ จัดทัพรถหรูระดับพรีเมี่ยมอวดโฉมในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34











          จากัวร์ และ แลนด์โรเวอร์ จัดทัพรถหรูระดับพรีเมี่ยมอวดโฉมในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 เสนอโปรโมชั่นพิเศษในงาน ระหว่าง 26 มีนาคม – 7 เมษายน 2556 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

          บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์หรูที่กวาดรางวัลยนตกรรมระดับโลกทั้งจากแบรนด์จากัวร์และ แลนด์โรเวอร์ นำเสนอแก่ผู้บริโภคในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ที่บูธหมายเลข A19/1 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 7 เมษายน 2556 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อให้ผู้รักรถได้สัมผัสกับเทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ใหม่ล่าสุดอย่าง ใกล้ชิด พบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สั่งจองรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ภายในงาน เท่านั้น โดยลูกค้าสามารถสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นพิเศษ ได้ที่บูธจากัวร์และแลนด์โรเวอร์

          นายดนัย จันทร์งาม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากสามารถทำยอดขายอย่างถล่มทลายหลังการเปิดตัวรถยนต์ทั้งรุ่น เรนจ์โรเวอร์ อีโวค และ ดิ ออล นิว เรนจ์โรเวอร์ เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้บริษัทซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด ได้รับความไว้วางใจและแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์ในประเทศ ไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อนำเสนอยานยนต์ระดับโลกจากแบรนด์จากัวร์ที่สมบูรณ์แบบด้วยสไตล์อัน หรูหรา สมรรถนะที่เหนือชั้น และภาพลักษณ์ที่สะท้อนความโดดเด่นของผู้ขับขี่ ให้แพร่หลายในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมของเมืองไทย โดย ซิตี้ ออโต้โมบิล รุกตลาดเมืองไทยด้วยรถยนต์ระดับลักชัวรี่จากจากัวร์ 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น XF ยานยนต์เอ็กเซคคิวทีฟซาลูนเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร, รุ่น XJ ยานยนต์ซาลูนระดับหรูแบบ 4 ประตู (รุ่นฐานล้อยาว), และ ยานยนต์แกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูงรุ่น XK”

          สำหรับผู้เข้าชม งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 นอกจากจะได้สัมผัสกับยานยนต์ระดับโลกจากสองแบรนด์ดัง ทั้งจากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งล้วนเป็นยานยนต์รุ่นที่คว้ารางวัลจากสถาบันยานยนต์ชั้นนำและได้รับเสียง ชื่นชมจากสื่อยานยนต์ระดับโลกมาแล้วหลายสำนัก ซิตี้ ออโต้โมบิล ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สั่งจองรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ภายในงาน เท่านั้น อาทิ รถยนต์แลนด์โรเวอร์ รุ่นดีเฟนเดอร์, ฟรีแลนเดอร์, ดิสคัฟเวอรี่, เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต, และ เรนจ์โรเวอร์ อีโวค มอบบริการบำรุงรักษามาตรฐานฟรี 3 ปี และพิเศษสุดสำหรับผู้สั่งจองรถยนต์รุ่นอีโวคภายในงาน สามารถวางเงินดาวน์เพียง 25% เท่านั้น (เงินดาวน์รุ่นอื่นๆ 35% พร้อมข้อเสนอและเงื่อนไขตามโปรโมชั่นพิเศษ)

          นายดนัย กล่าวเสริมว่า “ซิตี้ ออโต้โมบิล ได้ทุ่มงบลงทุนก้อนใหญ่เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการ พร้อมจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตามมาตรฐานของจากัวร์ และให้บริการโดยช่างซ่อมบำรุงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายที่ผ่านการฝึกอบรมอย่าง ครบถ้วนจากจากัวร์ เพื่อมอบทั้งบริการที่เป็นเลิศและความพึงพอใจที่เหนือระดับแก่ผู้บริโภคชาว ไทย”

          ปัจจุบัน ซิตี้ ออโต้โมบิล เปิดให้บริการศูนย์บริการที่ถนนวิทยุแล้วอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งศูนย์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีมาตรฐานระดับโลกในเพื่อสนับสนุน ทั้งการขายและบริการหลังการขายสำหรับรถยนต์จากัวร์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ถนนพระราม 4 ซึ่งมีกำหนดเปิดในช่วงปลายปี 2556 เพื่อมอบบริการขายและซ่อมบำรุงชั้นเลิศแก่ลูกค้าจากัวร์ในเมืองไทยได้อย่าง ครอบคลุมยิ่งขึ้น

MSN on March 31, 2013, 06:19:40 PM
เบนท์ลี่ย์ขนรถหรูร่วมโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ 2013



          บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ในประเทศไทย เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 เพื่อเป็นการประกาศและตอกย้ำความเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียง ผู้เดียวในประเทศไทย โดยภายในงานท่านจะมีโอกาสได้สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่างใกล้ ชิด ประกอบด้วย เบนท์ลี่ย์ มูซาน (Mulsanne) รถยนต์ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Flagship ของเบนท์ลี่ย์, เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที สปีด (Continental GT Speed), เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Continental GT V8)
          เอเอเอสฯ ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียง ผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความมั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันที่ทางเอเอเอสฯ นำเข้าและจัดจำหน่ายได้ผ่านการทดสอบโฮโมโลเกชั่น (Homologation) ของประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและครบทุกกระบวนการที่จำเป็นและสำคัญ สำหรับการนำมาใช้งานในประเทศไทย ระบบจัดการของเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับ กฎระเบียบและสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยอย่างดีที่สุด รวมถึงยังมีศูนย์บริการของรถยนต์เบนท์ลี่ย์ที่ได้มาตรฐานตามโรงงาน เบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษกำหนดไว้ พร้อมทั้งมีทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงานโดยตรง พร้อมให้การดูแลและบริการรถยนต์เบนท์ลี่ย์ของท่าน โดยลูกค้าสามารถมั่นใจในบริการที่จะได้รับ หากซื้อรถยนต์กับทางเอเอเอสฯ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการบริการหลังการขายที่ได้คุณภาพโดยตรงจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ ประเทศอังกฤษ ราคาที่ เสียภาษีนำเข้ารถยนต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคุณภาพของรถยนต์เบนท์ลี่ย์ที่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงเท่านั้นทาง เอเอเอสฯ ยังได้จัดแคมเปญสุดพิเศษมากมายมามอบให้ท่านลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์ เบนท์ลี่ย์ภายในงานนี้ :
          รับประกันจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
          บริการ ดูแลและบำรุงรักษารถยนต์เบนท์ลี่ย์จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ตลอด 5 ปี (5 Years Service Package)*
          บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลารับประกัน
          บริการสายด่วนให้คำแนะนำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง
          *Term & Condition Apply
          นอก จากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่ทางเอเอเอสฯ ได้จัดเตรียมให้ทุกท่านร่วมสัมผัสและค้นหา ความสุนทรีย์ของสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์กันอย่างใกล้ชิด รวมถึงรถยนต์ไฮไลท์ประจำบูธที่จะสะกดสายตาคุณให้หลงใหลไปกับสมรรถนะอันลือ เลื่องที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และมี Accessories ต่างๆ ของเบนท์ลี่ย์มาให้ท่านเลือกสรรมากมายในราคาพิเศษ ภายในงาน Motor Show 2013 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. - 7 เม.ย. 2556 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้ที่ โทร. 02-261-1050-51 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.bentleymotors.com

MSN on March 31, 2013, 06:20:13 PM
เอ เอเอสฯ เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมหรูจากอังกฤษ เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที สปีด (CONTINENTAL GT SPEED) รุ่นที่เรียกว่าเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา



          เปิดตัวในงาน Goodwood Festival of Speed 2012
          625 PS, 800 นิวตันเมตร สามารถทะยานไปได้ถึง 205 ไมล์ต่อชั่วโมง (329 กม./ชม.)
          ลด ระดับความสูงของตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบช่วงล่าง เพื่อความเป็นสปอร์ตมากขึ้นและให้ประสบการณ์การขับขี่อย่างเบนท์ลี่ย์ที่ สมบูรณ์แบบ
          การออกแบบในรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Speed design cues และห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วย Mulliner
          ระบบส่งผ่านกำลังอัตโนมัติ 8 สปีด

          เบนท์ลี่ย์ ส่งรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพความเร็วสูงสุดออกมาให้ ได้ยลโฉมแล้ว นั่นคือ คอนติเนนทัล จีที สปีด คูเป้ (Continental GT Speed Coupe) ซึ่งสามารถทะยานไปได้ไกลอย่างไม่หยุดยั้งถึง 205 ไมล์ต่อชม. (329 กม./ชม.) จีที สปีด (GT Speed) คันนี้จะออกมาตอบโจทย์บรรดาแฟนๆ ผู้ที่ ชื่นชอบและหลงใหลรถที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่โดดเด่น ปราดเปรียว มีรูปลักษณ์การออกแบบที่ไม่เหมือนใครและเต็มไปด้วยความสปอร์ตที่หรูหราอย่าง มีระดับได้เป็นอย่างดี
          พละกำลังเครื่องยนต์ของคอนติเนนทัล จีที สปีด (Continental GT Speed) ใหม่ล่าสุดได้มาจากเครื่องยนต์ขนาด 6 ลิตร 48 วาล์ว ทวินเทอร์โบ W12 และสามารถสร้างกำลังเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 616 แรงม้า หรือ 460 กิโลวัตต์ ที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 329 กม./ชม.
          พละกำลังเครื่อง ยนต์ที่เหนือชั้นของรุ่นจีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้จะส่งผ่านกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่มีอัตราการทดเกียร์ที่สั้นและทรงประสิทธิภาพเหนือใคร ผู้ขับขี่จะปรับเปลี่ยนระดับเกียร์ผ่านการควบคุมด้วยซอต์ฟแวร์เพื่อการทำงาน ที่ลงตัว อีกทั้งยังช่วยในการลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลงอีก 12% และช่วยลดอัตราการปล่อยมลพิษอีกด้วย
          ความท้าทายในการพัฒนา ประสิทธิภาพของจีที สปีด (GT Speed) คันนี้คือการปรับเปลี่ยนตัวถังซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพวง มาลัย ระบบกันสะเทือน และระดับความสูงต่ำของรถด้วยเช่นกัน ล้อมาตรฐานกับล้อ 21 นิ้วลาย Speed Wheels ที่มาพร้อมกับยาง Pirelli PZero ขนาด 275 35 R21 ที่ทำงานคู่กันได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือความสปอร์ตที่เพิ่มมากขึ้น การรักษาเสถียรภาพของรถได้มากขึ้น และแน่นอนการทรงตัวและการเกาะถนนก็ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
          มร. Wolfgang Dürheimer ประธานกรรมการและกรรมการบริหารจากเบนท์ลี่ย์ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ จีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้ไว้ว่า:
          “เกือบจะทศวรรษแล้วที่ เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที (Continental GT) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นแกรนด์ทัวริ่งที่ เหนือชั้นทั้งในเรื่องของความหรูหรา ความทรงพลัง และพละกำลังที่มหาศาลจากเครื่องยนต์ W12 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และในตอนนี้จีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้จะออกมาพร้อมกับความเป็นสปอร์ตมากขึ้น และพร้อมจะเข้าไปทำตลาดในส่วนของตลาดคูเป้แล้ว”
          การออกแบบเน้น ในเรื่องของรูปลักษณ์ที่ให้สัมผัสถึงความเป็นสปอร์ตที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวรถที่แข็งแกร่ง หรือความลงตัวของรูปทรงที่สง่างาม ตามรูปแบบความเป็นคอนติเนนทัล คูเป้ (Contiental Coupe) อีกชิ้นส่วนที่โดดเด่นคือตระแกรงหน้าแบบเมทริกซ์สีดำที่มาพร้อมกับช่องดัก อากาศด้านล่างและปลายท่อไอเสียแบบ ‘rifled’ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว
          จี ที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดนี้เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของรถที่เหนือชั้น และมาพร้อมกับความสะดวกสบาย และงานฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ อุปกรณ์และชิ้นส่วนภายในต่างๆ ได้รับการคัดสรรและเลือกใช้แต่วัสดุที่มีคุณภาพ ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วย Mulliner Driving Specification มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการผสมผสานความร่วมสมัยที่หรูหราอย่างมีระดับเข้าไว้กับ ลักษณะความเป็นสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
          ระบบขับ เคลื่อนจะใช้ระบบเดียวกันกับที่ใช้ในคอนติเนนทัล (Continental) รุ่นอื่นๆ นั่นคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Permanent all-wheel drive ที่ติดตั้งควบคู่กับชุดเฟืองท้าย Torsen differential เพื่อให้ได้มาซึ่งพละกำลังที่มหาศาลรวมไปถึงแรงบิดที่เหนือชั้นสำหรับจีที สปีด (GT Speed) ใหม่ล่าสุดคันนี้ อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจในเรื่องของการ เกาะถนนและทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยมไม่ว่าจะอยู่สภาพถนนหรือสภาพอากาศแบบใดก็ ตามที
          จีที สปีด (GT Speed) ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Goodwood Festival of Speed ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้นไป
          สำหรับ ประเทศไทย ท่านสามารถค้นหาหรือสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ พร้อมให้บริการรถเบนท์ลี่ย์ของท่าน และซื้อรถยนต์เบนท์ลี่ย์จากทางเอเอเอสฯ เท่านั้นที่สามารถได้สิทธิ์การรับประกันจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมการบริการดูแลและบำรุงรักษารถยนต์เบนท์ลี่ย์จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทาง การ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ตลอด 5 ปี (5 Years Free Service Package) มากกว่านั้นเอเอเอสฯ ยังมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลารับประกัน และบริการสายด่วนให้คำแนะนำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง* โดยรถยนต์เบนท์ลี่ย์ที่ซื้อจากทางเอเอเอสฯ เท่านั้น ที่จะสามารถเข้ารับบริการจากศูนย์บริการของทาง เอเอเอสฯ ได้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้ที่ โทร. 02-261-1050-51 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.bentleymotors.com
          *Terms & Condition Apply
         
          ข้อความจากผู้เขียน
          1. จีที สปีด (GT Speed) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่น ‘Speed’ ที่เป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่ของเบนท์ลี่ย์ในปี 1923 จากนั้นเบนท์ลี่ย์ประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องของการเกาะถนน การรักษาเสถียรภาพของรถ และการเบรกจากเครื่องยนต์เบนท์ลี่ย์ขนาด 3 ลิตร แต่ W.O. Bentley ผู้ก่อตั้งบริษัทได้มองเห็นความเป็นไปได้ว่าบรรดาผู้ที่ชื่นชอบเบนท์ลี่ย์ นั้นคงต้องการประสิทธิภาพของรถที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก เขาจึงตอบสนองความต้องการนี้ด้วยการสร้างรุ่น ‘Speed Model’ ขึ้นมา ซึ่งเป็นรุ่นที่ติดตั้ง SU carburettors เข้าไป และทำให้เครื่องยนต์มีสัดส่วนกำลังอัดที่สูงขึ้น และได้กลายมาเป็นหลักการในการพัฒนารถยนต์เบนท์ลี่ย์เรื่อยมา จีที สปีด (GT Speed) เจเนอเรชั่นแรกได้รับการแนะนำขึ้นในปี 2007 และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและได้รับการตอบรับอย่างดีทั่วโลกอีกด้วย
          2. เบนท์ลี่ย์ มอเตอร์ คือบริษัทผลิตรถยนต์ในประเทศอังกฤษที่มีอัตราการลงทุนเพื่อการพัฒนามาเป็น อันดับสาม และเปิดทำการมานาน บริษัทมีพนักงานกว่า 4,000 คนที่เมือง Crewe ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของบริษัท มีทั้งแผนกออกแบบ แผนกวิจัยและพัฒนา วิศวกร และโรงงานผลิต เกือบทุกชิ้นส่วนของรถนั้นทำจากงานฝีมือของช่างที่มีความเชี่ยวชาญมาหลายยุค หลายสมัย และรถทุกคันยังได้รับการพัฒนาขึ้นจากวิศวกรยานยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็น พิเศษ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและแตกต่างจากโรงงานผลิตรถยนต์หรูหราค่าย อื่นๆ อีกทั้งรถยนต์จากเบนท์ลี่ย์เป็นรถยนต์จากอังกฤษที่มีคุณค่าสูง เบนท์ลี่ย์มีการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่ากว่า 500 ล้านปอนด์ในแต่ละปี เพื่อสร้างฐานตลาดให้ มากขึ้นเหมือนในสหรัฐอเมริกา เช่น เจาะตลาดในประเทศจีน และประเทศทางอเมริกาใต้

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้ที่
แผนกการตลาดและประชาสัมพันธ์ โทร. 02-522-6655 ต่อ 448
บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

MSN on March 31, 2013, 06:21:20 PM
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วมงาน มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 34









          มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมเผยโฉมรถต้นแบบของอีโค คาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4*1 ” เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย พร้อม มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV*2 ร่วมเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2556 ที่อาคารชาเลนเชอร์ฮฮล์ เมืองทองธานี พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นที่ 0.57% ตั้งเป้ายอดขายในงานปีนี้ 4,300 คัน
          มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการเข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 7 เมษายนนี้ว่า ในปีนี้ มิตซูบิชิได้นำรถต้นแบบอีโคคาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ Concept G4 (MITSUBISHI Concept G4)” มาร่วมโชว์เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย พร้อม “มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV (MITSUBISHI Concept GR-HEV)” รถต้นแบบของรถกระบะเจนเนอเรชั่นใหม่กับการวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้ารถและ ขับเคลื่อนล้อหลังแบบFR*3 ด้วยเทคโนโลยีดีเซล-ไฮบริด ซึ่งจะแสดงในงานเจนีวา มอเตอร์ส โชว์ ครั้งที่ 83 ในต้นเดือนมีนาคมนี้มาร่วมแสดงเป็นไฮไลท์ของงาน ร่วมกับยนตรกรรมรุ่นต่างๆ ทั้ง มิตซูบิชิ มิราจ รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากตลาดเมืองไทยซึ่งจะมาพร้อมรุ่น ตกแต่งพิเศษ รวมไปถึง“มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์” ที่มาพร้อมสมรรถนะและความอัจฉริยะในการขับขี่ รวมทั้ง “มิตซูบิชิ ไทรทัน” และ “ปาเจโร สปอร์ต” รุ่นปี 2013 ที่มาพร้อม สมรรถนะที่เป็นเยี่ยม จากเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2.5 วีจี เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 178 แรงม้า โดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า ได้มากยิ่งขึ้น มาร่วมโชว์ในงาน
          “ในปีนี้เราจะยังคงนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมกับความต้องการ ควบคู่ไปกับการจัดทำข้อเสนอพิเศษที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การมอบส่วนลดหรือ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการบริการหลังการขาย และการสร้างความสุขให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์มิตซูบิชิด้วยเช่นกัน การจัดงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมแรกของปีหลังจากโครงการรถคัน แรกสิ้นสุดลง ซึ่งผมเชื่อว่ายอดจองรถในงานนี้น่าจะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของตลาดได้ เป็นอย่างดี โดยปีนี้เราตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์รวมในงานไว้ที่ 4,300 คัน” มร.มูราฮาชิ กล่าว
          *1: Global 4 –door sedan
          *2: Grand Runner. รถกระบะรุ่นใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนผ่านภูมิประเทศที่กว้างใหญ่และหลากหลายด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
          *3: Front engine Rear wheel drive.

MSN on March 31, 2013, 06:22:07 PM
รถยนต์มิตซูบิชิ ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34

          มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 (MITSUBISHI Concept G4)
          มิ ตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 เป็นรถยนต์ต้นแบบของรถเก๋งขนาดเล็กซึ่งมิตซูบิชิมีแผนจะผลิตและจำหน่ายไป ทั่วโลก มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 ได้รับการออกแบบโดยใช้แนวคิดของความสว่างสดใสของเพชรมาเป็นบรรทัดฐานสำหรับ การออกแบบกระจังหน้า รวมไปถึงไฟหน้าและชุดไฟท้าย เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับตัวรถจากหน้าจรดท้าย อีกทั้งยังมาพร้อมความโดดเด่นของรถยนต์นั่งขนาดเล็กเจนเนอเรชั่นใหม่จากองค์ ประกอบดังนี้
          - การออกแบบส่วนหน้าให้สั้นลงช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่และง่ายต่อการควบคุม
          - การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่สมดุลกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกัน
          - เส้นสายข้างตัวรถที่ปราดเปรียวจากด้านหน้าไปหลัง
          มิ ตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 ยังให้การประหยัดน้ำมันสูงสุดในรถระดับเดียวกันซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างตัว ถังแบบ RISE body ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาจากโครงสร้างเหล็กความแข็งแรงสูง High tensile steel การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์น้ำหนักเบาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ CVT นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 สร้างความพึงพอใจในการขับขี่โดยให้ความคล่องตัวและความปราดเปรียวจากน้ำหนัก ของรถที่เบาลง แต่ยังคงให้ความมั่นใจในการควบคุมและความสะดวกสบายในการขับขี่ อีกทั้งยังให้ความสะดวกสบายกับผู้โดยสารด้วยประตูที่กว้างขึ้นช่วยเพิ่มความ สะดวกสบายในการเข้า-ออก รวมไปถึงพื้นที่นั่งและที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่กว้างและสะดวกสบาย ขึ้น

          มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV (MITSUBISHI Concept GR-HEV)
          สำหรับ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV เป็นรถต้นแบบของรถกระบะที่ให้ทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะใน การขับขี่จากระบบดีเซล-ไฮบริดแบบ FR (ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา)ในรถกระบะซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับ ความนิยมอย่างสูงในตลาดเศรษฐกิจใหม่ จากเครื่องยนต์ดีเซลพลังงานสะอาดที่ให้การประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยมทำงานร่วม กับมอเตอร์และแบตเตอรี่ที่ให้กำลังสูง ทำให้รถยนต์ระบบไฮบริดพลังงานไฟฟ้า (HEV) ให้ค่าการปล่อยมลพิษต่ำกว่า 149 กรัมต่อกิโลเมตร และทำให้เป็นรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุดในรถระดับเดียวกัน สำหรับรถต้นแบบ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งติดตั้งระบบ Super Select 4WD ที่มีอยู่ในรุ่นปาเจโร และระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและให้สมรรถนะสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน

          ข้อมูลพื้นฐาน
 
ความยาว (มม.)   5,420
ความกว้าง(มม.)   1,930
ความสูง (มม.)   1,775
ระยะฐานล้อ (มม.)   3,000
จำนวนที่นั่ง   5
เครื่องยนต์   ระบบ Diesel-hybrid (2.5L clean diesel engine)
ระบบขับเคลื่อน   Super Select 4WD+S-AWC
ระดับการปล่อยมลพิษ CO2   149 กรัม/กม. หรือ น้อยกว่า
 
          มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่
          มิตซูบิชิ “มิราจ” ใหม่ เป็นรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้โครงการโกลบอล สมอลล์ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งให้ทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุด ง่ายต่อการขับขี่ ถึงพร้อมด้วยสมรรถนะ ความลงตัวในการออกแบบ และคุณภาพที่เป็นเยี่ยมเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในการขับขี่ ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ เติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรถยนต์อีโค คาร์ รุ่น 5 ประตู ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 49% (ณ เดือนมกราคม 2556) และมียอดขายรวมนับจากเปิดตัวสูงถึง 49,296 คัน (ณ กุมภาพันธ์ 2556) ในขณะที่ตลาดต่างประเทศก็ให้การตอบรับรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ เป็นอย่างดี โดยปัจจุบัน มิราจ ได้ถูกส่งไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีแผนจะแนะนำในภูมิภาคยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

          มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นตกแต่งพิเศษ “บลูม เอดิชั่น (Bloom Edition)”
          มิ ตซูบิชิ มิราจ “บลูม เอดิชั่น (Bloom Edition)” เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ ซึ่งถูกผลิตขึ้นเนื่องในโอกาสการฉลองครบรอบ 1 ปีของมิราจ ในประเทศไทย โดยมาพร้อมเบาะผ้าแบบพรีเมียม พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมการตกแต่งสีเงิน แบบซิลเวอร์ เดคคอเรชั่น และ สัญลักษ์ Bloom Edition ที่ประตูท้าย โดยมี 2 สีให้เลือก คือ สีม่วง Blossom Purple มีราคาขายอยู่ที่ 549,000 บาท และสีขาวมุก White Pearl ซึ่งมีราคาขายอยู่ที่ 554,000 บาท เพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติ 3,000 บาท

          มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2013
          สำ หรับมิตซูบิชิไทรทันมาพร้อมแนวคิด “เชื่อในพลัง มั่นในสไตล์” จากการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มอารมณ์สปอร์ตให้กับการตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ การติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยพร้อมอุปกรณ์ความบันเทิงพร้อมสรรพไม่ว่าจะ เป็นเครื่องเล่น DVD, VCD, CD MP3 รุ่นใหม่ที่ง่ายต่อการใช้งานและช่องต่อ USB สามารถเชื่อมต่อ iPod/iPhone ได้

          มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2013
          มิ ตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มาพร้อมแนวคิด “All on Demands” ที่โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ตอบทุกไลฟ์สไตล์ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มาพร้อมสมรรถนะที่ตอบสนองทุกความต้องการด้วยระบบ SS4 (Super Select 4WD) ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับที่ใช้ในรถมิตซูบิชิ ปาเจโร เอสยูวี ระดับหรู ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากสนามแข่งขันแรลลี่ระดับตำนานของโลก ถือเป็นหนึ่งหนึ่งเดียวในรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ตามความต้องการและสภาพถนนจึงให้การประหยัดน้ำมันและเพิ่มความปลอดภัยในการ ขับขี่ พร้อมการออกแบบภายนอกและภายในให้ตอบรับกับทุกความต้องการโดยมาพร้อมกล้องมอง ภาพหลังเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะถอย และสัญญาณกะระยะขณะถอยหลังแบบ 4 จุด การออกแบบภายในโทนสีดำ พร้อมติดตั้งระบบนำทางอันชาญฉลาด (เนวิเกเตอร์) รูปแบบใหม่รองรับการแสดงภาพแผนที่แบบ 3 มิติ และจอภาพแบบ WIDE Screen ขนาดใหญ่10.2 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง นอกจากนี้ยังมีช่องต่อ USB สามารถเชื่อมต่อ iPod/iPhone และฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) แบบพกพาได้

          มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์
          มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มาพร้อมความอัจฉริยะในการขับขี่และสมรรถนะที่เป็นเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 ขนาด ที่ให้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ได้แก่ เครื่องยนต์ Flexible Fuel Vehicle หรือ FFV ขนาด 1.8 ลิตร รองรับการใช้น้ำมันได้หลากหลายตั้งแต่เบนซินธรรมดาไปจนถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 และเครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร รองรับถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20

          ข้อเสนอพิเศษ
          สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิในระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2556
          - ฟรี…ประกันภัยชั้นหนึ่ง Diamond Protection นาน 1 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
          - ฟรี...ค่าบำรุงรักษาสูงสุด 30,000 กิโลเมตรแรก หรือระยะไม่เกิน 18 เดือน แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
          - ฟรี...มิตซูบิชิ โปรเท็คชั่น คิท (Mitsubishi Protection Kit) ประกอบด้วยฟิล์มรถยนต์ พรมปูพื้น และกรอบ ป้ายทะเบียนจากแรลลี่อาร์ต
          - ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์มิตซูบิชิมีดังต่อไปนี้;
 
รุ่น   ข้อเสนอพิเศษ
 1.  มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่   §        ดอกเบี้ยต่ำ 1.79%*
§        ดาวน์ต่ำเริ่มต้นที่ 38,000 บาท (เงื่อนไขเงินดาวน์ 10%)**
§        ผ่อนเริ่มต้นที่ 3,999 บาท (เงื่อนไขเงินดาวน์ 30% ผ่อน 84 เดือน)
 2.  มิตซูบิชิ ไทรทัน    §        รุ่นเมกะแค็บ รับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
§        รุ่นดับเบิ้ลแค็บ รับข้อเสนอดอกเบี้ยต่ำ 1.59%* หรือ รับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
3. มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต   §        ดอกเบี้ยต่ำ 1.79%*
4. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์    §        ดอกเบี้ยต่ำ 0.57%* หรือ รับข้อเสนอรถเก่าแลกรถใหม่ เพิ่มมูลค่า 50,000 บาท
 
          * เงื่อนไขเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน
          ** 1.2 GL MT

          สำหรับ ผู้ที่สนใจสามารถชมและสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมจากมิตซูบิชิ ได้ที่บูธหมายเลข A06 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ อาคารชาแลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 7 เมษายน (รอบ VIP วันที่ 25 , รอบสื่อมวลชน วันที่ 26 และประชาชนทั่วไปวันที่ 27 มีนาคม เป็นต้นไป) หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร 1800-900-009 หรือที่เว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th

MSN on March 31, 2013, 06:24:55 PM
เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัว The new E-Classครั้งแรกในอาเซียน




   
          พบ กับ The new E-Classถึงสามรุ่นใหม่ ได้แก่ E200 Executive, E300 BlueTECHYBRID Executive และE300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่เร้าใจมากขึ้นและเต็มไปด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า
          The new E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินใหม่และเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้เทคโนโลยี BlueTECHYBRIDที่ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด
          พบกับ Concept Style Coupéต้นแบบนวัตกรรมพรีเมี่ยมคอมแพ็คคาร์คูเป้สี่ประตู
          ลุ้นรับCLS 500 Shooting Brake มูลค่า9.45ล้านบาทสำหรับทุกท่านที่จองรถในงาน

          บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดเดินหน้าสานต่อความเป็นผู้นำตลาดรถหรู เผยโฉมยนตรกรรมใหมล่าสุดThe new E-Class ครั้งแรกในอาเซียน และรถยนต์ต้นแบบ Concept Style Coupéพร้อมด้วยขบวนรถเมอร์เซเดส-เบนซ์อีก 22รุ่นครบทุกเซ็กเม้นท์ ซึ่ง The new E-Classจะเปิดตัวในงานนี้ถึง 3รุ่นด้วยกัน ได้แก่ E200 Executive, E300 BlueTEC HYBRID Executive และE300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic โดย The new E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินใหม่และเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยี BlueTECHYBRIDที่ให้สมรรถนะและขุมพลังมากขึ้น พร้อมระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัย รวมถึงการออกแบบดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่ตอกย้ำให้รถยนต์ E-Class ใหม่ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดรถหรูอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบ ช่วยเตือนการขับรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist) จะช่วยปกป้องจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการขับข้ามเลน ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นรถยนต์ที่ขับขี่ปลอดภัยอย่างชาญฉลาดหรือ intelligent drive
          ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายและตอบสนองทุก ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภค โดยในปีนี้เราได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมที่เปี่ยม ไปด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรูหรา สง่างามมีระดับ และประหยัดพลังงาน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ไว้อย่างยิ่งใหญ่ในฐานะที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นผู้นำนวัตกรรมยาน ยนต์แห่งอนาคตโดยบูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้สะท้อนถึงปรัชญาของเมอร์เซเดส -เบนซ์ที่ว่า“The best or nothing”นอกจากนั้นในปีนี้ภายในบูธยังได้คงคอนเซ็ปต์ให้ดูทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกความเป็นสปอร์ต โฉบเฉี่ยว มีสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราโดยไฮไลท์พิเศษของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปีนี้ คือ การเปิดตัวThe new E-Class สุดยอดยนตรกรรมหรูซีดานให้คนไทยได้ยลโฉมกันเป็นครั้งแรกในอาเซียน ได้แก่E200 Executive, E300 BlueTEC HYBRID Executive และE300 BlueTECHYBRID AMG Dynamic โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ทั้งเบนซินและดีเซลไฮบริด ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถยนต์พรีเมี่ยมในไทยพร้อมกับการนำเสนอรถยนต์ต้นแบบ Concept Style Coupéซึ่งนับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มรถยนต์พรีเมี่ยมคอมแพ็คคาร์ใน สไตล์คูเป้สี่ประตูในประเทศไทย ซึ่งเราหวังว่าทุกท่านคงตื่นตาตื่นใจและเพลิดเพลินไปกับการสัมผัสยนตรกรรม ใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยดีไซน์อันล้ำสมัย และยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์”
          The new E-Class: สุดยอดยนตรกรรมซีดานหรูอัจฉริยะโฉมใหม่
          เมอร์ เซเดส-เบนซ์The new E-Class ยนตรกรรมหรูที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในเน้นความ เป็นสปอร์ตมากขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกด้านหน้าที่ปรับเปลี่ยนมากที่สุดคือแผงกระจังหน้าและโคมไฟ คู่หน้า โดยกระจังหน้าในรุ่นตกแต่งแบบ Executive เป็นแบบลาย3 แถบพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนฝากระโปรงหน้า และในรุ่นที่ตกแต่งแบบAMG Dynamic จะเป็นกระจังหน้าลาย2แถบพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ดวงใหญ่ตรงกลาง ส่วนลายเส้นนูนด้านข้างได้รับการดีไซน์ใหม่ให้เกิดพริ้วไหวและมิติด้านข้าง สวยงาม ทำให้สัดส่วนรถดูยาวและหรูหราขึ้น พร้อมกับโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวในขณะเดียวกัน ที่โดดเด่นคือการนำไฟแบบ LEDมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไฟหน้าเป็นแบบ LED High Performanceไฟท้ายแบบ LED fibre-opticโคมไฟคู่หน้าได้รับการออกแบบใหม่หมด โดยรวมชุดไฟLEDทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวอาทิ ไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเลี้ยว และไฟ daytime ทำให้เกิดลายเส้นกราฟฟิคสวยงามสะดุดตามากขึ้นซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกด้วย เช่นกันที่โคมไฟแบบ LEDได้รับการออกแบบให้อยู่รวมในกรอบเดียวกัน และยังคงเป็นการสื่อถึง “ไฟคู่หน้า” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ดั้งเดิมของ E-Classไว้เหมือนเดิมอีกด้วย
          ภายในห้องโดยสารมีการปรับให้มี ความผสานกลมกลืนสวยงามเข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกที่ปรับเปลี่ยนไป โดยการคัดสรรค์วัสดุชั้นดีมีคุณภาพสูงมาใช้ให้ดูหรูหราขึ้นส่วนเบาะหุ้มหนัง พร้อมด้วยพนักพิงศีรษะคู่หน้าแบบNECK-PRO head restraintsรวมถึงแผงคอนโซลหน้าพร้อมลายไม้แบบhigh-gloss brown eucalyptus, high-gloss brown burr walnutหรือhigh-gloss black ash wood นาฬิกาได้รับการดีไซน์เป็นแบบอนาล็อกอยู่ระหว่างช่องระบายความเย็นเครื่อง ปรับอากาศ ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบ THERMATICนอกจากนั้นยังมีระบบมัลติมีเดีย COMAND Onlineควบคุมการทำงานของวิทยุและดีวีดี สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พร้อมcontrollerและระบบนำทาง(navigation system) ในรุ่น E 300 BlueTEC HYBRID Executiveและ E 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamicเพื่อให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจขณะขับขี่ รวมทั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านบลูทูธ เพื่อให้ความสะดวกสบายในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น
          เมอร์เซเดส -เบนซ์ The new E-Class มาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยใหม่ที่ผสานความสะดวกสบายและความ ปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันซึ่งเรียกว่าระบบ “Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้ The new E-Class เป็นยานยนต์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดคันหนึ่งในเซ็กเม้นท์นี้ โดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เข้าไว้ด้วยกันภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสาน กัน ไม่ว่าจะเป็นระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system) เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด5 ที่นั่งทั้งคู่หน้าและคู่หลังแบบผ่อนแรงและรั้งกลับอัตโนมัติ พนักพิงศีรษะคู่หน้าแบบ NECK-PRO head restraints ที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บกรณีที่ถูกชนจากด้านหลัง ถุงลมนิรภัยด้านหน้า2 ตำแหน่ง พร้อมเซ็นเซอร์วัดแรงปะทะและการคาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง4 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะ ถุงลมนิรภัยบริเวณสะโพก 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งช่วยเสริมการปกป้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนั้นยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบช่วยเตือนการขับรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist) และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist)
          เครื่องยนต์ใหม่: โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
          The new E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินใหม่ แถวเรียง 4 สูบที่ทรงพลังเต็มไปด้วยสมรรถนะและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นโดยมีหัว ฉีดชนิด piezoซึ่งฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง ด้วยแรงดันเชื้อเพลิงสูงสุดอยู่ที่ 200บาร์ และเป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกันที่ใช้กับเครื่องยนต์ V6 และ V8รุ่นใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์โดยได้นำมาใช้กับเครื่องยนต์ 4 สูบเป็นครั้งแรกนอกจากนี้เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่นี้รวมถึง จังหวะการฉีดเชื้อเพลิงและจุดระเบิดแบบหลายครั้งติดต่อกันตรงสู่ห้องเผาไหม้ ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น ระบบช่วยประจุอากาศด้วยเทอร์โบชาร์ทเจอร์เพลาลูกเบี้ยวที่สามารถปรับองศาการ เปิด-ปิดของวาล์วไอดีและไอเสีย รวมถึงการควบคุมแรงดันของปั๊มน้ำมันเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ ส่งผลให้เครื่องยนต์ใหม่มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นโดยจะมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน เชื้อเพลิงอยู่ที่ 16.39-17.24 กม. /ลิตรหรือคิดเป็น 2.31-2.43 บาท/กม.(คำนวณจากราคาน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 ณ วันที่ 11 มีนาคม 2556) และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์135-142กรัม/กม.
          E 300 BlueTEC HYBRID - ครั้งแรกในไทยสำหรับรถยนต์พรีเมี่ยมเครื่องยนต์ไฮบริดดีเซลที่สะอาดและประหยัดมากที่สุด
เมอร์ เซเดส-เบนซ์ E 300 BlueTEC HYBRID เป็นยนตรกรรมหรูประหยัดพลังงานมากที่สุดในโลก และเป็นครั้งแรกของรถยนต์หรูที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไฮบริด ซึ่งเทคโนโลยี BlueTEC HYBRIDเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเมอร์เซเดส -เบนซ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลกับมอเตอร์ไฟฟ้าช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง การออกสตาร์ทที่เงียบ และช่วยลดการสันดาปของเครื่องยนต์ พร้อมด้วยฟังก์ชั่น ECO Start/Stopที่ช่วยประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงให้พละกำลังเช่นเดิม โดยองค์ประกอบต่างๆ ของระบบไฮบริด เช่น ระบบไฟฟ้าในห้องเครื่องยนต์สามารถผสานรวมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในได้โดย ตรงโดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 23.81-24.39 กม./ลิตรหรือคิดเป็น 1.23-1.26 บาท/กม. เท่านั้น(คำนวณจากราคาน้ำมันดีเซล ณ วันที่ 11 มีนาคม 2556) และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์107-110กรัม/กม. โดยเครื่องยนต์ทั้งแบบเบนซินและดีเซลไฮบริดถ่ายทอดผ่านกำลังเกียร์อัตโนมัติ เดินหน้า 7จังหวะ (7G-TRONIC PLUS) พร้อมด้วยฟังก์ชั่น ECO Start/Stop โดยใช้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบDIRECT SELECTพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

MSN on March 31, 2013, 06:25:30 PM
         เมอร์เซเดส-เบนซ์โมเดลใหม่
 
รุ่น   เครื่องยนต์   ปริมาตรกระบอกสูบ
(ซีซี)   แรงม้าสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที)   แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที)   อัตราเร่ง 0-100กม./ชม.   ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.)   อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย (กม./ลิตร)
E 200 Executive   เบนซินแถวเรียง
4สูบ เทอร์โบ พร้อม อินเตอร์คูลเลอร์   1,991   184 / 5,500   300 /
1,200-4,000   7.9   233   16.39-17.24
E 300 BlueTEC HYBRID Executive   ดีเซลแถวเรียง
4สูบ
เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์   2,143   204 / 4,200แรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้า27แรงม้า   500 /
1,600-1,800
แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า280นิวตันเมตร   7.5   242   23.81-24.39
E 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic   ดีเซลแถวเรียง4สูบ
เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์   2,143   204 / 4,200แรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้า27แรงม้า   500 /
1,600-1,800
แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า280นิวตันเมตร   7.5   242   23.81-24.39

          ราคาสุดเร้าใจ
• E 200 Executive 3,490,000บาท
• E 300 BlueTEC HYBRID Executive 3,990,000บาท
• E 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic 4,490,000บาท
          Concept Style Coupé: ต้นแบบนวัตกรรมพรีเมี่ยมคอมแพ็คคาร์คูเป้สี่ประตู
          Concept Style Coupé เป็นยนตรกรรมที่ฉีกกฏเซ็กเม้นต์คอมแพ็คคาร์แบบเดิม ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ในสไตล์สปอร์ตคูเป้4 ประตู แสดงออกถึงพลังแห่งความคล่องแคล่วปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว ทรงพลังในทุกอณู ด้วยมุมมองด้านข้างที่ดึงดูดสายตาด้วยแนวเส้นที่เฉียบคม3 เส้นให้ความรู้สึกพริ้วไหว อิสระ รวมถึงหลังคาแบบพาโนรามิค ส่วนกระจังหน้าเป็นแบบ diamond grille ที่นำมาจาก Concept A-Class ยังคงความดุดัน ประกอบกับดีไซน์ฝากระโปรงที่ดูเฉียบคมและโคมไฟหน้าใหม่ที่มีความงดงามในทุก มิติและดูราวกับดวงตาของนักล่า บวกกับการตกแต่งภายในที่ โดดเด่นด้วยแผงคอนโซลด้านหน้าที่บุด้วยหนังนูบัคสีขาว ตัดกับผิวของแผงหน้าปัดเคลือบผิวด้วยวัสดุผสม Alcantara® ในขณะที่รูปทรงของช่องปรับอากาศที่อยู่บนแผงคอนโซลถูกออกแบบมาให้มีลักษณะ คล้ายกับเครื่องยนต์ไอพ่นขนาดเล็ก รวมทั้งยังมีระบบ COMAND Online ที่ได้เพิ่มนวัตกรรมใหม่ cloud computing ที่สามารถประมวลผลอิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดย Concept Style Coupé มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน4 สูบ ขนาด2.0 ลิตร พร้อมระบบไดเรคอินเจคชั่นและเทอร์โบชาร์จ ที่พัฒนาให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่155 กิโลวัตต์/ 211 แรงม้า ใช้ระบบส่งกำลังแบบคลัชท์คู่เดินหน้า 7 จังหวะ (7G-DCT) และระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ โดยล่าสุด Concept Style Coupé เพิ่งได้รับรางวัล“iF product design award 2013” ซึ่งเป็นรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยมระดับโลก ซึ่งเป็นเสมือนตราสัญลักษณ์รับรองงานออกแบบที่สำคัญและตอกย้ำความสำเร็จรวม ถึงความโดดเด่นในผลิตภัณฑ์ด้วย
          ยนตรกรรมอื่นๆ ในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์
          นอก จากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 22คันในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลรวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล ไฮบริด ไม่ว่าจะเป็นตระกูล C-Class, E-Class, S-Class และรถนำเข้ารุ่นอื่นๆ อาทิC 180 Coupé,M-Class,SLK 200, CLS Coupé, CLS Shooting Brake, VianoและVito รวมทั้งThe new A-Class คอมแพ็คคาร์เจเนอเรชั่นใหม่ ได้แก่ A 180 Style และA 250 AMG Sport รวมถึงทางเลือกใหม่สำหรับคอมแพ็คคาร์แบบสปอร์ตที่มีให้เลือกทั้งB 200 Sport และ B 180 Sport ใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน4 สูบแถวเรียง เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,595ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 122 แรงม้า ที่ 5,000รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตรที่ 1,250 – 4,000รอบ/นาทีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายในระยะเวลา10.2 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย 17.1 กม./ลิตรใช้ระบบส่งกำลังแบบคลัชท์คู่เดินหน้า 7 จังหวะ(7G-DCT)
          ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า
          นอก เหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังจัดข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ท่านลูกค้าดัง นี้
• สำหรับผู้สั่งซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ใหม่ทุกรุ่นระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 7 เมษายน2556จะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดี ได้รับ CLS 500 Shooting Brakeมูลค่า 9.45ล้านบาท
• ข้อเสนอทางการเงินพิเศษโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลิสซิ่ง สำหรับลูกค้าที่ซื้อThe New A-Classเพย์เม้นท์ฮอลิเดย์ (Payment Holiday)การเช่าซื้อแบบมีบอลลูนสำหรับระยะเวลา 60เดือน ลูกค้าสามารถชำระค่างวดเพียง 1%ของราคารถยนต์ เริ่มต้นที่ 18,900บาท/เดือน สำหรับ A180 styleและ 24,900บาท/เดือน สำหรับ A 250 AMG Sportพร้อมโบนัสพิเศษในการพักชำระค่างวด 4เดือน นอกจากนี้ ลูกค้าเก่าที่ทำสัญญาฉบับใหม่กับบริษัทฯ รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม –30มิถุนายน2556
• เมอร์เซเดส-เบนซ์ โพรเทกชั่น แผนประกันภัยสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเลือกซื้อแผนประกันภัยของ เมอร์เดส-เบนซ์ โพรเทกชั่น แพ็คเกจ Extended Protectionหรือ แพ็คเกจ Advanced Protectionรับสิทธิ์รถยนต์ทดแทนเมอร์เซเดส-เบนซ์ระหว่างที่รถยนต์ของท่าน เข้าศูนย์บริการ
          ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถ ยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์: www.mercedes-benz.co.thหรือทางเฟสบุ๊ค :www.facebook.com/MercedesBenzThailandหรือทาง www.youtube.com/MercedesBenzThailandหรือทาง www.instagram.com/MercedesBenzThailandและทางwww.pulsethailand.com
          เมอร์ เซเดส-เบนซ์ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรม หลากหลายรุ่นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34ได้ระหว่างวันที่ 27มีนาคม ถึง 7เมษายน 2556นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

MSN on March 31, 2013, 06:26:03 PM
อีซูซุจัดเต็มมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ฉีกทุกกฎ…สู่ชีวิตสไตล์ X กับ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์” แต่งพิเศษหลากรูปแบบ







          จัด กิจกรรมสุดจี๊ดตรงใจกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง อีซูซุจัดเต็มนำประสบการณ์ชีวิตสไตล์ “เอ็กซ์” ความสนุกแนวใหม่ถูกใจวัยโจ๋มาร่วมแชร์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 อีกครั้ง ตามแนวคิดฉีกกฎแบบสุดๆ “UNLEASH YOUR X-LIFE” โดยนำ “คอสเพลย์” มาเป็นแนวคิดหนึ่งในการตกแต่งเติมความเท่แบบไม่ซ้ำใครบนรถ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” พร้อมแฟชั่นโชว์พิเศษสุดคูล นำโดยนักแสดงคอสเพลย์จากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีรถ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส” ที่ตกแต่งพิเศษด้วยชุดกันชนหน้าพร้อมชุดกันกระแทกด้านข้างและกันชนท้าย จาก ARB Australia และรถแข่ง “ออล-นิว อีซูซุ ดีแมคซ์” จากการแข่งขัน “NITTO 3K ISUZU FULL RACE 2013” ที่ให้ความแรงเต็มพิกัด ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
          คุณปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ตามคอนเซ็ป “UNLEASH YOUR X-LIFE” ในรูปแบบที่แตกต่างเพื่อร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตสไตล์ “เอ็กซ์” แบบสุดๆ ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถแต่งเติมความสนุกไปพร้อมกับรถอีซูซุคู่ใจอย่างต่อ เนื่อง ดังนั้นหนึ่งในแนวคิดสำหรับงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ คือ การนำ “คอสเพลย์” ซึ่งย่อมาจาก Costume Play หรือการแต่งกายเลียนแบบตัวละครจากการ์ตูนหรือเกมส์ต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น และแพร่หลายไปยังนานาประเทศ รวมทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของรถปิกอัพ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” โดยมีการนำรถปิกอัพ “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ที่มีความเท่อยู่แล้วมาตกแต่งพิเศษทั้งคันด้วยสติ๊กเกอร์คาแร็คเตอร์การ์ตูน ชาย-หญิงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด “All-new Isuzu D-Max Character Illust Contest” ที่จัดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการจัดแฟชั่นโชว์พิเศษโดยนักแสดงคอสเพลย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ได้แก่ Sakuya และ Shibuki ร่วมกับนักแสดงคอสเพลย์ชาวไทยอีกด้วย รวมทั้งยังมีรถแต่งพิเศษในแบบอื่นๆ และกิจกรรมหลากหลายให้สนุกได้เต็มที่ตลอดงาน และพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถอีซูซุทุกรุ่นภายในงานนี้ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย”
          รถเด่นของอีซูซุที่มาพร้อมชุดแต่งสุดเก๋ เท่ ลงตัวหลากสไตล์ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ประกอบด้วย
          - “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ สปีด” ปิกอัพสปอร์ตสุดเท่ที่มาเป็นแพ็คคู่ด้วยรถสีขาวและสีดำในสไตล์การตกแต่งที่ แตกต่างกัน โฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายในด้วยชุดแต่ง Body Parts รอบคัน ภายในร้อนแรงในโทนสีแดง-ดำ เอกลักษณ์เฉพาะของ “X-Series” โดยรถสีดำ แต่งพิเศษด้วยล้อ Lenso รุ่น Project-D Spec-G ขนาด 9.5x20 นิ้ว พร้อมยาง Nitto รุ่น NT555 ขนาด 245/40R20 และชุดโหลดช่วงล่างจาก Hot bits ติดฟิล์มดำ เพิ่มความเข้ม ดุดัน ส่วนรถสีขาวฉีกกฎความเท่ของรถโดยแต่งในรูปแบบ Itasha (อิตาฉะ) ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยการใช้สติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษรูปคาแร็คเตอร์การ์ตูนญี่ปุ่นทั้งชายและ หญิงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดวาดภาพ “All-New Isuzu D-Max Character Illust Contest” โดดเด่นด้วยล้อ Lenso รุ่น RT7C ขนาด 9.5x20 นิ้ว พร้อมยาง Nitto รุ่น NT555 ขนาด 245/40R20 และชุดโหลดช่วงล่างจาก Hot bits ให้ความโดดเด่นจนทุกคนต้องเหลียวมอง
          - “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ” เป็นรถแข่งสำหรับงาน “NITTO 3K ISUZU FULL RACE 2013” โดยให้ความแรงแบบเต็มพิกัด เสริมการปรับแต่งช่วงล่างแบบใหม่จาก Hot bits สามารถปรับความหนืดและรองรับการกระแทกได้มากขึ้น เพื่อให้รับกับแรงม้าที่เพิ่มขึ้นของเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นถึง 230 แรงม้าจากการปรับแต่งสำนักแต่ง HKS เฟืองท้ายหลังแบบมี Limited Slip พร้อมติดตั้งดิสเบรกหลัง และสติ๊กเกอร์พิเศษเสริมรูปลักษณ์เท่สไตล์รถแข่งขนานแท้ เติมเต็มความสปอร์ตด้วยล้อ Project-D Spec-G ขนาด 9.5x17 นิ้ว พร้อมยาง Nitto NT-01 ขนาด 255/40 R17 เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบกล้องด้านหน้า-หลัง ซึ่งสามารถบันทึกภาพขณะทำการแข่งขันและนำกลับมาประมวลผลในภายหลังได้ พร้อมระบบตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาจาก HKS
          - “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด ขับเคลื่อน 4 ล้อที่มาพร้อมกับความเท่ เข้มและดุดันอีกระดับ กับครั้งแรกด้วยชุดแต่งพิเศษ ทั้งชุดกันชนหน้า ชุดกันกระแทกด้านข้าง และชุดกันชนท้ายพร้อมขอลากจาก ARB ออสเตรเลีย พร้อมชุดไฟสปอร์ตไลต์ ยี่ห้อ IPF รุ่น Xtreme ที่กันชนหน้าและบนหลังคา ปรับแต่งช่วงล่างให้พร้อมลุยด้วย Old Man Emu ทั้งชุด ล้อ Lenso รุ่น VS-2 ขนาด 8.5X17 นิ้ว ยาง Super Swamper รุ่น M-16 ขนาด 33 x 10.50 R17 ชุดดิสเบรกหน้า DBA รุ่น T3 จากออสเตรเลีย พร้อมชุดแต่งเสริมไลฟ์สไตล์พิเศษตอบโจทย์ผู้ที่รักการใช้ชีวิตแบบ Outdoor Life ด้วยชุดโครงสร้างพร้อมเต็นท์จาก ARB พร้อมที่ปีนด้านข้าง ตู้เย็น ARB ขนาด 47 ลิตร และชุดจับจักรยาน พร้อมจักรยานยี่ห้อ TREK รุ่น 4700 Disc ลุยได้ทุกที่โดยไม่มีข้อจำกัด
          - ตามติดมาด้วยรถ “อีซูซุมิว-เซเว่น ช้อยส์” ยานยนต์อเนกประสงค์สปอร์ตหรู อินเทรนด์สุดๆ ที่นำมาจัดแสดงทั้งสีขาวและสีดำ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสมรรถนะการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัด คันสีขาวมาดเท่ตามมาตรฐานโรงงาน ส่วนคันสีดำเสริมความเท่เน้นความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยชุดโหลดช่วง ล่างจาก Hot bits ล้ออัลลอยด์ ยี่ห้อ TAW รุ่น TM-004 ขนาด 9.5x22 นิ้ว พร้อมยาง Nitto รุ่น NT555 ขนาด 265/40/R22
          นอกจากนี้ อีซูซุยังได้เตรียมความสนุกสนานจัดเต็มสไตล์ “เอ็กซ์” ได้แก่
          - เติมเต็มจินตนาการไร้ขอบเขตตามแนวคิด “UNLEASH YOUR X-LIFE” จากแฟชั่นโชว์พิเศษ “คอสเพลย์” ซึ่งถอดแบบจากคาแร็คเตอร์การ์ตูน “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดวาดภาพ “All-New Isuzu D-Max Character Illust Contest” ออกมาโลดแล่นบนแคทวอร์คโดย Sakuya และ Shibuki นักแสดงคอสเพลย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น และนักแสดงคอสเพลย์ชาวไทย พร้อมรถที่แต่งด้วยสติ๊กเกอร์คาแร็คเตอร์การ์ตูนในแบบอิตาฉะ
          - ตื่นเต้นระทึกใจไปกับ “แทรมโพลีนแดนซ์” การแสดงสุดแนวที่ผสานการเต้นลีลามันๆ กับกีฬาเอ็กซ์ตรีมผ่านการกระโดดบนแทรมโพลีนของทีม TZ CREW พร้อมปลุกจังหวะความมันของเสียงเพลงโดยเลดี้ดีเจ “น้องฟ้าใส”
          - ไม่พลาดกับการอัพเดทความเคลื่อนไหวต่างๆ ผ่านการลงทะเบียน Facebook แล้วไปเล่นเกมส์เท่ๆ “X-TOUCH” ให้คุณพบกับประสบการณ์เสมือนจริง เหนือจินตนาการกับการลุยป่าซาฟารีและหิมะ ณ ขั้วโลกเหนือ พร้อมทั้งซิ่งอัจฉริยะ มันส์ทะลุมิติ กับเกม Visual “Isuzu Insight Experience” ประลองฝีมือการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ “อีซูซุอินไซท์” ที่มีสถิติเป็นเดิมพัน
          - อีกครั้งการประกวดภาพถ่าย “ออล-นิว อีซูซุดีแมคซ์ โฟโต้คอนเทสต์ 2013” ส่งภาพที่คุณถ่ายภายในบูธอีซูซุสะท้อนแนวคิด “UNLEASH YOUR X-LIFE” จากกล้อง Digital หรือผ่านอินสตาแกรม เพียงใส่ Hashtag #isuzuinstagram ลุ้นรับรางวัล GADGET บาดใจรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท
          - สอบถามข้อมูลรถอีซูซุหรือกิจกรรมต่างๆ ภายในงานได้จากสาวๆ I-Girls และพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถอีซูซุทุกรุ่นภายในงานมอเตอร์โชว์ ลุ้นรับ iPad Mini ทุกวัน
          นอกจากนี้ยังมีพิธีกรคนดังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน กันมาสร้างความสนุกสนานตลอด 12 วัน อาทิ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, VJ เดี่ยว–สุริยนต์ อรุณวัฒนกุล, DJ เพชรจ้า, DJ พล่ากุ้ง และพิธีกรสุดจี๊ดชื่อดังอีกมากมาย พบกันที่บูธอีซูซุ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2556 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

MSN on March 31, 2013, 06:26:53 PM
ยู ม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป กระหึ่มมอเตอร์โชว์ชูรถพลัง แรง จากบราบัสปี 2013 เต็มเวทีเปิดตัว: บราบัส A-CLASS( BRABUS A-Class B25) และ BRABUS CLS SB D4II (Shooting Brake)







          ยู ม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป ประกาศความแข็งแกร่งในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ซุปเปอร์ลักชัวรี่คาร์ ครบวงจรที่สุดของวงการ โดยจัดแสดงยนตกรรมรุ่นใหม่ ในงาน Bangkok International Motor Show 2013 ภายใต้การลงทุนกว่า 60 ล้านบาท เนรมิตรพื้นที่ 342 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซปต์ “GERMAN BORN TO BE LUXURY ARENA”พร้อมเปิดตัวบราบัส A-CLASS( BRABUS A-Class B25) จากพื้นฐานของ w176(เอ คลาส โฉมใหม่) และ BRABUS CLS SB D4II (Shooting Brake) บนพื้นฐานของ X218 โฉมใหม่หรูหราเพิ่มชีวิตชีวาอย่างมีสไตล์ให้กับสีสันของชีวิต ชูแนวคิดยานยนต์เปี่ยมสมรรถนะ “บราบัส” (Brabus) และ “สตาร์เทค” (STARTECH) ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม -7 เมษายน 2556 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 บูธ A 5/1 เมืองทองธานี

          นายชัชวัฏ สุวรรณโณชิน ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่าย “บราบัส” (Brabus) และ “สตาร์เทค ” (STARTECH) และผู้นำเข้าอิสระรายใหญ่ เปิดเผยว่า “ยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ปใช้งบประมาณ 60 ล้านบาทเพื่อนำเสนอยนตรกกรมระดับโลกรุ่นใหม่ล่าสุดจาก“บราบัส” (Brabus) และสุดยอดสมรรถนะ “สตาร์เทค” (STARTECH) ในงานแสดงรถยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายน 2556 ภายในบูธ A 5/1ของยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ปบนพื้นที่กว่า 340 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซปต์ “GERMAN BORN TO BE LUXURY ARENA” หรือ ยนกรรมเยอรมันสุดยอดแห่งความหรูหรา ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ ยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป กับ บราบัส เอจี เยอรมัน โดยจัดแสดงยนตกรรมเพื่อตอกย้ำความสำคัญของตลาดประเทศไทยและแสดงให้เห็นถึงผล การดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของ ยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป”
          คอน เซปต์ “GERMAN BORN TO BE LUXURY ARENA”.ในครั้งนี้ประกอบไปด้วย การแสดงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจากบราบัสที่ผ่านการออกแบบและยกระดับรถยนต์พื้น ฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้เป็นสุดยอดยนตกรรมเพิ่มขึ้นอีกขั้น เต็มไปด้วยความปราดเปรียวและมีเอกลักษณ์พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า รถทั่วไป และสุดยอดสมรรถนะของรถยนต์เนอกประสงค์สตาร์เทค (STARTECH)
          ในส่วนของความหรูหราของบราบัสที่ได้จัดแสดงประกอบไปด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ (MY2013) จำนวน 6 รุ่นได้แก่
          1.BRABUS SL B50
          2.BRABUS C COUPE B18S
          3.BRABUS SLK B25S
          4.BRABUS CLS D4II
          5.BRABUS A-Class B25
          6.BRABUS CLS SB D4II (Shooting Brake)

          นอก จากนี้ยังได้นำแบรนด์ใหม่ล่าสุด “สตาร์เทค” รถยนต์หรูจากประเทศเยอรมนีสตาร์เทค Evoque SD 22สำหรับรถยนต์สตาร์เทครุ่น เอสดี 22 มีขนาดเครื่องยนต์ 2,179 ซีซี ให้กำลัง 215 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 8.3 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังออกแบบให้มีความหรูหราโดยใช้วัสดุภายในทั้งหมด เป็นหนังแท้คุณภาพสูง
          “สำหรับไฮไลท์ของบราบัส คือรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวตลาดในโลกได้ไม่นานได้แก่บราบัส A-CLASSB25 และ BRABUS CLS SB D4II Shooting Brake โดย A-Class B25 เป็นรถโฉมใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นจากโมเดล W176 มาพร้อมกับชุดแต่งรอบคันที่ออกแบบมาเฉพาะเสริมความคล่องตัวเพิ่มความสปอร์ต และหรูหรามากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มชีวิตชีวาในการขับขี่รถยนต์ที่ให้พลังสุดแรงอย่าง มีสไลต์ให้กับสีสันของชีวิต
          ส่วน BRABUS CLS SB D4II (Shooting Brake) พัฒนาจากพื้นฐานของX218 (2012) รถยนต์แบบสปอร์ตแวกอน5 ประตู ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ได้สัดส่วน พร้อมห้องโดยสารขนาดยาว
          สำหรับการร่วมงานแสดงรถยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 บริษัทฯ คาดว่าจะทำยอดขายไม่น้อยกว่า150 ล้านบาททั้งนี้ยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป ได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าคนพิเศษมูลค่ากว่า 5 แสนบาท อาทิ แพ็คเกจเหิรฟ้าเยี่ยมชมโรงงานบราบัส ค้นประวัติความเป็นมา การพัฒนาเครื่องยนต์ และสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำของพลังแรงม้า ณ เมือง Bottrop ประเทศเยอรมนี และรับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ ขึ้นทางด่วนฟรี นาน 5 ปี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน YUMA Family ร่วมกิจกรรมพิเศษกับ YUMA CLUB
          ใน โอกาสนี้ ยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ป ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่านร่วมแถลงข่าวของยูม่า มอเตอร์ส กรุ๊ปในวันอังคารที่ 26 มีนาคม2556 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 บูธ A 5/1 เมืองทองธานี เวลา 12.15 น.

MSN on March 31, 2013, 06:27:28 PM
“สตาเลียน” ม้าน้อยแสนเท่ห์ สายพันธุ์ไทย กับก้าวใหม่สู่ปีที่ 4 อย่างมั่นใจ เสริมศักยภาพทีมบริหาร เพื่อความเป็นเลิศ







          “สตา เลียน” ม้าน้อยแสนเท่ห์ สายพันธุ์ไทย กับก้าวใหม่สู่ปีที่ 4 อย่างมั่นใจ เสริมศักยภาพทีมบริหาร เพื่อความเป็นเลิศ พร้อมเดินเครื่องผลิตโรงงานเหมราชในไตรมาสสอง และทะยานสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Stallions Thai to AEC กับดีไซน์โลโก้ใหม่ยกระดับสู่สากล ทั้งเปิดตัว Stallions ToY Siries พร้อมยกทัพ MiNi Series และ SPORT Series ใหม่ถึง 9 รุ่น อวดโฉมยนตรกรรมสองล้อที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตส์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายนนี้

          นายเกรียงไกร ลาภจตุรพิธ กรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท พาวเวอร์ สตาเลียน จำกัด ผู้จัดจำหน่ายมอเตอร์ไซด์ สตาเลียน ม้าน้อยสายพันธุ์ไทย ผู้นำมอเตอร์ไซค์มินิ จดทะเบียนเป็นรายแรกของเมืองไทย หนึ่งในธุรกิจ SME ตีแตก และเป็นผู้จัดการแข่งขัน WORLD RECORDS “Stallions Mini Ride Up baiyok tower2 84 Floor (Tallest in Thailand )” "ขี่ขึ้นฟ้า ท้า บันทึกโลก" ชิงถ้วยพระราชทาน จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยงานนี้ ทางกินเนสส์บุ๊ค (Guinness Boss of World Records) ได้เข้าร่วมบันทึกสถิติ ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นตึกใบหยก 2 ที่มีความสูงถึง 84 ชั้น หรือ 304 เมตร ซึ่งเป็นตึกที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย
          ทางสตาเลียนได้ร่วม ลงทุนสร้างและพัฒนาเครื่องยนต์ ร่วมกับพันธมิตร SKYTEAM ผู้นำด้านรถ มินิ ไบค์ในยุโรป และบริษัทฯ JIANSHE (เจี้ยนเช่อร์) เทคโนโลยีญี่ปุ่น และเป็นบริษัทฯร่วมทุนกับแบรนด์ชั้นนำของญี่ปุ่น และบริษัทฯ Dayang (ต้าหยาง) ซึ่งมีเทคโนโลยีญี่ปุ่น โดยทั้งสองบริษัทฯ อยู่ในกลุ่ม The China South Industries Group Corporation ยักษ์ใหญ่แห่งยานยนต์โลก โดยมี (SCD Team) STALLIONS CREATIVE & DEVELOPMENT ดีไซน์พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเยี่ยมผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เทคโนโลยี ญี่ปุ่นกับดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างลงตัว การก้าวย่างเข้าปีที่ 4 ของสตาเลียนตนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะบริษัทสามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำรถมินิไบค์ และครองความเป็นแชมป์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯปรับโครงสร้างการบริหารเสริมศักยภาพและเพื่อความกระชับฉับไว ในการบริหารโดยมีคุณอารีรัตน์ ศรีประทาย มาดูแลในตำแหน่ง CEO เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ พร้อมเดินเครื่องการผลิตในไตรมาสสองของปีนี้
          สำหรับผลิตภัณฑ์ สตาเลียนได้พัฒนาฉีกแนวมอเตอร์ไซค์แบบเดิมๆโดยฝีมือคนไทย เป็นยนตรกรรมระดับโลก สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ และรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นรองใคร ในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เป็น 3 ซีรี่ส์ 9 แบบ ได้แก่
          MiNi Series กับสุดยอดนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ SCD Team
          1.Solo RS MiNi Sport NAKED โดดเด่นด้วยดีไซน์เนกเกด NAKED คมเข้มตั้งแต่หัวจรดท้าย ไฟหน้าตาเพชรผสานไฟหรี่แบบเลนส์โปรเจคเตอร์ ถังน้ำมันเสริมการ์ดข้าง เพิ่มความโฉบเฉี่ยวรับกับอันเดอร์คาวริ่งที่แหลมเน้นความสปอร์ตเปลือยสาย พันธุ์ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125 ซีซี บาลานเอนจิน เทคโนโลยีญี่ปุ่น ให้พละกำลังแรงเกินตัว แข็งแกร่งด้วยโครงสร้างถังเหล็กเหลี่ยมขนาดใหญ่
          2.SM 125 มินิโมตาร์ด เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125 ซีซี ดับเบิ้ลคลัทช์ เทคโนโลยีญี่ปุ่น ที่ให้ความดุดันเร้าใจในสไตส์ย่อส่วนมาจากซูเปอร์โมตาร์ด 250 ซีซี ชื่อดังระดับโลก ดีไซน์สวยคมตั้งแต่คาวริ่งหน้า ปีกครอบถังน้ำมันและช่วงท้ายที่รับกันอย่างลงตัว จุดเด่นที่เหนือกว่ามินิมาร์ด โครงสร้างตัวถังท่อเหล็กกลมสานไขว้แบบสเปซเฟรมสไตล์ยุโรป ระบบกันสะเทือนหน้าอัพไซด์ดาวน์สามารถปรับความหนืดในการคืนตัวของแกนโช้คอัพ ได้ พร้อมด้วยโช้คอัพหลังขนาดใหญ่ สวิงอาร์มและวงล้อหน้าหลังอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ นี่คือสุดยอดของการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหนือชั้นผสานกับที่สุดของความคุ้มค่า ด้านราคาเมื่อเปรียบเทียบกับมินิโมตาร์ดทั่วไปในขณะนี้
          3.DX125 ม้าน้อยแสนเท่ห์ ที่มีเอกลักษณโดดเด่นไม่ซ้ำใคร เฟรมปั้มขึ้นรูปแข็งแรง เบาะยาว นั่งซ้อนสบาย เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากมายยุโรป มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ 4 จังหวะ 125 ซีซี แบบดับเบิ้ลคลัช เทคโนโลยีญี่ปุ่น ระบบสตาร์ทเท้าและไฟฟ้า โช๊คอัพหน้าเทเลสโคปิก โช๊คอัพหลังคู่ หน้ายางใหญ่ทรงตัว รับน้ำหนักเหลือเฟือ การทรงตัวเยี่ยม ขับขี่สบายนุ่มนวล พร้อมติดตั้งชุดยางกันกระชาก ทำให้การขับขี่นิ่มนวลขึ้น ล้อแม็กซ์อลูมิเนียมอัลลอยด์พร้อมยางจุ๊บเลส เทคโนโลยีใหม่เฉกเช่นรถยนต์ SPORT Series 150 cc
          4.Centaur Café Racer สตาเลียน เซนทอร์ 150 คาเฟ่เรเซอร์สปอร์ตย้อนยุคในตำนานที่ถูกสานฝันให้กลายเป็นจริงในวันนี้ มันคือสุดยอดแห่งความคลาสสิคที่เหนือกว่ารถคลาสสิกรุ่นใดๆ โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์คาเฟ่เรเซอร์ ถังน้ำมันเสริมแผ่นยางบ่งบอกถึงความเป็นอมตะ เบาะนั่งตูดมดสไตล์รถแข่งในอดีต เหนือชั้นด้วยกันสะเทือนหน้าแบบอัพไซด์ดาวน์ พร้อมด้วยกระจกส่องหลังติดตั้งไว้ที่ปลายแฮนเดิลบาร์ เท่ห์สุดๆในแบบที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดเคยนำเสนอมาก่อน เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 150 ซี.ซี. ให้พลังความแรงและความประหยัดที่ยอดเยี่ยม นี่คือสปอร์ตคลาสสิกแห่งความฝันที่สามารถจับต้องได้ในราคาที่เป็นจริง SPORT Series 125 cc กับเครื่องยนต์ YBR 4 จังหวะ 125 ซีซี บาลานเอนจิน เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ที่มีมาให้เลือก 3แบบ3สไตล์     
          5.PoLo Classic 125 มาดเท่ห์ คลาสสิคย้อนยุค ทางเลือกให้แฟนพันธุ์แท้บิ๊กไบค์ ย่อส่วน
          6.PoLo SPORT 125 มาดเข้ม ประหยัด ทนทาน สมบุกสมบัน
          7.PoLo CUSTOM 125 เปิดมุมมองใหม่สู่วิถีทางของการขับขี่ระดับผู้นำสำหรับน้องใหม่ล่าสุด Stallions ToY Series ม้าน้อยตัวจิ๋ว ครั้งแรกของเมืองไทย กับมอเตอร์ไซด์ขนาดจิ๋วย่อส่วนไว้ขับขี่เล่นใน ยามว่าง หรือนำพาติดรถไปขับขี่พักผ่อนนอกสถานที่ได้ เป็นของเล่นชิ้นใหม่ ของคนมีระดับเช่นคุณ
          8.ToY S50 ต้นกำเนิดตำนานรถฉบับมินิ ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถังขนาดเล็กกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ล้อ 8 นิ้วยางออฟโรด
          9.ToY MTX50 รถวิบากขนาดจิ๋ว ที่จะให้คุณพกพาไปสนุกได้ทุกที่กับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ล้อ 8 นิ้วยางออฟโรด กับราคาที่แสนจะสบายกระเป๋า

          นายเกรียง ไกรกล่าวต่อว่า ทั้งหมดคือมินิไบค์ ในหลากหลายเซ็กเมนท์ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้รักและชื่น ชอบมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กซึ่งสามารถจดทะเบียนได้ ขับขี่บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัยไร้ข้อจำกัด ผู้ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์มินิสามารถเลือกซื้อและสัมผัสในทุกรุ่นได้อย่างจุใจ ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์นี้ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2556 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอล์ บูธ C5 ในงานนี้ตนคาดว่าจะทำยอดขายไม่น้อยกว่า 300 คัน ทั้งนี้ตนได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษ ผ่อน 0%สูงสุดถึง10เดือนกับCitibank และ Aeon พร้อมพบกับพริตตี้สาวจะมาแจกรางวัลและของที่ระลึกหลากหลายอย่างจุใจตลอดงาน

MSN on March 31, 2013, 06:27:58 PM
“ ซันยองทุ่มงบ 20 ล้านร่วมงานมอเตอร์โชว์ 2013 เปิดตัว New Stavic Face Lift โฉมใหม่หรูเต็มรูปแบบ ”



          ซัน ยองก้าวสู่ปีที่ 10 ด้วยความแข็งแกร่ง พร้อมกับความสำเร็จกับยอดขายในปีที่ผ่านมา และในปีนี้ได้ถือโอกาสในงาน Bangkok International Motor Show 2013 เข้าร่วมงานด้วยงบประมาณ 20 ล้านบาท เปิดตัว New Stavic Face Lift โฉมใหม่หรูเต็มรูปแบบ สู่ตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดย New Stavic Face Lift ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม ด้วยการผสมผสานความอเนกประสงค์ของรถแบบ SUV และ MPV ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังคงไว้ซึ่งความภูมิฐาน และความหรูหราเฉกเช่น รถเก๋งชั้นเลิศ และด้านหน้าได้รับการออกแบบให้มีรูปโฉมสปอร์ต มั่นคงแข็งแกร่งสไตส์รถ SUV เพิ่มชีวิตที่มีสีสันยิ่งกว่า
          ซึ่งทุกสัมผัสของ New Stavic Face Lift เพียบพร้อมไปด้วยความทันสมัย และเปี่ยมล้นไปด้วยความสะดวกสบายที่กว้างขวางขึ้นของห้องโดยสารขนาด 11 ที่นั่ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะคอมมอลเรลเทอร์โบดีเซล Xdi 2.0 ขนาด 2.0 ลิตร ตามมาตรฐานยูโร 5 ที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ แต่ให้ความประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยที่เครื่องยนต์เผาไหม้หมดจดมากกว่า ทำให้สามารถลดมลพิษลงได้มากขึ้น โดยมีค่า CO2 เพียง 157 กรัมต่อกิโลเมตร เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสไตส์อเนกประสงค์
ทั้งนี้ นายวิรัตน์ ผลประดับ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ทุ่มงบประมาณสำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2013 ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-7 เม.ย. 2556 กว่า 20 ล้านบาท ในการสร้างสรรค์พื้นที่ภายในงานเพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นต่างๆ และการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ตอบสนองต่อความสนใจของลูกค้า และผู้เข้าเยี่ยมชมงาน ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี และภายในงานได้จัดนำเสนอความหรูหรา แห่งยานยนต์ที่ควบคู่กับความล้ำสมัยของเทคโนโลยี และความปลอดภัยชั้นเลิศ กับยนตรกรรมทั้ง 4 รุ่น คือ New Stavic Face Lift, Rexton W, Kyron และ Korando SUV สายพันธ์แกร่ง จากซันยอง
         
          New Stavic Face Lift เป็นยานยนต์อเนกประสงค์หรู 11 ที่นั่ง มาพร้อมเครื่องยนต์อัจฉริยะคอมมอลเรลเทอร์โบดีเซล Xdi 2.0 ขนาด 2.0 ลิตร ขนาด 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 155 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด T-Tronic มาตรฐาน ของ Mercedes-Benz ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระปีกนกสองชั้น และด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ที่ให้การตรงตัว และการเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม ภายในมาพร้อมเบาะหนังแท้โทนสีเข้มควบคุมด้วยไฟฟ้า เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ล้อแม็กขอบ 16 นิ้ว ครู๊ซคอนโทรล ระบบควบคุมการเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบควบคุมการปรับตั้งไฟหน้า เรนเซ็นเซอร์ ด้วยราคาสุดคุ้มเฉพาะในงานเพียง 1,780,000 บาท
          Rexton W เป็นรถแบบ SUV ระดับหรู ขนาด 7 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคอมมอลเรลขนาด 2.7 ลิตรที่ให้พละกำลังมหาศาลถึง 186 แรงม้าและแรงบิด 402 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ T-Tronic 5 จังหวะจาก Mercedes-Benz ให้การยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยมด้วยระบบช่วงล่างแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ภายในตกแต่งด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายง่ายต่อการใช้สอย เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Easy Access ซึ่งเบาะนั่งจะปรับระดับลดต่ำลง และถอยหลังไปจนสุดเพื่อความสะดวกในการลงจากรถ และจะเลื่อนกลับสู่ตำแหน่งเดิมที่กำหนดไว้เมื่อบิดสวิทซ์กุญแจสตาร์ท ราคาพิเศษ 2,780,000.-
          Kyron เป็นรถ SUV หรูขนาดกลาง อีกหนึ่งรถธงของซันยอง พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เทคโนโลยีนำสมัยระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ Part Time ที่จะพาคุณบุกลุยได้ทุกสภาพถนนด้วยขนาดเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ คอมมอลเรล ขนาด 141 แรงม้า และแรงบิด 310 นิวตัวเมตร คุณจะเพลิดเพลินไปทุกเส้นทางกับ Kyron SUV สุดหรู ในทุกสไตส์การขับขี่ ราคาพิเศษเพียง 1,780,000.-

          Korando เป็นรถอเนกประสงค์อีกหนึ่งรุ่นที่พกพาความทันสมัยมาแบบเต็มพิกัดนำเข้ามาตอบ สนองตลาดเมืองไทย จะเป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อในรูปแบบของรถ CUV (Classy Utility Vehicle) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัดมาดใหม่สไตล์โดดเด่นได้รับการออกแบบเพื่อ สร้างสรรค์ยนตกรรม SUV ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความวิจิตรของเส้นสายความทันสมัย และความแข็งแกร่ง ผสมผสานไปกับความภูมิฐาน แต่แฝงไว้ด้วยพละกำลัง และสมรรถนะจากระบบขับเคลื่อนแบบ AWD เพื่อเป็นแบบฉบับของรถ SUV ชั้นเลิศ Korandoใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้แรงม้าสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิด ขนาด 360 นิวตันเมตร มาพร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 จังหวะแบบ E-Tronic ซึ่งได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ชุดนี้โดยเฉพาะ ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว และการขับขี่ทางไกลที่ให้ความประหยัด ปลอดภัยในทุกเส้นทางด้วยระบบควบคุมการทรงตัว ESP ที่ให้ความมั่นใจในการขับขี่ ขณะเดียวกัน Korando ยังสร้างมลพิษน้อยมาก ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอันเข้มงวด EURO 5
ราคาพิเศษ 1,680,000.-

          ทั้ง นี้ภายในงานบริษัทฯ ยังได้จัดการแสดงโชว์สุดพิเศษในวันเปิดงาน เพื่อเพิ่มสีสันให้มีความตื่นตาตื่นใจ พบการแสดงโชว์สุดอลังการ และชมนวัตกรรมใหม่ ๆ จากบู๊ธรถยนต์ซันยอง ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. – 7 เม.ย. 2556 นี้ ที่บู๊ธ A4 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี
          ใน โอกาสนี้ บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนทุกท่าน ร่วมพิธีแถลงข่าวของบูธ SSANGYONG ในวันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2556 เวลา 11.40 น. ซึ่งท่านจะได้พบกับโชว์สุดอลังการจากทีมนักแสดงมืออาชีพที่ได้รับรางวัล การันตีมาแล้วจากหลายสถาบันที่จะมาให้ความบันเทิงแก่ท่าน

MSN on March 31, 2013, 06:28:25 PM
มาสด้ายกขบวนสายพันธุ์สปอร์ตอัดแน่นมอเตอร์โชว์ เผยโฉมครั้งแรกในเมืองไทยของ Mazda CX-5



          บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดหนักจัดเต็มสำหรับงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ ยกขบวนยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตมากันครบชุดทั้งรุ่นพิเศษมาสด้า2 ลิมิเต็ด เอดิชั่น หวังมัดใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ พร้อมออกแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่รอคอยงานมอเตอร์โชว์ พร้อมประกาศตั้งเป้ายอดจองไว้สูงถึง 4,500 คัน เตรียมเปิดให้สาวกมาสด้าได้สัมผัสรถแม่แบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ Mazda CX-5 Prototype เป็นครั้งแรก เป็นไฮไลท์สำหรับงานมอเตอร์โชว์ปีนี้เท่านั้น ก่อนจะประกาศขายจริงในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้
          นอกจากรถยนต์ สายพันธุ์สปอร์ตที่มาสด้านำมาจัดแสดงครบทุกรุ่นแล้ว อีกหนึ่งในไฮไลท์เด็ดที่สำคัญในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ คือรถแม่แบบ (Prototype) Mazda CX-5 มาสด้ามีกำหนดจะเปิดจำหน่ายรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งปีหลังของปี นี้ จึงยังไม่มีการเปิดเผยถึงข้อมูลรายละเอียดและราคาของรถในงานฯ แต่ให้โอกาสแฟนๆ มาสด้าได้ชื่นชมการออกแบบรถเจเนอเรชั่นใหม่ เป็นเจเนอเรชั่นที่หกของมาสด้า จุดเด่นของมาสด้า CX-5 คันที่นำมาโชว์ คือการถ่ายทอด “โคโดะ ดีไซน์” KODO Design ที่สื่อถึง “จิตวิญญาณของการเคลื่อนไหว SOUL OF MOTION ที่อยู่บนรถคอนเซ็ปต์มาสด้า ชินาริ SHINARI และสามารถถ่ายทอดสู่รถที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง ลูกค้าจะเห็นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย พร้อมรูปลักษณ์ที่สปอร์ตดุดัน ดูมุ่งมั่นแน่วแน่พร้อมพุ่งทะยานไปบนท้องถนน ตามเอกลักษณ์ของ ซูม-ซูม ภายใต้แบรนด์ DNA ของมาสด้าที่ถูกแสดงออกอย่างชัดเจนบนรถมาสด้า CX-5 ทำให้มาสด้าแตกต่าง และครองความเป็นผู้นำในเรื่องของการออกแบบยนตรกรรม จนมีบทพิสูจน์ด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมในประเทศญี่ปุ่นปี 2013
          นอก จากรูปโฉมความเป็นสปอร์ตงดงามของ Mazda CX-5 ที่ปรากฏต่อสายตาของชาวไทยเป็นครั้งแรกแล้ว รถแม่แบบคันนี้ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต “สกายแอคทีฟ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลก เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ให้ทั้งพละกำลังมหาศาล ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชนและนักทดสอบรถมืออาชีพทั่วโลก
นายโชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภาวะที่ตลาดมีแรงกระตุ้นแผ่วลงไปหลังจากที่โครงการรถคัน แรกสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม รวมถึงสถานการณ์ที่ลูกค้าชะลอรับรถยนต์ใหม่ ถึงกระนั้นก็ยังมีสัญญาณบวกหลายๆ อย่างที่ทำให้มั่นใจได้ว่าตลาดรถยนต์บ้านเรากำลังกลับสู่สภาวะปกติในเร็วๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็นการที่มีรถรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวแนะนำออกสู่ตลาด การกลับมาได้รับความนิยมของตลาดกลุ่มคอมแพ็คคาร์ (C-car) อัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถที่ยังคงทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ต่ำ การออกแคมเปญส่งเสริมการขายของค่ายรถยนต์ สำหรับมาสด้าเองกลยุทธ์แห่งความสำเร็จที่ผ่านมาคือความสามารถและความใส่ใจใน การบริหารระยะเวลารอรถของลูกค้า นั่นคือ การบริหารจัดการเรื่องการส่งมอบรถใหม่และบริหารคิวรับรถของลูกค้าให้ทันตาม กำหนดเวลาที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากมาสด้าได้เตรียมความพร้อมเรื่องสต๊อกรถมาตั้งแต่ต้นปี ขณะนี้ลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์มาสด้า2 มาสด้า3 และมาสด้า บีที-50 โปร สามารถรับรถได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จ และทำลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถบรรลุยอดขายตามเป้าหมายไว้ที่วางไว้
          นอก จากนี้ ยังมีรถยนต์สายพันธุ์สปอร์ตของมาสด้ามาจัดแสดงครบทุกรุ่น เพื่อให้ได้เลือกซื้อและเลือกชมกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งสปอร์ตตัวจี๊ดขวัญใจวัยรุ่นกลุ่มยังเจนเนอร์ชั่นอย่างมาส ด้า2 โดยเฉพาะรุ่นพิเศษ “ลิมิเต็ด เอดิชั่น” ที่เสริมความเป็นสปอร์ตรอบคันด้วยชุดแต่งของแท้จากโรงงาน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น ตลอดจนรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 ที่มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร สำหรับขวัญใจฮีโร่ รถปิกอัพสไตล์เก๋งมาสด้า บีที-50 โปร ที่วันนี้สามารถฉีกกฎรถปิกอัพแบบเดิมๆ ไปจนหมดสิ้น ก็มีให้เลือกชมอย่างหลากหลาย รวมถึงรถยนต์พรีเมี่ยมคาร์อย่างสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 และรถสปอร์ตครอสโอเวอร์ มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 ก็นำมาจัดแสดงด้วยเช่นกัน
          นาง สาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ มาสด้าได้สร้างความแตกต่างอยากมากมายโดยเฉพาะรูปแบบดีไซน์ของบูธจัดแสดงที่ ปีนี้ถือเป็นการออกแบบใหม่หมดเพื่อรองรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อม เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง สกายแอคทีฟ เทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นงานออกแบบเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านความแตก ต่างอย่างมีเอกลักษณ์ เพื่อสื่อสารแนวคิด ซูม-ซูม ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญลูกค้าสามารถเป็นเจ้ารถยนต์มาสด้าทุกรุ่นด้วยเงื่อนไขที่พิเศษสุดๆ ครั้งเดียวในรอบปี เฉพาะงานนี้และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
          พร้อม กันนี้ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้โดยง่ายด้วยการจับมือกับ มาสด้าลิสซิ่งออกโปรโมชั่นสุดพิเศษรับช่วงมอเตอร์โชว์ โดยเฉพาะรถปิกอัพที่กำลังฮ็อตโดนใจที่สุดในยุคนี้ มาสด้า บีที-50 โปร ปิกอัพฮีโร่ขวัญใจมหาชน ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 589,000 บาทเท่านั้น ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.99% พร้อมแพ็กเกจบำรุงรักษานาน 1 ปี พร้อมรับฟรีทันทีประกันภัยชั้น 1 ในส่วนของรถยนต์นั่งมาสด้า2 เงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 22,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยเพียง 1.79% และมาสด้า3 สามารถรับข้อเสนอพิเศษเช่นเดียวกัน เงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 33,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยต่ำเพียง 33 สตางค์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับรถยนต์ประเภทพรีเมี่ยมคาร์ ทั้งสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 และสปอร์ตครอสโอเวอร์สุดหรู 7 ที่นั่ง มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 รับดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.45% แถมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งแล้ว มาสด้ายังมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยการมอบแพ็กเกจบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งลูกค้าที่สนใจสำหรับข้อเสนอสุดพิเศษนี้จะมีถึงเพียงวันที่ 7 เมษายนศกนี้เท่านั้น หรือหากไม่สะดวกที่จะเดินทางมายังงานฯ สามารถแวะไปที่โชว์รูมมาสด้าที่อยู่ใกล้บ้านได้ทุกวันทั้งกรุงเทพและต่าง จังหวัด