ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
UIP: Flight ผ่าวิกฤตเที่ยวบินระทึก 21 กุมภาพันธ์ 2556
happy:
รูปแบบการบิน : โลเกชั่น
ฉากที่ถือว่าใหญ่ที่สุดและเป็นฉากที่สร้างได้ยากที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือ จุดที่เครื่องบินเซ้าธ์เจ็ท #227 ซึ่งบินจากออร์แลนโด้ มุ่งหน้าแอตแลนต้า เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ต้องลงจอดที่ทุ่งปลูกถั่วที่ห่างจากสนามบินนานาชาติฮาร์ทส์ฟิลด์-แจ็คสัน ของแอตแลนต้าประมาณสองไมล์ ที่ฟาร์มกรีนวัลเล่ย์ ซึ่งตั้งเรียบถนนไฮเวย์ 278 ในเมืองโคฟวิงตัน โปรดักชั่นดีไซเนอร์ เนลสัน โค้ทส์ และทีมผู้กำกับศิลป์ของเขา รวมไปถึงทีมก่อสร้าง ต้องสร้างจุดเครื่องบินตกขึ้นมา
โลเกชั่นแห่งนี้ยังเป็นที่ที่วิปและทนายของเขา ฮิวจ์ แลง มายืนสำรวจซากที่เหลือของเครื่องบินในอีก 10 วันหลังจากเกิดเหตุ โลเกชั่นแห่งนี้และฉากดราม่าที่วิปต้องเผชิญ คือวินาทีสำคัญสำหรับเขาในหลายระดับด้วยกัน
โค้ทส์กล่าวว่า แอตแลนต้าได้ถูกพัฒนาไปจนแทบไม่มีพื้นที่ว่างที่มีความใกล้เคียงกับพื้นที่ที่จะเกิดเหตุเครื่องตกได้ “เราต้องมองหาโลเกชั่นที่อยู่นอกเมืองออกมา” โค้ทส์เล่า
สถานที่ดังกล่าวนี้ต้องมีพื้นที่ที่มีทุ่งนา ซึ่งเครื่องบินจะร่อนลงจอด และมีพื้นที่ที่ทีมโปรดักชั่นดีไซน์จะสามารถสร้างโบสถ์ Pentecostal สไตล์โกธิคที่สูง 47 ฟุต ซึ่งมีหอระฆังที่เครื่องบินกระแทกชนในช่วงที่ร่อนลงจอด ในทุ่งนาว่างเปล่าแห่งหนึ่ง พวกเขาได้นำลำตัวเครื่องบินและชิ้นส่วนอื่นๆของเครื่องบินมาตั้งเอาไว้ ผู้จัดการโลเกชั่น เอริค ฮูก ต้องเผชิญกับสิ่งที่กลายเป็นจุดเครื่องบินตกครั้งแรก หลังจากขับรถมาย่านชานเมืองแอตแลนต้า “กองซากเครื่องบินทำให้เรามีหนทางที่จะทำให้คนดูได้เห็นว่าเครื่องบินเป็นเช่นไรจากมุมสูง” ผู้อำนวยการสร้าง สตีฟ สตาร์กี้ อธิบาย สตาร์กี้ยังบอกอีกว่าจุดเครื่องบินตกคือฉากที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาภาพยนตร์ที่เขาเคยทำหน้าที่อำนวยการสร้างให้
ก่อนการถ่ายทำเริ่มต้น ทีมงานภาคอากาศได้ถ่ายทำภาพสถานที่แห่งนี้ก่อนเครื่องบินตก ซึ่งผู้ลำดับภาพและทีมวิชวลเอฟเฟ็กต์ จะนำมาใช้สร้างฉากขณะที่เครื่องบินกำลังมุ่งหน้ามายังจุดนี้
โลเกชั่นนอกเมืองแอตแลนต้าอีกแห่งหนึ่ง ก็คือฟาร์มวิเทเกอร์ ซึ่งเป็นที่ดินที่ วิป วิเทเกอร์ ได้รับเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อของเขา วิลเลี่ยม วิเทเกอร์ ซีเนียร์ ที่ซึ่งเขาบริหารบริษัทวิเทเกอร์ ครอป ดัสติ้งอยู่ บ้านแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ที่วิปกลับมาอยู่หลังจากโดนสื่อตามรังควาน ถ่ายทำกันที่ไร่ฮอลส์ ฟลายอิ้ง เป็นฟาร์มบนเนื้อที่ 250 เอเคอร์ที่อยู่ในพื้นที่นอกเมืองใกล้ๆ กับเมืองเล็กๆอย่าง แฮมป์ตัน, จอร์เจีย และอยู่ห่างจากแอตแลนต้ามาทางใต้ 35 ไมล์ และอยู่ติดกับถนนมอเตอร์สปีดเวย์แอตแลนต้า วิปพักอยู่ที่ฟาร์มแห่งนี้หลังออกจากโรงพยาบาล แทนที่จะกลับไปที่บ้านของเขาในแอตแลนต้าที่สื่อตั้งค่ายเฝ้ารอเขาอยู่
โค้ทส์บอกว่า เรื่องราวความเป็นมาของ วิป วิเทเกอร์ ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกโลเกชั่นแห่งนี้ “แต่เริ่มเดิมที บ็อบคิดว่าเมื่อมีการตัดสินใจเรื่องตัวละคร พ่อของวิปควรจะอยู่ในหน่วยนักบิน Tuskegee Airmen และนั่นก็ทำให้เขามาอยู่ทางใต้ และหลายปีหลังจากอยู่ในกองทัพอากาศมา เขามีธุรกิจอยู่นอกเมืองแอตแลนต้า ดังนั้นเราจึงต้องหาฟาร์มที่มีพื้นที่ทุ่งหญ้า และมีโรงนา หรือโรงเก็บของ” ฟาร์มที่มีต้นไม้เรียงรายเป็นแถว ซึ่งพวกเขาค้นพบ รายล้อมด้วยไร่ปศุสัตว์ และคอกม้า แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นธุรกิจของครอบครัวที่ถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกบินของเอกชน ทำให้ที่นี่มีโรงเก็บเครื่องบินที่มีรูปทรงเหมือนโรงนา ซึ่งถูกสร้างเอาไว้สำหรับเก็บเครื่องบินเล็กๆ และยังมีทุ่งหญ้า ตรงตามที่บทภาพยนตร์ต้องการทุกอย่าง อย่างไรก็ดี เพราะโลเกชั่นแห่งนี้ไม่ได้มีตัวบ้านที่จะใช้เป็นบ้านของตระกูลวิเทเกอร์ โค้ทส์และทีมออกแบบของเขา จึงต้องสร้างฉากด้านนอกของบ้านหลังหนึ่งขึ้นมา โค้ทส์เล่าว่า “เราไม่สามารถหาความต้องการสามอย่างในที่เดียวกันได้รอบๆ แอตแลนต้า เราจึงลงเอยด้วยการสร้างบ้านฟาร์มขึ้นมา เราออกแบบบ้านให้มีระเบียง และเป็นบ้านที่มีรูปทรงเหมือนตัว ‘V’ ซึ่งทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณออกมายืนอยู่ที่ระเบียง ระเบียงบ้านจะหันไปทางโรงเก็บเครื่องบินและพื้นที่สนามบิน โค้ทส์เล่าว่า “เราต้องนึกไว้เสมอว่าเครื่องบินคือส่วนสำคัญของชีวิตของวิปในวัยเด็กที่กำลังเติบโต”
เพื่อรักษาความต้องการของเซเมคคิสที่ต้องการความสมจริง ฉากโรงพยาบาลจึงถ่ายทำกันที่แผนกดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลเซนต์โจเซฟ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของแอตแลนต้า ซึ่งตั้งอยู่ในย่านพีชวู้ด-ดันวู้ดดี้
ในขณะที่ทีมผู้สร้างได้ประโยชน์จากการไปถ่ายทำกันในแอตแลนต้าจริงๆ ซึ่งมีโลเกชั่นแหลายแห่งที่เข้ากับเรื่อง เซเมคคิสชี้ว่าแอตแลนต้าเองก็ได้เล่นเป็นตัวเอง ซึ่งตรงกันข้ามกับการที่เคยต้องถูกถ่ายทำเป็นเมืองอื่นๆ
“ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นในแอตแลนต้าอย่างสมบูรณ์ ไม่เหมือนกับการที่เราต้องไปที่นั่นและทำให้มันดูเหมือนนิวยอร์ก เราวางเหตุการณ์ให้เกิดขึ้นที่นั่น เพราะว่ามันคือหนึ่งในเมืองของอเมริกาที่มีวัฒนธรรมของอุตสาหกรรมการบิน และให้ความรู้สึกเป็นเมืองอเมริกันที่สมบูรณ์แบบสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้” เซเมคคิสกล่าว
สุดท้าย “Flight” ได้ผสมรวมจุดเด่นหลายอย่างของเซเมคคิสเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ตัวละครที่น่าสนใจและยิ่งใหญ่ที่กำลังเดินไปบนเส้นทางที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ธีมที่ว่าด้วยเรื่องของการฟื้นตัวและการค้นพบ เซเมคคิสได้กล่าวปิดท้ายเอาไว้ว่า
“ความคิดของผมก็คือ มีคำกล่าวที่ดีมากๆ ที่ ฟรานซิส ทรัฟฟอท เคยกล่าวเอาไว้ เขากล่าวไว้ว่า ภาพยนตร์ที่ดี ก็คือการผสมรวมอันสมบูรณ์แบบของความจริงและภาพที่ปรากฏต่อสายตา เมื่อใดก็ตามที่ผมได้พบบทภาพยนตร์ที่มีทั้งสองแง่มุมนี้ มันก็คือภาพยนตร์ที่ผมสนใจ และผมว่า ‘Flight’ คือภาพยนตร์แบบนั้นแหละ ผมหมายความว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ที่มีความหวังและเป็นเรื่องของการไถ่บาปที่ถูกรวมอยู่ในภาพอันจริงจังและเข้มข้นอย่างมาก สำหรับผม นั่นคือเรื่องราวของภาพยนตร์เหล่านี้”
Navigation
[0] Message Index
[*] Previous page
Go to full version