นวัตกรรมยานยนต์ > นวัตกรรมยานยนต์ - รถยนต์ - มอเตอร์ไซต์ - อุปกรณ์เสริม

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29” หรือ “Motor Expo 2012 ”

(1/14) > >>

MSN:
ดูคาติ ขนทัพบิ๊กไบด์ โชว์ มอเตอร์ เอ็กซ์ โป 2012


 
          คุณ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด ผู้นําเข้าและจัดจําหน่ายรถจักรยานยนต์ ดูคาติ จากประเทศอิตาลี นําขบวนรถจักรยานยนต์ บิ๊กไบด์ หลากหลายรุ่นร่วมแสดงภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – วันที่ 10 ธันวาคมนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอล์ พร้อมอวดโฉมรถจักรยานยนต์ เอเซียนโมเดล จากโรงงานดูคาติ ประเทศไทย รุ่นมอนสเตอร์ 795 ABS เป็นครั้งแรกภายในงานนี้อีกด้วย

MSN:
เมอร์เซเดส-เบนซ์เผยโฉมยนตรกรรมของคนรุ่นใหม่ The new A-Class : The pulse of a new generation






 
             บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กระตุ้นตลาดรถหรูส่งท้ายปี เปิดตัวยนตรกรรมใหม่ The new A-Class รุ่น A 180 Style และ A 250 AMG Sport คอมแพ็คคาร์ เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด เหนือระดับด้วยดีไซน์ที่จะเปิดประสบการณ์ยานยนต์รูปแบบใหม่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์นับแต่นี้เป็นต้นไป โดยสะท้อนถึงความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ในสไตล์สปอร์ต เหมาะกับทุกจังหวะชีวิตของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัว Pulse ไลฟ์สไตล์เว็บไซต์สุดฮิปใหม่ล่าสุด ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง
          ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The new A-Class นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในด้านกลยุทธ์การออกแบบของเมอร์เซเดส -เบนซ์ต่อไปในอนาคต รวมถึงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเม้นท์คอมแพ็คคาร์ และยังเป็นรถยนต์ที่เปรียบเสมือนจังหวะชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง รักในความเป็นสปอร์ต ปราดเปรียว คล่องแคล่ว และเพลิดเพลินในการขับขี่ ซึ่งมีให้เลือกตามความต้องการถึง 2 รุ่นด้วยกัน คือ A 180 Style และ A 250 AMG Sport สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์เว็บไซต์สุดฮิบสำหรับกลุ่มยังก์เจเนอเรชั่น Pulse ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์จัดทำขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารในการอัพเด ทข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่น่าสนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่”
          ดีไซน์ภายนอก – ที่สุดแห่งความเหนือระดับในรถยนต์สไตล์คอมแพ็ค
          เมอร์ เซเดส-เบนซ์ The new A-Class เป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญ ที่สะท้อนได้เป็นอย่างดีถึงกลยุทธ์ใหม่ในด้านการออกแบบของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยใช้ดีไซน์แบบ Two-box ที่สื่อถึงความเป็นสปอร์ต คล่องแคล่ว ปราดเปรียว ด้วยรูปลักษณ์และทรวดทรงอันสวยงาม โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบลายเส้นด้านข้างตัวรถแบบพริ้วไหวสะดุดตา โดยกระจังหน้าในรุ่น A 180 Style คาดด้วยลาย 2 แถบเสริมโครเมียม พร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และในรุ่น A 250 AMG Sport จะเป็นกระจังหน้าใหม่แบบ Diamond Grille โคมไฟหน้าแบบฮาโลเจน ในรุ่น A 180 Style และแบบไบซีนอน (Bi-xenon) ตกแต่งด้วยวงกลมสีแดง รวมทั้ง ไฟ daytime สำหรับขับขี่เวลากลางวัน แบบ LED ในกรอบไฟหน้า ในรุ่น A 250 AMG Sport โดยการออกแบบทั้งหมดนี้ให้ความรู้สึกถึงสรีระของตัวรถที่พริ้วไหวอิสระอย่าง ไร้ขอบเขต ด้วยฝากระโปรงที่โค้งต่ำ ตัวถังที่ออกแบบให้ลู่ลมลาดเอียงไปกับพื้นถนน ดุจประติมากรรมชิ้นเอกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสวยงามพริ้วไหวของ ธรรมชาติ สายลมและเกลียวคลื่น นอกจากนี้ด้วยความโดดเด่นด้านดีไซน์ตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่เห็นเด่นชัด ตั้งแต่หลังคารถ ช่วยเติมสัมผัสของความเป็นสปอร์ตให้มากขึ้น โดยเส้นสายทั้งหมดช่วยสร้างมิติและความปราดเปรียวให้กับตัวรถเต็มไปด้วยความ คล่องแคล่ว และสง่างาม
          การตกแต่งภายใน – สัมผัสได้ถึงคุณภาพอันเป็นเลิศจากการคัดสรรวัสดุชั้นเยี่ยม
          การ ตกแต่งภายในของ The new A-Class ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ทที่กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ดูทันสมัย ดูมีสีสันมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดี คุณภาพสูง โดยเน้น สีแดงตัดสลับสร้างความโดดเด่นในรุ่น A 250 AMG Sport ได้แก่ ช่องปรับอากาศ 5 ช่อง แบบโครเมียมตกแต่งด้วยวงกลมสีแดงที่แผงคอนโซล พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3 ก้านหุ้มหนัง Nappa ตกแต่งด้วยสีแดง เบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เข็มขัดนิรภัยสีแดง เป็นต้น ส่วนในรุ่น A 180 Style จะตกแต่งลวดลายแบบโครเมียม ได้แก่ ช่องปรับอากาศ 5 ช่อง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พนักวางแขนข้างประตู รวมถึงเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับผ้า Larochette สีดำหรือสีเทา ส่วนแผงหน้าปัดดีไซน์แบบสปอร์ตด้วยลายธงตาหมากรุก และใช้มาตรวัดแบบสปอร์ต ตกแต่งพื้นหลังด้วยสีเงิน และก้านบอกตำแหน่งสีแดงในทั้ง 2 รุ่น
          The new A-Class สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกความเป็นสปอร์ตมากขึ้น โดยมิติของตัวรถมีขนาด4,295 x 1,780 x 1,433 มม. (ความยาว x ความกว้าง x ความสูง) ต่ำลงจากรุ่นเดิมถึง 160 มิลลิเมตรโดยเป็นรถยนต์แบบ 5 ที่นั่ง ซึ่งเบาะด้านหลังแม้จะดูเหมือนเบาะที่แบ่งเป็น 2 ที่นั่ง แต่มีพื้นที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 คน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระซึ่งมีความจุ 341 ลิตร และหากพับพนักพิงของเบาะหลังจะเพิ่มพื้นที่ความจุเป็น 1,157 ลิตร นอกจากนั้นยังติดตั้ง เครื่องเล่นวิทยุแบบ Audio 20 พร้อมเครื่องเล่นซีดี และช่องเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิงทั้ง Aux-in และ USB บริเวณคอนโซลกลาง อีกทั้งสามารถเล่น MP3 ได้ เพื่อให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจขณะขับขี่ รวมทั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านบลูทูธ เพื่อให้ความสะดวกสบายในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น
          พลังขับเคลื่อนอันทรงพลังจากเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง
          The new A-Class ยนตรกรรมโฉมใหม่ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบเทอร์โบ ถ่ายทอดผ่านกำลังเกียร์อัตโนมัติแบบ 7G-DCT พร้อมด้วยฟังก์ชั่น ECO Start/Stop โดยพวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
 
รุ่น   เครื่องยนต์   ปริมาตรกระบอกสูบ
(ซีซี)   แรงม้าสูงสุด (แรงม้า/รอบต่อนาที)   แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบต่อนาที)   อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม.   ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.)   อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ย (กม./ลิตร)
A 180 Style   เบนซิน 4 สูบ
แถวเรียงเทอร์โบ   1,595   122 / 5,000   200 /
1,250-4,000   9.1   202   18.52
A 250 AMG Sport   เบนซิน 4 สูบ
แถวเรียงเทอร์โบ   1,991   211 / 5,500   350 /
1,200-4,000   6.6   240   15.63
           ระบบความปลอดภัยด้วยมาตรฐานขั้นสูง
          เมอร์เซเด ส-เบนซ์ The new A-Class โฉมใหม่นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่างๆ ตลอดจนอุปกรณ์แบบครบครันที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุดไม่ว่าจะเป็นกระจก ส่องหลังลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาทิศทางและการทรงตัวของรถได้อย่างปลอดภัยใน สถานการณ์คับขัน ระบบช่วยเบรก BAS (Brake Assist) ที่จะทำงานร่วมกับระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock braking system) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวและการยึดเกาะถนนให้อยู่ในระดับสูงสุด
          เพิ่มความมีชีวิตชีวาและเป็นตัวของตัวเองด้วยชุดแต่งอันหลากหลาย
          The new A-Class มีชุดแต่งให้เลือกตามสไตล์และรสนิยม โดยสามารถเลือกได้ตามความต้องการในแบบฉบับของตัวเอง โดยรุ่น A 180 จะตกแต่งในแบบ Style ในขณะที่ A 250 ตกแต่งแบบ AMG Sport ซึ่งในแต่ละรุ่นจะมีอุปกรณ์ตกแต่งที่แตกต่างกันไป เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น 
 
 A 180 Style ราคา 1,890,000 บาท    A 250 AMG Sport ราคา 2,490,000 บาท
•        เบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับผ้า Larochette สีดำหรือสีเทา
•        ช่องปรับอากาศแบบโครเมียม
•        ลาย diamond-pattern ที่คอนโซลหน้า
•        ระบบกันสะเทือนแบบคอมฟอร์ท
•        ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ
•        ล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่ ขนาด 17 นิ้ว
    •        เบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
•        ช่องปรับอากาศแบบโครเมียมตกแต่งด้วยวงกลมสีแดง
•        ลาย carbon fibre ที่คอนโซลหน้า
•        เข็มขัดนิรภัยสีแดง
•        ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ได้รับปรับแต่งเป็นพิเศษจาก AMG
•        ชุดแต่ง AMG (กันชนหน้า กันชนหลัง และสเกิร์ตข้าง )
•        สัญลักษณ์ Sport บริเวณซุ้มล้อหน้า
•        กันชนหน้า-หลังตกแต่งด้วยแถบเส้นสีแดง
•        ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต
•        ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ
•        ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน
•        คาลิปเปอร์เบรกสีแดงหน้า-หลัง พร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า
•        พรมรองพื้นสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
•        ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว

           มร. มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว The new A-Class เป็นการทำตลาดรถยนต์ คอมแพ็คคาร์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบความเป็นสปอร์ต รักความสนุกสนาน มีความเป็นตัวของเอง นอกจากนี้ยังได้จัดทำเว็บไซต์ไลฟ์สไตล์สุดฮิป www.pulsethailand.com ซึ่งนำเสนอเนื้อหาและข้อมูลที่เป็นที่สนใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ เทคโนโลยี หรือความบันเทิงต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ให้ความสำคัญกับการใช้สื่อดิจิตอลผ่านช่องทางสังคมออ นไลน์อย่าง facebook, instagram และ twitter ในการเป็นศูนย์กลางเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและอัพเดทข้อมูลข่าวสารความ เคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด”
ดร. เพาฟเลอร์ กล่าวสรุปว่า “การปรับโฉมใหม่ของ The new A-Class ครั้งนี้นับเป็นการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนาอีกขั้นของการออกแบบยนตรกรรมต่อไปในอนาคต ซึ่งเราได้สร้างความประทับใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าผ่านการบริการหลังการ ขายและการใส่ใจและดูแลลูกค้าที่เป็นเลิศ ด้วยการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และสิทธิพิเศษ Star Assist โปรแกรมพิเศษที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าของเราจะได้รับประสบการณ์เหล่านี้โดยตรงจากโชว์รูมและศูนย์บริการ มาตรฐานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ 30 แห่งทั่วประเทศ”

MSN:
ทาทา ฉลอง 5 ปี นำ “เมกาพิกเซล” สุดล้ำโชว์โฉมครั้งแรกในเอเชีย พร้อมเปิดตัวกระบะพาณิชย์สุดคุ้มค่า “ทาทา ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจี”






 
          ทา ทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ฉลอง 5 ปี นำ ซิตี้คาร์ คอนเซ็ปต์ ทาทา เมกาพิกเซล โชว์โฉมครั้งแรกในเอเชีย ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 29 พร้อมเปิดตัวกระบะพาณิชย์รุ่นใหม่ ทาทา ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจึ คุ้มค่าคุ้มราคายิ่งกว่าเดิม ขณะที่ ทาทา ซีนอน ไจแอนท์ เฮฟวี่ ดิวตี้ ที่เพิ่งลงตลาด 2 รุ่นรวดเมื่อเร็วๆ นี้ ก็พร้อมมาให้เลือกสรรความคุ้มค่าในการใช้งานร่วมกับรถกระบะพาณิชย์ของทาทา อีกหลากหลายรุ่น ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2012

          เมกาพิกเซลโชว์โฉมครั้งแรกในเอเชีย
          บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นปีที่ 5 ลงทุนนำรถ ทาทา เมกาพิกเซล (TATA Megapixel) ซิตี้คาร์ คอนเซ็ปต์ พลังงานไฟฟ้า แบบ 4 ที่นั่ง มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกที่ เมกาพิกเซล ยานยนต์แห่งอนาคตมาโชว์โฉมในทวีปเอเชีย ในงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2012 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2555 นี้
          ทาทา เมกาพิกเซล เป็นคอนเซปต์คาร์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี ลิเธียมไอออน ที่ทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันเบนซิน ในการชาร์จกำลังไฟเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ เมกาพิกเซล สามารถใช้งานได้ในระยะทางมากกว่า 900 กิโลเมตร จากน้ำมันเพียง 1 ถัง และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยค่าไอเสียเพียง 22 กรัมต่อกิโลเมตร และมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 100 กิโลเมตรต่อลิตร
          จุดเด่นของ ทาทา เมกาพิกเซล คือ ความเป็นรถซิตี้คาร์ที่มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ๆทั่วโลก ที่มีการจราจรหนาแน่น มีปริมาณรถมาก การจอดรถหรือกลับรถทำได้ลำบาก ซึ่ง ทาทา เมกาพิกเซล ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซีโร่เทิร์น” (Zero Turn) มีระบบขับเคลื่อนควบคุมทั้ง 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแยกอิสระสำหรับแต่ละล้อ ทำให้เมกาพิกเซลมีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 2.8 เมตร หรือสามารถเลี้ยวกลับรถได้ง่ายบนถนนเพียง 1 เลนหรือการเข้าจอดแบบจอดเทียบก็จะสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วเนื่องจาก ล้อทั้ง 4 สามารถบังคับเลี้ยวทำมุม “ที่ 0 องศา” จากแนว 90 องศาของล้อรถ พร้อมระบบนำร่องช่วยเหลือในการจอด ทำให้เมกาพิกเซลสามารถใช้ด้านข้างของรถเทียบจอดไปหาแนวบาทวิถีได้ทันที โดยไม่ต้องเดินหน้า-ถอยหลัง ซึ่งนั่นเป็นที่มาของคำว่า “ซีโร่ เทิร์น” ที่ทำให้ เมกาพิกเซลมีความคล่องตัวสูงมาก

          นอกจากนี้ ทาทา เมกาพิกเซล ยังพรั่งพร้อมด้วยการออกแบบและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งการออกแบบที่ผสมผสานความภูมิฐานเฉพาะตัวทั้งสีสัน กราฟฟิก หรือวัสดุในการประกอบต่างๆ กับความงดงามและทันสมัยในระดับสากล หลังคาแบบพาโนรามิค ช่วยเพิ่มมุมมองภายในห้องโดยสารให้ดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้นส่วนประตูเลื่อน แบบ Double-sliding ที่แนบไปกับด้านข้างตัวรถ ทำให้การเข้าออกตัวรถของ ทาทา เมกาพิเซล เป็นไปอย่างง่ายดายสะดวกสบาย พร้อมให้ทัศนวิสัยที่เหนือกว่า
          ที่สำคัญ เมกาพิกเซล ยังได้รับการออกแบบให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าควบคู่ไปกับการ ใช้งานรถยนต์ได้มากขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น จากแผงคอนโซลที่ออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในรถ พร้อมจอภาพแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ที่เป็นเสมือนแผงหน้าปัด และศูนย์กลางควบคุมอุปกรณ์ ฟังก์ชั่น หรือเช็คข้อมูลต่างๆ ของรถ เช่น อุณหภูมิ ระบบปรับอากาศ รูปแบบการขับขี่ หรือ ข้อมูลสมรรถนะของรถ
          กระบะพาณิชย์ใหม่สุดคุ้ม “ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจี”
          นอก จาก ทาทา เมกาพิกเซล ที่มาโชว์โฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชียแล้ว ทาง ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังใช้เวที มอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 29 นี้ แสดงจุดยืนที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง พร้อมพัฒนาคุณภาพในทุกๆ ด้านรวมไปถึงสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาสนองการใช้งานอันหลากหลายรูปแบบของลูกค้าในประเทศ ด้วยการเปิดตัว รถกระบะเพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ล่าสุด
          ทาทา ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจี (Xenon MaxCNG) กระบะแบบตอนครึ่ง เครื่องยนต์ “ซีเอ็นจีพลัส” ขนาด 2.1 ลิตร เป็นเครื่องซีเอ็นจี 100% ทั้งระบบ ที่มีความทนทานมากขึ้นและนำเสนอความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น หลังจากเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ทาทา มอเตอร์ส ส่ง ซีนอน แม็กซ์แค็บ เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรลงตลาดและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
          ทา ทา ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจี ยังมาพร้อมกับถังบรรจุก๊าซซีเอ็นจี 3 ถัง รวม 199 ลิตร ที่สามารถวิ่งได้ในระยะทางมากกว่า 350 กิโลเมตร จากการบรรจุก๊าซเต็มทั้ง 3 ถัง ใน 1 ครั้ง ซึ่งทำให้ ทาทา ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจี เป็นรถที่ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น ทั้งจาก การเป็นกระบะพื้นเรียบที่บรรทุกสินค้าในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มความจุ ความสะดวกรวดเร็วในการขนถ่ายสินค้าจากฝากระบะที่เปิดได้ทั้ง 3 ด้าน อัตราสิ้นเปลืองและค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงมีราคาต่ำ ประหยัดเวลาในการเดินทาง ขนส่ง ไม่ต้องเสียเวลาในการแวะเติมก๊าซซีเอ็นจีบ่อยครั้ง ทำรอบในการขนส่งได้มากขึ้น นั่นจึงทำให้ ทาทา ซีนอน แม็กซ์ ซีเอ็นจี เป็นคำตอบของความคุ้มค่าคุ้มราคายิ่งขึ้นอย่างแท้จริง และจากการเป็นกระบะแบบตอนครึ่ง ที่สามารถขนคนขนของได้มากขึ้น ทำให้ ซีนอน แม็กซ์ซีเอ็นจี มีความอเนกประสงค์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเป็นใช้ดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้า การนำไปใช้งานช่าง งานค้าขาย ธุรกิจขนาดย่อม หรือ นำไปใช้เป็นรถครอบครัว ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดหรือว่างเว้นจากการทำงาน

          ซีนอน ไจแอนท์ เฮฟวี่ ดิวตี้ ดีไซน์สำหรับใช้งานหนัก
          ทา ทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมีรถกระบะเพื่อการพาณิชย์สำหรับงานหนัก มาให้ลูกค้าเลือกใช้งานอีก 2 รุ่น คือ ทาทา ซีนอน ไจแอนท์ เฮฟวี่ ดิวตี้ (Xenon Giant Heavy Duty)เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 140 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมให้แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อย่างต่อเนื่องแบบ flat torque ที่รอบต่ำตั้งแต่ 1,700-2,700 รอบ/นาที พร้อมระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ ทาทา ซีนอน เฮฟวี่ ดิวตี้ ซีเอ็นจี พลัส (Xenon Heavy Duty CNG+) เครื่องยนต์ซีเอ็นจีพลัส 2.1 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 101 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 161 นิวตันเมตร ที่ 3,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
          ทา ทา ซีนอน เฮฟวี่ ดิวตี้ ทั้ง 2 รุ่น มีความทนทานต่อการใช้งานหนัก จากการติดตั้งเพลาหลังบรรทุกหนักแบบ เฮฟวี่ ดิวตี้ พร้อมแหนบบรรทุก 9 ชั้น ทำให้ ทาทา ซีนอน เฮฟวี่ ดิวตี้ ซีเอ็นจีพลัส เป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแท้จริง ในการนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ ที่นอกจากจะให้ความแข็งแรงทนทานมากกว่าโดยไม่ต้องนำไปดัดแปลงชิ้นส่วนเอง แล้ว ยังเป็นกระบะพื้นเรียบที่ไม่ติดซุ้มล้อ เพิ่มความสามารถในการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น จึงทำรอบได้ดีและประหยัดยิ่งกว่า และในรุ่น เฮฟวี่ ดิวตี้ ซีเอ็นจีพลัส ที่ใช้เชื้อเพลิงราคาถูกอย่างก๊าซซีเอ็นจี ทำให้ ทาทา ซีนอน เฮฟวี่ ดิวตี้ ซีเอ็นจีพลัส ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคาที่เหนือใคร
          ทาทา ซีนอน เฮฟวี่ดิวตี้ ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบจากโรงงาน ให้มีมาตรฐานเหมาะสมสำหรับการใช้งานหนัก ทำให้ไม่เกิดปัญหาต่างๆ ดังกล่าว และมีค่าบำรุงรักษาต่ำ เนื่องจากอุปกรณ์ทุกชิ้นได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานหนักและยังคง สมรรถนะในการขับขี่ที่ปลอดภัย และยังให้การรับประกันคุณภาพนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
          ทาทาจัดเต็มขนรถพาณิชย์หลากรุ่นให้เลือกใช้งาน
          ทา ทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังพร้อมนำรถเพื่อการพาณิชย์หลากหลายรุ่นหลากหลายรูปแบบ มาให้ลูกค้าได้เลือกชมภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น ทาทา ซีนอน แม็กซ์แค็บ (Xenon MaxCab) เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีหลังจากเปิดตัวไปเมื่อปลายที่ผ่านมา หรือ รถเพื่อการพาณิชย์ยอดนิยมอย่าง ทาทา ไจแอนท์ ซูเปอร์เอซ (Giant Super ACE) เครื่องยนต์ดีเซล 1.4 ลิตร กระบะอเนกประสงค์ ทาทา ซีนอน ทั้งแบบ ตอนครึ่งและสองตอน และรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่าง รถหัวลาก ทาทา โนวัส (TATA Novus) ที่ได้รับความสนใจจากธุรกิจขนส่ง อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงกระบะเพื่อการพาณิชย์ของทาทา ที่ถูกนำไปติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมในการนำไปใช้งานดำเนิน ธุรกิจจากการนำไปติดตั้งไฮดรอลิกยกกระบะ เพื่อความสะดวกในการเทสินค้า เช่น หิน ทราย ฯลฯ

MSN:
ฟอร์ด เปิดตัว เทอริทอรี่ ใหม่ และ เรนเจอร์ เบนซิน ใหม่ ณ งานมหกรรมยานยนต์ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 29


 
          วันนี้ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี โดยนายแมท แบรทลีย์ ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และนางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน รองประธานฝ่ายการตลาด การขายและการบริการ เปิดตัวรถสองรุ่นใหม่ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 29 ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ เบนซิน 2.5 ลิตร วีซีที และ ฟอร์ด เทอริทอรี่ ใหม่ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม รุ่นเครื่องยนต์ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วี6 ขนาด 2.7 ลิตร จากประเทศออสเตรเลีย

          โดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์ เบนซิน 2.5 ลิตร วีซีที มีราคาจำหน่าย อยู่ที่ 609,000 บาท

          โดย ฟอร์ด เทอริทอรี่ ใหม่ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ขนาดเจ็ดที่นั่ง จากประเทศออสเตรเลีย ประกอบด้วย เครื่องยนต์ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วี 6 ขนาด 2.7 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า และ แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ออลวีลไดรฟ์ (AWD ด้วยราคาจำหน่าย 2,990,000 บาท

          ใน โอกาสฉลองการเปิดตัว ฟอร์ด เทอริทอรี่ ในประเทศไทย นายพาที สารสิน นักธุรกิจชื่อดัง มีกำหนดเข้าร่วมงาน ณ บูธฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม นอกจากนี้ นายพาที ยังรับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ฟอร์ด เทอริทอรี่ ในประเทศไทย

          ฟอร์ดยังพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ และศูนย์จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ถึงสิ้นปี รวมถึงสิทธิลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท เมื่อสั่งจองฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รวมถึง ฟอร์ด เฟียสต้า ทุกรุ่น

MSN:
สามมิตร กรีนพาวเวอร์เผยโฉมรถกระบะสายพันธุ์ใหม่ “ก้านกล้วยเต็มเหนี่ยว” กับเทคโนโลยี 4 ถัง 2 ระบบ ในงาน Motor Expo 2012



          สามมิตร กรีนพาวเวอร์เผยโฉมรถกระบะสายพันธุ์ใหม่ “ก้านกล้วยเต็มเหนี่ยว” กับเทคโนโลยี 4 ถัง 2 ระบบ ในงาน Motor Expo 2012 จุใจ คุ้มค่า บรรทุกมากขึ้น 4 เท่า วิ่งไกลกว่า 450 กม.

          สามมิตร กรีนพาวเวอร์ ตอกย้ำความสำเร็จของรถกระบะก้านกล้วย ด้วยการเปิดตัวน้องใหม่ “กระบะก้านกล้วยเต็มเหนี่ยว” เป็นครั้งแรกในงาน Motor Expo 2012 โชว์จุดเด่นเทคโนโลยี 4 ถัง 2 ระบบ ตอบโจทย์การบรรทุกระยะทางไกลได้กว่า 450 กิโลเมตร ไม่ต้องเติมก๊าซบ่อย ประหยัดเวลาการขนส่ง จุใจคุ้มค่ากับการบรรทุกได้มากขึ้น 4 เท่า พร้อมประตูเปิด-ปิด 3 ด้าน ช่วยให้เคลื่อนย้ายสินค้าสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
          นายสุรยุทธิ์ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการเลือกใช้งานรถกระบะที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ทั้งในด้านของพื้นที่การบรรทุกและความสามารถในการวิ่งได้ระยะทางไกล โดยไม่ต้องเสียเวลาเติมก๊าซบ่อยๆ ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นแรงผลักดันให้สามมิตร กรีนพาวเวอร์เร่งคิดค้นพัฒนานวัตกรรม “รถกระบะก้านกล้วยเต็มเหนี่ยว”อีกหนึ่งยนตรกรรมแบรนด์ไทยมาตรฐานโลก เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นที่การบรรทุกมากเป็นพิเศษโดยชูจุดเด่นในเรื่อง ของเทคโนโลยีการติดตั้งก๊าซซีเอ็นจี 4 ถัง 2 ระบบ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ด้วยการติดตั้ง 3 ถังบนแชสซี และวางถังที่ 4 ไว้บนหลังคารถ ทำให้ไม่เสียพื้นที่ในการบรรทุกอีกทั้ง ยังมีโครงสร้างการยึดตัวถังก๊าซกับตู้กระบะด้านหลังอย่างแน่นหนา จึงมั่นใจได้ว่าสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง
          “เรา เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า จึงได้พัฒนารถกระบะก้านกล้วยเต็มเหนี่ยวขึ้นมา โดยออกแบบให้สามารถบรรทุกได้เต็มประสิทธิภาพ มากกว่ารถกระบะทั่วไปถึง 4 เท่า และวิ่งได้เต็มเหนี่ยวมากขึ้นเป็นระยะทางกว่า 450 กิโลเมตรไม่ต้องเสียเวลาในการเติมก๊าซบ่อยๆ จึงช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งให้รวดเร็ว ตรงเวลา ขณะที่ประตูตู้บรรทุกก็สามารถเปิด-ปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ทำให้สะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้า ถือเป็นคำตอบของการโลจิสติกส์ที่จุใจคุ้มค่าอย่างแท้จริง” นายสุรยุทธิ์ กล่าว
          ร่วมพิสูจน์สมรรถนะสูงสุดในการบรรทุกระยะทางไกลของรถ กระบะก้านกล้วยเต็มเหนี่ยว ได้เป็นครั้งแรกในงาน Motor Expo 2012 ที่บูธสามมิตร กรีนพาวเวอร์ เลขที่ B 15 โซนรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.- 10 ธ.ค. นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

Go to full version