ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง “เกรียน ฟิคชั่น” (Grean Fictions) 18 เมษายน 2556

<< < (3/6) > >>

FB:
บทสัมภาษณ์ “ลักษณ์นารา (มิว) รับบท พลอยดาว จาก เกรียน ฟิคชั่น”



          ลักษณ์นารา เปี้ยทา(มิว)
          รับบท พลอยดาว
          ระดับเกรียน
          สวย เพอร์เฟค เกิดมาเพื่อเป็นซุป’ตาร์เท่านั้น
          ช่วงที่ผ่านมามีผลงานอะไรมาบ้าง และปัจจุบันน้องมิวเตรียมมีผลงานอะไรให้ติดตามชมกันอีก
          ก่อน หน้านี้ก็มีผลงานละครเรื่อง วนาลี, รักนี้…หัวใจมีครีบ ตอนนี้ก็มีถ่ายละครเรื่อง สาปพระเพ็ง อยู่ค่ะ มีมิวสิควิดีโอ เพลง หน้าที่ของหัวใจ, มีอะไรให้ทำอีกไหม ของชิน ชินวุฒ และเพลง ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ ของ Getsunova และก็มีภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายเรื่อง เกรียน ฟิคชั่น เมษายนนี้ค่ะ
          เตรียมตัวทำการบ้านกับบท พลอยดาว อย่างไรบ้าง
          ตอน แรกยังไม่รู้ว่ารับบทเป็นอะไร พี่มะเดี่ยวแค่เกริ่นให้ฟังว่า เป็นผู้หญิงที่สวย ต้องเก่งทุกเรื่อง เป็นดาวโรงเรียน ตอนนั้นก็คิดว่างานนี้เราคงต้องหนักมากแล้วแหละ ก็เลยเตรียมตัว เตรียมใจรับศึกหนักครั้งนี้ ต้องไปเรียนเต้น เรียนแอคติ้ง เพิ่มนิดหนึ่งเหมือนเป็นการปรับคาแร็คเตอร์ให้เข้ากับพลอยดาวมากที่สุด มีไปเรียนแอคติ้งสำหรับทางหนังด้วย เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกของมิว ก็เลยต้องมีการปรับตัวนิดนึง พื้นฐานการเต้นพอมีบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเก่งอะไรขนาดนั้น บัลเลย์ แจ๊ส เน้นท่าสวยงาม พริ้วๆ ในแบบฉบับของพลอยดาว เพราะในเรื่องนี้ต้องแสดงละครเวทีถึง 2 เรื่องด้วย และก็ต้องถ่ายหนังสั้นในหนังเรื่องนี้อีกด้วยค่ะ
          เล่าถึงคาแร็คเตอร์ของ พลอยดาว
          คาแร็คเตอร์ ของพลอยดาวจะเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย คือ พลอยดาวจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 ช่วง มีช่วง ม.4 , ม.5 , ม.6 โดยช่วง ม.4 จะเป็นเด็กแบบใสๆ แล้วก็เป็นคนค่อนข้างที่จะหยิ่งทนงในตนเอง เพราะพลอยดาวเป็นดาวโรงเรียนเป็นผู้หญิงที่สวยมาก จึงเป็นที่จับตามองของคนอื่น เราก็เลยรู้สึกว่าตัวเองสูงเป็นคนเด่น ไม่ได้เหมือนคนทั่วไป ความรู้สึกเหล่านี้มันจึงทำให้เพื่อนหมั่นไส้ ไม่มีคนคบ พอขึ้น ม.5 จะเปลี่ยนแปลง เริ่มคุยกับคนอื่นมากขึ้น เริ่มที่จะลดระดับตัวเองลงมานิดหนึ่ง ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากลับคนอื่นให้ได้ เป็นช่วงที่ตกอับที่สุดของพลอยดาว ช่วง ม.6 ก็จะเป็นผู้หญิงธรรมดาที่เริ่มมีความรักและอกหักในความรักและมีเพื่อนเพิ่ม ขึ้นค่ะ
          พลอยดาว มีบทบาทสำคัญใน เกรียน ฟิคชั่น อย่างไร
          จริงๆ แล้วตัวละครพลอยดาวนี้มีความสำคัญมากเป็นตัวละครที่ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้น มาได้ ถ้าตี๋ไม่มาชอบพลอยดาวแล้วไม่สร้างเรื่องกับพลอยดาวไว้ตอนเล่นละครเวที ก็จะไม่เกิดเรื่องที่ตี๋กับแก๊งเกรียนจะต้องมาตามขอโทษพลอยดาวค่ะ ซึ่งตัวพลอยดาวเป็นตัวที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ทุกอย่าง เหมือนเป็นตัวที่ลากคนอื่นเข้ามาให้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะว่าไปพลอยดาวคือคนที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมา
          เกรียน ฟิคชั่น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร
          เป็น เรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนที่ผู้ชายคนอื่นๆ ที่ชื่นชอบดาวโรงเรียน แล้วก็พยายามทำตัวดีมาตลอด และทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ของผู้หญิงคนนี้ แต่ว่าโชคชะตาเหมือนแกล้งตี๋ โดยไปทำให้พลอยดาวขายหน้า พลอยดาวเลยเกลียดตี๋ ไม่อยากคุยไม่อยากเจอหน้า แค่เห็นหน้าก็แบบรู้สึกอยากจะร้องไห้อยากจะหนีไปให้พ้นๆ เลยกลายเป็นเรื่องราวขึ้นมาว่า เพื่อนๆของตี๋ ก็พยายามช่วยให้กลับมาดีเหมือนเดิม หาทุกวิถีทาง แม้กระทั่งรุ่นพี่ก็ทำละครเวทีให้อีกเรื่อง เพราะหวังจะให้ตี๋กับพลอยดาวกับมาดีกัน แต่มันก็เกิดเรื่องราวขึ้นมากมายกับตัวตี๋
          พลอยดาว กับ มิว เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
          ก็ ไม่ค่อยต่างนะ เพราะ มิวเป็นคนที่มีหลายอารมณ์มากในหนึ่งวัน พลอยดาวก็จะเป็นคนที่อารมณ์นิ่งๆ ไม่อยากสุงสิงกับใคร มิวก็จะเหมือนกับในโหมดพลอยดาว แต่จริงๆแล้วถามว่าเราอยากให้คนอื่นมาสนใจเราไหมเราก็อยาก พี่มะเดี่ยวบอกว่าเขียนบทนี้มาให้มิวโดยเฉพาะ เขียนไปก็นึกถึงหน้ามิวไป เราเคยทำงานร่วมกันมาก็เลยจะค่อนข้างรู้นิสัย จริงๆแล้วตัวมิวเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยคุยกับใคร อาจเป็นเพราะบางทียังไม่สนิทกับทีมงานนักแสดงก็เลยจะอยู่นิ่งๆ อยู่คนเดียวอยู่กับแม่ แต่ในใจแล้วไม่มีอะไรเลย ถ้าคนที่รู้จักก็จะรู้ว่าไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิด(ยิ้ม)
          ต้องปรับตัวให้เข้ากับนักแสดงคนอื่นอย่างไรบ้างในเรื่องนี้
          ก็ ปรับเยอะนะ เท่าที่เล่นละครมาก็จะเป็นน้องเล็กที่สุดในกองเลย ทุกคนก็จะเรียกว่าน้องมิวๆ แต่พอมากองนี้เรียกพี่มิวกันหมดเลย บางคนก็อายุเท่ากัน บางคนก็อายุน้อยกว่า ไม่มีใครอายุมากกว่าหนูเลยเว้นพี่แจ็คไว้คนหนึ่งแต่เขาก็ทำตัวเหมือนสิบสี่ สิบห้าทำตัวแบ๊วได้ทุกวี่ทุกวัน การทำงานกับวัยนี้ถือว่าสนุกเพราะอายุไล่เลี่ยกันทำให้เรารู้สึกเหมือนกลับ อยู่ในช่วงวัยเรา
          ฉากประทับใจ และเหตุผลที่ประทับใจเป็นพิเศษ
          เป็น ฉากที่เราจะให้อภัยตี๋โดยการที่เราไม่ได้ไปเจอเขามันอยู่ช่วงระหว่างเขาเดิน ทางกลับบ้าน เราก็ส่งข้อความไปหาเขาซึ่งมันเป็นเหมือนการพูดคุยครั้งแรกในรอบหลายปี ประมาณว่าเราโกรธเขามาแล้วเราไม่คุยกับเขาเลย มันเป็นเหมือนข้อความแรกที่เราทักไปก่อน ซึ่งเขาไปทักเราในเฟสบุ๊ค เราก็ไม่เคยรับเฟสเขา หรือว่าตอบรีเควสเฟรนด์มา แต่ซีนนี้จะทำให้คนดูเห็นว่าพลอยดาวเปลี่ยนแปลงไป แล้วไม่ใช่แบบนางฟ้าที่ลงมาจากสวรรค์แต่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่พร้อมจะให้ อภัยคนอื่นมากขึ้น นิวก็เลยรู้สึกประทับใจในซีนนี้
          ฉากที่ยากสุดๆของเรื่องนี้สำหรับมิว
          เป็น ฉากแสดงละครเวทีเรื่องสโนไวท์กับนายพราน เพราะ ต้องทั้งร้องทั้งเต้น ต้องประจำตำแหน่งในจุดที่มาร์คไว้ ซึ่งบางทีเราต้องวิ่งวนไปวนมาก็มีเบลอๆยืนไม่ตรงจุดบล็อคกิ้งไว้บ้าง เลยรู้สึกว่ายาก มิวเองก็ยังไม่เคยแสดงละครเวทีมาก่อน นี่เป็นเวทีแรกที่ได้เล่น ซึ่งมันต่างจากแสดงละคร และการแสดงหนังโดยสิ้นเชิง เมื่ออยู่บนเวทีมันต้องเยอะ มันต้องใหญ่ ให้คนดูรู้สึกว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ เพราะจะเห็นเพียงรอบเดียวแล้วจบ ไม่มีแผ่นเก็บไว้ดูเหมือนหนังหรือละครที่สามารถย้อนดูได้ เป็นอะไรที่ท้าทายมาก มิวเองต้องทำการบ้านเยอะ ต้องไปดูละครเวทีที่พวกพี่ๆนักแสดงเล่นกันไว้ เช่น บัลลังก์เมฆ ดูอารมณ์ ท่าทาง การแอคติ้ง จังหวะสีหน้าเป็นอย่างไร และที่สำคัญมากตัวละคร พลอยดาว ถูกกำหนดว่า มีเสียงร้องที่ดีมาก แต่มิวเสียงไม่ดี ก็ไปเรียนร้องเพลง เสียงตัว ร และ ล ต้องชัดเจนมาก ก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีเลยค่ะ
          เล่าถึงการร่วมงานกับเหล่า แก๊งเกรียน หน่อย
          จริงๆ แล้วถามว่าสนิทกับใครมากที่สุดก็ส่วนใหญ่เท่ากันหมด เพราะ ส่วนของการเข้าฉากตัวละครของพลอยดาวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคล่องแวะกับใครมากนัก จะเป็นเฟียตหรือตี๋ในเรื่องมากกว่า เพราะ ตัวตี๋จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อเข้าหาเรา มาขอโทษสารพัด ซึ่งบางทีเราก็มะได้พูดอะไรเลย แค่ยืนมองหน้าเขา จะไม่ได้พูดกับตี๋เลย ความยากของมันอยู่ที่เราไม่ได้พูดแต่ต้องส่งอารมณ์ทางสายตาออกไป ฉากที่แสดงร่วมกับตัวตี๋ จะเป็นฉากที่ต้องเล่นละครเวทีเป็นสโนไวท์ ต้องเต้นกับเขา ร้องเพลงด้วยกัน ก็เลยอาจจะต้องตีซี้ปึกกันเอาไว้เพื่อเวลาถ่ายจริงๆคิวเราจะได้ไม่ผิดเพี้ยน เราจะได้ไม่เขิล ไม่อายกัน
          กับเจเจส่วนใหญ่เขาเป็นเด็กเงียบๆ เขาไม่ค่อยมาคุยกับใครเท่าไหร่เขาก็มักจะอยู๋กับไอโฟนของเขา นั่งเล่นเกมชกมวยของเขาไป มิวก็ส่วนใหญ่ก็เงียบๆอยู่แล้ว แต่ถ้าเข้าฉากกันก็สนิทกับทุกคน พี่แจ็คก็จะแบบว่ากวนประสาทชอบมาเล่นมุกที่บางทีมันไม่ขำ เล่นมุกแป๊กๆใส่ แล้วก็มาทำสีหน้าคาดหวังว่าขำหน่อยเหอะ แต่ก็โอเคที่เขาเล่นกับเจเจสองคนแล้วมันเหมือนกับดูโอ้กัน แล้วก็มีน้องฟลุ๊คกับพี่แคนดี้ก็จะสนิทกับสองคนนี้เพราะในเรื่องต้องเป็น เพื่อนสนิทกัน
          การร่วมงานกับนักแสดงรุ่นพี่ พี่ตั๊ก บริบูรณ์ พกพลังมาเรียกเสียงฮาในกองอย่างไรบ้าง
          เข้า ฉากกับพี่ตั๊กหลุดขำจะแย่แล้ว พี่ตั๊กเขาเป็นคนที่น่ารักแล้วเขาก็อารมณ์ดีตลอดเวลา ไม่ว่าจะดึก แต่พอเช้าๆเขาก็จะดูเบลอนิดนึงปล่อยมุกมาเบาๆ พอช่วงเที่ยงๆก็จะเยอะหน่อย ตกเย็นนี่คึกเลย เต็มที่ บางทีเราก็ต้องอุดหูไว้ จะได้ไม่ได้ยินมุกเขาและหลุดออกมา พี่ตั๊กก็จะคอยแนะนำพวกน้องๆว่าต้องทำอย่างไรบ้างในการถ่ายหนัง เพราะพี่ตั๊กเขามีประสบการณ์ทั้งละคร หนัง รายการ เขาผ่านมาหมดแล้วถือว่าเขาคือผู้ใหญ่คนหนึ่งที่น่านับถือมาก
          กลับมาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยว ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์อีกครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้าง
          พี่ มะเดี่ยวเขาก็จะสอนเยอะมากเพราะเขารู้ว่ามิวยังไม่เคยเล่นหนัง ยังไม่เคยผ่านจอหนังมาก่อน เขาก็เลยจะค่อนข้างซีเรียสกับมิวนิดนึง และคาดหวังว่าอยากให้เป็นแบบนี้แบบนั้น ซึ่งแต่ละครั้งที่ถ่ายเขาก็จะมาเล่นให้ดูก่อน การร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวครั้งที่สองก็สนุกดี ถึงจะได้ข่าวมาแว๊วๆว่าอยู่ในกองหนังพี่มะเดี่ยวโหด แอบหวั่นเล็กๆแต่ก็ด้วยความที่เราจะมีคติว่า ถ้าเราตั้งใจทำงานก็จะไม่มีใครมาว่าเราได้ เราก็เลยตั้งใจทำงาน งานก็คืองาน เรื่องเล่นค่อยมาทีหลังดีกว่า แต่ก็เคยเห็นพี่มะเดี่ยววีนในกองแล้วอึ้งนะ ตอนกลุ่มเด็กเกรียนเล่นหนังแล้วเขาก็เมาส์กันเยอะ แดดก็ร้อน คนเลยอารมณ์ร้อน หงุดหงิดง่ายเลยตะโกนออกมา ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แล้วก็ตั้งใจทำงานกันต่อ
          ประทับใจอะไรในตัวผู้กำกับ มะเดี่ยวบ้าง          
          สำหรับผู้กำกับคนนี้ประทับใจเยอะมากเป็นผู้กำกับที่เลิฟมาก และน่ารักมาก อย่างตอนที่ถ่ายละครเรื่องแรกกับเขา เขาก็รู้ว่ามิวใหม่ เขาจะรู้วิธีการจัดการว่าต้องทำยังไงให้เราผ่อนคลายหรือให้รู้สึกว่าสิ่งที่ ทำอยู่ตรงหน้ามันสนุก ไม่ว่าจะด้วยวิธีคุยสรรหามุกต่างๆเล่นออกมา ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าผ่อนคลายแล้วก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ถ้าซีนไหนที่มันยากๆเขาก็จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนมันเป็นเรื่องที่ดี มากค่ะ
          วีรกรรมความเกรียนของมิวที่สุดในชีวิต
          ก็ มีบ้างส่วนใหญ่ทำกับพี่สาว อย่างตอนช่วง ป.5, ป.6 คุณพ่อคุณแม่เพิ่งซื้อคอมฯให้เครื่องนึง คือด้วยความที่ในบ้านมีสองคนเวลาจะซื้ออะไรส่วนใหญ่ก็จะได้คนละอันตลอดจะได้ ไม่ต้องแย่งกัน แต่ว่าคอมฯมีเครื่องเดียว ก็เลยต้องแย่งกัน แล้วพี่เป็นคนที่ชนะตลอดเราไม่เคยชนะพี่เลย เราก็เลยจะบีบน้ำตาร้องไห้ไปฟ้องแม่ พี่สาวก็จะโดนดุ เราอาศัยจังหวะนี้ไปนั่งหน้าคอมฯ นั่งเล่นยาว เวลาพี่มาทวงคืนเราก็ไม่ให้ทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่สนใจพี่สาว ตอนเด็กๆจะทะเลาะกันบ่อย แต่พอโตมาก็เริ่มรู้สึกว่าทะเลาะไปก็ไม่ได้อะไร โตๆกันแล้ว
          ความน่าสนใจของภาพยนตร์ เกรียน ฟิคชั่น
          ความ น่าสนใจก็อาจจะเป็นเพราะนักแสดงหน้าใหม่ และโลเคชั่นสวยๆ เช่น ฉากบนรถไฟ สถานที่บนดอย และบทภาพยนตร์ที่น่าสนใจ เป็นหนังที่สะท้อนชีวิตวัยรุ่นว่าตอนเด็กเป็นยังไง แล้วปัจจุบันเป็นอย่างไร ซึ่งเด็กพวกที่เกรียนๆในปัจจุบันก็ต้องมีอยู่ในโลกนี้ เฮฮาไปวันๆ สะท้อนชีวิตของเด็กกลุ่มหนึ่งที่เป็นเพื่อนกันแล้วรักกัน แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพ เรื่องนี้ก็ให้แง่คิดหลายๆอย่าง มิตรภาพ สังคม ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี ทำให้เราได้คิดอะไรตามไปด้วย
          ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของมิว
          ขอฝากหนังเรื่อง เกรียน ฟิคชั่น ซึ่งจะฉายในช่วงซัมเมอร์นี้ ฝากติดตามกันด้วยค่ะ

FB:
MOVIE GUIDE: “เกรียน ฟิคชั่น”

          ตัวอย่างภาพยนตร์สุดเกรียนแห่งปี
          “เกรียน ฟิคชั่น”
http://www.youtube.com/watch?v=PGEvrJPBykk

          ถ้าใจ มันพีคถึงจุด
          ถ้าฮอร์โมน มันสูบฉีดพลุ่งพล่าน
          ถ้าใจมันกล้า ไม่เคยมีคำว่ากลัว
          ถึงเวลาปลดปล่อยมันออกมา
          ต้องมีสักครั้ง ที่ใครๆ ก็อยากทำอะไรที่ทุกคนต้องชาบู

          เตรียมปลดปล่อยความกล้ากับ บททดสอบของชีวิตวัยรุ่นในภาพยนตร์
          กับ 4 หนุ่ม ที่จะมาเป็นตัวแทนความเมพ ของปี 2013
          เฟียต, เจเจ, แจ๊ค และ ปลื้ม
          ในฐานะตัวแทนของวัยรุ่นไทยยุคนี้
          พร้อมนักแสดง อาร์ตตัวกลั่น
          ตั๊ก บริบูรณ์, กิ๊บซี่-เกิร์ลลี่ เบอร์รี่,
          โบ้ท เดอะเยอร์ส และ ป๋อมแป๋ม เทยเที่ยวไทย
          ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ
          ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล เกรียนตัวพ่อ
          18 เมษายนนี้

FB:
“มะเดี่ยว” ปลื้ม “Paradox” ร่วมขบวนการ “เกรียน ฟิคชั่น” “ไม่มีเธอ(กล่องดวงใจ)” ซิงเกิ้ลใหม่ประกอบหนัง ตอกย้ำอาการวัยรุ่น รัก ร็อค อกหัก!



          “เกรียน ฟิคชั่น” เตรียมส่งเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ชื่อ “ไม่มีเธอ (กล่องดวงใจ)” ออกมายั่วความสนุกสะใจวัยเกรียน วัยที่มีสถิติอกหักมากที่สุด เรียกน้ำจิ้มก่อนภาพยนตร์เข้าฉาย 18 เมษายนนี้ โดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ได้ร่วมงานเป็นครั้งแรกกับวงดนตรีขวัญใจ และไอดอลทางดนตรีแห่งยุค วงพาราด็อกซ์ (Paradox) โดยมะเดี่ยวพูดถึงการดึงมาร่วมโปรเจ็คต์และการชื่นชอบวงพาราด็อกซ์ในครั้ง นี้ว่า

          “เพราะ Paradox เป็นวงที่สะท้อนความสดใส ความสนุกสนานของวัยรุ่นได้ดี เข้ากับเกรียน ฟิคชั่น และเราก็ชื่นชอบในงานของทุกๆ คนในวง Paradox มานานแล้ว อยากจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเขาสักครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็เลยนึกถึงศิลปินกลุ่มนี้เป็นเบอร์แรกๆ แล้วก็รู้สึกดีใจมาก ที่พี่ๆ ให้เกียรติมาร่วมงานกับเรา และก็เป็นเพลงที่เราชอบมากเพลงหนึ่งด้วย”

          เพลง ไม่มีเธอ (กล่องดวงใจ) เป็นแนวรักอกหักกับดนตรีร็อคเจ็บๆ สะใจวัยดิ้น เนื้อหาพูดถึงอาการของวัยรุ่นเมื่อเฮิร์ทเพราะโดนทิ้ง! ซึ่งอาการมันไม่ต่างกับอาการของการโดนเตะกล่องดวงใจ เพราะมันทั้งจุกและทั้งอยากร้องตะโกน ทำยังไงเธอก็ไม่กลับมา ก็เลยต้องขอโวยวายสักหน่อยเถอะ!! ต้า พาราด็อกซ์ (อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา) เป็นผู้เขียนเนื้อร้องและทำนอง โดยแต่งเสร็จเมื่อคืนปีใหม่ 1 มกราคมที่ผ่านมาแบบเป๊ะๆ ประโยคสั้นๆ เข้าใจง่าย เหมาะแก่การระบายความเก็บกดของผู้พ่ายรักได้เป็นอย่างดี ผสมกับลีลาการร้องแบบยียวนกวนประสาท เชื่อว่า เพลงนี้จะกลายเป็นเพลงฮิตรับหน้าร้อนปีนี้แน่ๆ เพราะนอกจากจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แล้ว ยังถือเป็นซิงเกิ้ลใหม่เปิดตัวอัลบั้มล่าสุดของวง Paradox อีกด้วย

          ใคร เป็นแฟน Paradox ก็อย่าลืมติดตามสนับสนุนผลงาน กดดาวน์โหลดที่ *1230024 และทาง iTunes Store หรือขอเพลงกันได้ตามหน้าปัดคลื่นวิทยุและรายการเพลงทุกช่อง

          ส่วน แฟนหนังที่ชักเริ่มอยากจะรู้แล้วว่า เพลงกับหนังมันเกี่ยวกันยังไง ใครจะไม่มีใคร ใครจะจีบ ใครจะอกหัก นักเรียนทำไมถึงต้องกลายเป็นนักเกรียน ต้องรอ หลังสงเกรียนนี้ เจอกันทุกโรงภาพยนตร์!!

          เร็วๆนี้ เตรียมพบกับมิวสิควิดีโอเพลงประกอบภาพยนตร์ ที่ “Paradox”” ปะทะกับ “แก๊งเกรียนฟิคชั่น” จะมันส์จนกระโดดขนาดไหน ปลายมีนาคมนี้ รู้แน่!!

FB:
“ป๋อมแป๋ม” เหวี่ยง “กิ๊บซี่” กลางกอง เกรียน ฟิคชั่น เฟียตกับตั๊กโดนลูกหลง!









          ขา เม้าท์ว่า ป๋อมแป๋ม เทยเที่ยวไทย ตามอาละวาดสาวเซ็กซี่ กิ๊บซี่ เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ถึงขั้นกระชากคอเสื้อกันเลย ท่ามกลางกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง เกรียน ฟิคชั่น ผลงานกำกับของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ จนถึงขั้นเดือนร้อนสองหนุ่ม เฟียต พัทธดนย์ กับ ตั๊ก บริบูรณ์ ต้องรีบเข้ามาห้ามความร้อนแรงของคู่นี้... แต่เดี๋ยวก่อน นี่เป็นเพียงฉากในหนังเรื่องนี้เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องจริงอย่างที่ขาเม้าท์ เม้าท์กันสักหน่อย อย่าเข้าใจผิดกันไปใหญ่ เพราะถึงภาพที่เราเห็นระหว่างการถ่ายทำมันดู ฉุด กระชาก ลาก ตบ กันขนาดนั้น แต่เบื้องหลังฉากนี้สุดฮาและขำกันกระจายสุดๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นถึงขั้นต้องรุนแรง เหวี่ยงใส่กันขนาดนี้ สาวกิ๊บซี่ เลยขอเล่าถึงเหตุการณ์ในฉากนี้ว่า

          “ฉากนี้ ตี๋ น้องชายโดนเรียกผู้ปกครองเพราะไปก่อเรื่องเอาไว้กับอาจารย์แดงต้อย รับบทโดย พี่ป๋อมแป๋ม ส่วนกิ๊บรับบทเป็นทิพย์ พี่สาวของตี๋ จึงต้องไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครอง แต่ก็ยังโดนพี่ป๋อมแป๋มหาเรื่อง พูดจาไม่เข้าหูใส่เรา ก็เลยตบกันซะ(555) ท่ามกลางหมู่นักเรียน ตบกันในโรงเรียนวารีเชียงใหม่ เด็กนักเรียนในโรงเรียนก็มุงดูกันเต็มเลย เป็นฉากที่สนุกและมันส์มากเหวี่ยงใส่กันสุดฤทธิ์ ไม่มีใครยอมกันเลยทั้งกิ๊บและพี่ป๋อมแป๋ม แต่คนที่เจ็บตัวกลายเป็นน้องเฟียต กับพี่ตั๊ก บริบูรณ์ค่ะ เพราะ 2 คนนี้เข้ามาห้ามเลยโดนลูกหลงไปเต็มๆ แล้วพี่ตั๊กเขาเล่นได้ขำมากทำเอากิ๊บหลุดไปหลายรอบเลย ทีมงาน น้องๆที่มาดูก็กลั้นขำสุดๆ จนบางทีไม่ไหวก็ปล่อยออกมาเลย ตลกมาก สำหรับคาแร็คเตอร์ของ ทิพย์ จะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างห้าว ไม่ได้เป็นผู้หญิงเรียบร้อย ออกแนวก๋ากั่น ไม่อ่อนหวาน ก็คล้ายๆกับตัวเราอยู่บ้างทำให้เล่นไม่ได้ยากมาก จริงๆบทนี้จะค่อนข้างไปทางดราม่า แต่ก็มีความเป็นคอมิดี้เข้ามาด้วยเหมือนกันค่ะ”

          ด้านป๋อมแป๋ม อะไรที่ต้องใช้แรงเยอะๆ ปะทะอารมณ์ทั้งเหวี่ยงทั้งวีนสุดๆ ถือว่าเป็นงานถนัดอยู่แล้ว จึงทำให้ฉากนี้กลายเป็นฉากประทับของนางอย่างมาก เพราะไม่ต้องมีไดอะล็อคเยอะ เจอหน้าสาวกิ๊บซี่ ก็ลงไม้ลงมือกันเลย ซึ่งป๋อมแป๋มก็ออกมาขอยืนยันถึงความแรง แต่มันฮามากกกก...ในครั้งนี้ว่า

          “ที่ต้องเกรี้ยวกราดขนาดนี้ เพราะบท อาจารย์แดงต้อย เป็นอาจารย์กระเทยที่มีอีโก้สูง แล้วก็มักจะหาเรื่องให้ตัวเองถูกได้เสมอ ซึ่งก็มาหาเรื่องกับพระเอก หรือตี๋ ในเรื่องนี้ จนเป็นเหตุการณ์ให้ต้องอาละวาดใส่กันนั่นเอง เป็นฉากที่ทำให้เรารู้สึกกลับไปเป็นเด็กสก๊อยอีกครั้งนึง คือ ฉากตบกับกิ๊บซี่นั่นเอง สนุกมากไม่ต้องมีบทพูดเยอะ ใช้แต่แรงทั้งผลัก ทั้งล็อคคอ ยิ่งตอนซ้อมก่อนถ่ายจริงสนุกกว่าอีกด้วยนะ ตบกันไม่หยุดเลย(555) แล้วเราก็ประทับใจกิ๊บซี่มาก เพราะน้องตัวเล็ก แต่ต้องใส่ส้นสูงถึง 5 นิ้ว สูงปรี๊ดดดเลย แต่มันมีช็อตที่ตี๋ต้องเข้ามาห้ามเรา ส่วนพี่ตั๊กก็จะเข้าไปห้ามกิ๊บซี่ น้องตี๋เนี่ยพยายามจะห้ามเรา แต่เราอินจัดมากหัวเลยไปโขกน้องเข้ากลางศรีษะ น้องตี๋หน้างอไปเลย ทีมงานทุกคนก็แห่ไปโอ๋น้องกันใหญ่ เป็นอะไรหรือเปล่า เอาน้ำแข็งประคบไหม แต่ไม่มีใครสนใจป๋อมแป๋มเลยว่าหัวเราโนเป็นลูกมะกูดเหมือนกันนะ เห็นไหมล่ะว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมจริงๆนะ แต่ฉากนี้เป็นฉากที่เราประทับใจมาก ยังไงก็ขอฝากติดตามชมด้วย 18 เมษายนนี้ ทั้งเกรียนทั้งฮาแน่นอน”

          “เกรียน ฟิคชั่น”18 เมษายนนี้ หลังสงเกรียน ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
บทสัมภาษณ์ “กิ๊บซี่ พี่สาวคนสวย เสน่ห์แรง เกรียนไม่มีใครเกิน จาก เกรียน ฟิคชั่น”







          วนิดา เติมธนาภรณ์ (กิ๊บซี่)
          รับบท ทิพย์
          ระดับเกรียน
          พี่สาวคนสวย เสน่ห์แรง เกรียนไม่มีใครเกิน
          อัพเดทผลงานตอนนี้สักหน่อย
          ก็ มีในเรื่องของเพลงที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทำซิงเกิ้ลสำหรับอัลบั้มใหม่ แล้วก็จะมีละคร เรื่องกากับหงส์ ทางช่องแปด ซึ่งกำลังถ่ายทำอยู่ และก็หนังเรื่องเกรียน ฟิคชั่น ที่จะเข้าฉาย 18 เมษายนนี้ค่ะ
          ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานลำดับที่เท่าไหร่ของ กิ๊บซี่
          เรื่องที่ 5 ได้นะคะ
          เข้ามาร่วมโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ เกรียน ฟิคชั่น ได้อย่างไร
          พอ ดีทางอาร์เอสบอกมาว่า มีหนังเรื่องนึงสนใจอยากให้เราไปเล่น ก็บอกว่าเรื่องนี้ผู้กำกับเป็นพี่มะเดี่ยวนะ อยากให้ลองไปคุยกับพี่เขาหน่อย เกี่ยวกับเรื่องบท หรือเรื่องราวในหนัง หลังจากนั้นก็มีโอกาสไปเจอพี่มะเดี่ยว ก็ลองคุยกันแล้วเราเห็นว่าน่าสนใจเลยตกลงที่จะรับเล่น จริงๆแล้วกิ๊บติดตามผลงานของพี่มะเดี่ยวอยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าผู้กำกับคนนี้น่าสนใจ เป็นผู้กำกับคุณภาพ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ผู้กำกับที่อยู่มาหลายสิบปี แต่เขาเป็นผู้กำกับที่มาใหม่แล้วมาแรง ผลงานเขาก็เป็นที่ยอมรับด้วย ผลงานของพี่เขาที่เคยดูก็อย่างเช่น HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ, รักแห่งสยาม ค่ะ
          มีการเตรียมตัวกับบทบาทครั้งใหม่ในภาพยนตร์อย่างไรบ้าง
          กิ๊บ ก็จะอ่านบทคร่าวๆ ว่าคาแร็คเตอร์มันประมาณไหน แต่กิ๊บเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องว่าเราไปคิดมาก่อนแล้วจะรู้ว่าเล่นยังไง กิ๊บชอบให้มันเป็นธรรมชาติซึ่งหนังมันน่าจะเกิดจากตรงนั้น เกิดขึ้นตอนหน้าเซ็ท ผู้กำกับต้องการอะไรตรงนั้น แล้วคนที่เล่นกับเราเล่นมายังไง กิ๊บเชื่อว่าถ้าเราไปทำการบ้านแล้วคิดมาก่อนจากที่บ้านแล้วถ้าเราไม่ได้เป็น คนมีเซ็นต์เราก็จะเล่นในแบบที่ตัวเองคิด แล้วคนอื่นเขาเล่นมาอีกแบบหนึ่งมันก็จะไม่เท่ากัน คือ กิ๊บจะพยายามปล่อยให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ
          บทภาพยนตร์ที่ได้รับใน เกรียน ฟิคชั่น
          รับ บท ทิพย์ เป็นพี่สาวของพระเอกคือ ตี๋ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคน คาแร็คเตอร์ก็จะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างห้าว ไม่ได้เป็นผู้หญิงเรียบร้อย ออกแนวก๋ากั่น ไม่อ่อนหวาน ทิพย์เป็นผู้หญิงที่ไม่ประสบความสำเร็จในด้านความรัก จะมีปัญหาเรื่องความรักตลอดชีวิต รักใครก็มักจะโดนทิ้งตลอดค่ะ
          บทบาทสำคัญและที่โดดเด่นของ ทิพย์
          มัน เป็นเหมือนปมๆ หนึ่ง มันเป็นอีกPartหนึ่ง ที่ไม่ใช่Partของแก๊งเด็กเกรียน และถูกขยายออกมาอีกเป็นเหมือนตัวที่สื่อว่าทำไมตี๋ถึงเป็นแบบนั้นมันก็อาจจะ มีผล เพราะในเรื่องทิพย์อยู่บ้านกับตี๋น้องชาย จนมีเรื่องที่เรียกผู้ปกครองไปโรงเรียน ก็ทำให้ทิพย์ได้เจอกับอ.เสน่ห์ แล้วอ.เสน่ห์ก็ดันมาปิ๊งชอบทิพย์พยายามหาวิธีจีบต่างๆ แต่ทิพย์ก็มีแฟนอยู่แล้วคือ เขตต์ ก็มีความดราม่ากันบ้าง เป็นรักสามเศร้า แต่มันก็มีความคอมิดี้ผสมอยู่ด้วยนะ
          บทของ ทิพย์ จะหนักไปทางดราม่าเลยหรือเปล่า
          ด้วย คาแร็คเตอร์ของทิพย์จะเป็นคนไม่ค่อยสนใจอะไรก็จริงนะ แต่ลึกๆแล้วก็ยังเป็นคนที่มีความรู้สึก มีชีวิตจิตใจ เพียงแต่ทิพย์จะแสดงออกโดยทำเป็นไม่สนใจอะไรมากกว่า ซ่อนอารมณ์เอาไว้ข้างใน
          ทิพย์ มีความคล้ายตัวตนของ กิ๊บซี่ บ้างไหม
          ก็ คล้ายนะ ความที่ไม่เรียบร้อยดูก๋ากั่นหรือเปรี้ยวซ่าแต่ว่านั้นคือคาแร็คเตอร์ นิสัยจริงๆอาจจะไม่ได้เหมือนในเบื้องลึก แต่ว่าคาแร็คเตอร์มันทำให้เล่นไม่ได้ยากมาก ไม่ได้ไกลตัวมาก คือ จริงๆแล้วด้วยความคิดของตัวละครตัวนี้มันไม่เหมือนเรา วิธีการดำเนินชีวิตต่างๆ แต่คาแร็คเตอร์บางส่วนของทิพย์เช่น ดูเปรี้ยว มันเหมือนเรา ห้าว ก๋ากั่น
          ฉากสุดประทับใจของ กิ๊บซี่ ในเรื่อง เกรียน ฟิคชั่น
          ฉาก ที่ประทับใจก็อย่างซีนที่นั่งรถไฟ ซึ่งจะได้ภาพสวยๆ และได้อารมณ์ระหว่างทิพย์กับตี๋ มันจะออกมาเป็นภาพที่สวยและแปลกดี ฉากนี้คือเรานั่งรถไฟจากเชียงใหม่แล้วก็ถ่ายไปเรื่อยๆจนถึงนครสวรรค์ 15 ชม. สนุกมากแต่ลำบากด้วย เพราะรถไฟมันไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เวลาเข้าห้องน้ำก็จะลำบากนิดนึง
          ได้ยินมาว่าฉากรถไฟนี้ ถ่ายกันทรหดอดทนและอึดมาก
          เป็น หนังวัยรุ่นนะ แต่เราถ่ายทำกันอย่างกับหนังชีวิตเลย กินข้าว นอน ทำงาน บนรถไฟ โหดมากกับฉากนี้ ซึ่งเป็นรถไฟธรรมดาด้วยนะ ทั้งนักแสดงและทีมงานก็เต็มที่กับฉากนี้มาก เพื่ออยากให้ภาพมันออกมาสวย โดยเฉพาะตอนที่ขบวนรถไฟวิ่งผ่านช่องอุโมงค์ขุนตาลมันมืดมาก(555) แต่เมื่อเราเริ่มเห็นแสงสว่างมันจะค่อยๆสวยขึ้น เปรียบเหมือนชีวิตคนที่เริ่มเห็นทางสว่าง(ยิ้ม)
          การร่วมงานกับนักแสดงในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
          เริ่ม จาก โบ้ท ทำงานร่วมกันกับเขาก็สนุกดี แต่จะมีปัญหาอยู่ตรงเรื่องความสูง โบ้ทสูงมากสูงกว่ากิ๊บตั้งไม้บรรทัดกว่า(555) อาจจะมีปัญหาเวลายืน เวลาเข้าฉากมันต้องดูเฟรมภาพด้วยว่าพอดีกันไหม แล้วเรื่องนี้ก็มีฉากจูบกันแล้วก็ดันเป็นซีนแรกของการถ่ายทำ ต้องมาเจอกันกับโบ้ทครั้งแรกแล้วมานั่งจูบกันเป็นสิบๆรอบ แต่ก็ไม่รู้สึกเขินนะ เพราะตัวกิ๊บเป็นคนแยกแยะชัดเจนว่าเป็นเรื่องของการทำงาน ก็จะเต็มที่ไม่ได้มาคิดอะไรเยอะ ส่วนการร่วมงานกับพี่ตั๊ก บริบูรณ์ นี่ยากมาก เหนื่อย เขาชอบเล่นแบบตลก แต่ละเทคเล่นไม่เคยเหมือนเดิม แล้วตอนถ่ายมันหลุดขำไม่ได้ บางฉากคือยืนหัวเราะเลยและก็ถ่ายจริงอยู่ด้วย แต่มันก็ดูเป็นธรรมชาติค่ะ เข้าฉากกับพี่ตั๊กนี่ลำบากมาก เขาชอบทำให้นักแสดงคนอื่นหัวเราะตลอดเวลาแล้วบางทีเราก็หลุดไปด้วย พี่ตั๊กสุดๆแล้ว พอเราทำใจกับการขำแบบนี้แล้วอีกเทคนึงมาก็เป็นอีกแบบ พี่แกเพี้ยนแต่ก็เล่นเต็มที่มาก(555)
          การร่วมงานกับน้องๆหน้าใหม่ แก๊งเกรียน เป็นอย่างไรบ้าง
          กิ๊บ ประทับใจน้องๆกลุ่มนี้มากเลยนะ ถึงแม้จะเป็นเด็กใหม่แสดงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกแต่ทุกคนแสดงและทำออกมาได้ ดีมาก พวกน้องๆเวลารวมตัวกันจะเข้าขากันได้อย่างดีมากเป็นเคมีที่ลงตัวสุดๆ นอกเวลางานพวกเขาก็จะอยู่ เล่นด้วยกันตลอด พอถึงเวลาที่ต้องเข้าฉากแสดงร่วมกันก็เล่นออกมาได้มาเป็นธรรมชาติจริงๆ ก่อนเข้าฉากร่วมกับน้องๆ กิ๊บก็แอบได้ยินทีมงานกระซิบมาว่า พวกน้องๆเกร็งมากพอรู้ว่าวันนี้กิ๊บซี่จะมาเข้าฉากด้วย แต่ถึงหน้ากองก็ตั้งใจทำงานดีมากค่ะ การทำงานราบรื่นเป็นอย่างดีไม่มีติดว่าเป็นเด็กใหม่แล้วจะทำให้การทำงานช้า ตรงนี้ยืนยันได้ว่าน้องๆเป็นแก๊งเกรียนที่เจ๋งมากค่ะ(ยิ้ม)
          มาถึงการร่วมงานกับผู้กำกับในดวงใจ มะเดี่ยว ชูเกียรติ เป็นอย่างไรบ้าง
          ก็ รู้สึกดีใจที่ได้มาทำงานร่วมกับพี่มะเดี่ยว กิ๊บเชื่อว่าผลงานที่ผ่านๆ มาของพี่มะเดี่ยวพิสูจน์แล้วว่าเป็นงานคุณภาพ แล้วตัวเขาเองก็เป็นผู้กำกับคุณภาพ เราก็คิดว่าถ้าได้มีโอกาสร่วมงานกับเขามันก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว พอได้รับการติดต่อมาก็ไม่ลังเลเลย เหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะพี่มะเดี่ยวด้วย เวลาทำงานกับพี่เขาไม่กดดันเรา เป็นทำงานกันสบายๆ แต่เป็นความสบายที่ละเอียด เขาจะใส่ความในใจหลายๆ อย่างในตัวเขาลงไปในหนังด้วย ประทับใจกับการร่วมงานกับมะเดี่ยวค่ะ(ยิ้ม)
          ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่อง เกรียน ฟิคชั่น
          เรื่อง นี้อาจทำให้เรารำลึกถึงวัยเด็กวัยเกรียนของเรา โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กๆวัยรุ่นผู้ชายเรื่องของแก๊งเพื่อน มันมีอะไรหลายอย่างที่มันเกรียนจริงๆ อย่างคนทุกคนอย่างน้อยก่อนโตเป็นผู้ใหญ่มา ต้องผ่านชีวิตเหล่านี้แน่นอน วัยที่เราทำอะไรแล้วมีความคิดแบบนั้น จังหวะนั้น วัยนั้น มันรู้สึกสนุกสนาน บางทีเราก็เห็นเด็กๆ ถ่ายทอดออกมาแล้วเราก็สนุกตามไปด้วย
          คิดว่าคนดูจะได้แง่คิดอะไรจากหนังเรื่องนี้
          หนัง เรื่องนี้มีหลากหลายมุม อย่างเรื่องของดราม่า เรื่องของครอบครัว ความสัมพันธ์ในหลายๆ อย่าง มันก็จะมีการสะท้อนสังคมพอสมควร เรื่องของครอบครัว ทำไมเด็กถึงเป็นแบบนี้ เด็กไปทำอะไรมา มันก็เป็นภาพยนตร์ที่แฝงถึงแง่คิดแทรกอยู่ตลอด เป็นทั้งแนวดราม่าคอมิดี้ด้วยตลกๆ
          ฝากผลงานภาพยนตร์
          สำหรับภาพยนตร์เรื่อง เกรียน ฟิคชั่น ก็ฝากไว้ด้วย ซึ่งจะมีน้องๆ หน้าใหม่น่ารักมากและแสดงดีมาก รวมไปถึงฝากไปดูผลงานของกิ๊บด้วย ยังไงก็ขอฝากผลงานเรื่องนี้ด้วย เป็นอีกผลงานภาพยนตร์ที่ภูมิใจนำเสนอ ช่วงซัมเมอร์นี้ปิดเทอมว่างๆนี้ก็อย่าลืมไปดูกันนะคะ

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version