ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง ยอดมนุษย์เงินเดือน 5 ธันวาคม 2555

<< < (3/5) > >>

FB:
บทสัมภาษณ์ “ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” ตัวแม่แก๊งเมาท์มอย สีสันความฮา ใน “ยอดมนุษย์เงินเดือน”








 
          บทบาท-คาแร็คเตอร์
          เรื่อง นี้ต้นหอมรับบทเป็น “เจ๊นัน” คาแร็คเตอร์จะเป็นผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศนี้มานานมาก แต่ด้วยฐานของวุฒิเงินเดือน ไม่ว่าจะทำงานมีประสบการณ์มากแค่ไหนก็ตาม เงินเดือนก็จะได้ตามใบวุฒิ มันไม่สามารถโตไปกว่านี้ได้แล้ว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมากขึ้น รายได้เท่าเดิมก็จะมีปัญหาทุกเดือนคือชักหน้าไม่ถึงหลัง บัตรเครดิตมีกี่ใบ เต็มทุกใบ เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบช้อปปิ้งออนไลน์ และมันเป็นเงินผ่อน ก็จะใช้ชีวิตเหมือนกับพนักงานออฟฟิศ ปากกัดตีนถีบ เดือนชนเดือน และเริ่มอยากเติบโตในหน้าที่การงาน ก็ต้องหาทางเลือกให้กับตัวเอง ทำยังไงเราถึงจะได้เงินเดือนมากกว่าเดิม เพื่อที่จะมาซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายของเราที่มันมากขึ้น
          คือใน ออฟฟิศแต่ละที่จะมีเพื่อนมีแก๊ง ซึ่งนอกจากจะมาทำงานแล้วงานหลักของเราอีกอย่างหนึ่งก็คือเมาท์ ส่วนใหญ่พนักงานออฟฟิศถ้าเราได้เจ้านายดีเราก็จะไม่ชื่นชมหรอกมันจะธรรมดา แต่ถ้าเกิดเจ้านายไม่ดีปุ๊บ เราก็จะนั่งจับกลุ่มเมาท์กันแล้วว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ เมาท์เรื่องแฟชั่น เมาท์เรื่องดารา และลามไปถึงเรื่องของเจ้านายด้วย แก๊งเมาท์ก็จะเป็นน้องๆ ส่วนเราก็จะเป็นเจ๊ใหญ่เหมือนเป็นหัวหน้าทีม
          คาแร็คเตอร์นี้เหมือนหรือต่างจากตัวจริงแค่ไหน
          เหมือน บางเรื่อง ไม่เหมือนบางเรื่องนะคะ คือชีวิตของนันมันเหมือนจะไม่ค่อยวางแผนในชีวิตเท่าไหร่ คือใช้ชีวิตตามอารมณ์ เป็นเจ้าแม่เงินผ่อน มีหนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยคิดทีหลังว่าจะเคลียร์ยังไง แต่ชีวิตจริงต้นหอมเป็นคนวางแผนเรื่องการเงินพอสมควรว่าเราจะวางแผนชีวิตยัง ไง แต่ที่เหมือนกันเลยก็คือมีบัตรเครดิตกี่ใบ เต็มทุกใบ เรียกว่าเป็นลูกค้า VIP ของธนาคารเลย เพราะว่าธนาคารจะโทรบอกว่า เดี๋ยวจะเพิ่มวงเงินให้คุณนะคะ ดิฉันก็รูดเต็มวงเงินตลอด ดิฉันเป็นลูกค้าที่ดีมาก ก็จะเหมือนกับนันตรงที่ตึงตลอด แต่ต่างกันตรงที่ว่า นันรูดไปก่อนโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาตรงไหนมาใช้ แต่ว่าในส่วนของต้นหอมจะวางแผนว่าเอาตรงไหนมาผ่อนค่ะ
          ตัวละครนี้สะท้อนภาพของมนุษย์เงินเดือนด้านใดบ้าง
          สำหรับ ตัวละครนันที่ต้นหอมได้ข้อคิดก็คือ เรื่องของวุฒิการศึกษา บ้านเรายังคงให้ความสำคัญเรื่องของใบวุฒิการศึกษามากกว่าประสบการณ์ ฉะนั้นก่อนที่คุณจะเรียนหรือว่าวางแผนชีวิต คุณต้องวางตั้งแต่ตอนเรียนว่าคุณเรียนจบแล้วคุณจะไปทำงานอะไร เพื่อเส้นทางของคุณชัดขึ้น ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ในขณะที่นันเป็นคนไม่วางแผน ก็เรียนจบๆ ให้ได้ใบวุฒิฯ มา พอมาถึงวันหนึ่งที่ตัวเองทำงานมาเป็นสิบๆ ปี อยากจะขยับขยายเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่นมันก็ทำไม่ได้ เหมือนทางเลือกน้อย ก็จะได้ข้อคิดจากตรงนี้มาก
          ฉากไหนที่เล่นแล้วอินเป็นพิเศษ
          เป็น ฉากที่อยู่ในลิฟท์ เมาท์เจ้านาย บังเอิญเจ้านายอยู่ในลิฟท์พอดี ตั้งแต่อ่านบทแล้วมีความรู้สึกชอบฉากนี้มากและอยากจะเล่นฉากนี้ คือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตคนเรา เค้ามีกฎข้อห้ามว่าที่ไหนที่คุณห้ามเมาท์ หนึ่งห้องน้ำ สองในลิฟท์ และด้วยความที่เมาท์ไม่ได้คิดอะไร ก็ไปเมาท์ในลิฟท์ มันเหมือนพาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์ที่อึดอัดมากเกินบรรยายจริงๆ ค่ะ
          ทีมนักแสดงในเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง
          พระเอก ของเรื่อง พี่ติ๊ก เจษฯ ภาพของเค้าเป็นพระเอกมากๆ การกระทำทุกย่างก้าวแม้กระทั่งคำพูด มันดูเป็นพระเอกมาก เค้าเกิดมาเพื่อเป็นพระเอก ส่วนน้องโบ-นางเอกเค้าจะเป็นคนที่คาแร็คเตอร์เดียวกับในหนังเลย เป็นคนไม่นิ่ง ไฮเปอร์ คือหนังเรื่องนี้สร้างเพื่อเค้าจริงๆ คือเค้าเล่นถูกแล้ว ถ้าไม่ใช่เค้าก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นใคร ส่วนเพื่อนๆ แก๊งเมาท์ทุกคนก็เป็นธรรมชาติมากทั้งเรื่องกินเรื่องเมาท์เข้าขากันเป็น พิเศษค่ะ
          การทำงานร่วมกับผู้กำกับหน้าใหม่
          พี่ โจ้เป็นผู้กำกับที่น่ารัก ใจดีมาก บางทีใจดีเกินไปด้วยซ้ำ อยากให้พี่โจ้ดุบ้าง เพราะเด็กในกองอาจจะเหลิงได้ คือเค้าจะเป็นคนที่ให้เกียรตินักแสดง และนักแสดงก็จะกล้าที่จะขายมุก หรือว่าใครมีไอเดียต่างๆ ก็กล้าที่จะมาขายพี่โจ้ พี่โจ้ซื้อมั้ย ไม่ซื้อไม่เป็นไร ซื้อก็โอเคเอามาเล่นในหนัง ก็ทำให้รู้สึกว่า เราอยากจะมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา อยากมาทำงานในกองที่น่ารักสนุกสนานนี้ค่ะ
          ความประทับใจในการแสดงบทบาทนี้
          ต้น หอมอ่านบทครั้งแรกแล้วรู้สึกอยากเล่นเรื่องนี้ แล้วปกติต้นหอมจะไม่ชอบรับบทที่อายุเยอะ แต่ว่าเรื่องนี้พี่โจ้บอกต้องเล่นเป็นผู้หญิงอายุ 30 กว่าประมาณเกือบ 40 เลยนะ แต่พออ่านบทแล้ว ต้นหอมชอบคาแร็คเตอร์ตัวนันมาก คนนี้เป็นคนที่ไม่ได้ออกมาเล่นตลก แต่ชีวิตเขาตลก มันเหมือนตลกร้าย เหมือนคนทำอะไรก็ซวย ผิดตลอด มันตลกปนความสงสาร เราก็รู้สึกสนุกกับบทบาทของนัน ต้นหอมอ่านบทแล้วบอกกับพี่โจ้ผู้กำกับเลยว่าหนูเล่น แต่อย่าต่อค่าตัวหนูเยอะนะ หนูเล่นเลย
          เสน่ห์และความน่าสนใจโดยรวมของหนัง
          สำหรับ ต้นหอมไม่เคยรู้เรื่องราวชีวิตของพนักงานออฟฟิศมาก่อน เพราะเราไม่ได้ทำงานแบบตอกบัตรเช้ากลับเย็น พอมาทำหนังเรื่องนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของคนออฟฟิศมันเป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนมาก ไม่ว่าจะอดทนเรื่องของงาน ฝ่าฟันรถติด และก็จะมีปัญหาเรื่องของการเงิน และรวมไปถึงเรื่องของบรรยากาศกับเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศอีก ไม่แน่ใจว่าเป็นอาชีพที่เขาเลือกหรือเป็นอาชีพที่เขาเลือกไม่ได้ และได้รู้เรื่องของวุฒิการศึกษาที่โอกาสของคนเราไม่เท่ากัน มันไม่มีเกณฑ์นอกจากความพอใจของผู้จ้างว่าฉันอยากจะจ้างคนนี้ จบจากมหา’ลัยอะไร มีใบวุฒิอะไร แต่ละบริษัทมันไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นอาชีพอย่างเราๆ การทำงานเราจะวัดจากความสามารถ ถ้าคนนี้ความสามารถโดน คาแร็คเตอร์ตรง เราจะรู้ทันทีว่าเราได้งาน แต่การไปสมัครงานออฟฟิศเราไม่รู้อนาคตตัวเองเลยว่า เราจะได้หรือไม่ได้ เพราะว่าเกณฑ์มันอยู่ที่ความพอใจของเจ้าของบริษัทเท่านั้นเอง
          นิยามของคำว่ามนุษย์เงินเดือน
          นึก ถึงความอดทนเลย ต้องมีความอดทนมาก แต่ถ้ามีความสุขกับงานมันคงจะดี แต่ว่าสำหรับบางคนที่ทำไปเพราะไม่มีทางเลือก มันจะต้องอดทนตั้งแต่จะต้องมาเช้าตอกบัตร และการมาในช่วงเวลาที่รถติด ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน มันฝ่าฟันอะไรหลายๆ อย่างมาก และรู้สึกว่าทุกคนมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ ทุกคนเก่งและมีความอดทน มีความตั้งใจจริงๆ ค่ะ
          ฝากถึงผู้ชม
          ต้นหอมว่า หนังเรื่องนี้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงของมนุษย์ออฟฟิศหรือมนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ สมัยก่อนถ้าเรียนจบ ที่บ้านบอกไม่เป็นครู ก็เป็นพยาบาล เป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นพนักงานบัญชี ก็จะมีอาชีพเหล่านี้ที่เป็นพนักงานเงินเดือน หนังเรื่องนี้มันเหมาะกับใครที่ทำอาชีพแบบนี้ หรือถ้าคุณไม่ได้ทำอาชีพเหล่านี้ คุณลองมาดูหนังเรื่องนี้แล้วคุณจะเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน จริงๆ ว่าเขาต้องเหนื่อยกับงาน เหนื่อยกับคนรอบข้างมากขนาดไหน คุณจะสนุกไปกับหนังเรื่องนี้โดยผ่านเรื่องราวและตัวละครต่างๆ ที่น่าจะมีซักตัวละครที่เหมือนกับคุณหรือมีประสบการณ์ร่วมกัน หนังเรื่องนี้สนุกมากค่ะ

FB:
“ติ๊ก- เจษฎาภรณ์” ควงนางเอกใหม่ “โบ-ณัฐชลัยย์” ถ่ายปกนิตยสาร Happening พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน ในแบบ “ยอดมนุษย์เงินเดือน”



          หลัง จากมีช่วงเวลาพักเบรคจากการถ่ายรายการเนวิกเกเตอร์แล้ว “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” ก็เดินหน้ารับงานทั้งหนัง ทั้งละคร และทั้งงานโชว์ตัวต่างๆ มากมาย เพื่อให้แฟนๆ หายคิดถึงกัน และล่าสุดกับผลงานภาพยนตร์เรื่อง ยอดมนุษย์เงินเดือน ซึ่งแสดงร่วมกับนักแสดงหน้าใหม่ อย่าง “โบ-ณัฐชลัยย์ สุขะมงคล” ภาพยนตร์คอมเมอดี้-ดราม่า ที่ทั้งจริงจังสุดเว่อร์ เหงา เศร้า เคล้าน้ำตา เฮฮาขบขัน ฝันหวานโรแมนติก ฯลฯกับเรื่องราวชีวิตของเหล่าคนที่ถูกขนานนามว่า “มนุษย์เงินเดือน” ที่จะมีโปรแกรมเข้าฉาย 5 ธันวาคมนี้

          และด้วยคอนเซ็ปต์ที่ตรง ที่สุดกับที่มาของการเจอกันครั้งแรกของพระเอกที่เราคุ้นเคย กับนางเอกหน้าเก๋ งานนี้ติ๊กเลยไม่พลาดขอควงน้องโบ ถ่ายแฟชั่น และถ่ายปกนิตยสาร Happening คู่กันแบบสบายๆ เป็นครั้งแรก ซึ่งบรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพราะทั้งโบ และติ๊กค่อนข้างสนิทกันมาก จึงทำให้งานเสร็จอย่างรวดเร็ว ซึ่งติ๊ก-เจษฎาภรณ์เล่าถึงที่มาการร่วมงานกับนางเอกใหม่คนนี้ว่า

          “วันนี้ เราทำงานกันเร็วมาก อาจเพราะเราค่อนข้างสนิทกัน ถึงแม้ในหนังผมจะเป๊ะเว่อร์แต่จริงๆ แล้วผมเป็นคนสนุกสนานและโบก็เป็นเด็กขี้เล่น จริงๆ วันนี้เลยทำให้เราทำงานอย่างรวดเร็ว ถ้าพูดย้อนกลับไปถึงผู้กำกับฯ เค้าคัดเลือกนักแสดงได้เหมาะสมกับคาแร็คเตอร์ในเรื่องมาก ด้วยแบ็คกราวด์ของน้องโบ (ณัฐชลัยย์ สุขะมงคล) เค้าก็เหมือนทำงานอยู่ในแวดวงนี้ เพราะด้วยสายงานของเค้าคือครีเอทีฟ อยู่ในบริษัทเอเจนซี่ ก็เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน และน่าจะมองเห็นภาพของมนุษย์เงินเดือน ในขณะเดียวกันน่าจะได้เห็นภาพของทางด้านการแสดงหรือวงการบันเทิง เพราะฉะนั้นการที่น้องเค้าเข้ามาและได้มาปรับการเรียนรู้เรียนการแสดงกับคุณ ครู และการเข้าแสดงกับผม สำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นนางเอกใหม่ แต่สำหรับผมมองว่าในเรื่องของการแสดงน้องเขาทำได้ดีทีเดียว แล้วก็ไม่เชื่อเลยว่าเป็นเรื่องแรกของเค้า แต่จริงๆ ก็เป็นเรื่องแรกนะ ถือว่าในการเตรียมตัว แคสติ้ง ความพร้อมของเค้า ความใส่ใจ ตั้งใจของเค้าเนี่ย มันเต็มร้อยอยู่แล้ว มาบวกกับคาแร็คเตอร์กวนๆ และเรื่องราวป่วนๆ ในเรื่องนี้แล้ว มันส่งผลให้เวลาเค้าเล่นแล้วมันน่ารัก และสามารถไปได้ดีด้วยซ้ำไปก็อยากให้รอชมภาพปกและแฟชั่นสวยๆ ที่เราถ่ายคู่กันในเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งชมภาพยนตร์เรื่องยอดมนุษย์เงินเดือน ฉายจริง 5 ธันวาคมนี้แน่นอนครับ”

FB:
สัมภาษณ์ “เต๋า AF8 – เศรษฐพงษ์ เพียงพอ” เด็กทดลองงานจอมติดหญิงใน “ยอดมนุษย์เงินเดือน”


 
          บทบาท-คาแร็คเตอร์
          เรื่องนี้ผมรับบทเป็น “จือ” ครับ ประมาณว่าเป็นวัยรุ่นเพิ่งเรียนจบแล้วเข้ามาฝึกงานบริษัทในออฟฟิศนี้ จะเป็นคนขี้เกียจ ทำงานสะเพร่า ติดหญิง ซึ่งทำให้ไม่ผ่านโปรฯ มาหลายที่แล้ว และที่นี่ก็เป็นที่สุดท้าย แต่ก็จะเกิดเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า เราจะมาทำอะไรในออฟฟิศนี้ มาก่อเรื่องอะไรอีก เราจะมาทำตัวเสเพลเถลไถลอะไรอีก และจือจะเป็นคนที่มีอิโก้ในตัวเองด้วย จะบอกคุณแม่ตลอดเวลาว่า งานกำลังไปได้สวย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อะไรเลยซักอย่างเดียว อย่างจะอ้างแม่ว่าไปประชุมต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก นอนอยู่บ้านอะไรอย่างนี้แหละครับ
          การดำเนินเรื่องของตัวละครนี้
          ใน เรื่องจะมีการทำภารกิจ เราเองก็เป็นเด็กฝึกงาน เราก็ต้องช่วยเค้าทำนู้นนี่ ส่งเอกสาร เป็นคนวิ่งคอยช่วยอีกทีมหนึ่ง ซึ่งเราจะช่วยเท่าที่เราทำได้ คือแผนการตลาดอะไรเราไม่มีหรอก เอาแรงเข้าหาอะไรแบบนี้ แล้วจือก็บังเอิญไปเจอกับน้องนางฟ้าซึ่งน้องคนนี้จะสวยมาก เป็นพนักงานอยู่ต่างออฟฟิศ แล้วบังเอิญเราเจอเขาพอดี แล้วแบบว่าเราไปจีบเขา ภาษาอังกฤษก็พูดไม่เป็น เขาเป็นคนต่างชาติด้วยและไปมั่วภาษาอังกฤษใส่เขา และอ้างนู้นนี่ว่างานดี ก็จะไปเที่ยวกับสาว พอไปเที่ยวแล้วก็ไม่ไปทำงาน ทำงานสาย เสียงาน ลืมนู่นนี่ ก็เลยเกิดปัญหาตามมา ตอนจบจะเป็นยังไง งานจะสำเร็จหรือเปล่า จือจะเป็นยังไงต่อ ก็ต้องให้ไปติดตามในโรงภาพยนตร์กันครับ
          ความรู้สึกแรกที่ได้แสดงหนังใหญ่เรื่องแรก
          รู้สึก ตื่นเต้นมาก แค่ได้มีโอกาสไปแคสติ้ง ไปลองเล่นดูก็แบบว่าดีใจมากแล้ว เพราะผมไม่เคยเล่นหนังมาก่อน ก็เป็นครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้นมากๆ ได้ไปแคสปุ๊บ และรู้ว่าได้เล่น ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ คือแบบเราต้องทำเต็มที่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด และเราได้มาเจอพี่ๆ นักแสดงชั้นนำหลายๆ คน อย่างพี่ติ๊ก, พี่ต้นหอม หรือพี่ๆ ที่อยู่ในเรื่องนี้ก็เก่งๆ กันทั้งนั้น ผมก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนั้นให้ได้เยอะที่สุดครับ ก่อนเปิดกล้องก็มีโอกาสได้เรียนการแสดงขั้นพื้นฐาน แต่ท้ายสุดครูก็บอกให้เราเล่นเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ
          ตัวละครนี้เหมือนหรือต่างจากตัวเองยังไงบ้าง
          ความ เหมือนก็คือเป็นวัยรุ่น เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ แต่ผมยังเรียนไม่จบ อารมณ์อายุประมาณ 20 กว่าๆ ซึ่งเป็นเด็กที่กำลังสนุก รักสนุก ยังไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ แต่ตัวจริงเราอาจจะไม่ใช่คนเสเพลขนาดนั้น แต่เรามีนิสัยขี้เกียจบ้าง ตามประสาว่าไม่อยากไปเรียนเลย ขี้เกียจตื่นอะไรแบบนี้ ก็จะคล้ายๆ กันตรงนี้ ส่วนในเรื่องของจือ จือจะเป็นคนที่มีอีโก้สูง ซึ่งผมก็มีบ้างประปราย แล้วก็เหมือนตรงที่เป็นเด็กต่างจังหวัดมาลุยงานที่กรุงเทพฯ เหมือนกันครับ
          ความยากง่ายในการแสดงหนัง
          ก็ ยากครับ เพราะว่าตื่นเต้น เกร็ง แต่พอสักพักก็ดีขึ้น ก็มีฉากที่หินเหมือนกัน อย่างฉากดราม่าซึ่งเราไปพูดสารภาพผิดกับคุณแม่ ซึ่งเป็นฉากเด็ดในเรื่องนี้ เราก็โทรไปสารภาพ แล้วให้ฟังคุณแม่พูดกลับมา ก็ต้องร้องไห้ออกมา ซีนแรกก็ร้องไห้ไปก็ยังไม่ผ่าน ซีนสองร้องไห้อีกก็ยังไม่ผ่าน ซีนสามก็ยังไม่ผ่าน ประมาณหลายเทคมาก 5-6 เทคแล้วก็ยังไม่ผ่าน อาจจะเพราะผู้กำกับฯ ยังไม่ได้ตามอารมณ์ที่ต้องการ ก็ออกมาทำสมาธิใหม่ พอถ่ายเทคสุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดีครับ
          ฉากประทับใจหรืออินเป็นพิเศษ
          ก็ จะเป็นฉากที่รวมๆ กันหลายๆคน ได้มีโอกาสมาเจอกัน มีฉากที่เข็นเก้าอี้ในออฟฟิศแข่งกัน สนุก เป็นฉากที่ไม่ซีเรียส เอามันเอาฮาอย่างเดียว ซึ่งเวลาเข้าฉากกับแก๊งรุ่นพี่ 3 คนก็จะเป็นฉากที่สนุกครับ
          ส่วนเข้าฉากกับน้องนางฟ้านี่ ตื่นเต้นมากครับ เราต้องเล่นเป็นคนซื่อๆ จะเข้าไปจีบเขา พูดภาษาอังกฤษไม่เป็น พูดติดๆ ขัดๆ เป็นคนขี้อวดว่ามีเงิน แต่จริงๆ ไม่มี แกล้งว่าเป็นพนักงานประจำ แต่จริงๆ ไม่ใช่ เป็นเด็กฝึกงานอยู่ และก็ห้อยป้ายไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะสงสัยอะไรเราหรือเปล่า ซึ่งน้องมาร์ดี้ที่เล่นเป็นน้องนางฟ้ามาจากต่างประเทศ น้องก็น่ารักมากจริงๆ ครับ
          การร่วมงานกับทีมนักแสดงเป็นยังไงบ้าง         
          พี่ๆ นักแสดงน่ารักทุกคนครับ พี่เขาจะให้คำแนะนำ คุยเฮฮา สนิทกันเร็วมาก ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมฉากกับเขาบ่อยๆ เพราะเราจะต้องเข้าฉากกับแก๊งพี่ 3 คน ก็ต้องสนิทกันนะครับ ก็คือคุยเล่นกัน น่ารัก สนุกสนาน อยากมากองมาถ่ายทุกวันเลยครับ
          อย่าง พี่ติ๊กนี่เป็นไอดอลเลย เราติดตามผลงานเขาตั้งแต่เรื่อง “2499ฯ” พอได้มาเจอตัวจริงก็ตื่นเต้นมาก ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เล่นกับพี่ติ๊ก ก็คุยกับพี่เขาทุกเรื่อง คุยเรื่องรายการพี่เป็นยังไงบ้าง ได้คำแนะนำว่าควรจะทำตัวยังไงดี พี่ติ๊กก็น่ารักครับ เขาเต็มที่และตั้งใจกับงานมาก
          การทำงานร่วมกับผู้กำกับ
          กับ พี่โจ้ก็ร่วมงานเป็นครั้งแรก พี่โจ้เป็นคนที่น่ารักมาก เป็นคนที่ฮาเหมือนกันตอนผมเข้าฉากกับน้องนางฟ้า ให้คำแนะนำในเรื่องการแสดง ว่าเราควรจะทำอย่างนี้นะ เข้าฉากแบบนี้ ควรพูดแบบนี้ก็พอ ไม่ต้องเร่งเยอะ ซึ่งได้ความรู้เยอะมาก พี่โจ้เค้าจะสอนและรักนักแสดงทุกคน รักในตัวละครทุกตัวเลยครับ
          คาดหวังกับหนังเรื่องแรกยังไงบ้าง
          ก็คาดหวังครับ เพราะเป็นงานชิ้นแรก และทุกคนก็ตั้งใจทำงาน เราก็คาดหวังว่าคนดูจะชอบ ถ้าคนดูชอบเราก็ดีใจแล้วครับ
          ความน่าสนใจโดยรวมของหนัง
          เสน่ห์ หลักๆ ของหนังก็จะเกี่ยวกับพนักงานเงินเดือน ถ้าใครใช้ชีวิต 8 โมงเช้าต้องไปออฟฟิศ 5 โมงเย็นต้องกลับบ้าน หรือว่าต้องทำโอที หรือมีหนี้ในบัตรเครดิต หรือเป็นเด็กฝึกงานที่ไม่ผ่านโปรฯ สักที ผมคิดว่าหลายคนในประเทศไทยจะมีอารมณ์แบบนี้ เพราะพนักงานออฟฟิศในประเทศไทยก็มีเยอะ ก็น่าจะโดนใจหลายๆ คน และก็มีแง่คิดในเรื่องต่างๆ ด้วย ไม่ใช่ตลกโปกฮาอย่างเดียว มีแง่คิดในแต่ละคนด้วย ก็อยากให้ทุกคนได้ติดตามหนังเรื่องนี้กันครับ รับรองว่าสนุกและก็คุ้มค่าแน่นอนครับ
          ตัวละครนี้สะท้อนภาพความเป็นมนุษย์เงินเดือนยังไงบ้าง
          จือ จะเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ แต่เสียตรงที่ขี้เกียจกับรักสนุกมากไปหน่อย แต่จือเป็นคนที่ซื่อและจริงใจ จะตั้งใจทำงานเพื่อจะให้แม่ภูมิใจ ก็คือเป็นตัวแทนของวัยรุ่นสมัยนี้ซึ่งงานก็หายาก แล้วเราได้มีโอกาสมาฝึกงาน ไปฝึกงานไม่ผ่านมา 3-4 ที่ละ เราก็เลยคิดว่าที่สุดท้ายเราต้องเอาให้ได้ ก็ต้องเป็นตัวแทนของความอดทนและขยัน ช่วงหลังๆ อาจจะขยันขึ้นหน่อย เพราะว่าโดนเร่งโดนรัด แต่ก็เป็นตัวอย่างของเยาวชนสมัยนี้ที่เด็กก็เล่นเกมส์เยอะ อินเตอร์เน็ตเยอะ เทคโนโลยีเยอะ ก็อยากให้มาดูเรื่องนี้กันว่า ชีวิตของเด็กฝึกงาน พนักงานเงินเดือนเป็นยังไงครับ
          นิยามคำว่ายอดมนุษย์เงินเดือน
          ยอด มนุษย์เงินเดือน ถ้าฟังเผินๆ เหมือนเป็นยอดมนุษย์ฮีโร่ แต่ยอดมนุษย์เงินเดือนผมคิดว่าเป็นคนทำงานนี่แหละครับ เข้าออฟฟิศ 8 โมง บางทีก็ 5 โมงทำโอที มีโปรเจ็คต์ใหญ่มาปุ๊บ ก็ต้องรีบเร่งทำให้เสร็จตามที่เจ้านายสั่ง ถ้าทำได้นี่ก็เรียกว่าเป็นยอดมนุษย์ได้เลยครับ

FB:
ติดสวย รวยหนี้ ขี้เมาท์ บทบาทโดนใจ “ดีเจต้นหอม” ใน “ยอดมนุษย์เงินเดือน”





          ผ่าน งานแสดงภาพยนตร์มาบ้าง แต่ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด “ยอดมนุษย์เงินเดือน” กับบทสาวใหญ่ฝ่ายการเงินที่ติดสวย รวยหนี้ และขี้เมาท์เป็นนิสัย มันช่างโดนใจ “ดีเจต้นหอม-ศกุนตรา เทียนไพโรจน์” มากเป็นพิเศษ ก็เลยทำให้เธอแสดงได้อย่างไหลลื่น ปล่อยมุขกระจายเตรียมขโมยซีนในหนังเลยก็ว่าได้

          ดีเจต้นหอม เผยถึงคาแร็คเตอร์โดดเด้งในเรื่องนี้ว่า

          “ใน เรื่องนี้ต้นหอมก็จะรับบท ‘นัน’ เป็นผู้หญิงออฟฟิศที่ทำงานมานานมาก แต่ด้วยฐานของวุฒิเงินเดือน ไม่ว่าจะทำงานมีประสบการณ์มากแค่ไหนก็ตาม เงินเดือนมันก็ไม่ขึ้น แล้วดันเป็นคนที่ใช้จ่ายเกินตัวชักหน้าไม่ถึงหลังตลอด บัตรเครดิตมีกี่ใบ เต็มทุกใบ เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งนอกจากจะมาทำงานแล้วงานหลักของเราอีกอย่างนึงก็คือเมาท์ เมาท์เรื่องแฟชั่น เมาท์เรื่องดารา และลามไปถึงเรื่องของเจ้านายด้วย แก๊งเมาท์ก็จะเป็นน้องๆ ส่วนเราก็จะเป็นเจ๊ใหญ่หัวหน้าทีมอะไรอย่างนี้

          ต้น หอมอ่านบทครั้งแรกแล้วรู้สึกอยากเล่นเรื่องนี้ แล้วปกติต้นหอมจะไม่ชอบรับบทที่อายุเยอะ แต่ว่าเรื่องนี้ต้องเล่นเป็นผู้หญิงอายุ 30 กว่าๆ แต่พออ่านบทแล้ว ต้นหอมชอบคาแร็คเตอร์ตัวนี้มาก เป็นคนที่เขาไม่ได้ออกมาเล่นตลก แต่ชีวิตเขาตลก มันเหมือนตลกร้าย เหมือนคนทำอะไรก็ซวย ผิดตลอด มันตลกปนความสงสาร เราก็รู้สึกสนุกกับบทบาทนี้มาก ถามว่าคาแร็คเตอร์เหมือนชีวิตจริงมั้ย ก็มีบ้างนะคะในเรื่องบัตรเครดิตที่จะรูดเต็มตลอดน่ะค่ะ อันนี้เหมือนมาก

          ต้น หอมว่าหนังเรื่องนี้ใกล้เคียงหรือตรงกับชีวิตจริงของมนุษย์ออฟฟิศซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ที่เป็นพนักงานเงินเดือน หนังเรื่องนี้มันเหมาะกับใครที่ทำอาชีพแบบนี้ หรือถ้าคุณไม่ได้ทำก็ตาม แต่ก็ลองมาดูหนังเรื่องนี้ที่นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เข้าใจและเห็นภาพคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจริงๆ อย่างชัดเจนเลย รับรองหนังเรื่องนี้สนุกมากค่ะ”

          ร่วมเมาท์มอ ยสอยความสนุกกระตุกต่อมฮาไปกับสาวขี้เมาท์รายนี้กันได้ใน “ยอดมนุษย์เงินเดือน” พร้อมตอกบัตร 5 ธ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์

FB:
ลุ้นโบนัสส่งท้ายปี!!! “ยอดมนุษย์เงินเดือน” เปิดลิฟต์ รวมแก๊งซ่า แอ็คท่า ท้าเบียด “ติ๊ก” ลุ้นเงินแสน







         ภาพยนตร์ “ยอดมนุษย์เงินเดือน” ชวนรวมแก๊งซ่าแอ็คท่าถ่ายภาพคว้าโบนัสก้อนโต 100,000บาทกับกิจกรรม “โบนัสนี้...ใครดีใครได้! ยอดมนุษย์เงินเดือน เปิดลิฟต์ ท้าเบียดติ๊ก ลุ้นเงินแสน”

          เพียงแค่ยกก๊วนซ่า (5 คนขึ้นไป) มาถ่ายภาพในลิฟต์ร่วมกับบอสหนุ่มสุดหล่อซูเปอร์เป๊ะแมน “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” ให้เพี้ยนฮาจนเจ้านายตะลึง ที่บูธยอดมนุษย์เงินเดือน ณ โรงภาพยนตร์ที่ร่วมกิจกรรมทั้งเครือ SF Cinema และ Major Cineplex

          รวมทั้งบูธ Road Show ตามออฟฟิศต่างๆ

14 พ.ย.หน้าอาคาร IBM พหลโยธิน
16 พ.ย. ชั้น G ใกล้บันไดเลื่อนอาคาร Thai Summit
17 พ.ย. จตุจักร
19 พ.ย. หน้าน้ำตก ทาวเวอร์ 2 อาคารสาธรธานี
20 พ.ย. อาคารสินธร
21 พ.ย. จามจุรีสแควร์โถงกลาง โซนธนาคารกสิกรไทย
22 พ.ย. หน้าซอยละลายทรัพย์ สีลม
26 พ.ย. ทางเข้าศูนย์อาหารชั้น B Empire Tower
27 พ.ย.K-Tower หน้าอาคาร B

          แก๊งไหนแอ็คท่าโดนใจได้คลิกไลค์มากที่สุด คว้าโบนัสก้อนโตยกแก๊งส่งท้ายปีกันไปเลย
          พร้อมแจก OT ความฮาให้ฟรีทุกวัน!!! กับตั๋วหนัง “ยอดมนุษย์เงินเดือน”10 ที่นั่ง สำหรับแก๊งที่ส่งภาพเบียดติ๊กได้มันส์ที่สุดในแต่ละวัน
          ส่งภาพได้ที่ http://www.facebook.com/ยอดมนุษย์เงินเดือน ตั้งแต่วันนี้ - 16 ธ.ค. 2555
          ประกาศผลกิจกรรม 21 ธ.ค. 2555
          ติดตามรายละเอียดความสนุกได้ที่ http://www.sahamongkolfilm.com/          
http://www.facebook.com/sahamongkolfilmint /http://www.facebook.com/ยอดมนุษย์เงินเดือน

          “ยอดมนุษย์เงินเดือน” พร้อมตอกบัตรความฮา คว้าโบนัสความสนุก 5 ธ.ค. นี้ ในโรงภาพยนตร์

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version