ข่าวบันเทิง > ข่าวบันเทิง
เรื่องย่อ: กู้ภัยหัวใจแหวว
FC:
เดือน-ไปรมา ออกปากยากโคตร ประกบ ไทด์-ติ๊ก-ค่อม ชวนชื่น
ไม่ค่อยเห็นภาพของดาราสาวรุ่นเดอะอย่าง เดือน-ไปรมา รัชตะ มาเล่นละครแนวคอเมดี้มากนัก ล่าสุดไม่มีอิ๊อ๊ะ...เมื่อถูกเชิญให้มาร่วมงานในละคร “กู้ภัยหัวใจแหวว” ของค่ายดูมันดี เหตุเพราะแอบเป็นแฟนคลับ วุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร มานานแล้ว แต่ก็ไม่วายออกปากว่า ยากสุดๆ เมื่อต้องเล่นประกบ ไทด์ เอกพัน, ติ๊ก ชาญณรงค์ และ ค่อม ชวนชื่น จะยากอย่างไรไปฟังจากปากของเธอกัน
“คือเป็นคนที่ติดตามผลงานการแสดงของวุธมานานแล้ว ชื่นชมการแสดงของเขา ตั้งแต่เขาเล่น พระมหาชนก เล่นละครเวที เขาเป็นนักแสดงที่เก่งมาก พอได้รับการติดต่อให้มารับบท นวล แม่ค้าขายข้าวที่รักลูกไม่เท่ากัน เพราะรักลูกตัวเองมากกว่าลูกเก็บมาเลี้ยง ก็รับเล่นเลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก ด้วยบทคอเมดี้ไม่ค่อยหนักใจ ก็จะถามเขาว่าให้เล่นประมาณไหน แล้วเราก็ใส่เพิ่มลงไปให้มันสนุกขึ้น แต่จะยากก็ตอนเข้าฉากกับพี่ไทด์, พี่ติ๊ก แล้วก็น้าค่อม คือเข้ากับตัวโจ๊ก แต่เราต้องร้องไห้ไง เล่นยากมาก จะหลุดขำอยู่ตลอด พวกเค้าเล่นขำแต่เราต้องดราม่า ก็แอบยาก ก็ต้องคอยบอกเขาว่าซีนนี้ขอนะ...ต้องร้องไห้ เขาก็จะไม่แกล้ง ไม่อำกัน แต่ก็สนุกมาก ฟีดแบ็กดีมาก คนรอบข้างก็จะถามว่าเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ เพราะปกติจะเป็นคนนิ่งๆ เนี้ยบๆ มาดคุณนาย...(หัวเราะ) เราก็บอกได้สิ...เป็นนักแสดงนี่เน๊อะ...”
FC:
นินิว กัญญารัตน์ เขินสุดชีวิต!!! โดน “อั๋น-ชยพล” ขยี้ปากคาโรงพัก
รู้ทั้งรู้ว่าในละครเรื่อง “กู้ภัยหัวใจแหวว” ของค่ายดูมันดี ดาราสาว นินิว-กัญญารัตน์ พงษ์กัมปนาท จะต้องมีฉากเลิฟซีนกับ อั๋น-ชยพล บุนนาค เจ้าตัวเอ่ยปากว่าเตรียมตัวเตรียมใจไว้อยู่แล้ว แต่พอเข้าฉากจริงๆ สาวนินิวถึงกับอึ้งกิมกี่เลยทีเดียว
“ตอนแรกเตรียมใจไว้อยู่แล้ว เพราะต้องจูบจริง ไม่ได้ใช้มุมกล้อง ก็โอเค.เน๊อะ สู้ๆ อยู่แล้ว แต่พอเข้าฉากจริงๆ แล้วโดนอั๋นประกบปาก โอ๊ย...ตอนนั้นเขินมาก เขินสุดๆ แต่นินิวก็ต้องเล่นต่อไปให้จบซีน พอพี่วุธ (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) สั่งคัท ก็อายนะ ก็มองหน้ากับอั๋น แต่อั๋นเค้าขอโทษก่อนหน้านี้แล้วว่าต้องจูบจริงนะ เราก็โอเค. ไม่เป็นไร ถือเป็นฉากเลิฟซีนครั้งแรกของนินิวเลยค่ะ ส่วนจะมีซีนแบบนี้อีกมั้ย เห็นว่ามีนะคะ ก็จะโอบกอด หอมแก้มประมาณนี้ค่ะ แต่ซีนนี้ถือว่าเด็ดสุดแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ)”
FC:
บทสัมภาษณ์อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร วุธ-อัษฎาวุธ ทุ่มเกินร้อย! ไม่หวั่นละครจานด่วน…หวัง “กู้ภัยหัวใจแหวว” โดนใจคนดู
โดนคำสั่งจากวิกหมอชิตให้นำละคร “กู้ภัยหัวใจแหวว” ของค่ายดูมันดี ที่มี วุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร นั่งคุมบังเหียน ยังเจ้าตัวยังไม่ปิดกล้อง ลงจ่อคิวออกอากาศต่อจากละคร “พ่อตาปืนโต” ของ ฉลอง ภักดีวิจิตร ทันที!!!! งานนี้ดูเหมือนหนุ่มวุธจะไม่หวั่นกับละครจานด่วน เพราะใจเกินร้อย แถมนักแสดง และทีมงานก็เตรียมลุยเต็มที่ หวังแค่ว่าจะมีคนดูเยอะๆ และสร้างเรตติ้งให้วิกเจ็ดสีอย่างเป็นกอบเป็นกำ
มีโอกาสเจอหนุ่มวุธที่กองถ่ายย่านรามอินทรา เลยฉกตัวมาพูดคุยถึงละครเรื่องนี้สักหน่อย
@ รู้สึกอย่างไรที่ละคร กู้ภัยหัวใจแหวว ลงจอเร็วกว่าที่คิด
ตื่นเต้นครับ เหมือนกลับไปเป็นนักกีฬาเตรียมลงสนามอีกครั้ง เลือดลมสูบฉีดพร้อมสตาร์ท รอแค่เสียงสัญญาณปล่อยตัว ปัง ออกวิ่งทันที 555 เรื่องออนเร็วไม่ห่วง เพราะเราเตรียมตัวค่อนข้างดี
@ แน่นอนว่ายังไม่ปิดกล้อง เตรียมรับมือกับละครจานด่วนอย่างไร
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา วุธโตมากับละครถ่ายไปออกไป เลยคุ้นกับบรรยากาศแบบนี้ดี เราสนุกกับสิ่งที่กำลังทำและพร้อมเผชิญหน้าปัญหาต่างๆที่จะเข้ามา ตั้งสติ ค่อยๆ แก้มันไป ในที่สุดก็จะผ่านไปได้ เชื่อในทีมเวิร์ค ทั้งนักแสดง ทีมงานทุกฝ่าย ทุกคนใจสู้เกิน 100 ครับ ถ้าจะห่วง ก็ห่วงแต่ฟ้าฝนอย่างเดียว
@ มีทีมงานคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาที่ถ่ายละครอยู่ ฝนกำลังจะตก แล้วพี่วุธจุดธูป ฝนก็ไม่ตก เรื่องเป็นมาอย่างไรคะ
วันนั้นเราถ่ายที่ศาลเจ้าพ่อจุ้ย บางบัวทองครับ ก็เหลืออีกไม่กี่ซีน เป็นซีนกลางคืน แล้วฝนก็จะตก ตอนนั้นก็ยอมรับว่าเครียดเหมือนกัน เพราะตัวละครก็ค่อนข้างเยอะ มีเด็กเข้าฉาก 6-7 คน ฝนเริ่มลงปรอยๆ ก็คิดว่าต้องขอท่าน (ฝน) ละ ก็เลยให้ทีมงานจุดธูป 16 ดอก บอกท่านว่าขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะผมกับทีมงานก็ตั้งใจทำมาก ท่านก็ใจดีนะ (หัวเราะ) ฝนไม่ตก งานก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ
@ ละครเรื่องนี้ออนแอร์ในช่วงเวลาที่น้ำเริ่มท่วมพอดี รู้สึกอย่างไรบ้าง
ละครเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะ มหาอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว น้าชายวุธเสียชีวิตกะทันหัน ได้หน่วยอาสากู้ภัยนี่แหละมาช่วยให้ทุกอย่างที่ยากกลายเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะเราไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ใดใดมาก่อน เรื่องถ้ามีใครในบ้านเสียชีวิต จะต้องทำไง แจ้งที่ไหน เก็บศพยังไง ฯลฯ มืดแปดด้านไปหมด แต่พอมีกู้ภัยเข้ามาช่วย ทุกอย่างดูเป็นขั้นตอน คล่องแคล่ว รวดเร็ว เลยปิ๊งไอเดีย อยากหยิบชีวิตของชาวกู้ภัยมาเล่าเป็นละคร ในสไตล์ "ดูมันดี" ยิ่งช่วงนี้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ นอกจากทางราชการ ทหาร ตำรวจที่ออกไปช่วยชาวบ้าน ก็ยังมีชาวกู้ภัยนี่แหละที่คอยช่วยอีกแรง เชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้ คนดูจะต้องอินไปกับละคร กู้ภัยฯ แน่นอนครับ
@ คิดว่าจุดเด่นของละครเรื่องนี้อยู่ตรงไหนคะ
ความสนุกของเรื่อง ที่เอาชีวิตจริงมาเล่าคู่ไปกับเรื่องเหนือจริง กับมุขที่ดึงเอาเหตุการณ์ปัจจุบันมาใส่สนุก เฮฮา แต่แฝงข้อคิด "ทำดีได้ดี" ดูแล้วสามารถปรับเอาไปใช้ในชีวิตได้อีกอย่างคือ นักแสดงที่ให้เกียรติมาช่วยแสดง สร้างสีสัน กับมากมายทุกคนน่ารัก เต็มที่ทำให้ละครเรื่องนี้กลายเป็นละครที่วุธอยากให้ทุกคนได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าสนุกจริงๆ ครับ
@ ละครเรื่องนี้ีมีนักแสดงเยอะมาก ทำไมถึงใช้นักแสดงใช้เรื่องค่อนข้างเยอะคะ แต่ละคนก็มีค่าตัวที่ไม่ธรรมดาซะด้วย
ชอบครับ 555 เวลาเราอ่านบท เราก็จะนึกถึงหน้าตัวละครแต่ละตัวเป็นหน้านักแสดงคนโน้นคนนี้ คิดว่าถ้าเค้ามาเล่นเป็นตัวนั้นตัวนี้คงจะทำให้ละครสนุกมาก พอติดต่อไปทุกคนยินดีที่จะมาแสดงให้ ทั้งที่นักแสดงบางคน เวลาจะนอนแทบไม่มีเลย ส่วนเรื่องค่าตัวนักแสดงไม่ต้องพูดถึง ขาดทุนตั้งแต่ในมุ้งอีกแล้ว ขอแค่คนดูสนุก ชอบละครเรา วุธก็ดีใจแล้วครับ เพราะต่อให้เหลือกำไรเยอะ แต่คนไม่ดู ก็เปล่าประโยชน์ นอกจากจะได้นักแสดงเก่งๆ มาช่วยแล้ว ยังได้ ต้า พาราด๊อกซ์มาช่วยทำเพลงประกอบละครให้อีกแล้ว ผูกขาดกันไปแล้วสำหรับต้าและดูมันดี เรื่องนี้แฟนต้าจะได้ฟังต้าร้องเพลงสามช่าครั้งแรกรับรองต้องถูกใจแน่กับเพลง "กู้ภัยหัวใจแหวว" ส่วนอีกเพลงเอาเพลงเก่าของพี่ป้อมพี่โต๊ะ (อัสนี-วสันต์) มาทำใหม่ "ทำดีได้ดี" ให้กำลังใจคนทำดีทุกคนครับ
@ เป็นผู้กำกับฯ เรื่องที่สองแล้ว ในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าตัวเองเข้าที่เข้าทางหรือยังคะ
ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ มีโจทย์ใหม่ๆ มาให้แก้ทุกวัน วันละหลายโจทย์ด้วย ทั้งโจทย์ภายนอกและภายใน ภายในต้องเริ่มจากแก้ที่ตัวเราเองก่อน ลำดับต่อไปก็ยังต้องแก้ที่ตัวเราเองอีก 5555 เพราะทั้งหมดที่เกิดไม่ว่าจะ ทุกข์หรือสุข ล้วนอยู่ที่ใจเรา เป็นสิ่งที่แก้ยากมากครับ ส่วนภายนอก โชคดีที่มีทีมที่เก่ง ช่วยเราได้เยอะมาก ทั้งตอนทำบท ตอนถ่าย ตอนตัดต่อทำเสียง ถ้าไม่ได้คนเก่งๆ มาช่วย ถึงเราจะเก่งแค่ไหน ก็ทำคนเดียวไม่สำเร็จ ต้องมีทีมเวิร์คที่ดีครับ
@ ช่วงนี้ละครเย็นมีการแข่งขันสูงมาก คิดว่าละครของตัวเองจะสู้เขาได้หรือไม่ อย่างไร
เออ...ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยครับ เพราะตลอดเวลาที่ทำงาน เราทำงานแข่งกับตัวเองมากกว่าจะแข่งกับใคร ถ้าเราทำงานอย่างมีความสุข ดูงานตัวเองแล้วสนุก หัวเราะได้ ฮากลิ้งกับมุขที่อยู่ในนั้น เชื่อว่าคนดูก็จะสนุกไปด้วย ถ้ามัวคิดว่าจะทำละครเพื่อเอาชนะใคร คงไม่มีความสุขในการทำงานแน่ๆ เชื่อว่างานละคร คืองานสร้างสรรค์ ที่ไม่มีพิษภัย คนทำละครต้องตระหนักตรงนี้มากๆ เราเหมือนพ่อครัวที่ทำอาหารจานอร่อยและมีประโยชน์กับคนกิน ไม่ใช่กินแล้วป่วย กินแล้วท้องเสีย กินแล้วตาย จุดนี้คือจุดที่ "ดูมันดี" พยายามทำให้สมกับคอนเซ็ปท์บริษัทที่เคยบอกไว้ ว่า ดู = ละคร , มัน = สนุก , ดี = มีประโยชน์ ส่วนเรตติ้ง คงต้องปล่อยให้คนดูเป็นคนตัดสินเอง ว่าชอบหรือไม่ชอบยังไง
@ ละคร พ่อตาปืนโต เรตติ้งวันแรกสูงมาก รู้สึกกดดันมากไหมคะ
ชื่ออาหลอง (ฉลอง ภักดีวิจิตร) การันตีอยู่แล้ว กับประสบการณ์ระดับครูของวงการ ส่วนอา...วุธ 555 เพิ่งเริ่มเตาะแตะ คงต้องฝากให้คนดูช่วยประคับประคองด้วยครับ
@ คาดหวังกับเรตติ้งละครเรื่องนี้ไว้มากน้อยแค่ไหน
คนทำงานทุกคน ต้องอยากให้คนดูชอบ คนดูกันเยอะๆ อยู่แล้วครับ และหวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ
@ ทราบมาว่า น้องกบ-สุวนันท์ โทรมาบอกว่าละครสนุก รู้สึกอย่างไรบ้าง
ดีใจครับ รู้สึกดีใจที่น้องกบให้กำลังใจ น้องเค้าบอกว่าเป็นละครที่เหมาะกับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านอย่างเค้า (หัวเราะ) รู้สึกดีครับ รู้สึกดีมากๆ หลายกระแสก็บอกว่าดี พี่ๆ นักข่าวก็โทรมา ส่ง sms มาบอกว่าละครสนุกนะ มันเป็นกำลังใจและเป็นพลังที่จะพยายามทำงานออกมาให้ถูกใจคนดูมากที่สุดครับ
@ คิดว่าละครเรื่องนี้จะให้อะไรกับคนดู
เหมือนชื่อบริษัทครับ ดู-มัน-ดี ครับ ดูสนุก และมีอะไรดีๆ สอดแทรกเอาไว้ กับประเด็นหลักของเรื่องนี้คือ "ทำดีได้ดี"
ให้คนดูได้เห็นผลของการทำดี เกิดแรงบันดาลใจลุกขึ้นมาทำตาม ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ เป็นอะไรเล็กๆก็นำความสุขใจมาให้คนที่ทำได้เหมือนกัน
@ มีแพลนเรื่องต่อไปหรือยังคะ จะก้าวขึ้นไปทำละครหลังข่าวบ้างหรือไม่
มีเรื่องเตรียมไว้เยอะครับ อยู่ที่ช่องจะพิจารณา ส่วนเรามีหน้าที่เตรียมพร้อม ช่องสั่งปุ๊บเราก็พร้อมลุยทันทีครับ ส่วนจะเป็นละครช่วงเวลาไหนก็ได้หมดครับ
@ ฝากถึงละครเรื่องนี้ด้วยค่ะ
"กู้ภัยหัวใจแหวว" เป็นละครสนุก เข้าใจง่าย ดูสบาย ได้ทั้งบันเทิงและสาระ อยากให้ดูกันเยอะๆ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนต้องชอบครับ"
วุธจัดเต็มขนาดนี้....ช่วยเป็นกำลังใจให้เขาด้วยแล้วกัน!!!!
FC:
สา-อนิสา เจองานหิน!!! เล่น “กู้ภัยหัวใจแหวว” เรื่องแรกก็โดนซะแล้ว…
มีความสวยและความมั่นใจระดับเจ้าของตำแหน่ง ไทยซูเปอร์โมเดล 2010 สำหรับสาวสวยร่างระหง สา-อนิสา นูกราฮาที่โดดรับเล่นละครเรื่อง “กู้ภัยหัวใจแหวว” ของค่ายดูมันดี ที่กำลังออกอากาศเรียกเรตติ้งทุกเย็นวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.40 น. ทางช่อง 7 สี โดยเจ้าตัวออกปากว่าเล่น เรื่องแรกก็เจองานหินเข้าซะแล้ว โชคดีที่ได้ผู้กำกับฯ วุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร ค่อยเคี่ยวเรื่องการแสดงอย่างเต็มสตรีม มาทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้กันค่ะ
@ ก่อนอื่นอยากทราบว่ามีแรงบันดาลใจอย่างไรที่เข้ามาประกวดไทยซูเปอร์โมเดลคะ
เพราะคิดว่าความสูงของตัวเองเป็นปมด้อยมาโดยตลอดค่ะ จนกระทั่งมีรุ่นพี่ที่โรงเรียนที่เค้าประสบความสำเร็จจากการเข้าประกวดเวทีไทยซูเปอร์โมเดล จึงเป็นแรงผลักดันให้สาอยากเป็นนางแบบ รวมถึงเพื่อนๆและคนรอบข้างที่สนับสนุนและเชียร์ให้ไปประกวด ก็เลยตัดสินใจเข้าประกวดในปี2010 แล้วก็ได้ตำแหน่งมาค่ะ
@เห็นว่าการเข้าวงการบันเทิงเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก เท็จจริงอย่างไร
ถ้าจริงๆเลยคืออยากเป็นดีไซน์เนอร์ เพราะคุณแม่เปิดร้านชุดเจ้าสาว แล้วเราชอบนั่งวาดรูปชุด เสื้อผ้า คือไปไหนก็ต้องพกสมุดกะดินสอเอาไว้วาดรูป แต่จะไม่วาดอย่างอื่นนอกจากคนใส่เสื้อผ้า แต่เรื่องที่ว่าการเข้าวงการบันเทิงเป็นความฝันแต่เด็กนั้นคือยอมรับว่าลึกๆแล้วมีบ้างเหมือนกันตามประสาเด็กผู้หญิงที่อยากเป็นดารา นางแบบ อยากออกทีวี ตอนเด็กๆก็ชอบเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสี เป็นเชียร์ลีดเดอร์ อยากเป็นนางรำประจำโรงเรียนเพราะอยากสวย( แต่ไม่ได้เป็น)
พอขึ้นมัธยมกลายเป็นคนขี้อาย ตอนไปสมัครต้องเดินแบบต่อหน้ากรรมการ ต่อหน้าคนอื่นที่ไม่รู้จัก รู้สึกอายมาก เกร็งไปหมด แต่พอเข้ารอบทางกองประกวดจัดกิจกรรมตลอดคือเราต้องออกไปทำกิจกรรมตามห้างมีคนมามุงดูเยอะๆ จากตอนแรกที่ทั้งอายทั้งกดดันก็เริ่มชิน เริ่มสนุกไม่เครียด ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะมีเพื่อนๆอยู่ด้วยกันเยอะ
@ มาเล่นละคร กู้ภัยหัวใจแหวว ได้อย่างไร
ผู้ใหญ่ทางช่องเห็นว่าถึงเวลาที่สาจะเล่นละครแล้วค่ะ ก็เลยถามว่าอยากเล่นไหม สาก็บอกว่าอยากเล่นค่ะ แล้วก็ได้มาเล่นเรื่องนี้เลย ก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากค่ะ
@ รู้สึกอย่างไรบ้างกับละครเรื่องแรก คาแร็กเตอร์เป็นอย่างไร
รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ แล้วก็รู้สึกกลัวๆบ้างเล็กน้อย แต่นักแสดงรุ่นพี่และพี่ๆในกองให้การต้อนรับเป็นอย่างดี คอยสอนแนะนำในเรื่องของบทบาทและการแสดง รวมไปถึงการวางตัวในฐานะนักแสดง ทำให้สารู้สึกอบอุ่นมากค่ะโดยเฉพาะที่เวลาที่พี่ๆในกองมาถามว่าเราโอเคไหมแล้วก็มาเล่นต่อบทให้ก่อนเราเข้าฉาก
ในเรื่องนี้สาเล่นเป็น กะรัต ค่ะ คาแร็กเตอร์ของกะรัตภายนอกจะเป็นสาวเนิร์ส ดูเรียบร้อยเงียบๆ ไม่มีพิษมีภัย แต่แท้ที่จริงแล้วกะรัตคือแม่เสือสาว เพชรฆาตผู้เลือดเย็น อยู่เบื้องหลังการตายของคนในเรื่องค่ะ
@ คิดว่าคาแร็กเตอร์ของเรายากง่ายมากน้อยแค่ไหน
บทกะรัตเป็นบทที่มีหลายคาแร็กเตอร์มากค่ะ ทั้งสาวเนิร์ด ทั้งแม่เสือสาว แล้วเป็นละครเรื่องแรกของสานับว่ายากมากค่ะ โดยเฉพาะในบทสาวเนิร์สที่นิ่งๆเงียบๆ ที่คิดว่าจะง่ายไม่มีอะไรแต่จริงๆแล้วไม่ง่ายเลย ที่จะทำให้คนดูเห็นอาการ ดีใจ โมโห เสียใจ น้อยใจ ในแบบนิ่งๆ อย่างเวลาเราดีใจสุดๆแต่เราต้องkeepคาแรคเตอร์นิ่ง มันทำให้เราค่อนข้างกังวลว่า เออ...คนดูจะเข้าใจหรือเปล่าว่าเรากำลังดีใจแบบสุดๆอยู่
@บทกะรัต มีความท้าทายความสามารถมากน้อยแค่ไหน
ท้าทายมากค่ะ เพราะนอกจากบทเนิร์สที่ว่าเล่นยากแล้ว แต่บทตอนแปลงร่างก็ไม่นับว่าง่ายสำหรับมือใหม่ค่ะ เพราะเวลากะรัตกลายร่างเป็นแม่เสือสาว จะมีหลายบทบาทมาก อย่างบทนักฆ่า บทเย้ายวน บทแม่มดจอมขมังเวทย์ บางทีก็มีอารมณ์อ่อนไหว คือหลากหลายมากค่ะ ต้องปรับตัวให้ทันตามตัวละคร
@ ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง
สาไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อนค่ะ ทำให้กดดันและตื่นเต้นมากเวลาเข้าฉาก อย่างฉากไหนที่สาพูดผิด สาก็จะกังวลมากที่ทำให้คนอื่นเสียงานเสียเวลาเพราะเรา ทำให้เป็นการเพิ่มความกดดันให้สาพลาดแล้วพลาดอีก ตอนนี้จึงพยายามทำตัวเองให้ชินขึ้น ผ่อนคลาย และเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ก็เลยดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากค่ะ
@ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับฯ หน้าใหม่ อัษฎาวุธ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ
นับว่าเป็นโชคดีของสามากค่ะที่ได้ร่วมงานกับพี่วุธในเรื่องแรก เพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่วุธใจดี เลยทำให้คลายความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ และพี่วุธเองก็เป็นนักแสดงมากประสบการณ์ เขาก็จะเข้าใจนักแสดงโดยเฉพาะนักแสดงใหม่ และสาเองก็ได้เรียนรู้ด้านการแสดงจากพี่วุธไปด้วยในตัว เพราะก่อนเข้าฉากจะมีการบล็อกกิ้งก่อนพี่วุธก็จะคอยสอนเราบ้าง ทำให้เราดูบ้าง คอยแนะนำตลอดค่ะ
@เคยเรียนการแสดงมาก่อนหรือเปล่า
เคยเรียนมาบ้างค่ะ เลยได้โอกาสนำความรู้ที่เรียนมาใช้ แล้วตอนนี้ก็ยังได้เรียนรู้การแสดงเพิ่มเติมจากพี่วุธ และพี่ๆในกองเยอะเลยค่ะ
@คิดว่าละครเรื่องนี้จะให้อะไรกับคนดูบ้าง
เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการกระทำ ดั่งสำนวนที่ว่า ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว คนชั่วไม่ว่ายังไงก็ต้องได้รับกรรมเข้าสักวันไม่ช้าก็เร็ว ไม่ว่าจะด้วยทางกฎหมายหรือไม่ก็ต้องแพ้ภัยตนเองค่ะ
@ช่วงนี้มีงานเดินแบบบ้างไหม
ก็มีมาเรื่อยๆค่ะ เดือนนี้มีจัดแฟชั่นโชว์ค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะช่วงปลายเดือน ซึ่งน่าเสียดายมากค่ะ เพราะสาจะสอบช่วงต้นเดือนตุลาคม มีงานละครด้วย เลยขอเบรกงานด้านเดินแบบไว้ก่อนจนกว่าจะกลางเดือนหน้าค่ะ
@ระหว่างงานเดินแบบกับละครชอบด้านไหนมากกว่ากัน
ชอบทั้งสองงานค่ะเพราะเป็นงานที่ทำแล้วรู้สึกสนุกทั้งคู่แต่ก็ให้ความสนุกคนละแบบ อย่างเดินแบบจะชอบตรงที่เราได้ลองใส่เสื้อผ้าสวยๆแปลกๆ ได้แต่งหน้าทำผมแบบแปลกๆที่จะไม่พบตามชีวิตประจำวัน ส่วนละครชอบตรงที่เราได้แอ็คติ้งเล่นเป็นคนอื่น ได้เต็มที่กับอารมณ์ รู้สึกท้าทายกับบทที่ได้รับค่ะ
@อยากทำงานด้านไหนอีกไหม เช่น พิธีกร
อยากค่ะ เพราะได้ลองอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นการท้าทายความสามารถไปอีกแบบ
@มีคนมักบอกว่า วงการบันเทิง อยู่ยาก สามีความคิดเห็นอย่างไร
จริงค่ะ เพราะทุกวันนี้คือ คนหน้าตาดีมีความสามารถนั้นมีเยอะแยะมากมายจริงๆ ถ้าเราไม่มีอะไรที่โดดเด่นก็คงจะอยู่ยาก
@ หันมาเรื่องเรียนกันบ้าง ตอนนี้เรียนที่ไหนคะ
ตอนนี้นี้สากำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ(ICT) หลักสูตรนานาชาติ ชั้นปีที่4 ค่ะ เป้าหมายด้านการเรียนตอนนี้ก็มีเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมอยู่ค่ะ ส่วนเรื่องต่อโทตอนนี้ยังไม่คิดค่ะ เพราะอยากลองทำงานก่อน
@แบ่งเวลาเรียนกับการทำงานอย่างไรบ้าง
สามีงานที่ตรงกับเวลาเรียนค่อนข้างบ่อยค่ะ คณะที่สาเรียนมีงานกลุ่มเยอะเกือบทุกวิชา จึงทำให้ต้องลดเวลาเที่ยวเล่นพักผ่อนให้น้อยลงเอาเวลามาทำการบ้านทบทวนบทเรียนแทนค่ะ คือพยายามอ่านหนังสือเป็นอาทิตย์ต่ออาทิตย์ เพราะถ้าหลุดเมื่อไหร่จะเริ่มเป็นดินพอกหางหมู ส่วนเรื่องงานกลุ่มมาก็จะพยายามรีบทำทันที เพราะไม่งั้นจะไปหนักมากช่วงสอบค่ะ แต่โชคดีที่สาได้กลุ่มเพื่อนที่ดีค่ะ เพื่อนช่วยทุกอย่าง อย่างเวลาเราขาดคาบไหน เพื่อนก็จะมาคอยบอกว่ามีการบ้านอะไรบ้าง พอใกล้สอบเพื่อนๆก็จะมานั่งติวกัน
@เหนื่อยไหม และเคยคิดท้อแท้บ้างหรือเปล่า
มีเหนื่อยบ้าง แต่ไม่ท้อค่ะ เพราะสาคิดเสมอว่า การที่เราเดินมาถึงจุดนี้ได้มันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาส สามีโอกาสได้ย่างก้าวเข้ามาในวงการนี้แล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด สาเคยพลาด เคยโดนตำหนิ แต่สาจะไม่เก็บมันมาท้อ จะคิดเสมอว่ามันคือบทเรียนที่เราต้องนำไปแก้ไข ครั้งต่อไปมันต้องดีและดีขึ้นค่ะ
@วางเป้าหมายในการทำงานวงการบันเทิงอย่างไร
เป้าหมายที่มีในตอนนี้คือขอทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อนค่ะ เพราะเรื่องอนาคตเราคงไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะเป็นไปในทางไหน ก็ต้องแล้วแต่ความกรุณาของผู้ใหญ่ที่จะมอบโอกาสให้สาค่ะ
@ฝากผลงานของตัวเองหน่อย
ก็ขอฝากละครเรื่อง กู้ภัยหัวใจแหวว ด้วยนะคะ เป็นละครเรื่องแรกของสาเลย มาคอยติดตามกันดีกว่าว่าตัวตนที่แท้จริงของกะรัตนั้นจะร้ายแค่ไหน และกะรัตจะพบจุดจบยังไง สาอยากให้เรตติ้งละครสูงๆ ด้วยค่ะ
Profile
ชื่อ-สกุล :อนิสา นูกราฮา
ชื่อเล่น :สา
อายุ : 20 ปี
ส่วนสูง : 174 เซนติเมตร น้ำหนัก : 47 กิโลกรัม
รอบอก : 31 รอบเอว : 25 สะโพก : 33
สัญชาติ :ไทย-อินโดนีเซีย
การศึกษา :ปี 4คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงานชิ้นแรก :ตำแหน่งไทยซูเปอร์โมเดล 2010
ละครเรื่องแรก :กู้ภัยหัวใจแหวว
ความใฝ่ฝัน : ตอนเด็กๆ อยากเป็นดีไซเนอร์ แต่ตอนนี้อยากเป็น โปรแกรมเมอร์
คติในการทำงาน : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
FC:
อั๋น ศราวุธ โดนมนต์สะกด เดินเอ๋อไม่รู้ทิศทางใน “กู้ภัยหัวใจแหวว”
เนื้อหากำลังเข้มข้นสนุกสนานทีเดียว สำหรับละครเย็นเรตติ้งกระฉูดอย่าง “กู้ภัยหัวใจแหวว” ของค่ายดูมันดี ที่มี วุธ-อัษฎาวุธ นั่งคุมบังเหียน ล่าสุดมาถึงฉากที่ องศา (อั๋น ศราวุธ) เข้าไปต่อว่า กะรัต (สา อนิสา) เรื่องถูกตัดเงินเดือน และเอารถไปขายทอดตลาด องศาต่อว่ากะรัตอยู่หลายคำ ในที่สุดก็โดนมนต์สะกดเข้าจนได้
ฉากนี้ทีมงานใช้บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านปัญญารามอินทรา (P4) เป็นสถานที่ถ่ายทำ เริ่มจาก ไจแอนท์(แฮมเมอร์-จำเริญสมบูรณ์) กับ อ้อยหวาน (ท๊อป ดอกกระโดน) กำลังนั่งกินขนมอยู่เพลินๆ แล้ว องศา ก็เดินเข้าไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไจแอนท์เรียกชื่อก็ไม่ได้ยิน อ้อยหวาน ชูสองนิ้วส่ายไปมาก็ไม่เห็น เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ถึงขั้นสุดท้ายไจแอนท์เตรียมยกมือจะต่อย แต่ทว่าองศารู้สึกตัวซะก่อน ไจแอนท์รีบแก้เก้อด้วยการบอกรักเป็นภาษามือซะเลย
ความสนุกสนานยังไม่หมดแค่นี้ ติดตามชมฉากฮาๆ แบบนี้ได้ในละคร “กู้ภัยหัวใจแหวว” วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2555 เวลา 18.40 น. ทางช่อง 7 สี
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version