ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง ยักษ์ (The Giant King) 4 ตุลาคม 2555

<< < (2/11) > >>

FB:
4 ตุลาถึงเวลาที่พวกเขาทั้ง 5 จะพา “ยักษ์” ออกเดิน



           “ยักษ์”โปรเจ็คต์ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ทุนสร้างกว่า100ล้านบาทที่ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” จับมือร่วมกับ3พันธมิตรอย่างบ้านอิทธิฤทธิ์ โปรดักชั่นเฮาส์ทีมผลิตแอนิเมชั่นที่คร่ำหวอดและอยู่เบื้องหลังงานโฆษณา,มิวสิควิดีโอและภาพยนตร์ต่างๆ มานับไม่ถ้วน บ.ซูเปอร์จิ๋ว ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์วาไรตี้ขวัญใจเด็กๆและคุณพ่อคุณแม่ยืนหยัดยาวนานมากว่า21ปีและบ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์สในการผนึกกำลังสร้างสรรค์ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นสายเลือดไทยที่กลั่นจากสมองและสองมือกำกับของ พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ครีเอทีฟนักคิดนักเขียนนักแต่งเพลง ฯลฯ อันดับต้นๆ ของประเทศที่คิดฝันอยากทำการ์ตูนมาค่อนชีวิต ผ่านลายเส้นดีไซน์การออกแบบอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยเอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ (ชนะเลิศ FIRST PRIZE:SIGGRAPH 1998 ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลออสการ์สำหรับนักศึกษา)การประกวดผลงานแอนิเมชั่น ประเภทนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยใช้เวลากว่า 6 ปีจนถึงวันนี้พวกเขาพร้อมแล้วที่จะร่วมกันพา “ยักษ์” ออกเดินเข้าไปอยู่ในใจคอการ์ตูนแอนิเมชั่นอย่างภาคภูมิใจ 4 ต.ค.นี้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วไทยทั้งในแบบเสียงไทยและเสียงภาษาอังกฤษ
 
          เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้สร้างแอนิเมชั่น “ยักษ์”
          หัวเรือใหญ่แห่งค่ายหนังใหญ่ยักษ์ “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล”
          “ตั้งแต่คุณจิกมาเสนอชวนทำโปรเจ็คต์ยักษ์ด้วยกันว่าอยากหยิบรามเกียรติ์มาทำหนังโดยเอาทศกันฐ์ หนุมานมาทำเป็นหุ่นแล้วสู้กัน แน่นอนว่าเรื่องทศกันฐ์มันดีแน่ ใครๆ ก็รู้จักไม่ใช่แค่เมืองไทยด้วย เพราะเรื่องรามเกียรติ์เป็นเรื่องของเอเชีย ผมยังคิดในใจว่าการ์ตูนที่จะสร้างจะออกมาเป็นอย่างไรนี่เป็นหนังเรื่องแรกที่เราร่วมกับคุณจิกประภาส ชลศรานนท์ และเวิร์คพอยท์พิคเจอร์โดยเขาได้ไปชักชวนพรรคพวกมาร่วมทุนด้วยอย่างบ้านอิทธิฤทธิ์, ซูเปอร์จิ๋ว เราลงทุนไป 100 กว่าล้าน รอจนถึงวันนี้การ์ตูนเสร็จแล้ว ลองคิดในใจดูว่าเรารอมา 5-6 ปีกว่าจะได้เห็นภาพนี้ ยังจำได้วันที่คุณจิกชวนผมดูหนัง โอ้โห! คิดไม่ถึงว่าทางคุณจิกจะทำออกมาได้ดีอย่างนี้ ภาพทุกภาพสวยมากมีครบทั้งฉากบู๊ฉากรบตอนสนุกต่อสู้ผจญภัยแล้วตัวหนังก็สนุกมาก เป็นหนังการ์ตูนที่ครบรสพูดได้ว่ารู้สึกพอใจมาก อยากเชิญชวนให้คนดูทุกคนลองมาดูหนังการ์ตูนคนไทยเรื่องนี้ ว่าคนไทยเราก็มีฝีมือนะอย่างน้อยๆ ช่วยให้กำลังใจคนไทยบ้างที่ทุ่มเททำผลงานออกมาได้ขนาดนี้ เพื่อที่จะได้มีคนไทยที่ยังทำหนังการ์ตูนต่อไปได้อีก ส่วนตัวผมรู้สึกภูมิใจและพอใจอย่างมาก คุณจิกทำได้ดีมากๆ”

          “โอ๋-พาณิชย์ สดสี” หัวเรือใหญ่ “เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส”
          ผู้ควบคุมงานสร้างแอนิเมชั่น“ยักษ์”
          “คือการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์เป็นหนังที่เป็นเรื่องราวของเพื่อน เราได้แรงบันดาลใจมาจากรามเกียรติ์ แต่ว่าไม่ใช่รามเกียรติ์เอามาสร้างใหม่นะ มันเป็นเรื่องเล่าอีกอย่างเลย มันคือศัตรูเก่าที่รบกันมาทุกเวอร์ชั่นของทุกประเทศในเอเชีย เล่าใหม่ในเวอร์ชั่นที่เป็นเพื่อนกัน ศัตรูที่ความทรงจำหายไปมาเป็นเพื่อนกัน ความทรงจำกลับคืนมาจะเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อคนเป็นเพื่อนกันจำได้ว่าเป็นศัตรูแล้วจะเป็นยังไง เล่าอีกแบบหนึ่งเลย เล่าแบบงานเขียนของพี่จิก เล่าโดยเพลงของพี่จิก เล่าโดยความรู้สึกที่อยากเล่าแบบพี่จิก เล่าโดยลายเส้นการ์ตูนของเอ็กซ์มีความเฉพาะตัวมาก มันน่าจะเป็นส่วนผสมที่ดีมากๆ สำหรับพี่รู้สึกว่านอกจาก บทภาพยนตร์ที่สนุก การออกแบบงานสร้างที่ งดงาม แตกต่าง และมีเอกลักษณ์ เนื้อหาดูแล้วมีอะไรให้คนดูในแง่ ความลึกของเรื่องราวและอารมณ์มากๆ เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ชมจะสนุกสนานไปกับหนังเอนิเมชั่น”

          วิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ –ผู้สร้างร่วมภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์”
          พี่ซุป “ซูเปอร์จิ๋ว” ผู้เชื่อมั่นในพลังของการ์ตูนแอนิเมชั่น
          “ความทรงจำที่ประทับใจสมัยอดีตของผมก็คือทุกเย็นก่อนกลับบ้าน ครูจะให้นักเรียนทั้งห้องท่องอาขยาน "บัดนั้น พระยาภิเภกยักษีเห็นพระองค์ทรงโศกโศกี อสุรีกราบลงกับบาทาทูลว่าพระลักษณ์สุริยวงศ์ยังไม่ปลงชีวังสังขา อันโมขศักดิ์อสุรา พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้" เราผูกพันกับ รามเกียรติตั้งแต่วันนั้นโตขึ้นมา ความบันเทิงที่สุดของเราก็คือ การดูการ์ตูนทอม แอนด์ เจอรี่, หน้ากากเสือ, โดราเอม่อน ฯลฯเราเป็นเด็กที่โตมากับการ์ตูนต่างชาติ เมื่อถึงวัยทำงาน21ปี ที่มีโอกาสงานสร้างสรรค์รายการซูเปอร์จิ๋ว ประสบการณ์ที่ผูกพันกันทำให้เราเกิด "Dream" มีความฝันว่า วันหนึ่งเราอยากทำแอนิเมชั่นสัญชาติไทยให้ลือลั่นสักครั้งในชีวิต ผมแทบจะตอบรับในทันทีที่ได้รับได้รับคำชวนให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คต์ภาพยนตร์"ยักษ์"เพราะศรัทธา ในทุกผลงานของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เชื่อมือการแอนิเมชั่นของคุณเอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ และเชื่อมั่นในมุมมองของสหมงคลฟิลม์ฯ หลายปีที่ผ่านมานี้ยักษ์พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมแล้วที่จะให้ทุกคนได้ชม ถึงวันนี้ความตื่นเต้นของเราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
          อยากให้ทุกคนได้ดูได้ชมได้แรงบันดาลใจจากการชมภาพยนตร์"ยักษ์"แอนิเมชั่น สำหรับคนทุกเพศทุกวัยผมเชื่อว่าทุกคนจะรัก และภูมิใจกับ "ยักษ์ "ไปด้วยกันครับ

          เอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์
          ร่วมกำกับภาพยนตร์และกำกับแอนิเมชั่น “ยักษ์” ผู้ก่อตั้ง “บ้านอิทธิฤทธิ์”
          “เสน่ห์ของเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่บท เป็นสิ่งแรกที่ทำให้ผมและทีมงานอยากทำเลยและบทที่พี่จิกเขียน มันแข็งแรงพอที่จะมาทำการ์ตูน แล้วคาแร็คเตอร์ที่ผมนำไปให้พี่จิกดูมันเข้ากันได้พอดี จนเรามาช่วยกันทำให้มันออกมาสมบูรณ์มากขึ้น เอาความเป็นสากลกับความเป็นไทยมาผสมกัน ที่สำคัญผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่การ์ตูนนะ ผมเคยคุยกับพี่จิกว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันเป็นการ์ตูนคน มันเป็นการ์ตูนคนแสดง เราจะทำการเคลื่อนไหวอิงจากคนจริงๆ หมายถึงการเคลื่อนไหวมันจะเป็นตามจริง เช่น ยักษ์วิ่ง-เดินก็เดินหนักๆ ช้าๆ จริงๆ ยักษ์เศร้าก็เศร้าจริงๆ มันจะเป็นงานที่ไม่ใช่การ์ตูนที่เด็กมาก เราจะไม่ให้การเคลื่อนไหวดูเป็นการ์ตูนเกินไป แต่ถ้าอันไหนเป็นฉากสนุกๆ เราจะทำการเป็นเคลื่อนไหวเป็นแบบการ์ตูนไว้บ้างเช่นฉากร้องเพลง แต่อะไรที่แสดงอารมณ์เยอะๆ ผมจะให้แอนิเมเตอร์อิงจากจากการเคลื่อนไหวของคนพากย์ให้ใกล้เคียงที่สุดครับ ถึงจะเป็นหุ่นแต่เราต้องทำให้คนเชื่อก่อนว่าตัวนี้มันไม่ใช่แค่อนิเมชั่นนะ มันเป็นหุ่นที่มีชีวิตจริงๆ มีการเคลื่อนไหวแบบคนจริงๆ มีอารมณ์มีความรู้สึกต่างๆ มีโกรธกัน มีงอนกัน มีสู้กัน มีความเจ็บปวด เป็นหนังที่จะเล่าถึงความรู้สึกของเพื่อนเน้นความสัมพันธ์ อารมณ์สูงมาก”

FB:
          ประภาส ชลศรานนท์ ผู้ให้กำเนิดและเลี้ยง “ยักษ์”
          “ทุกงานที่ผมทำมันมักจะมีตัวเราเข้าไปอยู่เหมือนเพลงของเฉลียง เหมือนเรื่องสั้น เหมือนบทละคร แอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็มีตัวเราเข้าไปอยู่ สิ่งแรกที่ผมตั้งใจให้คนดูได้ก็คือความสนุกและความตื่นใจ ความตื่นใจเวลาดูหนังนี่มันเป็นความสุขนะ และผมก็คิดว่าคนดูแต่ละวัยจะได้อะไรเพิ่มนอกจากความสนุก มีหลายความคิดที่ผมสอดแทรกไว้ในหนัง หัวใจของยักษ์คือเรื่องมิตรภาพเรื่องหน้าที่ ทำไมผมถึงอยากพูดเรื่องนี้ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ มันทำให้เราเดินต่อในชีวิตอย่างราบรื่น คำถามมากมายที่ผมตั้งไว้ในหนังไม่ว่าจะเป็น เราเกิดมาทำไม เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหน้าที่ของเราคืออะไร หรือถ้าเราถูกกำหนดให้มีหน้าที่รบกันไปตลอด ที่แท้แล้วมันคือหน้าที่ของเราจริงๆ หรือเปล่า ?
          ที่ชื่อเรื่องยักษ์เพราะยักษ์ภาษาไทยมันไม่ได้แปลว่าใหญ่อย่างเดียว มันแปลว่าดุร้ายด้วย ยักษ์มันแทนสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของคน พลังมหาศาลอย่างยักษ์นี่ถ้าเราคุมมันได้มันก็จะเป็นพลังที่ยอดเยี่ยม สังเกตดีๆ ในหนังยักษ์จะมีบางช่วงที่มีเหตุฉุกเฉินพลังของเขาจะออกมาเอง หรือว่าพอเขาจะช่วยเพื่อนไอ้พลังอันยิ่งใหญ่ตัวนี้ก็จะออกมา ยักษ์มันเป็นทั้งความรักและความโกรธ เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย นี่คือพลังที่แอบอยู่ในมนุษย์ทุกคน ถ้าคุมมันไม่อยู่มันก็จะออกมาคุมเราเอง”

ทำไมต้องยักษ์? พลิกรูปแบบรามเกียรติ์ในอวตารที่สิบล้านเอ็ด
          ด้วยความชื่นชอบและหลงใหลในตัว “ทศกัณฐ์”ราชันย์แห่งผองยักษ์ ตัวละครเอกแห่งมหากาพย์รามายณะสุดยอดวรรณกรรมของชาวเอเชียที่
          “ประภาส ชลศรานนท์”มองว่านี่คือสุดยอดงานครีเอทีฟที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ชิ้นเอกที่ปรากฏขึ้นบนผืนพิภพ พูดได้ว่ามนต์เสน่ห์ของ “ทศกัณฐ์” ยักษ์ 10 หน้า 20 แขน 20 มือและเหล่าตัวละครอันหลากหลายรวมทั้ง “หนุมาน” ทหารเอกของพระราม ที่ซนยังกะเด็กแต่ถึงกระนั้นก็คือฮีโร่ที่เต็มไปด้วยอิทธิฤทธิ์ชนิดที่ยากจะหาใครเทียบทานโดยเฉพาะหางหนุมานที่มัดภูเขาบรรพตได้ทั้งลูกรวมไปถึงบรรดาฉากรบแห่งจินตนาการต่างๆ ในมหากาพย์รามายณะคือภาพจำที่ติดตามาตลอดชีวิตและหวังไว้ว่าวันหนึ่งจะต้องนำสิ่งที่ตนเองรักนำมาทำอะไรสักอย่าง
          จนกระทั่งเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วโปรเจ็คต์ “ยักษ์” ก็ถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบของภาพยนตร์โดยมีประภาส ชลศรานนท์รับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ จากแนวคิดและไอเดียของตนเองร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับพัลลภ สินธุ์เจริญ เพียงทว่าไม่ใช่ภาพยนตร์คนแสดงแต่เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นอย่างเต็มรูปแบบ หลายคนอาจแปลกใจที่ครีเอทีฟนักคิดนักเขียนระดับแถวหน้าของประเทศลุกขึ้นมากำกับหนังการ์ตูน แต่ถ้าใครที่ได้สัมผัสและรู้จักตัวตนของประภาสแล้วจะรู้ว่าเขาคิดเขาฝันที่จะทำหนังการ์ตูนมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี
          “เรื่องการทำการ์ตูนแอนิเมชั่นเป็นสิ่งที่อยากทำมามากกว่าสิบปีแล้ว แต่มันยังหามือคู่ใจไม่ได้ และโดยเทคนิควิธีการในขั้นตอนการทำแอนิเมชั่น พอเราได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาจริงๆ จังเลยรู้ว่า หนึ่งมันต้องใช้เงินเยอะมาก สองเราต้องไปใช้ทีมงานในต่างประเทศด้วย เพราะถ้าจะพึ่งคนเขียนคนวาดแค่ในประเทศไทยอย่างเดียวก็คงไม่พอ คือเราก็ศึกษาหาข้อมูลมาตลอดนะ แต่เรารู้ว่ายังทำไม่ได้ก็ไม่คิดอะไร ก็หันไปทำอย่างอื่นก่อนจนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอเอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ (ดีกรีชนะเลิศ FIRST PRIZE:SIGGRAPH 1998 ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลออสการ์สำหรับนักศึกษา การประกวดผลงานแอนิเมชั่น ประเภทนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก) ซึ่งเพิ่งกลับมาจากอเมริกาใหม่ๆ แล้วตอนนั้นเทคโนโลยีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการทำแอนิเมชั่นพัฒนาไปไกล แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดว่าโอกาสที่จะได้ทำการ์ตูนเริ่มจะมีความเป็นไปได้ และเป็นที่มาที่ทำให้ตัดสินใจเปิดบริษัทบ้านอิทธิฤทธิ์ขึ้นพร้อมกับโปรเจ็คต์ที่จะทำการ์ตูนแอนิเมชั่น”

FB:
“ยักษ์” แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจาก ประภาส ชลศรานนท์ เปิดตัวใหญ่สมชื่อ รวมสุดยอดศิลปิน-ดาราร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

 

          เปิดตัวกันไปอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสายเลือดไทย งานร่วมทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท จาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บ้านอิทธิฤทธิ์ และ ซูเปอร์จิ๋ว ดำเนินการสร้างโดย เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส ผลงานการกำกับของ ประภาส ชลศรานนท์ นักคิด-นักเขียน ผู้เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่มากมาย ร่วมกับ เอ็กซ์- ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ แอนิเมเตอร์ไทยมือรางวัลระดับโลก โดยในงานยังเป็นการเปิดตัวทีมงานระดับหัวกะทิในวงการบันเทิง ทั้งนักพากย์ และ ศิลปินผู้ทำเพลงประกอบ มาร่วมพูดคุยถึงที่มาของโปรเจ็คต์ และประสบการณ์ต่างๆ ในการทำงานที่ใช้ความทุ่มเท กว่า 6 ปีเต็ม พิถีพิถันสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดีที่สุด พร้อมจะส่งออกสู่สายตาผู้ชมชาวไทยและต่างประเทศ ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 9 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

          เริ่มงานด้วยเหล่าผู้ให้กำเนิดยักษ์ คุณ ประภาส, คุณเอ็กซ์- ชัยพร, คุณ พาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ และ คุณ พัลลภ สินธุ์เจริญ ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ ขึ้นแนะนำที่มาของการร่วมมือกันสร้างงานครั้งนี้โดยเผยถึงจุดกำเนิดไอเดียของเรื่องยักษ์นี้ว่ามาจากความชื่นชอบในตัวทศกัณฐ์ที่เป็นยักษ์ตัวโปรดของคุณ ประภาส จนเกิดการพัฒนาบทหยิบรามเกียรติ์มากลั่นกรองเล่าออกมาในแบบใหม่ฉบับหุ่นยนต์ที่จะทำให้ทุกคนประทับใจไปกับมิตรภาพของเพื่อนซี้ต่างไซส์ จากหุ่นยักษ์ และ หุ่นกระป๋อง ซึ่งงานสร้างครั้งนี้ก็ยังมีโอกาสได้ไปฉายโชว์ที่ต่างประเทศได้ให้ชาวต่างชาติได้ทึ่งกับศักยภาพของคนไทยจนสนใจติดต่อไปฉายต่างประเทศอีกด้วย พร้อมกันนี้ได้มีการนำเสนอ ภาพยนตร์ตัวอย่างฉบับสมบูรณ์ในระบบดิจิตอลให้เหล่าสื่อมวลชนได้ชมกันเป็นครั้งแรก

          จากนั้นเป็นการเปิดตัวทีมนักแสดงที่มาร่วมสร้างเสียงให้ชีวิตเหล่าคาแร็คเตอร์ ได้แก่ สันติสุข พรหมศิริ ผู้ให้เสียง “น้าเขียว” ปวันรัตน์ นาคสุริยะ ผู้ให้เสียง “สดายุ” บริบูรณ์ จันทร์เรือง ผู้ให้เสียง “กุม” แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย ผู้ให้เสียง “ก๊อก” น้องออมสิน ชนินาถ ศิริสวัสดิ์ ผู้ให้เสียง “สนิมน้อย” ทอดด์ ทองดี ผู้กำกับและควบคุมการพากย์ฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งทุกคนต่างก็แนะนำตัวละครและเล่าประสบการณ์การพากย์แอนิเมชั่นครั้งนี้กันอย่างสนุกสนาน และพิเศษด้วยคลิปวีดีโอ จากเสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค ผู้ให้เสียง “เผือก” ที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมงานได้ แต่ก็ส่งภาพมาทักทายทุกคน พร้อมทั้งเผยความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนร่วมในงานยักษ์ครั้งนี้ ต่อด้วยอีกหนึ่งความพิเศษของภาพยนตร์ก็คือเหล่าทีมเพลงที่เรียกว่าเป็นการรวมศิลปินสามทหารเสือผู้เป็นขวัญใจวัยรุ่นแห่งยุค ได้แก่ แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ผู้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ” และ นิ้วกลม (สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์) ผู้กำกับ MV เพลงนี้ ได้พูดคุยถึง ที่มาของการเข้ามาร่วมงานกันและพูดถึงความประทับใจที่ได้วง Room 39 มาร้องเพลงอีกด้วย มาถึงช่วงท้าย คุณวิวัตน์ วงศ์ภัทรฐิติ หรือ พี่ซุป แห่ง ซูเปอร์จิ๋ว หนึ่งในผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ได้พูดถึงกิจกรรมการตลาดสนุกๆ ของ “ยักษ์” ที่พร้อมเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย Yak Festival ที่จะเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคมนี้

          ปิดท้ายงานด้วยการถ่ายภาพร่วมกันกับผู้บริหารและผู้ร่วมสนับสนุนภาพยนตร์ โดยได้รับเกียรติจาก เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนะประเสริฐ ประธานบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดและผู้อำนวยการสร้าง คุณกฤษฏา ล่ำซ่ำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย คุณทรงกฤช บุญญาบารมี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและเทคนิคหล่อลื่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คุณปาจรีย์ เตชะเกรียงไกร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส บริษัท ดูแม็กซ์ จำกัด โดยผลิตภัณฑ์ดูเม็กซ์ ไฮคิว ซุปเปอร์ โกลด์ คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานกรรมการ บริษัทเอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทีมสร้างภาพยนตร์, ผู้กำกับ, ทีมนักพากย์ และทีมเพลง เพื่อเป็นเกียรติและเป็นที่ระลึกในงานเปิดตัวภาพยนตร์ครั้งนี้

          เตรียมพบกับมิตรภาพต่างไซส์ที่จะมาพิชิตใจคนทั้งประเทศ
          “ยักษ์” 4 ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
ตัวอย่าง “ยักษ์”

http://www.youtube.com/watch?v=rZyuReZa9dw



          เรื่องราวการผจญภัยของเจ้าหุ่นกระป๋อง 2 ตัว ที่ถูกล่ามติดกันไว้ด้วยโซ่ที่ผลิตจากวัสดุพิเศษ ที่ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด เจ้าหุ่นตัวใหญ่ ถูกเรียกว่า "น้าเขียว" และ เจ้าตัวเล็กสีม่วง ถูกเรียกว่า "เจ้าเผือก"เรื่องราวความสนุกจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้ง 2 จะต้องออกเดินทางเพื่อตามหาความทรงจำ ที่เกิดขึ้นพร้อมมิตรภาพ เสียงหัวเราะ และความสนุกสนาน

          "มีรามเกียรติ์เกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ทุกแห่งหน ทุกผู้คน ไม่เว้นแม้แต่ในโลกของหุ่นยนต์"
          สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล / บ้านอิทธิฤทธิ์ / ซูเปอร์จิ๋ว / เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส
          สุดภูมิใจที่ได้ร่วมกันสร้างฝันครั้งใหญ่ยิ่งกับอภิมหากาพย์ภาพยนตร์แอนิเมชั่นไทยที่มีชื่อสั้นๆ ว่า"ยักษ์"

          ด้วยแรงบันดาลใจในตัวละครคลาสสิคจากมหากาพย์รามายณะ ราม, หนุมาน, ทศกัณฐ์ ฯลฯ
          จุดประกายไอเดีย ให้เขียนเรื่องขึ้นมาใหม่ก่อนกำกับทุกภาพให้โลดแล่นเป็นการ์ตูนโดย
          ประภาส ชลศรานนท์

          พร้อมร่วมเดินทางสร้างสรรค์จินตนาการภาพและเสียงให้เคลื่อนไหวอย่างมหัศจรรย์
          จากหลากหลายศิลปินแห่งยุคในแขนงต่างๆ มาร่วมเนรมิตยักษ์ที่เรารักให้แผลงฤทธิ์บนผืนโลกใบนี้

          4 ตุลาคมนี้ ถึงเวลาที่เรามั่นใจและเชื่อว่าทุกคนจะรัก "ยักษ์" เหมือนที่เรา "รัก"

          ติดตามความเคลื่อนไหวก่อนใครที่ www.facebook.com/yakthemovie

FB:
         “เสี่ยเจียง” ยกนิ้วชม “จิก ประภาส” กลั่นไอเดียสมองกำกับ “ยักษ์”
          ผนึก3พันธมิตรทุ่มกว่า 100 ล้านซุ่ม 6 ปีเต็มสมบูรณ์พร้อมฉาย 4 ต.ค.
          สุดภูมิใจภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทีมงานทุกคนถือบัตรประชาชนคนไทย



          ปล่อยทีเซอร์ตัวอย่างขนาดสั้นด้วยความยาวไม่ถึงนาทีเรียกน้ำย่อยในหมู่สังคมออนไลน์ที่ต่างพากันเข้าไปคลิ๊กไลก์จนยอดผู้ชมต่างล้นทะลักในเวลาเพียงไม่กี่วันจนสร้างกระแสความสนใจให้เหล่าคอหนังได้ฮือฮากันไปไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนที่ได้ชมต่างตื่นตะลึงเมื่อรู้ว่านี่คือผลงานของคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับ “ยักษ์” โปรเจ็คต์ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทเรื่องล่าสุดจากสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลที่คราวนี้จับมือร่วมกับพันธมิตรอย่างบ้านอิทธิฤทธิ์ โปรดักชั่นเฮาส์ทีมผลิตแอนิเมชั่นที่อยู่เบื้องหลังงานโฆษณา, มิวสิควิดีโอและภาพยนตร์ต่างๆ มากมาย รวมทั้ง บ.ซูเปอร์จิ๋ว ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์วาไรตี้ขวัญใจเด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่มาที่ยืนหยัดยาวนานมากว่า 21 ปีและ บ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ที่ใช้เวลา 6 ปีเต็มในการผนึกกำลังสร้างสรรค์เกิดเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นสายเลือดไทยที่กลั่นจากสมองและสองมือกำกับของ จิกประภาส ชลศรานนท์ ครีเอทีฟนักคิดนักเขียนนักแต่งเพลง ฯลฯ อันดับต้นๆ ของประเทศจนถึงวันนี้เสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะเตรียมตัวเข้าฉายในวันที่ 4 ตุลาคม โดยงานนี้เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐหัวเรือใหญ่แห่งค่ายสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลที่คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์มากว่า 40 ปี และประสบความสำเร็จในการสร้างภาพยนตร์มาแล้วในทุกๆ แนวทางไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นอย่างองค์บาก,ต้มยำกุ้ง,หรือภาพยนตร์รักโรแมนติคอย่างสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก,เดอะเลตเตอร์จดหมายรัก,รักแห่งสยาม หรือภาพยนตร์คอมมิดี้อย่างแหยมยโสธร1-2, วงษ์คำเหลา, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม, สาระแนห้าวเป้ง ฯลฯ มั่นใจว่าภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” ที่หยิบเอาเหล่าตัวละครคลาสสิคในมหากาพย์รามายณะที่ถือกันว่ายิ่งใหญ่และโด่งดังที่สุดแห่งเอเชียอย่าง “หนุมาน” และ “ทศกัณฐ์” มาออกแบบและตีความใหม่ในรูปลักษณ์ของหุ่นกระป๋องและหุ่นยักษ์พร้อมนำเสนอออกมาเป็นเรื่องราวการผจญภัยท่ามกลางมิตรภาพและความสนุกสนานในโลกของหุ่นยนต์จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ทางด้านภาพยนตร์ไม่ต่างจากภาพยนตร์ที่คนแสดงเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เสี่ยเจียงได้ดูภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วรู้สึกภูมิใจและยอมยกนิ้วให้กับความอัจฉริยะของจิก-ประภาสเจ้าของไอเดียผู้ให้กำเนิด “ยักษ์” และทีมงานทั้งหมดที่ต่างระดมความสามารถและระดมพลังใจตลอด 6 ปีอย่างไม่ย่อท้อจนงานทั้งหมดสำเร็จลุล่วงมาด้วยดีและที่สำคัญทุกคนล้วนถือบัตรประชาชนคนไทยทั้งสิ้น

          “ก็ตั้งแต่พี่จิกเขามาเสนอมาคุยตั้งแต่เริ่มแรกก่อนที่จะทำโปรเจ็คต์ยักษ์ด้วยกันแล้วว่าอยากหยิบเอารามเกียรติ์มาทำหนังโดยเอาทศกันฐ์มาทำเป็นหุ่นแล้วสู้กัน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องทศกันฐ์มันดีแน่ เพราะใครๆ ก็รู้จัก ไม่ใช่แค่เมืองไทยด้วยเพราะเรื่องรามเกียรติ์เป็นเรื่องของเอเชีย แล้วตัวหนังแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์เองตัวหนังก็น่าดูมาก สนุกมาก นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่เราร่วมกับคุณจิกประภาส ชลศรานนท์ และเวิร์คพอยท์พิคเจอร์โดยเขาได้ไปชักชวนพรรคพวกเขามาร่วมทุนด้วยอย่างบ้านอิทธิฤทธิ์, ซูเปอร์จิ๋ว เราลงทุนไป 100 กว่าล้าน วันที่คุณจิกเขาชวนผมดูหนังที่ทำเสร็จออกมาแล้ว โอ้โห พูดได้ว่าผมรู้สึกพอใจมาก การ์ตูนทำออกมาภาพทุกภาพสวยมาก คิดไม่ถึงว่าทางคุณจิกจะทำออกมาได้ดีอย่างนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราภูมิใจและพอใจอย่างมาก การ์ตูนเรื่องนี้เชื่อผม ทุกคนดูได้หมด มีทุกอย่าง มีทุกรสชาติ เรื่องนี้คุณจิกทำได้ดีมากๆ จากวันแรกที่เขาเล่าให้ผมฟัง ผมยังคิดในใจว่าการ์ตูนจะสร้างให้ได้อย่างนี้ยังไง รอจนถึงวันนี้การ์ตูนเสร็จแล้วแต่คุณคิดในใจดูว่าเรารอมา 5-6 ปีกว่าจะได้เห็นภาพนี้ มันมีทั้งฉากบู๊ฉากรบตอนสนุกต่อสู้ผจญภัยทุกอย่างผมว่ายักษ์เป็นหนังการ์ตูนที่ครบรส คุณดูแล้วต้องสบายใจดูแล้วจะไม่เครียด ผมอยากเชิญชวนให้คนดูทุกคนลองมาดูหนังการ์ตูนคนไทยบ้าง ว่าคนไทยเราก็มีฝีมือนะอย่างน้อยๆ ช่วยให้กำลังใจคนไทยบ้างที่ทุ่มเททำผลงานออกมาได้ขนาดนี้ เพื่อที่จะได้มีคนไทยที่ยังทำหนังการ์ตูนต่อไปอีกได้ นี่ไม่ใช่หนังธรรมดา เพราะหนังธรรมดาใช้เวลาแค่3เดือน แล้วที่สำคัญพูดได้ว่าทั้งหมดคือฝีมือของทีมงานที่เป็นคนไทย ที่ล้วนถือบัตรประชาชนคนไทย อยากให้ทุกคนมาชื่นชมและให้กำลังใจคนทำการ์ตูนเรื่องนี้กัน”

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version