ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง ยักษ์ (The Giant King) 4 ตุลาคม 2555
FB:
บทสัมภาษณ์ แจ๊ป – The Richman Toy (วีรณัฐ ทิพยมณฑล) ผู้พากย์เสียง “ก๊อก” ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง “ยักษ์”
จากนักร้องขวัญใจวัยรุ่น สู่นักพากย์มือใหม่
แจ๊ป - The Richman Toy ร่วมสร้างสีสันกับโปรเจ็คต์ “ยักษ์”
สวมบท “ก๊อก” พ่อค้าเจ้าเล่ห์ผู้ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด
Q: ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้พากย์เสียงภาพยนตร์แอนิเมชั่น และยังเป็นการร่วมงานกับพี่จิก-ประภาส ชลศรานนท์ ที่แจ๊ปนับถืออีกด้วยรู้สึกอย่างไรบ้าง
J: เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกนะครับที่แจ๊ปได้มามีส่วนร่วมในการพากย์แอนิเมชั่น ครับ ผมได้รับการทาบทามมาจากพี่จิก เขาโทรมาชวนที่สมอลล์รูมเลยก็ตื่นเต้นมาก ด้วยความที่พี่จิกเป็นนักเขียนด้วยครับ ผมอ่านหนังสือของเขามาบ้างครับ และเขาเป็นนักแต่งเพลง ซึ่งแจ๊ปเองแต่งเพลงเหมือนกัน ก็เลยถือว่าเป็นครูด้านเขียนเพลงท่านหนึ่ง พี่จิกเขียนเพลงของเฉลียงเป็นผลงานที่ผมชอบมาก พอพี่จิกมาชวนก็รู้สึกว่าก็โอเคเลยครับ พร้อมที่จะมาทำทันที ก็รู้สึกดีมากเพราะว่าจริงๆเป็นโปรเจ็คต์หนังเรื่อง “ยักษ์” ก็เป็นโปรเจ็คต์ยักษ์ด้วยครับที่คนไทยได้มีโอกาสผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นค่อน ข้างที่จะมีคุณภาพดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งครับ
Q: อยากให้ช่วยแนะนำความน่าสนใจและเสน่ห์ของตัวละคร ที่พากย์สักนิด
J: ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ ผมพากย์เป็น “ก๊อก” ครับ เขาเป็นพ่อค้าครับขายหุ่นยนตร์ที่เป็นซากหุ่น เขาคอยไปหาหุ่นเก่าแก่อายุหลายล้านปีก็ขุดขึ้นมาเพื่อนำมาขายโก่งราคา เจ้าก๊อกก็เป็นพ่อค้าที่ค่อนข้างจะเจ้าเล่ห์ มีเล่ห์เหลี่ยม ถ้าเกิดเป็นหุ่นทหารหุ่นสงครามก็จะยิ่งมีราคาแพง เพราะว่าเนื้อเหล็กมันจะดี และก๊อกนี่เองก็เป็นคนขุดเจ้ายักษ์และก็เผือกขึ้นมา ซึ่งเป็นตัวละครหลักในเรื่องนี้ครับ ตัวก๊อกนี่ก็รูปร่างประหลาดเขาจะมีไฝอยู่แถวๆ ปากนี่แหละ แล้วชอบเอาตัวหุ่นแมลงมาเปลี่ยนเป็นไฝก็แปลกดีครับ เหมือนคนเราเปลี่ยนฟันปลอม แต่นี่เปลี่ยนไฝ เขาเป็นพ่อค้าก็เลยค่อนข้างจะโชว์กร่างแต่ในสมองก็แอบจะงงๆ หน่อยๆ นะครับจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวหรอกแต่โชว์ว่าตัวเองฉลาด และมีจุดขี้กลัวหน่อยๆครับ เขาเป็นตัวละครที่มีสีสันตัวหนึ่งครับ เป็นตัวดำเนินเรื่องเชื่อมโยงก่อให้เกิดเรื่องตั้งแต่ต้นครับ
Q: ปกติเคยแต่ร้องเพลงมาตลอด แล้วงานพากย์เสียงครั้งนี้ยากสำหรับเราไหม
J: ก็เป็นครั้งแรกในการพากย์แอนิเมชั่นนะครับถือว่ายากครับ ยากมาก (หัวเราะ) เพราะว่าจริงๆ แล้วภาพที่มองไว้ตอนที่พี่จิกมาชวนนี่มันเหมือนกับว่ามีภาพการ์ตูนแล้วให้ เราไปนั่งพากย์ไปเรื่อยๆ ครับ แก้ไขกันได้อะไรอย่างนี้ แต่พอมาถึงจริงๆ ไม่มีภาพอะไรเลยครับ ให้คุยกันเองเลยคุยกับคนปกติต้องจินตนาการเอง แต่ก็จะทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติครับ เสียงพากย์ออกมาจากอารมณ์ของตัวเองครับ เพื่อให้ได้เนื้อเสียงธรรมชาติจริงๆ ซึ่งยากมากครับ แต่ว่าก็พอไหวครับ ก็สู้กันพอไหว (หัวเราะ)
Q: สำหรับตัวแจ๊ปแล้วมีความสนใจในแอนิเมชั่นมากน้อยแค่ไหน และว่าเรื่องยักษ์นี้มีเสน่ห์และความแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ อย่างไร
J: ก็จะเป็นช่วงตอนโตแล้วนะครับที่แจ๊ปจะดูการ์ตูนแอนิเมชั่นบ่อยขึ้น เพราะว่าเพิ่งเห็นความดีงามของมัน ก็จะดูหนังของต่างประเทศครับ อย่างเรื่อง กังฟูแพนด้าก็ชอบครับ เอาเป็นว่าชอบทุกๆ เรื่องเลยดีกว่า สำหรับหนังไทยที่มีอายุ 6 ปีในการสร้างงานที่มีผลงานนี้ขึ้นมานะครับ เห็นพี่จิกบอกว่าตัวละครตัวหนึ่งเนี่ยจะวาดขึ้นมามันต้องใช้ในการออกแบบ อากัปกิริยาก็เดือนหนึ่งแล้วด้วยซ้ำกว่าจะได้ตัวหนึ่ง เพราะฉะนั้นมันค่อนข้างที่จะมีความพิถีพิถันนะครับ มีความซับซ้อนเหมือนกันในการทำการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องนี้ขึ้นมา ด้วยความที่มันเป็นเหล็กเป็นอะไรอย่างนี้ ความละเอียดก็ค่อนข้างเยอะนะครับ วันแรกที่แจ๊ปนะครับได้มานั่งดูนะครับ ก็โอ้โห! รู้สึกว่าเป็นแอนิเมชั่นของคนไทยที่ต่างจากเรื่องที่แล้วๆ มาทั้งหมดนะครับ ผมว่าน่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับคนไทยนะครับก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ครับคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มากๆ ทั้งนักพากย์นะครับ ก็มีนักแสดงชั้นนำมาร่วมงาน ทั้งพี่หนุ่มสันติสุข พี่เสนาหอยอย่างนี้ครับ ผมชอบมาก และก็พี่ๆ เขาก็เก่งอยู่แล้วด้วย สำหรับเรื่องเพลงประกอบสำหรับหนังยักษ์ก็ไม่ละทิ้งนะ มีพี่แสตมป์ มี Room39 นะครับ มาทำเพลงประกอบให้ ผมว่าดีหมดทุกๆ ด้านนะครับสำหรับหนังเรื่องนี้ น่าสนใจมากๆ ครับ
Q: หากได้ยินคำว่า “ยักษ์” ในความคิดของแจ๊ปวาดภาพยักษ์ไว้อย่างไร
J: สำหรับคำว่ายักษ์นะครับน่าจะนึกถึงอะไรที่ใหญ่มากๆ ครับ หรือจะเป็นเรื่องโปรเจ็คต์ใหญ่ๆ ซึ่งก็คือหนังเรื่องยักษ์นี่แหละครับตรงเลย เป็นทั้งยักษ์ตัวใหญ่และเป็นโปรเจ็คยักษ์ เป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการแอนนิเมชั่นไทยนะ
ก็ค่อนข้างที่จะยักษ์ใหญ่พอ สมควร ผมว่ามันไม่มีหนังแบบนี้ออกมาเลยครับนี่คือเรื่องแรกที่มีรายละเอียดและก็ ภาพทุกอย่างสวยและก็เป็นโปรเจ็คต์ที่ใหญ่จริงๆ ครับก็อยากให้ทุกคนมาดูกันครับ
Q: ยักษ์ตัวแรกในชีวิตที่รู้จักเลยคือยักษ์อะไร
J: สำหรับยักษ์ตัวแรกที่รู้จักก็คือในหนังการ์ตูนเรื่อง Dragon Ball Z เวลาหงอคงเห็นดวงจันทร์คือจะแปลงร่างตัวใหญ่ขึ้นครับ เป็นลิงยักษ์ครับ และก็เวลาที่ทำให้กลับมาเป็นหงอคงเหมือนเดิมก็คือต้องตัดหาง ก็คือตอนเด็กชอบ Dragon Ball Z มากก็เป็นยักษ์ตัวแรกที่ได้เจอะเจอครับ
Q: ในเรื่องราวของ “ยักษ์” จะมีประเด็นหลักเกี่ยวกับมิตรภาพ อยากถามว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง “มิตรภาพ”กับ “หน้าที่” จะเลือกอย่างไหน
J: สำหรับมิตรภาพกับหน้าที่นะครับ ถ้าต้องเลือกที่เอาอันไหนมาก่อนผมก็เลือกมิตรภาพก่อน เพราะว่าถึงที่สุดแล้วจะทำหน้าที่เสร็จในใจของทุกคนพอกลับมาข้างหลังก็ต้อง การมิตรภาพก็ต้องการความอบอุ่นต้องการสังคมนะครับ เพราะว่าทุกคนมีความเป็นมนุษย์อยู่ มิตรภาพน่าจะสำคัญกว่าหน้าที่ครับ
Q: ในเรื่องนี้ยังมีเรื่องราวของคนที่รบกันมาหลายล้านชาติ คิดว่าคนที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อนจะสามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ไหม
J: สำหรับศัตรูกับมิตรนะครับจริงๆ จะเปลี่ยนกลับมาเป็นมิตรกันได้ไหม ผมว่าจริงๆ แล้วมันได้ทุกเมื่อนะครับ เพราะว่าอย่างภูมิหลังของเรื่อง ทั้งยักษ์เขียวและเผือกที่โดนล้างสมองมาแล้วก็มาเป็นเพื่อนกันได้ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นมิตรกับศัตรูสองคำนี้มันถูกสร้างขึ้นมาครับเพื่อเป็นการ ใส่ความคิดบางอย่างลงไปในสมองมนุษย์ ถ้าเกิดเราตัดเรื่องนี้ออกไป เราจะรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันว่างนะครับ ก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราก็เป็นมนุษย์ด้วยกันครับก็อยู่ในโลกด้วยกัน เพราะฉะนั้นควรที่จะเป็นมิตรกันหมดครับ จริงๆ แล้วคนที่เป็นศัตรูได้เนี่ยต้องคิดเยอะมากกว่าเป็นมิตรกันนะ เพราะว่าเป็นมิตรกันเนี่ยจริงๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลยสร้างสิ่งดีๆ ต่อกันมันก็เป็นมิตรกันครับ
FB:
สหมงคลฟิล์มฯ ผนึกพันธมิตร ระดมนักแสดง ผู้สร้างทีมงาน เปิดตัว “ยักษ์” รอบปฐมทัศน์สุดยิ่งใหญ่ประจักษ์สายตาผู้ชมกว่า 2,500 คน เซอร์ไพรส์สุดๆ ทึ่งฝีมือคนไทยอลังการแอนิเมชั่นสมการรอคอย
พิสูจน์ สายตากว่า 2,500 คู่ พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง แรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการจับตามองและคาดหวังมากที่สุดด้วย ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทและทุ่มเวลา 6 ปีเต็มระดมศิลปินทีมงานผนึกกำลังผู้สร้างนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทย ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเนรมิต “ยักษ์” ให้เป็นที่ประจักษ์สายตาต่อคอภาพยนตร์แอนิเมชั่นไม่เพียงแค่เมืองไทยแต่รวม ไปถึงผู้ชมทั่วโลก และแน่นอนว่างานนี้นอกจาก “ยักษ์” ตนนี้ไม่เพียงเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเกือบ 2 ชม. ที่ตรึงคนดูได้โดยไม่กระพริบตา แต่ยังสร้างความประทับใจให้ผู้ชมซาบซึ้งไปกับเรื่องราวที่ดูสนุกสร้างความ บันเทิงให้กับผู้ชมทุกเพศและทุกวัย เกิดเป็นเซอร์ไพรส์ที่ทุกเสียงตอบรับต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือย่าง ก้าวสำคัญของแอนิเมชั่นไทยอย่างแท้จริง โดยงานนี้บริษัทสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล บ้านอิทธิฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋วและเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ได้จัดงานเปิดตัว “ยักษ์” รอบปฐมทัศน์พร้อมกันทีเดียวถึง 2 เวอร์ชั่นด้วยกันทั้งเสียงภาษาไทยและเสียงภาษาอังกฤษ พร้อมกับเนรมิต ชั้น 7-8-9 ของโรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ให้เป็น “YAK’s experience” ประสบการณ์รอบปฐมทัศน์แบบยักษ์ๆ ให้ทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสและตกหลุมรักยักษ์กันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นบูธ กิจกรรมและดิสเพลย์รวมเหล่าผองหุ่นยักษ์และหุ่นกระป๋องคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูน ที่แสนน่ารักทั้งน้าเขียว(ทศกัณฐ์), เผือก (หนุมาน), กุม, สนิมน้อย, สดายุ มาเดินอวดโฉมให้ถ่ายรูปกัน ฯลฯ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยสีสันและความบันเทิงให้สมกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น สำหรับทุกคนในครอบครัวโดยเริ่มต้นงานด้วยบทเพลงประกอบภาพยนตร์ “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ” จากเสียงร้องของ3สมาชิกหนุ่มสาวROOM39 ก่อนที่ 2 หัวเรี่ยวแรงสำคัญพี่จิกประภาส ชลศรานนท์ ผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของไอเดียผู้เนรมิตยักษ์และเอ็กซ์ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ แอนิเมชั่น ไดเร็คเตอร์พร้อมเหล่าทีมนักแสดงที่มาให้เสียงให้ชีวิตยักษ์ในเวอร์ชั่นภาษา ไทยซึ่งนำโดย สันติสุข พรหมศิริ, เสนาหอย-เกียรติศักด์ อุดมนาค, บริบูรณ์ จันทร์เรือง, แจ๊ปเดอะริชแมนทอย,น้องออมสิน-ด.ญ.ชนินาถ ศิริสวัสดิ์ และ ทอดด์ ทองดีผู้กำกับและควบคุมการพากย์ในเวอร์ชั่นเสียงภาษาอังกฤษขึ้นมาร่วมพูดคุย ถึงขั้นตอนการทำงานที่ต่างพิถีพิถันกันขนาดไหนกว่าจะเกิดเป็นแอนิเมชั่นที่ ทุกคนล้วนต่างรู้สึกภูมิใจที่มีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ จนมาถึงช่วงเวลาสำคัญที่ผู้สร้างและผู้บริหารจากเหล่าพันธมิตรผู้มีส่วนร่วม สำคัญในการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดเป็นโปรเจ็คต์ภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่มา ช่วยกันปลุกยักษ์ให้ตื่นจากการหลับไหลเพื่อมาสร้างสีสันและเรียกรอยยิ้มให้ กับทุกคนซึ่งนำโดยคุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, คุณปัญญา นิรันดร์กุล ผู้อำนวยการสร้าง, คุณวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ ผู้อำนวยการสร้าง, คุณปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, คุณทรงกลด บุญญาบารมี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดหล่อลื่น บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน), ดร.มาริสา มีสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บ.ดูเม็กซ์จำกัด ตามด้วยการเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้มีส่วนร่วมสำคัญทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น โปรเจ็คต์ยักษ์ไม่ว่าจะเป็น คุณกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ,คุณพาณิชย์ สดสี ผู้ควบคุมการสร้าง, คุณพัลลภ สินธุ์เจริญ ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์และกำกับการให้เสียงพากย์,คุณปรัชญา ปิ่นแก้วที่ปรึกษาภาพยนตร์,คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานกรรมการ บริษัทเอสเอฟซีเนม่าซิตี้ จำกัด, คุณอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริหารบ.Happy Home Entertainment ขึ้นมาถ่ายรูปอย่างพร้อมเพรียงกัน
สำหรับ ภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์” เข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์โดยให้เลือกชมทั้งในรูปแบบของเสียงภาษาไทย พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ และในรูปแบบของเสียงภาษาอังกฤษที่จะฉายพร้อมคำบรรยาย
FB:
เซอร์ไพรส์ไม่มีหมดโปรเจ็คต์ “ยักษ์” ได้ “โน้ส อุดม” ร่วมเติมความอารมณ์ดีให้ชีวิตตัวละครสำคัญ “หุ่นยนต์นักไต่ฝัน”
เป็นศิลปินหนุ่มอารมณ์ดีมาก แถมมองโลกด้วยเสียงหัวเราะอย่างสร้างสรรค์ชนิดหาตัวจับยาก และที่สำคัญหน่วยก้านบุคคลิกลักษณะเหมาะสมตรงกับคาแรคเตอร์ “หุ่นยนต์นักไต่ฝัน” ตัวละครพิเศษที่ชีวิตเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการวิ่งตามความฝันซึ่งถือกำเนิดขึ้นตามตั้งใจของ จิก ประภาส ชลศรานนท์ ผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดู “ยักษ์” แอนิเมชั่นสัญชาติไทยที่หลายคนมองว่าจะเป็นการพลิกรูปแบบและย่างก้าวสำคัญของแอนิเมชั่นไทยซึ่งใช้เวลาฟูมฟักนานถึง6ปี ถึงขนาดหมายมั่นและตั้งใจว่าคนที่จะมาให้เสียงให้ชีวิตตัวละครสำคัญตัวนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช้ เดี่ยวไมโครโฟนมือ 1 โน้ส อุดม แต้พานิช
“มีตัวละครตัวหนึ่งมันคือหุ่นยนต์นักไต่เขาเป็นตัวสำคัญมาก แล้วผมอยากให้เป็นโน้สมาสวมบท ตั้งแต่คิดตัวละครตัวนี้ขึ้นมา เพราะต้องการความหมายอะไรบางอย่างโน้สตอบยินดีทันทีเพราะโน้สเขาก็คิดคล้ายๆ กับตัวนี้เหมือนกัน ตัวการ์ตูนหน้าเราก็เอามาจากโน้สแต่เดิมมีจมูกอยู่ แต่จมูกมันไม่เหมาะกับหุ่น เพราะมีแล้วมันดูเป็นคนมากเกินไป แล้วการออกแบบให้ไม่มีจมูกแต่ยังดูออกว่าคล้ายมันเป็นความสนุกและท้าทายอย่างหนึ่งนะพูดได้ว่าตัวนี้สร้างขึ้นมาสำหรับโน้สโดยเฉพาะเป็นคนเดียวเลย ตอนที่บอกอุดมให้มารับบทนี้ผมบอกว่าบทไม่เยอะเลยแต่บทสำคัญมาก เขาตั้งคำถามที่ทำให้ตัวละครเอกต้องทบทวน ที่เลือกอุดมมาพากย์ตัวนี้ก็เพราะตัวละครตัวนี้เหมือนคนพูดจาไร้สาระ แต่ตรงที่ไร้สาระนั้นเป็นสาระที่สุด เอ็กซ์ ชัยพรออกแบบหุ่นตัวนี้ให้มีอุปกรณ์ปีนเขาเต็มไปหมด รวมไปถึงขาที่เป็นจุกแบบติดผนัง และเสาอากาศที่เป็นล้อบนหัวเพื่อให้กลิ้งตัวไปมาแบบกลับหัวได้ อุดมพากย์อย่างสนุกสนานให้ผมเลือกสามสี่แบบ แบบนักเลงปากซอย แบบลุงขี้บ่น แบบคนใต้ อีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกอุดมมารับบทนี้ก็เพราะตัวละครตัวนี้มีความคิดอยากทำสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้นั่นคือการปีนไปหาดวงอาทิตย์ ซึ่งผมคิดว่าอุดมเองก็เป็นศิลปินที่มุ่งมั่นคนหนึ่ง ผมว่าเขาทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เราเห็นหลายครั้งแล้วนะ”
ในขณะที่ตัวโน้สอุดมเองที่ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นเป็นครั้งแรกกับประสบการณ์การให้ชีวิตตัวการ์ตูน แถมเป็นตัวการ์ตูนที่เขียนขึ้นตามบุคคลิกลักษณะคาแรคเตอร์ของตัวเองที่โดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบการดูแอนิเมชั่นโดยมี Spirited Away ผลงานคลาสสิคของสตูดิโอจิบลิเป็นเรื่องโปรดได้พูดถึงตัวละครที่เขาได้รับและการทำงานในแอนิเมชั่นยักษ์ให้ฟังว่า
“ตัวบรู๊คส์นักไต่ฝันเป็นตัวละครเล็กๆ ตัวหนึ่งนะครับ แต่ว่าเขาจะมาบอกสารอะไรบางอย่างในเรื่อง เป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่ทำให้ตัวละครหลักทั้งสองน้าเขียวกับเผือกได้เรียนรู้อะไรบางอย่างนะครับ เป็นคำพูดเล็กๆ สั้นๆ แต่ค่อนข้างทรงพลังและมีผลต่อเรื่องทำให้ตัวละครฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ ทางทีมงานบอกผมว่าตัวบรู๊คส์สร้างมาจากผม ก็ดูแล้วหน้าคล้ายๆ เหมือนกันนะ (หัวเราะ) ดีใจมากที่พี่จิกแกนึกถึงเรา รู้สึกเป็นเกียรติก็เลยลองพากย์ให้พี่จิกดูหลายแบบให้แกเลือกดูว่าชอบแบบไหน ทั้งแบบคนแก่มีอายุ แบบคนใต้ แบบนักเลงปากซอย (หัวเราะ)” งานพากย์ของผมครั้งนี้มันทำงานยากนิดหนึ่งนะครับ อย่างคนอื่นในการทำงานทีมงานเขาจะให้มีการโต้ตอบเหมือนละครเวทีแล้วค่อยให้วาดการ์ตูนเป็นแอนิเมชั่นตามบท แล้วทำการขยับปากตามการเคลื่อนไหวของนักแสดงออกเป็นภาพมาตามเสียง แต่ตัวละครของผมภาพมาก่อนแล้วผมก็มาพากย์จะยากในการไล่งับจับจังหวะและแสดงอารมณ์ มันก็เหมือนการพากย์หนังในสมัยโบราณน่ะครับ แต่มันเกิดขึ้นเฉพาะตัวละครของผมนะ (หัวเราะ) งานจะยากเพราะผมต้องมาลงเสียงให้ตรงปากแล้วทีนี้มันเป็นตัวการ์ตูนด้วยการ์ตูนปากมันจะไม่เหมือนคนเราพูดมันจะอ้าปากกว้างๆ สำหรับการ์ตูนเรื่องยักษ์นี้โดยส่วนตัวผมอยากดูมากครับ รอเรื่องนี้มาหลายปี เห็นว่าทำมา 6 ปีแล้ว แล้วก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนะครับถึงแม้มันจะเป็นส่วนเล็กๆนะครับ ผมว่าบ้านเราน่าจะมีหนังแอนิเมชั่นอย่างนี้เยอะๆ นะครับ จุดเด่นของเรื่องนี้ ผมชอบตรงที่เอาตัวละครจากรามเกียรติ์มาประยุกต์อันนี้ผมว่าน่าสนใจมากๆ ครับ และในเรื่องก็จะมีแง่มุมดีๆ เกี่ยวกับ “มิตรภาพ” แล้วก็ “หน้าที่” ของเราไว้ให้คิด อันนี้น่าสนใจมากอยากให้ลองมาดูกันนะครับ”
ก็สำหรับแฟนๆ ของโน้ส อุดมและคอหนังอย่าลืมมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับประสบการณ์ “ยักษ์” แอนิเมชั่นเรื่องยิ่งใหญ่จากฝีมือคนไทยพร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์
FB:
แอนิเมชั่นไทยกำลังใจล้นหลาม “ยักษ์” ครองแชมป์เปิดตัว หน้าโรงคึกคักแฟนๆ แห่ดู “น้าเขียวและพี่เผือก” แอ็คท่าถ่ายรูป
เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับบรรดาน้องๆ หนูๆ พี่ป้าน้าอาและเหล่าสมาชิกในครอบครัวตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อย่างชื่นมื่นเลยทีเดียว ชนิดที่ว่าทำเอาบรรยากาศความคึกคักของหน้าโรงภาพยนตร์ซึ่งห่างหายไปนานกลับมามีสีสันอีกครั้งสำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยโดยกลั่นจากไอเดียมันสมองและสองมือกำกับของ “จิก ประภาส ชลศรานนท์” ซึ่งเปิดตัวเข้าฉายเป็นที่เรียบร้อย
งานนี้เรียกได้ว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้ง น้องๆ ยักษ์จิ๋ว พี่ๆ ยักษ์วัยทีน ไปจนถึงคุณน้าคุณอาคุณพี่ยักษ์ใหญ่ก็คือการได้สัมผัสกับ น้าเขียวและพี่เผือกตัวเป็นๆ กันแบบประชิดตัว ได้ถ่ายรูปแอ็คท่ากันอย่างสนุกสนาน แถมแต่ละคนล้วนต่างหยิบมือถือขึ้นมาโพสต์ท่าแอ็คแชะกันทุกคนชนิดที่ว่าไม่เกี่ยงเพศและวัยเลยทีเดียว แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต่างมาร่วมแอ็คท่าแยกเขี้ยวโชว์ยิ้มกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าชูนิ้ว ตัว วาย (Y) แสดงสัญลักษณ์ยักษ์กันเป็นแถว เราเลยได้เห็นบรรยากาศของเหล่าสมาชิกในครอบครัวที่นอกจากจะสนุกสนานไปกับภาพยนตร์แล้ว “น้าเขียวยักษ์ใหญ่ใจดี, พี่เผือกก๊วนกวน, พี่กุมหุ่นยักษ์สีแดงบ้าพลังสุดสุด, และป้าสดายุนกเหล็กสีดำขี้บ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องสนิมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ อย่างเป็นเอกฉันท์ ก็ยังนำเอาแฮนด์บิลแผ่นพับใบใหญ่ยักษ์และสติกเกอร์สีสันสดใสที่รวมตัวการ์ตูนยักษ์เด่นๆ ทั้ง 5 ตัวมาแจกแฟนๆ กันทุกคนด้วย รวมทั้งมีบริการพริ้นท์รูปถ่ายคู่ยักษ์เผือกให้ฟรีกับผู้ชมอีกต่างหาก
ขณะเดียวกันน้องๆ หนูๆ บางคนที่ออกมาจากโรงภาพยนตร์ก็ยังเห็นคราบน้ำตาเพราะสงสารน้าเขียวก็มี ส่วนบรรดาเหล่าผู้ชมที่ได้สัมผัสกับการ์ตูนยักษ์แล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต่างชื่นชอบ อึ่งทึ่งและไม่คิดว่าฝีมือคนไทยจะทำแอนิเมชั่นพัฒนาไปไกลขนาดนี้ ภาพที่สวยและละเอียดมากๆ เทียบเท่ากับฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว งานนี้ทำเอาบรรดาทีมงานที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ล้วนต่างหัวใจพองโตเมื่อทราบข่าวว่าภาพยนตร์เรื่องยักษ์ไม่เพียงทำรายได้เปิดตัวครองแชมป์ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในสัปดาห์ที่เข้าฉายแถมได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมหลากหลายกลุ่มที่ให้โอกาสคนทำแอนิเมชั่นไทยไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น คนทำงานหรือแม้แต่ผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเสียงตอบรับที่ดีมากๆ จากผู้ชมคนดูหนังจริงๆ ก็รู้สึกดีใจและฝากขอบคุณมายังคนดูหนังทุกคนที่ต่างให้โอกาสคนทำหนังไทย
FB:
สมความตั้งใจกองทุน “ยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก” ชวนน้องๆ จากบ้านราชวิถีดูหนัง “ยักษ์” หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันลั่นโรงภาพยนตร์
วันจันทร์ที่ 15 ต.ค.นี้ ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา “กองทุนยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก” ในนามของ พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ คนเลี้ยงยักษ์ ได้พาน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสจากสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีจำนวนกว่า 200 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 5-18 ปีมานั่งกินป็อบคอร์นเครื่องดื่มกันอย่างสนุกสนานพร้อมร่วมผจญภัยไปกับ น้าเขียว หุ่นยักษ์ทศกัณฐ์ และ พี่เผือกหุ่นกระป๋องหนุมาน ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์” เต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์สมความตั้งใจของพี่จิกประภาส ชลศรานนท์ผู้กำกับภาพยนตร์และเป็นผู้ก่อตั้ง กองทุนยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับความสุข ความรู้ตามวาระต่างๆ โดยประเดิมเริ่มต้นจากการพาน้องๆ ด้อยโอกาสเข้าโรงหนังมานั่งดู “ยักษ์” เป็นกิจกรรมแรก งานนี้ตัวพี่จิกเองไม่เพียงควักทุนส่วนตัว 1 แสนบาท แต่ยังนำของพรีเมี่ยม และหนังสือภาพจากภาพยนตร์เรื่องยักษ์ออกจำหน่ายเพื่อรวบรวมรายได้มาเป็นทุนรอน และค่าใช้จ่ายในการประเดิมเปิดโครงการแรก จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้กับน้องๆ ตั้งแต่จัดหารถบัสไปรับน้องๆ ถึงบ้าน และทันทีที่เราได้เห็นสีหน้าแววตาอันมีความสุขของน้องๆ ในระหว่างที่นั่งชมภาพยนตร์ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง พูดได้ว่าความสุขดังกล่าวได้ส่งผลไปยังทีมงานภาพยนตร์เรื่องยักษ์ทุกคนได้มีความสุขร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงหัวเราะสนุกสนานที่เกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าในระหว่างที่ภาพยนตร์ฉายมันคือกำลังใจที่ดีที่ส่งต่อให้ทุกคนที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ใช้เวลานานถึง 6 ปีเต็มเกิดอาการหัวใจพองโตเลยทีเดียว
หลังจากภาพยนตร์จบลงก็ก็ถึงเวลาที่พี่ๆ ยักษ์ใหญ่ต้องส่งน้องๆ ยักษ์เล็กจากบ้านราชวิถีเดินทางกลับบ้านกัน แถมท้ายด้วยขนมเป็นของฝากในระหว่างทางอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ทั้งยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กต่างอิ่มบุญ และดื่มด่ำกับความสนุกสนานไปพร้อมกันกับการ์ตูนเรื่องยักษ์เลยทีเดียว
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version