ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง “สูบคู่กู้โลก” 8 พฤศจิกายน 2555
FB:
วันเกิดสุดเซอร์ไพรส์ ต้อนรับพระเอกใหม่
เมื่อเป็นนักแสดงน้องใหม่ ก็ต้องเจอพวกพี่ๆละลายพฤติกรรม หรือถูกกลั่นแกล้งเป็นเรื่องธรรมดา พระเอกหนุ่ม ภูมิ รังษีธนานนท์ ก็ไม่พ้นที่จะโดน 2 รุ่นพี่แท็คทีมแกล้ง โดยภูมิเล่าว่า “ฉากวันเกิด ป๋องครับ น้าจ๊อดกับน้าอี๊ดมาเลย เดินถือเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิดหลาน ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ แล้วเขาก็บอกให้ผมหลับตาอธิษฐาน เท่านั้นแหละครับ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู ปั๊ป!เต็มหน้าเลย แอบดึงเทียนออกตอนผมหลับตาอย่างไว แสบตามาก เค้กเต็มตาเลย (555) โหววว...เล่นเราซะเสียเลย พี่เปิ้ลนี่ตัวการเลย เทคเดียวฮาเลยครับ ร่วมงานกับพี่หม่ำ เขามีความเป็นโปรเฟสชั่นนอลมาก อย่างบางทีเขาจะอิมโพรไวส์เองไม่ต้องเล่นตามบท คือเห็นอะไรเล่นได้หมดเก่งมากครับ และด้วยความที่พี่หม่ำเป็นถึงซุป’ตาร์ตลกอันดับต้นเลย ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่เขามาก่อน ตื่นเต้นมาก ครั้งแรกที่ต้องเข้าฉากร่วมกัน ผมไปไม่เป็นเลยนะ โอ้วโฮ!ตัวเกร็งมาก แต่พอเริ่มเข้าฉากกันบ่อยก็โอเคครับ พี่หม่ำเป็นคนน่ารักนิสัยดี ส่วนพี่เปิ้ล นอกบทตลอดเลยครับ ฉากที่ต้องนอนอยู่ เขาก็ลากผมลงมากองกับพื้นซะงั้น ฮาเลย เขาชอบเล่นตอนผมเผลอ ร้ายอ่ะ(555)”
เปิ้ล นาคร เล่าถึงการร่วมงานกับภูมิ ครั้งนี้ว่า “ตอนแรกเราก็แอบคิดนะ น้องคนนี้จะเล่นไหวเหรอแต่พอได้คลุกคลีกันบ่อย อยู่ด้วยกันมากๆ ก็เฮ้ยหน้าภูมิมันเหมือนมนุษย์ต่างดาวเลย กระดิกหูได้อีกด้วย มีรอยยิ้มเป็นมนุษย์ต่างดาว ส่วนตัวของภูมิเองก็มีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวมีจริง ภูมิแรงเยอะมาก ว่างไม่ได้ ต้องเดาะบอลใส่ผนังห้องนอน เราแทบไม่เป็นอันนอนเลย เดาะตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง ตอนกลางคืน เปิดประตูไปถามเฮ้ยทำไรว่ะภูมิ น้องตอบว่า อ่อ!ผมเตะบอลอัดผนังครับ อายุ 17 ปี วัยกำลังเดาะบอลเลย(หัวเราะ) ไฮเปอร์มาก”
เป้ นฤบดี เล่าถึงการร่วมงานกับทีมนักแสดง และคิดว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้นักแสดงเหล่านี้มาเติมความสนุกแบบเต็มพิกัดในภาพยนตร์ล่าสุดของเขาครั้งนี้ว่า “มันสนุกตั้งแต่เราเริ่มคิดไอเดียของหนังออกมาแล้ว และมันก็น่าตื่นเต้นตรงที่หนังเรื่องนี้ผมแพ็คทีมนักแสดงและทีมงานสร้างไปไกลถึงจันทบุรี โดยจับอยู่ในที่เดียวกันหมดไม่มีใครหนีไปไหนได้(555) จะหลุดคาแร็คเตอร์ก็ไม่ได้ เพราะตื่นเช้ามาก็ต้องใส่ชุดทำงานกันต่อ พี่หม่ำตื่นเช้ามาเขาก็จะมาช่วยเสนอมุก ไอเดียตลกกับผมตลอด แม้จะเลิกกองตอนเย็น พี่หม่ำก็ยังเอามุกใหม่ๆมาเสนอตลอด การร่วมงานกับพี่หม่ำสนุกมาก แล้วเขาเป็นคนตั้งใจทำงานเต็มที่กับงาน และมีสปิริทการแสดงสูงมาก ส่วนเปิ้ลเราร่วมด้วยช่วยกันตั้งแต่เรื่องบทหนังแล้วครับ เวลาผมรู้สึกติดขัดก็จะถามเปิ้ลเขามีไอเดียอะไรเสนอไหม เขาก็จะมาช่วยเติมบทให้สมบูรณ์มากขึ้น เปิ้ลเหมือนเป็นคนดูให้กับผม ในขณะที่หนังยังไม่สร้าง ซึ่งอันนี้มีประโยชน์มากเลย”
เปิ้ล นาคร เสริมถึงการร่วมงานกับผู้กำกับสุดซี้ต่อว่า “ได้กลับมาร่วมงานกันอีก ก็ยังเป็นกองถ่ายที่สนุกมากครับ สำหรับเป้ เขากำกับเรามาตั้งแต่หนังเรื่องแรกของเขาเลย สาระแนห้าวเป้ง สาระแนสิบล้อ สาระแนเห็นผี ก็คนนี้แหละครับผู้กำกับคนเดียวกัน เจ้าของเดียวกันกำกับมาตลอด...แล้วก็เข้าใจทางการแสดงของเราอย่างดี เพราะฉะนั้น อารมณ์ต่างๆของหนังก็จะเป็นลายเซ็นต์เดียวกันของคุณเป้ นฤบดี เวชกรรม เราเองก็มีความสุขมากที่ได้ร่วมงานกับเขา เป้ เป็นผู้กำกับที่เปิดโอกาสให้นักแสดงได้แชร์ไอเดียอย่างเต็มที่ เป้จะบอกว่าต้องการอารมณ์แบบไหน นักแสดงจะต้องตีโจทย์และทำความเข้าใจ พอทำการแสดงออกมาแล้ว ใช่ หรือ ไม่ใช่ เดี๋ยวเป้เขาจะบอกว่าต้องแบบนี้นะ แบบนั้นนะ ซึ่งผมประทับใจการทำงานของเป้ เวลาได้ทำงานร่วมกันแล้วเราจะรู้สึกรีแลกซ์ และสนุกมากครับ”
เบื้องหลังการออกแบบความฮา
ปี 2009 สาระแน ห้าวเป้ง !! คือผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ เป้ นฤบดี ที่กวาดรายได้ทะลุถึง 100 ล้านบาท ต่อมา ปี 2010 สาระแนสิบล้อ และ สาระแนเห็นผี ก็เป็นหนังที่เรียกเสียงฮาและกวาดรายได้อย่างไม่ทิ้งห่างกันเลย จนเมื่อเขาตัดสินใจเปิดโปรดักชั่นเฮ้าส์ (เดอะ พิพัล ทรี จำกัด)เป็นของตัวเอง และมุ่งมั่นลุยหน้าสร้างภาพยนตร์อย่างเต็มกำลัง โดยเล่าว่า “หลักๆแล้วทีมงานสร้างก็ทีมงานเดิมที่ทำหนังมาด้วยกันตั้งแต่ สาระแนห้าวเป้ง เรื่องแรกกันเลย ทีมเขียนบทหลักๆก็เป็น ชอ กฤษณะ จิตรเนาวรัตน์ ซึ่งมี หลังเลนส์ เสกสรร เข้ามาช่วยเสริมบทและเป็นทีมงาน ส่วนทีมตัดต่อความฮาเป็น กอล์ฟ พิชานนท์ และ อัพ วิสิฏสร เจ้าเดิม รวมถึงผู้ออกแบบงานสร้าง สมยศ ศรีดา หรือแม้แต่ สตาร์บัคส์ พงศ์พิชญ์ ก็เข้ามาร่วมทีมด้วยเช่นกันครับ”
ซึ่งช่วงระยะเวลาในการถ่ายทำ เป้ นฤบดี ขอยกกองไปปักหลักที่ จ.จันทบุรี บ้านเกิดของตัวเอง และ เลือกใช้โลเคชั่นทุกซอกทุกมุมเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ โดยเฉพาะโลเคชั่นหลักของเรื่องนี้ คือ อู่สูบคู่ ที่ทีมออกแบบงานสร้าง ต้องเนรมิตอู่ซ่อมมอไซค์ และสร้างขึ้นมาใหม่ ณ บริเวณใต้สะพานปากน้ำแขมหนู ใกล้กับหาดเจ้าหลาว บริเวณที่ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า เคยเป็นจุดที่มีคนเห็นมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว...อุ๊บส์! โดย เป้ นฤบดี ขอเล่าถึงโลเคชั่นหลักในการถ่ายทำว่า “เราเลือกบริเวณ หาดเจ้าหลาว ที่รายล้อมไปด้วย ภูเขา ทะเล ต้นไม้ บรรยากาศแบบนี้แหละ ผมคิดว่า เหมาะที่จะเล่าเรื่องมนุษย์ต่างดาว จุดที่เราทำการเซ็ทฉากอู่สูบคู่ขึ้นมา คือ ใต้สะพานปากน้ำแขมหนู เป็นจุดปากอ่าวพอดี และมันบังเอิญมากที่โลเคชั่นตรงนี้เป็นจุดที่มีคนเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวด้วย เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ เขาเล่ามาอีกทีว่าเห็นตรง
สะพานข้ามปากอ่าวนี้เลย เราใช้อู่สูบคู่เป็นโลเคชั่นหลัก และใช้เวลาสร้างประมาณเดือนนึง เพราะตรงนั้นเป็นเพียงศาลาโล่งๆ มีเสาอยู่ประมาณ 8 ต้นเองครับ”
สมยศ ศรีดา ผู้ออกแบบงานสร้าง เล่าเสริมต่อว่า “ผมออกแบบอู่สูบคู่จากสภาพแวดล้อมตามที่มีอยู่ เริ่มแรกออกแบบมาเป็น3D เพื่อให้ผู้กำกับดูความเหมาะสมในแต่ละส่วนของอู่ และเพื่อรองรับกับมุมกล้องที่จะต้องใช้ถ่ายในแต่ละฉากก่อน จากนั้นเมื่อถึงขั้นตอนการสร้างขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องมีการเก็บงานพวกรายละเอียดของอู่ค่อนข้างเยอะพอสมควร สำหรับการออกแบบงานสร้างของเรื่องนี้จึงค่อนข้างใช้เวลาเป็นเดือนครับ รวมถึงระยะเวลาการขนส่งพวกอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆของจากกรุงเทพมาถึงจันทบุรี แต่เราโชคดีที่สามารถหามอไซค์พวกชอปเปอร์ มอไซค์แต่งจากที่นู่น ผมไปเจออู่รถชื่อ อู่ช่างเล็ก ต้องขอบคุณอย่างมาก แถมพี่เล็กยังใจดีนำอุปกรณ์รถ และแก๊งชอปเปอร์ของเขามาร่วมแสดงเข้าฉากให้อีกด้วย”
การออกแบบ มนุษย์ต่างดาว และฉากพิเศษ ระดับอินเตอร์
หลังจากที่คนดูฮือฮากับฉากผีรถสิบล้อทรานฟอร์เมอร์ ในภาพยนตร์เรื่อง สาระแนสิบล้อ กันมาแล้ว กลับมาคราวนี้ ภาพยนตร์ สูบคู่กู้โลก เป็นแนวคอมิดี้-ไซไฟ ที่นำเอาเรื่องต่างดาวเข้ามาผสมปนความฮา ซึ่ง เป้ นฤบดี ก็อดที่จะทำเซอร์ไพรส์กับการดีไซน์ มนุษย์ต่างดาว จานบิน รวมถึงฉากพิเศษ ที่เชื่อว่าในประเทศไทยคงยังไม่มีใครกล้าทำมาก่อน ให้กับบรรดาแฟนหนังที่รอติดตามผลงานล่าสุดของเขาอยู่ ด้วยการแท็คทีมกับ เซอร์เรียล สตูดิโอ ทีมออกแบบเทคนิคพิเศษทางภาพ ทีมเดิมและทีมเดียวกับสาระแนสิบล้อนั่นเอง โดย เป้ นฤบดี เล่าถึงการออกแบบดีไซน์ มนุษย์ต่างดาวเบื้องต้นว่า “ผมตีความมนุษย์ต่างดาว ว่าสื่อสารด้วยจิต รูปร่างคล้ายมนุษย์นี่แหละ แต่สามารถรับรู้ความคิดคนอื่นได้ ไม่ซับซ้อน ไม่โกหก ไม่ทำร้าย และก็บริสุทธิ์ ถ้าเทียบกับมนุษย์ต่างดาวตามข้อมูลจริงจะมีหลายชนิดมาก คือ มีทั้งร้าย มีทั้งดี มีเผ่าพันธ์ แต่เราไม่ได้ไปติดกับอะไรตรงนั้น เราเอามาปรับเปลี่ยนให้มันเป็นอารมณ์ของป๋องครับ”
FB:
ซึ่งรับรองว่าคนที่ชอบดูภาพยนตร์ไซไฟ คงไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยทีมงานออกแบบเทคนิคพิเศษภาพระดับโปรเฟสเชอนอล เซอร์เรียล สตูดิโอ ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์มนุษย์ต่างดาว และการดีไซน์ฉากสุดอลังการที่เทียบเท่าหนังฮอลลิวู้ด โดย โก้ ทศพร ผู้ออกแบบเทคนิคพิเศษทางภาพ เล่าถึงการดีไซน์มนุษย์ต่างดาวเวอร์ชั่นพิเศษ ในครั้งนี้ว่า “ทางพี่เป้ ผู้กำกับจะดีไซน์เบื้องต้นมาก่อน ตอนเรานั่งคุยกันต่างคนจะมีภาพมนุษย์ต่างดาว และจานบิน อยู่ในหัวกันอยู่แล้ว แต่สำหรับมนุษย์ต่างดาวสไตล์ของเป้ นฤบดี จะมีความเป็นสากล และใส่ความเป็นไทยเข้ามาผสมผสาน เริ่มจากการดีไซน์
จานบินช่องเปิดปิดของยาน หรือตัวยานที่เรานำลักษณะของดอกบัวเข้ามาเล่นในการดีไซน์ และไม่เหมือนจานบินที่เราเคยเห็นอย่างแน่นอนครับ ส่วนตัวมนุษย์ต่างดาว จะเป็นสีเทา ใส่ความเป็นเด็กที่ดูน่ารักเข้าไป หัวโต ตาโต ตัวออกนิ่มๆหยุ่นๆเหมือนก้นเด็ก การออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเรื่องนี้ยากกว่าเรื่อง สาระแนสิบล้อ เพราะมีช็อทดีไซน์ค่อนข้างเยอะ
ยกตัวอย่าง ฉากที่เกิดภัยพิบัติ ฉากป๋องใช้พลังจิต ฉากอวกาศนอกโลก ซึ่งทีมงานต้องทำงานกันหนักเพื่อการออกแบบดีไซน์ออกมาดูสมจริง ถึงแม้มันจะเป็นหนังตลก แต่ในเรื่องของ CG ทีมงานเราออกแบบกันจริงจังมากครับ”
บทเพลงป้องกันโลกขึ้นสนิม
เปิ้ล นาคร นอกจากจะเป็นนักแสดงนำ และช่วยสรรหามุกตลกมาเสริมในบทภาพยนตร์ครั้งนี้แล้ว เขายังอาสาแต่งเนื้อร้อง เพลงประกอบภาพยนตร์ สูบคู่กู้โลก ที่มีชื่อเพลงว่า “บาดทะยัก” พร้อมกับเข้าห้องอัดลงเสียงร้องเองอีกด้วย โดย เปิ้ล นาคร เล่าให้ฟังถึงการทุ่มสุดตัวครั้งนี้ว่า “ผมชอบทำนองเพลงนี้ ฟังแล้วมันโจ๊ะๆดี แล้วผมก็มาแต่งเนื้อร้องใหม่ ซึ่งตั้งชื่อเพลง บาดทะยัก มันมีที่มาแบบนี้ครับ ทุกวันนี้โลกเราเกิดภัยพิบัติมากมาย และมันก็เกิดจากฝีมือมนุษย์เราเองนี่แหละดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันรักษาโลกของเราให้น่าอยู่ ป้องกันโลกของเราให้ดีก่อนที่โลกเราจะแตก หรือก่อนที่โลกเราจะเป็นสนิมนั่นเอง เปรียบได้กับความรัก คนเรารักกันก็ต้องดูแลความรักระหว่างกันให้ดี อย่าปล่อยให้ความรักของคุณเป็นสนิม มันไม่ต่างกับการหยิบมีดที่เป็นสนิมมาแทง แผลที่เกิดมันก็จะกลายเป็นบาดทะยักนั่นเองครับ” ซึ่งเพลงประกอบภาพยนตร์ครั้งนี้ ยังได้มีการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ โดยได้นักแสดงนำอย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก, แม็กกี้ อาภา และภูมิ รังษีธนานนท์ มาร่วมแจมจังหวะโจ๊ะๆ มันส์ๆ กวนๆ แบบฮายกทีมกันเลยทีเดียว
เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อโลกวิกฤต กับ 2 ฮีโร่ที่จะมากู้โลก
เปิ้ล นาคร เล่าถึงความน่าสนใจในภาพยนตร์ว่า “ประเด็นที่เป้ ผู้กำกับ เขาบอกมาคือ พี่หม่ำ กับ เปิ้ล จะต้องเจอมนุษย์ต่างดาวนะ เราก็เฮ้ย!เอางั้นเลยหรอ มันน่าสนุกตรงที่ถ้ามนุษย์ต่างดาวมาโลกเรา แล้วเราจะคุยกับเขายังไง แล้วเปิ้ลกับหม่ำจะทำยังไง จะคุยหรือจะยิงให้ตายไปเลยดีนะ น่าสนใจตรงนี้แหละครับ พอได้ดูแล้วก็จะกลับมานั่งคิดกันต่อ ขนาดโลกเรายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้เลย แล้วทำไมก้อนหินดวงอื่นๆที่ล้อมรอบดวงอาทิตย์ในจักวาลเรานี้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบ้างล่ะ หรือเราอยู่กันไกลเกินไป ยานอวกาศเราไปไม่ถึงหรือเปล่า เออ!น่าคิดนะ เราต้องสู้กับมนุษย์ต่างดาวยังไง แล้วเราสู้กับโลกนี้ที่กำลังจะเกิดภัยพิบัติ ความสูญเสียมันเกิดจากใคร เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ต่างดาว หรือ มนุษย์ เราเอง จ๊อดกับอี๊ดจะกู้โลกได้หรือไม่ นั่นคือหน้าที่ของสูบคู่ที่จะต้องช่วยกันกู้โลก”
เป้ นฤบดี เล่าถึงความตั้งใจสร้างภาพยนตร์ สูบคู่กู้โลก หนังเบาสมอง ที่แอบแฝงด้วยสาระว่า “แค่คิดมันก็สนุกแล้วนะ หากโลกเราจะแตก แถมยังมีมนุษย์ต่างดาวบุกอีก ผมอยากทำหนังให้คนดูได้รับความแปลกใหม่อยู่ตลอดครับ สำหรับสูบคู่กู้โลก เราก็นำเรื่องคอมพิวเตอร์กราฟฟิก CG โดยทีมงานเดิมที่สร้างหุ่นยนต์สิบล้อ คือ เซอร์เรียล สตูดิโอ มาสร้างและเติมความสนุก ลูกเล่น อย่างมนุษย์ต่างดาว จานบินยูเอฟโอ บรรยากาศของหนัง ซึ่งมีอยู่หลายฉากครับ เป็นความจำเป็นอย่างมากที่เราต้องดึงมาสร้างให้คนดูตื่นเต้น เพราะสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้พบเห็นในชีวิตประจำวัน และเรื่องของความตลก แน่นอนเราจะได้เห็นการประชันมุกระหว่าง 2 นักแสดง สุดยอดตลกเมืองไทย พี่หม่ำ จ๊กม๊ก กับ เปิ้ล นาคร ที่อีกคนมักจะนำพาเรื่องเดือดร้อนมาให้เสมอ ส่วนอีกคนทั้งที่รู้ว่าเดือดร้อนแต่ก็ยอมเดินตามมาด้วยตลอด เป็นครั้งแรกที่ 2 คนนี้จะมาประชันกัน เรื่องมุกตลกไม่มีใครยอมกันลงเลยครับ สูบคู่กู้โลก มนุษย์ต่างดาว UFO ครั้งแรกในเมืองไทย ติดตามความสนุกของมนุษย์ต่างดาวกับแก๊งมอไซค์ เมื่อมาเจอกันแล้วมันจะป่วนโลกกันขนาดไหน”
เกร็ดภาพยนตร์
ครั้งแรกของ “หม่ำ จ๊กม๊ก” กับ “เปิ้ล นาคร” ที่ต้องแสดงประกบ มนุษย์ต่างดาว
ณ โลเคชั่น “อู่สูบคู่” ทีมงานยึดใต้สะพานปากน้ำแขมหนู ใกล้ๆหาดเจ้าหลาว สร้างเป็นอู่ซ่อมมอไซค์ขึ้นมา และจุดโลเคชั่นนี้เอง ที่ชาวบ้านย่านนั้นบอกมาว่า มีคนเคยเห็นมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว
ครั้นเมื่อยังเป็นด.ช.เป้ นฤบดี อายุ 12 ขวบ เขาชวนเพื่อนๆมานอนเล่นสนามหญ้าหน้าบ้าน และได้เห็นปรากฎการณ์แปลกๆบนท้องฟ้า ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มสนใจ เข้าห้องสมุดค้นคว้าแต่เรื่อง มนุษย์ต่างดาว UFO สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า และเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง
ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน (นายกสมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย) แหล่งข้อมูลสำคัญของทีมงาน เพราะเขาคือผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ เคยเห็นและเจอมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว แถมยังมีเพื่อนเป็นมนุษย์ต่างดาวอีกด้วย
พีท ทองเจือ หนึ่งในนักแสดงของ สูบคู่กู้โลก ยังเล่าให้ผู้กำกับ และทีมงานฟังว่า เป็นคนที่มีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวเช่นกัน และบ้านของเขายังตั้งอยู่ในห้วงมิติอันลึกลับ ที่วันดีคืนดีก็รู้สึกเหมือนมนุษย์ต่างดาวมาปรากฏตัว ด้วยลักษณะแสงบางอย่างที่มักจะเกิดขึ้นเหนือหลังคาบ้านของเขา
ในประเทศไทย กลุ่มเขากะลา จ.นครสวรรค์ คือ สถานที่สำคัญและเป็ศูนย์แห่งการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว และมีผู้เดินทางไปพิสูจน์อย่างมากมาย รวมถึงศิลปินดารา ซึ่งผู้ที่ไปชมมักจะถ่ายภาพออกมาและได้ภาพแปลกๆอยู่เสมอ
FB:
ประวัตินักแสดง
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (รับบท จ๊อด)
ด้วยความสามารถที่หลากหลายและหลายคนรู้จัก “หม่ำ จ๊กม๊ก” จากการเป็นนักแสดงตลก และพิธีกรรายการต่างๆตามช่องโทรทัศน์ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ และได้รับฉายาว่าเป็น “ผู้กำกับร้อยล้าน” สำหรับผลงานกำกับที่ผ่านมาได้แก่ภาพยนตร์เรื่อง แหยมยโสธร1-2, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 1-2, วงษ์คำเหลา, โป๊ะแตก, จั๊กกะแหล๋น และ ใหม่กะหม่ำ โดนกะโดน นอกจากนี้ยังมีผลงานทางการแสดงในภาพยนตร์อีกมากมาย ได้แก่ ภาพยนตร์ องค์บาก(2003), บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม(2004), เฉิ่ม(2005), ต้มยำกุ้ง(2005), แหยมยโสธร(2005) , บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ภาค 2(2007), วงษ์คำเหลา(2009),โป๊ะแตก(2010), จั๊กกะแหล๋น(2011), ใหม่กะหม่ำ โดนกะโดน(2011), วอนโดนเตะ(2011) เป็นต้น
นาคร ศิลาชัย (รับบท อี๊ด)
หลายคนยังจดจำภาพตลกฮากลิ้งของหนุ่มคนนี้จากการรับหน้าที่เป็นพิธีกรร่วมใน รายการ ยุทธการขยับเหงือก ก่อนที่จะเห็นผลงานมากมายของ เปิ้ล นาคร ทั้งผลงานแสดงละครโทรทัศน์, โฆษณา, มิวสิกวิดีโอ, ผลงานเขียน หรือแม้แต่เป็นนักกีฬาแข่งเจ็ตสกี คว้าแชมป์มาแล้วนับไม่ถ้วน อีกทั้งผลงานแสดงทางด้านภาพยนตร์ ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง ขอชื่อ สุธี สามสี่ชาติ (2532), ฉลุย โครงการ 2 (2533), เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ (2539), โกยเถอะเกย์ (2550), สาระแน ห้าวเป้ง!! (2552), สาระแนสิบล้อ (2553), สาระแนเห็นผี (2553) และ รักเว้ยเฮ้ย (2555)
แม็กกี้ อาภา (รับบท เนย)
ขึ้นชื่อว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะเป็นลูกสาวคนสวยของ อรุณ ภาวิไล ที่มีฝีมือการแสดงได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการแสดงละครโทรทัศน์ น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, ละครเพลงหนึ่งในดวงใจ เดอะมิวสิกคัล แถมยังสวมบทบาทพิธีกรสาว CJ แม็กกี้ ของ Chic Channel 68 และเข้าสู่วงการภาพยนตร์ไทย ด้วยการประเดิมหนังเรื่องแรก คน-โลก-จิต(2555) ที่ต้องรับบทหนัก ทั้งเครียด แสนจะกดดัน แต่เธอก็สื่ออารมณ์ออกมาได้อย่างดี ล่าสุด แม็กกี้ ตัดสินใจพลิกคาแรคเตอร์สวมบทนางเอกหน้าทะเล้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นเธอรับบทสาวแว๊นส์ ใจกล้า บ้าผู้ชายกับหนังคอมิดี้-ไซไฟ “สูบคู่กู้โลก”
ภูมิ รังษีธนานนท์ (รับบท ป๋อง)
ก่อนหน้านี้เคยมีผลงานแสดงภาพยนตร์มาแล้ว เรื่อง มึงกู เพื่อนกันจนวันตาย (2555) แต่ถึงจะไม่ได้รับบทเด่นเท่าไหร่นัก แต่ด้วยความหล่อที่เด่นเข้าตาผู้กำกับ เป้ นฤบดี จึงเลือกภูมิ เป็นพระเอกใน สูบคู่กู้โลก และด้วยความสามารถทางการแสดง ทำให้ในเรื่องนี้ เขาจึงต้องรับบทบาทถึง 2 คาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน นับว่าเป็นการประเดิมบทพระเอกครั้งแรก ที่นอกจากจะต้องเตรียมความพร้อมทางด้านการแสดงแล้ว ยังต้องเตรียมตัวรับมุกตลกจากรุ่นพี่หม่ำ จ๊กม๊ก และ เปิ้ล นาคร มาอย่างดีที่สุดอีกด้วย
ประวัติผู้กำกับ
นฤบดี เวชกรรม (ผู้กำกับ-เขียนบท)
เป้ นฤบดี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นทำงานในวงการภาพยนตร์ด้วยการเป็นผู้กำกับศิลป์ให้กับ มานพ อุดมเดช จาก กะโหลกบางตายช้า กะโหลกหนาตายก่อน และยังเคยได้รับรางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง จากภาพยนตร์เรื่อง ฝากฝันไว้เดี๋ยวจะเลี้ยวมาเอา และเริ่มมีผลงานโฆษณา งานละคร ก่อนที่จะเริ่มมาสร้างความสนุกสนาน มันส์แบบฮาๆให้กับรายการ สาระแน ในฐานะเป็นทั้งผู้ร่วมก่อตั้งรายการ และควบคุมการผลิต ด้วยความตั้งใจอยากเป็นผู้กำกับ และรักงานสายภาพยนตร์ จึงหันมาสร้างภาพยนตร์และกำกับเอง ซึ่งผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือ สาระแน ห้าวเป้ง!!(2009) ที่กวาดรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท และตามมาด้วยภาพยนตร์เรื่อง สาระแนสิบล้อ(2010) และ สาระแนเห็นผี(2010)
ปัจจุบัน เป้ นฤบดี เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท เดอะ พิพัลทรี จำกัด เดินหน้าลุยงานโปรดักชั่นเฮ้าส์อย่างเต็มสูบ โดยประเดิมผลงานชิ้นเอกด้วยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง สูบคู่กู้โลก แนวคอมิดี้-ไซไฟ ที่ดึงคนสนิท หม่ำ จ๊กม๊ก และ เปิ้ล นาคร มาประชันความสนุก ตลก ฮา แบบไร้ขีดจำกัด ในภาพยนตร์ครั้งนี้
กฤษณะ จิตรเนาวรัตน์ (เขียนบท)
ผลงาน>> สาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี
สมยศ ศรีดา (ผู้ออกแบบงานสร้าง, กำกับศิลป์)
ผลงาน>> สาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี
ทศพร พูนนารถ (ผู้ออกแบบเทคนิคพิเศษทางภาพ)
ผลงาน>> สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี, อันธพาล, จันดารา
FB:
บทสัมภาษณ์: “เปิ้ล นาคร” กับฉายาใหม่ล่าสุด “อี๊ด ก้านยาว” เตรียมเบิ้ลเครื่องโชว์กู้โลก “สูบคู่กู้โลก”
บทบาท และคาแร็คเตอร์ใหม่ล่าสุด ที่รับแสดงใน สูบคู่กู้โลก เป็นอย่างไรบ้าง
รับบทเป็น อี๊ด เพื่อนรุ่นน้องของ พี่จ๊อด รับบทโดย พี่หม่ำ จ๊กม๊ก เราเป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์ อี๊ดจะขี่ชอปเปอร์ก้านยาว แล้วก็มีหลานชื่อ ป๋อง สำหรับ อี๊ด ในเรื่องจะชอบวางแผนทุกเรื่อง เป็นตัววางแผนการต่างๆ แล้วก็พาพี่จ๊อดไปร่วมกับแผนการด้วยตลอด แต่แผนการจะสำเร็จไหม แล้วแผนมันจะออกมาเป็นยังไง สนุกตรงนี้แหละ
เล่าเรื่องย่อ
แก๊งก้านยาวสูบคู่เนี่ย มันมาจากลูกสูบที่อยู่ในตัวมอเตอร์ไซค์ มันจะมีลูกสูบเข้า-สูบออกเป็นตัวสำคัญที่จะมีพลังทำให้รถขับเคลื่อนไปได้ สูบคู่ก็หมายความว่าตัวอี๊ดกับพี่จ๊อด 2 คน เป็นที่มาของสูบคู่ พวกเราใช้ชีวิตแบบแก๊งชอปเปอร์ไปเรื่อยๆ จนวันนึงดันไปติดหนี้ เฮียง้วน รับบทโดย พีท ทองเจือ ก็เลยเกิดเรื่องราวขึ้น เฮียง้วนตามมาทวงหนี้ เราก็เลยหนีหนี้จนเกิดการตามล่ากันชุดใหญ่ในเรื่อง ประเด็นสำคัญคือหนีหนี้ไป หนีหนี้มา ดันไปเจอสิ่งที่มวลมนุษยชาติคาดไม่ถึง มันคือมนุษย์ต่างดาว พยามบอกทุกคนแต่ไม่มีใครเชื่อ สุดท้ายเราก็เกิดความสัมพันธ์กับมนุษย์ต่างดาว แต่ต้องไปดูว่าเขามายังไง เราต้องสู้กับมนุษย์ต่างดาวยังไง แล้วเราสู้กับโลกนี้ที่กำลังจะเกิดภัยพิบัติ เกิดความสูญเสียมันเกิดจากใคร เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ต่างดาว หรือ มนุษย์ เราเอง จ๊อดกับอี๊ดจะกู้โลกได้หรือไม่ นั่นคือหน้าที่ของสูบคู่ที่จะต้องช่วยกันกู้โลก
“น้าอี๊ด” ในเรื่องนี้จะออกมาแนวๆ หรือเกรียนโลกขนาดไหนบ้าง
ก็คล้ายตัวของเปิ้ล นาคร จบการแสดงจากโรงเรียนนาครโดยตรง ไม่ได้เรียนการแสดงมาจากไหน เล่นยังไงมันก็ออกมาเป็นตัวของเปิ้ล นาครเองเหมือนเดิม จะให้แสดงเป็นตัวอื่นเราเขินนะ ก็แสดงเป็นตัวเราเองนี่แหละ แนวกล้าๆแต่ใจมะหมา เป็นแนวนี้แหละ เพียงแต่เปลี่ยนบทบาทอาชีพใหม่ เป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์ แก้ปัญหาต่างๆในเรื่อง แต่ก็แก้ไขสไตล์น้าอี๊ด เรื่องนี้น้าอี๊ด หนวดงามมาก แต่ความยากมันอยู่ที่เราต้องขี่ชอปเปอร์ มันไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ธรรมดา ไม่ใช่ฮาเลย์ เดวิดสัน หรือ ดูคาติ ถ้ารุ่นแบบนั้นยากไม่เท่าไหร่ แต่ว่านี่มันเป็นก้านยาว ยาวเกือบ 2 เมตร เอ่อ!..ไม่ใช่ทุเรียนนะครับ แต่เป็นมอเตอร์ไซค์ยาวถึง 2 เมตร ขับคันนี้ถึงขั้นปวดแขนเลยนะ แต่ก็มันส์อีกแบบนึงดีครับ เสียงดังกระฮึ่มมาก เวลาที่เราขี่บนถนนมันก็เพลินดีนะ เข้าใจเลยทำไมผู้ชายส่วนใหญ่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามสถานที่ต่างๆ
เมื่อได้แสดงประกบคู่กับรุ่นพี่ ซุป’ตาร์ตลกสุดซี้ “หม่ำ จ๊กม๊ก” รู้สึกอย่างไรบ้าง
โอ้ย! เล่นคู่กับพี่หม่ำนี่ เคยฝันไว้เลยว่าชาตินี้ ถ้าเรามีบุญจริงๆนะ ขอให้มีโอกาสเล่นหนังกับพี่หม่ำสักเรื่องนึงเหอะ จะเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลของเรามาก จะเป็นเกียรติกับนามสกุลศิลาชัยมากที่ได้ฟีเจอริ่งกับตระกูลวงษ์คำเหลา พอได้เล่นจริงๆเมื่อไหร่จะปิดกล้องว่ะ โหว...พี่หม่ำ(หัวเราะ) เขาเกินมนุษย์อ่ะ เราเคยคิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ตลกทั่วไป เขาเป็นซุปตาร์นะ และจริงๆแล้วพี่หม่ำเป็นมนุษย์ต่างดาว เขาเป็นอะไรที่คิดแปลกอยู่ตลอดเวลา แบบตลกคนอื่นก็จะมีสูตรของเขาเล่น หนึ่ง สอง สาม ตึ่ง โป๊ะ!!! แต่พี่หม่ำเนี่ย หนึ่ง สอง และ พลิกไปไหนก็ไม่รู้ เราก็อ้าว...แล้วไงดีเนี่ย แต่ว่าเราเป็นคนชอบจังหวะแบบนี้ ชอบจังหวะที่คนคาดไม่ถึงเหมือนกัน มันก็เลยเกิดเคมีที่เรียกว่าลงตัว เป็นสูบ2สูบที่ขาดกันไม่ได้พอเวลาเล่นเฮ้ย!มันส์ดีว่ะ พี่หม่ำแปลกดี แปลกมนุษย์มะนา แล้วพอผู้กำกับเขาบอกบทมาอย่างนึงเขาจะยืนนิ่งแหละ เราก็เอาแล้วไง อาร์ตแล้ว ติสเข้าแล้ว สักพักนึงตึ๊ง!คิดมาใหม่เปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่อะไรแบบนี้ เขาคิดตลอดเวลามิน่าทำไมเขาถึงเป็นซุปตาร์อันดับหนึ่งของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่ของไทยนะ ของไทยต้องเปิ้ล นาคร(ยิ้ม)
ร่วมงานกับ “หม่ำ จ๊กม๊ก” เป็นอย่างไรบ้าง
เวลาเข้าฉากร่วมกันทีไรมันก็จะเหมือนมีการเล่นเชิงกันตลอด พอบทมาแบบนี้เขาจะไปอีกแบบนึง เราก็คิดเตรียมไว้อย่างนึง แต่บางทีก็เตี๊ยมกัน บางทีเค้าก็เสนอมุกเรา ก็เฮ้ยเออเจ๋งว่ะ ผมไม่เล่นได้ไหม(หัวเราะ) มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ผม บางทีเสนอมุกให้พี่หม่ำ พี่หม่ำเอาไปกินเฉยเลย ตลกด้วยอ่ะจำไว้เลยพี่หม่ำ หึ หึ
ฉากประทับใจของ “เปิ้ล นาคร” ปะทะ “หม่ำ จ๊กม๊ก”
ประทับใจฉากอาบน้ำด้วยกันครับ เป็นเรื่องของลูกผู้ชายชอปเปอร์ สูบคู่ที่ลงอ่างอาบน้ำด้วยกัน เราเล่นกันแบบเข้าขากันดี พี่หม่ำไม่ถือตัวด้วย เขาเป็นรุ่นพี่แต่อนุญาตให้เราทำอนาจารเขาได้หลายอย่าง อยากจะบอกว่าของพี่หม่ำน่ารัก(หึหึ) น่าหม่ำมากๆ(ทำท่ากัดปาก)
อีกฉากที่ประทับใจ คือ ฉากเราสองคนต้องขี่ชอปเปอร์ออกไปตามท้องถนน เท่อ่ะ เป็นฉากเปิดตัวแล้วเราก็ต้องแซงกันไปแซงกันมา ด้วยความที่มอเตอร์ไซค์ของพี่หม่ำหน้าไม่ยาวเท่ากับมอเตอร์ไซค์ของเรา เวลาแซงปาดหน้าเขาจะมาทับรถเราตลอด เราก็พยายามดิ้นไปดิ้นมาไม่ให้โดน แต่เขามั่นใจศักยภาพการขี่มอเตอร์ไซค์ของเขามาก แต่สังเกตเวลาเขาขี่ไม่เหมือนขี่ชอปเปอร์เลยนะ เหมือนอะไรต้องไปดูเอา(หัวเราะ) ล้อเล่นนะพี่หม่ำ...เขาเรียกตัวเขาเองว่าซุปตาร์ขาลง แต่ถ้าเมื่อไหร่หนังเรื่องสูบคู่กู้โลกเข้าฉาย เรา 2 คนจะกลายเป็นซุปตาร์ขาขึ้นแน่นอน อิอิ
กลายเป็นผู้กำกับสุดซี้ ไปแล้วระหว่าง เปิ้ล กับ เป้ กลับมาร่วมงานกันอีกแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง
ได้กลับมาร่วมงานกันอีก ก็ยังเป็นกองถ่ายที่สนุกมากครับ สำหรับเป้ เขากำกับเรามาตั้งแต่หนังเรื่องแรกของเขาเลย สาระแนห้าวเป้ง สาระแนสิบล้อ สาระแนเห็นผี ก็คนนี้แหละครับผู้กำกับคนเดียวกัน เจ้าของเดียวกันกำกับมาตลอด...แล้วก็เข้าใจทางการแสดงของเราอย่างดี เพราะฉะนั้น อารมณ์ต่างๆของหนังก็จะเป็นลายเซ็นต์เดียวกันของคุณเป้ นฤบดี เวชกรรม เราเองก็มีความสุขมากที่ได้ร่วมงานกับเขา ที่เขากำกับหนังให้เรา เป้ เป็นผู้กำกับที่เปิดโอกาสให้นักแสดงได้แชร์ไอเดียอย่างเต็มที่ เป้จะบอกว่าต้องการอารมณ์แบบไหน นักแสดงจะต้องตีโจทย์และทำความเข้าใจ พอทำการแสดงออกมาแล้ว ใช่ หรือ ไม่ใช่ เดี๋ยวเป้เขาจะบอกว่าต้องแบบนี้นะ แบบนั้นนะ ผมประทับใจการทำงานของเป้ เวลาได้ทำงานร่วมกันแล้วเราจะรู้สึกรีแลกซ์ และสนุกมากครับ
นอกจากพี่หม่ำ จ๊กม๊ก แล้วยังมีนักแสดงหน้าใหม่ คู่พระเอก-นางเอกของเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
น้องแม็กกี้ กับ น้องภูมิ สำหรับแม็กกี้ อาภา น่ารักดี เลือดพ่ออ่ะนะ เลือดศิลปิน คุณอรุณ ภาวิไล เห็นหน้าน้องแล้วเหมือนได้คุยกับพ่อเขาอ่ะ (หัวเราะ) ก็เป็นเด็กที่น่ารักและมีพรสวรรค์มาก เหมือนเขาเป็นมาแต่เกิด เพราะว่าพ่อเขาเป็นศิลปิน ลูกสาวเลยได้มาเต็มๆเวลาสั่งให้เล่นก็เล่นได้เลย เขามีความน่ารักแบบต่างจังหวัด สวยบ้านนอก สวยแบบอุทัยทิพย์ เข้ากับตัวละครที่แสดงเลย นางงามต่างจังหวัด(ยิ้ม)
ส่วนภูมิ เป็นพระเอกเรื่องแรกเต็มตัว ตอนแรกเราก็แอบคิดนะ น้องคนนี้จะเล่นไหวเหรอ หน้าตามันช่าง...แต่พอได้คลุกคลีกันบ่อย อยู่ด้วยกันมากๆ ก็เฮ้ยหน้าภูมิมันเหมือนมนุษย์ต่างดาวนี่หว่า เป็นพระเอกที่เหมือนมนุษย์ต่างดาวมาก กระดิกหูได้อีกด้วย เวลายิ้มจะไม่เหมือนมนุษย์ที่เราเห็นทั่วไป จะมีรอยยิ้มเป็นมนุษย์ต่างดาว ส่วนตัวของภูมิเองก็มีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวมีจริง อายุแค่ 17 ปีเอง แต่แรงเยอะมาก ว่างไม่ได้ ต้องเดาะบอลใส่ผนังห้องนอน เราแทบไม่เป็นอันนอนเลย เดาะตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง ตอนกลางคืน เปิดประตูไปถามเฮ้ยทำไรว่ะภูมิ น้องตอบว่า อ่อ!ผมเตะบอลอัดผนังครับ อายุ 17 ปี วัยกำลังเดาะบอลเลย(หัวเราะ) ไฮเปอร์มาก น่ารักอ่ะ ชอบภูมิเดาะบอล
ความน่าสนใจ และความสนุกสนาน ที่จะได้ชมในภาพยนตร์ “สูบคู่กู้โลก”
แรกเลยเราตั้งใจทำหนังตลก แน่นอนหนังตลกเราชอบโดยนิสัยแล้ว เปิ้ล กับ หม่ำ เราสองคนไม่ชอบเรื่องเครียด แต่ประเด็นที่เป้ ผู้กำกับ เขาบอกมาคือ พี่หม่ำ กับ เปิ้ล จะต้องเจอมนุษย์ต่างดาวนะ เราก็เฮ้ย!เอางั้นเลยหรอ แล้วมนุษย์ต่างดาวมีจริงเหรอ ด้วยความเชื่อของเป้ ผู้กำกับด้วย เขาทุ่มเทเวลาศึกษาและพูดคุยจากแหล่งข้อมูล ทั้ง ศ.ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน ผู้เชื่อ และติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้, พีท ทองเจือ ที่เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาว เขาพยามไปศึกษาอย่างจริงจัง และโดยส่วนตัวเป้ เขาก็มีความเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วด้วย มันน่าสนุกตรงที่ถ้ามนุษย์ต่างดาวมาโลกเรา แล้วเราจะคุยกับเขายังไง แล้วเปิ้ลกับหม่ำจะทำยังไง จะคุยหรือจะยิงให้ตายไปเลยดีนะ น่าสนใจตรงนี้แหละครับ พอได้ดูแล้วก็จะกลับมานั่งคิดกันต่อ ขนาดโลกเรายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้เลย แล้วทำไมก้อนหินดวงอื่นๆที่ล้อมรอบดวงอาทิตย์ในจักวาลเรานี้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบ้างล่ะ หรือเราอยู่กันไกลเกินไป ยานอวกาศเราไปไม่ถึงหรือเปล่า เออ!น่าคิดนะ
ฝากผลงาน สูบคู่กู้โลก
อยากให้ชมกันเยอะๆนะครับ เรามาร่วมใช้วิจารณญาณกันดู และลองถามตัวเองกันว่า เชื่อหรือไม่มนุษย์ต่างดาวมีจริง ไม่ใช่หนังสารคดี แต่เป็นหนังที่สนุก ที่มีสไตล์ความบันเทิง ตามแบบฉบับของผู้กำกับ เป้ นฤบดี รวมถึงนักแสดง พี่หม่ำ กับ เปิ้ล นักแสดงท่านอื่นๆ ...จำไว้นะ ต้องมาดูกันครับ
FYI: เปิ้ล นาคร
คุณเชื่อไหมมนุษย์ต่างดาวมีจริง
- กดไลท์ให้ล้านครั้ง เชื่อว่าต้องมีแน่นอน เพราะขนาดโลกเราเป็นก้อนหินก้อนนึงที่อยู่รายล้อมดวงอาทิตย์ ที่เราอุปโหลกเรียกันเองว่า โลก แล้วตั้งชื่อก้อนหินก้อนนั้นว่าดาวพฤหัส ดาวอังคาร ดวงจันทร์ แล้วก้อนหินก้อนนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย แล้วทำไมก้อนหินก้อนนั้นจะมีสิ่งมีชีวิตไม่ได้ล่ะ
มนุษย์ต่างดาวในจินตนาการของคุณเป็นแบบไหน
- คิดว่าน่าจะเป็นวุ้นๆ หน้าจะเหมือนเฉาก๊วย ดำๆหยุ่นๆเด้งๆดึ๋งๆ เขาเหนือมนุษย์ไปแล้ว ไม่ต้องใช้กระดูก ไม่ต้องใช้ผิวหนัง ไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อ แล้วไง เขาจะเป็นชากังราว ส่วนตาอาจจะอยู่ข้างในก็ได้เรามองไม่เห็น บางทีเราคิดว่าเขาต้องมีตาเหมือนมนุษย์ แต่เขาอาจจะไม่มี เขาเป็นเฉาก๊วย เชื่อดิมนุษย์ต่างดาวเหมือนเฉาก๊วย
ถ้าคุณได้เจอมนุษย์ต่างดาวตัวเป็นๆล่ะ
- อยากจะบอกว่าเรารักกันนะ อย่าเกลียดกันนะ เรามีความรู้สึกดีๆต่อกันนะ แล้วเขาก็จะงงๆ เพราะเขาเป็นเฉาก๊วย(หัวเราะ)...เรารักกันนะ อ่ะเฉาก๊วยน่ะ
วันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าคุณกลายเป็นมนุษย์ต่างดาว มีความสามารถก็อปปี้เป็นอะไรก็ได้ คุณจะเลือกก็อปปี้เป็น
- อยากเป็น.....นึกไม่ออกอ่ะ!
FB:
โปสเตอร์ “สูบคู่กู้โลก” กว่าจะฮา เล่นซะ “หม่ำ จ๊กม๊ก” ลมแทบจับ!
มาแล้วจ้า...โปสเตอร์สุดฮาจากภาพยนตร์ “สูบคู่กู้โลก” ที่เตรียมจ่อคิวฉาย 8 พฤศจิกายนนี้แล้ว โดยนายแบบสุดหล่อที่ปรากฏโฉมบนโปสเตอร์จะเป็นใครไปเสียมิได้ ถ้าไม่ใช่ คู่หูแสบซ่า “หม่ำ จ๊กม๊ก กับ เปิ้ล นาคร” พร้อมด้วยผู้ร่วมขบวนการ คู่พระเอก-นางเอก “ภูมิ รังษีธนานนท์” และ “แม็กกี้ อาภา” นอกจากนี้ยังมี ผู้กำกับเป้ นฤบดี ตามมาให้กำลังใจทีมนักแสดง กับการถ่ายโปสเตอร์ประกอบภาพยนตร์ในครั้งนี้ ณ Box Shot Studio
ซึ่งภารกิจของวันนี้เริ่มจากนักแสดงรุ่นพี่ “หม่ำ-เปิ้ล” ที่พอมาถึงก็ถูกจับเปลี่ยนเป็นชุดคาแร็คเตอร์สวมบทบาท จ๊อด-อี๊ด แห่งแก๊งสูบคู่ พร้อมเข้าฉากวาดลีลาการแอ็คท่าโชว์นักแสดงรุ่นน้องได้ชมกันก่อน ตั้งแต่มาดเท่ ยันมาดฮา แต่ท่าที่ทำให้ทั้งคู่ถึงกับเกิดอาการหอบขึ้นนั้น เป็นท่ากระโดดที่กว่าจะได้ภาพสวยถูกใจทีมอาร์ตไดเรคเตอร์นั้น กระโดดกันมิใช่น้อยๆ เลย โธ่! ไม่สงสารกันบ้างเลยอายุจะห้าสิบกันแล้วนะจ้ะ แต่ด้วยสปิริตนักแสดงขั้นเทพแล้วสั่งให้กระโดด หรือจะตีลังกา ก็พร้อมเสมอแหละน่า จากนั้นถึงคิวนักแสดงรุ่นน้องกันบ้างพระเอกหนุ่ม ที่ต้องร้องเพลงว่า ฉันมาไกล มาไกลเหลือเกิน มาจากต่างดาวนู้นน ภูมิ รังษี ธนานนท์ ด้วยท่าโพสต์มาดนิ่งๆ หล่อเนี๊ยบ ไม่ต้องใช้แรงงานเยอะอะไรมากนัก ทั้งที่อยากจะออกอาการโชว์ท่าฮา ฮา บ้าง นั่นเพราะว่าตัวจริงหนุ่มภูมิอยู่นิ่งๆ เป็นกับเขาที่ไหนกัน ทีมงานถึงขั้นการันตีว่าซนเหมือนลิงเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วยสาวน้อยสวยใสสไตล์ยูทิป แม็กกี้ อาภา พอจะทำให้ทีมงานกระชุ่มกระชวยในการทำงานขึ้นมากันบ้างกับลีลาโพสต์ท่าน่ารัก น่าหยิกซะจริงเชียวนะ ด้านผู้กำกับเป้ นฤบดี ก็ขอแอบตามมาถึงสตูดิโอถ่ายทำ เพื่อแอบดู เอ้ย!เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมนักแสดงกันสักหน่อย ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน หม่ำ จ๊กม๊ก เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายโปสเตอร์ในครั้งนี้ว่า
“สำหรับเรื่องนี้ผมรับบทเป็น จ๊อด แฮนด์ลิง ส่วนเปิ้ลเขารับบทเป็น อี๊ด ที่คอยแต่จะหาเรื่องมาให้เราตลอดเวลา ซึ่งตัวจริงๆ เปิ้ลก็เป็นแบบนั้นแหละคอยหาเรื่องมาให้ (ตึงโป๊ะ!) เราต้องเล่นเป็นคู่หูกัน แล้วก็มีหลานชื่อ ป๋อง ที่มักจะชอบทำตัวแปลกๆ หนังเรื่องนี้เป็นจะเป็นแนวคอมิดี้-ไซไฟ ที่มีมนุษย์ต่างดาวร่วมแสดงด้วยในเรื่องนี้ ส่วนวันนี้มาถ่ายโปสเตอร์ ทีมงานสั่งให้กระโดด กระโดดกันจนหอบ อารมณ์เหมือนวิ่งหนีมนุษย์ต่างดาว แต่ผมว่าคล้ายๆ วิ่งหนีปอปมากกว่านะ (ยิ้ม) ภาพจะออกมาเป็นยังไงต้องดูกันเองครับ ส่วนหนังจะเข้าฉาย 8 พฤศจิกายนนี้ ก็ฝากติดตามกันด้วย ฮาแน่”
ส่วน เปิ้ล นาคร ขอแอบแซวรุ่นพี่หม่ำ พร้อมทิ้งท้ายฝากผลงานว่า “เพราะว่าเป็นภาพยนตร์ที่ออกแนวตึงตังที่ต้องผจญกับมนุษย์ต่างดาว จึงต้องวิ่งหนีบ้างต่อสู้กันบ้างครับ ขนาดน้องภูมิ น้องแม็กกี้ กระโดดยังเหนื่อยเลยครับ แล้วคนอายุปูนนี้แบบพี่หม่ำจะไม่เหนื่อยได้ไง ฝากติดตามด้วยครับ เปิ้ลกับพี่หม่ำจะกู้โลกกันอย่างไร ชีวิตตัวเองยังกู้แทบไม่ได้แต่ดันทะลึ่งจะกู้โลกกัน ต้องดูให้ได้นะครับ”
ภาพยนตร์ “สูบคู่กู้โลก” นำทีมโดย “หม่ำ จ๊กม๊ก-เปิ้ล นาคร” ที่จะชวนคุณพร้อมใจกันกู้โลกด้วยเสียงหัวเราะ 8 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version