ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง “จัน ดารา” 6 กันยายน 2555

<< < (9/10) > >>

FB:
          พอมาเจอพี่ตั๊ก กับพี่หญิงก็คือสองคนนี้คือจะรู้จักพร้อมๆ ไล่เลี่ยกัน พี่ตั๊กอาจจะก่อนนิดหน่อย แต่ก็จะสนิทสนมในระดับประมาณใกล้ๆ เคียงกัน จะเจอกันที่บ้านหม่อม มีการซ้อมการพูดคุยกัน และก็เหมือนเราใช้เทคนิคนี้ได้ ก็คือเราจะเป็นคนที่ค่อนข้างโดยส่วนตัวจะเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวที่จะเข้าไปคุยกับผู้หญิงจะค่อนข้างมีระยะห่าง แต่พอคุยกันไปเรื่อยๆ เนี่ยมันจะเริ่มสนิทสนมกันขึ้นเองตามธรรมชาติของมนุษย์ แต่ว่าเวลาที่ถ่ายทำ “จันดารา” เนี่ย ผมกลับใช้เทคนิคตรงที่ยังไม่ค่อยสนิทกัน ยังเป็นเพิ่งเริ่มรู้จักกัน ผมจะเอาเทคนิคตรงนี้มาใช้ที่ไม่ค่อยจะกล้าที่จะเข้าไป ค่อนข้างที่จะมีระยะห่างตรงนั้น เพราะว่าในเรื่องเนี่ยผมเป็นคนรับใช้ พี่ตั๊กก็เหมือนเป็นหนึ่งในหัวหน้าในบ้าน พี่หญิงก็เป็นหนึ่งในหัวหน้าในบ้าน จะใช้เป็นเทคนิคตรงนั้นมาช่วย เราใช้ความเกรงใจ ใช้ระยะห่างตรงนั้นมาเป็นเทคนิคที่เล่นในบ้านครับ
อีกคนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ โชจังที่เป็นนักแสดงจากญี่ปุ่นครับ ก็ตอนแรกก็คิดว่าเราจะไปคุยกับเขารู้เรื่องเหรอ หรือว่าเขาจะมาคุยกับเราหรอ เขาเหมือนคุยกันคนละภาษา และเขาก็พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่โชเป็นคนที่เฟรนด์ลี่มากจริงๆ และก็จะจะชวนคุยอยู่ตลอดเวลา แม้จะผ่านล่ามก็แล้วแต่ เขาจะคอยคุยคอยเล่นอะไรกับผมตลอดเวลา จะมีอะไรมาแกล้ง แกจะชอบพูดบอกว่าผมหน้าตาเหมือนนักร้องที่ญี่ปุ่น แกก็จะชอบเอารูปมาให้ดูว่าเหมือนไหมๆ เหมือนใช่ไหมๆ ก็จะหาอะไรแบบนี้มาเล่นมาพูดคุยด้วยตลอดเวลา ทำให้เราสนิทกันค่อนข้างมาก โดยที่ภาษาหรือว่าอะไรเนี่ยไม่เป็นอุปสรรคเลย อย่างที่บอกว่าแกเป็นคนที่เฟรนด์ลี่และนิสัยดีมาก อยู่ด้วยแล้วแบบยิ้มตลอดเวลา เพราะแกจะชวนคุยเรื่องตลก ชวนคุยเรื่องนู่นเรื่องนี้ เรื่องว่าเคยไปญี่ปุ่นไหม เคยอะไรไหมตลอดเวลา อยากให้ไปอะไรอย่างนี้ครับ พอได้ทำงานร่วมด้วยแล้วรู้สึกดีมากและก็เป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงญี่ปุ่นนักแสดงต่างประเทศอะไรอย่างนี้ มาพูดคุยกับเรามาสนิทสนมกับเราด้วยก็ยิ่งเป็นเกียรติกับผมมากยิ่งขึ้น

          กรทำงานร่วมกับหม่อมน้อยเป็นอย่างไรบ้าง
          การร่วมงานกับหม่อมก็ดีครับคือ หม่อมเวลาที่ทำงานร่วมงานด้วยกับสอนจะแตกต่างกันพอสมควรครับ แต่เราก็จะมีประสบการณ์มาแล้วแหละจากเรื่องอุโมงค์ผาเมือง ที่เคยร่วมงานกับหม่อมมา ถึงแม้ว่าจะประมาณสี่ห้าฉากแต่ว่าทั้งเรื่องผมก็จะไปอยู่ด้วยกับกองทั้งเรื่องเลย คือเราจะเห็นอยู่แล้วล่ะว่าการทำงานของหม่อม และก็ช่วงเวลาที่หม่อมทำงานเนี่ยจะเป็นยังไง จะดูตรงนั้นแล้วเราไม่ไปกวน เหมือนมีระยะห่างอีกแบบหนึ่งตอนที่เรียนแอ็คติ้ง จากตอนที่เรียนแอ็คติ้งจากบ้านหม่อมก็จะเรามีอะไรเราก็สามารถพูดคุยได้ตลอดเวลา แต่พอเวลาทำงานจริงเนี่ย เราต้องดูช่วงเวลาด้วยว่าเวลาไหนเหมาะ เวลาไหนไม่เหมาะ เพราะว่าบางทีหม่อมอาจจะบรีฟทีมงานอยู่ อาจจะบรีฟนักแสดงคนอื่นอยู่ เราก็ต้องรอคิวรอคอยจังหวะครับ ส่วนตัวผมแล้วอย่างที่บอกคือเราได้เรียนแอ๊คติ้งจากหม่อมมาเป็นปีที่สี่แล้ว เราก็รู้นิสัยแกค่อนข้างมาก และก็ก่อนหน้าที่จะถ่ายทำก็มีการซ้อมค่อนข้างเยอะ ทำให้ปัญหาของการถ่ายทำเนี่ยน้อย เวลาหม่อมถ่ายทำก็จะบรีฟค่อนข้างน้อย เพราะว่าเรารู้กันอยู่แล้วว่าในฉากนี้ความต้องการของเคนเป็นอะไร ต้องการอะไร ฉากนี้จะสื่อออกมายังไงเรารู้อยู่แล้ว บางทีถ้าเกิดเราเล่นออกมาแล้วมันไม่เหมาะสม มันน้อยเกินไป มันมากเกินไป หม่อมก็จะเข้ามาบรีฟว่า เพิ่มความต้องการอันนี้อีกหน่อยนะหรือว่ามันมากเกินไปลดลงหน่อย คือเราจะใช้เทคนิคแค่นี้พูดคุยกับหม่อมในเวลาถ่ายทำ และก็เวลาถ่ายทำเสร็จก็จะมานั่งพูดคุยกันถึงสิ่งที่ถ่ายซีนวันนั้นว่าเป็นยังไง พอใจระดับไหน ควรจะแก้ตรงไหนบ้าง เราก็จะมาพูดคุยหลังจากเลิกกองวันนั้นมากกว่า

          ฉากประทับใจ
          ฉากที่ผมชอบที่สุดและก็อินมากที่สุดก็คือเป็นฉากเดียวกันเลย คือเป็นฉากที่ผมคุยเรื่องผู้ชายกับคุณจัน คือเคนจะคุยเรื่องเหมือนเป็นเรื่องการเปิดซิง การมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงกับคุณจัน และคุณจันจะไม่เคย เราก็จะพูด ยุ แหย่ แกล้งให้เขาอยากลอง ให้เขาไปลองดู คือเป็นซีนนั้นที่ค่อนข้างยาวด้วย ฉากนั้นบทประมาณห้าหน้าที่ผมต้องพูดคนเดียว แต่ว่าโชคดีคือการซ้อมฉากนี้พูดได้เลยว่าเป็นฉากที่ผมซ้อมมากที่สุด และก็ตั้งใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เวลาว่างวันไหนเนี่ยเราจะเข้าไปซ้อม หม่อมก็จะเน้นฉากนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าหนึ่งเลยคือบทยาวมากห้าหน้า ตอนแรกกลัวมาก คนบ้าอะไรจำบทห้าหน้าได้วะ พูดคนเดียวด้วย บางทีมาริโอ้ก็ตอบนะครับว่า “เหรอ”, “จะเป็นอย่างนั้นจริงหรอ”, “และใครมันจะยอมล่ะ” คือเป็นประโยคนิดๆ แต่เราเนี่ยสี่ห้าประโยค โอ้ ตายๆ ขอบทกลับไปท่องได้ไหมครับหม่อม ผมจะไปท่องจะพยายามท่องเลย หม่อมบอกว่าไม่ต้อง ไม่ต้องกลับไปท่อง เชื่อหม่อม ซ้อมบ่อยๆ เดี๋ยวมันเข้าหัวเองและก็จะเป็นธรรมชาติมากกว่า เราก็เชื่อหม่อม เวลาถึงบ้านหม่อมซ้อม เดินเอามือปิดประตูออกจากหม่อม ปิดประตูรถ ลืมไปเลยว่าเราซ้อมอะไรมา ลืมบทนั้นไปเลย ไอ้ห้าหน้านั้นลืมไปให้หมด กลับเข้าบ้านหม่อมซ้อมใหม่ ออกจากบ้านลืม ทำอย่างนี้เป็นเวลาตั้งแต่ซ้อมตอนแรกยันก่อนเปิดกล้อง ซ้อมบทนี้เรียกได้ว่าบ่อยมาก ตั้งใจมากและก็กดดันมาก และก็เรียกได้ว่าทุกอย่างเนี่ยทุ่มกับฉากนี้สุดๆ เลย อยากให้มันออกมาดีที่สุดครับ และเวลาพอถ่ายทำจริงๆ เนี่ยใช้เวลาถ่ายทำแป๊ปเดียว ตอนแรกคิดจะนาน แต่ห้าหน้าแป๊บเดียวเสร็จคืนนั้น แบบสี่ห้าทุ่มเลิกละ เพราะว่าถ่ายเร็วมาก ด้วยความที่เราซ้อมมาก่อนค่อนข้างเยอะ และก็ตั้งใจมาก แต่ว่าพอเวลาถ่ายทำจริงเนี่ย เราก็ใช้เทคนิคเดิมที่หม่อมสอนให้ลืมให้หมด ลืมบทไปเลย ห้าหน้าก็ลืมมันให้หมด ห้า สี่ สาม สอง แอ็คชั่น เราก็พลิ้วตามของเราไปเลย ตอนซ้อมในห้องคือเราปรับมาแล้วค่อนข้างเยอะ การบล็อคกิ้งต่างๆ ความคิดของเราที่จะพูดถึงคำๆ นี้ พูดถึงฉากๆ นี้ พูดถึงประโยคนี้ เราได้ไตร่ตรองและคิดมาแล้ว พอถ่ายทำจริงมันก็ราบรื่นแป๊บเดียวเสร็จ เป็นฉากที่ประทับใจมากและตั้งใจมากอยากให้ลองชมฉากนี้มากๆ เลยครับ

          ความน่าสนใจและความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้
          ความน่าสนใจและโดดเด่นผมว่าหลายจุดมากนะครับ อย่างแรกเลยคือตัวละครที่ผม และมาริโอ้เล่นตั้งแต่เด็กยันแก่ นั่นก็เป็นจุดน่าสนใจว่านักแสดงอย่างเราจะทำได้ไหมเป็นการท้าทายที่สูงมาก สูงสุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ บทนี้เป็นบทที่ยากที่สุดเท่าที่เคยรับมาเลยก็ว่าได้ มันท้าทายมากและก็น่าสนใจมาก รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีช่วงระหว่างระอายุมากนักเท่าผม สิบเจ็ดยันเก้าสิบหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเมื่อดำเนินเรื่องผ่านไปแล้วเนี่ย อย่างพี่ตั๊ก พี่หญิง พี่เจี๊ยบ และคนอื่นๆ ช่วงเวลามันก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน อาจจะไม่ได้เปลี่ยนเป็นหกสิบปีเหมือนผม แต่ว่าสิบปีเนี่ยคนเรามันก็มีการเปลี่ยนเหมือนกัน ทำให้คาแร็คเตอร์ของตัวละครแต่ตัวละตัวมันค่อนข้างที่จะแตกต่างกันมาก และก็แต่ละช่วงเวลามันก็แตกต่างกันไปอีก ทำให้คาราคเตอร์ของตัวละครนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากตลอดเวลา อยากให้ลองชมตรงนี้ว่ามันแตกต่างกันยังไง มันพลิกกันยังไง อยากให้ติดตามจุดที่น่าสนใจจุดนี้
          อีกจุดหนึ่งก็คือไม่พูดก็ไม่ได้คุณโชที่เป็นนักแสดงญี่ปุ่นที่มาเล่นด้วยครับ ก็คือการที่เราจะสื่อสารมันค่อนข้างยากอยู่แล้ว ตอนแรกหม่อมบอกว่าให้พูดภาษาญี่ปุ่นก็ได้เดี๋ยวไปพากย์ทับเอา แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร เขาจะท่องภาษาไทยมา พูดเป็นคำภาษาไทยแต่ว่าอาจจะไม่ชัด แต่พอเวลาพากย์แล้วเนี่ยปากมันตรงเขาบอกว่าจะเนียนกว่า มันจะสวยกว่า งานมันจะออกมาดีกว่า ซึ่งเขาทุ่มเทกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก มันเป็นจุดที่ผมว่าเป็นตัวอย่างนักแสดงเลยก็ว่าได้ที่มีความตั้งใจที่จะเล่นหนังหรือว่าอาจจะไม่ใช่เป็นตัวอย่างของนักแสดงอย่างเดียว เป็นตัวอย่างของคนทำงาน เป็นบทเรียนของทุกๆ คนว่า อะไรที่เรามีความตั้งใจหรืออยากจะทำมันแล้วเนี่ยไม่ว่าอะไรเราก็ทำได้ ไม่มีอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจและก็ใส่ใจกับมันจริงๆ นั้นก็เป็นจุดที่น่าสนใจที่สอนเราอยู่ตลอดเวลาที่ทำหนังเรื่องนี้ครับ
          และอีกอันก็คือเรื่องฉาก ผมบอกได้เลยว่าตอนแรกเลยเนี่ย ที่ผมไปถ่ายทำที่บ้านไก่คู่ ที่ราชบุรีเนี่ย ก็บ้านสมัยก่อนปกติ หลังใหญ่ๆ มีเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ มีมุมห้องเป็นแบบสมัยก่อนมีห้องหลายๆ ห้อง ห้องน้ำก็สมัยก่อน ตามความคิดผมว่าก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าบ้านอื่น แต่พอเวลาผ่านกล้องแล้วเนี่ย เฮ้ย...ทำไมมันสวยจัง ทำไมมันสวยขึ้น มันเป็นบ้านสมัยก่อนแต่มันมีความทันสมัย ผมอยากให้ไปดูว่ามันเป็นบ้านหลังนี้มันถ่ายละครก็หลายเรื่อง ถ่ายหนังก็หลายเรื่องแล้วเนี่ย แต่เวลาผมดูผ่านกล้องแล้วเนี่ย ผมลืมเรื่องอื่นไปเลย ผมว่ามุมที่หม่อมเลือกมันค่อนข้างจะแหวกแนวแตกต่างจากละครและก็หนังเรื่องอื่นๆ ที่เคยมาถ่ายทำ มันทำให้บ้านหลังนี้เป็นเหมือนบ้านของคุณหลวงวิสนันท์จริงๆ ในเรื่องเลย เพราะว่าไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนและก็สวยงามมาก รวมถึงพร็อพต่างๆ ที่เข้ามาแต่งเติมเสริมแต่งในเรื่องนี้สร้างขึ้นมาใหม่ การทาสีบ้านใหม่หรือว่าพร็อพเล็กๆ น้อยๆ ในสมัยก่อนที่เป็นของกระจุกกระจิกมาใส่ล้วนแต่งเติมให้ฉากนั้นดูอลังการมากยิ่งขึ้น ก็เป็นจุดที่น่าสนใจมากอีกจุดหนึ่ง
          ความน่าสนใจของเนื้อเรื่องเลยเนี่ย มีคนมาถามผมว่าหนังเรื่องนี้ประเภทไหน จะว่าเป็นอีโรติก มั้ยมันก็เป็น เป็นดราม่ามั้ยมันก็เป็น มีแอ็คชั่นก็มี คอเมดี้ก็มี มันพูดไม่ถูกเลยว่าเป็นหนังประเภทไหนกันแน่ ผมว่ามันมีอะไรหลายๆ เข้ามาผสมกันในเรื่องเดียวกัน และเป็นการผสมผสานที่ลงตัวมาก และก็ในบทที่หม่อมเขียน เป็นการตีความของหม่อม ความน่าสนใจของมันอีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องมันดำเนินไปเรื่อยๆ ในส่วนของการแก้แค้น คุณหลวงต้องการจะแก้แค้นครอบครัวนี้ก็เลยทำแบบนี้ พอเกิดปัญหากับคุณหลวงก็โดนแก้แค้นคืน เป็นการเอาคืนกันแบบเขาเรียกว่าเป็นการรับกรรมก็ได้แบบทันใจ แบบยังไม่ทันตายเลยชาตินี้เราต้องรับกรรมที่เราทำมาแล้ว เป็นหนังที่สะท้อนชีวิตของมนุษย์มากที่ทำให้เราเข้าไปส่องกระจกก่อนดูว่าเราเป็นแบบนี้หรือเปล่า เรามีจิตไม่ดีคิดแบบนี้หรือเปล่า ส่วนใหญ่ในเรื่องจะเป็นการสอนที่ตัวอย่างของในความไม่ดีออกมาให้คนเห็น ซึ่งตรงเนี่ยเป็นสิ่งที่เอากลับไปคิด เอากลับไปพิจารณาดูแล้วไม่ทำมัน ไม่ใช่ออกมาในหนังแล้วอยากให้ทำ แต่เป็นสิ่งที่ออกมาในหนังแล้วอยากให้กลับไปคิดและไม่ทำว่าอันนี้คือตัวอย่างที่ไม่ดีนะ คุณอย่าแก้แค้น การจองเวร การจองล้างจองผลาญกันระหว่างมนุษย์ด้วยกันเนี่ย มันทำให้คนที่ถูกจองเวรจองกรรมต่อกันเนี่ย เขาก็ไม่มีความสุขหรอก เราที่ไปจองเวรจองกรรมเขา เราเองก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน และทำไปเพื่ออะไร สุดท้ายแล้วเนี่ยพอดูหนังจบแล้วเราจะเห็นว่า สุดท้ายแล้วคนที่เป็นแบบนั้นเนี่ยก็ไม่เหลืออะไร ก็เหลือแต่ตัวคนเดียวที่โดดเดี่ยวและก็รอความตายไปวันๆ แตกต่างจากอีกคนหนึ่งที่มองโลกในแง่ดี มีลูก มีหลาน มีคนรัก ทำงานสุขภาพแข็งแรง สภาพจิตใจดี พอแก่ตัวไปก็มีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนที่รักคอยดูแล มีความสุข จนวันสุดท้ายของชีวิตก็ยังมีความสุขอยู่ต่างจากอีกคนโดยสิ้นเชิง

          ความคาดหวังในหนังเรื่องนี้
          คาดหวังอะไรมั้ยมันก็ต้องมีบ้างนะครับเรื่องนี้ แต่ว่าหม่อมก็บอกเหมือนกันว่าอย่าพยายามคาดหวังอะไรมาก เพราะว่าถ้าเราคาดหวังมากมันก็จะเสียใจมาก แต่ว่าถามแล้วว่าปกติมนุษย์เนี่ยมันก็ต้องคาดหวังอยู่แล้วล่ะ เพราะว่ามันเป็นหนังเรื่องแรกเต็มๆ ตัวของเราด้วย และก็เราค่อนข้างตั้งใจ และก็ซ้อมกับมันมากเป็นพิเศษ และก็อย่างที่บอกว่าการเตรียมตัวเราเตรียมตัวเยอะมากก่อนหน้าห้าเดือนที่จะเปิดกล้องทั้งซ้อมบท ทั้งคิวบู๊ ฟิตเนส ทั้งคุมอาหารทุกอย่าง คือเราลงกับมันเกินร้อยมากๆ ก็อยากให้มันออกมาดีที่สุดและพอถ่ายออกมาแล้วเนี่ยได้ตามที่เราและหม่อมคิดไว้พอสมควร หลังจากนั้นเราได้มาคุยกับหม่อมครับ หม่อมก็พอใจในระดับหนึ่ง ผมว่าความคาดหวังของผมมันก็ถือว่าผ่านไปในระดับหนึ่งแล้ว เพราะว่าถ้าหม่อมบอกว่าผมสามารถเป็นเคน กระทิงทองได้แล้วเนี่ย ผมสามารถเข้าไปเป็นตัวละครคาแร็คเตอร์ตัวนี้ได้ ก็ถือว่าผมประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ไปก้าวหนึ่งแล้วแค่นี้ผมก็ภูมิใจมากแล้วที่ได้เล่นเรื่องนี้และก็ทำออกมาเป็นที่น่าพอใจ เป็นเคน กระทิงทองที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วครับ

FB:
“หม่อมน้อย” จัดเต็มฉากอีโรติก “จันดารา” เกจินู้ด ยืนยันเลิฟซีนไม่อนาจาร



          ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากว่าฉากอีโรติกหรือเลิฟซีนในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “จันดารา” (ปฐมบท-ปัจฉิมบท) จะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีล้นจอจนกลบประเด็นหลักที่เป็นเนื้อแท้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปหรือไม่ ผู้กำกับชั้นครู “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” พร้อมด้วยเกจินู้ด “นิวัติ กองเพียร” ก็ได้ออกมาพูดถึงและยืนยันถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจนว่า ฉากเลิฟซีนมันเป็นส่วนสำคัญสำคัญส่วนหนึ่งของเรื่อง มันต้องมีแน่ๆ แต่ทุกฉากที่ออกมาล้วนแล้วแต่มีความหมายและเจตนารมณ์ในการนำเสนอที่งดงามเป็นศิลปะและไม่อนาจารแต่อย่างใด

          (หม่อมน้อย) “ฉากเหล่านี้ต้องมีแน่ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันเป็นส่วนสำคัญต่อเรื่องราวและบ่งบอกลักษณะนิสัยตัวละคร และมีผลกระทบต่อตัวละครมาก และทุกฉากเลิฟซีนเหล่านี้จะมีความหมายหมด คือเรื่องนี้จะมีฉากอีโรติกมากมายจริงๆ มากกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ ด้วยซ้ำ และก็แฝงความหมายที่ไม่เหมือนกันเลย แต่ละฉากมีจุดประสงค์ของมัน บางฉากเพื่อการแก้แค้น บางฉากเพื่อจะต่อรองทางการเมือง บางฉากทำเพื่อความสนุก บางฉากทำเพื่อความรักอะไรทำนองนี้ จะบอกว่าโป๊ก็โป๊จริงๆ แต่ผมก็ตั้งใจถ่ายทอดความงามด้านวรรณศิลป์ในหนังสือให้ออกมาเป็นความงามของหนังในทุกๆ องค์ประกอบของหนัง และนักแสดงในฉากอีโรติกนี้ก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่จริงๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามเป็นศิลปะที่สุดและเหมือนจริงที่สุด เราต้องการทำหนังคลาสสิก เป็นศิลปะ เราไม่ต้องการทำหนังยั่วยุทางกามารมณ์ แม้จะพูดถึงเรื่องกามารมณ์เยอะมากก็ตาม แต่จริงๆ แล้วมันน่าจะเป็นกระจกสะท้อนให้คนที่ได้ชมแล้วบางทีอาจจะเห็นตัวเองในหนังเรื่องนี้ก็เป็นได้ เพราะโดยเนื้อแท้แล้วมันพูดถึงธรรมชาติของมนุษย์เราดีๆ นี่เอง”

          (นิวัติ) “คุณต้องไปดูหนังเรื่องนี้เลยครับ โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่จะถ่ายทอดไปสู่สังคมไทย หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ปอกเปลือกสังคมไทยอย่างแท้จริง ผมเห็นธรรมชาติเนื้อแท้ของมนุษย์ที่ถูกถอดออกมาได้อย่างดีมาก ถอดออกมาด้วยความงาม ไม่ใช่แค่ความรู้สึกหรือแค่ความสามารถเท่านั้น ผมว่าเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย ผมดูแล้วผมรู้สึกได้ถึงทุกอย่างที่อยู่ในนั้น มันทำให้ผมนิ่งได้ หนังเอาผมอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ พอดูจบผมบอกหม่อมเลยว่า ฉากสังวาสทั้งหมดในหนังไม่ได้ทำให้ผมเกิดอารมณ์ทางเพศเลย เพราะอะไร อย่าเพิ่งงงนะครับ เพราะหนังอะไรก็แล้วแต่ที่มีฉากประเภทนี้แล้วทำให้คนดูรู้สึกทางเพศมันก็คือหนังอนาจาร แต่กับเรื่องนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ผมเห็นแต่ความสวยงามในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าคุณสามารถทำได้อย่างนี้แล้ว คนก็จะเข้าใจกันได้ว่าธรรมชาติของการสังวาสมันคือความงดงาม เรื่องนี้มันจะมีการสังวาสในทุกรูปแบบเพื่อจะให้เราได้เกิดการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้สื่อออกมาให้เป็นความอนาจารแต่อย่างใด”

          “จันดารา ปฐมบท” พร้อมเผยจุดเริ่มต้นแห่งฉากอีโรติกที่มาพร้อมเนื้อหาสาระ 6 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

FB:
“จันดารา ปฐมบท” เปิดรอบปฐมทัศน์โลกสุดยิ่งใหญ่ กองทัพสื่อมวลชน-คนบันเทิงแห่ชมแน่นขนัด








    
           ในที่สุด “จันดารา ปฐมบท” ภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์ที่มีผู้ชมรอคอยมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดรอบปฐมทัศน์โลก (World Gala Premiere) สุดยิ่งใหญ่ไปแล้วเมื่อค่ำคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน, คนบันเทิง และแขกรับเชิญผู้ทรงเกียรติหลากหลายแขนงที่มาร่วมชมกันอย่างคึกคักจนโรงกว้างขวางดูแคบไปถนัดตา

          เริ่มเปิดงานด้วยการเดินพรมแดงสุดตระการตาของเหล่านักแสดง นักร้อง คนบันเทิงที่มาร่วมให้กำลังใจในภาพยนตร์เรื่องนี้กันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น สินจัย เปล่งพานิช, ถกลเกียรติ วีรวรรณ, นพพล โกมารชุน, ปรียานุช ปานประดับ, ธีรภัทร์ สัจจกุล, อรุโณชา ภาณุพันธุ์, แอฟ-ทักษอร เตชะณรงค์, เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร, อรนภา กฤษฎี, นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี, สมศักดิ์ ชลาชล, โดม-ปกรณ์ ลัม, พรชิตา ณ สงขลา, แบงค์-ปรีติ บารมีอนันต์, เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ, คิว วงฟลัวร์-สุวีระ บุญรอด, มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์, พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร, เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี, ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, สน-ยุกต์ ส่งไพศาล, วิว-วรรณรท สนธิไชย, ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล, ดารณีนุช โพธิปิติ รวมถึง แก๊ง The Star-อาร์, แก้ม, สิงโต, กัน, ตูมตาม, โดม, แกรนด์, โตโน่, ซิลวี่, กวาง, แอมป์, แกงส้ม, ฮั่น, แคน, ฮัท, เฟรม, สต๊อป ฯลฯ

ต่อด้วยการเปิดตัวสุดยอดทีมนักแสดงนำจันดาราด้วยการเดินพรมแดงทีละคู่สู่เวทีใหญ่ คือ รัดเกล้า อามระดิษ-ปิยะ เศวตพิกุล, สาวิกา ไชยเดช-ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, บงกช คงมาลัย-อเล็กซ์ ทวีศักดิ์ ธนานันท์, รฐา โพธิ์งาม-ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, โช นิชิโนะ-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, มาริโอ้ เมาเร่อ-ศิเรมอร อุณหธูป (ทายาทคุณประมูล อุณหธูป เจ้าของบทประพันธ์) และปิดขบวนด้วยผู้กำกับชั้นครู ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล

          จากนั้นจึงเป็นการเปิดแชมเปญเฉลิมฉลองโดยประธานในพิธี หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร, แขกผู้มีเกียรติ, ผู้กำกับ, นักแสดง และทีมงานภาพยนตร์ ก่อนที่จะถ่ายภาพรวมเป็นที่ระลึกร่วมกัน

          ปิดงานด้วยการโชว์เพลง “เมื่อไหร่จะให้พบ” โดย หญิง รฐา ที่แสนไพเราะเป็นการส่งท้ายงานอย่างน่าประทับใจ

          “จันดารา ปฐมบท” พร้อมปลดเปลื้องเปลือกของมนุษย์ด้วยวิปริตแห่งกรรมตัณหา 6 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

FB:
“ตั๊ก บงกช” สุดปลื้ม ทุกเสียงชื่นชม “สุดยอดการแสดงแห่งปี” ใน “จันดารา ปฐมบท”



          หลังจาก “จันดารา ปฐมบท” ออกฉายไม่ทันไรก็เรียกกระแสชื่นชมจากคนดูถึงความสนุกและคุณภาพของหนังในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันในการแสดงสุดท้าทายของนักแสดงสาวมากฝีมือ “ตั๊ก บงกช คงมาลัย” ในบท “น้าวาด” ผู้เลี้ยงดูจัน ดาราซึ่งกำพร้าแม่ตั้งแต่เกิดว่าเป็น “สุดยอดการแสดงแห่งปี” เลยทีเดียว

          สาวตั๊กได้พูดถึงเสียงตอบรับในครั้งนี้ว่า
          “ดีใจมากค่ะที่ส่วนใหญ่ชอบการแสดงของตั๊กในเรื่องนี้ มันเหมือนเป็นกำลังใจให้ตั๊กที่จะทำงานชิ้นต่อๆ ไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พูดไปแล้วบทนี้เป็นบทที่ยากนะคะเพราะต้องเก็บรายละเอียดของตัวละครอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็แสดงออกมามากไม่ได้ ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ ส่วนที่หลายคนสงสัยกันว่าทำไมตั๊กถึงกล้าแสดงบทที่ต้องโชว์สรีระมากขนาดนี้ ตั๊กบอกได้เลยว่าตั๊กเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวหม่อมน้อยว่าไม่ทำให้ภาพออกมาดูไม่ดีแน่ๆ เราต้องมองข้ามจุดนั้นไปให้ได้ อีกอย่างตั๊กเป็นนักแสดงก็ต้องทุ่มเทและเต็มที่กับมัน เราต้องคิดและเป็นตัวละครตัวนี้ให้ได้จริงๆ ซึ่งผลที่ออกมาก็ได้พิสูจน์ตัวของมันเองแล้ว

          ตั๊กต้องขอขอบคุณหม่อมน้อยที่เชื่อในตัวตั๊กและมอบบทที่ดีบทนี้มาให้แสดง ทำให้ตั๊กกลับมายืนบนสายการแสดงนี้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ขอบคุณทีมงานและเพื่อนนักแสดงที่ร่วมกันสร้างทุกตัวละครให้ออกมามีสีสัน ขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ ที่เข้าใจในจุดยืนทางการแสดงของตั๊ก ทำให้ตั๊กมีพลังที่จะก้าวเดินและสร้างผลงานที่ดีต่อไป ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

          “จันดารา ปฐมบท” พร้อมให้ผู้ชมพิสูจน์ทุกคุณภาพแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

FB:
กระแสบวกทะลัก!!! “จันดารา ปฐมบท” หลากหลายเสียงคนดังชื่นชมคุณภาพ หนังดูสนุก ครบรส ได้แง่คิด ห้ามพลาด


 
          เหล่าคนบันเทิงที่เพิ่งได้ชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “จันดารา ปฐมบท” ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กับรอบปฐมทัศน์โลก (World Gala Premiere) ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันถึงคุณภาพคับจอในทุกๆ องค์ประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ “ดูสนุก ครบรส ได้แง่คิด งานสร้างตระการตา สุดยอดการแสดงและการกำกับ” ถือเป็นภาพยนตร์แห่งปีที่ไม่ควรพลาดในการชม

          (นก สินจัย) “เป็นหนังที่สวยงามน่าติดตามชมมากเลยค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าพี่น้อยจะตีความหรือขยายเรื่องไปทางไหน แต่พอมาดูแล้วพาเราให้ติดตามได้โดยไม่อยากให้จบเลย นกยังไม่พูดถึงตัวจันดาราดีกว่าเพราะรู้ว่าต้องมีอะไรอีกเยอะในภาคต่อไป ส่วนภาคนี้นกชอบน้าวาด นกว่าตั๊กทำได้ดี มีความเป็นธรรมชาติ ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็ดีเช่นกันค่ะ นกว่าคนเราต่างก็มีรายละเอียดในจิตใจนะคะ คือหนังมันทำให้เห็นว่าที่มาที่ไปของคน การเลี้ยงดู สายเลือดมันก็มีผลต่อการเติบโต เราก็สงสัยว่าทำไมต้องพูดถึงเรื่องเซ็กส์มันมีอะไรนักหนา แต่พอเรามาดูแล้วก็เข้าใจ ส่วนหนึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของปมอะไรบางอย่างในจิตใจที่มันนำไปสู่การเอาออกมาในรูปแบบหนึ่ง ก็เลยเข้าใจว่า อ๋อ ทำไมจันดาราถึงต้องพูดถึงเรื่องเซ็กส์ ตอนเด็กๆ เคยอ่านหนังสือก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดแต่เรื่องเซ็กส์ มันสำคัญหรือต้องพูดถึงขนาดนี้เลยเหรอ พอมาดูหนังของพี่น้อยก็รู้สึกว่ามันขยายละเอียดขึ้น ทำให้เข้าใจถึงที่มาที่ไปมากขึ้น พอดูจบก็อยากดูภาคสองต่อเลยว่ามันจะเป็นยังไงต่อไปค่ะ”

          (บอย ถกลเกียรติ) “ดูแล้วสงสารชะตาชีวิตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งมากๆ ครับ การแสดงของทีมนักแสดงทำได้ดีมากๆ นะครับ มาริโอ้และนิว ชัยพลแสดงกันเก่งมากๆ และสิบนาทีสุดท้ายนี่ตรึงเราอยู่จริงๆ ครับ แล้วก็อยากดูตอนต่อไปแล้วครับว่าชะตาชีวิตของเขาจะไปเจออะไรอีก”

          (เอกชัย เอื้อครองธรรม) “รู้สึกประทับใจหนังมากครับ ประทับใจความสมบูรณ์แบบในองค์ประกอบหนัง มีความอลังการของอารมณ์ ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้หม่อมก็โชว์ให้เราเห็นว่ามีอารมณ์ขัน มีความสนุกสนาน ดูแล้วลื่นไหล แต่ก็ยังมีที่มาที่ไปของดราม่า ภาพนู้ดก็มีองค์ประกอบทางศิลป์ที่สวยงาม รู้สึกคุ้มครับ มาริโอ้เล่นน้อยแต่มีความลึกนะครับ เป็นหนังที่ทั้งสะเทือนใจ ตลก สนุก ฉากเซ็กส์ มีครบทุกรสจริงๆ ผมว่ามันหายากนะครับที่จะมีหนังไทยซักเรื่องที่ครบองค์ประกอบของการทำภาพยนตร์อย่างนี้ เป็นหนังที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ครับ”

          (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) “หนังที่มีอีโรติกผสมเข้ามาอย่างกลมกลืนอย่างนี้เนี่ย ไม่มีมานานแล้ว การแสดงของนักแสดงทุกคนมัดใจแล้วทำให้เราคล้อยตาม กระทบความรู้สึกมากๆ หม่อมน้อยมีสไตล์การกำกับที่ชัดเจนอยู่แล้ว มีวิธีการเล่าเรื่องที่แตกต่างจากฉบับที่ผ่านมาแน่นอนอยู่แล้ว และเนื้อหาที่เพิ่มเติมเข้ามาก็เต็มอิ่มจริงๆ ชอบการแสดงของมาริโอ้มากๆ มันกระทบใจเรามากๆ เลย”

          (ก้องเกียรติ โขมศิริ) “ดูจบแล้วก็ชอบเลยครับ ผมว่าหม่อมแตกฉานและชัดเจนในการตั้งคำถาม คือจริงๆ ผมอยากให้มาดูเองเลยว่าหนังมันเป็นยังไง อันดับแรกเลยคุณจะรู้ว่ากามกิเลสคืออะไรอย่างชัดเจน ที่บอกว่าหนังเรื่องนี้ขายโป๊หรือเปล่า แต่พอดูจบแล้วจะรู้เลยว่ามันมีอะไรลึกซึ้งกว่านั้นเยอะ ผมว่ามันเป็นหนังอีโรติกที่เราไม่ได้เห็นกันมานานในประเทศนี้นะครับ ผมว่าหม่อมทำได้งามมากๆ ครับ มองข้ามเรื่องเซ็กส์ไป เรื่องนี้มันพูดถึงมนูษย์ กิเลสของคนอย่างชัดเจน พูดไปแล้วภาพโป๊ทั้งหลายแหล่มันก็เป็นแค่หน้าวัด แต่เนื้อหาจริงๆ ของมันอยู่ในอุโบสถ ผมว่าตั๊กเล่นดี ผมรู้สึกว่าภาคนี้มันเป็นภาคของจันกับน้าวาด มันเป็นความอบอุ่นเดียว สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกดีมากๆ เลยก็คือ เราเคยสงสัยว่าคนเราจะทำเลิฟซีนที่จะเหนือกว่าเซ็กส์ไปสู่ความรู้สึกของแม่ได้อย่างไร ซึ่งหม่อมทำได้ ก็อยากให้มาดูกันครับ”

          (วราพรรณ หงุ่ยตระกูล) “นักแสดงทุกคนเล่นดีหมดเลย ภาคแรกนี้สามารถปูพื้นตัวละครให้เห็นปมของทุกคนได้อย่างดี เฉลี่ยบทบาทได้ดี ถ้าตั้งใจทำอีโรติกได้งดงามขนาดนี้บนแผ่นฟิล์มก็ทำเถอะค่ะ หม่อมน้อยทำได้งามมาก ศิลปะในการเห็นเรือนร่างคนเป็นยังไง เรื่องนี้ไม่ธรรมดาค่ะ มันมีที่มาที่ไป ไม่ช่อยู่ดีๆ จะโป๊จะเปลือยท่าเดียวค่ะ”

          (อ้วน รีเทิร์น) “หนังเอามุมมืดของมนุษย์มาตีแผ่ได้เป็นศิลปะมากที่สุด ภาพสวย ดูแล้วเหมือนเราเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นเลย พี่ชอบและอินกับบทน้าวาดมากที่สุด ไม่คิดว่าตั๊ก บงกช จะแสดงได้ดีขนาดนี้ หลายคนคิดว่ามีแต่เรื่องเซ็กส์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของชีวิตมนุษย์จริงๆ ต่างหาก”

          (แจ๊บ เพ็ญเพ็ชร) “ตัวละครจันของหม่อมจะน่าสงสารมากและเราเอาใจช่วยมากที่สุด อีกตัวคือตัวเคน ก็ช่วยลดความเคร่งเครียดลงไปได้เยอะ เป็นหนังกลมกล่อม หลายรสชาติที่ดูสนุกเลยครับ อีโรติกเป็นภาพที่นำเสนอแต่ลึกลงไปแล้วมีนมีอะไรที่สอนเราเยอะแยะเลย ดูไม่ยากเลยครับ”

          (โดม ปกรณ์ ลัม) “เรื่องนี้สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในพฤติกรรมของมนุษย์เลยนะครับ แต่ที่เราได้ไปเต็มๆ เลยคืออรรถรสความสนุกของภาพยนตร์ที่เข้มข้นมากนะครับ ผมชอบคาแร็คเตอร์ จัน ของมาริโอ้มากๆ ผมว่าเขาได้พัฒนาฝีมือการแสดงไปอีกขั้นหนึ่งจริงๆ ครับ มีชั้นเชิง วิธีการวางอารมณ์ของตัวละคร การพัฒนาอารมณ์ของตัวละครอย่างแยบยล รู้สึกชื่นชมโอ้มากครับ มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนะครับ ถ้าคุณมองแค่ว่าเป็นหนังเกี่ยวกับเรื่องของเพศคุณก็จะได้แค่นั้น แต่ถ้าคุณมองให้ลึกลงไปกว่านั้นมันตีแผ่พฤติกรรมด้านมืดของจิตใจของคน มันจะสะท้อนถึงตัวคุณเองด้วยว่า จริงๆ แล้วคุณมีด้านมืดอย่างนั้นอยู่บ้างหรือเปล่านะครับ มันเป็นหนังที่เหมือนกับกระจกที่สะท้อนถึงความเป็นตัวเองนะครับ”

          (ตูมตาม เดอะสตาร์7) “หนังเรื่องนี้มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง มันเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกที่อยู่กับว่าเราจะงัดมันมาออกมาใช้อย่างไร เรื่องราวของคนกับเซ็กส์มันใช้ได้กับหลายๆ เรื่องทั้งเรื่องการเมือง เรื่องภายในบ้าน เซ็กส์มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สามารถนำไปสู่จุดต่างๆ ได้ หนังเรื่องนี้มันสอนเราทุกอย่าง มันมีเหตุผลมารองรับการกระทำต่างๆ เรื่องอีโรติกไม่น่าจะเป็นประเด็นหลัก แต่มันน่าจะเป็นเรื่องการเข้าใจถึงการเป็นมนุษย์จริงๆ ที่มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง มันทำให้เราย้อนกลับมาดูตัวเองได้ว่าชีวิตของเราจริงๆ คืออะไรกันแน่”

          (มอส ปฏิภาณ) “จันดาราของหม่อมน้อยเป็นหนังที่ครบรสมากครับ เป็นอีโรติกที่คลาสสิกครับ เรื่องเข้มข้นตั้งแต่ต้นจนจบ ยิ่งช่วงท้ายนี่ผมลุ้นไม่ให้มีเรื่องเกิดกับมาริโอ้เลยครับ และผมก็ชอบการแสดงของหญิงในบทคุณบุญเลื่องมากนะครับ เล่นได้สมบทบาทดีครับ”

          (แฟรงค์ ภคชนก์) “ผมชอบความละเมียดละไมของหนังที่ถ่ายทอดถ้อยคำและวลีอันไพเราะออกมาเป็นภาพอันสวยงามได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องอีโรติก แต่มันเป็นศิลปะที่ละเมียดละไมมากครับ มาริโอ้เล่นได้ดีมากในบทจัน ดาราครับ นิว ชัยพลก็เล่นได้ดีมากเช่นกันครับ มีทั้งความน่ารัก ความตลก ทำให้เราหัวเราะได้ ตัวละครทุกตัวก็แสดงได้ดีแทบทั้งนั้นเลยครับ ทั้งคุณบุญเลื่องที่เป็นผู้หญิงที่มีสีสัน น้าวาดซึ่งเป็นผู้หญิงไทยที่วางตัวเองได้น่าเกรงขามและเอาอยู่ น้าวาดนี่รักเลยครับ”

          (สน ยุกต์) “หนังหม่อมน้อยที่ทำมาผมไม่ผิดหวังเลย เรื่องนี้ผมก็ชอบมากๆ เลย ดูสนุกมาก นักแสดงก็เล่นกันดีทุกคนเลย คาแร็คเตอร์ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ตัวเคน กระทิงทองของนิวที่ใสๆ กวนๆ ครับ คือผมเป็นเพื่อนกับนิวนะฮะ ผมก็เลยรู้ว่า ตัวจริงนิวไม่ได้เป็นอย่างในเรื่องเลย แต่พอแสดงปุ๊บเขาก็เล่นได้พลิ้วมากๆ เลย ทุกองค์ประกอบในหนังหม่อมน้อยจะละเอียดและพิถีพิถันในงานสร้าง เรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้นครับ”

          (เบนซ์ พรชิตา) “เรื่องนี้ในเวอร์ชั่นหม่อมน้อยจะละเอียดมาก ที่บอกว่าต้องแบ่งเป็น 2 ภาค เบนซ์เข้าใจแล้วว่าทำไมต้องแบ่ง เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจในตัวละครมากขึ้น และต้องบอกเลยว่า หม่อมน้อยทำได้ละเอียดมาก ทุกตัวละครมีปมในการกระทำทั้งหมดว่ามันเกิดจากอะไร ซึ่งเบนซ์ดูแล้วชอบมาก ประทับใจมาก เป็นหนังอีกเรื่องที่น่าจะถูกใจหลายๆ คนเลยค่ะ ชอบคาแร็คเตอร์ของโอ้กับนิวมาก นิสัยต่างกันแต่มาเป็นเพื่อนรักกัน เบนซ์ว่ามันเป็นคาแร็คเตอร์ที่คนดูจะต้องจดจำ ต้องชอบเค้า เพราะมีเสน่ห์มากค่ะ ที่หม่อมเคยสัมภาษณ์ว่าเด็ดทุกฉาก ใช่เลยค่ะ มันเด็ดทุกฉากจริงๆ ค่ะ”

          (แอฟ ทักษอร) “ก็เป็นหนังระดับคุณภาพของผู้กำกับระดับอาจารย์ของเมืองไทยอีกเรื่องหนึ่งค่ะ เรื่องการแสดงไม่ต้องพูดถึง แอฟชอบตัวละครของมาริโอ้และตั๊ก บงกชค่ะ โดยเฉพาะตั๊กทำออกมาได้ดีมาก สามารถถ่ายอดอารมณ์ความรักออกมาได้ในหลายรูปแบบอย่างน่าประทับใจจริงๆ ค่ะ แอฟรู้สึกได้ถึงความรักแท้ๆ ของน้าวาดที่มีต่อตัวจันแม้จะไม่ใช่แม่จริงๆ แต่เค้าก็พร้อมจะปกป้องดูแลอยู่ตลอดเวลา”

          (จิระนันท์ พิตรปรีชา) “ประทับใจกับการถ่ายทอดวรรณกรรมให้ออกมาเป็นภาพบนจอได้อย่างชนิดที่ว่า อาจจะไม่ทัดเทียมกับในหนังสือที่ให้ผู้อ่านจินตนาการได้ แต่ในเรื่องนี้ก็พยายามที่จะเปิดเผยตรงนั้นและซ่อนเร้นให้เราค้นหา เป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพที่ดีค่ะ แล้วที่ประทับใจมากคือดนตรีประกอบค่ะ เรื่องนี้สมูธมากค่ะ เรื่องนี้ดูแล้วจะรู้สึกก้ำกึ่งนะคะระหว่างด้านดีกับด้านมืดของมนุษย์ เพราะว่าเรามักจะนึกถึงวรรณกรรมเรื่องนี้ในด้านตีแผ่ให้เห็นตัณหาราคะของมนุษย์ แต่ในหนังแสดงให้เห็นว่าคนยังไงก็เป็นคนไม่ว่าจะคนดีหรือคนร้ายมันก็มีจุดอ่อนที่ตรงนี้ด้วยกันทั้งนั้น”

          (สุประวัติ ปัทมสูต) “หลังจากดูหนังของหม่อมน้อยซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ดูฟรี แต่เคยบอกกับเขาว่า ไม่ต้องห่วง ยังไงก็พร้อมที่จะเสียตังค์ดูอย่างเต็มใจ และเรื่องนี้ยืนยันว่าดูแล้วไม่เสียดายตังค์ครับ”

          “จันดารา ปฐมบท” พร้อมให้ผู้ชมพิสูจน์คุณภาพเต็มๆ ตาแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version