ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง “จัน ดารา” 6 กันยายน 2555
FB:
“พี่หญิง” ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานเหมือนกัน แล้วผมก็รู้สึกว่าพี่หญิงทุ่มเทกับงานนี้มาก เรื่องนี้พี่หญิงแบบว่าเซ็กซี่มากๆ ก็ต้องมีฉากเลิฟซีนกันด้วยซึ่งเยอะเหมือนกัน ผมก็ขอโทษพี่หญิงทุกครั้ง ผมก็เกรงใจพี่หญิงด้วย มันก็เป็นงานซึ่งผมต้องบอกว่าพี่หญิงคือทุ่มเทเต็มที่จริงๆ เขาเป็นมืออาชีพที่ต่อให้กี่เทคพี่หญิงก็ไม่เคยทำไม่พอใจ พี่หญิงก็บอกสบายมาก มันคืองานของเรา พี่หญิงเขาก็ทำเต็มที่ทุกครั้งครับ
“พี่พิ้งกี้” เรื่องนี้เล่นเป็นสองบทบาท แล้วก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และก็ผมชอบทุกครั้งที่ผมได้เข้าฉากร่วมกัน พี่พิ้งกี้แต่งเป็น “ไฮซินธ์” ก็สวยน่ารักสมวัย แต่งเป็น “ดารา” ก็สวยมาก
สำหรับบท “คุณแก้ว” นะครับก็แสดงโดย “พี่โชจัง” เป็นนักแสดงญี่ปุ่นครับ ผมรู้สึกว่าพี่โชจังมีความพยายามสูงมากแล้วก็ตั้งใจกับงานหนังเรื่องนี้มากๆ เลยครับ เพราะว่าพี่เค้าพูดภาษาไทยไม่ได้และต้องมารับบทหนักขนาดนี้ แล้วก็เป็นบทที่สำคัญมากๆ ในเรื่อง พี่เค้าจะตั้งใจมากๆ คือเรียนภาษาไทยแบบเต็มที่มากๆ เลยครับ เห็นถึงความพยายามของพี่เค้ามากๆ แล้วก็รู้สึกว่า ถึงพี่เค้าไม่เคยพูดภาษาไทยมาก่อนแต่เราสามารถสื่อสารกันได้ง่ายๆ เลยครับ
“พี่เจี๊ยบ ศักราช” แสดงเป็น “คุณหลวง” พี่เจี๊ยบก็ส่งอารมณ์ให้ผมสุดยอดเหมือนกันครับ ในเรื่องพี่เจี๊ยยบต้องอาละวาดบ่อยมากครับ บางวันพี่เจี๊ยบก็เสียงหายครับ ผมก็สงสารพี่เจี๊ยบเหมือนกัน ผมก็รู้สึกว่าพี่เจี๊ยบคือนักแสดงที่มืออาชีพจริงๆ ครับ
สำหรับ “พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้า” นะครับ จะรับบทเป็น “คุณท้าวยาย” นะครับ แกแสดงได้แบบเป็นสุดยอดของนักแสดงมาก ทั้งเรื่องของโทนเสียงที่ใช้เป็นคุณท้าวยาย ผมรู้สึกว่ามันทำให้จันกลายเป็นเด็กที่ต้องเชื่อฟังทุกอย่างครับ เหมือนต้องเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณท้าวยายบอก ซึ่งขนลุกครับเวลาแสดงด้วยกันครับ
การร่วมงานกับหม่อมน้อยอีกครั้งหนึ่ง
การร่วมงานกับหม่อมครั้งนี้เป็นแบบเต็มที่จริงๆ ครับ อย่าง “อุโมงค์ฯ” ว่าเยอะแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้ก็เต็มที่เลย ทุกคิวต้องมีจันเข้าฉาก ก็ต้องขอขอบคุณหม่อมครับสำหรับทุกอย่าง ที่หม่อมให้โอกาสสอนผมตั้งแต่ผมมาเรียนกับหม่อมด้วย หม่อมเปรียบเสมือนอาจารย์ เหมือนพ่อคนหนึ่งเลยครับ ซึ่งจริงๆ ผมบอกหม่อมตลอดว่าผมคงไม่ไหวครับ แต่หม่อมบอกว่าเชื่อในตัวผมและหม่อมบอกว่ามันเป็นบทที่โอ้ทำได้และท้าทายความสามารถโอ้ โอ้จะไม่ได้รับบทแบบนี้อีก ผมก็เห็นด้วยว่ามันหาบทดีๆ แบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ โอ้ก็เชื่ออาจารย์ครับ ก็รุ้สึกภูมิใจกับหนังเรื่องนี้ที่ผมได้ลองเล่นคาแร็คเตอร์หลายๆ แบบ หลายช่วงอายุ จริงๆ มันก็ทำให้เราเครียดมากในตอนแรก แต่พอเห็นผลงานที่ออกมามันก็หายเหนื่อยเลยครับ ทุกคนแบบไม่เหนื่อยเลย แค่เห็นผลงานก็รู้สึกดีใจชื่นใจ ผมรู้สึกเป็นเกียรติ และก็ขอบคุณหม่อมที่ให้เล่นบทนี้ครับ
ความน่าสนใจโดยรวมของภาพยนตร์เรื่องนี้
สำหรับความน่าสนใจของเรื่องนี้ ด้านเนื้อหาสาระมันมีหลายแง่มุมมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมของครอบครัว แง่มุมของเพื่อน มันเหมือนมีธรรมะสอดแทรกอยู่ในเรื่องนี้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการที่ทำให้คนอื่นทุกข์ ทุกข์นั้นก็จะมาถึงตัวเรา ถ้าเราให้ความรักกับคนอื่นความรักก็จะกลับมาถึงเรา เราคิดยังไง ทำอะไรกับคนอื่น ถ้าเราคิดไม่ดีมันก็จะได้ไม่ดี ถ้าคิดดีมันก็จะได้ดีครับ ผมว่าเรื่องนี้มันสะท้อนหลายแง่มุมมากๆ จากประพันธ์ที่เขียนได้อย่างลึกซึ้ง พอหม่อมดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ก็ยังคงรักษาสาระต่างๆ ไว้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงเพิ่มความบันเทิงให้ดูกันง่ายๆ เข้าใจได้ไม่ยากครับ เป็นการนำเรื่องตัวละคร เรื่องเซ็กส์มาสะท้อนความเป็นจริงของสังคมได้อย่างลงตัว
อีกอย่างที่เด่นมากๆ ก็คือเรื่องฝีมือการแสดงที่เข้มข้นของทีมนักแสดงทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่า โปรดักชั่นงานสร้างทั้งฉาก, เสื้อผ้า, หน้าผมที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะต้องย้อนยุคไปไกลมาก ซึ่งผมรู้สึกว่าแค่มาดูโปรดักชั่น ดูนักแสดงก็คุ้มแล้ว แต่นี่ยังมีเนื้อหาที่เข้มข้นอีกต่างหาก ผมว่ายิ่งดูสนุกมากขึ้นแน่นอน รวมถึงข้อคิดที่มีอยู่ตลอดเรื่อง ไม่ว่าจะฉากเลิฟซีนหรือไม่เลิฟซีนมันก็มีข้อคิดสอนคนดูอยู่ในนั้นเยอะเลยครับ
โอ้ก็คาดหวังว่าคนดูจะมาดูหนังดีๆ ที่พวกเราตั้งใจทำออกไป หนังเรื่องนี้มีข้อคิดเยอะ แล้วผมรู้สึกว่ามันมีธรรมะสอดแทรกอยู่ในบทประพันธ์เรื่องนี้ แล้วก็รู้สึกเป็นเรื่องที่ทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นนี้และรุ่นหลังที่ได้ชมนะครับ
FB:
“หม่อมน้อย” ปลื้ม “โช นิชิโนะ” สปิริตแรง เต็มที่กับการแสดง เป็นตัวอย่างที่ดีให้นักแสดงไทยใน “จันดารา”
ได้มาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกกับนักแสดงสาวชาวญี่ปุ่น “โช นิชิโนะ” (Sho Nishino) ในภาพยนตร์มหากาพย์โศกนาฏกรรมเรื่อง “จันดารา” ก็ทำให้ผู้กำกับชั้นครู “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ออกอาการปลื้มในความสามารถและสปิริตแรงกล้าในการรับบท “คุณแก้ว” หญิงสาวผู้มีอารมณ์ซับซ้อนในพฤติกรรมทางเพศเกินหยั่ง รวมถึงความมีวินัยทางการแสดงอย่างสูง ซึ่งถือเป็นแบบอย่างให้กับนักแสดงคนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี หม่อมน้อยได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า
“บท ‘คุณแก้ว’ เนี่ยพูดได้ว่าเป็นบทที่แรงที่สุดในเรื่องนี้นะครับ คือเธอมีจิตใจที่เปราะบางที่แม่ไม่รัก และก็มีความวิปริตทางจิตค่อนข้างสูง เป็นผู้หญิงที่รุนแรงมากทางด้านอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของฉากอีโรติกซึ่งค่อนข้างสำคัญมากสำหรับหนังเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นมันยากมากสำหรับนักแสดงไทยที่จะถ่ายทอดตรงนี้ออกมา พอเราได้ ‘โช นิชิโนะ’ มาแสดงและร่วมงานกันเป็นครั้งแรกก็ถือว่าลงตัวดีมากทั้งในเรื่องความสามารถระดับมืออาชีพ ซึ่งเธอก็รู้สึกว่าเป็นบทที่ยากและท้าทายสำหรับเธอมากที่จะเล่นเป็นคนไทย ซึ่งแต่เดิมเราบอกว่าพูดญี่ปุ่นก็ได้และเดี๋ยวให้คนอื่นมาพากย์ทับ แต่เธอบอกว่าอยากจะพูดเป็นภาษาไทยแล้วคนที่มาพากย์แทนจะได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นคนที่มีสปิริตแรงกล้าในการแสดงในทุกๆ ฉากอย่างเต็มที่และทุ่มเทในการซ้อมมาก ซึ่งด้านวินัยไม่ต้องพูดถึงเลยเขามีวินัยในหน้าที่สูงมาก ตรงเวลา งานเป็นงาน เล่นเป็นเล่น ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีกับทุกๆ คนที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้มากทีเดียว”
พบการแสดงอันน่าจับตามองของ “โช นิชิโนะ” ได้ในเรื่อง “จันดารา ปฐมบท” 6 ก.ย.นี้ และ “จันดารา ปัจฉิมบท” ไม่นานเกินรอ
FB:
MV: เมื่อไหร่จะให้พบ ประกอบภาพยนตร์เรื่อง จันดารา ปฐมบท
MV.เมื่อไหร่จะให้พบ
ประกอบภาพยนตร์เรื่อง จันดารา ปฐมบท
http://www.youtube.com/watch?v=g3kcKwf0r0E
เพลง : เมื่อไหร่จะให้พบ
เพลงประกอบภาพยนตร์ : จันดารา ปฐมบท
คำร้อง : แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง : หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์
ขับร้อง : รฐา โพธิ์งาม และ ศักราช ฤกษ์ธำรงค์
จากวรรณกรรมเชิงสังวาสสุดล้ำของนักประพันธ์ชั้นครู “อุษณา เพลิงธรรม”
สู่มหากาพย์ภาพยนตร์สุดละเมียดของผู้กำกับมากฝีมือ “ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล”
จันดารา ปฐมบท
โศกนาฏกรรมแห่งการจองเวร หายนะแห่งกรรมตัณหา
สะท้อนใจวิปริตของมนุษย์
จันดารา ปฐมบท
6 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์
FB:
ด่วน!!! ผ่านเซ็นเซอร์ฉลุย “จันดารา ปฐมบท” ประทับเรตติ้ง “น18+”
จันดารา ปฐมบท Spot 30 วิ
http://www.youtube.com/watch?v=HRKNOlePgGk
ด้วยเนื้อหาและเนื้อหนังที่สะท้อนผ่านฉากอีโรติกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ถูกจับตามองเป็นพิเศษว่าจะรอดพ้นกรรไกรกองเซ็นเซอร์ได้หรือไม่นั้น ล่าสุด ภาพยนตร์มหากาพย์แห่งโศกนาฏกรรมอันยิ่งใหญ่เรื่อง “จันดารา ปฐมบท” ผลงานกำกับของ “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ก็สามารถผ่านการพิจารณาตรวจสอบจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ประทับเรต “น18+” (ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป) ซึ่งยังคงแง่มุมความเป็นศิลปะและสาระบันเทิงตามที่ผู้กำกับฯ ต้องการนำเสนอทุกประการ
หม่อมน้อยเผยถึงเรื่องนี้ด้วยสีหน้าแช่มชื่นว่า
“ผ่านแล้ว เพิ่งผ่านเซ็นเซอร์สดๆ ร้อนๆ เลยครับ ทำให้ผมรู้สึกคลายกังวลเป็นอย่างมาก เพราะก่อนที่จะได้รับการพิจารณาจากกองเซ็นเซอร์ก็ยังเป็นห่วงว่า หลายฉากสำคัญอาจถูกพิจารณาให้ตัดทอนลง ทำให้เสียดายว่าคนไทยอาจจะพลาดโอกาสได้รับสาระผ่านฉากอีโรติกที่งดงาม เพราะทั้งนักแสดงและทีมงานทุกฝ่ายมีความตั้งใจที่จะนำเสนอความวิจิตรบรรจงออกมาบนจอภาพยนตร์อย่างเต็มหัวใจ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการเซ็นเซอร์ที่เล็งเห็นจุดประสงค์และความตั้งใจจริงในการนำเสนอผลงานศิลปะของพวกเราทุกคน”
“จันดารา ปฐมบท” พร้อมให้พิสูจน์คุณภาพสุดเข้มข้นที่ไม่ควรพลาดแบบเต็มๆ ตาในโรงภาพยนตร์ 6 กันยายนนี้
FB:
บทสัมภาษณ์ “หญิง รฐา โพธิ์งาม” ในบท “คุณบุญเลื่อง” ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ จากภาพยนตร์มหากาพย์โศกนาฏกรรม “จันดารา”
บทบาท-คาแร็คเตอร์
“คุณบุญเลื่อง” ในครั้งนี้เนี่ย เราจะนำเสนอในเรื่องของการที่เป็นผู้หญิงอยู่ต่างประเทศ ก็คือครอบครัวเนี่ยเป็นครอบครัวที่ทำธุรกิจ และตัวคุณบุญเลื่องก็ถูกส่งให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และก็ที่ฝรั่งเศสตั้งแต่เด็ก ดังนั้นการตีความในครั้งนี้ก็จะเป็นค่อนข้างที่จะเป็นผู้หญิงหัวทันสมัย และก็ค่อนข้างที่จะรักศิลปะไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการวาดภาพ ในเรื่องของการฟังเพลงร้องเพลง หรือว่าแม้แต่กระทั่งมองความงามของสรีระมนุษย์เนี่ยก็จะมองเป็นเรื่องของศิลปะส่วนใหญ่ค่ะ
ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าหม่อมน้อยเลือกให้แสดงบทนี้
ตอนแรกที่หญิงรู้ว่าได้รับบทนี้ก็รู้สึกดีใจมากค่ะที่หม่อมน้อยเชื่อมั่นว่าเราแสดงได้ แต่ก็ตื่นเต้นและกังวลด้วยเพราะเป็นหนังไทยเรื่องแรกในชีวิตก็ได้รับบทใหญ่นี้เลย หญิงฝันมาตลอดว่าอยากเล่นพีเรียด พอรู้ว่าได้เล่นก็ดีใจมาก บอกตัวเองว่าจะพยายามทำให้ดี จะไม่ปิดกั้นตัวละคร และจะทำให้เต็มที่ในทุกๆ ฉาก แต่ด้วยตัวบทที่ค่อนข้างแรงบวกกับอีโรติกนะคะ ตอนแรกที่ทราบก็ยังหาคำตอบอยู่ว่าจะเป็นคุณบุญเลื่องยังไงในรูปแบบไหน จนกระทั่งได้มาเวิร์คช้อปกับทางหม่อมน้อยก็เริ่มเข้าใจตัวละครมากขึ้น และก็ได้มองตัวละครตัวนี้ผ่านตัวเองในมุมของที่เราเป็นศิลปินอยู่แล้วค่ะ แต่ก็จะบวกในเรื่องของความอีโรติกเข้าไปด้วย คือบางเรื่องที่เรายังไม่ค่อยเข้าใจก็ต้องถามหม่อมให้แน่ใจให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ
การเตรียมตัวก่อนการถ่ายทำ
แรกๆ เลยเราก็มีการอ่านบทก่อนนะคะ แล้วก็หม่อมก็จะถามว่าคิดว่าคุณบุญเลื่องในความคิดหญิงเป็นยังไง ต้องบอกว่าครั้งแรกที่เข้าไปหาหม่อม ก็คือเราอาจจะถูกคนพูดมาเยอะค่ะว่าเรายังอายุไม่น่าจะถึง เราก็เลยเข้าไปแบบอายุมากเลย พูดแบบอายุมากและช้าๆ เพราะว่าเราถูกความคิดรอบด้านทำให้รู้สึกว่าเรายังอายุน้อยเกินไปที่จะเป็นคุณบุญเลื่อง แต่พอสักพักนึงเหมือนเราหากันอยู่สักพักใหญ่ๆ มีอยู่วันหนึ่งหม่อมก็เลยถามหญิงตรงๆ ว่าทำไมถึงแบบเล่นช้า หญิงก็เลยตอบตามความเข้าใจของหญิง ณ ตอนนั้น อายุมากก็คงช้ามีความเป็นผู้ใหญ่ พอมีความเป็นผู้ใหญ่ปุ๊บทุกอย่างในชีวิตมันต้องอยู่ในจังหวะที่ช้า มันต้องนิ่งๆ แต่หม่อมก็บอกว่า จริงๆ คุณบุญเลื่องเป็นผู้หญิงที่เรียนจบเมืองนอก แบบจบอาร์ตมา หญิงลองจินตนาการดูว่าผู้หญิงที่เขาเป็นฝรั่งเนี่ยเขาแก่หรือเปล่า ไม่แก่ มาดอนน่าไม่แก่ต่อให้ห้าสิบไปแล้ว โอเค...หน้าตาอาจจะแก่ แต่ในตัวเขาอินเนอร์เขายังไม่แก่ ไม่ต้องถึงขั้นฝรั่งผู้หญิงในโลกทุกคนไม่มีใครอยากแก่ ดังนั้นไม่มีใครที่อยากให้เดินเข้ามาแล้วบอกว่าฉันแก่ หม่อมก็เลยให้หญิงปรับความเข้าใจใหม่ คือด้วยเสื้อผ้า หน้าผม มันจะช่วยให้หญิงดูอายุมากเอง แต่ว่าให้หญิงปรับเลย ให้ลืมเรื่องอายุไปได้เลย ก็เล่นเป็นคุณบุญเลื่องในความคิดของเราที่น่าจะเป็น ก็เลยลืมเรื่องอายุไปเลย ตั้งแต่วันนั้นก็เปลี่ยนความคิดเป็นคุณบุญเลื่องในแบบที่เราเข้าใจ ก็คือคุณบุญเลื่องที่จบในวัยต่างประเทศ ชีวิตอยู่กับฝรั่งซะส่วนใหญ่ เก่งในด้านธุรกิจ ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างคล่อง แล้วก็ไม่ช้า เป็นคนฉลาดและก็มีบุคลิกที่ดี มีความภูมิฐานค่ะ
การดำเนินเรื่องของตัวคุณบุญเลื่อง
ค่ะ ก็สำหรับตัวละครคุณบุญเลื่องนะคะ ซีนแรกที่จะได้เห็นตัวละครตัวนี้ก็จะเป็นซีนที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านวิสนันท์แล้ว ด้วยภูมิหลังที่คุณบุญเลื่องเป็นคนรักคนแรกเลยของคุณหลวง และก็มีเหตุที่ทำให้ห่างหายจากกันไป และต่างคนก็ต่างถูกคลุมถุงชนทั้งสองฝั่ง เรื่องราวดำเนินไปจนวันหนึ่งเป็นม่ายทั้งคู่ ก็เลยกลับมาเจอกันและก็ได้เข้ามาอยู่ในบ้านวิสนันท์ในฐานะคล้ายๆ กับคุณผู้หญิงคนใหม่ของบ้าน คุณบุญเลื่องทราบตลอดว่าคุณหลวงเนี่ยมีลูกชายชื่อ จันดารา แต่ว่าถูกเลี้ยงดูเหมือนทาสมากกว่าลูก พอเราได้ไปเห็นกับตาแล้วเนี่ย เราถึงเห็นถึงความมหัศจรรย์ของเด็กคนนี้ ในเรื่องของความเก่ง ทั้งในเรื่องของการใช้ภาษาอังกฤษ เรื่องของการวาดภาพ ซึ่งในยุคนั้นสมัยนั้นการได้มีโอกาสส่งเด็กไปเรียนต่างประเทศเนี่ย มันเป็นเรื่องที่เป็นอนาคตที่เด็กทุกคนในยุคนั้นก็อยากที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ พูดง่ายๆ ว่าเราก็อยากมาเป็นแม่เขานั่นแหละ และก็อยากส่งเสริมให้เด็กคนนี้ได้มีอนาคตที่ดี ก็เลยพยายามที่จะทำให้คุณหลวงกับจันเนี่ยเข้ากันให้ได้ และเราเชื่อว่าการมาของเราจะทำให้บ้านหลังนี้เปลี่ยนแปลงไป คือก่อนหน้านี้อาจจะไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไร พอเราเข้ามาปุ๊บเราก็พยายามที่จะทำให้ทั้งบ้านมีความสุขผ่านตัวเรา เพราะตัวเรามีความสุขมาก คุณบุญเลื่องเป็นคนที่มีแต่ให้กับคนอื่น เพราะรู้สึกว่ามีความเชื่อแบบฝรั่งค่ะ เป็นคนที่แบบมีแต่ให้ๆ และจะได้รับสิ่งดีกลับมา ซึ่งสุดท้ายแล้วเนี่ยการที่คุณบุญเลื่องเป็นคนที่ให้มากจนเกินไป เขาก็เลยต้องประสบเรื่องราวที่เขาต้องทุกข์เองทั้งหมดทั้งมวล เขาก็รู้สึกว่ามันคือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต คือเขาก็มองเหนือมนุษย์ที่จะคิดได้ หลักๆ หญิงว่าเขาน่าจะเชื่อในเรื่องของกรรม ในเรื่องของบาปบุญด้วยซ้ำ
ความยากง่ายในการรับบทนี้
ถามว่ายากก็ยากมากค่ะ เพราะว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกและก็ได้มีโอกาสที่ทำงานกับหม่อมซึ่งเก่งมากๆ ถือว่าเป็นความโชคดีที่สุดในชีวิต เพราะว่าก่อนที่จะถ่ายทำ ได้เข้าไปเรียนกับหม่อมซึ่งยังไม่เคยได้เรียนการแสดงแบบนี้ที่ไหน รู้สึกรักอาชีพนี้ขึ้นค่ะ เพราะหญิงรู้สึกว่าหม่อมไม่ได้สอนหญิงแค่แสดง หม่อมสอนให้หญิงเป็นนักแสดงที่ดี ดังนั้นพอความคิดเราถูกใส่สิ่งที่ดีเข้าไป พอเรารู้สึกว่าเราจะเข้าไปในฉาก หญิงก็จะถามทีมงานตลอดว่า บางครั้งที่เราสับสนในบทเราก็จะถามหม่อมว่าครอบครัวคุณบุญเลื่องเขาทำอะไร เขาเป็นนักธุรกิจ หญิงถึงขั้นคิดว่าครอบครัวคุณบุญเลื่องคงไม่มีเวลาอยู่กับคุณบุญเลื่องมากหรอกนะ พ่อแม่เป็นนักธุรกิจไง ชีวิตก็เลยฟรีมากไง นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าคุณบุญเลื่องอยากทำอะไรก็ทำ รักศิลปะ เขาอาจจะเป็นผู้หญิงที่เปรี้ยวมากก็ได้ในตะวันตก คืออาจจะเป็นคนเอเชียคนหนึ่งที่เปรี้ยวมากๆ ในช่วงวัยรุ่น เขาถึงไม่มีกรอบในชีวิต เขาเหมือนมองชีวิตเป็นอิสระไปซะทุกอย่าง เนี่ยตีความกันถึงขนาดนี้ ทั้งที่ในเรื่องราวไม่มีส่วนที่จะเล่าถึงครอบครัวคุณบุญเลื่องเลย รู้แค่ว่าเป็นครอบครัวนักธุรกิจแค่นั้นเอง
หญิงก็เลยรู้สึกว่าให้อะไรเราเยอะ แล้วงานหลังๆ ที่เริ่มเรียนกับหม่อมมา หญิงก็จะคิดอย่างนี้ตลอดว่าตัวละครตัวนี้มีที่มายังไง ถ้ามองไปถึงพ่อแม่เขาจะเป็นยังไง ความยากของมันก็คือพอเราคิดเยอะปุ๊บ บางครั้งมันเยอะซะจนเหมือนเราจะเสนอออกมาในรูปแบบไหนดี แต่ว่าหม่อมจะคอยบอกตลอดว่าได้อีกหรือว่าน้อยเกินไป หรือบางทีเราจะสังเกตได้จากสีหน้าและอารมณ์ของหม่อมเองว่าเทคนี้ยังๆ อย่างนี้ คือเราก็พยายามมองว่าการทำงานสำหรับในกองถ่ายเรื่องนี้นะคะ มันเป็นเรื่องของการทำงานของคนในกลุ่มที่แบบน่ารักมาก เพราะว่าเราจะสามารถเห็นได้เลยว่าเหมือนหม่อมอยากได้อะไรเพิ่มเราก็จะถามเลยว่าหญิงโอเคหรือยัง หม่อมอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ หรือว่าต้องการให้เป็นแบบไหน หญิงตีความอย่างนี้ถูกหรือเปล่า เพราะว่าการตีความของตัวละครบางคนแค่ความโกรธมันก็ไม่เท่ากันแหละ ดังนั้นหญิงถึงยึดหลักว่าหญิงเอามุมมองของผู้กำกับเป็นหลัก และหญิงเอาของเราไปเสริม และบางทีถ้าเล่นเป็นเรามากไป บางทีด้วยตัวละครทั้งเรื่องมันจะมีความแตกต่างกันจนมันไม่กลมกลืนกัน เราก็รู้สึกว่ามันยากที่จุดนั้นเพราะตัวละครเรื่องนี้เยอะมาก แต่ละคนก็รับผิดชอบในตัวละครสูง เพราะว่าต้องเล่นตั้งแต่เด็กจนโตของหญิงเองก็วัยกลางคนถึงแก่ จนแบบว่าเรียกได้ว่าแต่ละคนถือแค่คาแร็คเตอร์ตัวเองทำความเข้าใจก็ยากแล้ว แต่ความโชคดีของตัวละครทุกตัวคือเวลาเล่นด้วยกันแล้วเรารู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัว แม้กระทั่งหญิงกับพี่เจี๊ยบเองเล่นก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นสามีเราจริงๆ สายตาที่เขามอง คำพูดเขา คือมันค่อนข้างลื่นไหลในเรื่องของหน้ากล้องค่ะ แต่ว่ามันก็จะยากในเรื่องของความตีความนั่นแหละของแต่ละคน เพราะว่าหม่อมบอกตลอดว่ามันเป็นละครซ้อนละคร อย่างบางซีนเราเสียใจแต่เราต้องเก็บไว้ และก็ต้องเก็บแบบให้คนดูรู้ว่าเราเก็บอย่างนี้มันก็ยากค่ะ
เวอร์ชั่นนี้ตัวละครมีความกลมมีมิติมากขึ้น คือเราไม่ได้ถูกนำเสนอไปในทางที่ว่าคุณบุญเลื่องมาแล้วเป็นเรื่องของความเซ็กซี่เพียงอย่างเดียว หรือว่าถึงจันมาแล้ว โอ้โห จันเขาจะเลว แต่จันมาแล้วเขามีเหตุผลที่จะดีในช่วงแรก และเหตุผลที่เขาจะรุนแรงขึ้นในช่วงกลางชีวิต ตัวละครทุกตัวแม้กระทั่งคุณหลวงเอง ถ้าเราเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเราจะรู้ว่ามนุษย์ทุกคนที่เกิดมาไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี เพียงแต่ว่าด้วยเหตุการณ์สิ่งแวดล้อมทุกสิ่งที่มันหล่อหลอมเรามาตั้งแต่เด็กจนโตต่างหาก ที่มันทำให้เราเนี่ยตัดสินใจอะไรในช่วงแต่ละชีวิตเป็นยังไง ดังนั้นทุกตัวละครจะให้มากกว่าที่คนดูจะบอก อู้หูจันดาราจะโป๊แค่ไหน จะอีโรติกแค่ไหน หญิงบอกได้เลยว่าโอเคมันต้องมีเรื่องอย่างที่บอกกัน แต่ว่าในความสวยงามของอีโรติกนั้น มันได้เล่าถึงความต้องการของมนุษย์ในแต่ละมุมของแต่ละตัวละคร ดังนั้นเวลาเข้าไปดูเนี่ยอยากให้คนดูคิดตาม และสุดท้ายคุณจะได้อะไรจากภาพยนตร์เรื่องนี้เยอะมากๆ ค่ะ
บทนี้มีความเหมือนหรือต่างจากตัวจริงอย่างไรบ้าง
ถ้าถามถึงอายุคุณบุญเลื่องกับของหญิงแตกต่างกันมากนะคะ ณ ตอนที่ถ่ายหญิงไม่เคยถูกบรีฟว่าหญิงต้องแก่กว่านี้หรือว่าหญิงอ่อนเกินไป หญิงไม่เคยได้ยินคำนี้จากกองถ่ายเลยนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่มันค่อนข้างขัดเจนคืออย่างบางทีซีนที่เราต้องอยู่ในวัยที่เป็นผู้หญิงสูงวัยต้องมีสัมพันธ์เชิงลักษณะแม่ลูก บางทีเรายังไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องนั้น แต่ว่าหญิงใช้วิธีจากการจำเอาเวลาที่แม่มองเรา เวลาที่เราเห็นคุณพ่อคุณแม่เด็กๆ มาหาแล้วเขาจะมีวิธีพูดยังไง ก็ใช้วิธีนั้น ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของอายุบวกกับ จริงๆ คนอาจจะรู้สึกกับหญิงอายุน้อยกว่าคุณบุญเลื่องเยอะแต่ถ้าคนที่เคยตามหญิงมาหรือว่าเคยได้อ่านบทสัมภาษณ์หญิง หญิงว่าเขาน่าจะค่อนข้างมองเห็นว่าหญิงโตกว่าวัยตัวเองด้วยครอบครัวหญิงที่หญิงเจอมามันทำให้หญิงค่อนข้างโตกว่าผู้หญิงอายุสามสิบ หญิงมีความรู้สึกว่ามันค่อนข้างก้ำกึ่งกัน แล้วด้วยความที่คุณบุญเลื่องตามความคิดของเรา เรามีความรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิงที่แก่ เขาชอบศิลปะ เขาชอบอาร์ติส เขาชอบแต่งตัว ดังนั้นเนี่ยเขาก็จะดูแลตัวเองและก็จะไม่ใช่ผู้หญิงที่สี่สิบแล้วแก่เลย คือเขาจะเป็นสี่สิบที่เปรี้ยวมากยังมีฟอร์มที่เป็นผู้หญิงนักธุรกิจที่เก่ง ดังนั้นหญิงมองเรื่องอายุว่าที่หม่อมบอกค่ะว่าให้ลืมเรื่องอายุไปได้เลย และก็เล่นเป็นเรา
ส่วนที่ใกล้เคียงหรือเหมือนเลยก็อย่างซีนร้องเพลงและเล่นดนตรีก็ค่อนข้างง่ายสำหรับตัวหญิง เพราะว่าเราจะไม่เคอะเขินเวลามูฟ ในการเต้น ในการส่งสายตา การมองและยิ้มให้ มันเป็นวิธีการของเอ็นเตอร์เทนเนอร์ค่ะ คือเราต้องการให้คนทั้งหมดสนุกกับเรา ทุกคนก็จะมองมาทางเรา และเราก็จะรู้สึกว่ามันก็คือวิถีของนักร้องนั่นแหละที่เวลาร้องเพลงแล้วอยากให้ทุกคนสนุก ดังนั้นตรงนี้มันค่อนข้างง่ายสำหรับหญิง แต่ในมุมมองของการเป็นนักวาดภาพ คือหญิงไม่ใช่เป็นคนวาดภาพเก่งแต่ว่าจะเป็นคนชอบดู ชอบดูงานศิลปะ ชอบอะไรอย่างนี้ บางทีมันอาจจะช่วยได้บ้าง แต่ว่าทั้งนั้นหญิงว่ามันก็คล้ายๆ หญิงคือถ้าคุณบุญเลื่องร้อยเปอร์เซ็นต์ ชีวิตของคุณบุญเลื่องถ้ามองในมุมศิลปะ หญิงว่าคล้ายกันประมาณสี่สิบเปอร์เซนต์
คือถามตัวหญิง คุณบุญเลื่องอาจจะมองข้ามความเป็นมนุษย์ คือคุณบุญเลื่องมองทุกอย่างเป็นสิ่งที่สวยงาม คือเขาเป็นผู้หญิงที่โอเพ่นมากๆ สำหรับตัวหญิง หญิงเป็นคนที่ค่อนข้างเป็นขาวและดำ คืออาจจะเป็นเพราะว่าหญิงเป็นคนโตกว่าวัย เจอเรื่องมาเยอะ ดังนั้นเนี่ยกว่าเราจะตัดสินใจอะไรบางทีสักอย่างหนึ่งหรือว่ากว่าจะเดินเข้าไปรู้จักใครสักคนหนึ่งต้องใช้เวลา แต่คุณบุญเลื่องจะเป็นโอเพ่นมากใครจะเดินเข้ามาเดินเข้ามาเลยจ้ะ คือเป็นคนแบบฉันโอเพ่นนะ ไนซ์กับทุกคน ซึ่งหญิงก็มีนะแต่ว่าแค่ห้าสิบเปอร์เซนต์ อีกห้าสิบเปอร์เซนต์จะเป็นคนที่ค่อนข้างคิดเยอะๆหน่อย ดังนั้นเนี่ยถ้าถามว่าสุดท้ายแล้วด้วยความที่เขาเป็นโอเพ่นมาก ไอ้ความโอเพ่นนั่นแหละเป็นสิ่งที่คนเข้ามาทำร้ายเขาได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งตรงนั้นหญิงจะมีแค่ห้าสิบเปอร์เซนต์ที่ป้องกันตรงนั้นไว้ ถ้ามองว่าในตัวละครที่ชอบเรื่องศิลปะ ในมุมของตัวละครที่มองคนแบบมองคนลึกค่ะ อย่างเวลาที่มองจันดาราเนี่ยเขาจะรู้สึกว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กดีที่มีปมและเขาจะรู้สึกว่าเขาจะให้โอกาสคน แต่สำหรับหญิง หญิงก็จะเป็นคนอย่างนี้เหมือนกัน เวลาหญิงมองคนหญิงก็จะไม่ได้มองว่าคนนี้เป็นคนไม่ดีไปเลย หรือต่อให้เขาทำไม่ดีกับหญิง หญิงก็จะไม่มองว่าเขาเป็นคนไม่ดี หญิงจะมองว่าเขามีเหตุผลที่ทำไม่ดี แต่เหตุผลนั้นมากพอที่เราจะให้โอกาสเขาไหม หรือให้โอกาสนะแต่พอหยุดอยู่แค่นี้ เรามีระยะห่างกัน คือหญิงจะเป็นคนแบบนี้ ดังนั้นอาจจะเหมือนกันในมุมของอารต์ติสค่ะ แต่ว่าการใช้ชีวิตหรือการมองคน หญิงเชื่อว่าทุกคนก็ไม่ได้มองคนโอเพ่นทั้งหมด เพราะว่าส่วนหนึ่งยุคและสมัยมันทำให้ต้องป้องกันตัวเองจากหลายๆ อย่าง และหญิงก็คงเหมือนคนวัยที่ยี่สิบเก้าสามสิบที่จะแบบมองคนที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือว่าทำธุรกิจด้วยกันอย่างนี้ค่ะ
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version