ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
MOVIE : Prometheus 7 มิถุนายน 2012
FB:
6 ภาพจากหนัง และคลิปมาใหม่ Prometheus
ปล่อยกันมาเรื่อยๆ กับข้อมูลและข่าวสารของภาพยนตร์เรื่อง Prometheus - โพรมีธีอุส และครั้งนี้ได้ปล่อยภาพจากหนังและคลิปมาใหม่ยั่วน้ำลายบรรดาคอหนังทั้งหลาย อดใจรอกันอีกนิดอีกไม่นานเกินรอได้ชมกันแน่นอน
Prometheus เป็นเรื่องราวของทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้สำรวจบนยานโพรมีธีอุส ไม่มีจุดหมายใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการเดินทางไปหาคำตอบในข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่มีความลึกซึ้ง นักวิทยาศาสตร์หนุ่มมสาวผู้อัจฉริยะทั้งสอง ชอว์ (นูมี ราเพซ) และ ฮอลโลเวย์ (โลแกน มาร์แชล-กรีน) ซึ่งมีแรงจูงใจตรงกันข้ามกันเป็นผู้นำการเดินทาง ชอว์เป็นผู้มีความศรัทธา เธออยากพบกับ “พระเจ้า” ในแบบที่ใกล้เคียงกับจินตนาการของเธอด้านศาสนาที่เก่าแก่ ขณะที่ฮอลโลเวย์กำลังมองหาข้อหักล้างความคิดทางศาสนาพวกนี้ จากภารกิจของพวกเขาในฐานะของนักโบราณคดี พวกเขาได้พบกับร่องรอยพิคโทรแกรมในถ้ำของอารยธรรมโบราณจากทั่วโลก ทั้งหมดเจาะจงไปที่สถานที่แห่งเดียวกันในจักรวาลอันไกลลับตา จึงมีการโน้มน้าวบริษัท Weyland Industries ให้มาจัดสรรทุนสำหรับภารกิจนี้
ดู TV Spot 30 วินาที
http://www.youtube.com/watch?v=kXOGDau6RYI
Prometheus - โพรมีธีอุส
7 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
FB:
Movie: Prometheus
เซอร์ ริดลีย์ สก็อตต์ ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังที่สร้างภาพยนตร์แนวไซไฟรูปแบบใหม่ขึ้นมา เขาเคยทำหน้าที่ควบคุมภาพยนตร์ที่มีการผสมผสานระหว่างแนวไซไฟกับแนวสยองขวัญอย่างโด่งดัง เรื่อง Alien ตามมาด้วยเรื่อง Blade Runner ซึ่งเป็นหนังที่ได้รับการนับถือและมีอิทธิพลในยุคของเรามาก ภาพยนตร์ได้นำเสนอเอกลักษณ์ของเขาด้านแอ็คชั่น ความตื่นเต้น ความน่ากลัว และทวีตัวเพิ่มขึ้นเมื่อภาพยนตร์เรื่อง Prometheus จะมีการฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกเดือนมิถุนายนนี้
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Prometheus สก็อตต์ได้สร้างตำนานใหม่ขึ้นมาในรูปแบบของทีมของผู้สำรวจที่ค้นพบเบาะแสต้นกำเนิดของมนุษย์บนโลก ซึ่งพาพวกเขาไปสู่การเดินทางสุดระทึกขวัญโดยยานอวกาศโพรมีธีอุสเพื่อไปยังดินแดนลึกลับแห่งจักรวาล ที่นั่นพวกเขาต้องต่อสู้บนสังเวียนที่น่าสยองเพื่อปกป้องชะตากรรมของมวลมนุษย์
แม้ว่าริดลีย์ไม่ได้ควบคุมหนังไซไฟมาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว แต่เขายังคงให้ความสนใจในหนังแนวนี้มากเท่าเดิม เขาเคยสร้างภาพยนตร์สองเรื่องที่มีการนับถือมากที่สุดตลอดกาล การหวนกลับมาของเขาเป็นเพียงชนวนจากไอเดียอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของเขาเท่านั้น “ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา พวกเราได้สัมผัส ‘หนังแอ็คชั่นสุดมัน’ และ ‘สัตว์ประหลาดสุดสยอง’ และ ‘หนังไซไฟที่สนุก” สก็อตต์กล่าว “คำถามพื้นๆ คือเราจะสร้างความเป็นต้นฉบับขึ้นมาได้อย่างไร?”
“เหตุผลที่หลายปีนี้ผมไม่สร้างหนังไซไฟเรื่องอื่นขึ้นมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมยุ่งกับการสร้างหนังเรื่องอื่นและศึกษาหนังแนวอื่น และบอกตามตรงว่าผมไม่พบสิ่งที่คุ้มค่าพอให้ผมสร้าง มันต้องมีข้อมูลจริง ความแปลกใหม่ ความเข้มข้นอยู่มากพอ ซึ่งหนังเรื่อง Prometheus มีครบทั้งสามประการ”
แนวคิดของเรื่อง Prometheus เริ่มจากการจินตนาการนึกถึงเรื่อง Alien เพียงช่วงสั้นๆ ซึ่งอาจจะถูกหลงลืมหลังจากที่ชื่อเรื่องเคยปรากฏบนหน้าจอภาพยนตร์ แต่สิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นเป็นซากสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ระเบิดหน้าอกออกมาได้ ซึ่งทำให้นามของ สเปซ จ็อคกีย์ เป็นที่จดจำได้เป็นอย่างดีว่าเป็นผู้ที่ปลุกชีพของมันขึ้นมา “สิ่งที่ยังคงอยู่กับผมตั้งแต่เรื่อง Alien คือความลึกลับที่อยู่เบื้องหลังมัน” สก็อตต์กล่าว เขาเป็นใคร? เขามาจากไหน? เขามาทำอะไร? เขามีเครื่องยนต์กลไกอย่างไร? ผมคิดว่าคำถามเหล่านั้นเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียที่มีความยิ่งใหญ่มากขึ้น”
เพราะฉะนั้นแน่นอนว่า Prometheus เริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อหลายปีที่แล้ว ราวกับเป็นภาพยนตร์ก่อนเรื่อง Alien ที่สก็อตต์ใส่ไว้ใน “อีกโลกหนึ่ง” ภาพยนตร์มีความเกี่ยวข้องและให้นิยามถึงแนวคิดและคำถามใหม่ๆ ที่ถ่ายทอดจินตนาการอันน่ากลัวของผู้สร้างภาพยนตร์ออกมา สก็อตต์เล่าว่า “ตำนานอลังการฉบับใหม่ได้ก่อกำเนิดเป็นภาพยนตร์จากขั้นตอนการสร้างสรรค์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวดั้งเดิม แฟนๆ ที่มีความช่างสังเกตจะนึกถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากของดีเอ็นเอในเรื่อง Alien แต่พูดได้ว่าไอเดียต่างๆ ที่ควบคุมหนังเรื่องนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ เข้าถึงยากและมีความเร้าใจ ภาพยนตร์เรื่อง Prometheus เป็นเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์อย่างที่ผมค้นหา”
จอน สเปตส์ ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์กล่าวเสริม “ความลำบากที่สุดสำหรับการเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา คือการไม่ได้รับข้อมูลใดเลย ต้องสร้างเรื่องขึ้นมาทุกอย่าง ในการสร้างโลกทั้งใบขึ้นมาร่วมกับริดลีย์ สก็อตต์ เหมือนผมมีผ้าใบผืนยักษ์ไว้วาดภาพ” และเดม่อน ลินดีลอฟ ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์/ผู้อำนวยการสร้างบริหาร กล่าวว่า “ผมติดภาพกับจินตนาการที่สร้างสรรค์ของริดลีย์สำหรับหนังเรื่องนี้อย่างน่าเหลือเชื่อ มันมีความกล้าหาญ มีการใช้สัญชาตญาณและมีความหวัง ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้”
เมื่อบทภาพยนตร์มีการพัฒนาขึ้นมา ไอเดียต่างๆ ของเรื่องที่มีความสำคัญก็เกิดขึ้น: ในระหว่างการเดินทางเพื่อไปพบกับสิ่งที่ทีมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็น “ผู้สร้าง” ของพวกเขา ซึ่งน่าจะเป็นผู้สร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาบนโลกของเรา ลูกเรือของยานโพรมีธีอุสและบริษัทขนาดยักษ์ที่เป็นกองทุนให้ภารกิจนับล้านล้านกำลังตั้งใจท้าทายพระเจ้า และเมื่อได้พบกับสิ่งมีชีวิตตามตำนานกรีกซึ่งเป็นที่มาของชื่อยานแล้ว การท้าทายกับพระเจ้าจึงเป็นไอเดียที่แย่มาก
“ใจความของการเปรียบเทียบในภาพยนตร์หมายถึง โพรมีธีอุส ไททันแห่งกรีกผู้ท้าทายอำนาจพระเจ้าด้วยการมอบลูกไฟประทานให้กับมวลมนุษย์ เขาจึงถูกลงโทษอย่างน่าสยอง” สก็อตต์อธิบาย “เมื่อเราพูดถึงตำนานอันเป็นที่อ้างอิงของชื่อเรื่องแล้ว เรากำลังเข้าถึงความสัมพันธ์ระหว่างมวลมนุษย์กับพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้สร้างเรามา และสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราท้าทายอำนาจพระเจ้า”
แต่สุดท้ายแล้วโพรมีธีอุสคือจุดศูนย์กลางของ … พวกเรา ลินดีลอฟกล่าว “มันเป็นเรื่องของมนุษยชาติในอนาคต การท้าทายกับความสามารถของหลักวิทยาศาสตร์ที่เราชื่นชมมากที่สุดกับแนวคิดตามหลักเหตุและผล”
ทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้สำรวจบนยานโพรมีธีอุส ไม่มีจุดหมายใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการเดินทางไปหาคำตอบในข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่มีความลึกซึ้ง นักวิทยาศาสตร์หนุ่มมสาวผู้อัจฉริยะทั้งสอง ชอว์ (นูมี ราเพซ) และ ฮอลโลเวย์ (โลแกน มาร์แชล-กรีน) ซึ่งมีแรงจูงใจตรงกันข้ามกันเป็นผู้นำการเดินทาง ชอว์เป็นผู้มีความศรัทธา เธออยากพบกับ “พระเจ้า” ในแบบที่ใกล้เคียงกับจินตนาการของเธอด้านศาสนาที่เก่าแก่ ขณะที่ฮอลโลเวย์กำลังมองหาข้อหักล้างความคิดทางศาสนาพวกนี้ จากภารกิจของพวกเขาในฐานะของนักโบราณคดี พวกเขาได้พบกับร่องรอยพิคโทรแกรมในถ้ำของอารยธรรมโบราณจากทั่วโลก ทั้งหมดเจาะจงไปที่สถานที่แห่งเดียวกันในจักรวาลอันไกลลับตา จึงมีการโน้มน้าวบริษัท Weyland Industries ให้มาจัดสรรทุนสำหรับภารกิจนี้
นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับความน่ากลัวที่พวกเขาต้องพบอย่างคาดไม่ถึงมาก่อน “ตอนที่ชอว์กับฮอลโลเวย์นึกถึงภารกิจ พวกเขาคิดว่าจะได้พบกับสิ่งที่มีความเมตตา ซึ่งอาจมีคำตอบให้กับปริศนาเรื่องสำคัญของเรา” ไมเคิล เอลเลนเบิร์ก ผู้อำนวยการสร้างบริหารเล่า “พูดอีกแง่หนึ่งคือพวกเขาหวังว่าจะได้พบกับพระเจ้า และคนเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่ามีความหลงใหล พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่อันตรายจากคำว่าเหนือมนุษย์”
“ลูกเรือของยานโพรมีธีอุสคิดว่ากำลังมุ่งหน้าสู่สรวงสวรรค์ เพื่อพบกับคำตอบให้กับปริศนาทั้งหมด แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับเป็นโลกที่มีความลึกลับ มีความพลิกผันและน่าหวาดผวา ซึ่งเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้” จอน สเปตส์ กล่าวเสริมว่า “ความเยือกเย็นและบรรยากาศที่เลวร้ายมันเหมือนกับนรกมากกว่าสวรรค์”
ในภาพยนตร์ของริดลีย์ สก็อตต์ซึ่งรวมถึงเรื่อง Prometheus การค้นพบที่สำคัญมักขัดกับสิ่งที่คาดคิดไว้เสมอ “นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวมีความสนุก” ผู้สร้างภาพยนตร์กล่าว “เรื่องราวของเราเกี่ยวกับความเป็นจริงเรื่องสิ่งที่อาจอยู่ที่นั่น ซึ่งในที่นี้เป็นมุมมองที่น่าตกใจมาก ความเป็นไปได้มักสร้างเรื่องราวดราม่าที่ยอดเยี่ยมและน่ากลัวได้เสมอ และเป็นโอกาสให้ผมได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคน”
ในโลกใบนั้นทีมสำรวจได้พบกับอารยธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งถูกควบคุมโดยองค์ประกอบที่น่ากลัว รวมถึงลักษณะทางชีววิทยาและชีวกลศาสตร์เพียงชั่วพริบตาก็สามารถทำลายเหยื่อหรือเลวร้ายกว่านั้นได้ “มันทำให้เราเกิดข้อสงสัย” สก็อตต์กล่าว “ผลที่ตามมาจากการพบกับสิ่งมีชีวิตที่สูงกว่า ซึ่งมีความสามารถเหนือกว่าเราและมีพลังราวกับเป็นพระเจ้าคืออะไร?”
หรืออีกแง่หนึ่ง: อาจมีความยิ่งใหญ่บางสิ่งที่ไม่ควรถูกค้นพบ
ลูกเรือของยานโพรมีธีอุส
การมีนักแสดงนำหญิงที่มีความเข้มแข็งคือจุดเด่นอย่างหนึ่งของริดลีย์ สก็อตต์: ซิกอร์นีย์ วีเวอร์ รับบทเป็น ริปลีย์ ในเรื่อง Alien, จีน่า เดวิส และ ซูซาน ซารานดอน ในเรื่อง Thelma and Louise, เดมี่ มัวร์ ในเรื่อง GI Jane… และคนอื่นๆ ภาพยนตร์เรื่อง Prometheus ไม่ได้มีตัวเอกสำคัญเพียงคนเดียว แต่ยังมีนักแสดงนำหญิงที่มีความแข็งแกร่งถึงสองคนที่มาเพิ่มความประทับใจให้แบบฉบับของสก็อตต์มากยิ่งขึ้น ตัวละครเอลิซาเบ็ธ ชอว์ของนูมี ราเพซเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความหวัง แต่พลิกบทเป็นนักสู้เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่เธอพบยังจุดหมายปลายทางของเธอ; วิคเกอร์ส ตัวละครของชาร์ลีซ ธีรอนเป็น “สัญลักษณ์” ที่แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของบริษัทกองทุนที่ยิ่งใหญ่ที่เดินทางไปยังโลกที่ส่อแววจะมีเรื่องร้ายๆ ที่อยู่แสนไกล
ความแข็งแกร่งของราเพซและการแสดงที่ดูอ่อนโยนในภาพยนตร์ต้นฉบับ เรื่อง The Girl with the Dragon Tattoo ภาพยนตร์ตอนแรกของไตรภาคที่อิงมาจาก Millennium Trilogy สตีก ลาร์สสันที่สร้างความน่าสนใจให้ทั่วโลก รวมถึงความน่าสนใจของสก็อตต์ด้วย “นูมีผสมผสานไหวพริบที่หาได้ยากและบุคลิกของเธอไว้ในบทบาท” ผู้สร้างภาพยนตร์กล่าว “เธอรับบทนั้นในเรื่อง The Girl with the Dragon Tattoo ซึ่งมีพลังมาก ตอนที่ผมพบกับนูมี ผมคิดว่าเธอจะเป็นคนน่ากลัวและแข็งแกร่ง แต่ในทางกลับกันนูมีเป็นคนน่ารัก ใจดีและฉลาด มันเป็นการผสมผสานที่ยอดเยียมซึ่งทำให้เธอแสดงบทของชอว์ได้อย่างดี”
โทรศัพท์จากริดลีย์ สก็อตต์เป็นเหมือนช่วงเวลาที่กำหนดเส้นทางอาชีพของนักแสดงทุกคน ซึ่งรวมถึงราเพซด้วย “หลังได้พบกับริดลีย์ ฉันคิดว่าหากสุดท้ายไม่ได้ร่วมงานกับเขาในเรื่อง Prometheus ฉันก็มีความสุขเพราะฉันมีช่วงเวลานี้ร่วมกับเขา” ปรากฏว่าบทบาท ชอว์ เป็นตัวละครที่สก็อตต์ต้องใช้เวลาคัดเลือกอยู่นานหลังจากทดสอบหน้ากล้องที่เขาร่วมงานกับผู้กำกับภาพ ดาริอุส วอลสกี, ASC. “เราใช้อุปกรณ์การเก็บของ Panavision ที่ผู้ออกแบบฉาก อาเธอร์ แม็กซ์ ตกแต่งเพื่อให้ได้บรรยากาศที่ดูเป็นอุตสาหกรรม มีความลึกลับและสยอง แต่นูมีก็ทำลายบรรยากาศไปจนหมด” เอลเลนเบิร์กกล่าว “พวกเราต่างรู้สึกตะลึงไปกับความโหด การมีพลังและการแสดงบนจอของเธอ”
พลังที่แตกต่างกันแสดงออกให้เห็นในบทของ เมเรดิธ วิคเกอร์ส ผู้บริหาร Weyland Industries ที่อยู่บนยานโพรมีธีอุสเพื่อเป็นตัวแทนผลประโยชน์ลึกลับของบริษัท เมื่อชาร์ลีซ ธีรอนตกลงรับบทบาท ตัวละครวิคเกอร์สก็มีทิศทางที่น่าสนใจในแบบใหม่ ลินดีลอฟเล่าว่า “ชาร์ลีซกับผมทำงานร่วมกันเพื่อทำให้ตัวละครมีความซับซ้อนมากขึ้น วิคเกอร์สเป็นตัวละครที่ผู้ชมอดที่จะเกลียดไม่ได้ แต่ก็มีหลายช่วงที่เราจะได้เห็นความอ่อนแอของเธอ และเริ่มเข้าใจได้ว่าทำไมและเพราะอะไรเธอกลายเป็นคนโลภที่มีความแข็งแกร่งมาก จุดนี้ทำให้เธอมีความน่าสนใจมากกว่าชอว์”
ธีรอนสนใจในโอกาสที่จะได้สำรวจประเด็นต่างๆ ที่มีความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์จากทัศนคติที่แตกต่างร่วมกับทีมงานที่เหลือของภาพยนตร์ “สำหรับตัวละครวิคเกอร์ส การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ไปยังอีกโลกเป็นเวลาสองปีถูกย่อส่วนลงมาให้เหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจ เธอมีความคิดที่ค่อนข้างเรียบง่าย” นักแสดงหญิงกล่าว
ถึงแม้มีการคำนึงถึงภารกิจ แต่มีความซับซ้อนและความลึกลับในเป้าหมายพื้นฐานของวิคเกอร์สยิ่งขึ้น “เธอเป็นคนลึกลับซับซ้อนและมีเงื่อนงำรายล้อมอยู่รอบตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันชอบมาก” ธีรอนกล่าว “วิคเกอร์สเป็นคนจริงจังและต้องการควบคุมสถานการณ์อย่างเสร็จสรรพ เธอต่อสู้กับทุกสิ่งที่ทุกคนในที่นั้นทำ และมันเห็นได้ชัดว่าเธอมีจุดมุ่งหมายเพียงสิ่งเดียวหรือซ่อนบางอย่างเอาไว้”
การทำหน้าที่ที่ดูเย็นชาของวิคเกอร์สอาจบรรยายได้ว่าดูราวกับเครื่องจักร แต่ลูกเรือบนยานอีกคนหนึ่ง เดวิด ที่รับบทแสดงโดยไมเคิล ฟาสเบนเดอร์คือเครื่องจักรตัวจริง เขาเป็นแอนดรอยด์ของบริษัทที่สร้างขึ้นมา ขณะที่เดวิดมีความอัจฉริยะเหนือธรรมดาและมีความสามารถด้านอื่นๆ สก็อตต์เล่าว่าหน้าที่ของเขาบนยานโพรมีธีอุสคือการเป็นทาสรับใช้ “โดยทั่วไปแล้วเขาเป็นคนทำความสะอาดยาน คอยจับตาดูทุกอย่างขณะที่ลูกเรือที่เป็นมนุษย์ถูกหยุดการเคลื่อนไหว [มีความสำคัญต่อการเดินทางในช่วงสองปี]”
ถึงอย่างไรเดวิดก็มีความเป็น “มนุษย์” มากกว่าที่คิดว่ามนุษย์สังเคราะห์จะเป็นได้ ลินดีลอฟอธิบายว่า: “เดวิดถูกวางโปรแกรมมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ลูกเรือ แต่เขาคิดว่าภารกิจเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะเขาอยู่ในบริษัทของผู้สร้างของเขา นั่นคือ มนุษย์ และเขารู้สึกไม่ประทับใจกับพวกเขาเลยสักนิด ผมถูกผลักดันไอเดียให้เขาโดนดูถูกอย่างชัดเจนเหมือนเขาถูกวางโปรแกรมมาให้โดนแบบนั้น”
การผสมผสานกันระหว่างความฉลาดของเดวิดกับคำสั่งที่เขาต้องเป็นผู้รับใช้ ทำให้ภาพยนตร์มีช่วงที่ตลกอย่างไม่ทันตั้งตัว ตอนที่เราพบกับเดวิด เขาเหมือนกับเด็กที่อยู่ในสนามเด็กเล่น เพียงแต่สนามเด็กเล่นของเขาคือโพรมีธีอุส “ระหว่างที่ลูกเรือคนอื่นต้องจำศีล เดวิดสนุกสนานกับตัวเองด้วยการซ่อมแซมยานด้วยเทคนิคต่างๆ ได้อย่างน่าประหลาด” ฟาสเบนเดอร์กล่าว และเดวิดก็เหมือนเด็กที่สนุกกับการดูหนังเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพยนตร์ที่น่าประทับใจของเขาคือผลงานชิ้นเอกเรื่องยิ่งใหญ่ของเดวิด ลีน เรื่อง Lawrence of Arabia; เดวิดเหมือนกับ ที.อี.ลอว์เรนซ์ ของปีเตอร์ โอ’ทูลในผู้ชายที่มีหลากหลายรูปแบบ ลินดีลอฟกล่าวเสริมว่า “ลอว์เรนซ์เหมือนคนต่างถิ่นที่ไปอยู่ต่างเมือง เขาจินตนาการว่าตัวเองเป็นนักกู้อิสรภาพ และทุกอย่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของเดวิด”
นอกจากนั้นเดวิดมีมุมมองเกี่ยวกับลูกเรือที่เป็นมนุษย์ว่าเหมือนเด็ก “เขาขี้อิจฉาและหยิ่งเพราะคิดว่าความรู้ของเขามันครอบคลุมทุกอย่าง และยิ่งไปกว่านั้นคือเขาเหนือกว่าพวกมนุษย์” ฟาสเบนเดอร์กล่าว “เดวิดอยากเป็นที่นับถือและได้รับการยกย่องในความฉลาดของเขา แต่ยังไม่มีใครมีเวลาใส่ใจเขา พวกเขาไม่ยอมรับเดวิดและนั่นทำให้เขาผิดหวัง เดวิดก็เหมือนกับเด็กที่อาจกล้าตัดสินใจมีการตัดสินใจที่ชัดเจน”
สก็อตต์บรรยายถึง เจเน็ค กัปตันของยานโพรมีธีอุสไว้ว่าเป็น “ลูกเรืออาวุโส” – ลูกเรือสมัยก่อนสุดคลาสสิคและเป็นคนที่มีความชัดเจนในภารกิจตั้งแต่แรกเริ่มว่าต้องปกป้องยานและลูกเรือ ความมุ่งมั่นและหน้าที่ของเขาทำให้เขามีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากเป้าหมายที่น่าตื่นเต้นของชอว์และฮอลโลเวย์ และผลประโยชน์ของบริษัทที่เลวร้ายอย่างวิคเกอร์ส
ไอดริส เอลบ้า นักแสดงชายชาวอังกฤษผู้รับบท เจเน็ค กลับมาร่วมงานอีกครั้งหลังจากที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับในภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล เรื่อง American Gangster ท่าทางที่น่ากลัวของเอลบ้าและการแสดงของเขาในภาพยนตร์เรื่องนั้นทำให้สก็อตต์เกิดความประทับใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการแสดงสุดแสบของนักแสดงชายที่รับบทเป็นผู้ค้ายาที่มีอิทธิพล สตริงเกอร์ เบล ในซีรี่ส์เรื่อง The Wire และเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีความซับซ้อนในเรื่อง Luther
เอลบ้าบรรยายถึงตัวละครเจเน็คว่า “เป็นทั้งผู้ดูแลเรือและเป็นลูกเรือ นั่นล่ะชีวิตของเขาและชีวิตลูกเรือคือหน้าที่ความรับผิดชอบของเขา ในที่สุดเขาได้มีการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่เพิ่มความเป็นมนุษย์ให้เขาขึ้นมา”
โลแกน มาร์แชล-กรีนรับบทแสดงเป็น ฮอลโลเวย์ คู่คิดของชอว์ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ผู้ร่วมภารกิจค้นหาคำตอบของข้อสงสัยที่มีความหมายต่อมวลมนุษย์เป็นอย่างมาก ฮอลโลเวย์ต้องการคำตอบไม่ต่างจากชอว์ แต่เขาคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาของพวกเขาจะต่างจากที่ชอว์คาดไว้
“ชอว์เป็นหัวใจสำคัญของการค้นหา; ส่วนฮอลโลเวย์เป็นเหมือนไหวพริบ” มาร์แชล-กรีนกล่าวเสริม “ผมคิดว่าฮอลโลเวย์กำลังหาคำตอบในข้อสงสัยที่สำคัญทั้งหลาย เพราะเขาจะเต็มที่ตลอดเวลา เขาเต็มที่กับทุกสิ่งที่เขาทำ บางครั้งก็ทำให้ทีมดีขึ้นหรือแย่ลง ผมคิดว่าสิ่งที่ผลักดันเขาคือความตื่นเต้นของการค้นหา”
FB:
บทสัมภาษณ์ นูมี ราเพซ นักแสดงจาก PROMETHEUS
http://www.youtube.com/watch?v=qYIyR1xIqkk
นูมี ราเพซเป็นที่รู้จักดีของผู้ชมทั่วโลกจากบทบาทที่เธอแสดงนำในภาพยนตร์ เรื่อง THE GIRL WITH THE DRAGON TATTOO และในภาคต่ออีกสองตอน ภาพยนตร์สร้างขึ้นจากนิยายยอดนิยมของสตีก ลาร์สสัน จากต้นฉบับของลิสเบ็ธ ซาแลนเดอร์ ซึ่งราเพซได้แสดงบทนางเอกของเรื่องจนได้รับคำชมอย่างยิ่งใหญ่
ก่อนภาพยนตร์เรื่อง DRAGON TATTOO ราเพซประสบความสำเร็จที่บ้านเกิดของเธอในสวีเดนด้วยบทบาทในภาพยนตร์ ทางทีวีและโรงละครที่หลากหลาย เธอก้าวสู่ฮอลลีวูดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2011 ด้วยภาพยนตร์เรื่อง SHERLOCK HOMES: A GAME OF SHADOWS ที่เธอร่วมแสดงกับโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และ จู้ด ลอว์
ในฉากภาพยนตร์ของริดลีย์ สก็อตต์ เรื่อง PROMETHEUS ราเพซต้องรับบทเป็นนักวิทยาศาสตร์ เอลิซาเบ็ธ ชอว์ เธอจะมาพูดถึการก้าวเข้าสู่บทบาทตัวละครของเธอ การทำงานในโลกฮอลลีวูด และการเตรียมตัวสำหรับบทบาทของเธอ
ช่วยเล่าถึงเอลิซาเบ็ธ ชอว์ให้เราฟังหน่อย เธอเป็นตัวเดินเรื่องของภาพยนตร์เลยใช่มั้ย?
ถูกต้อง ในส่วนหนึ่งฉันคิดว่าเธอเป็นหัวใจของภาพยนตร์ และเป็นคนที่คุณจะมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เธอจึงอาจเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงโดยส่วนหนึ่งและเป็นคนที่เริ่มลงมือทำทุกอย่าง เธอเข้าไปตีสนิทกับคุณวีย์แลนด์ เธอโน้มน้าวให้เขาทุ่มทุนทั้งหมดกับภารกิจนี้
เธอสูญเสียพ่อไปตอนที่เธอยังเด็กมาก เขาเป็นผู้สอนศาสนาและเป็นชาวคริสเตียน ฉันคิดว่าหากมีเรื่องเศร้าแบบนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย มันเหมือนเรามีมุมมอง 2 แบบ ฉันคิดว่าเราอาจเสียความศรัทธา เศร้าโศก และเริ่มคิดว่าทุกอย่างเหมือนเป็นการลงโทษ ในอีกแง่หนึ่งเธอเป็นลูกที่ได้รับความรัก พ่อมอบของขวัญที่เป็นความเชื่อและความศรัทธาให้เธอ เธอจึงรับมือกับมันได้และมีความมุ่งมั่นกับทุกสิ่ง จนในที่สุดทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ฉันเลือกจะเชื่อและตัวตนที่ฉันเป็น และฉันก็พยายามตักตวงโอกาสมากกว่าจะมองว่าตัวเองเป็นเหยื่อ
เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งเหมือนกับ ริปลีย์ ในเรื่อง ALIEN หรือเปล่า?
ฉันคิดว่าชอว์มีความเป็นผู้หญิงมากกว่า เธอเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดี ส่วนริปลีย์แข็งแกร่งกว่าในช่วงเริ่มเรื่อง: ในตอนแรกเธออยู่อย่างโดดเดี่ยว ชอว์เริ่มการเดินทางนี้เพื่อได้ร่วมทางไปกับฮอลโลเวย์และเธอก็รักเขา พวกเขาอยู่กันเป็นทีม จัดการเรื่องนี้ร่วมกัน ช่วงกลางเรื่องมีบางอย่างเกิดขึ้น และเธอกลายเป็นคนแข็งแกร่งเหมือนนักรบมากขึ้น เธอต้องตัดอารมณ์บางอย่างออกไปเพื่อความอยู่รอด
ฉันคิดว่าเริ่มจากการเป็นคนอ่อนต่อโลกที่เต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่น จนกลายเป็นคนที่มีความแกร่งมากขึ้น แต่ฉันยังคงมีความศรัทธาอยู่ เธอเชื่อว่ามีนางฟ้าจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา แต่ฉันคิดว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับริปลีย์ในบางด้าน คุณอาจเห็นบางอย่างที่เชื่อมโยงกันระหว่างพวกเขา ฉันคิดว่านางเอกของริดลีย์ต้องมีความแข็งแรง หรือสามารถยืนหยัดเพื่อตัวเองและสามารถต่อสู้กลับได้เป็นอย่างดี
เขาไม่ทำให้ผู้หญิงดูอ่อนแอใช่มั้ย?
ไม่เลย ไม่จริงๆ ฉันจำได้ว่าตอนที่ดูเรื่อง THELMA AND LOUISE ฉันยังเด็กมากและรู้สึกว่า “โอ้ ให้ตายเหอะ นี่มันอะไรกัน?” ฉันไม่เคยดูหนังแบบนี้ตอนอายุ 12 หรืออะไรสักอย่างเลย ฉันคิดว่าการทำงานของเขามันน่าเหลือเชื่อมาก เขามีจินตนาการที่ชัดเจนมาก แต่เวลาเดียวกันเขาก็เป็นคนใจกว้างมากด้วย หากฉันเดินเข้าไปพร้อมไอเดียที่ดีกว่าเขาจะพูดว่า “ดีเลย ลองแสดงดู” มันเหมือนกับเราสร้างสิ่งต่างๆ ร่วมกันทุกวัน และนั่นเป็นความวิเศษที่ได้มีส่วนร่วมด้วย เขาทำให้ฉันประหลาดใจได้ทุกวัน เขามีพลังอย่างเหลือล้น ว้าว ฉันรักผู้ชายคนนี้จัง
ตอนนี้คุณได้ก้าวมาสู่โลกฮอลลีวูดแล้วหลังจากประสบความสำเร็จในเรื่อง THE GIRL WITH THE DRAGON TATTOO มันถือเป็นความพยายามที่ต้องค้นหาตัวละครที่มีความแข็งแกร่งเหมือน ลิสเบ็ธ ซาแลนเดอร์ และ ชอว์ ในตอนนี้มั้ย?
ไม่นะ ไม่เลยจริงๆ ฉันอาจโชคดีมากเพราะบทภาพยนตร์ที่คนส่งมาให้ฉันส่วนใหญ่ไม่ได้ดีแบบนี้ แต่ฉันได้รับบางบทที่ล้ำค่า ซึ่งมันวิเศษมากและเป็นบทบาทที่มีความเข้มแข็ง ฉันอาจจะเพิ่งสปอยล์ไปแล้วก็ได้ แต่ฉันคิดว่ามันเป็นการปรับเปลี่ยนอย่างช้าๆ มันมีความน่าสนใจในบทบาทสำหรับผู้หญิงมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกัน
ลูกเรือบนยานต้องอยู่ร่วมกันจริง การแสดงบทนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?
ดีมากเลยสำหรับกลุ่มคนที่ริดลีย์ค้นพบสำหรับงานครั้งนี้ ฉันมีความสุขมากและมันเป็นความสนุกอย่างแท้จริงที่ได้ร่วมงานกับคนเหล่านี้ เพราะมีแต่นักแสดงที่น่าทึ่งหลายคน การแสดงของเคท ดิคกี้ก็น่าเหลือเชื่อ ฉันเพิ่งได้ดูเธอแสดงในเรื่อง RED ROAD ริดลีย์เล่าเกี่ยวกับเธอเอาไว้ว่าฉันจะไม่เคยเห็นเธอแบบนี้มาก่อน เธอรับบทเป็นหมอในฉาก ซึ่งเป็นบทเล็กๆ ในบทภาพยนตร์ แต่เพียงไม่นานพอเราเริ่มแสดง ทุกฉากก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา ฉันคิดว่าคนกลุ่มนี้นำสีสันมารวมเข้ากัน ฉันไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นนักแสดงนำเลย ฉันคิดว่าพวกเราสร้างทุกอย่างร่วมกันมากกว่า ไอดริส เอลบ้าแสดงได้ยอดเยี่ยมเหมือนกับไมเคิล ฟาสเบนเดอร์เลย ฉันโชคดีมาก ฉันคิดว่าในทุกๆ ฉากเราร่วมกันค้นหาความสมจริงของฉาก มีการทำงานแบบทีมเวิร์คว่า “เราจะแสดงฉากนี้ให้ดีที่สุดอย่างไรดี?” และ “บางทีคุณกับฉันน่าจะสลับประโยคกันนะ” พวกเราทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดกันว่าเราอยากแสดงแบบไหน ริดลีย์เป็นผู้นำที่ไร้ที่ติเพราะเขามอบบางสิ่งให้ทุกคน และเมื่อเรานำมันมารวมกันก็เหมือนกับการระเบิดเลย
ถือเป็นงานที่ต้องใช้พลกำลังเยอะมั้ย?
ฉันมีรอยช้ำ รอยถลอกและเป็นแผลทั้งตัว มันไม่ใช่ฉากการต่อสู้หรือฉากแอ็คชั่นอย่างที่รู้สึกแบบนั้นนะ แต่มันเป็นฉากที่ต้องใช้พลกำลังแสดง เพราะเราอยู่ท่ามกลางพายุในอวกาศและฉันต้องถูกลากอยู่กับพื้น มันต้องใช้ทั้งพลกำลังและด้านความรู้สึกถึงขั้นที่สุด เราต้องตัดความสัมพันธ์ระหว่างความคิดกับร่างกายของเราออกจากกัน เวลาเราได้รับการบาดเจ็บนิดหน่อยก็ไม่รู้สึกอะไรมาก แต่เราจะพบรอยฟกช้ำหลายรอยตอนเรากลับบ้าน!
คุณเลือกที่จะแสดงเองเท่าที่จะทำได้มากกว่ามั้ย?
ใช่ แสดงมากเท่าที่พวกเขาจะปล่อยให้ฉันแสดงได้ บางทีพวกเขาก็ไม่ให้ฉันแสดง เพราะถ้าฉันขาหักทุกอย่างก็ต้องหยุดไปช่วงหนึ่ง ฉันเลือกที่จะแสดงเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นเพราะฉันไม่อยากให้มันดูเป็นมืออาชีพจนเกินไปด้วย บางครั้งเวลานักแสดงผาดโผนมาแสดง พวกเขาจะเคลื่อนไหวได้สมบูรณ์แบบมากจนเราสงสัยว่ามันทำแบบนั้นได้หรอ มันดูคล่องไป ฉันอยากให้มันดูลำบากหน่อย ฉันพยายามจะทำให้มันง่ายที่สุดเพื่อที่ฉันจะทำให้มันเป็นไปได้ แล้วฉันก็รู้ว่าตัวละครของฉันสามารถทำได้
คุณต้องมีการฝึกซ้อมเยอะมั้ย?
ฉันต้องวิ่งเยอะมากเพราะฉันไม่อยากสร้างกล้ามเนื้อก้อนโตขึ้นมา ไม่อยากให้มันมีขนาดใหญ่แต่ฉันอยากให้มันกระชับ ฉันคิดว่าพวกเขมีการฝึกซ้อมมาก่อนที่จะออกไปนอกอวกาศ ฉันรู้มาว่า คริสเตอร์ ดุฟเลแซง ชาวสวีเดนที่ออกไปนอกอวกาศอยู่หลายครั้งเคยให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีของชาวสวีเดนว่า สภาพไร้แรงโน้มถ่วงเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับร่างกายของเรามาก การออกไปที่นั่นเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เราต้องมีการฝึกซ้อมเป็นเวลานานก่อนจะออกไป
ฉันคิดว่าพวกเขามีการเตรียมตัวมาก่อน พวกเขาต้องมีความพร้อมสำหรับทุกอย่างที่ต้องพบเจอ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจอกับอะไรหรือมีอะไรรออยู่ที่นั่น ฉะนั้นฉันเลยต้องซ้อมวิ่งเยอะๆ ประมาณ 5 วันต่อสัปดาห์
ตอนที่ฉันแสดงเรื่อง THE GIRL WITH THE DRAGON TATTOO และหนังฟอร์มยักษ์เรื่องอื่นๆ ฉันต้องแสดงศิลปะการต่อสู้เยอะมาก ฉันต้องชกมวยและต่อสู้แบบ Tae Bo เพราะฉันอยากให้ดูแข็งกร้าว ฉันอยากต่อสู้เป็น แต่เรื่องนี้มีความแตกต่างกัน เพราะเรื่องนี้ฉันต้องวิ่งเป็นเวลานานแทนที่จะต้องใช้การเคลื่อนไหวแบบรวดเร็ว ฉันคิดว่าอยากแสดงให้เหมือนสัตว์ เราต้องกำหนดให้มีการใช้ร่างกายน้อยเท่าจำนวนอาหารตามที่ต้องการ เวลาหมีจำศีลในช่วงฤดูหนาว มันวางแผนได้อย่างดีเยี่ยม มันมีการอดอาหารเวลาตื่นแต่อยู่นานได้ ฉันพยายามฝึกร่างกายให้ร่างกายมีความอึดเพื่อที่จะทำงานระยะยาวได้อย่างรวดเร็วและมีความกระตือรือร้น
Prometheus - Noomi Quiet Eye (ซับไทย) http://youtu.be/qYIyR1xIqkk
Prometheus - โพรมีธีอุส เข้าฉายในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ นำแสดงโดย นูมี ราเพซ , ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ , แพททริค วิลสัน , ไอดริส เอลบา และ ชาร์ลิซ เธอรอน กำกับภาพยนตร์โดย ริดลีย์ สก็อตต์ และมาร่วมอัพเดทข้อมูล Prometheus - โพรมีธีอุส ก่อนใครได้ที่ https://apps.facebook.com/starmap_th/
FB:
เตรียมพบกับการสัมภาษณ์สดๆ นักแสดงและผู้กำกับ Prometheus 30 พ.ค.นี้ 17.30น.
ใกล้เข้าทุกทีแล้ว กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ที่ใครหลายคนรอคอยที่จะค้นหาคำตอบ ที่มาขอจุดเริ่มต้นที่อาจจะกลายเป็นจุดจบ กับภาพยนตร์เรื่อง Prometheus – โพรมีธีอุส ที่กำลังจะเข้าฉายในประเทศไทย 7 มิถุนายนนี้ พิเศษสุดๆ ที่เราจะได้ชมการสัมภาษณ์ผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อตต์ : และนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, ชาร์ลิส เธอรอน, นูมิ ราเพซ และ กาย เพียร์ซ แฟนๆ หนังเรื่องไม่ควรพลาด ชมกันสดๆได้ ในวันพุธที่ 30 พฤษภาคมนี้ เวลา 17.30-18.00น. ได้ทาง http://uk.movies.yahoo.com/prometheus/ สามารถฝากคำถามได้ที่ twitter ทวีตมาที่ #prometheuslive และชมการสัมภาษณ์ได้ที่ Yahoo! 30 พ.ค.นื้ 17.30 ห้ามพลาด!!
เตรียมพบกับการสัมภาษณ์สดๆ นักแสดงและผู้กำกับ Prometheus 30 พ.ค.นี้ 17.30 น.
ดูสัมภาษณ์ได้ที่ >> http://uk.movies.yahoo.com/prometheus/
FB:
เกร็ดหนังดี เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับศิลปะของยานอวกาศ ใน PROMETHEUS:
http://www.youtube.com/watch?v=Y0Mz6T9En4g
สำหรับอาร์เธอร์ แม็กซ์ ผู้ออกแบบฉากในภาพยนตร์เรื่อง PROMETHEUS โลกที่เห็นในภาพยนตร์ไม่ได้หมายถึงการสร้างทิวทัศน์นอกโลกบนดวงดาวที่ลูกเรือไปเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงยานอวกาศโพรมีธีอุสที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยขั้นสูง ซึ่งเป็นความภูมิใจของกองบินของ Weyland Corporation ในอนาคตอีก 70 ปีข้างหน้า และเป็นสิ่งที่ลูกเรือผู้เป็นมนุษย์ในภาพยนตร์เรียกว่าเป็นที่พักอาศัย
ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ไม่อยากเชื่อในผลงานที่ปรากฏอยู่ในฉากของยานอวกาศที่สร้างขึ้นมาเลย “ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรที่น่าประทับใจขนาดนี้” เขากล่าวอย่างกระตือรือร้น “ผมจำได้ว่าเดินอยู่บนเรือในช่วงวันแรกๆ แล้วรู้สึกเหมือนอยู่บนยานจริงๆ ไม่จำเป็นต้องแสดงเลย ผมกดปุ่มพวกนี้ทุกปุ่มและมันก็ทำงานได้หมด แผงบังคับแทบจะเป็นหัวใจของยานที่แสดงให้เห็นสัญญาณที่สำคัญของยาน ทุกอย่างถูกคิดมาอย่างเสร็จสรรพ”
ไอดริส เอลบ้า ผู้รับบทแสดงเป็นกัปตันเจเน็ค ผู้มีหน้าที่บังคับยานอวกาศกล่าวเห็นด้วยว่า “ผมไม่ได้บังคับยานอวกาศนั้นเพื่อเอาชีวิตตัวเองรอด แต่เพราะการแต่งตั้งให้ผมนั่งอยู่หน้าแผงควบคุมที่มีการใช้งานได้จริง เรากดปุ่มนี้ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น กดปุ่มนั้นก็มีอย่างอื่นเกิดขึ้น... สำหรับริดลีย์ เขาเป็นคนที่เข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับยานอวกาศ เขาออกแบบมันมาจากความคิดของเขาและออกแบบให้มันใช้งานได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขามีความพิเศษมาก”
“มีการใช้วิชวลเอ็ฟเฟ็กต์หลายอย่างในเรื่อง แต่เราก็พยายามใช้ของจริงให้มากที่สุดเสมอ” ไมเคิล เอลเลนเบิร์ก ผู้อำนวยการสร้างบริหารกล่าว “เพราะฉะนั้นวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์จะบ่งบอกและแปลงสภาพเข้ากับสิ่งที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะเสริมสร้างมันขึ้นมาใหม่ นั่นคือความแตกต่างระหว่างการมอบประสบการณ์ในอนาคตให้รู้สึกได้ถึงความน่าเชื่อถือ ความสมจริงและไม่สมจริง อันที่จริงสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์อาจง่ายกว่านิดหน่อย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ต้นทุนต่ำเสมอไป และหากเราสร้างบางสิ่งขึ้นมาได้และทำให้รู้สึกได้ว่ามันดูสมจริงได้ทุกอย่างก็จะดีกว่า โดยเฉพาะเวลาที่เราพยายามทำให้พวกเขารู้สึกกลัว”
นักแสดงชายโลแกน มาร์แชล-กรีนพูดถึงการออกแบบยาน โครงสร้างที่หล่อเลี้ยงเข้าไปสู่การกระตือรือร้นแห่งตัวละครที่แบ่งแยกลูกเรือของยานโพรมีธีอุสไว้ว่า “ทุกคนในที่นั้นต่างจับตาดูคนอื่น” เขากล่าว “มันเป็นเรื่องที่งดงามนะ เหมือนที่คุณพูดว่าทุกคนอยู่ที่นั่นเพื่อจับตาดูคนอื่น แต่มันก็เป็นการจับคู่ได้อย่างงดงามเมื่อเรามีตัวละครของนูมีและตัวละครของผมที่ประคองกันและกันไว้ เพราะพวกเขาอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่เชื่อใจและอยากทำลายพวกเขา และเราจะมีตัวละครของเรฟ สปอล และ ฌอน แฮร์ริส รวมถึงตัวละครของชาร์ลีซ ธีรอน และ ไอดริส เอลบ้าด้วย ซึ่งทุกคู่ต่างจับตาดูคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ลูกเรือกลุ่มใหญ่ ยานมีขนาดใหญ่แต่ไม่ต้องใช้คนมากมายมาควบคุมมัน”
ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ ผู้รับบทแสดงเป็น เดวิด กล่าวสรุปว่า “บางคนไปอยู่ที่นั่นเพื่อค่าจ้าง บางคนไปอยู่ที่นั่นเพื่อหาคำตอบ บางคนไปอยู่ที่นั่นเพราะหวังว่าจะล่วงรู้ถึงความลับบางอย่าง บางคนมีจุดประสงค์ร้ายในการเดินทางไปที่นั่น เรามีมิตรภาพทั้งเป็นหมู่คณะ ส่วนตัวและมีแรงจูงใจ ซึ่งมีความน่าสนใจมากพอก่อนที่เรื่องเลวร้ายจะจู่โจมแฟนๆ”
ผู้ออกแบบฉาก อาร์เธอร์ แม็กซ์ บรรยายถึงการสร้างลักษณะของยานโพรมีธีอุสที่ดูไฮเทคว่า “หนังเรื่อง ALIEN ภาคแรกใช้สถานที่ที่เป็นเรือลากขุดเหมืองชื่อ Nostromo ที่มีความขรุขระมากและเหมือนถังที่เป็นสนิม ซึ่งในทางตรงกันข้ามสิ่งที่เราสร้างขึ้นครั้งนี้เป็นยานของกองทัพ Weyland Corporation มันมีความล้ำสมัย มันมีเทคโนโลยีในตัวทุกอย่างที่สามารถสำรวจห้วงจักรวาลได้ มันเป็นส่วนที่ดีของขบวนยาน แทนที่จะเป็นความเลวร้ายถึงแม้ว่ามันจะเป็นรุ่นก่อนก็ตาม”
ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แจนตี้ เยทส์ มีหน้าที่สร้างชุดอวกาศของเรื่อง PROMETHEUS อันมีเอกลักษณ์ที่ต้องสวมใส่โดยลูกเรือตอนที่พวกเขาก้าวไปบนพื้นผิวของดวงดาว “มันเริ่มจากการคุยกับอาร์เธอร์ เขาแสดงให้ฉันเห็นถึงการค้นคว้าที่ยอดเยี่ยมหลายอย่าง” เธอจดจำได้ “เขาเล่าว่ามันต้องมีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบชุดอวกาศ และมันน่าจะเป็นเครื่องแบบเหมือนกับในเรื่อง ALIEN แล้วจากนั้นริดลีย์ก็เข้ามา!”
สก็อตต์เอาการออกแบบทั้งหมด 16 ชุดมาให้ดู เยทส์ตัดสินว่าเธอสนใจในแบบที่เรียบง่ายมากกว่า “ริดลีย์บอกว่า 'โอ้ ไม่นะ มันดูประหลาดเกิน; ชุดนักบินกับกางเกงอำพรางตัว' ฉันมีคอนเซ็ปต์ไม่กี่แบบที่เขาชอบมาก บทภาพยนตร์ทั้งหมดก็ทำให้เกิดต้นแบบของชุดขึ้นมา”
เยทส์สนใจที่การสร้างชุดอวกาศที่ทั้งดูทันสมัยและใช้งานทางเทคนิคได้ “มีชุดข้างในที่จินตนาการว่าเป็นท่อต่อควบคุมระบบเลือด ระดับออกซิเจน และทุกอย่างที่วิ่งวนอยู่ทั่วตัวเรา” นอกจากนั้นหมวกยังมีแสงไฟและจอ LED จำนวนมากที่แสดงข้อมูลของพื้นที่และบรรยากาศ ซึ่งสร้างขึ้นโดยฝ่ายกราฟฟิคของภาพยนตร์
และรายละเอียดเสริมของชุดอีกหลายอย่างมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมต่อการสร้างด้วย “จะมีหมวกคล้ายหัวกระโหลกที่มีการเดินระบบเสียงเข้าไป พวกเขาไม่ได้พูดได้เพียงอย่างเดียว แต่ได้ยินคำสั่งอีกด้วย” เยทส์อธิบาย “สิ่งสำคัญที่สุดคือมันมีการต่อสายอากาศเข้าไปด้วย เพราะริดลีย์เล่าว่าในเรื่อง ALIEN จะเกิดความกลัวขึ้นหลังจากที่นักแสดงต้องสวมหมวกนานกว่า 30 วินาทีเพราะหน้ากากหมวกจะมาบังอากาศ”
สิ่งสำคัญในองค์ประกอบของมนุษย์ในภาพยนตร์จะถูกลดความสำคัญไปไม่ได้ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ เดม่อน ลินดีลอฟ คิดว่า “ความมหัศจรรย์ที่ริดลีย์ในฐานะของผู้กำกับสร้างขึ้น คือสร้างไอเดียต่างๆ ที่สำคัญมาจากรากฐานแห่งความเป็นจริง” เขากล่าว “ความเจ๋งของหนังเรื่องนี้อยู่ที่มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกในส่วนสำคัญใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นสิ่งที่เราจะได้สัมผัสในอนาคตเป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลจากโลกมาก มันเกี่ยวกับสิ่งที่ทุกคนเป็นอยู่ในตอนนี้ พวกเขาจะต้องพบกับอะไร? พวกเขากำลังคิดถึงเรื่องอะไร? มันเป็นความคิดที่เกิดขึ้นในอีกหลายร้อยปีต่อจากนี้ แต่เราอาจถูกจูงใจจากความคิดที่ต่างกันไป ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องราวภาพยนตร์”
ชิ้นส่วนอื่นที่น่าประทับใจที่สุดด้านเทคโนโลยีของมนุษย์ ซึ่งเป็นการพัฒนาสำหรับภาพยนตร์คือยานพาหนะต่างๆ ที่เราสร้างให้วิ่งได้ จากรถมอเตอร์ไซค์ทรงสี่เหลี่ยมที่มีความรวดเร็วไปเป็นยานพาหนะบรรทุกเจ้าหน้าที่ขนาดยักษ์พร้อมอาวุธ พาหนะของโพรมีธีอุสไม่เป็นรองใครเลย “เราจะพาพวกเขาไปที่ไอซ์แลนด์” แม็กซ์หัวเราะกับบางส่วนของภาพยนตร์ที่ Pinewood สถานที่ในการสร้างภาพยนตร์เลือกไว้ว่าต้องเป็นที่ห่างไกล “มันต้องเป็นความท้าทายด้านการคำนวณ!”
แต่เขากล่าวสรุปว่ามันเป็นความท้าทายของงานที่แท้จริง “ผมคิดว่าผู้ชมและเทคโนโลยีของภาพยนตร์มีความซับซ้อนมากขึ้น และมีหนังไซไฟอยู่หลายเรื่อง [ตั้งแต่ที่ริดลีย์สร้างเรื่อง BLADE RUNNER] มันมีความกดดันหลายอย่างสำหรับทุกคนในที่นี้ที่ต้องแสดงให้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่พวกเราพยายามทำ”
Prometheus - โพรมีธีอุส เข้าฉายในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ นำแสดงโดย นูมี ราเพซ , ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ , แพททริค วิลสัน , ไอดริส เอลบา และ ชาร์ลิซ เธอรอน กำกับภาพยนตร์โดย ริดลีย์ สก็อตต์ และมาร่วมอัพเดทข้อมูล Prometheus - โพรมีธีอุส ก่อนใครได้ที่ https://apps.facebook.com/starmap_th/
Prometheus - Movie Montage http://youtu.be/Y0Mz6T9En4g
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version