ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
MOVIE : “Man on a Ledge” 2 กุมภาพันธ์ 2012
FB:
เอ็ดเวิร์ด เบิร์นส นักแสดงจาก Saving Private Ryan ก็ได้นำเอาเสน่ห์เข้ามาเป็นบท แจ็ค โดเฮอร์ตี้ ตำรวจนักสืบนิวยอร์ค ผู้อำนวยการสร้าง วาห์ราเดี้ยน เล่าว่า "พวกเราเพิ่มบทบาทให้กับ เอ็ดเวิร์ด เพราะทุกสิ่งที่ออกมาจากปากเขามีทั้งอารมณ์ขัน, จริงจัง และสมจริงตามแบบฉบับของตำรวจนิวยอร์ค เขาเป็นเหมือนตัวแทนของเมือง"
ส่วนใหญ่แล้ว แจ็ค มักจะอยู่กับ ไลเดีย ตัวละครของ แบงค์ส เมื่อ นักสืบโดเฮอร์ตี้ เชื่อว่าเธอไม่เหมาะกับหน้าที่นี้ เบิร์นส เล่าว่า "แจ็ค ไม่ชอบที่ ไลเดีย กลายเป็นผู้ออกคำสั่งแทนเขา เพราะมันควรที่จะเป็นคดีของเขา โดยในครึ่งแรกของเรื่องเขามักจะทำให้เธออยู่ในสถานะลำบาก แต่หลังจากนั้นเขาก็พบว่าตัวเองควรที่จะช่วยเธอ"
เอ็ด แฮร์ริส นักแสดงรุ่นเก๋าจาก The Rock และ National Treasure 2 เข้ามารับบทเป็น เดวิด อิงแลนด์เดอร์ นักธุรกิจที่ร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งเข้ามาช่วยทำเพิ่มอำนาจมืดที่แตะต้องไม่ได้ เขาเล่าว่า "มันมีเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม ผมหวังว่ามันจะทำให้ผู้ชมนั่งไม่ติดกับเก้าอี้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเห็นผู้ชายยืนอยู่ริมระเบียง ผมหวังว่าคนดูจะรู้สึกตื่นเต้นไปตลอด"
นักแสดงหน้าใหม่ เจเนซิส ร็อดริเกซ ก็เข้ามารับบทเป็นแฟนสาวสุดเซ็กซี่ของ โจอี้ ที่รับบทโดย เจมี่ เบลล์ โดยเธอเผยว่าความตื่นเต้นในการเข้ามาแสดงก็คือ การรับบทเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน "ฉันคิดว่าเธอเป็นคนหัวไวและฉลาด มันเป็นเรื่องสนุกในการได้เข้ามาทำงานกับทีมนักแสดงชุดนี้ มันทำให้ฉันมีพลังงานตลอดเวลา"
เบื้องหลังงานสร้าง
เมื่อพูดถึงฉากที่ตัวละครนำยืนอยู่บนระเบียงตึกสูงระฟ้าใน Man on a Ledge ทีมสร้างเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่มีที่ไหนที่จะดึงดูดความสนใจไปได้มากกว่ามหานครนิวยอร์ค ผู้อำนวยการสร้าง ลอเรนโซ่ ดิ โบนาเวนทูร่า อธิบายถึงการตัดสินใจเลือกสถานที่ถ่ายทำว่า "ผมคิดว่าหนังหลายงเรื่องคงไม่ไปถ่ายทำบนระเบียงเหนือพื้นดิน 225 ฟุตจริงๆ แต่พวกเราคิดว่ามันเป็นหนทางเดียวที่จะทำ ด้วยเหตุผลในเรื่องความสมจริงและความซื่อสัตย์ต่อคอนเซ็ปท์หนัง"
ตึกระฟ้ามากมายที่กระจายอยู่ทั่วกรุงนิวยอร์ค การหาระเบียงตึกที่เหมาะสมจึงกลายเป็นความท้าทาย ผู้ออกแบบงานสร้าง อเล็ก แฮมมอนด์ เล่าว่า "ตอนแรกพวกเรามีการพูดคุยกันว่าจะให้ตัวละครนำยืนอยู่สูงจากพื้นเท่าไหร่ดี บางคนต้องการให้ไม่สูงมากนัก เพื่อที่ นิค จะสามารถสื่อสารกับคนที่อยู่ด้านล่างได้ แต่บางคนก็บอกว่าให้สูงไปเลย เพื่อที่จะได้เพิ่มความรู้สึกที่อันตรายมากขึ้น"
ในที่สุดทีมงานก็ตกลงกันว่าจะให้ตัวละครของ เวอร์ธิงตัน อยู่บนความสูงระดับ 18 ถึง 22 ชั้น ซึ่งสูงพอที่จะสร้างความรู้สึกอึดอัดและต่ำพอที่จะทำให้คนที่อยู่ด้านล่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ผู้หาสถานที่ถ่ายทำ คีแรน แพทเทน ได้พูดถึงการเลือกสถานที่ถ่ายทำว่า "นอกจากที่ความสูงจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว พวกเรายังมองหาตึกที่ให้ความรู้สึกของเมืองนิวยอร์ค ตึกที่ถูกสร้างในยุคทองสมัยทศวรรษที่ 20 ถึง 30"
ในที่สุดโรงแรม เดอะ รูสเวลล์ ที่ถูกขนานนามว่า "เกรท เดม แห่ง เมดิสัน อเวนิว" สร้างในปีค.ศ. 1924 ใจกลางแมนฮัตตัน ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด แต่การสร้างระเบียงเพื่อใช้ในการถ่ายทำก็เป็นเรื่องท้าทายเช่นกัน โดยทีมงานต้องสร้างห้องพิเศษขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม แฮมมอนด์ เล่าว่า "พวกเราต้องการสถานที่ที่เราควบคุมได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องความปลอดภัยของทีมงานและนักแสดง และความยืดหยุ่นที่จะสามารถถ่ายทำจากทุกมุมมองทั้งในและนอกอาคาร"
ความปลอดภัยของทีมงานทุกคนถือเป็นความสำคัญลำดับแรก โดยทีมงานที่ดูแลอย่าง จิม แม็คมิลเลียน ก็เผยว่าเขานอนไม่หลับเมื่อนึกถึงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนระเบียงที่มีความกว้างเพียงแค่ 15 นิ้ว เขาเล่าว่า "พวกเรามีเครนแบกกล้อง 35 ฟุตสองตัว ที่ยืนออกไปจากตัวอาคาร 5 ฟุตและสูงขึ้นไปอีก 10 ฟุต และเหนือขึ้นไปสองชั้นก็คือเครนแบกกล้อง 85 ฟุต ที่หนักประมาณ 7,000 ปอนด์ แกว่งไปมาเหนือถนนย่านเมดิสัน อเวนิว มันเป็นเซทการถ่ายทำที่น่ากลัวที่สุดที่ผมเคยทำงานมา"
เซ็ทระเบียงได้ถูกสร้างขึ้นมาสามชิ้นเพื่อใช้ในการถ่ายทำ แฮมมอนด์ อธิบายว่า "พวกเรามีเซ็ทที่ใช้ถ่ายทำฉากสตันท์ ที่ถูกสร้างในโรงถ่ายที่ลองไอแลนด์ และเซ็ทที่ไว้ถ่ายทำฉากภายในอาคาร ที่มีความสูง 26 ฟุต และมีเซ็ทที่สร้างบนดาดฟ้าของโรงแรมรูสเวลล์ โดยทั้งสามเซ็ทก็มีความเหมือนกันในทุกองค์ประกอบ"
อุปกรณ์ที่ทีมงานขนขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงแรมรูสเวลล์มีน้ำหนักมหาศาล แม็คมิลเลียน เผยว่า "ผมคิดว่าน้ำหนักของห้องที่เราสร้างบนโรงแรมรูสเวลล์น่าจะประมาณ 10,000 ปอนด์ บวกกับคานสมดุลอีก 10,000 ปอนด์ นอกจากนั้นก็มีเทคโนเครนที่หนัก 4,000 ปอนด์ รวมกับคานสมดุลอีก 6,000 ปอนด์ ผมคิดว่าน้ำหนักรวมที่เราเอาไปไว้บนตึกก็น่าจะมีประมาณ 35,000 – 40,000 ปอนด์"
ผู้ดูแลวิชวลเอฟเฟ็ค ริชาร์ด คิดด์ เผยว่า เซ็ทระเบียงทั้งสามชิ้นที่สร้างขึ้นมา จะต้องเหมือนกันในทุกองค์ประกอบ เขาอธิบายถึงการทำงานในแผนกของเขาว่า "พวกเรามีหน้าที่ในการเชื่อมทั้งสามเซ็ทเข้าด้วยกัน เช่นเมื่อพวกเขาถ่ายทำกันในโรงถ่าย พวกเราก็มีหน้าที่ในการเพิ่มเติมท้องฟ้าเข้าไป พวกเราเชื่อมทั้งสามฉากเข้าด้วยกัน ให้ดูเหมือนว่าพวกเขาถ่ายทำกันในสถานที่เดียว"
เมืองนิวยอร์คกลายเป็นตัวละครที่สำคัญของเรื่องราว ผู้กำกับ แอสเจอร์ เลท เล่าว่า "มันมีส่วนผสมที่ไม่ใช่แค่เพียงสถาปัตยกรรม แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมและประชาชน ซึ่งคุณจะพบได้ตามตึกรามบ้านช่อง ตลอดจนไปถึงท้องถนนที่พวกเขาเดินมาดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น สำหรับผมนิวยอร์คเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการถ่ายทำ Man on a Ledge ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ที่นี่"
แฮมมอนด์ เสริมว่า "แอสเจอร์ มีแนวทางชัดเจนว่า สิ่งที่เขาต้องการทำในหนังเรื่องนี้ก็คือ การถ่ายทอดปฏิกิริยาของสังคมในมหานครนิวยอร์ค เรื่องราวเล็กๆน้อยๆของตัวละครที่อยู่รอบตัว นิค หลังจากที่เขาก้าวออกมายืนอยู่บนระเบียง"
นักแสดงนำอย่าง แซม เวอร์ธิงตัน ก็เห็นด้วยกับ แฮมมอนด์ เขาเผยว่า "มันเป็นไอเดียที่น่าสนใจสำหรับหนัง ผู้คนด้านล่างจะสงสัยว่า นิค รู้สึกยังไงหลังจากออกมายืนข้างนอก ผมคิดว่านั้นคือความรู้สึกที่พวกเขาควรมี นั้นคือพวกเขาจะไม่มีทางรู้เลยถ้าไม่ได้เจอกับตัวเอง และจะเริ่มเดากันไปต่างๆนาๆถึงสิ่งที่อยู่ในหัวของผู้ชายคนนั้น นั้นคือปฏิกิริยาของคนที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งในตัวละครของเรื่อง"
ทั้งหมดทั้งปวงแล้ว ทีมงานทุกคนหวังว่า Man on a Ledge จะเป็นหนังที่จะทำให้คนดูรู้สึกทึ่ง เวอร์ธิงตัน สรุปว่า "พวกเราหวังว่าจะทำหนังที่ยอดเยี่ยมให้กับคนดู นั้นคือจุดมุ่งหมายของผมในการแสดงหนังแต่ละเรื่อง นั้นคือผู้คนเต็มใจจ่ายค่าตั๋วและอยากเข้าไปดู พร้อมที่จะผสานตัวเองเข้าไปในสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้า และรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นมีความน่าสนใจและน่าติดตามไปจนกระทั่งวินาทีสุดท้าย"
FB:
ทีมนักแสดง
แซม เวอร์ธิงตัน (รับบทเป็น นิค)
แซม เวอร์ธิงตัน เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเขาแสดงนำในหนังบล็อคบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Terminator Salvation, Clash of the Titans และ Avatar ซึ่งทั้งสามเรื่องก็ทำเงินเฉพาะในอเมริกาไปมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
แซม เวอร์ธิงตัน เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 1976 ที่เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และเติบโตในเมืองร็อคกิ้งแฮม หลังจากจบการศึกษาจากสถาบันศิลปะการแสดงแห่งชาติที่ซิดนีย์ เขาก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแสดงละครเวทีเรื่อง Judas Kiss ที่โรงละครซิดนีย์ แสดงในซีรี่ย์ออสเตรเลีย ก่อนที่จะได้รับโอกาสแสดงหนังเป็นเรื่องแรกในปี 2000 เรื่อง Bootmen
หลังจากนั้นเขาก็มีหนังคุณภาพของออสเตรเลียอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่ Dirty Deeds (2002), Getting Square (2003) และ Somersault (2004) ซึ่งจากเรื่องนี้ก็ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากสถาบันภาพยนตร์ออสเตรเลียไปครอง
เขาเริ่มมีผลงานหนังฮอลลีวู้ดที่ไปถ่ายทำในออสเตรเลียอย่าง Hart's War (2002) และ The Great Raid (2005) ก่อนที่ในปี 2007 เจมส์ คาเมรอน สุดยอดผู้กำกับได้เลือกเขามารับบทนำในหนังฟอร์มยักษ์ Avatar ซึ่งกลายเป็นประตูที่เปิดให้เขาได้แสดงในหนังบล็อคบัสเตอร์มากมาย เช่น Terminator Salvation ประกบกับ คริสเตียน เบลล์ และ Clash of the Titans หนังแอ็คชั่นตำนานกรีกฟอร์มยักษ์
สำหรับผลงานในปี 2011 ที่ผ่านมาของเขาก็คือ Last Night หนังโรแมนติกที่ประกบกับ คีร่า ไนต์ลี่ย์ และ อีวา เมนเดส และ The Debt หนังแอ็คชั่นที่เขานำแสดงคู่กับ เฮเลน มิเรน และ ทอม วิลคินสัน โดยใรปัจจุบันเขากำลังจะมีผลงานเรื่อง Wrath of the Titans ภาคต่อของ Clash of the Titans ที่มีกำหนดฉายในซัมเมอร์ 2012
เอลิซาเบธ แบงก์ส (รับบทเป็น ไลเดีย)
เอลิซาเบธ แบงก์ส เป็นนักแสดงหญิงที่มีผลงานฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Spider-Man ทั้งสามภาคในบท เบ็ตตี้ แบรนท์, Definitely, Maybe แสดงคู่กับ ไรอัน เรย์โนลด์ และ เรเชล ไวซ์ รวมถึง Zack and Miri Make a Porno หนังตลกที่แสดงคู่กับ เซธ โรเกน และกำลังจะมีผลงานฟอร์มยักษ์เรื่อง The Hunger Games ที่จะเข้าฉายในเดือนมีนาคม ปี 2012
ผลงานก่อนหน้านี้ของเธอก็ยังมี The Next Three Days ของผู้กำกับ พอล แฮ็คกิ้นส์ ที่เธอรับบทนำคู่กับ รัสเซล โครว์, W หนังดราม่าการเมืองของผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน ที่เธอร่วมแสดงกับ จอร์ช โบรลิน, เจมส์ ครอมเวลล์, เจฟฟรี่ย์ ไรท์ และ แทนดี้ นิวตัน รวมถึง Seabiscuit หนังคุณภาพที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ นำแสดงโดย โทบี้ แม็คไกวร์ และ เจฟฟ์ บริดเจส
แบงก์ส ถือเป็นนักแสดงที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเธอรับบทสมทบในหนังฮิตมากมาย อย่างเช่น The Surrogates ที่นำแสดงโดย บรูซ วิลลิส, Catch Me If You Can ของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก, The 40-Year-Old Virgin ที่นำแสดงโดย สตีฟ คาร์เรล, Slither หนังสยองขวัญ/ตลก, Shaft ที่นำแสดงโดย แซมมวล แอล แจ็คสัน โดยในปัจจุบันเธอก็กำลังจะรับบทเป็น ทิงเกอร์เบล ในหนังดิสนี่ย์เรื่อง Tink
เจมี่ เบลล์ (รับบทเป็น โจอี้)
ผลงาน >>> Billy Elliot, Jumper, King Kong, The Adventures of Tintin, The Eagle
เอ็ด แฮร์ริส (รับบทเป็น เดวิด)
ผลงาน >>> National Treasure 2, The Rock, The Way Back, Apollo 13
แอนโธนี่ แม็คคีย์ (รับบทเป็น ไมค์)
ผลงาน >>> The Hurt Locker, Real Steel, Million Dollar Baby, We Are Marshall
ทีมผู้สร้าง
ลอเรนโซ่ ดิ โบนาเวนทูร่า (ผู้อำนวยการสร้าง)
ผลงาน >>> Transformers 1-3, The Matrix 1-3, Salt, GI Joe: The Rise of Cobra, Training Day
แอสเจอร์ เลท (ผู้กำกับ)
ผลงาน >>> Ghosts of Cite Soleil
พาโบล เอส เฟนจ์เวส (ผู้เขียนบท)
ผลงาน >>> The Affair, The Devil's Child, A Case for Murder
พอล คาเมรอน (ผู้กำกับภาพ)
ผลงาน >>> Man on Fire, Collateral, Deja Vu, Gone In Sixty Seconds
อเล็ก แฮมมอนด์ (ผู้ออกแบบงานสร้าง)
ผลงาน >>> Red, Flightplan, Street Kings, Donnie Darko
ซูซาน ไลออล (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย)
ผลงาน >>> Red, Flightplan, Remember Me, Rachel Getting Married
Navigation
[0] Message Index
[*] Previous page
Go to full version