ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่อง “รักสุดทีน” 1 มีนาคม 2555

<< < (3/6) > >>

FB:
          Q. เห็นว่าเรื่องนี้มี 2 ซุปตาร์ที่โอ้ต้องเข้าฉากร่วมด้วย
          O. ครับ (หัวเราะ) ก็ฮอตจริงๆ ครับ และผมรับประกันเลยครับว่าสองคนนี้นะครับไม่ธรรมดา ทั้งน้องภีมม์ หรือน้องตี๋บ๊วยนะฮะ และก็น้องลิซซี่หรือน้องหมูฉึกฉึกครับ สองคนนี้เรียกว่าเป็นน้องที่ไม่คาดคิด ไม่คาดฝัน ตลอดเวลา ทำงานกับน้องคือแบบมีมุกอะไรที่ผู้กำกับไม่ได้ใส่แต่เขาก็ใส่มาเอง แล้วก็เป็นเด็กก็รู้อยู่แล้วว่ามีความเป็นธรรมชาติมาก แล้วก็ไร้เดียงสา ก็น่ารักตลอดอยู่แล้ว แต่ว่าน้องลิซซี่อยู่ในกองก็คือแบบจะฮามาก แล้วก็เขาจะเขินมากๆ เป็นอะไรไม่รู้ จะไปจับตัวเขาไม่ได้เลยนะ เขาจะแบบ เอร้ย (ทำท่าเขิน) เขินตลอด เขินพี่โอ้ตลอด

          Q. มีฉากไหนที่ประทับใจบ้าง
          O. จริงๆ มีหลายฉากครับ ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ของหนังจะออกมาเป็นหนังตลกสนุกสนาน แต่ก็มีฉากโรแมนติคซึ้งๆ อยู่หลายฉาก อย่างมีอยู่ฉากหนึ่งที่โอ้ชอบมาก เป็นฉากที่ไดอะล็อคยาวมากแล้วมีการถ่ายทำเป็นแบบ ลองเทค (Long take) ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องเล่นยาวโดยที่ห้ามเทค คือถ้าเทคทุกอย่างต้องเริ่มใหม่หมด ซึ่งการถ่ายทำจะเริ่มตั้งแต่โอ้ต้องขี่มอเตอร์ไซด์มาหน้าโบสถ์ที่จัดงานแต่งงาน แล้วต้องลงจากมอเตอร์ไซด์เปิดประตูเข้าไปในระหว่างที่ทุกคนกำลังทำพิธีกัน คนก็จะนั่งกันเต็มโบสถ์ แล้วเป็นฉากที่ต้องเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร ทั้งพระเอกนางเอก และทุกตัวละครที่เกี่ยวข้องกัน โดยที่ผู้กำกับภาพต้องแบกกล้องแฮนด์เฮลล์เดินตามโอ้มาตั้งแต่มอเตอร์ไซด์เลย ตัวผกก.ภาพเองก็ตามคอยกำกับและจับภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไปพร้อมกับโคลสอัพไปที่ตัวละครทุกตัว เพื่อรับสีหน้า แววตาคำพูดของตัวโอ้ที่บุกเข้ามากลางงานแต่งงาน ในขณะเดียวกันก็ต้องรับภาพของตัวละครที่คุยกับโอ้ รับสีหน้า แววตา แม้กระทั่งน้ำตาของนางเอก ยากครับ ทุกคนต้องรู้จังหวะและต้องสัมพันธ์กัน แล้วต้องเล่นกับอารมณ์ด้วย อย่างน้องไอซ์เข้าอยู่ในฉากแล้ว โอ้ก็ต้องเดินเข้าไปพูดด้วย กล้องก็ต้องตาม ผมก็คิดว่ามันยากมากๆ ครับ ตอนทำออกมาเราก็ไม่คิดว่าเราจะทำได้ ตอนนั้นผมแค่คิดเชื่อมั่นอย่างเดียวเลยว่าเราเป็นตัวละครตัวนั้นนะ และต้องมีสมาธิว่าตัวละครตัวนั้นกำลังเจออะไรอยู่ พอเข้าไปก็ยาวเลย ก็ดีใจกับตัวเองครับว่าเราไม่ได้ไปกังวลกับมันมากจนเกินไป แล้วก็ทำมันออกมาได้ออกมาเป็นที่น่าพอใจของตัวเราเองครับ ก็ชอบครับ แต่ตอนถ่ายก็มีอุปสรรคที่ทำให้ต้องถ่ายใหม่ ตอนเล่นบังเอิญก็มีนักแสดงสมทบ (เอ็กซ์ตร้า) ในฉากเขาลืมปิดมือถือ เสียงโทรศัพท์ก็เลยดังขึ้นมาแต่โอ้มองว่าเขาคงไม่ได้คิดนะครับว่าจะมีคนโทรเข้ามาตอนนั้น แล้วก็แบบเป็นช็อตที่ยาวมากก็เลยต้องถ่ายใหม่ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ ซีนนี้เป็นอะไรที่ยาก ละเอียดอ่อนและเป็นไฮไลท์ของเรื่องด้วยนะครับ

          Q. ถ้าให้นิยามคำว่า “รักสุดทีน”
          O. ถ้าให้โอ้บอกนิยามของหนังเรื่องรักสุดทีนนะครับ คำว่ารักสุดทีนเนี่ยะ ผมว่าเป็นอะไรที่วัยรุ่นที่สุดครับ แล้วก็แบบเสียใจที่สุด ดีใจที่สุด เซอร์ไพรส์ที่สุดด้วยฮะ คือที่สุดของทุกอย่างน่ะครับ ก็เลยกลายเป็นรักสุดทีนครับ

          Q. ในชีวิตที่ผ่านมาเคยทำอะไรที่มันสุดทีนไหม โดยเฉพาะเรื่องของความรัก
          O. สำหรับโอ้เองเคยครับ ทำอะไรเกี่ยวกับความรักในแบบสุดทีน ก็เป็นเหตุการณ์ตอนวันเกิดคนที่เรารัก เราก็ทำให้แบบสุดทีนไปเลยทุกอย่างแบบจัดเต็มครับเ หมือนเราก็คิดมาก่อนไม่ใช่ว่าเรามาคิดอะไรใกล้ๆ วันเกิดเขา คิดมาก่อนว่าเราจะทำอะไรเซอร์ไพรส์ให้เขามีความสุขที่สุด เพราะว่าเรารักใคร เราก็อยากให้เห็นเขามีความสุขใช่ไหมครับ ตัวโอ้เองก็เลยอยากลองทำดูว่าเออเห็นเขามีความสุขที่สุดจะเป็นยังไง อยากให้เขาเซอร์ไพรส์ที่สุดแฮปปี้ที่สุดน่ะครับ โอ้ก็ไปคิดมาก่อนว่าเขาชอบกินอาหารประเภทไหนก็เลยไปหาร้านอาหารที่เขาชอบแล้วก็ไปแอบสั่งเค้กไว้ สั่งเค้กไว้เสร็จ ผมรู้เลยว่าผู้หญิงเขาที่สุดอยู่แล้วเรื่องการเซอร์ไพรส์ ผู้หญิงชอบการเซอร์ไพรส์ เราก็เลยเซอร์ไพรส์ทุกที่เลย พอขึ้นรถเราก็มีลูกโป่งมาให้ เราก็จะซื้อของขวัญให้อะไรอย่างงี้ด้วย แล้วเราก็ไม่บอกเขา เราก็ต้องเซอร์ไพรส์อีกชั้นหนึ่ง เราก็ต้องไม่บอกเขาว่าเราพาไปไหน เราก็บอกแค่ว่าอ๋อเดี๋ยวเราพาไปหาเพื่อน อะไรแบบนี้ฮะ แต่พอไปก็เป็นร้านอาหารที่แบบที่เขาอยากกิน มีเค้กมาให้แล้วก็มีของขวัญอีก มีลูกโป่งเต็มรถ ดีมันไม่ระเบิด (หัวเราะ) ถามว่าแล้วคนที่ได้รับหลังจากที่โอ้ทำไปแล้วเขารู้สึกอย่างไรก็แฮปปี้ดีครับ ชอบครับ แฮะๆ (เขิน)

          Q. มาจนถึงวันนี้แล้วจากหนังเรื่องแรกในชีวิต “รักแห่งสยาม” “หนัง” เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของมาริโอ้ เมาเร่อแค่ไหนอย่างไร
          O. ครับจาก 5 ปี จากรักแห่งสยามนะครับ หนัง สำหรับโอ้แล้วพูดได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของชีวิตโอ้เลยครับเพราะว่าแทบจะทุกวันที่โอ้ได้ออกกองได้ไปทำงานมันทั้งสนุกแล้วก็ได้ประสบการณ์ที่เราไม่มีทางได้จากห้องเรียน ผมว่ามันเป็นประสบการณ์ที่เราได้โตขึ้นด้วย ได้โตไปกับพี่ๆ ทีมงาน ที่ทำให้เราได้เล่นหนังดีๆ คือนอกจากได้เล่นหนังดีๆ มันยังได้เรื่องของบทสอนข้อคิดดีๆ ถ่ายทอดไปให้กับวัยรุ่นด้วย ผมว่ามันได้หลายต่อ แล้วตัวโอ้เองโอ้ว่ามันได้เยอะมากได้ฝึกความเป็นผู้ใหญ่ด้วย แล้วตอนเล่นหนังทุกเรื่องเราได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์ มันตื่นเต้นทุกวัน อย่างบางทีบางเดือนเล่นสามเรื่อง ตอนเช้ามีบางวันเป็นสองคาแรคเตอร์ ตอนเช้าเป็นคนกวนๆ ตอนเย็นเป็นคนตุ้งติ้งอะไรแบบเนี้ยะครับ ซึ่งเราก็ต้องแบ่งพาร์ทของตัวเราเองให้ดี ผมว่าเป็นประสบการณ์ที่ซื้อไม่ได้ แล้วก็เป็นประสบการณ์ที่จะจดจำในหัวสมองผมอีกต่อไปตลอดชีวิตเลยครับ ก็ดีใจครับที่ได้เล่นหนังหลายๆ เรื่องแล้วก็ได้เล่นหนังดีๆ แบบนี้

          Q. หลายคนอยากรู้แล้วตัวโอ้เองมีหลักเกณฑ์ในการเลือกเล่นหนังอย่างไรบ้าง
          O. สำหรับโอ้เอง โอ้ก็จะเลือกจากบทที่โอ้เชื่อน่ะครับ โอ้ว่าสิ่งแรกที่นักแสดงอ่านบทแล้วเชื่อในตัวบทก็จะถ่ายทอดออกมาได้นะครับ ก็คือถ้าเราอ่านบทแล้วเราไม่เชื่อหรือว่าเราคิดว่าเราถ่ายทอดออกไปไม่ได้เนี่ยะ ผมว่ามันก็ไม่ดี เพราะว่าสิ่งแรกผมว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเราเอง มุมมองของตัวเราเองมากกว่า

          Q. จากบทเด็กมัธยมใสๆ ที่มีแง่มุมดราม่าใน “รักแห่งสยาม” จนมาถึง บทหนุ่มเจ้าชู้จีบสาวไปเรื่อยรักใครไม่เป็นอย่างใน “รักสุดทีน” แฟนๆ จะมีโอกาสได้เห็นบทบาททางการแสดงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ของมาริโอ้อีกไหม
          O. จากนี้ไปก็จะมีครับ คืออย่างก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็จะมีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ได้ทดลองกับผู้กำกับหลายๆ คน ได้ลองคาแรคเตอร์หลายๆแบบ จากนี้ไปผมก็จะได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์ไปเรื่อยๆ อย่างเรื่องนี้จะกวน กวนถึงขีดสุดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนเหมืนกัน เจ้าชู้ จีบหญิง ซึ่งก็จะเป็นครั้งแรกเหมือนกัน หรืออย่างที่ผ่านมาก็ได้เล่นอุโมงค์ผาเมือง ก็จะได้เป็นพระในยุคเมือ 500 ปีที่แล้ว ก็คือได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์ไปแบบฉีกตลอดเลยฮะ ต่อไปก็จะมีเรื่องสิ่งเล็กๆ 2 มีหนังต่างประเทศเป็นหนังจีนซึ่งไปถ่ายทำที่เมืองจีนแล้วโอ้ก็ต้องพูดภาษาจีนด้วย ก็คงจะได้เห็นผลงานที่แตกต่างและบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปครับ แล้วก็มีหนังอีกเรื่องหนึ่งนะครับที่ท้าทายที่สุดสำหรับตัวโอ้เอง เป็นหนังของหม่อมน้อยนะครับ แต่ว่าต้องขออุบไว้ก่อนนะครับ (ยิ้ม)

          Q. อัพเดทชีวิตช่วงนี้กันหน่อย
          O. อัพเดทชีวิตโอ้กันนะครับ 7 วันช่วงนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากถ่ายละครแล้วก็มีเดินสายโปรโมหนังเรื่องนี้ครับ “รักสุดทีน” แล้วก็มีเตรียมตัว เวิร์คช็อปหนังใหม่ของหม่อมน้อยด้วยครับ ตอนนี้มีเวลาว่างก็จะอ่านบท มีเรื่องของซ้อมเต้น ซ้อมร้อง เพลงเรื่องของคอนเสิร์ตสี่บวกหนึ่ง ครับ แล้วก็จะมีละครเรื่องใหม่ของโอ้ด้วยครับ เรื่องรักเกิดในตลาดสดครับ


          Q. ท้ายนี้อยากฝากอะไรกับแฟนๆ ของเรา
          O. สิ่งที่โอ้อยากพูดกับแฟนๆ ที่ติดตามผลงานโอ้อยากบอกว่าขอบคุณมากๆ นะครับที่ติดตามผลงานโอ้มาโดยตลอดคืออยากจะบอกกับพวกคุณว่าพวกคุณเป็นกำลังใจให้โอ้มากๆ แล้วทำให้โอ้ได้มีกำลัง แล้วก็มีพลังที่จะไปทำหนังใหม่ ไปเล่นละคร หรือ เปลี่ยนคาแรคเตอร์ แฟนคลับทุกคนเป็นกำลังใจ ให้โอ้มากๆ ครับ ถ้าไม่มีแฟนคลับทุกคนก็คงไม่มีโอ้วันนี้ครับ ยังไงก็ฝากให้แฟนๆ นะครับอย่าลืมปีห้าห้านี้โอ้มีหนังสนุกๆ อย่าง รักสุดทีน ครับ อย่าลืมมาดูนะครับ ก็เป็นอีกคาแรคเตอร์หนึ่งของโอ้ซึ่งฉีกออกไป แล้วก็ใครที่เป็นแฟนของพันธมิตรก็อย่าลืมดูหนังเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าเราอาจจะเคยฟังแต่เขาพากย์แต่ไม่เคยดูเขากำกับหนังก็อยากให้มาดูกันครับ 1 มี.ค. นี้ ขอบคุณครับ

FB:
“ดีเจจั๊ด” พร้อมขโมยซีนมาริโอ้ ใน “รักสุดทีน” ด้วยบทบาทสุดฮา “หล่อเกินมนุษย์ แต่เป็นตุ๊ดนะจ๊ะ”


 
          นอกจากจะมีพระเอกหล่อขั้นเทพอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ มีนางเอกสาวระดับมิสมอเตอร์โชว์ปี 2010 อย่าง น้องไอซ์ อามีนา กูล มาเรียกแขกแล้ว ผู้กำกับ โต๊ะ-ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ เจ้าของประโยคเด็ด “ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร” หัวหน้าทีมพากย์ขวัญใจคนไทย ซึ่งโดดมาเขียนบทกำกับหนังเรื่องแรก

          “รักสุดทีน” หนังรักอารมณ์ดี ก็ยังไม่หมดมุกแค่นั้น ยังจัดเต็มด้วยการสร้างบทบาทเสริมสีสันให้กับเรื่องด้วยแก๊งเพื่อนพระเอกที่ได้ ดีเจพล่ากุ้ง (วรชาติ ธรรมวิจินต์) และ ดีเจจั๊ด ธีมะ กาญจนไพริน มาเสริมทัพ โดยเฉพาะดีเจจั๊ด ที่มารับบท “จัดหนัก ฉายา “จัดให้หล่อเกินมนุษย์ แต่เป็นตุ๊ดนะจ๊ะ”

          ผู้กำกับโต๊ะฟันธงเลยว่าต้องเป็น “คนนี้คนเดียวเท่านั้น” แถมยังชมเปาะว่าเป็นคนที่เล่นมุกได้ลื่นไหลเข้ากับตัวละครเพื่อนๆ ได้อย่างกับรู้จักกันมานาน สามารถพูดบทยาวๆ ได้โดยไม่ผิดสักคำเดียว เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ภูมิใจนำเสนอในเรื่องนี้

          โดยหนุ่ม จั๊ด ธีมะ นักแสดงมากความสามารถคนนี้ก็ได้เผยถึงบทบาทใหม่แสนท้าทายว่า

          “ตอนที่ได้รับบทมานะครับ เขาเขียนว่าหล่อเกินมนุษย์ แต่เป็นตุ๊ดนะจ๊ะ ไอ้ตรงเป็นตุ๊ดนะจ๊ะนี่ไม่หนักใจ แต่หล่อเกินมนุษย์นี่หนักใจนะ เพราะว่าการที่คนเราจะหล่อเกินมนุษย์ได้หน้าต้องเป๊ะมาก ไม่ว่าจะเป็นมาริโอ้เอง หรือแบบโดม ปกรณ์ ลัม คนพวกนี้คือหล่อเกินมนุษย์ แต่สำหรับเราก็พยายามทำตัวให้หล่อเกินมนุษย์ที่สุดแม้ว่ามันจะไม่ได้ แต่ว่าไอ้ตรงเป็นตุ๊ดนะยะ เราโอเค เราเล่นได้อยู่แล้วนะครับ ก็จะเป็นคาแรคเตอร์ที่สนุกๆ ในเรื่องคือเวลาไปดีลผู้หญิงให้เพื่อน ผู้หญิงก็จะมีมาแอบชอบเราด้วย คือแต่ในใจของเรา เราเป็นตุ๊ดนะยะ เราแค่ทำภารกิจของเราให้สำเร็จคือ “ภารกิจที่ว่ารักเพื่อน” เอาผู้หญิงไปใส่พานไปมอบให้เพื่อน แต่ว่าในระหว่างที่ใส่พานไปมอบให้เพื่อน ถ้ามันมีจำนวนหลายคนมันอาจจะเหลือมาถึงเราบ้าง ซึ่งไอ้การเหลือมาถึงเราบ้าง เป็นอะไรที่ชอกช้ำสำหรับเรา ทำไมล่ะเราเป็นตุ๊ดนะยะ แต่ทำไมต้องเหลือมาถึงเรา”

          โดยตัวละครนี้ถือว่าเป็นจุดสำคัญในการสร้างสีสันในเรื่องให้ครบรสความฮา แต่ความยากอยู่ต้องเปิดปิดสวิตช์แก๊กแมน-แต๊บหลุดได้ทันที

          “สีสันของคาแรคเตอร์นี้ เป็นอะไรที่สนุกมากครับ มันจะต้องมีการเล่นแบบเปลี่ยนอารมณ์ สลับอารมณ์กันไปในซีนเดียวเยอะมาก มีซีนหนึ่งยกตัวอย่างให้ฟัง ซีนนี้เป็นซีนที่เราไปเที่ยวกันสามคน ไปเที่ยวในผับ พอไปเที่ยวในผับ เรานั่งกันอยู่โต๊ะหนึ่ง ไอ้โต๊ะข้างๆ ที่อยู่ข้างหลังเราเป็นผู้หญิง แล้วไอ้เพื่อนเราสองคนมันเล็งไว้แหละ เวลาเราอยู่กับเพื่อนเราก็เป็นตุ๊ดนะยะของเราตามนิสัยปกติ แต่พอเราหันไปจะดีลให้เพื่อน เราจะต้องเปลี่ยนทุกอย่าง เปลี่ยนทั้งเสียง เปลี่ยนทั้งบุคลิกภาพ จากเสียงที่แบบสูงๆ ก็ต้องมาเป็นแบบต่ำๆ ในการติดต่อผู้หญิง นี้คือสีสัน แล้วมันก็จะมีหลายตอนมากที่เราจะต้องแอ๊บไว้ บางทีก็ระเบิดออกมา บางทีก็เป็นแมน บางทีก็เป็นตุ๊ด คือความยากมันอยู่ตรงที่จะต้องสลับกันในซีนเดียวคือตรงนี้มันต้องเป็นผู้ชายมากๆ เลย แล้วพอหันกลับมาปุ๊บเราต้องเป็นตุ๊ดให้มากๆ เลยเหมือนกัน มันคือ 2 คาแรคเตอร์ที่สุดโต่งน่ะครับ”

          ใครที่อยากเห็นลีลาแอ๊บแมนแสนสะดิ้งสุดพริ้วของ ดีเจจั๊ด เตรียมตัวดูกันแบบจัดเต็มกันได้ 1 มี.ค. นี้ทุกโรงภาพยนตร์

FB:
ปิดสุวรรณภูมิเปิดตัว “รักสุดทีน” ส่ง “โอ้-พล่ากุ้ง-จั๊ด” ขึ้นบิ๊กไบค์ 2 ล้อ พร้อมใจบิดสุดชีวิต หนังเรื่องแรกในชีวิต โต๊ะ พันธมิตรขอฝันแบบไม่กั๊กใส่เต็มแม็ค



          หลังจากเพาะประสบการณ์ในฐานะหัวหน้าทีมพันธมิตร เพื่อสร้างสีสันความสนุกสนาน และเสียงหัวเราะให้บังเกิดกับผู้ชมในหนังต่างประเทศพากย์ไทยนับพันนับหมื่นเรื่องมาทั้งชีวิต พอมาถึงไฮไลท์สำคัญฉากเปิดตัว“มาริโอ้-พล่ากุ้ง-ดีเจจั๊ด” กลุ่มเพื่อนซี้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันว่าจีบหญิงเป็นเรื่องใหญ่พอๆ กับความหลงใหลในการบิดมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์ 2 ล้อ ทำให้ทีมงานนับร้อยชีวิตตลอดจนนักแสดงและผู้กำกับต้องยกกองถ่ายทำไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อให้ 3 หนุ่ม รักสุดทีน บิดมอเตอร์ไซด์แบบสุดชีวิตด้วยความเร็วสุดทีนเกิดไปบนถนนเส้นยาวที่ทอดตัวออกไปเป็นกิโลๆ เพื่อไปรับกับภาพของเครื่องบินที่พร้อมทะยานออกจากพื้นรันเวย์ตีคู่ไป พร้อมกันกับการขึ้นชื่อหนังบนจอตามความตั้งใจของตัวผู้กำกับโต๊ะพันธมิตร ฟังดูเหมือนง่ายแต่กว่าจะได้ภาพออกมาสมใจผู้กำกับ งานนี้ทีมงานนักแสดงทั้งหมดต้องยกกองไปถ่ายทำถึงโลเกชั่นบนถนน ในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิถึง 2 ครั้ง 2 ครา หลังจากที่ครั้งแรกต้องยกเลิกการถ่ายทำกลางคัน เนื่องจากการถ่ายทำต้องเผชิญกับพายุนกเต็นเข้ามาในช่วงเวลานั้นพอดี จนไม่สามารถถ่ายทำได้และเพื่อความปลอดภัยของนักแสดงทั้ง 3 คนที่ต้องขับมอเตอร์ไซด์วิ่งไปบนถนนด้วยความเร็ว โดยไม่ใช้ตัวแสดงแทนซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้

          ซึ่งพี่โต๊ะ ผกก.เล่าว่า “อย่างฉากเปิดเรื่องที่ผมฝันแต่แรกก็คืออยากได้ถนนกว้างๆ สวยๆ ผมอยากให้ทั้ง 3 คน มาริโอ้, พล่ากุ้ง, จั๊ดขี่มอ’ไซด์ แล้วมีเครื่องบินๆ คู่กัน คือมอ’ไซด์ต้องไปด้วยความเร็วเพื่อที่จะได้ตามเครื่องบินทัน เราใช้วิธีปิดถนนในสุวรรณภูมิ วันแรกไปปิดได้แค่ฉากไฟแดง ฝนตกกระหน่ำ โอ้โหฉากเปิดเรื่องยังไม่ได้เลย ไปทั้งวัน ได้มาแค่ฉากไฟแดงนิดหน่อย ถนนก็เปียกแฉะ ทั้ง 3 คนเขาก็ขี่จริงนะ สปิริทเขาขี่ ไอ้เราก็ห่วงมาก ผู้ช่วยก็บอกว่าถ้าล้มมาเนี่ยะเป็นเรื่องเลยนะ พระเอกไม่ได้เลยนะ แล้วตัวประกอบทุกคน เราก็บอก ไม่เข้าใจทำไมล้มไม่ได้ ถ้าล้มก็เป็นเรื่องเลยซิพี่ เพราะคิวหนังคิวละครคิวงานต่างๆ ของโอ้ ก็จะทำอะไรไม่ได้เลยนะ ฉากหัวใจคือฉากชื่อเรื่องที่ผมอยากได้ก็ถ่ายไม่ได้ พอถ่ายหมดจากฉากตรงไฟแดง พล่ากุ้งก็จะบอกบิดสุดทีน ไปเลยแล้วต้องไปแล้ว พอบรื้อต้องเร็วมาก โอ้ พล่า จั๊ด ทุกคนต้องขี่มอเตอร์ไซด์อย่างเร็ว แล้วถ่ายจากข้างๆ ไป เครื่องบินต้องขึ้นจากสุวรรณภูมิตีขึ้นคู่ไปกับมอเตอร์ไซด์อย่างนี้เลย แล้วชื่อเรื่องก็ไปขึ้นที่เครื่องบิน คือตอนแรกเราฝันว่าจะเป็นพระเอกขี่ตรงที่มีรถไฟหัวจรวดวิ่งคู่ด้วยซ้ำ แต่พอมานั่งคิดเครื่องบินสวยกว่า หัวจรวดเราอุตส่าห์ทิ้งละ ถ้าเครื่องบินยังไม่ได้อีก ไม่ได้เลยก็เลยต้องยกทีมงานทั้งกองกลับไปเซ็ทคิวถ่ายอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้สมใจปรารถนา สวย ออกมาดูดีมากๆ เลยละ เราจะได้เห็นความแรงของการที่พระเอกขี่มอเตอร์ไซด์ซิ่งๆ แบบไม่กลัวอะไรเลยกับก๊วน แล้วก็พุ่งไปกับเครื่องบิน มีชื่อเรื่องขึ้นมานั่นคือสิ่งที่เราอยากเห็นมากภาพอย่างนั้น อยากเห็น”

          แน่นอนว่าเหล่าแฟนๆ เองก็อยากเห็นหนุ่มมาริโอ้หล่อเท่ห์ขรึมเช่นกัน เพราะได้ข่าวว่าที่เหลือเราจะได้เห็นหนุ่มหล่อขั้นเทพมาริโอ้ที่จะพลิกลีลากรุ่มกริ่มออดอ้อนจีบสาวเจ้าชู้แถมกวนและฮาสุดๆ อย่างแน่นอน 1 มี.ค. “รักสุดทีน”

FB:
 ไอซ์-นางเอกมาริโอ้” ร้องจ๊าก กลางถนนข้าวสาร “ฟิซสปาเป็นเหตุ” จั๊กกะจี้สุดๆ รุมตอดนับร้อยๆ ตัว



              “ข้าวสารฟอร์เอฟเวอร์” ที่เที่ยวสุดฮิพและฮิทตลอดกาลของคนไทยและชาวต่างชาติตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงนักท่องเที่ยวและคนทำงาน เป็นที่ที่พระเอกหนุ่มสุดฮอตอย่าง “มาริโอ้ เมาเร่อ” และ “ไอซ์ อามีนา กูล” นางเอกสาวหน้าคมวัย 18 มิสมอเตอร์โชว์ปี 2010 จะออกเดทคู่กันในฉากสวีทหวานของทั้งคู่จากภาพยนตร์เรื่อง “รักสุดทีน” ผลงานการเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ในสไตล์สนุกสนานแบบจัดเต็มเป็นครั้งแรกของ “โต๊ะ ปริภัณฑ์” หัวหน้าทีมพากย์เจ้าของประโยดเด็ด “ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตร” โดยมีไฮไลท์คือส่งคู่พระเอกนางเอกตะลุยเดินเที่ยวดูโน่นดูนี่ไปบนถนนข้าวสาร ลิ้มรสผัดไท เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ กุ๊กกิ๊กร่วมกันในสไตล์หนุ่มสาวที่เพิ่งออกเดทคู่กัน ก่อนที่จะจับทั้งคู่ไปนั่งหย่อนขาให้ปลานับร้อยๆ ตัวรุมตอดในรูปแบบ “ฟิชสปาหรือสปาปลา” ให้จั๊กกะจี้หัวใจเล่นซะเลย ซึ่งงานนี้ทำเอาน้องไอซ์นางเอกสาวของเราที่เกิดมายังไม่เคยสัมผัสกับประสบการณ์ฟิชสปามาก่อนในชีวิตถึงกับกลั้นลมหายใจและข่มใจไม่ให้เกิดอาการกรี๊ดแตกสุดฤทธิ์แถมยังนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว

          “ (ไอซ์) ต้องยอมรับเลยค่ะว่า แรกๆ ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ เดินซื้อผัดไท กินผัดไทกับพี่โอ้ ยังสบายๆ ค่ะ แต่อาจมีอุปสรรคตรงที่ข้าวสารคนเยอะมาก ก็เลยทำให้ถ่ายหนังยาก พี่ๆ ทีมงานก็จะวิ่งกันวุ่นพอสมควร ที่สำคัญแฟนๆของพี่โอ้เยอะมาก ทั้งคนไทย คนฟิลลิปปินส์มารุมถ่ายรูปขอลายเซ็นต์ แต่พอต้องไปถ่ายที่ร้านสปาปลานี่แหละค่ะ ด้วยความที่ไอซ์เป็นคนที่ไม่ชอบอะไรที่มันจั๊กกะจี้มากๆ แล้วตัวเองก็ไม่กล้า ไม่เคยทำมาก่อนเลยฟิชสปา แต่ในบทเราต้องเป็นคนที่ชอบ เคยทำมาแล้ว แต่นี่เป็นการพาพี่โอ้มาลองทำเป็นครั้งแรก พอตอนถ่ายแค่ไอซ์เอาเท้าจุ่มลงไปปุ๊บ มันจั๊กกะจี้มาก รู้สึกว่าอยากเอาขาขึ้นมาทันทีเลย (หัวเราะ) แล้วรู้สึกว่าขาเราสั่นมากๆ ค่ะ ไม่อยากถ่ายต่อเลย คือหนูกลัวมาก (หัวราะ) แต่ก็ต้องควบคุมสีหน้าแววตา ท่าทางต่างๆ แต่พอพี่เขาสั่งคัทเท่านั้นแหละไอซ์รีบเอาเท้าออกมาเลย (หัวเราะ)”

          “(มาริโอ้) ผมก็เรียกว่าจั๊กกะจี้มากครับ ปกติเวลาไปที่อื่นปลาไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น แต่ไม่รู่ว่าที่นี่ทำไมปลาเขาเยอะจริงๆ ครับ ตอดชนิดเรียกได้ว่าสุดยอดเลยครับ ขาแทบจะชาไปเลยครับ นี่ก็โดนๆไปเต็มๆเลยครับ ซึ่งในเรื่องไอซ์จะต้องเป็นคนที่มาบ่อยแต่ตัวจริงเพิ่งเป็นครั้งแรกแต่กลับกลัว ส่วนตัวโอ้เองในเรื่องไม่เคยมา เรื่องจริงโอ้ก็ไม่เคยมาแต่ก็ไม่กลัว แต่ยอมรับว่าจั๊กกะจี้มากๆ ส่วนเรื่องมาที่ข้าวสารนี่นับครั้งได้เหมือนกันเลย ประมาณว่าถ้าเพื่อนมาก็ขอติดมาด้วยครับ อย่างจริงๆ แล้วแถวข้าวสารถือว่าของกินอร่อยๆเยอะครับ เสียดายครับอดกิน(หัวเราะ)เพราะต้องถ่ายหนังยังไงโอ้ต้องหาเวลามากินให้ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นโจ๊กบางลำพู,ก๊วยเตี๋ยวต้มยำ ฯลฯ พูดแล้วน้ำลายสอครับ 55”

          ก็เป็นอีกหนึ่งฉากไฮไลท์ของภาพยนตร์ แฟนๆ ของหนุ่มโอ้สาวไอซ์ก็อย่าลืมไปให้กำลังใจทั้งคู่ได้ใน “รักสุดทีน” ภาพยนตร์สนุกสนานในสไตล์ยิ้มๆ ฮาๆ ตามแบบฉบับพันธมิตร 1 มี.ค. นี้ทุกโรงภาพยนตร์

FB:

จับตาดู “ไอซ์- อามีนา กูล” สาวสวยวัยใส ที่ทำให้ “มาริโอ้” ต้องหันขวับและหยุดความเจ้าชู้ ตัวเลือกเดียวของ “โต๊ะ ปริภัณฑ์” นางเอก “รักสุดทีน”ที่นุ่งยีนส์สวยที่สุด


   
Q : ก่อนอื่นให้ “ไอซ์” แนะนำตัว ทักทายกันก่อนเลยดีกว่า
I : สวัสดีคะอามีนา กูลค่ะ ชื่อเล่นไอซ์ค่ะ หนูเกิดที่เมืองไทย เป็นลูกครึ่งไทย-ปากีสถาน คุณแม่เป็นคนไทย และคุณพ่อเป็นคนปากีสถาน หนูเกิดได้ 2 เดือนก็บินไปปากีสถานไปบ้านเกิดคุนพ่อค่ะหนูเติบโตและเรียนอยู่ที่นั้นจนถึงเกรด 2 ก็ไปอยู่กับคุณยายที่ฮอลแลนด์ คุนแม่ชอบเมืองไทยค่ะเราเลยกลับมาอยู่กันที่เมืองไทยหนูเริ่มมาเรียนที่นี่ตอน 8 ขวบ ตอนนั้นก็พอพูดไทยได้บ้าง เพราะคุณแม่จะสอนบ้างเป็นบางคำ ค่อยๆ ให้เราได้หลายๆ ภาษาจนถึงปัจจุบันหนูอยู่เมืองไทยมาสิบปีล่ะค่ะแล้วก็ชอบมากๆ เพราะรู้สึกว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่มีน้ำใจทุกคนใจดีและชอบยิ้มให้กัน ตอนนี้ก็อายุ 18 ปีค่ะกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเสสะเวทวิทยาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ปีนี้ก็ต้องเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ที่ผ่านมาก็จะมีถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา งานต่างๆ บ้าง ล่าสุดก็กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกชื่อ “รักสุดทีน” เล่นกับพี่มาริโอ้ เมาเร่อ คะ

Q : เริ่มรู้สึกว่าตนเองสนใจในเรื่องการแสดงตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
I : ตั้งแต่เด็กเป็นคนขี้อาย แต่พอเริ่มอยู่ประถมเห็นเพื่อนเต้นงานโรงเรียน แล้วก็จำได้เลยว่าเพลงแรกที่ไม่ได้เต้นแล้วร้องไห้คือเพลง “โอเคนะคะ” ของแคทลียา อิงลิช เห็นท่าเต้นน่ารักดี เพื่อนที่มาเต้นก็ได้ดอกไม้ด้วย ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมายังไงเราก็ต้องแสดงงานโรงเรียน เราก็ชอบมาโดยตลอด ชอบต่างหน้า ชอบแต่งตัวสวยๆ ชอบเต้น ชอบรำ แล้วครูก็ส่งประกวดนางนพมาศ แล้วก้ได้รางวัลมา ตั้งแต่นั้นก็มีประกวดบ้าง ถ่ายหนังสือบ้าง มีถ่ายงานอะไรต่างๆ บ้าง เริ่มทำงานในวงการตั้งแต่ 15 คะ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะทำจริงจัง แต่ว่าตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมพอดี ปี 2009 ไปประกวดมิสทีนไทยแลนด์ก็คิดว่าจะหาประสบการณ์ แล้วก็ไม่อยากใช้ชีวิตช่วงเวลาปิดเทอมอยู่บ้านเฉยๆ ดีกว่า ก็เลยไปประกวด แล้วเราก็ดันโชคดีได้เข้ารอบ (หัวเราะ) เข้ารอบเสร็จแล้วก็ไปเก็บตัว ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดตัวเองไม่เคยไปภาคใต้เลย ก็ได้ไปเก็บตัวที่ภูเก็ต ได้มีเพื่อนหลายๆ รร. ได้มีเพื่อนคนนี้คนนั้น ตั้งแต่นั้นก็รู้สึกว่าการทำงานตรงนี้สอนให้เรามีความรับผิดชอบ ได้เข้าสังคมรู้จักคน มีประสบการณ์ในเรื่องการแสดง การพูดคุยกับคนรอบข้าง ตอนที่ประกวดไอซ์ก็ได้ตำแหน่งมิสโคคาไอดอลมานะคะ ตอนนั้นไอซ์ยังผมสั้นเอยู่เลยเพื่อนๆ ชอบเรียกเด็กปักษ์ใต้ เพราะตอนนั้นผอมมาก ตัวเล็กมาก พราะเพิ่งเรียนจบม.ต้นมา พอมาอายุ16ก็ประกวดมิสมอเตอร์โชว์ปี 2010 ได้ที่ 1 มาปีนั้น ก็ถือว่าเป็นรางวัลที่ค่อนข้างภูมิใจคะ หลังจากมีมิสทีนไทยแลนด์ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จขั้นแรก แล้วหลังจากที่ได้มิสมอเตอร์โชว์ก็จะมีงานถ่ายโฆษณาเป็นผลิตภัณฑ์บ้าง เป็นแอดโฆษณา ถ่ายหนังสือ แล้วตอนปี 2010 ก็ได้รับรางวัลโล่ห์พระราชทานในฐานะลูกตัญญูแห่งชาติค่ะ

Q : เมื่อพูดถึงความฝันของตัวเอง?
I : ความฝันของไอซ์ตั้งแต่เด็กก็คือ อยากเดินแบบ ก็เหมือนเด็กทั่วไป อยากเป็นดารา เห็นเขาแต่งตัวสวยๆ ใส่ชุดสวยๆ มีคนขอถ่ายรูป ก็ชอบแต่ไม่คิดว่าจะได้มาทำแบบนี้จริงๆ ช่วงนั้นเราก็คิดว่าตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ แล้วก็มีอยู่ช่วงหนึ่งเราอยากเป็นแอร์ฯ คิดว่าอยากจะไปเรียนด้านแอร์ฯ แล้วพอมาทำงานตรงนี้ ก็รักที่จะทำงานตรงนี้

Q : แล้วเป็นไงมาไงถึงได้มาแสดงภาพยนตร์เรื่องรักสุดทีน แถมเป็นนางเอกของพระเอกสุดฮอตอย่างมาริโอ้ เมาเร่อด้วย?
I : ก็มีพี่ๆ ทีมงานติดต่อไปว่ามีหนังเรื่องหนึ่งจะเปิดแคสท์ติ้ง แล้วเขาก็บอกไกด์มานิดหนึ่งว่าเรื่องนี้เขาต้องการผู้หญิงที่ใส่กางเกงยีนส์แล้วสวย ไปวันแรกเราก็ใส่กางเกงยีนส์ไปเลยคะ แล้วก็เดินตรงเข้าไปเลย เข้าไปหาพี่โต๊ะ (ปริภัณฑ์ วัชรานนท์ หัวหน้าทีมพากย์พันธมิตร ผกก. รักสุดทีน) พี่โต๊ะก็ชี้บอกใช่เลย เราก็งง แล้วพอเขาให้บทเรามาอ่าน แล้วก็มีพี่ต้นเขาเป็นแอคติ้งโค้ช เขาก็คอยติวให้ พอหลังจากแคสท์เสร็จ 2-3 วัน พี่เขาก็โทรมาบอกว่าเราได้นะ ตอนแรกไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้เล่นด้วยความที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อน แอ็คติ้งก็ไม่เคยเรียน เราผ่านแต่งานถ่ายแบบมา พอผกก. เขาเลือกเรามา ทำให้เรายิ่งมีความตื่นเต้น ว่าเราจะทำได้หรือเปล่า กดดันยิ่งเล่นกับพี่มาริโอ้ ด้วยความที่พี่เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์อยู่แล้ว เราเองใหม่จริงๆ ฝีมือการแสดงเราไม่มีอะไรเลยแล้วเขาเป็นคนที่แบบเป็นพระเอกสุดฮอตที่ใครๆ ก็อยากเล่นกับเขา เขาเป็นคนที่เก่ง เราก็จะรู้สึกเกร็งๆ จะทำให้คนอื่นเขาเสียเวลากับเราหรือเปล่า ด้วยความที่เรายังใหม่ และก็เป็นเรื่องแรกด้วย ก็รู้สึกภูมิใจมากคะ

Q : ทราบมาว่าไม่ใช่แค่ต้องใส่ยีนส์สวยเท่านั้น วันแรกที่แคสท์ติ้งก็เจอโจทย์ยากเลย?
I : ค่ะ นอกจากเขาต้องการนางเอกที่ใส่กางเกงยีนส์สวยแล้ว คือพี่โต๊ะก็จะให้เราลองแสดงให้ดู โดยเอาฉากที่สำคัญและก็ยากที่สุดของตัวละครตัวนี้มาให้เราลองเล่น เป็นฉากที่นางเอกจะต้องร้องไห้อยู่ริมสระ แล้วไอซ์เองไม่เคยแสดงมาก่อนเขาก็ให้บทนี้มาเล่น เราก็โอเคๆ ต้องพูดไปร้องไห้ไปด้วยอยู่ริมสระ เป็นฉากที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง พี่โต๊ะบอกว่าคนที่จะได้มาเล่นเรื่องนี้ถ้าเกิดทุกฉากเล่นได้แต่เล่นฉากนี้ไม่ได้มันก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะว่าฉากนี้พี่โต๊ะเขามองภาพไว้ในสมองอยู่แล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้ๆ

Q : เล่าให้ฟังหน่อยว่าคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง?
I : คาแรคเตอร์ของ มินท์ หรือมินตราจะเป็นผู้หญิงที่นิ่งๆ เงียบ แล้วก็มีอะไรน่าค้นหา เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ขนาดผู้ชายที่หล่อกระชากใจสาวทุกคนที่ถือว่าเป็นเพลย์บอยตัวพ่ออย่าง เอกชัย (รับบทโดยมาริโอ้) ก็มาหลงรักมินท์ แล้วก็มองการณ์ไกลว่ามินท์จะต้องเป็นเนื้อคู่ที่ฟ้าส่งมาให้เขา อย่างตัวละครมินท์นะคะก็สร้างความประหลาดใจให้กับนายถึงใจ ด้วยการที่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาเจอ 3 ครั้งภายในเวลา 48 ชม. แล้วมินตรานี่แหละเป็นผู้หญิงที่สามารถทำให้นายถึงใจเปลี่ยนตัวเองจากที่เป็นเพลย์บอย ไม่สนใจเรื่องเรียน กลับกลายเป็นคนที่กลับไปหาครอบครัว สนใจเรื่องเรียน พยายามจะทำตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อผู้หญิงคนเดียวคะ

Q : คิดว่าเสน่ห์ความน่าสนใจของตัวละครตัวนี้อยู่ที่ตรงไหน อย่างไร?
I : สำหรับไอซ์แล้วคิดว่าเสน่ห์ของมินตราอยู่ตรงที่ตัวมินตราเป็นคนที่จิตใจดี เป็นคนที่ดูน่าค้นหา ลึกลับ สามารถทำให้คนๆ หนึ่งที่แบบว่าจากที่ไม่สนใจเรื่องเรียน สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนๆ หนึ่งได้ คือกลับมาเรียนหนังสือ กลับมาเป็นคนดี นายถึงใจเลยหลงรักผู้หญิงคนนี้ และอยากจะได้ผู้หญิงคนนี้มาใช้ชีวิตคู่ต่อไป แล้วก็เป็นผู้หญิงที่ใครอยู่ใกล้แล้วมีความสุข แล้วตัวละครตังนี้ก็มีความซับซ้อนมีหลากหลายอารมณ์ในแต่ละฉาก อย่างฉากหนึ่งหัวเราะ อีกฉากก็เศร้า เป็นบทที่ท้าทายความสามารถมากคะ จะมีทั้งซึ้ง เศร้า เหงา สนุก มีหลากหลายคาแรคเตอร์ในตัวเดียวกันคะ ผกก.ยังแซวไอซ์เลยว่าไอซ์ต้องไปมีความรักแล้วแหละถึงจะรู้ว่ามีความรักแล้วเป็นยังไง แล้วยิ่งนี่เป็นหนังเรื่องแรกของไอซ์ด้วย ก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมาก

Q : “รักสุดทีน” เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?
I : เป็นเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นเพลย์บอย วันๆ เอาแต่จีบสาวไปทั่ว รักใครไม่เป็น ไม่เคยคิดที่จะหยุดตัวเองหรือมอบหัวใจให้กับผู้หญิงคนไหน จนกระทั่งวันหนึ่งก็ได้มาเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่กลายเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทั้งเรื่องการเรียน การใช้ชีวิต แล้วก็อะไรอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งเขาเองคิดว่าผู้หญิงคนนี้แหละคือคนที่ใช่สำหรับเขา และเขาเองก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อคนที่เขารัก เพื่อผู้หญิงที่เขารักคะ

Q : เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง “รักสุดทีน”อยู่ที่ตรงไหนอย่างไร ?
I : เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้นะคะ ไอซ์คิดว่ามันอยู่ตรงที่มันมีหลายรสชาติมากเลยนะคะ ทั้งเรื่องความสนุก ความเศร้า อารมณ์ของแง่คิด หรือว่าแบบความรัก แล้วก็เหมือนว่าให้คนดูสามารถดูได้ว่าความรักเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ แล้วก็ทำให้อะไรที่มันไม่ดีสามารถกลับเป็นเรื่องดีได้

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

[*] Previous page

Go to full version