ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง “ปัญญาเรณู 2” 26 มกราคม 2555
FB:
“ตุ๊กกี้” จัดเต็มคาแร็คเตอร์เด็ดดวง แปลงโฉม “สวยป่วง” ใน “ปัญญาเรณู 2”
เป็นหนึ่งในทีมนักแสดงหลักที่เข้ามาเพิ่มสีสันความฮาม่วนซื่นใน “ปัญญาเรณู 2” ตลกหญิงแถวหน้าของวงการอย่าง “ตุ๊กกี้ สามช่า” ก็เลยขอจัดเต็มแปลงโฉมสุดแซบในลุคสวยป่วงๆ แหวกกว่าทุกเรื่องที่เคยเล่นมาจนคุณต้องตะลึงฮากันเลยทีเดียว กับบท “อภัสรา” อดีตสาวรำวงที่ได้มาอยู่บ้านเดียวกับเรณูโดยบังเอิญ จนกลายเป็นเพื่อนรุ่นพี่คู่ซี้ตัวติดกัน ไปไหนไปกัน เฮไหนเฮนั่น คอยวางแผนและช่วยเหลือเรณูอยู่เสมอ อภัสราจะเป็นสาวที่บ้าฟุตบอลมาก คอสตูมของเธอที่ใส่ก็เลยเป็นชุดฟุตบอลทุกเมื่อเชื่อวัน เธอเป็นคนมั่นใจในความสวยของตัวเองมาก ชอบต่อปากต่อคำกับ “พี่กิ๋ง” (หม่ำ จ๊กม๊ก) จนตกหลุมรักกันโดยไม่รู้ตัว
“เรื่องนี้ตุ๊กกี้รับบทเป็น อภัสรา ก็จะเป็นผู้หญิงกะโปโล จะมีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็สร้างความมั่นใจให้กับเรณูด้วยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประสบความสำเร็จด้านความรักของเรณูมาจากพี่อภัสรานี่ล่ะค่ะ แต่พอเป็นเรื่องรักของตัวเองกลับแก้ไม่ได้ค่ะ
หูย ตุ๊กกี้เล่นหนังมาประมาณ 17 เรื่อง เรื่องนี้เปลี่ยนลุคไปอีกแบบ มันจะสวยก็ไม่สวย มันขาดๆ เกินๆ ยังไงไม่รู้ จริงๆ เรื่องนี้กะว่าพี่บิณฑ์จะปั้นเต็มที่เลย ปรากฏว่าตั้งแต่เห็นชุดนี่ล่ะค่ะ ผมมันก็มา หน้ามันก็มา ทุกอย่างมันก็มา ก็ออกมาเป็นชุดนี้ล่ะค่ะ (ผมม้า ชุดนักบอล กางเกงบอลยกสูงถึงอก รองเท้าแตะ) เป็นคนที่บ้าฟุตบอลมาก เลยแต่งชุดอย่างงี้ แต่ไม่ใช่ทอมนะคะ เป็นผู้หญิงห้าวๆ ค่ะ พี่บิณฑ์เก่งมากในการย่ออายุตุ๊กกี้ เวลาเข้าฉากกับน้องๆ แล้วกลมกลืนกันมาก บอกได้เลยว่าคาแร็คเตอร์แบบนี้ไม่เคยเล่นมาก่อน เป็นหนังพี่บิณฑ์เค้าวางมุกไว้ เป็นความฮาแบบฉบับปัญญาเรณู นึกถึงเมื่อไหร่ได้ยิ้มกันแน่นอนค่ะ ในภาคนี้ตุ๊กกี้กะพี่หม่ำจะเข้ามาเพิ่มสีสัน เสน่ห์ของภาคนี้ก็ยังคงอยู่ที่บรรยากาศและวัฒนธรรมความเป็นภาคอีสานทั้งมวลทั้งดนตรี คำพูด อากัปกิริยา การแต่งตัว รวมถึงความสนุกสนานก็ม่วนหลายมากขึ้นค่ะ”
พร้อมชมความสวยป่วงแปลกแหวกทุกแนวของ “ตุ๊กกี้ สามช่า” ได้ใน “ปัญญาเรณู 2” พร้อมส่งความสุขรับปีฮ่าๆ 26 ม.ค. 2555 นี้
FB:
“ตุ๊กกี้” เสียของรัก ปล่อยโฮกลางตลาดควาย เปิดฉาก “ปัญญาเรณู 2”
ผู้กำกับมากความสามารถ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” เนรมิตฉากเปิดฉากใหญ่ของหนังฮาม่วนซื่นภาคต่อ “ปัญญาเรณู 2” ด้วยการยกทีมงานหนังบุกไปถ่ายทำกันที่ตลาดควาย จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นฉากที่อดีตสาวรำวงอย่าง “อภัสรา” (ตุ๊กกี้ สามช่า) กำลังจะเสียของรักเป็นควายชื่ออีนวลไป และบังเอิญได้เจอกับ “เรณู” สาวสุดแซบที่กลายมาเป็นคู่ซี้คู่ฮากันตลอดเรื่อง
ผู้กำกับฯ เผยถึงไฮไลต์ฉากเปิดเรื่องของโปรเจ็คต์สุดรักของเขาว่า
“ภาคนี้ก็ยังมีฉากใหญ่ที่น่าสนุกน่าชม และสะท้อนบรรยากาศความเป็นอีสานอยู่หลายๆ ฉากเลยนะครับ อย่างฉากตลาดควายเปิดเรื่องเนี่ย ผมคิดภาพไว้เลยว่าถ้าเค้าจะไปซื้อควายเนี่ย มันจะต้องมีควายเยอะๆ สามารถเลือกได้ ให้เห็นว่าภาคอีสานนี่ควายเป็นพันๆ ตัว ฉากนี้จะเป็นฉากที่เรณูกำลังจะไปซื้อควายมาเลี้ยง จะได้อยู่ใกล้ชิดกับปัญญาที่จะชอบเลี้ยงควายมาก แล้วบังเอิญก็ไปเจอกับอภัสราที่กำลังจะเสียควายไป นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ได้มาอยู่ด้วยกัน
ฉากนี้เป็นฉากเปิดตัวตุ๊กกี้ด้วย ผู้ชมจะได้เห็นลุคใหม่ของตุ๊กกี้กันในฉากเปิดนี้เลย ตุ๊กกี้ก็จะต้องร้องไห้โฮกลางตลาดควายโวยวายไม่ยอมเสียควายสุดที่รักไป ซึ่งการแสดงก็ไม่ต้องห่วง ตุ๊กกี้ตีบทแตกอยู่แล้วครับ แต่วันนั้นต้องถ่ายกันทรหดนิดนึง เพราะเราต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 2 ไปถึงโลเกชั่นกันตี 3 แต่งหน้าแต่งตาอะไรเสร็จประมาณตี 4 กว่าๆ ตี 5 เราเริ่มถ่าย มันก็เริ่มสว่าง พระอาทิตย์ก็เริ่มขึ้น จากควาย 2-3 ตัว เป็น 10 ตัว เป็น 100 ตัว เป็น 600 ตัว จนเป็นพันๆ ตัว โอ้โห...เยอะมากเลย เราก็ให้กล้องตั้งแช่ถ่ายควายไว้เลย เค้าจะเป็นตลาดซื้อขายควายกันเดือนละ 2 ครั้ง อยู่ห่างจากอุบลฯ ไปประมาณ 20 กิโล ฉากนี้ก็เป็นฉากที่ชอบฉากนึงเลยครับ คุ้มกับที่ต้องตื่นกันก่อนไก่โห่ แล้วก็ได้ฉากที่เราต้องการจริงๆ ครับ”
เตรียมชมฉากเปิดไฮไลต์นี้ได้ใน “ปัญญาเรณู 2” ม่วนซื่น
FB:
สกู๊ป: “น้ำขิง” สุดปลื้ม ทั้งเล่นทั้งร้องคู่ขวัญใจ “ตุ๊กกี้” ใน “ปัญญาเรณู 2”
สาวน้อยเจ้าบทบาท “น้องน้ำขิง-สุธิดา หงษา” สุดแสนปลื้มอกปลื้มใจเป็นสองเท่าเมื่อได้มาแสดงภาพยนตร์ม่วนซื่อ “ปัญญาเรณู 2” ร่วมกับขวัญใจของเธอ “ตุ๊กกี้ สามช่า” ที่งานนี้ต้องทั้งเล่นทั้งร้องตีคู่ไปไหนไปกันตลอดเรื่องเลยทีเดียว แฝดต่างรุ่นแต่ไซส์ใกล้กันถือกำเนิดขึ้นในวงการแล้ว
สาวตุ้ยนุ้ยฝีมือสุดแซ่บเผยความรู้สึกว่า...
“ดีใจมากๆ เลยค่ะที่ได้กลับมาเล่นภาค 2 แถมภาคนี้ยังได้เล่นได้ร้องเพลงคู่กับพี่ตุ๊กกี้ขวัญใจของหนูอีก ก็ติดตามงานของพี่เค้าตลอดค่ะ ปกติก็ปลื้มอยู่แล้ว พอได้มาเจอตัวจริง ได้มาเล่นเป็นคู่หูกันก็ยิ่งปลื้มยิ่งดีใจขึ้นไปอีกค่ะ ภูมิใจมาก ฮามากทุกวันค่ะ พี่ตุ๊กกี้เค้าจะสอนตลอดเรื่องการแสดง การพูดบท เติมคำนั้นคำนี้เข้าไป พี่เค้าน่ารักมากค่ะ สนุกสนานค่ะ พี่เค้าเก่ง มีความสามารถ หนูชอบพี่เค้ามาก ภูมิใจมากที่ได้มาเล่นกับพี่เค้า
เรื่องนี้หนูก็ชอบทุกอย่างที่เป็นภาคอีสาน เพราะหนูเป็นคนอีสานค่ะ หนูกินอะไรทุกอย่างที่เป็นอีสาน หนูชอบมาก พี่ตุ๊กกี้มาหนูก็หาให้พี่เค้ากินทุกอย่าง พี่เค้าชอบกินรังผึ้ง น้ำผึ้งมันจะออกหวานๆ แต่พี่เค้าไม่กิน พี่เค้าจะกินรังมันอ่ะค่ะ ภาคนี้ก็จะสนุกสนานมากขึ้น ตลกมากขึ้น เพราะมีลุงหม่ำกับพี่ตุ๊กกี้มาเพิ่มสีสัน และก็มีการเข้าไปผจญภัยในกรุงเทพฯ ด้วยค่ะ”
เตรียมพบกับสุดยอดการแสดงฮาเอาอยู่ของทั้งคู่ได้ใน “ปัญญาเรณู 2” พร้อมส่งความสุขรับปีสุดหรรษา 26 ม.ค. 2555 นี้ในโรงภาพยนตร์
FB:
Movie: ปัญญาเรณู 2
กำหนดฉาย : 26 มกราคม 2555
แนว : คอเมดี้-ม่วนซื่น
นำแสดง : ด.ช.โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี, ด.ญ.สุธิดา หงษา, หม่ำ จ๊กมก, สุดารัตน์ บุตรพรม (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย), ด.ญ.ธฤศวรรณ กาหาวงษ์, ด.ช.พงษ์สิทธิ์ นาเวียง, ด.ช.บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว, หยอง ลูกหยี, สายสิน วงษ์คำเหลา
กำกับ : บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
บทภาพยนตร์ : บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
กลับมาแล้วเด้อ...อออออ
"บักปัญญา" กับ "อีเรณู" พร้อมหมู่เพื่อนครบทีม
กลับมาสร้างความม่วนซื่นชื่นบานยกกำลังสองกันอีกครั้งกับ
ภาพยนตร์คุณภาพที่ร่วมผนึกกำลังสร้างสรรค์โดย
"สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล", "หัวฟิล์ม ท้ายฟิล์ม" และ "บิณฑ์ บูม บิสซิเนส"
จัดเต็มความสนุกสุดหรรษาโดยผู้กำกับ "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์"
ครบเครื่องเรื่องร้องเล่นเต้นลั้ลลาครบทีมนักแสดงเล็กพริกขี้หนูจากภาคแรก
"น้องน้ำขิง - ด.ญ.สุธิดา หงษา", "น้องทิว - ด.ช.โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี",
"น้องมิว - ด.ญ.ธฤศวรรณ กาหาวงษ์", "น้องแซก - ด.ช.พงษ์สิทธิ์ นาเวียง"
"น้องเปเล่ - ด.ช.บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว" ฯลฯ
เพิ่มสีสันความฮาเฮให้กับภาคต่อนี้แบบไม่ยั้งกับสองนักแสดงตลกซุป’ตาร์
"หม่ำ จ๊กม๊ก" และ "ตุ๊กกี้ สามช่า - สุดารัตน์ บุตรพรม"
กับการสานต่อเรื่องรักวุ่น ๆ ของรุ่นเล็กจากภาคแรกให้ทวีความสนุกสนานใสซื่อยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อปัญญาและเรณูพร้อมหมู่เพื่อนเกิดจับพลัดจับผลูต้องมาอลเวงเรื่องรัก และผจญภัยชีวิตวัยเด็กที่กรุงเทพฯ อย่างไม่คาดฝัน...
พร้อมส่งความสุขเรียกเสียงฮา... 26 มกราคม 2555 แน่นอน
เรื่องย่อ
หลังเหตุการณ์ทั้งดีและร้ายในภาคแรกได้ผ่านพ้นไป และถึงแม้ "วงโปงลางหนหวย" ที่ "ปัญญา" (โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี) และ "เรณู" (สุธิดา หงษา) เป็นสมาชิกอยู่จะไม่ได้เข้าแข่งขันในระดับจังหวัดก็ตาม แต่ทั้งคู่และหมู่เพื่อนก็กลับมาใช้ชีวิตในวัยเด็ก ณ หมู่บ้านโคกสะอาด อย่างสนุกสนานเช่นเคย
แต่เรื่องรักวุ่น ๆ ของรุ่นเล็กก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเรณูอยากจะใกล้ชิดกับปัญญาให้มากขึ้น...อีกนิดนึง แผนการเอาชนะใจปัญญาจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมี "อภัสรา" (ตุ๊กกี้ สามช่า) อดีตสาวรำวงผู้มั่นใจในความสวยของตนเอง มาเป็นกุนซือคอยช่วยเหลือทุกจังหวะ "ตื๊อสุดติ่งชิงใจเธอ" ไม่ว่าปัญญาจะทำอะไรอยู่ที่ไหน เรณูและอภัสราจะต้องเข้าไปสร้างความปั่นป่วนกวนใจปัญญาทุกครั้งไป
ด้านปัญญานั้นก็มี "บักจอบ" (บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว) เพื่อนสนิทช่างจ้อ และ "พี่กิ๋ง " (หม่ำ จ๊กมก) หนุ่มรุ่นพี่ปากร้ายใจดีมาเป็นตัวช่วยกันท่าเว้นวรรคสองสาวให้ห่างจากปัญญาเช่นกัน
จากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้อภัสราได้พบกับพี่กิ๋งอยู่บ่อย ๆ แต่ด้วยความไม่กินเส้นทำให้ต้องปะทะคารมกันทุกครั้งที่เจอ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ตลอดเวลา แต่นานวันเข้าจังหวะหัวใจกลับเต้นไม่เหมือนเดิม เอาล่ะสิ จังซี่มันต้องถอน...
เรื่องรักวุ่น ๆ ที่บ้านนาดูเหมือนจะดำเนินไปด้วยดี ก็ดันมีเหตุให้ว้าวุ่นหัวใจเมื่อ "มิว" (ธฤศวรรณ กาหาวงษ์) และ "กี่" (พงษ์สิทธิ์ นาเวียง) เพื่อนจากเมืองกรุงที่เคยช่วยปัญญาและเรณูไว้ ได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากปัญญาและเรณูให้เข้าร่วมแข่งขันร้องเพลงที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน งานนี้ทำเอาเรณูเกิดอาการหวงปัญญาขึ้นมาทันควัน เมื่อเห็นมิวกับปัญญาสนิทกันเกินหน้าเกินตา
เมื่อปัญญาและเรณูพร้อมหมู่เพื่อนตกลงปลงใจจะเข้าร่วมการแข่งขัน ทุกคนต่างก็ตั้งใจฝึกซ้อมโดยมีอภัสราผู้มากทักษะทางการเต้นคอยช่วยฝึกซ้อมอย่างเต็มที่
และแล้วเวลาสำคัญก็มาถึง เมื่อทีมของปัญญาและเรณูเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปแข่งขัน แต่ระหว่างทางปัญญาเกิดหายตัวไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้ทั้งทีมต้องกังวลกับการหายตัวไปของปัญญา โดยเฉพาะเรณูที่เอาแต่เป็นห่วงปัญญาจนไม่มีสมาธิในการแข่งขันครั้งนี้แล้ว...
เรื่องราวจะจบลงเช่นไร อภัสราและเรณูจะแก้ไขสถานการณ์นี้ยังไง ปัญญาจะกลับมาทันการแข่งขันหรือไม่ รักวุ่น ๆ ของรุ่นเล็กจะอลเวงแค่ไหน... เอาใจช่วยปัญญากับเรณูพร้อมหมู่เพื่อนด้วยเด้อจ้า
ไผเป็นไผ
บักปัญญา (น้องทิว - โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี)
หนุ่มน้อยคนซื่อ ร้องเพลงเพราะ รักเพื่อน มีน้ำใจงาม คอยช่วยเหลือเพื่อนทุกคนที่มีปัญหาอยู่เสมอ แต่บนโลกที่โหดร้ายทำให้บางครั้งความมีน้ำใจดีของปัญญากลับนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตัวเขาด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และแน่นอน ปัญญายังคงเป็นหนุ่มที่เรณูหมายตาพร้อมจะมอบหัวใจให้เพียงคนเดียว
"เรื่องนี้ผมยังรับบทเป็น ปัญญา ครับ เป็นเด็กซื่อ ๆ นิสัยดี ขี้อาย มีเรณูมาแอบชอบผมครับ และก็มีมิวเพื่อนผู้หญิงจากกรุงเทพฯ ไม่ได้คิดอะไรกับเรา แต่เรณูก็หึงผมครับ ในแก๊งผมก็จะมีจอบกับแหว่งเป็นเพื่อนซี้ครับ จะชอบกันเรณูไม่ให้มาจู้จี้กับผมครับ
เล่นเรื่องนี้ก็ไม่ค่อยยากครับ เพราะภาคแรกผมก็เคยเล่นมาแล้ว แต่สัมภาษณ์นี่สิครับยากกว่า พูดไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ (หัวเราะ) ก็อยากให้มาเบิ่งหนังเรื่องนี้นะครับ เพราะมันก็ม่วนกว่าภาคแรกครับ ภาคนี้มีลุงหม่ำกับพี่ตุ๊กกี้มาเล่นนำครับ ม่วนหลายครับ เบิ่งภาคแรกแล้วก็มาเบิ่งภาคสองครับ อย่าลืมนะครับ"
อีเรณู (น้องน้ำขิง - สุธิดา หงษา)
สาวน้อยสุดก๋ากั่น แสนมั่นใจ ใสแซบเว่อร์ ร้องเล่นเต้นระเบิดไม่แพ้สาวใดในโลกหล้า เธอยังคงแอบรักปัญญาอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ยิ่งภาคนี้ได้สาวอภัสรามาเป็นคู่หูพี่เลี้ยง ยิ่งทำให้เธอได้แสดงแสนยานุภาพความโดดเด้งที่สุดแห่งบ้านโคกสะอาดแทบทะลุจอกันเลยทีเดียว
"เรณูก็ยังเป็นเด็กแก่นแก้วเหมือนเดิมค่ะ แต่มาภาคนี้ก็จะแก่นแก้วมากขึ้น และก็ยังแอบหลงรักปัญญาอยู่เหมือนเดิม รักไม่มีวันเปลี่ยนแปลงค่ะ แล้วก็มีคู่หูเพิ่มขึ้นมา ก็คือพี่ตุ๊กกี้ที่เล่นเป็นอภัสรา ก็จะคอยแกล้งคนนั้นคนนี้โดยเฉพาะไอ้จอบที่ชอบกันปัญญาให้ออกห่างจากหนู ซึ่งหนูก็จะไม่ยอม หนูจะสู้ทุกอย่างค่ะ
ภาคนี้หนูก็ยังทั้งร้องทั้งเต้นหลายเพลงค่ะ เพราะๆ ทุกเพลงทั้งเพลงช้าเพลงเร็วเลยค่ะ เสน่ห์ของภาคนี้ก็จะมีมากขึ้นเพราะว่ามีพี่ตุ๊กกี้กะลุงหม่ำมาช่วยให้ความฮาค่ะ แล้วหนังก็สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยค่ะ สนุกมากแน่นอน จะฮาก็ฮามาก จะเศร้าก็เศร้ามากค่ะ"
พี่กิ๋ง (หม่ำ จ๊กมก)
ชายหนุ่มผู้เคยขี่รถแมงกะไซค์ผ่านทางไปส่งปัญญาในภาคแรก ในภาคนี้เขาก็ได้ย้ายเข้าอยู่ในหมู่บ้านโคกสะอาดนี้ด้วย ประกอบอาชีพเผาถ่าน เป็นเพื่อนคู่หูรุ่นพี่ที่ได้สอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับปัญญา พี่กิ๋งเป็นคนปากร้ายใจดี รวมทั้งเป็นคนปากหนักแอบชอบอภัสราแต่กลับชอบชวนทะเลาะทุกครั้งที่เจอกัน
"ภาคนี้พี่บิณฑ์ก็เรียกตัวผมกับตุ๊กกี้ให้มาช่วยเล่นด้วย ปกติผมก็สนิทกับพี่บิณฑ์อยู่แล้ว ก็โอเคเลย ทำงานกันสบายๆ ไม่เครียด ในเรื่องผมก็เล่นเป็น "พี่กิ๋ง" เป็นคนในหมู่บ้านที่สนิทกับปัญญา จริง ๆ ภาคแรกก็โผล่มาแวบนึง ทีนี้ในภาค 2 กลับมาเต็ม ๆ เลย แล้วก็เข้ามาพัวพันกับตุ๊กกี้ที่เล่นเป็น "อภัสรา" คู่หูของเรณู ทีนี้ต่างคนก็แอบชอบกันนะแต่ไม่แสดงออก พอมาเจอกันก็จะพูดจากัดกัน แต่ในใจลึก ๆ น่ะรักกัน แต่เล่นตัวกัน เพราะรุ่นใหญ่ไงต้องวางฟอร์มบ้าง ก็เลยเกิดเป็นความสนุกขึ้น ได้ปะทะคารมและความฮากัน รับรองม่วนหลาย
เล่นเรื่องนี้ก็ชอบครับเพราะได้พูดภาษาท้องถิ่น เป็นธรรมชาติของตัวเราเองด้วย โดยภาพรวมก็จะเป็นหนังชาวบ้าน ๆ หนังน่ารักของคนชนบทคนที่จะมีความรักความสามัคคีกัน เราจะรู้สึกได้เลย สังคมเหล่านี้ผมว่าคนเมืองคงลืมไปแล้ว ลองดูว่าตัวละครอย่างนี้มีความสุขมากแค่ไหน ดูหนัง ปัญญาเรณู 2 แล้วคุณก็จะมีความสุขจริง ๆ ครับ"
อภัสรา (ตุ๊กกี้ สามช่า)
อดีตสาวรำวงที่ได้มาอยู่บ้านเดียวกับเรณูโดยบังเอิญ จนกลายเป็นเพื่อนรุ่นพี่คู่ซี้ตัวติดกัน เฮไหนเฮนั่น คอยวางแผนและช่วยเหลือเรณูอยู่เสมอ อภัสราจะเป็นสาวที่บ้าฟุตบอลมาก คอสตูมของเธอก็เลยเป็นชุดฟุตบอลทุกเมื่อเชื่อวัน เธอเป็นคนมั่นใจในความสวยของตัวเองมาก ชอบกัดกับพี่กิ๋งจนตกหลุมรักกันโดยไม่รู้ตัว
"เรื่องนี้ตุ๊กกี้รับบทเป็น อภัสรา ก็จะเป็นผู้หญิงกะโปโล จะมีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็สร้างความมั่นใจให้กับเรณูด้วยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประสบความสำเร็จด้านความรักของเรณูมาจากพี่อภัสรานี่ล่ะค่ะ แต่พอเป็นเรื่องรักของตัวเองกลับแก้ไม่ได้ค่ะ
เรื่องนี้เปลี่ยนลุคไป มันจะสวยก็ไม่สวย มันขาด ๆ เกิน ๆ ยังไงไม่รู้ จริง ๆ เรื่องนี้กะว่าพี่บิณฑ์จะปั้นเต็มที่เลย ปรากฏว่าตั้งแต่เห็นชุดนี่ล่ะค่ะ ผมมันก็มา หน้ามันก็มา ทุกอย่างมันก็มา ก็ออกมาเป็นอย่างงี้ล่ะค่ะ
ในภาคนี้ก็จะเป็นเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรก เป็นเรื่องรักของเด็กภาคอีสานปัญญากะเรณู เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตของเด็กอีสาน เป็นกลเม็ดเด็ดพรายเรื่องความรักใส ๆ ภาคนี้ตุ๊กกี้กะพี่หม่ำจะเข้ามาเพิ่มสีสัน พี่อภัสราก็จะเป็นฝ่ายน้องเรณู ส่วนพี่หม่ำก็อยู่ฝ่ายเดียวกับปัญญา เสน่ห์ของภาคนี้ก็ยังคงอยู่ที่บรรยากาศและวัฒนธรรมความเป็นภาคอีสานทั้งมวลทั้งดนตรี คำพูด อากัปกิริยา การแต่งตัว รวมถึงความสนุกสนานก็ม่วนหลายมากขึ้นแน่นอนค่ะ"
บักจอบ (น้องเปเล่-บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว)
หนุ่มน้อยหน้าซื่อผู้มีฟันเหยินเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ช่างพูด เป็นจอมวางแผนตัวยงและเป็นเพื่อนสนิทของปัญญา แต่เป็นคู่กัดกับเรณู เพราะเขามักจะกันท่าไม่ให้เรณูเข้าใกล้ปัญญา แต่กลับให้ปัญญาชิดใกล้คุณมิวมากกว่า งานนี้จอบเลยโดนเอาคืนจากเรณูและอภัสราอย่างเจ็บแสบจนแทบอยากจะร้องไห้ เพราะเอาไม่อยู่แล้วเด้อ
"ภาคนี้ผมก็ยังเล่นเป็น ไอ้จอบ ครับ ชื่อจอบก็มีที่มาจากฟันเหยินของผมนี่แหละครับ ผมจะเป็นเพื่อนสนิทกับปัญญา ตัวแทบจะติดกัน ไปไหนไปกันตลอดเวลาครับ จะเป็นที่ปรึกษาให้กับปัญญาแทบทุกเรื่องเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องรัก ๆ ผมมักจะคอยแกล้งเรณูไม่ให้มาใกล้ปัญญา ก็เลยโดนเรณูเล่นงานเอาคืนจนทรุดเลยครับ แต่จะเป็นยังไงต้องติดตามชมครับ รับรองม่วนหลาย ๆ เด้อครับ"
คุณมิว (น้องมิว - ธฤศวรรณ กาหาวงษ์)
สาวน้อยสุดน่ารักจากกรุงเทพฯ มีความคิดสร้างสรรค์และมุ่งมั่นในการประกวดร้องเพลงรอบชิงชนะเลิศ จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากปัญญาและเรณูให้ใช้ความเป็นลูกทุ่งอันมีเอกลักษณ์เข้าร่วมวงแข่งขันด้วย อีกด้านหนึ่ง เธอก็เหมือนเป็นศัตรูหัวใจของเรณูโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
"เรื่องนี้รับเป็น มิว เป็นเด็กกรุงเทพฯ ที่ภาคแรกมาทัศนศึกษาที่อุบลฯ แล้วมาเจอปัญญากับเรณู แล้วก็เกิดความผูกพันกันในฐานะเพื่อน ก็มาช่วยเหลือเค้าในวงดนตรี ส่วนในภาค 2 นี้ มิวจะต้องมาขอความช่วยเหลือจากทั้งคู่ เพราะมันเป็นการแข่งขันที่ใหญ่มาก ๆ แล้วมิวก็อยากได้อะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้กับวงตัวเอง ก็เลยมาขอให้ปัญญากับเรณูร้องเพลงลูกทุ่งให้ ฉากแข่งขันร้องเพลงเป็นฉากใหญ่ไฮไลต์ฉากหนึ่งเลยค่ะ เต็มที่ทั้งแสงสีเสียงคอสตูมจัดเต็มทุกคนค่ะ ต้องจับตาดูให้ดีค่ะ"
เกร็ดหนัง
- ปัญญาเรณู 2 (2555) เป็นผลงานกำกับเรื่องที่ 6 ของผู้กำกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โดยผลงานก่อนหน้านี้ได้แก่ ปัญญาเรณู (2554), เดอะโกร๋น ก๊วน กวน ผี (2547), ช้างเพื่อนแก้ว (2546), ตำนานกระสือ (2545), มนต์รักเพลงลูกทุ่ง (2538)
- ในภาค 2 นี้ ผู้กำกับฯ ยังคงคิดเรื่อง, เขียนบท, กำกับการแสดงเองทั้งหมดเหมือนเคย โดยเรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์ในวัยเด็กของตนแทบทั้งสิ้น
- ปัญญาเรณู ทั้งสองภาค เป็นภาพยนตร์ไทยที่มีซับไตเติ้ลภาษาไทยด้วย เพราะหนังเว่าภาษาอีสาน (เกือบ) ทั้งเรื่อง
- ผู้กำกับฯ เห็นแววโดดเด้งของ น้องน้ำขิง - สุธิดา หงษา (หลานสาวของ หงษ์ทอง หงษา อดีตหนุ่มหมอลำซิ่งชื่อดังแห่งเมืองอุบล) จากการร้องและเต้นเพลง "เชพบ๊ะ" (อาภาพร นครสวรรค์) อย่างสุดสวิงในงานวันเด็กที่วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ทำเอาผู้กำกับต้องมนต์เธอในทันใด และเมื่อให้เธอลองเล่นบทผีเข้า (ซึ่งต่อมาก็คือฉากเจ้าแม่คะนองรักในภาคแรก) เธอก็เล่นแบบสุดตัวเหมือนโดนของจริงอะไรจริง จนทำให้ผู้กำกับต้องกดไลค์และมอบบท "เรณู" ให้เธออย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ
- น้องทิว - โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี พระเอกของเรื่อง เคยแสดงเป็น ด.ช.ปัญญา ในเรื่อง ครูบ้านนอก บ้านหนองฮีใหญ่ (2553) ร่วมกับ หม่ำ จ๊กมก ก่อนที่จะมาโดดเด่นกับบท "บักปัญญา" ในเรื่องนี้ ซึ่งได้ร่วมแสดงกับลุงหม่ำทั้ง 2 ภาค
- นอกจากจะได้ หม่ำ จ๊กมก มาเป็นสีสันให้กับเรื่องแล้ว ปัญญาเรณู 2 ยังได้อีกหนึ่งตลกซุป’ตาร์อย่าง ตุ๊กกี้ ชิงร้อย มาเป็นผงชูรสสุดแซบในลุคสวยแปลกกว่าทุกเรื่องแหวกกว่าทุกแนวจนคุณต้องตะลึงฮากันเลยทีเดียว
- โลเกชั่นหลักยังคงถ่ายทำกันที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กันแทบทั้งเรื่อง เพื่อให้ได้บรรยากาศความเป็นภาคอีสาน กลิ่นอายชนบท และธรรมชาติท้องทุ่งนาอันสวยงามน่าไปเยือนด้วย
- ในภาคนี้ ผู้กำกับฯ ยังคงสอดแทรกวัฒนธรรมอีสานที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายผ่านฉากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากเลี้ยงควาย, ฉากแข่งจับปลาไหล, ฉากลงแขกเกี่ยวข้าว, ฉากตลาดควาย, ฉากร้องเพลง-ซ้อมเต้นกลางทุ่งนา, ฉากหนังกลางแปลง ฯลฯ
- จัดเต็มความหรรษาลั้ลลาไปกับหลากหลายบทเพลงสุดไพเราะตลอดเรื่อง โดยเฉพาะห้ามพลาดฉากแข่งขันร้องเพลงสุดยิ่งใหญ่ แสงสีเสียงสุดตระการตาท้ายเรื่องด้วย "การร้องจริง เต้นจริง ไม่มีลิปซิงค์ " ของเหล่านักแสดงเด็กมากความสามารถทีมนี้ และแน่นอน งานนี้ สาวตุ๊กกี้ เธอก็ไม่มีพลาดขอแจมทั้งร้องทั้งเต้นไปกับเขาด้วย
- ผู้กำกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ยังคงมีโครงการสร้างความสนุกสนานสานต่อความประทับใจยิ่งขึ้นไปอีกกับ (ว่าที่) โปรเจ็คต์ ปัญญาเรณู 3 รูปูรูปี ที่จะเด็ดสะระตี่โรตีกระจายในอินเดียขนาดไหน อีกไม่นานเกินรอ...
FB:
“หม่ำ-ตุ๊กกี้” เกี่ยวไปเกี้ยวไป โชว์สเต็ปลงแขก กลางทุ่งอร่าม รวมพลังสามัคคีฮาใน “ปัญญาเรณู 2”
เป็นอีกหนึ่งฉากใหญ่ในภาพยนตร์ม่วนซื่นระรื่นฮา “ปัญญาเรณู 2” ที่ผู้กำกับใจบุญ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” จัดเต็มระดมทีมนักแสดงหลักทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กพร้อมนักแสดงสมทบอีกครึ่งร้อยมาเข้าฉากลงแขกเกี่ยวกลางท้องทุ่งนาเหลืองอร่ามสวยงามใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งไม่ได้เห็นกันบ่อยนักบนจอภาพยนตร์ไทย และเป็นการสะท้อนภาพความสามัคคีที่หาได้ยากขึ้นในสังคมไทยทุกวันนี้
ฉากนี้โฟกัสไปที่สองสีสันความฮาอย่าง “หม่ำ จ๊กมก” และ “ตุ๊กกี้ สามช่า” ที่ต้องโชว์ลงแขกเกี่ยวข้าวไปเต้นรำไป (พร้อมปัญญาเรณู หมู่เพื่อน และชาวบ้าน) แถมยังต้องจีบเกี้ยวพาราสีกันไป ถือว่าได้ทั้งภาพสวยแปลกตา อารมณ์ฮาชื่นบาน สานต่อมิตรภาพและประเพณีไทยแบบทรีอินวัน (3 in 1) สามสเต็ปในฉากนี้ฉากเดียว...คักแท้เด-สุดๆ ไปเลย
“หม่ำ จ๊กมก” ได้เผยความรู้สึกถึงฉากนี้ว่า
“ฉากเกี่ยวข้าวก็เป็นฉากสวยงามคล้ายๆ มิวสิควิดีโอ เพลงเพราะ ความพร้อมเพรียง การลงแขกเกี่ยวข้าวสมัยก่อนเวลาเค้าเกี่ยวข้าวก็จะมีความสนุกสนานกัน พอเกี่ยวข้าวเสร็จก็ทำส้มตำ ทำอาหารกินกัน พอตอนเย็นก็ตามประสาบ้านนอกภูธรก็จะมีกินเหล้ากัน เรียกว่าเป็นความรักความสามัคคีกัน เวลาเค้าจะมาเกี่ยวข้าวเค้าก็จะเชิญหมู่บ้านโน้น หมู่บ้านนี้ เหมือนพี่เหมือนน้องเหมือนพวกกันเค้าเรียกมาลงแขก ก็สนุกสนานดี สะท้อนวัฒนธรรม ทำให้คิดถึงสมัยก่อน สมัยพ่อแม่ไปช่วยเค้าเกี่ยว ก็รู้สึกคิดถึงบ้านเหมือนกันนะ บรรยากาศมันได้กลิ่นข้าวด้วยไง ข้าวที่กำลังจะเกี่ยว ก็มีร้องเพลงกัน เด็กๆ ทั้งหมดที่มาช่วย ชาวบ้านที่มาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว ได้กลิ่นข้าว กลิ่นท้องนา ขี้โคลนขี้ควาย มันก็รู้สึกคิดถึงบ้าน บรรยากาศดี แล้วไปถ่ายที่อุบลด้วย”
ผู้กำกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” กล่าวเสริมถึงฉากใหญ่ฉากนี้ว่า
“ฉากลงแขกเกี่ยวข้าวทุกวันนี้ก็ยังทำกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ภาคกลางก็ยังทำกันอยู่ ซึ่งชาวบ้านเค้าจะรู้เลยว่า การปลูกข้าวเนี่ยเค้าไม่ได้ปลูกพร้อมกัน บางทีบ้านนี้ปลูกก่อน อีกอาทิตย์นึงบ้านต่อไปปลูก และเวลาข้าวมันสุก มันก็จะไล่ๆ กันไป บ้านนี้ข้าวสุกปุ๊บเค้าก็มาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวเป็นร้อยๆ คน พอบ้านนี้เสร็จ อาทิตย์หน้าอีกบ้านก็จะสุก ก็จะมาผลัดกันช่วยกันเกี่ยวข้าว หมายถึงความสามัคคีกันในหมู่บ้าน ซึ่งมันน่าจะมีอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่เดี๋ยวนี้หายากมาก เพราะเราไปแบ่งสีขึ้นมา มันก็เลยไม่ใช่อย่างนั้นแล้วไง ผมก็เลยคิดว่า อยากให้ชาวบ้านมีความสามัคคีกัน มีการละเล่นกัน เหมือนกับเมื่อก่อน 20-30 ปีเป็นยังไงก็อยากให้เป็นอย่างงั้น แต่เดี๋ยวนี้รถไถก็มีเยอะ แทร็คเตอร์ก็มีแยะ ความสัมพันธ์และมิตรภาพความเป็นลูกบ้าน-พ่อบ้านกัน มันหายไป ผมก็เลยเอาตรงนี้เข้ามา ก็อยากให้คนไทยกลับมาสามัคคีกันเหมือนเดิมครับ”
เตรียมชมอีกหนึ่งฉากใหญ่ไฮไลต์ที่สะท้อนภาพวัฒนธรรม-ประเพณีไทยอย่างสนุกสนานและสามัคคี ดูหนัง “ปัญญาเรณู 2” แล้วย้อนดูตนเองได้ 26 มกรา ฮาเอาอยู่ทุกโรง
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version