ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์

MOVIE : “Happy Feet 2” 8 ธันวาคม

<< < (2/2)

FB:
ตัวอย่างซับไทยภาพยนตร์เรื่อง Happy Feet 2

http://www.youtube.com/watch?v=aOI7prZi3o4

FB:
“มาเต้นกัน มาส่งเสียงร้องกัน!” สร้างความสนุกสนานด้วยเสียงดนตรีและการโยกย้ายใน Happy Feet 2
   
http://www.youtube.com/watch?v=NEVArYadNj8

          ในภาพยนตร์เรื่อง “Happy Feet” ภาคแรก มีการแสดงต่างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ภาคต่อก็มีนักเต้นที่เก่งที่สุดในปัจจุบันอีกครั้ง นำโดย ซาเวียน โกลเวอร์ ผู้ที่มิลเลอร์เรียกเขาว่า “นักเต้นแท็ปที่เก่งที่สุดในโลกอย่างไร้ข้อกังขา” โกลเวอร์กลับมามอบลีลาการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาให้มัมเบิล ภาพยนตร์ยังได้รับความช่วยเหลือจากผู้ออกแบบท่าเต้นอย่าง เวด ร็อบสัน ผู้มีหน้าที่สร้างฉากเปิดตัวที่อลังการซึ่งมีการผสมผสานหลากสไตล์และมีนักเต้นเป็นจำนวนมาก เดียน เพอร์รี่ ถูกขอร้องให้ใส่การเต้นแท็ปที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา — ซึ่งเป็นที่นิยมในการแสดงบนเวทีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก “Tap Dogs” ลงไปในที่เท้าของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และเคท วอร์มอลด์ ยังคงรับหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงหลักมากขึ้นและเป็นนักแสดงเต้นแบบโมชั่น-แคปเจอร์ในภาพยนตร์ภาคต้นฉบับ คราวนี้มีการออกแบบท่าเต้นและช่วยรวบรวมการแสดงในตอนท้าย

          มิลเลอร์ยืนยันว่า “ในภาพยนตร์ภาคแรก ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าพวกเขาเต้นในโรงภาพยนตร์ได้ คราวนี้ผมอยากให้ทุกคนออกจากโรงภาพยนตร์พร้อมกับอารมณ์ที่เข้มข้นว่าการเต้นนั้นคืออะไร — แท้ที่จริงแล้วการมีสมาคมต่อกันมีความสำคัญเช่นไรต่อคนอื่นๆ เพื่อนๆ ครอบครัว ขยายไปจนถึงสังคมของเรา เมื่อเรื่องราวค่อยๆ คลี่คลาย ไอเดียของความต้องการที่เป็นหนึ่งเดียวกันชัดเจนมากและแสดงออกมาด้วยรูปแบบที่น่าตื่นเต้นมากในท้ายที่สุด”

          ไม่ได้มีแค่ศิลปะแห่งการสร้างภาพเคลื่อนไหวที่มีความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ผู้ชมยังมีความรู้เรื่องการเต้นจากรายการทีวีที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งมีการให้ความสนใจเรื่องการแข่งเต้นทั่วไป จอร์จ มิลเลอร์ กล่าวว่า “เพราะรายการต่างๆ ในขณะนี้ ผู้ชมจึงมีความรู้เกี่ยวกับการเต้นและสไตล์ต่างๆ รวมถึงสไตล์ที่มีการผสมผสานกัน นั่นคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นในผลงานของเรา มันไม่ใช่แค่การเต้นแบบสไตล์เก่าๆ ฉากน่ารักแบบพื้นๆ ที่มีเพนกวินมาเต้น ผมคิดว่าผู้ชมไม่ประทับใจกับฉากแบบนั้นอีกต่อไป เราต้องมีการผลักดันและยกระดับมันขึ้น”

          สำหรับเรื่องฉากเปิดตัว ผู้ออกแบบท่าเต้น เวด ร็อบสัน ร่วมงานกับผู้สร้างแอนิเมชั่นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการเคลื่อนไหวแบบมืออาชีพของเขาจะไม่มีการหล่นหายในช่วงการแปลงภาพ ร็อบสันอธิบายว่า “เพนกวินไม่ได้มีขาสั้นเท่านั้น พวกมันยังไม่มีไหลและท่าเต้นของผมต้องใช้ไหล่เยอะ เพื่อคงความไม่เชื่อในสิ่งที่สงสัย เรายกแขนขึ้นเพียงเล็กน้อยเวลาที่มันต้อยกไหล่ขึ้น เราย้อนกลับไปมาอยู่พักหนึ่งกับผู้สร้างอนิเมชั่น มีการพัฒนากลไกของรอกชุดใหม่สำหรับเพนกวินที่มีการเต้นแบบนี้ที่มีรากฐานมาจากฮิป-ฮอป มันมีจังหวะของเสียง มีความโดดเด่น สนุกสนาน เท่ห์และราบรื่น—เป็นอะไรที่หลอมอยู่ในตัวเจมส์ บราวน์”

          ผู้ออกแบบท่าเต้น เคท วอร์มอลด์ ยกตัวอย่างให้ฟังว่า “ฉากการเต้นเปิดตัวมีความ “ทันสมัย” มาก เราตอบทุกเพลงที่เลือกมาได้ พวกเราพยายาม ‘เขย่าให้ได้จังหวะ’ ให้มากเท่าที่เราจะทำได้ ฉากต่อมาที่ดินแดนอะเดเลียก็ยิ่งมีการเต้นของตัวละครให้เห็นมากขึ้น จากนั้นฉากสุดท้ายก็มีการเต้นแท็ปกันอย่างล้นหลาม ตัวละครเกือบทุกตัวมาเต้นร่วมกัน—มีองค์ประกอบของการกระทืบเท้าเต้นแท็ปอย่างหนักแน่นและมั่นใจในฉาก”

          ฉากสุดท้ายอันยิ่งใหญ่มีการเคลื่อนไหวมากกว่าการใช้เท้า “ครั้งแรกที่เราใส่เข้าไปในบท เราก็เป็นกังวลอยู่นิดๆ ว่าจะสร้างขึ้นมาไม่ได้” มิลเลอร์กล่าว “ฉากมีการเคลื่อนไหว…น้ำแข็งกำลังเคลื่อนที่…หิมะกำลังตก ตัวละครต่างๆ ก็กำลังมีการเคลื่อนไหว มันมีการเปลี่ยนแปงเยอะมาก แถมเรายังมีขนาดของตัวละครที่แตกต่างกันตั้งแต่ตัวละครขนาดจิ๋วไปจนถึงตัวละครขนาดใหญ่มหึมา เราสร้างโอกาสในการทำสิ่งที่พิเศษมากขึ้นมาด้วยตัวเอง และผมตื่นเต้นว่ามันจะมารวมอยู่ด้วยกันอย่างไร” ผู้กำกับยิ้ม

          และตัวละครนับพันๆ ตัวเต้นทำไม? ผู้อำนวยการสร้างบิล มิลเลอร์ เล่าว่า “ตอนที่ต้องเลือกเพลงสำหรับภาพยนตร์ เราคิดถึงทางเลือกหลายอย่าง เรามองหาเพลงที่จะเป็นตัวเดินเรื่องได้ พวกเราลงเอยด้วยการผสมผสานหลายแนวที่ต่างกัน ตั้งแต่เพลงโอเปร่าไปยังเพลงช้า แร็ปและ R&B ที่คลาสสิค ซึ่งในเพลงทั้งหมดเราสามารถ่ายทอดเรื่องราวโดยการใช้องค์ประกอบของเพลงพวกนี้ได้”

จอร์จ มิลเลอร์ กล่าวเสริมว่า “สำหรับเรื่องดนตรี ตามหลักของภาพยนตร์แล้วต้องใช้เพลงคลาสสิค มีสไตล์ที่คลาสสิคและแปลงเพลงสู่รูปแบบเพลงร่วมสมัย จริงๆ แล้วทุกคนสร้างผลงานที่มีการผสมผสานสไตล์ เรามีการร้องเพลงโอเปร่า แร็ปและจังหวะฮิป-ฮอป เพลงแดนซ์ เพลงป๊อปร่วมสมัย ทุกอย่างรวมไว้ด้วยกันหมด”

          นักประพันธ์ดนตรียกตัวอย่างการทำงานว่า “เราเข้าใจเพลงเพราะเราได้ยินเพลงมาหลายต่อหลายครั้ง มันโลดแล่นอยู่ในหูของเราในรูปแบบเดิม ลักษณะเดิมครั้งแล้วครั้งเล่ามาตลอดชีวิตของเรา เพราะฉะนั้นเราจึงเข้าใจดีว่ามันต้องมีความรู้สึกแบบไหน และหากเราทำอะไรที่ประหลาดลงไปกับเพลง มันจะรู้สึกว่าไม่ใช่และทุกคนก็รู้ด้วย ฉะนั้นเราต้องระมัดระวังกับวิธีดูแลเพลงที่เป็นที่รู้จักของเรา บางครั้งผมลองเสี่ยงกับบทเพลงด้วยการลองประพันธ์เพลงให้เหมาะกับจอร์จและภาพยนตร์ แต่ในท้ายที่สุดเราก็ต้องพยายามใส่ใจบทเพลงเสมอ และการค้นพบเพลงที่เราสามารถพลิกรูปแบบได้ค่อนข้างเป็นสิ่งที่เราต้องการเลย”

          ผู้ออกแบบท่าเต้น ร็อบสัน อธิบายว่า “เราอยากเปิดฉากด้วยการฉลองความเป็นเอกภาพและแนะนำตัวละครอีกครั้งท่ามกลางงานเฉลิมฉลอการเต้นและเสียงต้นตรีที่เอิกเกริก ซึ่งต้องขอบคุณมัมเบิลที่กลายเป็นสีสันให้พวกเขา”

          ฉากเปิดตัวรวมถึงความสนุกสนานแห่ง “Rhythm Nation” ด้วยเพลง “Shake Your Body (Down to the Ground)”, “Mama Said Knock You Out,” “SexyBack,” “Ain’t Nobody (Does It Better)” และ “Do Your Thing” ดนตรีอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นที่ปรากฏขึ้นมาในความคิดสุดล้ำค่าของมิลเลอร์และโพเวลคือท่วงทำนองของการแสดงหลายชุดแห่งยุค 80, ทำนองร็อค, ทำนองการเต้นและเพลงธีมคลาสสิคของทีวีซีรี่ส์ตะวันตก “Rawhide” และทำนองเศร้าที่อ้างอิง “E Lucevan Le Stelle” จาก Puccini’s opera Tosca

          "Happy Feet 2 - แฮปปี้ ฟีต 2 "
          8 ธันวาคมนี้ ในรูปแบบ 3 มิติและ 2 มิติในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
          http://www.happyfeet2-thai.com/

FB:
เกมส์ใหม่ “DJ เพนกวินเท้าไฟ” จากภาพยนตร์เรื่อง Happy Feet 2



          เกมส์ใหม่ “DJ เพนกวินเท้าไฟ” จากภาพยนตร์เรื่อง Happy Feet 2 ทั้งสนุก ทั้งน่ารัก อยากให้ลองเล่นดูเองแล้วจะรู้ว่าน่ารักจริงๆ เข้าไปที่เว็บไซต์ภาษาไทยของภาพยนตร์เรื่อง Happy Feet 2 www.happyfeet2-thai.com แล้วคลิกเลือกเมนูเกมส์ด้านล่าง จากนั้นก็เลือกเกมส์ DJ เพนกวินเท้าไฟ

          พอโหลดเสร็จจะพบหน้าให้สร้างจังหวะดนตรีโดยคุณเป็นคนกำหนดได้เองว่าอยากให้มีเสียงแบบไหนบ้าง เช่น เสียงเบส จังหวะกลอง หรือเสียงที่เค้าสร้างไว้ให้แบบต่างๆ ก็ลองทดสอบโดยการลากเสียงที่ต้องการด้านล่างมาใส่ไว้ในช่องด้านบน ใส่ให้ตรงกับสีในแถวเดียวกัน เช่นแถวสีส้ม ก็ต้องเลือกเสียงที่มาจากแนวสีส้มด้านล่าง พอเลือกทุกอย่างเสร็จก็ลองทดสอบฟังโดยกดปุ่ม Play ด้านบน ถ้ายังไม่ถูกใจสามารถลบทิ้งหรือลากอันอื่นมาใส่แทนในช่องได้เลย

          พอได้ดนตรีที่ถูกใจแล้วลองมาให้เจ้าเพนกวินเต้นตามจังหวะที่คุณสร้างดู โดยเลือกปุ่ม Create Dance ด้านล่าง

          เจ้าเพนกวินน้อยก็จะเต้นตามจังหวะดนตรีที่คุณสร้างอย่างน่ารัก น่าหยิกจริงๆ

FB:
แบรด พิตต์ และ แม็ตต์ เดม่อน ประทับใจบท วิลและบิล “จากเคยตัวน้อยสู่นักล่าผู้ยิ่งใหญ่ ใน Happy Feet 2


 
          หนึ่งในประสบการณ์ตื่นเต้นที่สำคัญของภาพยนตร์คือการรับมือกับตัวละครขนาดจิ๋วของเรื่อง “มันเป็นการเดินทางของเคยตัวน้อยๆ 2 ตัวที่ชื่อวิลและบิล” จอร์จ มิลเลอร์ กล่าว “พวกเขาอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีเคยนับพันล้านตัว และเคยนับพันล้านตัวก็เคลื่อนที่ด้วยกระแสน้ำ…พวกเขาอยู่ใต้พื้นน้ำและเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อาหาร สัตว์ทุกชนิดจะกินต่อกันเป็นทอดๆ ในห่วงโซ่อาหารโดยการอาศัยเคย และท่ามกางเคยนับล้านตัวที่แยกแยะกันไม่ออกก็มีบิลและวิลที่รับบทแสดงโดย แม็ตต์ เดม่อน และ แบรด พิตต์ วิลตัดสินใจเพราะเขารู้สึกว่าเขาแตกต่างจากเคยทุกตัวที่อยู่รอบตัวเขา เขายอมเสี่ยงออกจากกลุ่ม วิลอยากมีพัฒนาการในห่วงโซ่อาหารที่สูงขึ้น ตรงกันข้ามกับบิลที่หวาดกลัว เขาอยากอยู่กับที่และใช้ชีวิตเหมือกับเคยตัวอื่นทุกตัว”

          ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ แกรี่ แอ็ค อธิบายรายละเอียดว่า “มีหลายอย่างที่คล้ายกันระหว่างเรื่องราวของวิลและเอริคในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งคู่ พวกเขาเริ่มจากการเดินทาง; ขอบคุณสเวน เอริคคิดว่าเขาเรียนรู้การบินได้ ส่วนวิลมีความปรารถนาที่อยากออกจากสายพันธุ์ เขาอยากเป็นผู้ล่า ทั้งคู่ต่างมีความคิดที่ผิดมหันต์ เขาคิดเช่นนั้นจนกระทั่งพวกเขาพบความจริง แม้ว่าพวกเขาห่างกันไกลหลายไมล์ หนึ่งชีวิตอาศัยอยู่ในมหาสมุทร ส่วนอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่บบนน้ำแข็ง แต่เรื่องราวของพวกเขาคล้ายคลึงกันมาก”

          มิลเลอร์มีความสุขที่มีโอกาสได้จับคู่เดม่อนและพิตต์มาบันทึกเสียงในสตูดิโอ เพื่อถ่ายทอดการหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานของทั้งคู่ …และการร้องเพลงของพวกเขา “พวกเขาเป็นอิสระสุดๆ คอยสร้างความวุ่นวายให้กันและกัน เพราะเขารู้จักกันมาเป็นอย่างดี แม็ตต์ เดม่อน ร้องเพลงได้ส่วนแบรด พิตต์ แสดงทุกอย่างชัดเจนในบทบาทของแต่ละตัว แต่แบรดว่า ‘ไม่มีช่วงที่ต้องอายเลย; ผมแค่ออกไปอยู่ตรงนั้นและแสดงออกไป’ และเขาก็แสดงดีอย่างเหือเชื่อ เพลงที่เขาร้องอยู่ในหนังด้วย”

          เดม่อนสารภาพว่า “การร้องเพลงค่อนข้างน่าประหลาดใจอยู่บ้าง มันสนุกดีที่ได้แสดงและได้พูดว่า ‘อะไรน่ะ?’ มันไม่ได้เป็นจุดแข็งของผมอย่างที่คิดไว้ แต่ผมก็ต้องเปล่งเสียงให้ดังไม่งั้นก็ไม่ต้องแสดง”

          ถือเป็นความโชคดีของผู้สร้างภาพยนตร์ที่ทั้งพิตต์และเดม่อนสามารถบันทึกเสียงร่วมกันในสตูดิโอเดียวกันได้ แถมนักแสดงทั้งคู่ยังเห็นด้วยว่าพวกเขาโชคดีที่มีผู้สร้างภาพยนตร์อย่างจอร์จ มิลเลอร์ เป็นผู้ชี้นำพวกเขา เดม่อนกล่าวว่า “มีพลังแห่งความกล้าหาญออกมาจากจอร์จ เราได้เห็นผู้ชายที่รักโปรเจ็กต์นั้นมาก และเราก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่ทำให้หนังภาคแรกมีความยิ่งใหญ่คือพลังมุ่งมั่นแบบนั้น แบรดกับผมทำสิ่งที่พวกเราไม่เคยทำในหนังมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นหนังแอนิเมชั่นหรือไม่ก็ตาม เราออกมาจากจุดนั้นและคิดว่า ‘นี่มันเจ๋งสุดๆ!’”

          มิลเลอร์กล่าวว่า “เราอยากได้อารมณ์ขันระดับที่ต่างกันในภาพยนตร์ เรามีอารมณ์ขันแบบโรบิน วิลเลียมส์ ที่หลุดโลกและชอบแสดงตัว ที่จะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ เราอยากให้เคยมีอารมณ์ขันในจังหวะที่แตกต่างกัน พอล ลิฟวิงสตัน เป็นนักเขียนคนหนึ่งที่ถนัดเรื่องนั้นเป็นพิเศษ”

          “ผมอยู่อีกด้านหนึ่งของไมค์” ลิฟวิงสตันนึกย้อนไป “จากการให้เสียงพากย์เป็นไก่ตัวผู้จอมหงุดหงิดในเรื่อง ‘Babe’ และเชฟผู้ใจร้อนในภาพยนตร์ภาคต่อ มันเป็นความได้เปรียบของผมที่ได้มีส่วนร่วมในเวิร์คช็อปการเขียนช่วงแรกของภาพยนตร์เรื่อง ‘Happy Feet’ ภาคแรก และในช่วงการระดมสมองสำหรับภาคต่อในช่วงแรกนำมาสู่การพัฒนาตัวเคยทั้งสองที่อยู่ภายใต้การดูแลของผม เมื่อเหล่าตัวละครเกิดแรงกระตุ้นในเรื่องราว มันกลายเป็นจุดรวมตัวภารกิจเล็กๆ ของเคยที่อยู่ในเรื่องราวส่วนใหญ่”

          ดั๊ก มิตเชล กล่าวเสริมว่า “เราได้เรียนรู้ในภายหลังว่าลูกของแบรดและแม็ตต์เป็นแฟนของภาพยนตร์ภาคแรก และผมคิดว่าคงพูดได้ว่าพวกเขามีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำในการรับบทบาท”

          เราไม่ควรมองข้ามการช่วยเหลือของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ผู้สร้างภาพยนตร์ได้เรียนรู้ถึงบทเรียนนั้น ตามที่บิล มิลเลอร์ เล่าว่า “อย่าประเมิณค่าความสามารถของเด็กต่ำไปจากการคอยตื๊อพ่อแม่ของพวกเขาที่แสดงในภาพยนตร์ แม็ตต์ เดม่อน เล่าให้เราฟังว่าเขาไม่เคยเปิดเผยบทภาพยนตร์เรื่อง ‘Happy Feet Two’ ก่อนที่ลูกสาวของเขาพูดว่า ‘คุณพ่อเล่นหนังด้วย’ แม็ตต์ไม่มีทางเลือกเลยจริงๆ”

          ติมตามสองคู่หู ตัวน้อยๆ แต่ความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวใน
          Happy Feet 2
          8 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
          www.happyfeet2-thai.com

Navigation

[0] Message Index

[*] Previous page

Go to full version