ภาพยนตร์ > ข่าวภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” 8 กันยายน
Google:
MOVIE GUIDE: “อุโมงค์ผาเมือง”
ทีเซอร์ “อุโมงค์ผาเมือง”
http://www.youtube.com/watch?v=3dWyiY0-SyI
ภาพยนตร์เรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” (The Outrage) ของ “ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ “100 ปีชาตกาลของ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”, “40 ปีของบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” และ “101 ปี ผู้กำกับชั้นเซียน อากิระ คุโรซาวา” ซึ่งจะเป็นภาพยนตร์ย้อนยุคไปในอาณาจักรล้านนาไทยเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา เล่าเรื่องราวของคดีฆาตกรรมพิศวงระหว่างขุนศึกนักรบ, โจรป่า และเจ้านางผู้เลอโฉม ผ่านการสนทนาของพระหนุ่ม, คนตัดฟืน และสัปเหร่อ ณ อุโมงค์แห่งนครผาเมือง ที่ผู้ชมจะต้องร่วมคลายปมและค้นหาความจริงที่คาดไม่ถึงไปตั้งแต่ต้นจนจบ โดยดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง “ราโชมอน” (ประตูผี) อันเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของ “พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” จากนิยายเก่าแก่พันปีของนักประพันธ์ยอดฝีมือชาวญี่ปุ่น “ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ” อันเป็นที่มาของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องดังก้องโลกอย่าง “ราโชมอน” (Rashomon) ผลงานการกำกับของ “อากิระ คุโรซาวา” บรมครูอันยิ่งใหญ่แห่งโลกภาพยนตร์เข้มข้นด้วยการประชันบทบาทของทีมนักแสดงชั้นนำ อนันดา เอเวอริงแฮม, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, มาริโอ้ เมาเร่อ, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, ดอม เหตระกูล, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, รัดเกล้า อามระดิษและนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง
อุโมงค์ผาเมือง 8 กันยายน 54 ใน โรงภาพยนตร์
Google:
“มาริโอ้” ทุ่มสุดชีวิต พลิกรับบท “พระหนุ่ม” พิสูจน์ฝีมือการแสดงครั้งใหญ่ ใน “อุโมงค์ผาเมือง”
หลังจากที่ได้รับเลือกให้มาพลิกคาแร็คเตอร์ครั้งสำคัญกับบท “พระหนุ่ม” ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีของค่ายสหมงคลฟิล์มเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” โดยผู้กำกับชั้นครู “หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” แล้ว หนุ่มฮ็อต “มาริโอ้ เมาเร่อ” ก็ได้ทุ่มเทคิวฝึกฝนและซุ่มซ้อมการแสดงกับหม่อมน้อยก่อนเปิดกล้องถ่ายทำนานถึง 5 เดือนเพื่อสวมบทบาท “อานนทภิกขุ” บุตรชายเศรษฐีช่างทำกระจกแห่งนครเชียงคำ ผู้เปี่ยมไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้าในพระบวรศาสนา ตั้งแต่ยังเยาว์วัยและมีปณิธานแน่วแน่ที่จะถวายชีวิตเป็นพุทธบูชาแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าแต่เมื่อท่านถูกเชิญไปเป็นพยานในคดีฆาตกรรมปริศนาอันน่าสะเทือนขวัญแห่ง “นครผาเมือง” จึงทำให้จิตใจอันผ่องแผ้วของต้องหมองมัวเมื่อไม่สามารถหา “สัจธรรม” ในคดีนี้ได้ผู้กำกับ “หม่อมน้อย” ได้พูดถึงการแสดงของหนุ่มมาริโอ้ในครั้งนี้ว่า
“มาริโอ้ได้พิสูจน์ฝีมือในฐานะนักแสดงชั้นนำคนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วในเรื่องนี้ เขาสวมวิญญาณ ‘พระหนุ่ม’ ผู้ซึ่งถูกชะตากรรมทำให้ต้องเผชิญกับบาปของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาริโอ้แสดงบทนี้ได้อย่างลึกซึ้งแนบเนียนน่าเชื่อถือในทุกวินาทีของการแสดงเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่มาริโอ้ได้ทุ่มเทเวลามาฝึกซ้อมการแสดงอยู่นานหลายเดือนจนทำให้เข้าถึงบทบาทได้เป็นอย่างดี ทำให้เวลาทำงานหน้ากองนั้นไหลลื่นไม่มีอะไรติดขัดในแง่ของการแสดง เราได้เห็นถึงความตั้งใจมากๆ ของมาริโอซึ่งแสดงได้ดีไม่แพ้นักแสดงมืออาชีพรุ่นพี่ๆ แต่อย่างใดเลย ซึ่งเราคิดว่า ผู้ชมจะประทับใจกับการพลิกบทบาทครั้งใหม่นี้ของมาริโอ้แน่นอน”
“อุโมงค์ผาเมือง” ดัดแปลงจากวรรณกรรมบทละคร “ราโชมอน” หรือ “ประตูผี” ของ ฯพณฯ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งจะนำผู้ชมดำดิ่งไปสู่ความมืดมิดในเบื้องลึกเกินหยั่งถึงของความเป็นมนุษย์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนจอภาพยนตร์ สร้างเพื่อเฉลิมฉลอง “40 ปีของบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” และ “ครบรอบ 100 ปีชาตกาลของ ฯพณฯ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” พร้อมเข้าฉาย 8 ก.ย.
FB:
สุดยอดนักแสดงแถวหน้า “อนันดา” ประชันฝีมือ “พลอย เฌอมาลย์” อลังการงานแสดงสุดเข้มข้นอีกครั้ง ใน “อุโมงค์ผาเมือง”
หลังจากที่คว้ารางวัลด้านการแสดงยอดเยี่ยมในสาขา “นักแสดงนำชาย” และ “นักแสดงนำหญิง” แทบทุกสถาบันรางวัลภาพยนตร์ไทยจากภาพยนตร์รักอมตะเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด “อนันดา เอเวอริงแฮม” และ “เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์“ ก็ได้รับโอกาสอันดีกลับมาประชันบทบาทกันอย่างสุดฝีมืออีกครั้งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” ของผู้กำกับฝีมือละเมียด “หม่อมน้อย-ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ซึ่งทั้งคู่ต้องรับบทหนักแสดงเป็น 4 คาแร็คเตอร์ จากเรื่องเล่า 4 มุมมองในเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวด้วย
โดยหม่อมน้อยได้เปิดเผยหลังจากปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า
“ครั้งนี้นับว่าเป็นการแสดงที่สมบูรณ์แบบที่สุด และสมศักดิ์ศรีสุดยอดฝีมือการแสดงแห่งวงการภาพยนตร์ ทั้งอนันดาและพลอยต่างก็ทุ่มเทแรงกายและแรงใจจนสุดความสามารถ เพื่อมาสวมบทบาท ‘ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า’ ผู้สูงศักดิ์ และ ‘แม่หญิงคำแก้ว’ ภรรยาผู้เลอโฉมแห่งนครเชียงหล้า สองสามีภรรยาผู้ต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างน่าพิศวงในขณะเดินทางกลางป่าเปลี่ยว ซึ่งเรื่องนี้ทั้งคู่ต้องประชันฝีมือเชือดเฉือนอารมณ์ทางการแสดงถึงสี่บทบาทที่มาจากเรื่องเล่าสี่มุมมองของตัวละครต่างๆ ในเรื่องนี้ด้วยกัน ซึ่งรับรองได้ว่าผู้ชมจะต้องสนุกและประทับใจกับการแสดงของทั้งคู่อีกครั้งแน่นอน”
“อุโมงค์ผาเมือง” ดัดแปลงจากวรรณกรรมบทละคร “ราโชมอน” หรือ “ประตูผี” ของ ฯพณฯ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งจะนำผู้ชมดำดิ่งไปสู่ความมืดมิดในเบื้องลึกเกินหยั่งถึงของความเป็นมนุษย์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนจอภาพยนตร์ สร้างเพื่อเฉลิมฉลอง “40 ปีของบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” และ “ครบรอบ 100 ปีชาตกาลของ ฯพณฯ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” พร้อมเข้าฉายเร็วๆ นี้
FB:
จากสุดยอดบทละครเวทีเรื่อง “ราโชมอน” (ประตูผี) ของ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” สู่ภาพยนตร์สุดตระการตาเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” โดย “ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล”
ฉลองครบรอบ “100 ปีชาตกาล พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” “40 ปีบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด”
และ “101 ปี ผู้กำกับชั้นเซียน อากิระ คุโรซาวา”
ประชันบทบาทสุดเข้มข้นของทีมนักแสดงชั้นนำ มาริโอ้ เมาเร่อ / อนันดา เอเวอริงแฮม / เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง / เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา / ดอม เหตระกูล ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ / รัดเกล้า อามระดิษ และนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง
ร่วมค้นหาความจริงของมหาฆาตกามคดีแห่งโจรป่า นางบาป และขุนศึก 8 กันยายน 2554 ทุกโรงภาพยนตร์
“อุโมงค์ผาเมือง”
กำหนดฉาย 8 กันยายน 2554
แนวภาพยนตร์ พีเรียด-ดราม่า
บริษัทผู้สร้าง-จัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
ดำเนินงานสร้าง เติมพันธ์ มัทวพันธุ์, นัยนา อึ้งสวัสดิ์
กำกับภาพยนตร์ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล
บทภาพยนตร์ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล
กำกับคิวบู๊ พันนา ฤทธิไกร
กำกับภาพ พนม พรมชาติ
ออกแบบงานสร้าง พัฒน์ฑริก มีสายญาติ
กำกับศิลป์ นิติ สมิตตะสิงห์
ลำดับภาพ สิริกัณณ์ ศรีจุฬาภรณ์
ควบคุมการสร้างเทคนิคภาพพิเศษ อาทยา บุญสูง
ดนตรีประกอบ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์
ออกแบบเสียง ณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์
ผสมเสียง กันตนา ซาวด์ แล็บ
ฟิล์มแล็บ โอเรียนทัล โพสท์
ออกแบบเครื่องแต่งกาย นพดล เตโช
แต่งหน้า-แต่งหน้าเอฟเฟ็คต์ มนตรี วัดละเอียด
ทีมนักแสดง มาริโอ้ เมาเร่อ, อนันดา เอเวอริงแฮม, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์,
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, ดอม เหตระกูล, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, รัดเกล้า อามระดิษ ฯลฯ
มหาฆาตกามคดีแห่งโจรป่า นางบาป และขุนศึก
ปีพุทธศักราช 2110 ณ นครผาเมืองแห่งอาณาจักรเชียงแสนอันรุ่งเรือง วันหนึ่งหลังจากเกิดวิบัติการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ทั้งอัคคีภัยครั้งใหญ่หลวง แผ่นดินไหวอันรุนแรง และโรคร้ายระบาดคร่าชีวิตประชาชนไปกว่าครึ่งนคร ก็เกิดคดีฆาตกรรมปริศนาที่น่าสะพรึงกลัวและซับซ้อนซ่อนเงื่อนสุดที่จะค้นหาความจริงได้ “โจรป่าสิงห์คำ” (ดอม เหตระกูล) ผู้โหดร้ายที่สุดในแผ่นดินถูกจับได้ในคดีฆาตกรรม “ขุนศึกเจ้าหล้าฟ้า” (อนันดา เอเวอริงแฮม) และข่มขืน “แม่หญิงคำแก้ว” (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ภรรยาของขุนศึกในป่านอกเมือง ขณะที่สองสามีภรรยาเดินทางออกจากเมืองเพื่อไปเยี่ยมญาติที่นครเชียงคำ
จากคำให้การของโจรป่าและแม่หญิง สร้างความปั่นป่วนและพิศวงงงงวยให้แก่ “เจ้าผู้ครองนคร” (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) และประชาชนผู้มาฟังคำให้การเป็นอย่างยิ่ง เพราะทั้งคู่ต่างยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าตนเองเป็นผู้ฆ่าขุนศึก เจ้าหลวงจึงเรียก “ผีมด-ร่างทรง” (รัดเกล้า อามระดิษ) มาเข้าทรงดวงวิญญาณของขุนศึกเพื่อค้นหาความจริง แต่แล้ววิญญาณของขุนศึกกลับให้การผ่านร่างทรงว่า ตนต่างหากที่ฆ่าตัวตายเอง!!!
เหตุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านการพบเห็นและสนทนาของ “พระหนุ่ม” (มาริโอ้ เมาเร่อ), “ชายตัดฟืน” (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) และ “สัปเหร่อ” (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ภายในอุโมงค์ผีที่ผาเมือง ซึ่งไม่อาจเข้าใจได้เลยว่า เหตุใดทั้ง 3 คนจึงให้การปิดบังความจริงที่เกิดขึ้นและ “ความจริง” ทั้งหมดคืออะไรกันแน่???
FB:
จาก “ประตูผี” สู่ “อุโมงค์ผาเมือง” เบื้องหลังคดีฆาตกรรมปริศนา
ภาพยนตร์เรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” (The Outrage) ของ “ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ “100 ปีชาตกาลของ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”, “40 ปีของบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” และ “101 ปี ผู้กำกับชั้นเซียน อากิระ คุโรซาวา” ซึ่งจะเป็นภาพยนตร์ย้อนยุคไปในอาณาจักรล้านนาไทยเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา เล่าเรื่องราวของคดีฆาตกรรมพิศวงระหว่างขุนศึก, โจรป่า และเจ้านางผู้เลอโฉม ผ่านการสนทนาของพระหนุ่ม, คนตัดฟืน และสัปเหร่อ ณ อุโมงค์แห่งนครผาเมือง ที่ผู้ชมจะต้องร่วมคลายปมและค้นหาความจริงที่คาดไม่ถึงไปตั้งแต่ต้นจนจบ โดยดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่อง “ราโชมอน” (ประตูผี) อันเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของ “พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” จากนิยายเก่าแก่พันปีเรื่อง “Rashomon” และ “In a Glove” ของนักประพันธ์ยอดฝีมือชาวญี่ปุ่น “ริวโนะสุเกะ อะคุตะกะวา” อันเป็นที่มาของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องดังก้องโลกอย่าง “ราโชมอน” (Rashomon) ผลงานการกำกับของ “อากิระ คุโรซาวา” บรมครูอันยิ่งใหญ่แห่งโลกภาพยนตร์ นั่นเอง
“หลังจากที่ ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง คุณเจียงก็ถามว่า ในใจมีหนังอะไรที่อยากจะทำหรือเปล่า ตัวเราเองก็นึกถึงเรื่อง ‘อุโมงค์ผาเมือง’ นี้ขึ้นมาในหลายๆ เหตุผล เหตุผลแรกเราคิดจะทำหนังเรื่องนี้มาสิบกว่าปีก่อน เตรียมงานแล้ว เขียนบทแล้ว คิดโปรดักชั่นแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์หลายๆ อย่างในตอนนั้นก็ทำให้ต้องหยุดโครงการนี้ไป มาปีนี้ก็เหมือนกับว่านำโครงการนี้ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ มันเลยเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ และบังเอิญเรื่องนี้ เราได้ดัดแปลงเรื่องราวมาจากบทละครเวทีเรื่อง ‘ประตูผี’ โดย ฯพณฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และตัวเราเองก็เคยกำกับเป็นละครเวทีเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ที่มณเฑียรทองเธียเตอร์ และออกแสดงตั้ง 3 เดือน ครั้งนั้นก็ถือว่าเป็นละครเวทีที่ประสบความสำเร็จมาก ก็เลยลองเอามาปัดฝุ่นใหม่
มันก็เป็นเรื่องแนวใหม่สำหรับยุคนี้แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ใหม่มากนัก และก็ประกอบกับการที่เป็น 100 ปีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พอดี เราคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะเฉลิมฉลองในอัจฉริยภาพในการประพันธ์เชิงวรรณกรรมของท่าน พร้อมกับการเฉลิมฉลองครบ 40 ปีของบริษัทสหมงคลฟิล์มด้วย”
***บทดัดแปลง แฝงธรรมะ ชำระจิตใจ***
“ในแง่เป็นผู้กำกับ เป็นคนเขียนบท เรามาศึกษาบทภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างละเอียดก็ได้เห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคุณค่าทางศีลธรรมสูงมาก คือแก่นของเรื่องพูดถึงพระสัจธรรมโดยพระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ตัวเราเองก็ตั้งใจด้วยจิตแน่วแน่ว่าจะทำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เป็นพุทธบูชา เพื่อที่จะอุทิศส่วนกุศลให้กับม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และที่สำคัญคืออากิระ คุโรซาวา และริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวา ซึ่งอะคุตะงะวาท่านเป็นผู้เขียนเรื่องสั้นเรื่องราโชมอน และอากิระ คุโรซาวา นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เอเชียเรื่องแรกที่ไปสู่ตลาดโลก ได้รับการยกย่องว่าเป็นครูแห่งศาสตร์ภาพยนตร์ ทั้งคู่เป็นบรมครูที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กำกับหนังใหม่ๆ ของโลกมากมาย
บทละครเวทีเรื่องนี้ซึ่งแต่เดิม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ท่านไม่ได้ดัดแปลงจากภาพยนตร์ของคุโรซาวา แต่ท่านได้ไปชมละครเวทีเรื่อง ‘ราโชมอน’ ที่นิวยอร์ก แสดงโดยฝรั่งนะแต่เล่นเป็นญี่ปุ่นหมด และท่านก็ได้นำบทมาแปลเป็นภาษาไทย แต่ก็เล่นเป็นญี่ปุ่นนะ โดยท่านเองก็เล่นเป็นสัปเหร่อ ซึ่งตอนนั้นเรายังเด็กมากและโชดดีที่ได้ดูติดตาติดใจจนถึงปัจจุบันนี้ ก็คิดว่าถ้าครั้งหนึ่งได้ทำเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ไทย ก็คงจะท้าทายความสามารถ โครงการนี้เลยเกิดขึ้นมา
เวอร์ชั่นบทละครเวทีของท่านคึกฤทธิ์ก็มีการตีความใหม่ ท่านไม่ได้เน้นกายกรรม แต่ท่านเน้นวจีกรรม การใช้ภาษาที่แหลมคม และมีความหมายลึกซึ้ง ความสนุกจะอยู่ที่การฟังภาษา ฟังบทพูดของตัวละครว่ามีความหมายอย่างไร และเชือดเฉือนอย่างไร เน้นตรงนี้ ซึ่งตัวเราเองก็ยึดถือเอาเป็นหลักในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยที่บทสนทนา 95 % ของเรื่องเป็นภาษาของท่าน โดยที่ไม่มีการแก้ไขใดๆ จะมีก็แค่ 5 % ที่เราแก้ไขในตอนต้นๆ เรื่องแค่นั้นเองที่เพิ่มความเป็นภาพยนตร์ให้มากขึ้น แต่ว่าในเชิงการตีความ ในเชิงความหมายของเรื่อง ความสนุกได้รสชาติล้วนมาจากการตีความของท่านเอง ในส่วนการเขียนบทของเราก็ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เขียนบทอย่างเดียวจะเร็วมากใช้เวลา 2-3 เดือน แต่ในแง่การสร้างการคิด กว่าจะรวบรวมความคิด กว่าจะสรุปมันได้ ก็เป็นปีๆ ก็ถือว่านานเหมือนกันนะ”
***จุดกำเนิด เปิดเรื่องเศร้า เล่าความเท็จ***
“คือมันเป็นเรื่องของคดีที่ขุนศึก (อนันดา) กับภรรยา (พลอย เฌอมาลย์) เดินทางไปในป่าแล้วก็ได้พบกับโจรป่า (ดอม เหตระกูล) และขุนศึกก็โดนโจรป่าหลอกล่อ และข่มขืนเมียต่อหน้า แล้วท้ายสุดตัวขุนศึกก็ตายไป และโจรป่าก็โดนจับได้ ต้องไปให้การในศาล ตัวเมียขุนศึกก็ต้องไปให้การด้วย ก็มีการเข้าทรงวิญญาณของขุนศึก และต่างคนก็ต่างให้การต่างๆ กัน และเรื่องก็ดำเนินผ่านพระหนุ่ม (มาริโอ้ เมาเร่อ) ซึ่งเป็นผู้เห็นขุนศึกและภรรยาเข้าป่าไปเป็นคนสุดท้าย และตัวคนตัดฟืน (หม่ำ จ๊กมก) ก็เป็นคนพบศพ และสองคนก็ต้องให้การในศาลด้วย พระหนุ่มได้เห็นว่าทั้งสามคนก็ให้การคนละทิศคนละทางเลย ทุกคนได้รับสารภาพว่าตนเองนั้นได้เป็นคนฆ่าขุนศึก ทั้งโจรก็รับสารภาพว่าตนเป็นคนฆ่า ตัวเมียขุนศึกก็บอกว่าเธอเป็นคนฆ่าสามี ส่วนวิญญาณขุนศึกก็ให้การว่าทนความเสื่อมเสียเกียรติยศไม่ได้ก็เลยฆ่าตัวตายเอง
ตัวพระหนุ่มซึ่งบวชได้พรรษาเดียว เป็นพระที่เคร่งในวินัยได้เจอเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกว่าไม่สามารถเข้าใจมนุษย์ได้ เรื่องเริ่มต้นตรงนี้ ระหว่างที่พระหนุ่มจะเดินทางกลับบ้านเกิด ก็เจอพายุ และตัวคนตัดฟืนก็วิ่งตามมาพอดี ทั้งสองคนก็เลยไปหลบฝนอยู่ในอุโมงค์ผาเมือง ทำให้เจอกับสัปเหร่อ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) และความเป็นจริงต่างๆ ก็เปิดเผยขึ้นในอุโมงค์นั้นเอง”
***พลิกโฉมประชันฝีมือ ลือเลื่องการแสดงแถวหน้า***
“เรื่องนี้เราก็ได้ทีมนักแสดงชั้นนำของเมืองไทยมาร่วมแสดงมากมาย ความคิดเห็นในการคัดเลือกนักแสดงก็ตรงกันกับของคุณเจียงที่จะนำเอา อนันดา, มาริโอ้, หม่ำ, พงษ์พัฒน์, พลอย, ดอม มาแสดงในเรื่องเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนก็ทุ่มเทจริงๆ ทั้งเรื่องคิวที่แน่นเอี๊ยดกันแทบทุกคน เรื่องการแสดงที่ต้องแปลงโฉมหน้าพลิกบทบาทกันไปเลย เรายินดีที่ได้ร่วมงานกับทีมนักแสดงยอดฝีมือทีมนี้นะ
อย่าง มาริโอ้ พอมาลองแต่งเป็นพระดู โอ้ก็ดูมีออร่า มีราศี เกิดมาเพื่อเล่นบทนี้จริงๆ คงไม่มีใครเหมาะสมเท่า และแกก็อยากร่วมงานกับเรามากนะ สอนแกมา 3 ปีแล้วแต่ไม่เคยร่วมงานกันเลย เป็นงานแรกที่เป็นการได้ร่วมงานกับตัวเรา และได้ร่วมงานกับอนันดาซึ่งถือเป็นไอดอลของเขานะ เขาก็มีความสุขและทุ่มเทให้กับการทำงานมาก
ส่วน หม่ำ เราก็เลือกคนไม่ผิด บางคนก็เอาไปเปรียบเทียบกับการแสดงของเขาที่ผ่านมา เราไม่ได้มองตรงนั้น เรากลับเห็นตัวตนของหม่ำจริงๆ ในบทนี้ ซึ่งตัวหม่ำเองก็หนักใจมาก ไม่มั่นใจและกลัวทำหนังหม่อมเสีย เราก็บอกเขาว่าไม่ต้องกลัว ให้แสดงจากตัวตนของเขาเองจริงๆ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมาก เราก็ปลื้มใจเขามาก เรารู้สึกศรัทธาในการทำงานของเขามาก เขาทุ่มเทจริงๆ ในสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสเลย เขาพยายามทิ้งลักษณะการแสดงที่ทำมาตลอดทั้งชีวิตเพื่อที่จะแสดงให้เข้าถึงตัวละครที่สุด เห็นว่าเขาตั้งใจทำงานมากๆ น่าเอ็นดูมากๆ โกรธตัวเองเวลาตัวเองจำบทไม่ได้ ก็พยายามบอกเขาว่าไม่ต้องซีเรียส สบายๆ ซึ่งสุดท้ายเขาก็ทำออกมาได้ประทับใจ เรารู้สึกเป็นเกียรติมากนะที่เขามาเล่นภาพยนตร์ให้เรา
อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เมื่อ 20 ปีที่แล้วเขาเคยเล่นเป็นโจร และบทที่เขาจ้องอยู่นอกจากโจรก็เป็นตัวสัปเหร่อที่เขาอยากเล่นมาตั้งแต่ตอนนั้นละ แต่ตอนนั้นเขาก็ยังหนุ่มอยู่ แต่ตอนนี้ด้วยวัยของเขา ฝีมือการแสดงของเขา ไม่มีใครเหมาะเท่าอ๊อฟ และเขารักบทนี้อยู่แล้ว เขาอยากเล่นบทนี้อยู่แล้ว มันก็เลยเป็นการง่ายที่เขาจะเข้าถึงมัน กับอ๊อฟก็ยิ่งสบายเพราะเราก็เคยทำงานด้วยกันมาแล้วตั้งแต่เขายังหนุ่มทั้งละครเวที ทั้งภาพยนตร์ มันก็เข้าทางกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย ถึงจะต้องตื่นตี 3 ตี 4 เพื่อเมคอัพมากขนาดไหนก็ตาม เพราะเขารู้ว่ามันจำเป็นมาก ทั้งมาริโอ้ก็เหมือนกัน ต้องตื่นตี 4 หมด เพื่อให้ถ่าย 7 โมงเช้าให้ได้ ก็ถือว่าเป็นอีกงานหนึ่งที่เป็นชิ้นโบว์แดงของเขา หรือของนักแสดงแทบทุกคน
ตัวขุนศึกที่เป็นบทของ อนันดา เป็นตัวละครที่เราคิดว่าเล่นยากที่สุด เพราะว่ามีบทพูดน้อยมากต้องถ่ายทอดออกผ่านดวงตา มีบทพูดน้อยไม่พอยังต้องโดนปิดปากในตอนที่เขาโดนจับมัด เป็นฉากที่สำคัญทั้งนั้นเลย ทุกฉากของเขาเล่นยากมาก เขาใช้ภาษากายในการสื่อสารไม่ได้เลย คำพูดสื่อสารไม่ได้เลย ก็เลยใช้ดวงตาได้อย่างเดียว อนันดาก็ขอเล่นบทนี้ด้วย และเราก็เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่อนันดาจะต้องมาผ่านความยากอีกครั้งในบทนี้ และตัวอนันดาเองก็ทุ่มเทมากและก็ทำออกมาได้ดี
สำหรับ พลอย ในบทแม่หญิงคำแก้วเมียขุนศึกเนี่ย เป็นบทผู้หญิงที่ยากที่สุดที่เคยมีมาสำหรับภาพยนตร์ เพราะบทนี้มีหลากหลายอารมณ์มาก ไดอะล็อกเยอะมาก และก็พูดคนเดียวเยอะมาก มันต้องฝีมือในการแสดงสูงมาก และที่สำคัญคือเขาต้องเล่นเป็น 4 คาแร็คเตอร์ในคนเดียวกัน ต้องเล่นให้ขาดมาก 4 เรื่องในเรื่องเดียวกัน คิดว่าไม่มีใครเหมาะกับบทนี้เท่าพลอย ทั้งที่งานเขาแน่นมาก แต่เจ้าตัวก็เล่นบทนี้ถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้หลายๆ คนที่มีความรู้ด้านการแสดงก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พลอยได้ก้าวขึ้นไปอีกระดับแล้วในฝีมือการแสดง เขาได้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างสมภาคภูมิในภาพยนตร์เรื่องนี้
โจรป่าเนี่ยมีการคิดอยู่หลายคนเหมือนกันว่าใครจะเหมาะ เพราะว่ารูปลักษณ์ต้องดูเป็นโจรที่โหดเหี้ยมมากจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความซื่อและโง่อยู่ในนั้น และมีความเก่งและตลกอยู่ในนั้น ขณะเดียวกันจะดูเท่ ดูโหดร้ายก็เป็น มีหลายคาแร็คเตอร์มากอีกเหมือนกันในตัว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ลองเรียก ดอม มาดู เพราะเห็นว่าดอมน่าจะเหมาะที่สุด ซึ่งเขาก็เหมาะจริงๆ เขาตั้งใจมาก ซ้อมเยอะ จนเสียงแหบแห้ง บางทีก็สงสารแกเหมือนกันเพราะแกเป็นคนเดียวที่นุ่งผ้าเตี่ยวในขณะที่อุณหภูมิ 4 องศา ไม่มีอะไรช่วยแกเลย พอสั่งคัททีก็ต้องเอาไฟ ถ่าน กระป๋องน้ำร้อนมาช่วยแก แกก็ทำงานออกมาได้น่าพอใจ คิดว่าเลือกคนได้ถูกต้อง
บทของ รัดเกล้า คือตัวคนทรงที่วิญญาณของขุนศึกมาสิงเนี่ย น้อยคนนักที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพมาก เป็นนักบัลเล่ต์ด้วย เพราะฉะนั้นการนำเสนอคนทรงของเราจะผสมผสานกันระหว่างการร่ายรำของวัฒนธรรมล้านนากับโมเดิร์นแดนซ์ผสมกัน ในขณะเดียวกันต้องเล่นไปด้วยซึ่งอันนี้ยากมาก นักแสดงที่ไม่ได้โดนเทรนนิ่งทางการเคลื่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ บทนี้จะยาก เพราะฉะนั้นรัดเกล้าก็เหมาะที่สุด การใช้เสียงของเขา การใช้ร่างกายของเขาทำให้บทนี้มีสีสันดูน่ากลัวมีมิติ และก็มีพลังมาก ขณะที่ถ่ายทำเขาสามารถตรึงคนเป็นร้อยคนบนยอดเขาให้เงียบได้ทั้งกองถ่าย ซึ่งแสดงในเพียงฉากเดียวแต่ว่า โอ้โห มันเต็มไปด้วยศิลปะการแสดงที่สูงมาก ทั้งอารมณ์ ทั้งการเคลื่อนไหว การใช้เสียงทุกอย่างสามารถทำให้เราเชื่อได้ว่ามีวิญญาณสิงอยู่จริงๆ
ส่วนตัวละครตัวอื่นๆ ที่มีสมทบเข้ามาก็มี เจี๊ยบ ศักราช ที่แสดงเป็น ทิพย์ ใน ชั่วฟ้าดินสลาย มาช่วยเสริมให้อีกในบทเป็นเจ้าหลวงผู้พิพากษาในคดีนี้ ซึ่งก็สามารถแสดงได้ 3 คาแร็คเตอร์เหมือนกัน ในแต่ละการเล่าเรื่อง เขาก็เล่นเป็น 3 แบบซึ่งก็สมบูรณ์ ที่น่าพูดถึงอีกก็หลายคนก็เช่น ท็อป ดารณีนุช เล่นเป็นแม่ของพลอยก็รับเชิญมาสร้างสีสันให้ ทางครอบครัวของมาริโอ้ก็มี โอ๊ต วรวุฒิ, ชุดาภา จันทเขตต์, นิว ชัยพล เด็กใหม่ของ Xact มาร่วมแสดง ซึ่งครอบครัวนี้เล่นได้อย่างกลมกลืนสมบูรณ์มาก และก็ยังมีบทท่านเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหลวงแห่งนครผาเมืองซึ่ง ชาย ชาตโยดม รับเชิญเข้ามา มี ธัญญา โสภณ ในบทแม่ของขุนศึกก็มาร่วมมาแสดงด้วย”
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
Go to full version