ไทยทีวีสีช่อง 3 > เรื่องย่อละคร ช่อง 3

เรื่องย่อ: ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง

(1/2) > >>

PR:
เรื่องย่อ: ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง



ประเภท ซีรีส์เกาหลี

ออกอากาศ ทางช่อง 3 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา เวลา 13.00-14.00 น. เริ่ม 8 มิ.ย.54

เรื่องราว

          กล่าวถึงเจิ้งหลันเจินซึ่งถือกำเนิดในราชตระกูล แต่กลับต้องระหกระเหินได้รับการเลี้ยงดูจากอนุภรรยาขุนนางใหญ่ของเมืองหลวง ฐานะที่แท้จริงของนางถูกปกปิด เนื่องจากไม่ได้ถือกำเนิดจากภรรยาหลวง ทำให้หลันเจินถูกดูถูกเหยียดหยาม เมื่อความรักของนางและจี๋ซ่างซึ่งเติบโตมาด้วยกันกำลังงอกงามก็ถูกพี่สาวและพี่ชายซึ่งเกิดจากภรรยาหลวงกีดกัน ทำให้นางสูญสิ้น ทุกสิ่ง

          ในเวลาเดียวกัน หยิ่นซื่อพี่สาวของหยิ่นหยวนเหิงได้รับการคัดเลือกเข้าวังหลวงจนกลายเป็นพระสนมของพระราชาจงจง กองทัพเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้จ้าวกวางจู่และกลุ่มซื่อหลินถูกขับไล่ออกจากวังหลวง หลันเจินเติบใหญ่ ชะตาชีวิตของนางกลับเพิ่งเริ่มต้น จ้าวกวางจู่และพวกบัณฑิตถูกขับไล่ออกจากราชสำนัก จากเดิมชีวิตที่มีความสุขกลับต้องเผชิญกับความจริง

          เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของตนเอง หลันเจินตัดสินใจละทิ้งการเป็นนางรำโดยแต่งงานเข้าบ้านสกุลหยิ่นในฐานะอนุภรรยาของหยิ่นหยวนเหิง หลันเจินและเหวินติ้งหวังโฮ่วพี่สาวของหยิ่นหยวนเหิงร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดจิ้งปิน,จินอันเหล่าและบรรดาขุนนางที่ทำให้ราชสำนักฟอนเฟะ จงจงสวรรคต หมิงจงเถลิงราชย์ เหวินติ้งหวังโฮ่วครองอำนาจในวังหลวงตามที่ปรารถนา

          และแล้วก็ถึงยุคสมัยที่หญิงต้องเป็นใหญ่ ด้วยความที่เจิ้งหลันเจินต้องการยกฐานะของนาง นางจึงสังหารจินซื่อภรรยาหลวงของหยิ่นหยวนเหิง นอกจากนั้นเรื่องราวยังได้สอดแทรกความรักของหลันเจินและจี๋ซ่าง ความรักดื่มด่ำของเหวินติ้งหวังโฮ่วและพูหยี่ ตลอดยี่สิบปีการปกครอง เหวินติ้งหวังโฮ่วสิ้นพระชนม์ก็เป็นอันว่าเรื่องราวของหญิงผู้เป็นใหญ่ต้องปิดฉากลง

Google:
“ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง” แผ่นดินที่หญิงใฝ่อำนาจ จุดชนวนนองเลือดในราชสำนัก “ตำนานรักดอกเหมย”
 


          “ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง” ซีรีส์เกาหลีย้อนยุคเข้มข้นด้วยเนื้อหาของการแก่งแย่งชิงดีกันในวังหลวง โดยมีตัวเอกของเรื่องเป็นหญิงนามว่า “ชองนานจอง” หญิงสาวสวยที่เติบโตมาด้วยความแค้นและความทะเยอทะยาน เธอกำหนดชะตาชีวิตตัวเองให้ได้เข้ามาในวังหลวงและเธอก็สามารถทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจด้วยเครื่องมือที่ติดตัวมาแต่เกิดคือความงามของเธอนั่นเอง

          เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในยุคสมัยของพระราชาจุงจง “ชองนานจอง” ถือกำเนิดในราชตระกูล แต่ไม่ได้ถือกำเนิดในภรรยาหลวง ทำให้ชีวิตเธออยู่ภายใต้การถูกดูถูกเหยียดหยามและกีดกันจากลูกๆ ของภรรยาหลวงไม่เว้นในเรื่องของความรักระหว่างเธอและ “กิดซัง” ชะตาชีวิตของนางเพิ่งเริ่มต้นด้วยการทำตามอุดมการณ์ของตัวเองด้วยการละทิ้งการเป็นนางรำโดยแต่งงานเข้าบ้านสกุลยุนในฐานะอนุภรรยาของยุนวอนฮัง ซึ่งในขณะนั้นพี่สาวของยุนวอนฮังเป็นสนมของพระราชาจุงจง เมื่อเธอทั้งสองมีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกัน นับแต่นั้นราชสำนักเหมือนอยู่ภายใต้อุ้งมือของพวกเธอ

          อย่าพลาดชมความเข้มข้นของแผนการอันแยบยลเพื่อการแย่งชิงอำนาจของผู้หญิงที่อยากเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ในซีรีส์เกาหลีเรื่อง“ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง” นำแสดงโดย

          กังซูยิน-ยุนอินวา–ปาร์คซังมิน-คิมจองอึน-ลีด็อคฮวาและดาราสมทบอีกมากออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30 – 14.30 น. เริ่มตอนแรก 8 มิ.ย. ศกนี้ ทางช่อง 3

          กังซูยิน เป็น ชองนานจอง
          ยุนอินวา เป็น พระมเหสีมุนจอง
          ปาร์คซังมิน เป็น กิดซัง
          คิมจองอึน เป็น นึงกึม
          ลีด็อคฮวา เป็น ยุนวอนฮัง
          แบ็คยุนซิก เป็น ชองยุนคยอม
          ชอยจงวาน เป็น พระเจ้าจุงจง
          คิมแฮซุค เป็น ปาร์ควอนจง
          โดจินวอน เป็น คยองพิน

Google:
เรื่องย่อ: “ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง”
 
           “ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง”
          ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.30 - 14.30 น. ทางช่อง 3 เริ่ม 8 มิถุนายน 2554
          นำแสดงโดย กังซูยิน เป็น ชองนานจอง
          ยุนอินวา เป็น พระมเหสีมุนจอง
          ปาร์คซังมิน เป็น กิดซัง
          คิมจองอึน เป็น นึงกึม
          ลีด็อคฮวา เป็น ยุนวอนฮัง
          แบ็คยุนซิก เป็น ชองยุนคยอม
          ชอยจงวาน เป็น พระเจ้าจุงจง
          คิมแฮซุค เป็น ปาร์ควอนจง         
          โดจินวอน เป็น คยองพิน

          เรื่องราวกล่าวถึงชองนานจองซึ่งถือกำเนิดในราชตระกูล แต่กลับต้องระหกระเหินได้รับการเลี้ยงดูจากอนุภรรยาขุนนางใหญ่ของเมืองหลวง ฐานะที่แท้จริงของนางถูกปกปิด เนื่องจากไม่ได้ถือกำเนิดจากภรรยาหลวง ทำให้นานจองถูกดูถูกเหยียดหยาม เมื่อความรักของนางและกิดซังซึ่งเติบโตมาด้วยกันกำลังงอกงามก็ถูกพี่สาวและพี่ชายซึ่งเกิดจากภรรยาหลวงกีดกัน ทำให้นางสูญสิ้นทุกสิ่ง

          ในเวลาเดียวกัน นางยุนซีพี่สาวของยุนวอนฮังได้รับการคัดเลือกเข้าวังหลวงจนกลายเป็นพระสนมของพระราชาพระเจ้าจุงจง กองทัพเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้โชกวางโจและบรรดาสมาชิก หอบัณฑิตถูกขับไล่ออกจากวังหลวง นานจองเติบใหญ่ ชะตาชีวิตของนางกลับเพิ่งเริ่มต้น โชกวางโจและพวกบัณฑิตถูกขับไล่ออกจาก ราชสำนัก จากเดิมชีวิตที่มีความสุขกลับต้องเผชิญกับความจริง

เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของตนเอง นานจองตัดสินใจละทิ้งการเป็นนางรำโดยแต่งงานเข้าบ้านสกุลยุนในฐานะอนุภรรยาของยุนวอนฮัง นานจองและมเหสีมูนจองพี่สาวของยุนวอนฮัง ร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดสนม คยองพิน,คิมอันโลและบรรดาขุนนางที่ทำให้ราชสำนักฟอนเฟะ พระเจ้าจุงจงสวรรคต มยองจงเถลิงราชย์ มเหสีมูนจองครองอำนาจในวังหลวงตามที่ปรารถนา

          และแล้วก็ถึงยุคสมัยที่หญิงต้องเป็นใหญ่ ด้วยความที่ชองนานจองต้องการยกฐานะของนาง นางจึงสังหารนางคิมซีภรรยาหลวงของยุนวอนฮัง นอกจากนั้นเรื่องราวยังได้สอดแทรกความรักของนานจองและกิดซัง ความรักดื่มด่ำของมเหสีมูนจองและโพโฮ ตลอดยี่สิบปีการปกครอง มเหสีมูนจองสิ้นพระชนม์ก็เป็นอันว่าเรื่องราวของหญิงผู้เป็นใหญ่ต้องปิดฉากลง

ตอนที่ 1
          ปาร์ควอนจงฉวยโอกาสที่มีความไม่สงบในบ้านเมืองกราบทูลพระเจ้าจุงจงให้ร้ายซินโซกึน นอกจากนี้ปาร์ควอนจง ยังกราบทูลพระเจ้าจุงจงทรงถอดถอนนางซินซีจากพระมเหสีอีกด้วยเพื่อตัดรากถอนโคน
          พระเจ้าจุงจงทรงนำความปรึกษาหารือกับพระพันปีจาซุนเพื่อขอให้นางปกป้องพระมเหสี พระพันปีจาซุนตระหนักดีว่ากฏเกณฑ์วังหลวงเคร่งครัดจึงไม่กล้าให้คำมั่นสัญญาแต่อย่างใด ปาร์ควอนจงไม่ได้รับคำตอบจากพระเจ้าจุงจงเรื่องการถอดถอนพระมเหสีเสียทีจึงแสดงท่าทีข่มขู่บีบบังคับ
          บรรดาขุนนางที่ก่อความไม่สงบต่างพากันจับตาดูความเคลื่อนไหวบรรดาเชื้อพระวงศ์ บรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างพากันไปชุมนุมกันที่ตำหนักของปานึงกุนเพื่อวางแผนกำจัดปาร์ควอนจง แต่แผนการกลับถูกชายลึกลับที่ใช้ผ้าปกปิดใบหน้าได้ยินจนหมดสิ้นและได้นำความไปบอกปาร์ควอนจง ปาร์ควอนจงนำความทูลพระเจ้าจุงจงว่าบรรดาเชื้อพระวงศ์มีแผนการก่อความไม่สงบโดยจับกุมตัวคนเหล่านี้เอาไว้
ก่อนที่ปานึงกุนจะถูกจับกุมตัวได้นำชายาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ไปซ่อนตัวในที่ปลอดภัย ทั้งยังกำชับให้นางมอบหยกครึ่งเสี้ยวให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาให้ได้ ระหว่างทางที่ชายาเดินทางกลับบ้านเกิดถูกธนูยิงจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จากความช่วยเหลือของทังชู ทำให้ชายาคลอดทารกหญิงอย่างปลอดภัย หลังจากนั้นนางก็สิ้นใจ

ตอนที่ 2
          ทังชูบอกช่างทำรองเท้าว่าเวลาตกฟากของทารกหญิงไม่ธรรมดาโดยจะส่งผลถึงชาติบ้านเมืองในภายภาคหน้า แต่ด้วย เหตุนี้ก็จะอายุสั้น จากนั้นทังชูก็ตัดสินใจพาทารกหญิงไปที่อารามนางชี
          นางปาร์คซีภรรยาหลวงของชองยุนคยอมผู้บัญชาการทหารเรือมีคำสั่งให้ผลักนางชางซีอนุภรรยาลงหน้าผา แม้ว่านาง ชางซีดวงแข็งรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ก็ต้องสูญเสียลูกในครรภ์ไป นางชางซีเห็นทังชูอุ้มทารกหญิงมาที่อารามนางชี นางจึงตัดสินใจขออุปการะเลี้ยงดูทารกหญิง ทังชูนำห่อผ้าซึ่งเก็บความลับชาติกำเนิดทารกหญิงและหยกมอบให้นางชางซี
          หลังจากที่นางซินซีถูกถอดถอนจากพระมเหสี พระพันปีจาซุนก็ตัดสินพระทัยคัดเลือกพระมเหสีพระองค์ใหม่ ทำให้บรรดาขุนนางในราชสำนักต่างพากันสนับสนุนลูกสาวและน้องสาวของตนเข้ารับการคัดเลือก พระเจ้าจุงจงทรงลุ่มหลงหญิงงาม นางยุนซีน้องสาวของยุนนิมได้รับการคัดเลือกเป็นพระมเหสีพระองค์ใหม่ในพระนามมเหสีชางคยอง
          ปาร์ควอนจงผู้นำกลุ่มขุนนางที่มีอิทธิพลในราชสำนักหัวใจวายถึงแก่ความตายในระหว่างทางที่เดินทางเข้าวังหลวง

ตอนที่ 3
          ชองยุนคยอมเห็นนานจองเฉลียวฉลาดจึงมอบตำราให้นาง ทำให้อุ๊กยองเกิดความริษยาขึ้นมาจึงโยนตำราเข้าไปในกองไฟ ชองยุนคยอมให้นานจองนำตำรามายังที่พักของตน นานจองบอกชองยุนคยอมว่านางเป็นคนสะเพร่าทำตำราตกลงไปในกองไฟ ชองยุนคยอมสั่งคนรับใช้นำตำราของชองคยอมลูกชายของตนมาเพื่อมอบให้นานจอง เมื่อชองคยอมเห็นนานจองถือตำราของตนอยู่ในมือ ชองคยอมก็ตบหน้านานจองฉาดหนึ่งโดยไม่ฟังคำอธิบายใดจากนาง
          พระเจ้าจุงจงทรงโสมนัสยิ่งนักเมื่อทรงสดับว่าพระมเหสีทรงครรภ์ เมื่อสนมคยองพินรู้เรื่องนี้ก็มีท่าทีที่ไม่พอใจขึ้นมา
          นานจองบอกแม่ว่านางไม่อยากถูกรังแกอีกต่อไป ขอให้ไปจากบ้านสกุลชองเสียเถิด

ตอนที่ 4
          ด้วยความที่อุ๊กยองและชองคยอมต้องการขับไล่นานจองและแม่ไปจากบ้านสกุลชอง ทั้งสองจึงจงใจทุบรูปปั้นมังกรของพ่อจนเสียหายโดยโยนความผิดให้นานจอง นานจองยืนยันหนักแน่นว่านางไม่ได้ทำรูปปั้นมังกรเสียหาย นางปาร์คซีกักขังนานจองไว้ในโกดัง
          ชองยุนคยอมออกหน้าแก้ต่างให้นานจองโดยพูดว่าเด็กๆก็มีเรื่องทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา
          สนมคยองพินริษยาพระมเหสีที่ทรงครรภ์ นางจึงวางยาพิษในของเสวยของพระมเหสี พระมเหสีทรงรู้สึกกระอักกระอ่วนอยากอาเจียนออกมา ทำให้พระนางทรงเข้าพระทัยผิดว่าอาจเป็นสาเหตุมาจากที่พระนางทรงครรภ์ก็เป็นได้
          แม่ของนานจองไม่อยากให้นานจองเรียนหนังสืออีกต่อไป นานจองถามเหตุผล แม่จึงตอบว่ายิ่งรู้มากก็ยิ่งนำความเจ็บปวดมาให้
ปานึงกุนกลับมาจากการที่ถูกเนรเทศและได้พบกับชองยุนคยอมที่บ้านของจาอุน ต่อมาปานึงกุนก็ได้พบนานจองซึ่งนำ น้ำชามาให้ดื่มที่บ้านของชองยุนคยอม

ตอนที่ 5
          นานจองถามชองคยอมและอุ๊กยองว่าเหตุใดจึงเห็นนางเป็นศัตรู อุ๊กยองตอบนานจองว่าเป็นเพราะนานจองแย่งความรักจากพ่อไป นานจองโต้แย้งว่าถึงแม้ว่านางไม่ได้เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน แต่ก็ถือว่าเป็นลูกหลานของสกุล อุ๊กยองหัวเราะเย้ยหยันที่นานจองไม่เจียมตัว
โชกวางโจบอกปานึงกุนว่าในเวลานี้คนเลวเป็นใหญ่ในราชสำนัก ขอเพียงกำจัดคนเหล่านี้ ราชสำนักก็จะมีทางรอด ช่างทำรองเท้ามอบรองเท้าคู่หนึ่งให้นานจอง ชองคยอมกลับถามนานจองว่าขโมยมาจากที่ใด นานจองตอบว่านางไม่ได้ขโมยมา ชองคยอมโกรธมากจึงตบหน้านานจองไปฉาดหนึ่ง ทั้งยังพูดว่าตนไม่ใช่พี่ชายของนาง แม่ของนานจองกล่าวขอโทษชองคยอม แต่ชองคยอมกลับเสียมารยาทต่อนาง ทั้งยังผลักนางล้มลงอีกด้วย นานจองโกรธมากจึงตบหน้าชองคยอมไปฉาดหนึ่ง

ตอนที่ 6
          นานจองออกจากบ้าน ด้วยความที่ไม่มีที่ไปจึงไปที่บ้านช่างทำรองเท้า นานจองร้องห่มร้องไห้รำพันว่ามีแต่คนเหยียดหยามนางทำให้นางเจ็บปวด ช่างทำรองเท้า ปลอบนานจองให้คลายความเศร้า
          โชกวางโจไปยังที่พักของปานึงกุนเพื่อปรึกษาหารือข้อราชการงานเมือง แต่เมื่อเห็นยุนนิม โชกวางโจก็พูดว่าตนจะไม่พูดคุยข้อราชการงานเมืองกับคนนอกสกุล จากนั้นก็เดินจากไป ยุนนิมเห็นเช่นนั้นจึงพูดว่าตนจะไม่พูดคุยเรื่องชาติบ้านเมืองกับคนนอกสกุล จากนั้นก็จากไป ยุนนิมพูดขึ้นมาว่าต้นไม้ตั้งตรงเกินไปหักโค่นลงได้โดยง่าย โชกวางโจเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ว่านั้น ปานึงกุนกลับยกย่องโชกวางโจเป็นเสาหลักของราชสำนัก
          นานจองได้รู้จักกับอุ๊กเบเฮียงที่บ้านของช่างทำรองเท้า และได้ผูกมิตรเป็นสหายกัน นานจองตระหนักดีว่าถ้าหากไม่เป็นทาสชั่วชีวิตก็ต้องเป็นอนุภรรยาคนอื่น เช่นนั้นนางเป็นนางรำเสียดีกว่ามีทั้งเกียรติยศศักดิ์ศรี จะได้ล้างแค้นคนที่เคยดูถูกเหยียดหยามนางมาก่อน นานจองและอุ๊กเบเฮียงเดิมพันกันว่าใครจะได้เป็นนางรำที่มีชื่อเสียงก่อนกัน
          นานจองได้รับความช่วยเหลือจากคนของจาอุน นึกไม่ถึงว่าคนที่นางพบคือปานึงกุนและชองยุนคยอม

ตอนที่ 7
          นานจองกลับบ้านโดยพบว่าทุกอย่างในบ้านยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อุ๊กเบเฮียงบอกนานจองว่าที่เกาะซงตู มีนางรำที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อว่าฮวางจินยี ขอให้นานจองเดินทางไปพบนาง
          สนมคยองพินมีความประสงค์ที่จะเชื้อเชิญโชกวางโจเป็นอาจารย์ขององค์ชายพกซอง โชกวางโจปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าวังหลวงมีกฏเกณฑ์เคร่งครัดว่าไม่สามารถให้องค์ชายที่ถือกำเนิดจากวังหลังขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ทำให้สนมคยองพินเคียดแค้นเป็นอันมาก
          นานจองเดินทางไปพบฮวางจินยีที่เกาะซงตู แต่กลับไม่พบนาง นานจองได้พบกับกิดซังและทาลี นางจึงเข้าร่วมกับคณะการแสดงของคนทั้งสอง โมกาบีเจ้าของคณะการแสดงกลับขายนานจองให้คนอื่น

ตอนที่ 8
          ทังชูบอกแม่ของนานจองว่าการเป็นนางรำจะนำภัยพิบัติยิ่งใหญ่มาสู่นานจอง ที่สำคัญอย่าให้นานจองสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สวยงามก่อนอายุสิบหกปีเป็นอันขาด ทังชูเดินทางไปหานานจองที่เกาะซงตู กิดซังให้ความช่วยเหลือนานจอง
          มเหสีชางคยองทรงมีพระประสูติการพระโอรสยังความโสมนัสสู่พระเจ้าจุงจงและพระพันปีจาซุนยิ่งนัก เรื่องนี้สร้างความผิดหวังให้สนมฮีพินและสนมคยองพินซึ่งต่างภาวนาให้พระมเหสีทรงมีพระประสูติการพระธิดาเป็นอันมาก
          ทังชูและพังแบยินพบแห็นนางยุนซีบนท้องถนน พังแบยินคุกเข่าเรียกนางพระมเหสี

ตอนที่ 9
          พังแบยินกล่าวว่าใบหน้าของนานจองไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป ทังชูได้ยินเช่นนั้นจึงต่อว่าแบยินพูดจาเหลวไหล จากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อพูดคุยเสียใหม่
          มเหสีชางคยองทรงมีพระประสูติการพระโอรสเพียงเจ็ดวันเท่านั้น บรรดาพระสนมทั้งหลายของพระเจ้าจุงจงต่างก็พากันถวายการปรนนิบัติพระองค์
          นานจองได้ยินพังแบยินและแม่เฒ่าหมอดูพูดคุยกันถึงเรื่องราวของพ่อของนาง นางจึงรีบรุดไปคาดคั้นเอาความจริงจากแม่ว่าพ่อบังเกิดเกล้าของนางเป็นใครกันแน่ แต่แม่กลับแสร้งทำเป็นไม่มีเรื่องราวตามที่ได้ยินได้ฟังมา ขอให้นางอย่าได้หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น

ตอนที่ 10
          แม่บอกนานจองว่าชองยุนคยอมเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของนาง จากนั้นแม่ก็ไปหาแม่เฒ่าหมอดูโดยเตือนนางว่าอย่าได้พูดจาเหลวไหลอีกต่อไป
          ยุนนิมและคิมอันโลพากันเสาะแสวงหาหญิงสาวชาวบ้านเพื่อเข้ารับคัดเลือกพระมเหสี ยุนนิมเสนอนางยุนซีเข้ารับคัดเลือกเป็นพระมเหสี ยุนวอนฮังไปหาพังแบยินเพื่อให้ช่วยดูดวงชะตาให้นางยุนซีน้องสาวของตน พังแบยินทำนายว่าในภายภาคหน้านางจะเป็นพระมเหสีที่มีอำนาจล้นฟ้า
          แม่ห้ามไม่ให้นานจองสวมใส่เสื้อผ้าชุดนางรำที่อุ๊กเบเฮียงมอบให้เป็นอันขาด นานจองไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่จึงไม่ให้นางเรียนหนังสือ ทั้งยังไม่ให้สวมใส่เสื้อผ้าสวยงาม แม่บอกนานจองว่านานจองมีกรรมหนักติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน
          ในที่สุดนานจองก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ นางไปที่วัดชำระล้างกรรมหนักที่ติดตัวแต่ชาติปางก่อน
 
ตอนที่ 11
          แม่ของนานจองบอกทังชูว่านางไม่สามารถปกปิดความลับเรื่องชาติกำเนิดของนานจองไว้ได้อีกต่อไป ทังชูบอกแม่ของนานจองว่านานจองมีความอยากรู้เรื่องชาติกำเนิดของนางพลุ่งพล่านอยู่ภายในจิตใจ ตราบใดที่นางยังคงไม่รู้ความจริง นางไม่มีวันสงบสุขอย่างแน่นอน
นานจองบอกแม่ว่าเพื่อไม่ให้คนอื่นดูถูกเหยียดหยามนางอีกต่อไป นางต้องหาเงินให้ได้มากๆ ทุกคนต้องได้รับเกียรติและยกย่องจากคนทั้งหลาย มีทั้งอำนาจและเงินทอง เป้าหมายเบื้องหน้าของนางคือเงินทองเท่านั้น
          นางยุนซีได้รับการคัดเลือกเป็นพระมเหสี นางยุนซีบอกสนมคยองพิน,ชางพินและฮีพินว่านางยินดีปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ วังหลวงอย่างเคร่งครัด
          นานจองขอร้องจาอุนรับนางเป็นนางรำ อุ๊กเบเฮียงถามนานจองว่าอยากเป็นนางรำที่มีชื่อเสียงหรือไม่ นานจองตอบว่าขอเพียงหาเงินทองได้มากมายจะให้นางทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ตอนที่ 12
          อุ๊กเบเฮียงต่อว่าจาอุนที่ไม่รับนานจองเป็นนางรำ จาอุนบอกอุ๊กเบเฮียงว่าบนเรือนร่างของนานจองมีวาสนาของนางรำที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว
          มเหสียุนสอบถามสนมคยองพิน,ฮีพินและชางพินเคยศึกษาคำสอนของยิ่นฮุ่ยหวังโฮ่วมาก่อนหรือไม่ ทำให้ทุกคนต่างพากันลุกลี้ลุกลนขึ้นมา มเหสียุนตำหนิทุกคนว่าอย่าได้ทำลายพระวรกายของพระเจ้าจุงจงอีกต่อไป ทั้งยังบังคับให้ทุกคนท่องคำสอนของอดีตพระมเหสีให้ได้ พระพันปีจาซุนเตือนสติมเหสียุนว่าแม้ว่าวังหลวงมีกฏเกณฑ์เคร่งครัด แต่ก็ให้คำนึงถึงความเมตตาเป็นสำคัญ
          ยุนวอนฮังมาหาอุ๊กเบเฮียงยังที่พักของจาอุน นานจองขอร้องจาอุนให้นางรับแขกแทนอุ๊กเบเฮียง ความงามราวกับเทพธิดาของนานจองทำให้ยุนวอนฮังเกิดความลุ่มหลงขึ้นมาทันที

ตอนที่ 13
          เมื่อพระเจ้าจุงจงทรงสดับว่าสนมคยองพินถูกมเหสียุนลงโทษ พระองค์ก็ทรงยกสุขภาพของสนมคยองพินนางปาร์คซีขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ให้นางยุนซีเข้มงวดต่อสนมคยองพินจนเกินไป แต่มเหสียุนกลับทูลต่อพระเจ้าจุงจงว่าจะต้องรักษากฏเกณฑ์อย่างเคร่งครัดจะยกเว้นไม่ได้
          นานจองเรียนศิลปะการร่ายรำโดยปกปิดไม่ให้แม่ล่วงรู้
          พระพันปีจาซุนทรงส่งพระโอรสของมเหสีชางคยองไปยังตำหนักของมเหสียุน โดยกำชับให้นางดูแลพระโอรสให้ดี ถึงแม้มเหสียุนตกปากรับคำอย่างดี แต่กลับปรากฏรอยยิ้มเจื่อนๆบนใบหน้า
          กิดซังเดินทางมายังฮันยาง ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กิดซังได้ช่วยชีวิตแพ่กโทจูพ่อค้าซึ่งถูกตามล่าหมายเอาชีวิต แพ่กโทจูต้องการตอบแทนพระคุณของกิดซังที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้จึงพากิดซังไปยังหอนางรำ ทำให้กิดซังได้พบกับนานจอง

ตอนที่ 14
          ยุนวอนฮังซึ่งลุ่มหลงในความงามของนานจอง ได้มาหานางที่หอนางรำครั้งแล้วครั้งเล่า นานจองยื่นเงื่อนไขต่อ ยุนวอนฮังให้พานางไปเข้าเฝ้าพระมเหสีและแต่งงานกับนาง ไม่เช่นนั้นนางจะไม่มีวันพลีกายให้ยุนวอนฮังเป็นอันขาด ยุนวอนฮังพยายามเกลี้ยกล่อมให้นานจองเปลี่ยนความตั้งใจ แต่นานจองก็ยังคงแสดงจุดยืนที่ชัดเจน
          สนมฮีพินไม่สามารถท่องบทคำสอนได้จึงยอมรับโทษต่อมเหสียุน มเหสียุนเย้ยหยันนางที่มีสติปัญญาโง่เขลา
          แม่ของนานจองรู้จากนางปาร์คซีว่าบัดนี้นานจองกลายเป็นนางรำเสียแล้ว แม่ไปพบจาอุนโดยต่อว่านางที่ล่อลวงนานจองเป็นนางรำ ระหว่างทางที่แม่ของนานจองเดินทางกลับบ้านถูกม้าซึ่งควบมาด้วยความเร็วชนจนไม่ได้สติ

ตอนที่ 15
          หลังจากที่แม่ของนานจองฟื้นได้สติขึ้นแล้วก็จำไม่ได้แม้แต่ลูกสาวของนางเอง ทำให้นานจองรู้สึกเป็นห่วงและวิตกกังวลเป็นอันมาก
พระเจ้าจุงจงทรงรู้จากสนมคยองพินนางปาร์คซีว่าพ่อของมเหสียุนยักยอกเงินหลวง พระเจ้าจุงจงทรงต่อว่ามเหสียุนว่าเหตุใดจึงเข้มงวดต่อคนอื่น แต่กับพระองค์กลับเปี่ยมด้วยความเอื้ออาทร
          นางปาร์คซีต้องการให้นานจองไปจากเมืองหลวงโดยบอกนางว่าการรับลูกสาวโจรมาเป็นอนุภรรยาจะเป็นที่ครหานินทา อย่าคิดว่าเป็นนางรำแล้วจะวิเศษเสียเต็มประดา นานจองตอบโต้ว่านางตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัวมานานแล้ว ฉะนั้นอย่าได้ก้าวก่ายเรื่องของส่วนตัวของนางอีกต่อไป

ตอนที่ 16
          นางปาร์คซีสั่งให้พ่อบ้านพาคนรับใช้ไปบีบบังคับนานจองและแม่ไปจากเมืองหลวง แม้ว่านานจองต้องตายก็ไม่ยอมไปจากเมืองหลวง ทั้งสองฝ่ายดึงดันจนมีเรื่องวิวาทกันขึ้นมา ทันใดนั้น ทังชูก็ปรากฏตัวโดยเกลี้ยกล่อมนานจองไปจากเมืองหลวงโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของแม่เป็นสำคัญ
          สนมคยองพินส่งทหารสองนายจับตาดูความเคลื่อนไหวมเหสียุน แต่กลับถูกมเหสียุนจับได้ มเหสียุนมีคำสั่งให้ลงโทษทหารทั้งสอง พระเจ้าจุงจงซึ่งทรงไม่รู้ความในมาก่อนนั้นทรงไม่พอพระทัยการกระทำของมเหสียุนเป็นอันมาก มเหสียุนหยิบยกอดีตพระมเหสีขึ้นมากล่าวโดยยืนยันว่าจะจัดระเบียบวังหลังเสียใหม่
          เมื่อบรรดาขุนนางราชสำนักเห็นพระเจ้าจุงจงทรงเห็นด้วยกับการปฏิรูป ทุกคนจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งหมดเป็นแผนการร้ายของโชกวางโจซึ่งต้องการแผ่ขยายอิทธิพลในราชสำนัก ฮงคยองจูฉวยโอกาสทูลเสนอให้กำจัดโชกวางโจเป็นการตัดรากถอนโคน เมื่อโชกวางโจได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะโดยไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นแต่อย่างใด
          สุขภาพของแม่ของนานจองฟื้นคืนมาดังเดิม สองแม่ลูกกอดกันร่ำไห้

ตอนที่ 17
          นานจองคาดคั้นเอาความจริงจากนางปาร์คซีว่าเหตุใดจึงเห็นนางและแม่เป็นศัตรู นางปาร์คซีตอบว่านางไม่สามารถให้นางรำคนหนึ่งมาทำให้เกียรติภูมิครอบครัวต้องเสื่อมทรามลง นานจองตอบโต้ว่าแต่ไหนแต่ไรมาทุกคนก็ไม่ได้เห็นนางเป็นลูกสาวอยู่แล้ว เพื่อแม่แล้ว ไม่มีเรื่องใดที่นางทำไม่ได้
          สนมคยองพินจงใจไม่ไปพบมเหสียุน มเหสียุนมีคำสั่งให้คนไปพาตัวสนมคยองพินมาหานางให้ได้ ถึงแม้จะต้องจับมัดมา ก็ตาม ในขณะเดียวกัน สนมคยองพินไปเข้าเฝ้าพระพันปีจาซุนโดยบอกว่าบัดนี้นางตั้งครรภ์แล้ว ทำให้พระพันปีจาซุนทรงปิติยินดียิ่งนัก ทว่ากลับสร้างความกลัดกลุ้มใจให้มเหสียุนเป็นอันมาก
          นานจองบอกจาอุนว่านางจะต้องเป็นนางรำที่มีชื่อเสียงให้จงได้ ขอให้จาอุนอย่าได้นำความไปบอกแม่เป็นอันขาด
          ชองคยอมชวนอุ๊กเบเฮียงดื่มเหล้าเป็นเพื่อนตน แต่เมื่อเห็นนางขัดขืนจึงใช้กำลังบีบบังคับ นานจองเห็นเช่นนั้นจึงตบหน้าชองคยอมไปฉาดหนึ่ง จากนั้นก็ต่อว่าชองคยอมว่าเสียดายที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ แต่กลับมีเรื่องมีราวกับนางรำ

ตอนที่ 18
          นานจองสอบถามยุนวอนฮังว่าจะรับนางเป็นอนุภรรยาเพียงคนเดียวได้หรือไม่ ยุนวอนฮังตอบรับอย่างหนักแน่นโดยยืนยันว่าเมื่อพูดแล้วจะไม่คืนคำเป็นอันขาด นานจองบอกพูดลอยๆไม่ได้จะต้องมีหลักฐานจึงให้ยุนวอนฮังเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมา ยุนวอนฮังจึงเขียนคำว่ารักมั่นเป็นหลักฐาน จากนั้นยุนวอนฮังก็ถามนานจองว่าจะพลีกายให้ตนได้หรือยัง นานจองตอบยุนวอนฮังว่าการเป็นสามีภรรยาจะทำเป็นเรื่องเล่นๆไม่ได้
          อุ๊กเบเฮียงรู้สึกว่านางมีท่าทีเย็นชาเหินห่างต่อนานจอง นางจึงกล่าวขอโทษนานจอง หวังว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดังเดิม นานจองบอกอุ๊กเบเฮียงว่านางเห็นอุ๊กเบเฮียงเป็นเพื่อนที่ดีมาโดยตลอด
          พระพันปีจาซุนเตือนสติมเหสียุนว่าบัดนี้สนมคยองพินตั้งครรภ์ อย่าได้เข้มงวดต่อนางมากนัก
          ยุนวอนฮังรับปากว่าจะแต่งงานกับนานจองก่อนคืนวันแต่งงานของนางคิมซี นึกไม่ถึงว่าในตืนเดียวกันนั้นยุนนิมและ คิมอันโลมาพบยุนวอนฮัง ทั้งยังดื่มเหล้าจนเมามายอีกด้วยจึงทำให้ยุนวอนฮังไม่สามารถรักษาคำมั่นสัญญาไว้ได้

ตอนที่ 19
          นานจองสอบถามกิดซังว่าถ้าหากนางเป็นอนุภรรยาคนอื่นแล้ว กิดซังยังคงรักนางดังเดิมหรือไม่ กิดซังบอกนานจองว่าตนมีกำลังความสามารถจะไม่ยอมให้นานจองและแม่ต้องลำบากอีกต่อไป นานจองกล่าวว่าถึงแม้นางรักกิดซัง แต่เพียงแค่กินอยู่อย่างสบายไม่ได้ทำให้นางพึงพอใจ
          สนมคยองพินนำยาบำรุงครรภ์ที่ได้รับจากมเหสียุนเททิ้งลงพื้นต่อหน้าซีปินและชางพิน ชางพินเห็นเช่นนั้นจึงต่อว่าสนม คยองพินมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่สนมคยองพินกลับต้องการให้ชางพินแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะยืนอยู่ข้างวังหน้าหรือวังหลัง กันแน่
          แพ่กโทจูพ่อค้าใหญ่ต้องการให้นานจองพลีกายให้ตน นานจองปฏิเสธโดยกล่าวว่าถึงแม้จะมอบเงินทองมากมายซึ่งใช้ ไม่หมดในชาตินี้ นางก็ไม่ยอมพลีกายให้อย่างแน่นอน แพ่กโทจูถามเหตุผล นานจองตอบว่าถึงแม้พ่อค้ามีเงินมากมาย แต่ก็เทียบ ชนชั้นสูงไม่ได้
          ทั้งที่ยุนวอนฮังแต่งงานกับซิ่งนางคิมซีแล้ว แต่ยุนวอนฮังก็ยังคงไม่สามารถตัดใจจากนานจองไปได้

ตอนที่ 20
          นานจองต่อว่ายุนวอนฮังว่าความรักของยุนวอนฮังลุกโชนอย่างง่ายดายและดับมอดง่ายดายเช่นเดียวกัน ยุนวอนฮังได้แต่จากไปด้วยความไม่สบอารมณ์สักเท่าใดนัก
          ชองยุนคยอมกลับจากราชสำนักแล้วก็สอบถามนานจองว่านางเป็นนางรำแล้วหรือไม่ ขอให้นางอย่าได้ทำให้ตนต้องเสื่อมเสีย นานจองตอบโต้ว่านางเป็นลูกสาวของอนุภรรยา จะเรียกชองยุนคยอมว่าพ่อยังทำไม่ได้เลย แล้วนางจะทำให้ชองยุนคยอมเสื่อมเสียได้อย่างไร
          สนมคยองพินเชื้อเชิญพ่อมดหมอผีมาทำพิธีที่ตำหนักคิมหันต์ตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้ประสูติการพระโอรสอย่างราบรื่น โชกวางโจเสนอให้รื้อถอนตำหนักคิมหันต์นำมาซึ่งการคัดค้านอย่างรุนแรงของพระพันปีจาซุนและสนมคยองพิน นานจองแอบไปหายุนวอนฮัง

Google:
ตอนที่ 21
          นานจองบอกยุนวอนฮังว่าถึงแม้ยุนวอนฮังและนางไม่สามารถแต่งงานกันได้ แต่ก็ขอให้ยุนวอนฮังพานางไปเข้าเฝ้าพระมเหสี ขอเพียงให้นางได้เข้าเฝ้าพระมเหสี นางยินยอมพร้อมใจพลีกายให้ยุนวอนฮัง ยุนวอนฮังไปยังที่พักของมเหสียุนโดยหยิบยกนานจองขึ้นมาพูด มเหสียุนบอกว่านางกำลังคิดถึงเด็กหญิงเฉลียวฉลาดคนหนึ่งอยู่พอดี
          แม่ของนานจองเปิดเผยเรื่องที่นานจองมีความปรารถนาเป็นนางรำต่อทังชู ที่สำคัญนานจองได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไปพบปานึงกุนซึ่งในเวลานี้กำลังพำนักอยู่ที่วัด เมื่อทังชูได้ยินเช่นนั้นก็รีบรุดไปขัดขวางนานจองทันที แม่ของนานจองกำชับทังชูอย่าได้เปิดเผยชาติกำเนิดของนานจองเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นนางจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต
          บรรดาขุนนางใหญ่พากันเข้าเฝ้าพระเจ้าจุงจงเพื่อถวายฏีกาคัดค้านการรื้อถอนตำหนักคิมหันต์ บ้างก็หยุดงาน บ้างก็ขอลาออกเพื่อเป็นการต่อรอง เรื่องนี้ทำให้พระเจ้าจุงจงทรงรู้สึกผิด พระพันปีจาซุนที่เป็นเช่นนั้นทั้งหมดเป็นเพราะโชกวางโจเพียงคนเดียวเท่านั้น

ตอนที่ 22
          นานจองไปพบนางคิมซีภรรยาหลวงของยุนวอนฮังโดยนำหลักฐานที่เขียนด้วยลายมือยุนวอนฮังให้นางดู นางคิมซีหัวเราะเย้ยหยันนานจองโดยบอกนานจองว่าไม่แน่ว่านางรำคนอื่นอาจมีหลักฐานเช่นเดียวกับนางก็เป็นได้ หากว่าอยากได้เงิน นางก็ยินดีมอบให้ เมื่อนางคิมซีเห็นนานจองพูดไม่ออกจึงต่อว่านางอย่างรุนแรงว่าอย่าได้นำกระดาษเพียงใบเดียวทำให้ยุนวอนฮังเสื่อมเสีย
          โพฮีกำลังจะแต่งงานกับอุ๊กเบเฮียง วันหนึ่งโพฮีไปยังที่พักของนานจอง โพฮีเปิดเผยตรงไปตรงมาว่าถ้าหากไม่ได้รับรักจากนานจองตนยินดีตาย นานจองสะบัดมือโพฮีโดยกล่าวว่าถึงแม้นางมีฐานะต่ำต้อยเป็นเพียงลูกสาวของหญิงที่เป็นอนุภรรยาคนอื่น แต่นางก็ไม่ยอมให้ชายใดปั่นหัวโดยง่าย
          นานจองนำเวลาตกฟากให้พังแบยินดู พังแบยินตกใจมากเมื่อเห็นเวลาตกฟากของนางเป็นของคนตาย
          ขณะที่ปานึงกุนเดินออกมาจากหอนางรำ ด้วยความไม่ระวังจึงทำห่อผ้าซึ่งมีหยกครึ่งชิ้นอยู่ภายในตกลงพื้น นานจองเก็บหยกครึ่งชิ้นนั้นไว้ได้

ตอนที่ 23
          ยุนวอนฮังตำหนินานจองที่ไปหานางคิมซี นานจองกลับต่อว่ายุนวอนฮังมีฐานะสูงส่งถึงขุนนางใหญ่ของแผ่นดิน แต่กลับหลอกลวงแม้แต่หญิงสาว ทำให้ยุนวอนฮังโกรธถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
          ช่างทำรองเท้าบอกนานจองว่าแม่ของนางสะเทือนใจมากเมื่อรู้ว่าลูกสาวปรารถนาเป็นนางรำ นานจองให้เหตุผลว่าการที่นางเป็นนางรำก็เพื่อแม่ ช่างทำรองเท้าเตือนสตินานจองว่าไม่ว่านางทำอะไร ขอเพียงทำเพื่อนางเองก็เพียงพอแล้ว
          กิดซังได้รับเงินไถ่ถอนจากแพ่กโทจู กิดซังนำเงินไปมอบให้นานจองเพื่อขอให้นางกลับมาอยู่เคียงข้างตน นานจองบอก กิดซังว่าเงินไม่สามารถซื้อได้ทั้งหมด จากนั้นก็ปาเงินใส่หน้ากิดซังด้วยความโกรธ

ตอนที่ 24
          ด้วยความที่แม่ของนานจองไม่อยากสูญเสียลูกสาวไป นางจึงตัดสินใจเก็บความลับชาติกำเนิดของนานจองไว้ตลอดไป จากนั้นก็คืนหยกให้ทังชูดังเดิม
          มเหสียุนสนับสนุนโชกวางโจและบรรดาขุนนางใหญ่ที่เสนอให้รื้อถอนตำหนักคิมหันต์ พระพันปีจาซุนต่อว่ามเหสียุนอิจฉาริษยาสนมคยองพินตั้งครรภ์ นับเป็นอีกครั้งที่โพฮีมาหานานจอง โพฮีปรารถนากอดนานจองสักครั้ง นานจองเห็นเช่นนั้นจึงหยิบมีดสั้นออกมาเสื้อเตือนสติโพฮีอย่ารุ่มร่าม โพฮีกล่าวว่าหากตนไม่ได้หัวใจนานจองมาครองก็ยินดีตาย จากนั้นก็พยายามดึงดันที่จะกอดนานจอง ทันใดนั้น ชองยุนคยอมก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง

ตอนที่ 25
          ชองยุนคยอมประนามโพฮีทั้งที่รู้แก่ใจดีว่านานจองเป็นผู้หญิงของตน แต่ก็ยังล่วงเกินนาง โพฮีขอขมาชองยุนคยอม ชองยุนคยอมพูดว่าตนจะใคร่ครวญการแต่งงานของโพฮีและอุ๊กยองอีกครั้ง
          พระพันปีจาซุนกล่าวว่าเป็นเพราะมเหสียุนริษยาสนมคยองพินจึงได้เข้าร่วมกับโชกวางโจและบรรดาขุนนางใหญ่ มเหสียุนปฏิเสธเสียงแข็ง พระพันปีจาซุนข่มขู่มเหสียุนด้วยการนำเรื่องของสนมคยองพินและการรื้อถอนตำหนักคิมหันต์เป็นเหตุถอดถอนนางจากพระมเหสี มเหสียุนตระหนักดีว่านางยังไม่มีทายาทและไม่มีอิทธิพลในราชสำนักซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของนาง
          กิดซังเปิดเผยว่าตนไม่ได้มีเจตนาให้เงินซื้อใจนานจอง ไม่ว่านางเป็นอนุภรรยาของใครหรือเป็นนางรำก็ตาม ตนก็ยินดีรอ
          ชองยุนคยอมตัดสินใจยกเลิกการแต่งงานของโพฮีและอุ๊กยอง เมื่อนางปาร์คซีได้ยินเช่นนั้นก็แสดงสีหน้าไม่พอใจโดยเชื่อว่านานจองต้องยั่วยวนโพฮีอย่างแน่นอนจึงลงไม้ลงมือตบตีนาง

ตอนที่ 26
          นางปาร์คซีต่อว่านานจองทำลายอนาคตอันงดงามของอุ๊กยอง นานจองตอบโต้ว่าคนที่ทำผิดคือโพฮีไม่ใช่นาง นางปาร์คซีตำหนินานจองที่เหิมเกริมออกปากล่วงเกินคุณชายสูงศักดิ์ แม่ของนานจองขอร้องนางปาร์คซีสืบสาวราวเรื่องให้กระจ่างเสียก่อน
          สนมคยองพินแท้งลูก พระพันปีจาซุนโยนความผิดทั้งหมดให้มเหสียุน มเหสียุนตอบโต้ว่าเป็นเพราะสนมคยองพินต้องการให้องค์ชายพกซองเป็นองค์รัชทายาทจึงต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ การที่สนมคยองพินแท้งลูกจึงถือว่าจากร้ายกลายเป็นดี
          ชองยุนคยอมถามโพฮีใครเป็นคนเริ่มต้นก่อน โพฮีอับจนหนทางจึงโกหกว่านานจองยั่วยวนตน ชองยุนคยอมตำหนิแม่ของนานจองอบรมสั่งสอนลูกไม่ดี จากนั้นชองยุนคยอมก็ตัดความสัมพันธ์กับนานจอง
          ยุนวอนฮังบอกมเหสียุนว่านานจองและสิ่งที่นางคิดไว้เหมือนกันมาก ทำให้มเหสียุนรู้สึกแปลกใจจึงตัดสินใจพบนานจองสักครั้ง

ตอนที่ 27
          ชองคยอมเย้ยหยันมีหรือที่นานจองจะยั่วยวนโพฮี โพฮีสารภาพอย่างลูกผู้ชายว่าทันทีที่พบเห็นนานจองก็ไม่สามารถสะกดไฟซึ่งลุกโชนอยู่ในใจไว้ได้ จากนั้นโพฮีก็เตือนสติชองคยอมอย่าได้ดูถูกเหยียดหยามนานจองอีกต่อไป
          อุ๊กยองถามนานจองว่าเหตุใดจึงแย่งชิงเจ้าบ่าวของนางไป นานจองหัวเราะพูดว่าอุ๊กยองเหมือนอีกาที่ปากคาบเนื้อ เน่าเหม็นเอาไว้ อุ๊กยองโกรธมากจึงตบตีนานจองเป็นการใหญ่ แต่นานจองก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมา
          มเหสียุนต้องการปกปิดสนมคยองพินจึงมอบผ้าเปื้อนเลือดให้องค์ชายพกซอง เพื่อให้สนมคยองพินซักผ้าเปื้อนเลือด ต่อหน้าองค์ชายพกซอง           
          มเหสียุนมอบเสื้อผ้าสตรีให้ยุนวอนฮังเพื่อให้ยุนวอนฮังพานานจองเข้าวังหลวง ทันทีที่มเหสียุนพบเห็นนานจองก็ออกปากชมว่านางงดงามมาก ทำให้นานจองปลื้มอกปลื้มใจเป็นอันมาก

ตอนที่ 28
          จู่ ๆ มเหสียุนก็ถามนานจองด้วยน้ำเสียงดุดันว่า เหตุใดนางจึงไม่เห็นด้วยที่บรรดาพระสนมต่างพากันสวดมนต์ในระหว่างที่ตั้งครรภ์ นานจองตอบโต้ว่าเป็นเพราะนางจงรักภักดีต่อพระมเหสีจึงได้กล่าวเช่นนั้น มเหสียุนชมเชยนานจองไม่เพียงมีความงดงาม ทั้งยังมีความกล้าหาญเหนือคนทั่วไปอีกด้วย
          หลังจากที่นานจองจากไปแล้ว มเหสียุนก็บอกยุนวอนฮังว่านานจองเป็นผู้หญิงฉลาด เหมาะสมที่จะเป็นผู้ช่วยของนาง
          นานจองบอกอุ๊กเบเฮียงว่านางตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นอนุภรรยายุนวอนฮัง อุ๊กเบเฮียงถามนานจองว่าบัดนี้ความตั้งใจ ที่จะเป็นนางรำที่มีชื่ออยู่ที่ใดแล้ว นานจองตอบอุ๊กเบเฮียงว่านางมีภารกิจสำคัญซึ่งเหนือกว่านางรำที่มีชื่อเสียอีก
          มเหสียุนถามนานจองว่าเหตุใดนางจึงไม่ควรตั้งครรภ์ นานจองตอบว่าถ้าหากเปิดเผยเรื่องที่พระมเหสีไม่มีพระประสงค์ตั้งครรภ์ออกไปจะทำให้พระนางได้รับการยกย่องจากบรรดาขุนนางในราชสำนัก นอกจากนี้ยังทำให้บรรดาขุนนางต่างพากันคลายความระแวงพระนางไป มเหสียุนยิ้มพึงพอใจคำตอบที่ได้รับ
          กึมยีสาวใช้ของสนมคยองพินพบเห็นมเหสียุนและนานจองอยู่ด้วยกันในอุทยานจึงรีบนำความไปบอกสนมคยองพิน

ตอนที่ 29
          อุ๊กเบเฮียงถามนานจองว่าเหตุใดจึงละทิ้งการเป็นนางรำ นานจองตอบว่าหากนางเป็นนางรำเกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดมเหสียุน มีเพียงมเหสียุนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยนางขจัดความทุกข์ที่มีอยู่ในใจไปได้
          มเหสียุนเรียกสนมคยองพิน,ฮีพิน,ชางพินและลูกของพวกนางมาพบ จากนั้นก็ให้ทุกคนปฏิญาณว่าจะไม่ทรยศพระโอรส ชั่วชีวิต ลูกๆของฮีพินและชางพินต่างพากันปฏิญาณ มีเพียงองค์ชายพกซองลูกของสนมคยองพินที่ยังคงเงียบ ทำให้บรรยากาศ ตึงเครียดขึ้นมาทันที องค์ชายพกซองกล่าวว่าถึงแม้องค์ชายจาทงเป็นพระโอรส แต่ก็ไม่มีใครรับรองว่าจะได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาท ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถสุ่มสี่สุ่มห้าปฏิญาณว่าจะภักดีต่อพระโอรส เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันตกตะลึง มเหสียุนสอบถามองค์ชายพกซองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดขององค์ชายพกซองเองหรือของสนมคยองพิน
          นานจองต้องการสร้างความลำบากใจให้นางปาร์คซี นางจึงจงใจเชื้อเชิญโพฮีมายังที่พักของนาง โพฮีซึ่งไม่รู้ความในได้กล่าวกับนานจองว่าเพื่อนานจองแล้วจะให้ตนต้องถูกบอกเลิกการแต่งงานกี่ครั้งก็ยินดี ทำให้นางปาร์คซีซึ่งแอบฟังอยู่นอกห้องถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว

ตอนที่ 30
          ในที่สุดโพฮีก็รู้ความจริงว่าการที่นานจองเชื้อเชิญตนมายังที่พักของนางนั้นเพื่อสร้างความลำบากใจให้นางปาร์คซี เมื่อโพฮีรู้เช่นนั้นก็ต่อว่านานจองเป็นผู้หญิงเหี้ยมโหด นานจองตอบโต้ด้วยความโกรธว่าจะใช้คำว่าเหี้ยมโหดกับนางซึ่งถูกนางปาร์คซีรังแกนับครั้งไม่ถ้วนได้อย่างไร จากนั้นนางก็ขับไล่โพฮีไป
          มเหสียุนต้องการเอาผิดองค์ชายพกซองซึ่งออกนอกลู่นอกทางไม่ยอมปฏิญาณตน สนมคยองพินวิงวอนขอความเห็นใจจากมเหสียุนโดยยอมรับว่านางสั่งสอนลูกไม่ดี อย่าลงโทษองค์ชายพกซอง มเหสียุนกล่าวว่าทั้งสองคนผิดด้วยกันทั้งคู่ นางจึงสั่งให้สนมคยองพินตีองค์ชายพกซองด้วยตัวเอง
          ชองยุนคยอมรู้ความจริงว่านางปาร์คซีส่งคนไปผลักแม่ขอนานจองลงหน้าผา นางปาร์คซีแก้ตัวว่าทำไปเพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูล ชองยุนคยอมมีคำสั่งให้นางปาร์คซีกลับไปอยู่กับแม่ของนางสักพัก
          นานจองทำนายว่าสักวันหนึ่งบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักจะต้องขัดแย้งบาดหมางกัน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ขอให้มเหสียุนสานสัมพันธ์อันดีกับสนมคยองพิน มเหสียุนกลับเห็นว่านานจองพูดจาเพ้อเจ้อ
 
ตอนที่ 31
          นานจองกล่าวว่าถ้าหากพระราชาทรงสนับสนุนบรรดาขุนนางใหญ่ ด้วยการลงโทษเสนาบดียุติธรรมก็จะทำให้มเหสียุนสูญเสียที่พึ่งหลักไป ยากนักที่จะรักษาชีวิตไว้ได้ มเหสียุนกล่าวว่านางไม่มีทางที่จะสานสัมพันธ์อันดีกับสนมคยองพินอย่างแน่นอน จากนั้นนางก็มอบป้ายทองให้นานจองเพื่อเข้าออกวังหลวงได้ทุกเมื่อ
          มเหสียุนถามยุนวอนฮังว่ายินดีรับนานจองเป็นอนุภรรยาหรือไม่ ยุนวอนฮังทำหน้ากระอักกระอ่วน มเหสียุนกล่าวว่า นานจองจะนำประโยชน์มากมายมาสู่นางและยุนวอนฮัง นางยินดีเป็นธุระจัดงานแต่งงานให้ยุนวอนฮังและนานจอง
          นานจองเตือนสติกิดซังว่าถ้าหากต้องการรักษาชีวิตไว้ไม่ควรทำงานกับโชกวางโจอีกต่อไป กิดซังบอกนานจองว่าตนขายชีวิตให้โชกวางโจไปแล้ว จะไม่ติดตามโชกวางโจได้อย่างไร ขณะที่นางคิมซีเดินออกจากตำหนักหลวงก็พบเห็นนานจองกำลังเดินเข้าไปในตำหนักหลวง

ตอนที่ 32
          นับเป็นอีกครั้งที่นานจองถามย้ำมเหสียุนว่าจะสานสัมพันธ์อันดีกับสนมคยองพินหรือไม่ มเหสียุนยืนยันหนักแน่นว่านาง ไม่มีวันที่จะร่วมมือกับสนมคยองพินเป็นอันขาด นานจองกล่าวว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ให้จับตาดูว่าราชสำนักมีความเคลื่อนไหวอย่างไร
          ช่างทำรองเท้าถามโชกวางโจว่าเหตุใดจึงอุทิศชีวิตเพื่อเรื่องการยกเลิกความดีความชอบของบรรดาขุนนาง และเรื่องการ รื้อถอนตำหนักคิมหันต์ เพื่อบ้านเมืองแล้วขอให้โชกวางโจรักษาชีวิตไว้ให้ดี
          ฮีพินและสนมคยองพินร่วมมือกันโดยมีคำสั่งให้เฮียงยีใช้น้ำผึ้งเขียนอักษรปริศนาบนใบไม้โดยมีความหมายแอบแฝงว่าคนสกุลจ้าวจะได้เป็นพระราชา ออมซังกุงนำใบไม้ที่ถูกแมลงกัดเป็นตัวอักษรไปให้มเหสียุน เมื่อมเหสียุนพบเห็นก็ตกตะลึงเป็นอันมาก
          ชองคยอมเคียดแค้นเกลียดชังนานจองและโพฮี ดังนั้นจึงตัดสินใจใช้สำนักปลาทองกำจัดนานจอง

ตอนที่ 33
          กิดซังช่วยชีวิตนานจองซึ่งถูกสำนักปลาทองจับไปเอาไว้ เมื่อนานจองรู้ว่าชองคยอมคิดร้ายต่อนาง นางก็ปฏิญาณว่าจะไม่ปล่อยชองคยอมไว้อย่างแน่นอน เรื่องตัวอักษรซึ่งมีเนื้อความว่าคนสกุลจ้าวจะเป็นพระราชาทำให้มเหสียุนว้าวุ่นใจเป็นอันมาก มเหสียุนมีคำสั่งให้นางกำนัลไปเก็บใบไม้ที่ถูกแมลงกัดมาให้นาง จากนั้นนางก็มีคำสั่งให้นางกำนัลกินใบไม้เหล่านั้น บรรดานางกำนัลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าใบไม้หวานมาก
          มเหสียุนนำความทูลพระพันปีจาซุนอย่างละเอียดโดยปักใจเชื่อว่ามีคนจ้องทำลายความสัมพันธ์ ระหว่างพระราชาและ โชกวางโจ พระพันปีจาซุนมีสีพระพักตร์ไม่สู้ดีเมื่อสดับว่าโชกวางโจตั้งตนเป็นพระราชา มเหสียุนเรียกบรรดาพระสนมมาพบโดย ปักใจเชื่อว่าเรื่องที่คนสกุลจ้าวตั้งตนเป็นพระราชานั้นจะต้องเป็นฝีมือของวังหลังอย่างแน่นอน ทำให้ฮีพินเกิดความหวาดวิตกขึ้นมา
          มเหสียุนนำใบไม้มอบให้ยุนวอนฮังเพื่อส่งต่อให้นานจอง นานจองพินิจพิเคราะห์ใบไม้อย่างละเอียดแล้วก็รีบรุดเข้าวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าพระมเหสี

ตอนที่ 34
          นานจองทูลพระมเหสีว่าเรื่องใบไม้จะนำมาซึ่งการนองเลือด เรื่องนี้ขอให้มเหสียุนอย่าได้ยืนอยู่แนวหน้าเป็นอันขาด มเหสียุนบอกนานจองว่าในฐานะที่นางเป็นพระมเหสีไม่สามารถนิ่งดูดายพระราชา นานจองกล่าวว่าเพื่อรักษาพระราชอำนาจของพระราชาเอาไว้ ไม่เพียงต้องกำจัดโชกวางโจ พระมเหสีก็ไม่ยกเว้น ฮีพินนำใบไม้ที่มีอักษรคำว่าสกุลโชตั้งตนเป็นพระราชาทูลถวายพระเจ้าจุงจง จากนั้นนางก็ทูลพระเจ้าจุงจงว่านี่เป็นหลักฐานการคิดคดเป็นกบฏของโชกวางโจ พระเจ้าจุงจงทรงมีรับสั่งถามฮีพินว่าทุกคนปกปิดความจริงพระองค์เอาไว้ใช่หรือไม่ ฮีพินทูลว่ามเหสียุนมีคำสั่งไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป
          พระเจ้าจุงจงทรงคาดคั้นเอาความจริงจากมเหสียุนว่าเหตุใดจึงปกป้องโชกวางโจ ทำให้พระองค์ทรงลังเลว่ามเหสียุนคู่ควรเป็นเจ้าของตำหนักหลวงหรือไม่ นานจองหลอกล่อชองคยอมมาที่หอนางรำ จากนั้นก็สั่งให้ชองคยอมคุกเข่าขอชีวิตต่อนาง

ตอนที่ 35
          เนื่องจากกิดซังและคนของสำนักปลาทองอยู่ด้วยกันกับนานจอง ชองคยอมจึงต้องจำใจคุกเข่าต่อหน้านานจอง
          มเหสียุนถามสนมคยองพิน,ฮีพินและชางพินว่าใครเป็นคนเปิดเผยเรื่องใบไม้ต่อพระเจ้าจุงจง สนมคยองพินกล่าวว่าอาจเป็นฮีพินก็เป็นได้ ฮีพินลุกลี้ลุกลนคุกเข่าโดยยืนยันว่านางไม่ได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป มเหสียุนกล่าวว่าไม่ว่าใครแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปก็ขอให้ยุติเพียงเท่านี้ หากใครยังคิดฟื้นฝอยหาตะเข็บ นางจะไม่ไว้ชีวิตแน่นอน ทันใดนั้นพระเจ้าจุงจงก็ทรงผลักประตู เข้ามา พระเจ้าจุงจงทรงเตือนมเหสียุนอย่าได้ก้าวก่ายแทรกแซงราชสำนักอีกต่อไป
          ด้วยความที่ฮงคยองจูต้องการกำจัดโชกวางโจ ฮงคยองจูจึงขอกำลังทหารจากชองยุนคยอม ชองยุนคยอมปฏิเสธโดยอ้างพระบัญชาพระราชา นานจองสวมใส่ชุดขุนนางของยุนวอนฮังเพื่อลอบเข้าวังหลวง
 
ตอนที่ 36
          นานจองบอกมเหสียุนว่าพระราชาทรงสนับสนุนบรรดาขุนนางใหญ่ มเหสียุนแทบไม่เชื่อ นานจองอธิบายว่าการที่พระเจ้าจุงจงทรงทำเช่นนี้นั้นใช่ว่าพระองค์ทรงเหี้ยมโหด หากเพียงเพื่อรักษาราชบัลลังก์เท่านั้น นานจองย้ำเตือนมเหสียุนสานสัมพันธ์อันดีกับสนมคยองพิน ทำให้มเหสียุนแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา
          ช่างทำรองเท้าแนะนำโชกวางโจไปหลบภัยที่บ้านเกิด โชกวางโจกลับไม่เชื่อพระเจ้าจุงจงทรงคิดร้ายตน
          นานจองถามช่างทำรองเท้าว่าทำอย่างไรจึงจะปกป้องคุ้มครองมเหสียุนไว้ได้ ช่างรองเท้ามอบกระดาษใบหนึ่งให้นานจอง ในกระดาษเขียนคำว่าตั้งครรภ์ นานจองยิ้มที่นางและช่างทำรองเท้ามีความเห็นตรงกัน
          พระเจ้าจุงจงทรงตระหนักดีว่าโชกวางโจไม่คิดคดทรยศอย่างแน่นอน ขณะที่พระองค์กำลังว้าวุ่นพระทัยนั่นเอง สนมคยองพินก็เดินเข้ามาเน้นย้ำให้พระองค์ทรงกำจัดโชกวางโจให้ได้

ตอนที่ 37
          สนมคยองพินและฮีพินทูลพระเจ้าจุงจงว่าถ้าหากไม่กำจัดโชกวางโจโดยเร็ว พระองค์จะต้องสูญเสียบัลลังก์อย่างแน่นอน พระเจ้าจุงจงทรงเชื่อมั่นว่าโชกวางโจไม่ใช่คนคิดคดทรยศ ฮีพินหลั่งน้ำตาเตือนพระสติพระเจ้าจุงจงอย่าได้ถูกโชกวางโจปกปิด พระเนตรอีกต่อไป
มเหสียุนแสดงความวิตกกังวลออกมาเมื่อรู้ความจริงว่าสนมคยองพินและฮีพินพากันไปเข้าเฝ้าพระเจ้าจุงจง สนมคยองพิน บอกมเหสียุนว่าพระเจ้าจุงจงจะทรงกำจัดโชกวางโจในคืนนี้ ขอให้นางรักษาตัวให้ดี มเหสียุนถามสนมคยองพินว่าเหตุใดจึงนำเรื่องนี้มาบอกนาง สนมคยองพินตอบว่านางต้องการพิสูจน์ว่ามเหสียุนจะทำเพื่ออนาคตของพระโอรสหรือไม่
          กิดซังถามช่างทำรองเท้าว่าจะช่วยโชกวางโจอย่างไร ช่างทำรองเท้าตอบว่าต้องสังหารผู้บัญชาการทหารเพียงหนทางเดียวเท่านั้น
นานจองนำสุราร้อนแรงไปให้มเหสียุนโดยบอกนางว่ามีเพียงสิ่งนี้ก็ทำให้นอนหลับโดยไม่รู้สึกตัว
 
ตอนที่ 38
          ออมซังกุงจัดเตรียมสุราให้มเหสียุน มเหสียุนดื่มสุราจอกแล้วจอกเล่า เมื่อเห็นออมซังกุงเป็นห่วงนางดื่มมากจนเกินไป มเหสียุนจึงพูดขึ้นมาว่าเป็นเพราะความเฉลียวฉลาดและความกล้าของนานจองจึงทำให้นางดื่มได้หลายจอก
          หลังจากที่พระเจ้าจุงจงทรงลังเลพระทัยได้สักพักหนึ่ง ในที่สุดพระเจ้าจุงจงก็ทรงมีพระราชโองการให้จับกุม โชกวางโจและพวก ทั้งที่โชกวางโจถูกจับกุมคุมขัง แต่ก็พูดออกว่าถึงแม้วันนี้ตนมีสภาพเช่นนี้ใช่ว่าพระเจ้าจุงจงทรงไม่รู้ความจริง ทั้งหมดมาจากคนเลวที่อยู่ข้างกายพระองค์
          ฮงคยองจูทูลแนะนำพระเจ้าจุงจงทรงเอาผิดโชกวางโจและพวกฐานเป็นกบฏ ลีชางคุนเจ้ากรมทหารเข้าเฝ้าทูลทักท้วงพระเจ้าจุงจงว่าความจริงยังไม่กระจ่าง อย่ารีบด่วนตัดสินพระทัย
          เมื่อฮีพินรู้ว่าโชกวางโจถูกจับกุมคุมขัง ในที่สุดโชกวางโจหนึ่งในอุปสรรคขวากหนามในการเป็นองค์รัชทายาทของ องค์ชายกึมวอนก็ถูกทำลายลงมเหสียุนมีคำสั่งให้โอซังกุงเรียกนานจองเข้าวังหลวง

ตอนที่ 39
          คิมจองไต่สวนโชกวางโจ โชกวางโจยืนกรานว่าตนไม่ได้ก่อการกบฏ ทั้งยังด่าทอคิมจองเป็นสุนัขรับใช้อีกด้วย
          ฮงคยองจูและนัมคุนทูลพระเจ้าจุงจงให้ทรงฉวยโอกาสนี้กำจัดโชกวางโจ ทว่าพระเจ้าจุงจงกลับทรงนิ่งเฉย
          สนมคยองพินคารวะมเหสียุนก่อนจะจากไป ทันใดนั้นมเหสียุนก็ถามนางว่าจะรีบไปฟังข่าวโชกวางโจหรืออย่างไร สนม คยองพินตอบโต้ว่าโชกวางโจเป็นเพียงหนูที่ติดอยู่ในกับดัก ไม่จำเป็นที่นางจะต้องเปลืองแรง มเหสียุนได้ยินเช่นนั้นจึงเตือนสติสนม คยองพินว่าพระเจ้าจุงจงยังไม่ได้ทรงลงอาญาโชกวางโจอย่าด่วนดีใจจนเกินไป
          บรรดาบัณฑิตนับร้อยต่างพากันเข้าวังหลวงถวายฏีกาอภัยโทษโชกวางโจ ทำให้บรรดาบัณฑิตและทหารองครักษ์เกิดการปะทะกันขึ้นมานานจองแสดงความยินดีที่มเหสียุนตั้งครรภ์ ทำให้นานจองตั้งตัวไม่ติดเลยทีเดียว

ตอนที่ 40
          มเหสียุนเห็นนานจองแพร่งพรายความลับที่นางตั้งครรภ์จึงเกิดความไม่พอใจขึ้นมา นานจองอธิบายว่าจำเป็นต้องให้ พระเจ้าจุงจงทรงรู้เรื่องนี้ พระมเหสีถึงมีทางรอดกระนั้นมเหสียุนก็ยังคงยืนกรานยังไม่อยากให้ผู้ใดรู้นางตั้งครรภ์
          หลังจากที่ปานึงกุนรู้เรื่องที่โชกวางโจถูกจับกุมคุมขัง ปานึงกุนก็รีบรุดเข้าวังหลวงทูลขอพระเมตตาจากพระเจ้าจุงจง ให้โชกวางโจ ในที่สุดพระเจ้าจุงจงก็ทรงตัดสินพระทัยเนรเทศโชกวางโจ
          หลังจากที่นานจองออกจากตำหนักของมเหสียุนแล้วก็ตรงไปยังตำหนักของสนมคยองพินทันที

Google:
ตอนที่ 41
          นานจองบอกสนมคยองพินว่าควรฉวยโอกาสนี้กำจัดขุนนางในราชสำนักทีภักดีต่อโชกวางโจ สนมคยองพินถามนานจองว่าเหตุใดจึงต้องการชีวิตโชกวางโจ นานจองแนะนำสนมคยองพินว่าจะต้องทำให้ขุนนางที่ภักดีต่อโชกวางโจแตกแยกกันฆ่าฟันกันเอง จากนั้นนานจองก็บอกสนมคยองพินว่าในเวลานี้มเหสียุนตั้งครรภ์แล้ว สนมคยองพินตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
          มเหสียุนทูลถามพระเจ้าจุงจงว่าเหตุใดจึงทรงสดับแต่คำพูดขุนนางที่ประจบสอพลอเป็นเหตุให้พระองค์ทรงสูญเสียศรัทธา พระเจ้าจุงจงทรงตอบโต้ว่าจะให้พระองค์ทรงรับผิดต่อบรรดาขุนนางในราชสำนักหรืออย่างไร
          มเหสียุนโกรธมากเมื่อรู้เรื่องที่นานจองไปยังตำหนักของสนมคยองพิน

ตอนที่ 42
          นานจองถามมเหสียุนว่าเหตุใดจึงโบยตีลงโทษนาง มเหสียุนตอบว่าเป็นการลงโทษคนที่ทำให้ตำหนักหลวงและวังหลังแตกแยกกัน
สนมคยองพินเชื่อว่าการที่นานจองมาหานางนั้นไม่ได้เป็นเพราะได้รับคำสั่งจากมเหสียุน หากแต่เป็นเพราะนานจอง มีความประสงค์แจ้งเรื่องที่มเหสียุนตั้งครรภ์แล้วให้นางรู้ แต่เมื่อสนมคยองพินได้ยินว่านานจองถูกมเหสียุนลงโทษปางตาย ทำให้สนมคยองพินเกิดความสงสัยแท้ที่จริงแล้วนานจองมีเป้าหมายใดกันแน่
          พังแบยินแนะนำปานึงกุนเลิกล้มการตามหาลูกสาว ไม่เช่นนั้นจะนำมาซึ่งการนองเลือด ปานึงกุนกลับไม่เชื่อ พังแบยินบอกช่างทำรองเท้าว่าสีหน้าของปานึงกุนไม่สู้ดีนัก
          สนมคยองพินคิดว่าเรื่องที่มเหสียุนตั้งครรภ์อาจเป็นความจริงก็เป็นได้ นางจึงตัดสินใจไปถามนานจองเพื่อให้ได้ความกระจ่าง

ตอนที่ 43
          สนมคยองพินถามนานจองว่าเหตุใดมเหสียุนจึงปกปิดเรื่องที่นางตั้งครรภ์ไว้เป็นความลับ นานจองตอบว่าเพื่อไว้กำจัดพวกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อนางเมื่อถึงเวลาอันควร นานจองเตือนสติสนมคยองพินว่าในเวลานี้ไม่ควรระแวงมเหสียุน คนที่ควรระแวงคือฮีพิน
          มเหสียุนสนับสนุนยุนวอนฮังรับนานจองเป็นอนุภรรยา เมื่อนานจองรู้เรื่องนี้ก็ทำให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมา ยุนวอนฮังไม่รู้ว่าเหตุใดนานจองจึงมีความรู้สึกเช่นนี้ รุ่งขึ้น นานจองไปพบมเหสียุนเพื่อสอบถามนางว่าเหตุใดจึงไม่ไว้เนื้อเชื่อใจนาง
          บรรดาบัณฑิตทูลถวายฏีกาเพื่อให้พระเจ้าจุงจงทรงประหารชีวิตโชกวางโจ พระเจ้าจุงจงทรงร้อนพระทัยจึงทรงมีรับสั่งเรียกประชุมขุนนางราชสำนักเพื่อปรึกษาหารือรับฟังความคิดเห็น หนันพี่มีความเห็นว่าไม่เพียงประหารชีวิตโชกวางโจ ทั้งยังต้องกำจัด อันตังและลีชางคุนคนข้างกายของโชกวางโจอีกด้วย พระเจ้าจุงจงทรงลังเลไม่รู้ว่าจะตัดสินพระทัยอย่างไรดี

ตอนที่ 44
          ยุนวอนฮังเดินทางไปที่บ้านชองยุนคยอมด้วยเรื่องการแต่งงานของตนและนานจอง ชองยุนคยอมไม่เห็นด้วยที่คนทั้งสองจะแต่งงานกัน นานจองแอบคิดในใจว่าสักวันหนึ่งนางจะให้คนสกุลเจิ้งคุกเข่าต่อหน้านางให้ได้
          มเหสียุนถามปานึงกุนว่าเหตุใดจึงทุบตีพระโอรส องค์ชายพกซองตอบว่าตนทำไปเพื่อแก้นิสัยตกประหม่าของพระโอรส สนมคยองพินเข้ามาตบหน้าองค์ชายพกซองไปฉาดหนึ่ง จากนั้นนางก็ยอมรับผิดต่อมเหสียุนว่าสมควรลงโทษนางที่สั่งสอนลูกไม่ดี
          ในที่สุดพระเจ้าจุงจงก็ทรงตัดสินพระทัยประหารชีวิตโชกวางโจ ปลดอันตังและลีชางคุนจากขุนนาง ทำให้ฮงคยองจูและพวกพากันดีใจจนเนื้อเต้น ยุนวอนฮังพบว่าวันแต่งงานของตนและนานจองเป็นวันเดียวกันกับวันเข้าห้องหอของตนและนางคิมซี ทำให้ยุนวอนฮังเกิดความสับสนขึ้นมา นานจองยิ้มโดยเห็นว่าเรื่องนี้จะพิสูจน์จิตใจยุนวอนฮัง

ตอนที่ 45
          แม่ของนานจองวิตกกังวลเกรงว่าการรับอนุภรรยาของยุนวอนฮังและการจัดงานแต่งงานเป็นวันเดียวกันจะเป็นที่ครหานินทา นานจองปลอบแม่ไม่ต้องวิตกกังวลทั้งหมดเป็นพระประสงค์ของพระมเหสี ยุนวอนฮังย้ำว่าทั้งหมดเป็นความจริงใจที่ตนมีต่อนานจอง
          ซิมจองออกคำสั่งโดยพลการให้เจ้ากรมอาญาจับกุมตัวเชื้อพระวงศ์ที่สนับสนุนโชกวางโจไปคุมขัง เมื่อพระเจ้าจุงจงทรงรู้เรื่องนี้ก็ทรงกริ้วมาก คิมจองกล่าวว่าการกระทำของเชื้อพระวงศ์เป็นที่เสื่อมเสียต่อราชวงศ์ ขอให้พระเจ้าจุงจงทรงเอาผิดลงโทษ ในที่สุดพระเจ้าจุงจงก็ทรงมีรับสั่งให้เนรเทศปานึงกุนและบรรดาเชื้อพระวงศ์
          โชกวางโจซึ่งอยู่ในสถานที่เนรเทศได้รับเหล้าพระราชทานจึงได้แต่ทอดถอนใจว่าบัดนี้คนเลวกำลังครองราชสำนัก
 
ตอนที่ 51
          มเหสียุนทูลพระพันปีจาซุนว่าถ้าผลการตรวจร่างกายออกมาว่านางตั้งครรภ์ก็ขอให้พระนางทรงลงโทษคนที่ปล่อยข่าวลืออย่างหนัก ถึงแม้ว่าพระพันปีจาซุนทรงมีลางสังหรณ์ไม่สู้ดีนัก กระนั้นพระนางก็ยังคงรับปากตามความต้องการของมเหสียุน พระเจ้าจุงจงทรงวิตกกังวลเกรงว่าการตรวจร่างกายจะเป็นอันตรายต่อพระโอรสในครรภ์ พระองค์จึงทรงขอร้องพระพันปีจาซุนให้ระงับการตรวจร่างกายมเหสียุน มเหสียุนซาบซึ้งถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเลยทีเดียว ผลการตรวจร่างกายมเหสียุนได้รับการยืนยันว่าตั้งครรภ์จริง ทำให้พระพันปีจาซุนและพระเจ้าจุงจงทรงแย้มพระสรวลด้วยความโสมนัส สนมคยองพินและฮีพินกลับตกตะลึงไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นไปได้
          มกกึมไปยังที่พักของนัมคุนเสนาบดีฝ่ายซ้ายเพื่อขอร้องนัมคุนให้ความช่วยเหลือกิดซัง นัมคุนรับปากให้ความช่วยเหลือ ระหว่างทางที่มกกึมเดินทางกลับบ้านได้พบกับนางชางซีโดยบังเอิญ
 
ตอนที่ 52
          นานจองแนะนำสนมคยองพินขอขมามเหสียุนซึ่งเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะรักษาชีวิตนางไว้ได้ นานจองเน้นย้ำว่า ขอเพียงมีภูเขาใยต้องกลัวไม่มีไม้เผาถ่าน ถ้าหากมเหสียุนทรงมีพระประสูติการพระธิดา ไม่ใช่พระโอรส สนมคยองพินก็ยังมีโอกาสล้างแค้น
          ยุนวอนฮังกลัดกลุ้มใจด้วยเรื่องการรับนานจองเป็นอนุภรรยาและวันแต่งงานกับนางคิมซีเป็นวันเดียวกัน มเหสียุนเตือนสติยุนวอนฮังว่าถ้าหากมีชีวิตที่สงบสุขจะต้องแต่งงานกับนางคิมซี แต่ถ้าหากต้องการเป็นใหญ่ในภายภาคหน้าจะต้องแต่งงานกับ นานจอง
          แพ่กโทจูแนะนำมกกึมและนางชางซีให้รู้จักกัน นางชางซีขอให้มกกึมสาธิตการขโมยเงินให้ประจักษ์แก่สายตา มกกึมสาธิตได้อย่างคล่องแคล่ว นึกไม่ถึงว่านางชางซีกลับกล่าวด้วยความโกรธว่าหากยังกลับเนื้อกลับตัวก็จะไม่รับนางเป็นศิษย์
          สนมคยองพิน,ฮีพินและชางพินนำของขวัญแสดงความยินดีต่อมเหสียุนที่ตั้งครรภ์ มเหสียุนกล่าวด้วยความโกรธว่าพสกนิกรลำบากยากแค้น นางในฐานะแม่ของแผ่นดินไม่สามารถรับของขวัญเหล่านี้ไว้ได้ มเหสียุนปัดกล่องของขวัญทิ้งพร้อมทั้งขับไล่พวกนางไป ยุนวอนฮังและนานจองแต่งงานกันตามวันเวลาที่กำหนดไว้

ตอนที่ 53
          นางคิมซีน้ำตานองหน้าเมื่อรู้ว่าการที่มเหสียุนยินยอมให้ยุนวอนฮังและนานจองแต่งงานกันนั้นเพื่อเห็นแก่วงศ์ตระกูลเป็นสำคัญ ในคืนวันแต่งงาน นานจองถามยุนวอนฮังว่าการที่ยุนวอนฮังแต่งงานกับนางนั้นด้วยเหตุผลอนาคตของยุนวอนฮังเองหรือความงามของนางกันแน่ ยุนวอนฮังเปิดเผยตรงไปตรงมาว่าตนหลงรักนานจองมาตั้งแต่แรกพบ
          ยุนวอนฮังกลับที่พัก เมื่อพบเห็นนางคิมซีก็ทำให้ยุนวอนฮังเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูก นางคิมซีต้มยาบำรุงให้ยุนวอนฮัง ทั้งยังพูดออกมาด้วยความเห็นอกเห็นใจว่าการที่ยุนวอนฮังแต่งงานกับนานจองจะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน ยุนวอนฮังได้ยินเช่นนั้นจึงแสดงความดื้นตันใจออกมา นางคิมซีกล่าวต่อไปว่าชาตินี้นางไม่มีวันลืมเลือนเรื่องนี้อย่างแน่นอน นึกไม่ถึงว่าคำพูดของนางคิมซีกลับทำให้ยุนวอนฮังเกิดความวิตกกังวลขึ้นมา
          มเหสียุนบอกนานจองว่าบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่างหยิบยกพระโอรสเป็นข้ออ้าง เพื่อไม่ให้นางมีพระประสูติการพระโอรสกุมอำนาจทั้งหมดเอาไว้ นานจองแนะนำมเหสียุนสมควรร่วมมือกับสนมคยองพิน
          นานจองเดินทางไปยังที่พักของยุนวอนฮัง

ตอนที่ 54
          นางคิมซีบอกนานจองว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านพระมารดาของพระมเหสี หากต้องการเป็นสะใภ้บ้านหลังนี้จะต้องสำรวมกิริยาให้ดี นานจองถามนางคิมซีอย่างตรงไปตรงมาว่ารังเกียจที่นางต่ำต้อยใช่หรือไม่ นางคิมซีตำหนินานจองอย่าได้ทำตัวให้ เสื่อมเสียพระเกียรติพระมเหสีเป็นอันขาด นานจองเดินออกจากบ้านยุนวอนฮังด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็น
          ช่างทำรองเท้าเตือนสตินานจองว่าเมื่อปีนเขาก็จะนึกถึงยอดเขาจนลืมถนนที่เดินผ่านมา ขอเพียงกำจัดความทะเยอทะยานและความเคียดแค้นลงได้ก็จะมีความสุขไปชั่วชีวิต นานจองบอกช่างทำรองเท้า นางไม่คิดถึงทางลงเขา คิดเพียงปีนถึงยอดเขาเท่านั้น
          มเหสียุนลงโทษพระสนมทั้งเจ็ดของวังหลัง บรรดาพระสนมต่างพากันถามถึงเหตุผล แต่กลับไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด แสงแดดแรงกล้า ทำให้บรรดาพระสนมหมดสติไป มีเพียงสนมคยองพินคนเดียวที่ยังคุกเข่ากัดฟันทนต่อไป
          กิดซังไปหานานจอง นานจองเตือนสติกิดซังบัดนี้นางเป็นภรรยาคนอื่นแล้ว ขอให้กิดซังตัดใจจากนางเสียเถิด กิดซังยืนยันหนักแน่นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นตนจะรอคอยต่อไป
          นานจองสะใจที่เห็นสนมคยองพินถูกลงโทษ สนมคยองพินกัดฟันทนเจ็บใจที่หลงเชื่อนานจอง
 
ตอนที่ 55
          นานจองสอบถามมเหสียุนว่าจะจัดการกับบรรดาพระสนมวังหลังอย่างไร เหสียุนตอบว่าจะต้องทำให้พวกนางเข็ดหราบ ไม่กล้ากำเริบเสิบสานอีกต่อไป นานจองเตือนสติมเหสียุนว่าถ้าหากบรรดาพระสนมวังหลังพากันลุกฮือขึ้นมาจะทำให้บรรดาเชื้อ พระวงศ์และบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่างพากันเสื่อมศรัทธาในพระมเหสี พระพันปีจาซุนทรงแนะนำมเหสียุนให้อภัยบรรดาพระสนมวังหลัง พระนางทรงให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าหากวันใดพวกนางทำผิด มเหสียุนมีสิทธิกำหนดความเป็นความตายพวกนาง เมื่อเป็นเช่นนี้มเหสียุนจึงตัดสินใจยกเลิกการลงโทษบรรดาพระสนมวังหลัง
          บรรดาพระสนมวังหลังต่างพากันยิ้มออกเมื่อรู้ว่าได้รับการยกเลิกการลงโทษ มีเพียงสนมคยองพินเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายแต่อย่างใด มเหสียุนมีคำสั่งเรียกสนมคยองพินมาพบโดยขอให้นางสาบานว่าจะไม่ทำเรื่องเลวร้ายต่อไป สนมคยองพินสาบานตามความต้องการของมเหสียุน มเหสียุนหยิบห่อยาออกมาจากลิ้นชัก สนมคยองพินคิดว่าเป็นยาที่นางใช้ทำร้ายทารกในครรภ์ของมเหสียุนจึงทำให้นางถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว มเหสียุนเทยาลงในจอกน้ำชาเพื่อให้สนมคยองพินดื่ม สีหน้าของสนมคยองพินแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน
          องค์ชายพกซองสอบถามสนมคยองพินว่าตนมีโอกาสได้รับการคัดเลือกเป็นองค์รัชทายาทจริงหรือ เมื่อเห็นสนมคยองพินลังเลไม่ตอบ องค์ชายพกซองจึงพูดขึ้นมาว่าตนจะไม่เชื่อถือคำพูดของแม่อีกต่อไป

ตอนที่ 56
          สนมคยองพินไปหานางชางซีเพื่อขอให้ช่วยเหลือนางติดต่อราชสำนักต้าหมิง นางชางซีถามสนมคยองพินว่าต้องการใช้ราชสำนักต้าหมิงสนับสนุนองค์ชายพกซองเป็นองค์รัชทายาทใช่หรือไม่ สนมคยองพินได้ยินเช่นนั้นก็ลุกลี้ลุกลนขึ้นมา นางชางซีเสนอเงื่อนไขสองข้อ หนึ่งจะต้องมอบสัมปทานโสมแก่สกุลของตนเพียงสกุลเดียว อีกข้อหนึ่งคือเลิกล้มความคิดให้ร้ายกิดซังอีกต่อไป สนมคยองพินไม่มีทางเลือกจึงยอมรับเงื่อนไขของนางชางซี
          นานจองเห็นกิดซังดื่มเหล้าเมามาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง นางจึงเตือนสติกิดซังอย่าได้รอคอยนางอีกต่อไป
          สนมคยองพินนำวันเดือนปีเกิดของมเหสียุนไปหาพังแบยิน สนมคยองพินถามพังแบยินว่ามเหสียุนจะมีพระประสูติการพระโอรสหรือพระธิดา ไม่นานนักพังแบยินก็ตอบว่าพระโอรส สักพักหนึ่งก็ตอบว่าพระธิดา สนมคยองพินโกรธมากจึงถามพังแบยินว่าจะปั่นหัวนางเล่นหรืออย่างไร ในที่สุดพังแบยินก็พูดออกมาว่ามเหสียุนจะต้องแท้งลูกอย่างแน่นอน

ตอนที่ 57
          ทังชูบอกนานจองว่าถึงแม้นานจองแต่งงานกับยุนวอนฮัง เป็นที่โปรดปรานของมเหสียุน กระนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานภาพของนางไปได้ นานจองตอบโต้ว่าถ้าหากมเหสียุนมีพระประสูติการพระโอรสซึ่งจะต้องครองบัลลังก์ในภายภาคหน้า เมื่อถึงวันนั้นสถานภาพของนางก็จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ทังชูตำหนินานจองที่ในจิตใจเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและความทะเยอทะยาน ยิ่งเฉลียวฉลาด ยิ่งน่าเป็นห่วง
          สนมคยองพิน,ฮีพินและชางพินพากันไปอวยพรมเหสียุนให้มีพระประสูติการพระโอรส มเหสียุนกลับไม่ได้ยินดียินร้ายแต่อย่างใด หลังจากที่ฮีพินและชางพินจากไปแล้ว สนมคยองพินก็กล่าวว่านางจะอยู่เคียงข้างมเหสียุน เมื่อถึงเวลาอันควรนางจะยื่นมือช่วยเหลือ
บรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักทูลพระเจ้าจุงจงให้ทรงสถาปนาองค์รัชทายาทในปีหน้า ฮงคยองจูเสนอว่าควรสถาปนาองค์ชายที่มีความสามารถมากที่สุดเป็นองค์รัชทายาท คิมจองกวาดสายตามองปฏิกิริยาของบรรดาขุนนางใหญ่ทั้งหลายแล้ว ก็สนับสนุนความคิดเห็นของฮงคยองจู
          เรื่องการสถาปนาองค์รัชทายาทไม่ได้มีความหมายต่อมเหสียุนแต่อย่างใด เนื่องจากนางกำลังตั้งครรภ์ จากนั้นนางก็มีคำสังเรียกนานจองมาพบ
 
ตอนที่ 58
          นัมคุนและซิมจองบอกสนมคยองพินว่าบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่างพากันให้การสนับสนุนองค์ชายพกซองเป็นองค์รัชทายาท สนมคยองพินกำชับคนทั้งสองว่าจะต้องซื้อใจบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนักไว้ให้ได้
          เฮียงยีถามนางชางซีว่าจะแต่งงานกับนางหรือจะให้นางอยู่ในฐานะสาวใช้ นางชางซีทนไม่ไหวจึงหัวเราะออกมา เฮียงยีร้องไห้พูดออกมาว่าถ้าหากไม่ปล่อยนางไป นางจะฆ่าตัวตาย นางชางซีชมเชยความกล้าหาญของนางที่ยอมพลีชีพเพื่อกิดซัง แต่ถ้าหากความกล้าหาญเช่นนี้ใช้กับการค้า ตนจะรับนางเป็นศิษย์อย่างแน่นอน
          สนมคยองพินถามมเหสียุนว่าการสถาปนาองค์รัชทายาทที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้นางจะให้การสนับสนุนองค์ชายใด มเหสียุนตัดบทว่าพระโอรส สนมคยองพินเห็นว่าช้าเร็วพระโอรสก็ต้องถูกยุนนิม,คิมอันโลและพวกขัดขวางอยางแน่นอน
          มเหสียุนถามนานจองว่าองค์ชายใดที่ได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาทแล้ว จะเป็นผลดีต่อทารกในครรภ์ของนาง นานจองตอบว่าองค์ชายพกซอง

ตอนที่ 59
          นานจองไปหาช่างทำรองเท้า นานจองถามช่างทำรองเท้าว่าจะทำอย่างไรถึงจะขัดขวางพระโอรสไม่ให้ได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาท ช่างทำรองเท้ากล่าวว่ามีเพียงการสถาปนาพระโอรสเป็นองค์รัชทายาทเท่านั้นที่จะทำให้ราชสำนักและ พสกนิกรผาสุก นานจองกล่าวด้วยความผิดหวังว่าเพื่อมเหสียุนแล้วนางทำได้ทุกอย่าง ช่างทำรองเท้าบอกนานจองว่าคิดสั้นเพียงปลายจมูกและคำพูดของคนรอบข้างจะนำปัญหามาสู่พระมเหสี จากนั้นก็เตือนนานจองว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งเข้าออกวังหลวง ถ้าหาก ไม่สามารถขจัดความเคียดแค้นและความทะเยอทะยาน นางก็จะกลายเป็นแมงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟ
          เฮียงยีบอกกิดซังว่าการที่นางแต่งงานกับชางแตยินนั้นก็เพื่อช่วยชีวิตกิดซัง กิดซังกล่าวว่านางตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ร่วมชีวิตกับชางแตยิน เฮียงยีกล่าวว่านอกจากกิดซังแล้วนางไม่เคยรักชายใดมาก่อน กิดซังกลับบอกเฮียงยีว่าขอเพียงนานจองยังมีชีวิตอยู่ ตนไม่มีวันแต่งงานกับเฮียงยีอย่างแน่นอน
          สนมคยองพินไปเข้าเฝ้ามเหสียุนยามวิกาลเพื่อขอให้พระนางสนับสนุนองค์ชายพกซองเป็นองค์รัชทายาทให้ได้ สนม คยองพินให้คำมั่นสัญญาต่อมเหสียุนว่าถ้าหากองค์ชายพกซองได้รับการสถาปนาเป็นองค์รัชทายาทแล้ว นางจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุ้มครองมเหสียุนและลูกในครรภ์ มเหสียุนต่อว่าสนมคยองพินเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางไม่มีวันหลงเชื่อคำพูดของสนม คยองพินอย่างแน่นอน ทันใดนั้น สนมคยองพินก็หยิบมีดสั้นออกมา...นานจองไปหานางชางซี...

ตอนที่ 60
          พระเจ้าจุงจงทรงมีรับสั่งว่าการคัดเลือกองค์รัชทายาทครั้งนี้ ขอเพียงมีความสามารถ ไม่คำนึงว่าเป็นองค์ชายที่เกิดจาก พระสนมคนใด เมื่อฮงคยองจู,นัมคุน,ซิมจองและพวกได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจออกนอกหน้า มีเพียงคิมจองและคิมอันโลที่ให้การสนับสนุนพระโอรสเท่านั้นที่มีท่าทีเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูก
          พระพันปีจาซุนทูลถามพระเจ้าจุงจงว่าเหตุใดจึงทรงตัดสินพระทัยเช่นนั้น พระเจ้าจุงจงทรงตอบว่าเป็นเพราะพระองค์ ไร้ความสามารถจึงตกอยู่ภายใต้การบงการของบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนัก พระองค์ทรงไม่ปรารถนาให้องค์รัชทายาทซึ่งจะครองบัลลังก์ในภายภาคหน้ามีสภาพเช่นเดียวกับพระองค์ พระพันปีจาซุนทรงเตือนสติพระเจ้าจุงจงว่านับตั้งแต่สถาปนาราชวงศ์ โชซอนไม่เคยมี การสถาปนาองค์ชายจากวังหลังพระองค์ใดเป็นองค์รัชทายาทมาก่อน
          พระเจ้าจุงจงทรงถามความคิดเห็นมเหสียุนว่าสมควรเลือกองค์ชายใดเป็นองค์รัชทายาท มเหสียุนกลับนิ่งเงียบไม่ตอบ พระเจ้าจุงจงทรงถามต่อไปว่าหรือจะให้พระองค์ทรงสถาปนาองค์ชายที่ยังไม่ได้มีประสูติการในครรภ์ของนางเป็นองค์รัชทายาท เช่นนี้ก็เป็นเรื่องแปลก มเหสียุนทูลพระเจ้าจุงจงว่านางน้อมรับพระบัญชาของพระองค์ พระเจ้าจุงจงทรงขอให้มเหสียุนดูแลตัวเองและทารกในครรภ์ให้ดี องค์ชายพกซองพบว่าด้วยเรื่องของตนเองทำให้แม่ทำร้ายมเหสียุนจนได้รับบาดเจ็บ ด้วยความโกรธจึงวิ่งไปที่ตำหนักของมเหสียุน

Navigation

[0] Message Index

[#] Next page

Go to full version