news & activity > news & activity
งานแถลงข่าวการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 32
YAHOO:
ซีตรองนำทัพ DS3 และ Jumper อัดแคมเปญเด็ด สนั่นมอเตอร์โชว์
ซีตรองลั่นกรองรบ นำ “ดีเอส3” อวดโฉมในงานมอเตอร์โชว์ ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว มีดีไซน์ทันสมัย หรูหราเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมส่ง “จัมเปอร์” จับกลุ่มลูกค้าผู้บริหารและครอบครัว ชูความเอนกประสงค์คู่ความสบายระดับเฟิร์สคลาส ชู 3 แคมเปญเด็ดมัดใจลูกค้า
นายเต็ม ทรงเจริญ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีที. ยูโรพาร์ท จำกัด ผู้นำเข้า จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ซีตรองแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป จึงมีความภูมิใจที่จะนำเสนอ “ซีตรอง ดีเอส3” และ “ซีตรอง จัมเปอร์” ในการเข้าร่วมแสดงรถยนต์ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่าง 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน ศกนี้
ซีตรอง ดีเอส 3 เป็นรถที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “แฟชั่นคาร์แห่งเมืองน้ำหอม” ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว สะดุดตา ด้านหน้าจดด้านท้าย มีความสมดุลและลงตัวในทุกส่วนสัด ทั้งยังให้ความรู้สึกสปอร์ตผสานกับความทันสมัยและสะดวกสบายเฉกเช่นวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่
สีสันภายนอกผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการ โดยมีล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และท่อไอเสียทรงสปอร์ต เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกคัน
การตกแต่งภายในของดีเอส3 ให้ทั้งความหรูหราตามเทรนด์แฟชั่นสไตล์ฝรั่งเศส และความสะดวกสบายของฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ ภายในรถ อาทิระบบปรับอากาศอัตโนมัติ วิทยุ-ซีดีฝังในคอนโซลหน้า พวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต และแผงหน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์ใหม่แบบ 3 ช่องให้ความรู้สึกสปอร์ตเช่นเดียวกัน
ด้านของเครื่องยนต์ ดีเอส3 มากับทางเลือกของเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร VTi 4 สูบ 16 วาล์ว ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง PSA(เปอร์โยและซีตรอง) และ BMW ซึ่งให้พละกำลังสูงสุดถึง 120 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดพร้อมระบบ Tiptonic ให้ความสนุกในการขับขี่ได้เฉกเช่นเกียร์ธรรมดา
ความปลอดภัยซีตรอง ดีเอส3 มีบรรจุไว้อย่างครบครันตามสไตล์รถยุโรปทั้ง ดิสก์เบรก4 ล้อที่มากับระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก EBA ถุงลมนิรภัย พวงมาลับแบบแรคแอนด์พิเนี่ยนพร้อมปั๊มไฟฟ้า รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.2 เมตร ระบบช่วงล่างหน้า แบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท หลังแบบอิสระ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ส่วนซีตรอง จัมเปอร์ มากับรูปทรงเอนกประสงค์หรูหราสอดรับกับผู้บริหารหรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่ชื่นชอบการเดินทาง โดยมากับ 3 ทางเลือกย่อยได้แก่ J2, JL1/JL2 และPresident
ซีตรอง จัมเปอร์ President มีขนาดตัวถังที่กว้างใหญ่และสูงที่สุดด้วยมิติความยาว 5,413 มม. กว้าง 2,050 และสูงถึง 2,524 มม. พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับ VVIP ครบครัน ทั้งเบาะนั่งหนังแท้แบบเฟิร์สคลาสพร้อมระบบนวดไฟฟ้าให้ความรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง ระบบเครื่องเสียง โฮม เธียเตอร์ สมบูรณ์แบบพร้อมจอ LCD กระจกกันระหว่างห้องผู้โดยสารกับคนขับ
สำหรับเครื่องยนต์ของรุ่น President จะมีขนาดใหญ่ที่สุดเช่นกันโดยเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 157 แรงม้าที่ 3600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่รอบกว้าง 1700-2550 รอบต่อนาที
ซีตรอง จัมเปอร์ JL1/JL2 มากับขนาดตัวถังที่ยาว 5,413 มม. แต่สูงเพียง 2,254 มม. กว้าง2,050 มม. โดยบรรจุเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 3500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 2000 รอบต่อนาที
ด้านการตกแต่งภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกนั้น JL2 จะมากับเบาะนั่งหนังแท้แบบเฟิร์สคลาสพร้อมระบบนวดไฟฟ้า พร้อมจอ LCDและระบบเครื่องเสียงสมบูรณ์แบบ ประตูเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าทั้งซ้ายและขวา กระจกกั้นระหว่างห้องผู้โดยสารกับคนขับ และระบบช่วยจอดพร้อมจอภาพแสดงผล
ขณะที่ JL1 มากับเบาะนั่งหนังแท้ 11 ที่นั่ง (เบาะแถวที่ 2 ปรับไฟฟ้า) คอนโซลหน้าลายไม้แบล็คเปียโน คอนโซลการเรียบหรูพร้อมปุ่มควบคุมการทำงาน และกระจกกั้นระหว่างห้องผู้โดยสารกับคนขับ
ส่วนซีตรอง จัมเปอร์ J2 มากับขนาดตัวถังสั้นกว่ารุ่นอื่น โดยมีความยาว 4,963 มม. กว้าง2,050 มม. สูง 2,254 มม. เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 3500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 2000 รอบต่อนาที ภายในตกแต่งด้วยเบาะนั่งหนังแท้ 11 ที่นั่ง จอ LCDพร้อมระบบเครื่องเสียงสมบูรณ์แบบ บันไดเลื่อนข้างประตูอัตโนมัติ (เฉพาะด้านซ้าย)
ซีตรอง จัมเปอร์ทุกรุ่น ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เครื่องยนต์ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร4 ระบบกันสะเทือน หน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัทคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง หลัง แบบคานแข็ง ถุงลมพร้อมโช้คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบความปลอดภัยถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อพร้อมเบรก ABS
นายเต็ม กล่าวว่า แคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถในระหว่างงานมอเตอร์โชว์ จะได้รับแพ็คเกจถ่ายภาพคู่ มูลค่า 10,000 บาท และแพ็คเกจถ่ายภาพครอบครัว มูลค่า 5,000 บาท จำนวนจำกัด ทั้งยังจะได้รับบัตร VVIP เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าบริการและค่าอะไหล่ และรถยนต์ซีตรองทุกรุ่นสามารถเข้ารับการตรวจเชคฟรี 25 รายการที่ศูนย์บริการซีตรองทุกแห่งในระหว่างระยะเวลาแสดงของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน ศกนี้อีกด้วย
YAHOO:
“เอ็มทีเอ็ม” จัดชุดใหญ่ ขนทัพรถใหม่-แรงอวดโฉมมอเตอร์โชว์
เอ็มทีเอ็มยกทัพรถแรง 4 รุ่นอวดโฉมในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 32 นำทีมโดย “เอ7” รถสปอร์ตซีดานแนวคิดใหม่ที่พกพาความแรงระดับ 285 แรงม้ามาโชว์ “เอ1” รถเล็กซ่อนความแรง ขับสนุกสไตล์ยุโรป “คิว5” รถเอสยูวีที่ผสมความเอนกประสงค์กับความแรงไว้รวมกัน และ “เอ5” รถสปอร์ตคูเป้สายพันธ์เยอรมันแท้ พร้อมจัดแคมเปญชุดใหญ่ทั้งบัตรวีวีไอพีและแพคเกจถ่ายภาพคู่
นายกิติภัฎ เฉลยทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มทีเอ็ม มอเตอเรน เทคนิค เมเยอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเผยว่า บริษัทฯ นำรถยนต์เอ็มทีเอ็มเข้าร่วมแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานีในระหว่างวันที่ 25 มีค. – 5 เม.ย.ศกนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สไตล์แตกต่างกันได้แก่
“เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ7 (MTM Audi A7)” ทื่ถือเป็นไฮไลท์ของการเข้าร่วมแสดงงานในครั้งนี้ ซึ่ง เอ7เป็นรถสปอร์ตซีดานแนวคิดใหม่ ด้วยรูปทรงที่ออกแบบให้เป็น 4 ประตู ฉีกกฏความเชื่อเดิมที่ว่ารถสปอร์ตต้องมีเพียง 2 ประตูเท่านั้น ดีไซน์ภายนอก หลังคาหลังลาดโค้งรับกับประตูคู่หลังดูอย่างลงตัวตามแบบฉบับรูปทรงของรถแบบคูเป้
การตกแต่งภายในของ เอ7 เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อันทันสมัยที่ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งใช้งานง่าย ทั้งยังให้ความรู้สึกสปอร์ตด้วยพวงมาลัยหนังแท้ 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน เบาะนั่งหนังแท้ปรับไฟฟ้า แผงคอนโซลหนังคุณภาพสูงตัดสลับด้วยลายไม้และวัสดุอลูมิเนียม
หัวใจบรรจุเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ(TDI) ขนาด 3.0 ลิตรที่ได้รับการปรับแต่งเพิ่มจากเอ็มทีเอ็มจนทำให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 285 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 1,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (S-Tronic) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 270 กม./ชม. ตอบโจทย์ความเป็นสปอร์ตได้เหนือกว่าใคร
อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ “เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ1”( MTM Audi A1) รถสปอร์ตแฮตช์แบคน้องเล็กจากค่ายเอ็มทีเอ็ม ที่ผสานความลงตัวระหว่างความแรงกับความคล่องตัวในแบบฉบับของรถขนาดเล็กตามสไตล์ยุโรปโดยเน้นในเรื่องของสมรรถนะ การทรงตัว การเกาะถนนและสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยในระดับสูงสุด
เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ1 มากับขนาดตัวถังกว้าง 1,740 มม. ยาว 3,954 มม. และสูง 1,416มม. พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกที่ครบครัน ขณะที่อุปกรณ์ตกแต่งภายในให้ความหรูหราและคงอรรถประโยชน์ในสไตล์ของรถยูโรปไว้อย่างครบถ้วน
เครื่องยนต์ของเอ1 เป็นแบบเบนซินขนาด 1.4 ลิตร เทอร์โบ (TFSi) ให้กำลังสูงสุดถึง 152 แรงม้าที่ 6,900 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ S-Tronic อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 8.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ให้การขับขี่ที่สนุกเร้าใจแบบยุโรปได้เป็นอย่างดี
ส่วน “เอ็มทีเอ็ม ออดี้ คิว5”( MTM Audi Q5) นำเสนอความแตกต่างของรถเอสยูวีที่ผสมผสานเอนกประสงค์กับความแรงในแบบฉบับของเอ็มทีเอ็ม ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบ เทอร์โบ FSI โดยได้รับการปรับแต่งให้มีกำลังสูงสุดถึง 270 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตรที่ต่ำเพียง 1,500 รอบต่อนาที พละกำลังระดับนี้เรียกว่าไม่น้อยหน้ารถสปอร์ตแต่อย่างใด
ด้านระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ S-Tronic ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quatto อันเลื่องชื่อ ส่งผลให้ คิว5 มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึงระดับ 248 กม./ชม.
สำหรับ “เอ็มทีเอ็ม ออดี้ เอ5”( MTM Audi A5) รถสปอร์ตคูเป้สายพันธ์แท้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องของดีไซน์สวยสะดุดตาทั้งภายนอกและภายใน อาทิ เบาะนั่งหนังแท้สีแดง ขณะที่ภายในห้องโดยสารเป็นหนังสีดำหุ้มอยู่โดยรอบพร้อมตัดขอบด้วยวัสดุสีอลูมิเนียมให้ความรู้สึกสปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบ
เครื่องยนต์เป็นแบบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ FSI ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (Quatto)โดยได้รับการปรับแต่งจากเอ็มทีเอ็มให้มีกำลังสูงสุดถึง 270 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตรที่ต่ำเพียง 1,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ S-Tronic ทำให้ เอ5 มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 255 กม./ชม. ทำให้การขับขี่สนุกเร้าใจจนไม่อยากลุกจากหลังพวงมาลัย
นายกิติภัฎ กล่าวว่า แคมเปญสำหรับลูกค้าใหม่ ที่จองรถในงานมอเตอร์โชว์ จะได้รับ “บัตร D.A.D. VVIP” เพื่อเป็นส่วนลดค่าอะไหล่(10%)และส่วนลดค่าแรง(15%) พร้อมบริการตรวจเชคระยะสภาพรถฟรี 25 รายการ ในระหว่างระยะเวลาแสดงของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน ศกนี้พร้อมกับรับ แพ็คเกจถ่ายภาพคู่ มูลค่า 10,000 บาท จาก Life star wedding Studio จำนวนจำกัด
ราคาของรถยนต์MTM
MTM Audi A7 ราคา 6.5 ล้านบาท
MTM Audi A5 ราคา 4.89 ล้านบาท
MTM Audi Q5 ราคา 4.29 ล้านบาท
MTM Audi A1 ราคา 1.9 ล้านบาท
YAHOO:
Audi เน้นเทคโนโลยีประหยัดน้ำมัน TFSI ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32
- ชูเทคโนโลยีเครื่องยนต์เบนซิน TFSI ที่ให้สมรรถนะสูงและประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ระดับเดียวกัน 15%
- พบรถซาลูน Audi A4 1.8 TFSI , รถสปอร์ตคูเป้ Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro และรถพรีเมียมเอสยูวี Audi Q5 2.0 TFSI quattro
- พร้อมรับสิทธิพิเศษในการเป็นเจ้าของรถยนต์ Audi ด้วยเงื่อนไขพิเศษมูลค่ากว่า 100,000 บาท
นายกิตติ มาไพศาลสิน กรรมการบริหาร บริษัท เยอรมัน มอเตอร์เวอร์ค จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยกล่าวว่า “ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 นี้ ทาง Audi ได้นำเทคโนโลยี TFSI ซึ่งเป็น 1 ในเทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้แบรนด์ Audi ประสบผลสำเร็จในด้านยอดขายทั่วโลกในปีที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขสูงสุดถึง 1,092,400 คัน และทำให้ Audi ครองตำแหน่งรถพรีเมียมที่มียอดขายรถดีที่สุดในยุโรป ดังนั้นในงานนี้ทางบริษัทฯ จึงได้นำรถยนต์ 3 รุ่นหลักของ Audi ได้แก่รถซาลูน Audi A4 1.8 TFSI , รถสปอร์ตคูเป้ Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro และรถเอสยูวี Audi Q5 2.0 TFSI quattro ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้เน้นใช้เทคโนโลยี TFSI(Turbo Fuel Stratified Injection) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์เบนซินระบบฉีดจ่ายน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์โดยตรง ที่ให้ทั้งสมรรถนะยอดเยี่ยม ให้ความสนุกเร้าใจในการขับขี่ และให้ความประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ระดับเดียวกันถึง 15% ซึ่งแนวคิดในเรื่องการประหยัดน้ำมัน เป็นนโยบายสำคัญที่ทาง Audi ให้ความใส่ใจมาโดยตลอด นอกจากเทคโนโลยี TFSI แล้ว Audi ยังมีเทคโนโลยี quattro ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ตลอดเวลาที่ Audi เป็นผู้บุกเบิกในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์โลกเป็นรายแรก พัฒนาขึ้นมานานถึง 30 ปี โดย quattro รุ่นปัจจุบันนี้สามารถตอบสนองการทำงานได้ดีและรวดเร็ว ให้การทรงตัวที่ดีมาก ทำให้สนุกกับการขับขี่อย่างเต็มที่ในทุกสภาพถนน ด้วยความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด”
Audi A4 1.8 TFSI เป็นรถซาลูนที่สปอร์ตที่สุดในเซกเมนต์ ทั้งด้วยรูปลักษณ์ สปอร์ตโฉบเฉี่ยว โดดเด่นเหนือใคร ไฟหน้าซีนอนพลัสใหม่ พร้อมไฟ LED14 ดวง มีโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าสั้น ฝากระโปรงและฐานล้อที่ยาวขึ้นอย่างเด่นชัด จึงทำให้ Audi A4 เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ใหญ่ที่สุด ดูสปอร์ตที่สุดเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC พร้อมระบบฉีดจ่ายน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์โดยตรง จึงให้ทั้งสมรรถนะความแรงเกินพิกัด แต่ช่วยประหยัดน้ำมันมากถึง15 % เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ระดับเดียวกัน ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 4500-6200 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1500-4500 รอบต่อนาที จึงทำให้สามารถเร่งแซงได้รวดเร็วทันใจ คล่องแคล่ว ปราดเปรียว แต่คงความประหยัดน้ำมันได้อย่างเหลือเชื่อ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 13.51 กิโลเมตร ต่อ ลิตร
Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro รถสปอร์ตพรีเมียมคูเป้ 2 ประตู รุ่นใหม่ ดุลยภาพแห่งความสปอร์ตและความงามสง่า ดีไซน์สวยงามหมดจดตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวทรงพลัง เจ้าของรางวัลชนะเลิศรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมแห่งประเทศเยอรมนีประจำปี Design Oscar ซึ่งถือเป็นรางวัลออสการ์ด้านดีไซน์ของวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ จัดขึ้นโดยสถาบันอันทรงเกียรติของเยอรมนี “The German Design Council” ด้านมิติตัวรถมีความยาว 4,625 มม. ความกว้าง 1,854 มม. และความสูง 1,372 มม.
Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro เป็นรถคูเป้เพียงยี่ห้อเดียว ที่โดดเด่นและแตกต่างเหนือรถยนต์คูเป้พรีเมี่ยม ยี่ห้ออื่น ด้วย quattro ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Audi จึงทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและเหนือกว่าระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อทั่วไป ให้ทั้งความสนุกแรงเร้าใจแบบเกินพิกัด ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยสูงสุดและมั่นใจในทุกสภาพถนน สำหรับเครื่องยนต์ เป็นเบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOCH ขนาด 1,984 ซีซี ใช้เทคโนโลยี TFSI และ Audi valvelift system ที่ให้ความประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์ขนาดเดียวกันถึง 15% เครื่องยนต์ตัวนี้ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 4,300 – 6,000 รอบต่อนาทีให้แรงบิดสูงสุดถึง 350 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,200 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ S tronic 7 สปีด ทำความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.5 วินาที มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยเพียง 13.33 กม./ลิตร
Audi Q5 2.0 TFSI quattro ได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัย สวยงาม สปอร์ต ปราดเปรียว แตกต่างจาก SUV ทั่วไปที่เป็นรูปทรงเหลี่ยม เหนือกว่าคู่แข่งด้วยมิติตัวรถมีความยาวรถถึง 4,629 มม. มีความกว้างตัวรถ 1,880 มม. มีความสูง 1,653 มม. มีฐานล้อยาว 2,807 มม. ที่สำคัญมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำที่สุดเพียง 0.33 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในบรรดารถคู่แข่งระดับเดียวกัน
Audi Q5 2.0 TFSI quattro ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2 ลิตร พร้อม TFSI ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก (Engine of The Year) ติดต่อกัน 5 ปี (พ.ศ.2548-2552)ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้าที่ 4,300 – 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุดถึง 350 นิวตันเมตรที่ 1,500 – 4,200 รอบต่อนาที มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยเพียง 11.76 ก.ม./ลิตร เท่านั้นและสามารถวิ่งทางไกลได้ถึง 13.70 ก.ม./ลิตร
ความโดดเด่นทางเทคโนโลยีของ Audi Q5 ที่สำคัญอีกด้านคือ quattro ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ตลอดเวลาที่มีการทรงตัวดีมาก จากการสมดุลของการกระจายแรงขับเคลื่อน จึงรู้สึกได้ถึงความแตกต่างในการขับขี่ คุณสามารถสนุกกับการขับขี่อย่างเต็มที่ในทุกสภาพถนน ด้วยความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด แม้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการขับขี่บนพื้นถนนลื่น หรือ บนเส้นทางออฟโรด
สำหรับแคมเปญพิเศษในงานนี้
- Audi A4 1.8 TFSI ราคา 2,690,000 บาท แถมฟรี ชุดล้อแม็ก 18 นิ้ว มูลค่า 150,000 บาท
- Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro ราคา 3,990,000 บาท แถมฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- Audi Q5 2.0 TFSI quattro ราคา 3,890,000 บาท แถมฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
Audi กำลังสูงสุด/แรงม้า/รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด/นิวตันเมตร/รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย ก.ม./ลิตร
Audi A4 1.8 TFSI 160/4500-6200 250/1500-4500 13.51
Audi A5 Coupe 2.0 TFSI quattro 211/4300-6000 350/1500-4200 13.33
Audi Q5 2.0 TFSI quattro 211/4300-6000 350/1500-4200 11.76
Audi Group ขายรถ Audi ได้ทั้งหมด 1,092,400 คันในปี 2553 บริษัทฯมีรายได้ 29.8 พันล้านยูโรและมีกำไร 1.6 พันล้านยูโร รถยนต์ Audi ผลิตที่เมืองอิงโกลสตัดช์ และ เนคกาซูลม (เยอรมนี), เกเยอร์ (ฮังการี), ชางชุน (จีน) และ บรัสเซลส์ (เบลเยี่ยม) ที่เมืองอารางบัด ประเทศอินเดีย มีการผลิต Audi A6 ในช่วงปลายปี 2550 และ Audi A4 ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2551สำหรับ Audi A1 เริ่มทำการผลิตที่โรงงานบรัสเซลส์ในเดือนพฤษภาคม 2553 บริษัททำการตลาดเติบโตขึ้น 100 ประเทศทั่วโลก บริษัท Audi AG ถือหุ้นบริษัททั้งหมด รวมถึงเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัทลูกในเครือ ได้แก่ บริษัท AUDI HUNGARIA MOTOR Kft. บริษัท Automobili Lamborghini Holding S.p.A ในเมือง Sant’Agata Bolognese อิตาลี และบริษัท quattro GmbH เมือง Neckarsulm Audi มีพนักงานประมาณ 58,000 คน ทั่วโลก รวมพนักงาน 45,500 คนในเยอรมนี ในช่วงปี 2553 ถึง 2555 Audi วางแผนจะลงทุนประมาณ 5.5 พันล้านยูโรในเรื่องของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีให้สมกับสโลแกนของบริษัทว่า “Vorsprung durch Technik” Audi วางแผนที่จะผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 42 รุ่นภายในปี 2558
YAHOO:
ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) เชิญลูกค้าสัมผัสกับตัวจริงของ All-New Hyundai Sonata Sport และ H-1 Series MY2011 ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้
ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) เชิญลูกค้าสัมผัสกับตัวจริงของ All-New Hyundai Sonata Sport และ H-1 Series MY2011 ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ พร้อมเสริมทัพรถพรีเมี่ยมด้วย The New Hyundai Tucson MY2011 และ The New Grand Starex VIP
ร่วมทดสอบสมรรถนะและความประทับใจในรถยนต์ 4 รุ่น ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ตอกย้ำแนวคิด New Thinking. New Possibilities. “คิดใหม่....เพื่อสิ่งที่เหนือกว่า”
พบแคมเปญพิเศษ
- ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ มูลค่าตั้งแต่ 10,000 - 20,000 บาท สำหรับ The New Hyundai H-1 Series
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี สำหรับ The New Hyundai Tucson ทุกรุ่น
- พิเศษ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษจากลีสซิ่ง กสิกรไทย
บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เสริมทัพรถใหม่ 2 รุ่น 2 สไตล์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าฮุนไดระดับไฮเอนด์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ด้วย All-New Hyundai Sonata Sport สปอร์ต 4 ประตูในสไตล์คูเป้ เจ้าของฉายา Call Me Coupe และ The New Hyundai H-1 Series MY2011 ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่ยกระดับความเป็น Luxury MPV ให้เหนือชั้นกว่าเดิม สร้่างความแข็งแกร่งให้ฮุนไดในตลาดพรีเมี่ยมซึ่งมี The New Hyundai Grand Starex VIP และ The New Hyundai Tucson – The Sexy SUV เป็นตัว ชูโรง
All-New Hyundai Sonata Sport ออกทำตลาดด้วยกันถึง 2 รุ่น คือ รุ่น S และรุ่น G นำเข้าทั้งคันจากประเทศเกาหลีในราคาแนะนำที่ 1,550,000 บาท และ 1,870,000 บาท ตามลำดับ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับรถยนต์รุ่นอื่นๆใน Segment เดียวกัน แต่เหนือกว่าด้วยความสดใหม่ ดีไซน์ให้เป็นรถ 4 ประตูคูเป้ ภายใต้แนวคิด Fluidic Sculpture Design ที่ล้ำสมัยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮุนได โดดเด่นด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและซับซ้อน และอุปกรณ์มาตรฐานที่เน้น Character ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- เครื่องยนต์ที่ตอกย้ำสมรรถนะความเป็นสปอร์ตคูเป้ ขนาด 2,000 ซีซี 165 แรงม้า ที่ 6,200 ต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 198 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที
- เีกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบขั้นบันได พร้อม Paddle Shifts เปลี่ยนเกียร์ได้ทุกระดับความเร็วที่พวงมาลัย
- ช่วงล่างแบบ Sport Suspension ให้ความมั่นใจได้ทุกระดับความเร็ว
- หลังคาแก้ว Panoramic Sunroof สร้างพลังแห่งบุคคลิกที่ไม่เหมือนใคร
- กุญแจรีโมทแบบ Smart Entry
- ปุ่ม Start Button ทันสมัย
- มาตรวัดแบบ Super Vision สวยสะดุดตา มองเห็นได้ชัดเจน และคอมพิวเตอร์แสดงข้อมูลการเดินทางในรูปแบบต่างๆ
- ไฟหน้าแบบ HID ปรับตั้งระดับอตโนมัติ (รุ่น G) และไฟท้าย LED ล้ำสมัย
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
- พวงมาลัย Multi-function
- Parking Brake แบบใช้เท้าเหยียบ
- กระจายแรงเบรค EBD ระบบป้องกันล้อล็อค ABS
- เบาะไฟฟ้าหนังแท้คู่หน้าพร้อมหน่วยความจำ (รุ่น G)
- ล้ออัลลอยสปอร์ต 17 นิ้ว (รุ่น S) และ 18 นิ้ว (รุ่น G)
- ระบบรักษาเสถียรภาพ ESP (รุ่น G)
- ระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control (รุ่น G)
- เครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยม พร้อม External Amplifierและลำโพง 7 ตำแหน่ง (รุ่น G)
The New Hyundai H-1 Series MY2011 รถ Luxury MPV เจ้าของรางวัล Car of the Year 3 ปีซ้อน ปรับราคาเพื่อรองรับอุปกรณ์พื้นฐานที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงรุ่นต่างๆไว้เช่นเดิมคือ รุ่น Touring รุ่น Executive และรุ่น Deluxe โดยทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมรางเลื่อนนิรภัยในเบาะแถวที่ 1, 2 และ3 ของห้องโดยสารจึงทำให้การปรับพื้นที่ใช้งานเหนือกว่าเดิมซึ่งมีรางเลื่อนเพียงแถวที่ 1 และ3 เท่านั้น
ในรุ่น Touring ยังเป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ภายในเบาะผ้า แต่เสริมเบาะ VIP 1 คู่ที่หมุนได้ 180 องศาเข้าไปเพื่อความสะดวกสบาย ในขณะที่รุ่น Executive เป็นรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ภายในเป็นเบาะผ้า และมีเบาะ VIP 1 คู่เช่นเดิม บนรางเลื่อน 3 แถว ส่วนในรุ่นท็อป H-1 Deluxe ยังคงความ Luxury และสะดวกสบายไว้เต็มระดับด้วยอุึปกรณ์มาตรฐานดังต่อไปนี้
- เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 2,500 ซีซี ให้กำลังสูงสุดที่ 175 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 392 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล
- ขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วงล่างให้ความทนทานแบบแม็กเฟอสันสตรัทด้านหน้า และคอยล์สปริงในด้านหลัง
- รางเลื่อน 3 แถว
- เบาะ VIP 1 คู่ หมุนได้ 180 องศา ปรับห้องโดยสารเป็นห้องนั่งเล่น และสำนักงานเคลื่อนที่
- เบาะหนังแท้ลายใหม่
- พวงมาลัย Multi-function
- เครื่องเล่น DVD พร้อมจอ LCD ด้านหน้ารุ่นใหม่ ความละเอียดจอภาพสูง
- จอ LCD ขนาด 10 นิ้ว รุ่นใหม่เปิด/ปิดจอด้วยไฟฟ้า
- ไฟเลี้ยว LED แบบหลอดทันสมัย
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลายใหม่ดูพรีเมี่ยม
- ดิสเบรค 4 ล้อ พร้อม ABS
- กล้องช่วยจอด พร้อมสัญญาณเตือน
- สปอยเลอร์หลัง
The New Hyundai H-1 Series MY2011 ทั้ง 3 รุ่น มีการปรับราคาเพื่อความเหมาะสม โดยในรุ่น Touring มีราคา 1,086,000 บาท รุ่น Executive ราคา 1,412,000 บาท และรุ่น Deluxe ราคา 1,494,000 บาท ตามลำดับ
The New Hyundai Grand Starex VIP รถยนต์ระดับ Super Luxury MPV 7 ที่นั่ง ในราคาพิเศษเพียง 1,898,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลคอมมอนเรลขนาด 2,500 ซีซี ที่ให้กำลังสูงสุดที่ 175 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 392 นิวตัน-เมตร ประกบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่มีโหมดแมนนวลปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการ ถ่ายทอดกำลังทั้งหมดไปยังล้อคู่หลังบนช่วงล่างแบบคานแข็งบนคอยล์สปริงที่มีขายึดแบบ 5 จุด และแม็กเฟอร์สันสตรัทในด้านหน้า การออกแบบโดดเด่นกว่าด้วยกระจังหน้าแบบซี่ตัดด้วยโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน เป็นแบบใหม่ LED ชนิดหลอด ล้อและยางขนาด 17 นิ้ว 235/60/17 นุ่มนวล แต่ทรงสมรรถนะ ภายในเหนือกว่าอย่างชัดเจนด้วยเบาะ Double VIP Seats ที่ปรับเอนนอน และปรับระดับที่วางขาด้วยไฟฟ้า บนรางเลื่อนที่สะดวกสบายและปลอดภัยภายใต้มาตรฐานโรงงาน ระบบ Entertainment Dashboard ประกอบไปด้วยจอ LCD ขนาด 19 นิ้วที่เลื่อนขึ้นลงได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมเครื่องเล่น DVD จาก Alpine และลำโพง JBL นอกจากนี้ยังมีช่องต่อสายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นเกมส์ หรือเครื่องเล่นไฟล์เพลง ด้านหน้ามาพร้อมเบาะทรงสปอร์ต พวงมาลัย multi-function และกระจกมองข้างปรับ และพับด้วยไฟฟ้า เบาะนั่งสำหรับคนขับเป็นดีไซน์พิเศษที่โฉบเฉี่ยว พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังแท้และระบบ Multi-Function ที่พวงมาลัยปรับแต่งเครื่องเสียงตอนหน้าได้ กล้องส่องหลังส่งภาพขึ้นจอ LCD บนจอเครื่องเสียงด้านหน้าช่วยให้การจอดรถสะดวกสบายสุดๆ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และพับเก็บได้ด้วยไฟฟ้า และทั้งหมดนี้คืออีกระดับของความหรูหราในแบบ Super Luxury MPV 7 ที่นั่งจาก ฮุนได
The New Hyundai Tucson – ในแบบ 2.0 2WD และ 2.0 4WD รถนำเข้าจากประเทศเกาหลีทั้งคันแบบ Full-Option ในราคาเพียง 1,791,000 บาท และ 1,895,500 บาท ตามลำดับ เจ้าของฉายา The Sexy SUV ที่ไม่เป็นรองใครในด้านการออกแบบภายใต้คอนเซ็ป Fluidic Sculpture Design ที่ล้ำสมัย มีบุคลิก และอุปกรณ์ชั้นนำมากมาย อาทิ เช่น
- เครื่องยนต์เบนซินพลังสูงรุ่นใหม่ขนาด 2.0 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ (D-CVVT) และ ระบบปรับระยะทางเดินไอดี (VIS) ช่วยเพิ่มความประหยัด ลดมลพิษและให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า
- เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล เพื่อการเร่งแซง และ engine brake
- หลังคาแก้ว และ Sunroof แบบ panorama เปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า
- ระบบ Smart Key เปิดปิดประตูได้โดยไม่ต้องถือกุญแจ
- ปุ่มสตาร์ท (Start Button) ที่ทันสมัย
- กล้องส่องหลังช่วยจอดมีภาพปรากฏบนจอ LCD ที่กระจกมองหลัง เพื่อความปลอดภัย
- ระบบรักษาเสถียรภาพ Electronic Stability Program (ESP) ระบบ Downhill Brake Control (DBC) ระบบป้องกันรถไหล Hill-start Assist Control (HAC) ระบบเบรค ABS ระบบกระจายแรงเบรค EBD และระบบเพิ่มแรงเบรคในภาวะฉุกเฉิน BA
- พวงมาลัย Multi-Function ควบคุมเครื่องเสียงและ Cruise Control
ภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ฮุนไดยังนำคอนเซ็ปคำขวัญใหม่ล่าสุด New Thinking. New Possibilities. หรือ “คิดใหม่....เพื่อสิ่งที่เหนือกว่า” มาสร้างสีสันให้กับบู๊ธฮุนไดภายในงาน โดยแนวคิดใหม่นี้เพิ่งจะถูกนำมาใช้กับการทำตลาดรถยนต์ฮุนไดทั่วโลกเพื่อประกาศแนวทางที่ชัดเจนว่าฮุนไดต้องการพัฒนาด้านคุณภาพ และเทคโนโลยีให้ล้ำสมัยมากขึ้นหลังจากที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 4 อย่างเป็นทางการ
แบรนดิ้งคอนเซ็ปของฮุนได ตอกย้ำการเอาใจใส่ในความต้องการของลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการพัฒนารถยนต์ให้ตอบสนองการใช้งานในยุคปัจจุบัน และอนาคต วิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการให้ความสำคัญต่อความคุ้มค่าคุ้มราคาที่เป็นเสมือนหัวใจหลักของการสร้างแบรนด์ฮุนไดในตลาดต่างๆทั่วโลก สำหรับฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) แนวทางใหม่ในการสร้างแบรนด์ครั้งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันความมั่นใจที่ดีแก่ลูกค้ารถยนต์ฮุนไดในปัจจุบัน และในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของคุณภาพ ความพึงพอใจ และการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆออกสู่ตลาดมากขึ้น
พบกับทัพรถยนต์ฮุนไดได้ที่งาน งานบางกอก อินเตอร์เนชัลแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 บู๊ธ A13 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2554
YAHOO:
“มิทสึโอกะ” อวดโฉม ”โอโรจิ” ซุปเปอร์คาร์ใหม่ สปอร์ตพันธุ์อสรพิษ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32
บริษัท ยนตรกิจ มอเตอร์เซลส์ จำกัด เผยโฉมสปอร์ตพันธุ์อสรพิษใหม่ “โอโรจิ” ตกแต่งดุดันยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอรถยนต์รุ่นเล็ก “บิวท์โตะ” ยอดขายอันดับ 1 ของมิทสึโอกะในประเทศญี่ปุ่น
คุณพัฒนศิริ เดชากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท ยนตรกิจ มอเตอร์เซลส์ จำกัดในเครือ ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มิทสึโอกะ เป็นนวัตกรรมยานยนต์สุดหรูจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการดีไซน์ และการประกอบมือทุกคัน (แฮนด์เมด) แต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในงาน Motor Show ครั้งที่ 32 นี้ ได้นำรถมาจัดแสดงรวม 5 รุ่น ได้แก่
1. รุ่น “ Orochi – โอโรจิ ” รถยนต์สปอร์ตพันธุ์อสรพิษ “โอโรจิ” ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากรูปลักษณ์อสรพิษในตำนานโบราณของญี่ปุ่น สะท้อนความลึกลับ แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม ปราดเปรียวด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวถังรถแบบ Space Frame ซึ่งประกอบขึ้นในลักษณะพิเศษ ตกแต่งสปอยเลอร์หน้า - หลังใหม่ ให้ความรู้สึกที่โฉบเฉี่ยว และดุดันยิ่งขึ้น
รถที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เป็นรถรุ่นใหม่ล่าสุดที่ตกแต่งให้มีความดุดัน ปราดเปรียวยิ่งขึ้นด้วย สปอยเลอร์หน้า - หลังใหม่ สมรรถนะเครื่องยนต์ขนาด 3311 ซีซี. V6 VVTi แรงม้าสูงสุดที่ 233 แรงม้า รอบเครื่องยนต์สูงสุดที่ 5600 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 5 สปีด อัตราเร่ง 0 – 100 กม.อยู่ที่ 4 วินาที
2. รุ่น “ Himiko - ฮิมิโกะ ” รถยนต์สปอร์ต 2 ที่นั่ง ที่นำแนวคิดการออกแบบจากเกียรติยศ และรัศมีแห่งความสง่างามของเจ้าหญิงญี่ปุ่นในอดีตกาล ผสานความลงตัวของความงามในรูปลักษณ์ ถ่ายทอดลงสู่รถสปอร์ต คลาสสิค สไตล์โมเดิร์น รูปทรงปราดเปรียว หรูหรา สวยสง่า และภูมิฐาน ทำให้ยานยนต์คันนี้ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ น่าหลงใหล “ฮิมิโกะ” ทุ่มเทสร้างสรรค์จากกายและจิตวิญญาณของช่างฝีมือของ มิทสึโอกะ มอเตอร์ ที่มากด้วยประสบการณ์ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2000 ซีซี กำลังสูงสุดที่ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 189 นิวตัน-เมตร ที่ 5000 รอบ/นาที ระบบหัวฉีด EGI เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และสามารถปรับเปลี่ยนเป็น Manual Shift Mode เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะในการขับขี่ เร่งแซงทันใจ โฉบเฉี่ยว สไตล์สปอร์ตอย่างแท้จริง เปิดประทุนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสในเวลา 12 วินาที สะดวกสบายในการควบคุม ควบคู่ไปกับความสง่างามของศิลปกรรมยานยนต์ อันเปรียบประดุจเพชรน้ำเอกแห่งโลกยนตรกรรม
3. รุ่น “ Galue Limousine - กาลู ลีมูซีน ” รถยนต์ดีไซน์สวยคลาสสิค ที่มีต้นแบบจากรถยนต์อังกฤษ ในช่วงปีคริสตศักราช 1950 ถึง 1960 รูปลักษณ์สง่างาม หรูหรา ภูมิฐาน ออกแบบให้ตัวถังรถให้มีความยาวเพิ่มขึ้นจากรุ่น Galue อีก 50 เซนติเมตร ทำให้เนื้อที่ห้องโดยสารตอนหลัง มีขนาดกว้างขวาง โอ่อ่า มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร กำลังสูงสุดที่ 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 265 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตร กำลังสูงสุดที่ 280 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 363 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที ระบบหัวฉีด EGI และECCS ขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด สามารถปรับการทำงานของเกียร์เป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ ภายในตกแต่งหรูหราเป็นพิเศษ อาทิเช่น ชุดตกแต่งโครเมี่ยม คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลายไม้สุดคลาสสิค เบาะที่นั่งบุด้วยหนังแท้ สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า สวยสง่า สมกับความเป็นยานยนต์ที่เคียงคู่ผู้นำเช่นคุณ
4. รุ่น “ Galue IV - กาลู โฟร์ ” รถยนต์ดีไซน์สวยคลาสสิก อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ - กาลู ได้รับการพัฒนารูปลักษณ์เป็นรุ่นที่ 4 ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี ให้มีความทันสมัยในสไตล์ที่หรูหรา สง่างามยิ่งขึ้น ตกแต่งคิ้วโครเมี่ยมและรูปลักษณ์ให้มีความโดดเด่น หรูหรา พร้อมระบบอำนวยความสะดวกสบายครบครัน อาทิเช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบโอโซน และกรองอากาศในตัว เพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่ด้วยวิทยุ ซีดี MP3 6 แผ่น
5. รุ่น “ Viewt – บิวท์โตะ ” รถยนต์รุ่นเล็ก สวยงาม มีเสน่ห์ ให้ความคล่องตัวในการใช้งาน ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1200 ซีซี. เป็นรถยนต์รุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 ของมิทสึโอกะในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 เป็นต้นมา ด้วยยอดการขายมากกว่า 20,000 คัน ทั้งนี้ ได้มีการพัฒนารูปลักษณ์ และอุปกรณ์ตกแต่งอย่างต่อเนื่อง ให้ตอบสนองการใช้งานอย่างครบครัน
ราคารถยนต์มิทสึโอกะที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้
1. Orochi ราคาจำหน่าย 11,700,000 บาท
2. Himiko ราคาจำหน่าย 3,750,000 บาท
3. Galue Limousine เครื่องยนต์ 2500 cc ราคาจำหน่าย 5,890,000 บาท
เครื่องยนต์ 3500 cc ราคาจำหน่าย 6,980,000 บาท
สำหรับรุ่น Galue IV และ Viewt เป็นรุ่นที่นำมาจัดแสดง จะเปิดการขายอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไป
ปัจจุบัน มิทสึโอกะ มีโชว์รูมและศูนย์บริการ อยู่ที่ถนนเพชรพระราม (ถนนริมคลองแสนแสบ) พระราม 9
โทร. 02 719 7942 – 4
และศูนย์บริการที่ถนนเทียมร่วมมิตร รัชดา-ห้วยขวาง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โทร. 02 247 5555
ท่านสามารถเยี่ยมชมและติดต่อกับรถยนต์ Mitsuoka ได้ที่ www.mitsuokathai.com
บริษัท ยนตรกิจ มอเตอร์เซลส์ จำกัด
ฝ่ายการขายและการตลาดรถยนต์มิทสึโอกะ
โทร. 02 915 1991 ต่อ 145
Navigation
[0] Message Index
[#] Next page
[*] Previous page
Go to full version