sianbun on June 05, 2010, 12:14:45 PM
F5 ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้แก่โครงสร้างระบบไอทีของลูกค้า ด้วย BIG-IP Local Traffic Manager Virtual Edition

BIG-IP LTM เวอร์ชันระบบเสมือน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้งระบบ มอบอิสระให้แก่ลูกค้า
ทั้งคุณสมบัติในด้านฮาร์ดแวร์และระบบเสมือนภายใต้สถาปัตยกรรมระบบเพื่อการขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความคล่องตัวของระบบให้สูงสุด



กรุงเทพฯ ประเทศไทย - 27 พฤษภาคม 2553 - F5 เน็ตเวิร์กส์ อิงก์ (NASDAQ: FFIV) ผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์มระบบเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อการขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน (Application Delivery Networking  - ADN) เปิดตัว BIG-IP® Local Traffic ManagerTM Virtual Edition (BIG-IP LTM VE) ชุดทดลองใช้ ซึ่งการผสานรวมระหว่างอุปกรณ์จริงและระบบเสมือนของชุดควบคุมการขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน (ADC - Application Delivery Controllers) ถือเป็นก้าวสำคัญในการสานวิสัยทัศน์ของ F5 สำหรับโครงสร้างระบบไอทีแบบไดนามิก ทั้งนี้ชุดทดลองใช้สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้จาก http://www.f5.com/trial

BIG-IP LTM VE ในฐานะสมาชิกใหม่ในโซลูชันด้าน ADC ได้ช่วย F5 ขยายแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมระบบอันเป็นเอกลักษณ์ในการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันและข้อมูลผ่านทั้งอุปกรณ์ทางกายภาพและระบบเวอร์ชวล ซึ่งทั้งผู้พัฒนาและสถาปนิกระบบจะได้สัมผัสกับเครื่องมือชิ้นใหม่ในการติดตั้งระบบ ADC ที่มีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โดยเวอร์ชันทดลองใช้สามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนด้านการประเมินคุณสมบัติและประหยัดเวลาได้มากขึ้น

"ระบบเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันนั้นถือเป็นแกนหลักของสถาปัตยกรรมระบบที่ยืดหยุ่น และเทคโนโลยี ADC ชั้นสูงจาก F5 ก็ถือเป็นโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนบริการได้ภายใต้ทุกสถานการณ์" อิริค เกียซา รองประธานฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์และฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ของ F5 กล่าว "แผนกไอทีในองค์กรต่างๆ สามารถร่นระยะเวลาในการทดสอบระบบได้ด้วยการหันมาใช้ BIG-IP บนระบบเสมือนเพื่อเริ่มทดสอบการตั้งค่ารูปแบบต่างๆ รวมไปถึง iControl® และ iRules® พร้อมตัวแปรอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจว่า ผลลัพธ์จากการทดสอบนั้นจะสอดคล้องกับการทำงานจริงของผลิตภัณฑ์ BIG-IP ในรูปแบบฮาร์ดแวร์หากนำมาใช้งานบนระบบเครือข่ายดังกล่าว"

และในวันนี้ทาง F5 ยังได้เปิดชั้นเรียนพิเศษ "Essentials Training Class" ผ่านเว็บไซต์สำหรับ BIG-IP LTM เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับการใช้งานและรับข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น






•   นักพัฒนาระบบสามารถสร้างและทดสอบโซลูชันด้านการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นได้ด้วยการใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งของ F5 อย่าง iRules รวมไปถึงโซลูชันด้านระบบจัดการและระบบอัตโนมัติที่ใช้ประโยชน์จาก iControl API ซึ่งถือเป็นส่วนควบคุมหลักมาตรฐานของ F5

•   BIG-IP LTM VE ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญบนสถาปัตยกรรมระบบขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน มีความแตกต่างจากโซลูชันการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันผ่านระบบเสมือนของแบรนด์อื่นๆ ในหลายด้านด้วยกัน ทั้งนี้เพราะ F5 ได้ออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องและประสานกับเครือข่ายของอุปกรณ์ด้าน ADC ทั้งแบบฮาร์ดแวร์และแบบระบบเสมือน และยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชวลไลเซชันได้หลายรูปแบบด้วย

•   ผู้ใช้ BIG-IP LTM VE ชุดทดลองสามารถเข้าถึงบริการให้ความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ของ F5 ได้ฟรี และยังเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน DevCentralTM เพื่อการใช้งานโซลูชันอย่างสร้างสรรค์ที่สุดด้วย

•   F5 พร้อมมอบช่องทางในการฝึกอบรมการใช้งาน BIG-IP LTM ได้ฟรีผ่านการเรียนรู้บนระบบออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงประโยชน์จากโซลูชันของ F5 มาใช้งานได้มากที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเรียกดูได้ที่ www.f5.com/training-support/global-training/web-based-training/

•   F5 วางแผนเปิดตัว BIG-IP LTM VE เวอร์ชันที่ให้ศักยภาพในการทำงานในระดับสูง และเวอร์ชันทดลองใช้ที่มอบความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อการทดสอบเชิงลึก ภายในครึ่งแรกของปี 2553 นี้ โดยผู้ใช้สามารถโอนย้ายระบบจากสภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบและการตั้งค่าระบบต่างๆ รวมไปถึง iRules ผ่านไปยังอุปกรณ์ BIG-IP ชุดสำหรับการใช้งานจริง ได้ด้วยประสบการณ์ที่ราบรื่นที่สุด

•   BIG-IP LTM VE ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สถาปัตยกรรมระบบคลาวด์สำหรับองค์กรในภาพรวมของ F5 ที่ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของ F5 อย่าง คลัสเตอร์มัลติโพรเซสซิ่ง (CMP - Clustered Multiprocessing) ซึ่งกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้ถูกสนับสนุนด้วย BIG-IP Edge GatewayTM และ BIG-IP Access Policy ManagerTM อันเป็นผลิตภัณฑ์ที่รับหน้าที่ในการควบคุมการเข้าถึงแอพพลิเคชันทั้งสำหรับบริการบนระบบคลาวด์ภายในและภายนอกองค์กร โดยโซลูชันเหล่านี้ได้ช่วยเพิ่มความสะดวกและความเป็นหนึ่งเดียวในการดูแลด้านการควบคุมการเข้าถึงแอพพลิเคชัน ขณะเดียวกันก็ยังให้คุณภาพในการให้บริการที่สูงกว่าด้วย







นานาความคิดของผู้ได้ปรับประโยชน์

แม้ว่าสถาปนิกและนักพัฒนาแอพพลิเคชันไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนักเกี่ยวกับการติดตั้งบริการระบบควบคุมการขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน แต่พวกเขาก็ต้องการโครงสร้างระบบไอทีที่ยืดหยุ่นเพื่อความสะดวกในการรวมเข้ากับกระบวนการในการพัฒนาและติดตั้งแอพพลิเคชัน และสามารถนำมาสนับสนุนกระบวนการและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุด" มาร์ค แฟบบี้ รองประธานและนักวิเคราะห์ระบบของการ์ทเนอร์ กล่าว "ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ได้มอบความคล่องตัวในการติดตั้ง ADC ของลูกค้าในมิติใหม่ ทั้งในด้านการทดสอบ พัฒนา และบูรณาการระบบ เพื่อให้เหมาะสมกับสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์สำหรับองค์กร ได้อย่างดีที่สุด"

"วัตถุประสงค์หลักของเทรซทรี  ก็คือ การช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทั้งเวอร์ชวลไลเซชันและการประมวลผลแบบคลาวด์ล้วนเป็นแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว" จอห์น แพฟ ประธานบริษัทเทรซทรี กล่าว "ลูกค้ากลุ่มองค์กรของเราพร้อมที่จะย้ายโครงสร้างระบบบางส่วนไปยังระบบคลาวด์ และ ADC แบบเสมือนก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าของเราก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ แนวคิดการผสมผสานระหว่างโซลูชัน BIG-IP แบบฮาร์ดแวร์และแบบระบบเสมือนถือเป็นรากฐานสำคัญในการบรรลุความตั้งใจดังกล่าว นอกจากนี้ลูกค้าของเราที่ใช้ BIG-IP อยู่เดิมที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทดสอบระบบ ก็ยังสามารถใช้ ADC บนระบบเสมือนเพื่อทดสอบการตั้งค่าระบบ ทดสอบ iRules และลองใช้งานคุณสมบัติใหม่ๆ ได้อย่างไม่ต้องกังวลภายใต้สภาพแวดล้อมระบบที่ปลอดภัย"

"เบเยอร์แคลิฟอร์เนียเลือกใช้วีเอ็มแวร์และ BIG-IP สำหรับโครงสร้างระบบเวอร์ชวลไลเซชันเพื่อรองรับการทำงานของแอพพลิเคชันต่างๆ อาทิ ออราเคิล อีเมล์ ฯลฯ ผ่านทางเวอร์ชวลแมชีนบนเอชพีเบลดเซิร์ฟเวอร์" แมนดาร์ โกแซลการ์ ผู้จัดการฝ่ายโครงสร้างระบบแอพพลิเคชัน ของเบเยอร์แคลิฟอร์เนีย กล่าว "BIG-IP LTM แบบเวอร์ชวลจาก F5 สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านไอทีของเบเยอร์เป็นอย่างดีด้วยหลายเหตุผล เริ่มตั้งแต่การช่วยให้เราสามารถทดสอบโซลูชันใหม่ๆ ได้ในสภาพแวดล้อมระบบที่เป็นเอกเทศและสามารถโอนย้ายระบบไปยังอุปกรณ์ BIG-IP จริงได้อย่างสะดวก อีกประการหนึ่งก็คือ การช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรด้วยการตัดภาระด้านการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับทดสอบระบบ ช่วยให้เราสามารถติดตั้งแอพพลิเคชันที่สำคัญได้อย่างรวดเร็วขึ้น"

กำหนดการจำหน่าย

ชุดทดลองใช้สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ http://www.f5.com/trial/

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

•   ข้อมูลเกี่ยวกับ BIG-IP LTM VE บน DevCentral ของ F5
•   เอกสารรายงานพิเศษ Controlling the Cloud: Requirements for Cloud Computing


เกี่ยวกับ F5 เน็ตเวิร์กส์

F5 เน็ตเวิร์กส์ ผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อการขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน (ADN - Application Delivery Networking)  พร้อมช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความรวดเร็วในการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันให้แก่องค์กร ด้วยสถาปัตยกรรมอันยืดหยุ่นของ F5 ช่วยให้เกิดนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชนซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเสริมความแข็งแกร่งของระบบไอทีและนำเสนอบริการที่สร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า โดยวิสัยทัศน์ในการควบรวมแอพพลิเคชันและการขับเคลื่อนข้อมูลของ F5 ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในการติดตั้งโซลูชัน ADN นอกจากนี้ยังช่วยในการปรับปรุงระบบจัดการแอพพลิเคชัน เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และทรัพยากรบนระบบเครือข่าย ช่วยกระชับกระบวนการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันและลดต้นทุนได้อย่างเห็นผล ปัจจุบันมีองค์กรระดับโลก ผู้ให้บริการออนไลน์และผู้ให้บริการแบบกลุ่มเมฆ รวมไปถึงเว็บไซต์ 2.0 จำนวนมากที่ให้ความไว้วางใจใน F5 เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเรียกดูได้ที่ www.f5.com